กำหนดครบทุกนัด! ฟีฟ่า เผยโปรแกรม ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ย้ายเตะปลายปี

สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) ได้เปิดเผยโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ ออกมาอย่างเป็นทางการ ผ่านเว็บไซต์ทางการของ ฟีฟ่า เมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

การแข่งขันในครั้งที่จะถึงนี้จะมีการย้ายมาเตะกันในช่วงหน้าหนาว ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม ปี 2022 โดยจะใช้ทั้งหมด 8 สนาม ในการแข่งขันทั้งทัวร์นาเมนต์

ส่วนสาเหตุที่มีความจำเป็นต้องย้ายมาเตะกันในช่วงหน้าหนาวก็เพราะการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่ทำให้การแข่งขันระดับสโมสรของทุกทวีปต้องถูกเลื่อนออกไปทั้งหมด

โดยเกมแรกในการเปิดสนามจะแข่งขันกันที่สนาม อัล บายัต สเตเดี้ยม ความจุ 60,000 ที่นั่ง ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2020 และนัดชิงชนะเลิศ ที่สนาม ลูซิล สเตเดี้ยม ความจุ 80,000 ที่นั่ง ในวันที่ 18 ธันวาคม 2020

สำหรับ การแข่งขันตามโปรแกรมในรอบแบ่งกลุ่มจะแข่งขันวันละ 4 คู่  (เวลา 17.00 น., เวลา 20.00 น., เวลา 23.00 น. และ เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย)  จนครบรอบแรกภายใน 12 วัน ก่อนที่จะโคจรสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่จะเตะกันวันละ 2 คู่ ยาวไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ

เปิดโผ 5 นักเตะที่มีลุ้นเบียด โรนัลโด้-เมสซี่ ซิว บัลลง ดอร์ 2020

สำหรับ บัลลง ดอร์ หรือรางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำปี ของนิตยสาร ฟรองซ์ ฟุตบอล ผู้เล่นที่ผลัดกันรับรางวัลบ่อยจนเมื่อยมือคงหนีไม่พ้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ได้รับรวมกันไปแล้วถึง 11 จาก 12 ครั้งหลังสุด หลังทั้งคู่โชว์ความเป็นสุดยอดนักเตะมาตลอดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ทว่าในช่วงหลังมาเราเคยได้เห็น ลูก้า โมดริช คว้า บัลลง ดอร์ มาแล้วเมื่อปี 2018 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่เจ้าของรางวัลนี้ไม่ใช่ โรนัลโด้ หรือ เมสซี่ ก่อนที่ปี 2019 เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เกือบจะทำสำเร็จเหมือนกัน แต่ก็ไปแพ้ให้กับ เมสซี่ ที่คว้ารางวัลลูกบอลทองคำสมัยที่ 6 ของตัวเองไปครอง

และใน บัลลง ดอร์ 2020 แน่นอนว่าต้องมี โรนัลโด้ กับ เมสซี่ ที่มีชื่อเข้าชิงเหมือนทุก ๆ ปี แต่สำหรับ โปรแกรมบอล ฤดูกาล 2019-20 ก็ถือว่ามีนักเตะหลายคนที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงไม่แพ้ 2 ดาวเตะขาประจำ และมีโอกาสลุ้นไปเป็นเจ้าของรางวัลนี้ได้เหมือนกัน

และนี่คือ 5 นักเตะที่มีลุ้นเบียด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัล บัลลง ดอร์ 2020

5. ชิโร่ อิมโมบิเล่ (ลาซิโอ)

อิมโมบิเล่ มีโอกาสลุ้นคว้ารางวัลดาวซัลโวของยุโรปในฤดูกาลนี้ โดยเขาทำไปแล้วถึง 29 ประตู มากกว่าทั้ง โรนัลโด้ และ เมสซี่ โดยตามหลังผู้นำอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อยู่ 5 ลูก ข่าวดีก็คือ เซเรีย อา ยังเหลือโปรแกรมอีก 9 นัด ขณะที่ดาวเตะวัย 30 ปี ก็กำลังช่วย ลาซิโอ แย่งแชมป์กับ ยูเวนตุส

 4. ซาดิโอ มาเน่ (ลิเวอร์พูล)

มาเน่ ได้อันดับ 4 ใน บัลลง ดอร์ 2019 แน่นอนว่าฤดูกาลนี้เขามีความมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิมกับ 15 ประตู 9 แอสซิสต์ในลีก และช่วยให้ ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และผลงานชิ้นเอกก็คือการพา หงส์แดง ซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครองได้สำเร็จ

3. โธมัส มุลเลอร์ (บาเยิร์น มิวนิค)

มุลเลอร์ ถือว่ามีความสำคัญต่อ บาเยิร์น สุด ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่กลับมาแข่งขันกันต่อหลังจากเบรกหนี COVID-19 และช่วยทีมคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา สมัยที่ 8 ติดต่อกัน ซึ่งเขาทำลายสถิติการทำแอสซิสต์มากที่สุดภายในฤดูกาลเดียวของ เควิน เดอ บรอยน์ ลงได้ด้วยการจ่ายให้เพื่อนทำประตูได้ถึง 21 ลูกในซีซั่นนี้

2. เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

แม้จะอกหักกับแชมป์ พรีเมียร์ลีก แต่ฤดูกาลนี้ก็ถือว่าเป็นปีที่ เควิน เดอ บรอยน์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ 10 ประตู 16 แอสซิสต์ในลีก และเขายังคงเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ แมนซิตี้ ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากที่ป้องกันแชมป์ ลีก คัพ ไปได้แล้วก่อนหน้านี้
 
1. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค)

ร้อนแรงแบบหยุดไม่อยู่จริง ๆ สำหรับการโชว์ฟอร์มของ เลวานดอฟสกี้ ในฤดูกาล 2019-20 โดยพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ตามเป้า แถมตัวเองยังนำโด่งเป็นดาวซัลโวของยุโรปอยู่ที่ 34 ประตู และครองตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ บุนเดสลีกา ไปเป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าไม่มีปีไหนที่เขาจะมีลุ้น บัลลง ดอร์ ได้เท่ากับปีนี้อีกแล้ว

เพิ่มโอกาสเข้ารอบ!ไทยได้สิทธิ์ทีมเหย้าเพลย์ออฟ ACL ครั้งแรก

สมาคมฯ เผยข่าวดีเมื่อสโมสรจากไทย 1 ทีม จะได้สิทธิ์เพลย์ออฟ ACL ด้วยการเล่นเป็นทีมเหย้าครั้งแรก ในฤดูกาล 2021-2022

ตัวแทนสมาคมฯ เข้าร่วมประชุมกับเอเอฟซี, ยูฟ่า และฟีฟ่า โดยมีการยืนยันถึงโครงสร้างจำนวนทีมในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งจะมีเพิ่มเป็น 40 ทีม และจำนวนโควต้าที่สโมสรจากไทยได้เข้าร่วมแข่งขันเป็น 4 ทีม ในฐานะลีกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออก ซึ่งทีมแชมป์ไทยลีกและเอฟเอ คัพ จะได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติ ส่วนรองแชมป์ลีกและอันดับ 3 ของลีก จะเล่นรอบเพลย์ออฟและรอบคัดเลือกในบ้านตัวเองตามลำดับ

จากการที่สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ร่วมมือกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เเละสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) จัดการประชุมออนไลน์ AFC MA & RA General Secretaries Conference 2020 ให้ชาติสมาชิก โดยนายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ ได้เป็นตัวแทนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ  เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

สำหรับในการประชุมร่วมกับสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ได้มีการยืนยันถึงโครงสร้างใหม่ของการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2021 และ 2022 รวมถึงโควต้าของชาติสมาชิกในรายการต่างๆ ของเอเอฟซี

โดยจากการจัดอันดับล่าสุดประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 1 ในโซนอาเซียนที่มีประเทศออสเตรเลียรวมอยู่ด้วย และเป็นอันดับ 4 ของประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุดในโซนเอเชียตะวันออก ซึ่งสโมสรจากประเทศไทยจะได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติเป็นจำนวน 2 ทีม, รอบเพลย์ออฟ 1 ทีม และรอบคัดเลือก 1 ทีม รวมเป็น 4 ทีม

นายพาทิศ ศุภะพงษ์ กล่าวว่า "ต้องขอขอบคุณสโมสรสมาชิกที่ร่วมกันทำผลงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องของการทำคลับไลเซนซิ่ง ที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีฟุตบอลลีกอาชีพ และสามารถเข้าร่วมแข่งขันในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกได้ รวมถึงการทำผลงานของสโมสรไทยในการแข่งขันที่ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ค่าสัมประสิทธิ์ของประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอยู่ในอันดับที่ 4 ของการจัดอันดับประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุดในโซนเอเชียตะวันออก จนสามารถคว้าโควต้าเพิ่มเติมได้สำหรับ 2 ปีข้างหน้า’’

‘’สิ่งที่จะแจ้งให้ทราบซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับสโมสรจากประเทศไทยคือทีมที่เป็นโควต้าอันดับ 3 ต่อจากแชมป์ โตโยต้า ไทยลีก และ ช้าง เอฟเอ คัพ ซึ่งก็คือรองแชมป์ไทยลีก จะได้สิทธิ์เล่นในรอบเพลย์ออฟในฐานะทีมเหย้า หลังจากที่ผ่านมาสโมสรจากประเทศไทยต้องเดินทางไปในฐานะทีมเยือน เช่น ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีน แบบนัดเดียวจบ ซึ่งมักจะประสบปัญหาเรื่องสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาว โดยในการแข่งขันฤดูกาลหน้า การเปลี่ยนแปลงนี่จะทำให้สโมสรไทยมีโอกาสในการเข้ารอบแบ่งกลุ่มมากขึ้นอีกด้วย’’

‘’สำหรับการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ที่ต้องหยุดทำการแข่งขันไปเนื่องจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทางเอเอฟซีได้วางแนวทางสำหรับการแข่งขันที่เหลืออยู่ ให้ทำการแข่งขันในสนามกลาง (Centralized Venue) และจะมีการแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง”

ทั้งนี้ จากการที่ สมาคมฯ ยึดทีมอันดับ 1-4 (เอาอันดับจบเลกแรก) เฉพาะฤดูกาล 2021 ที่จะได้สิทธิ์ไปลุยศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้สิทธิ์การเพลย์ออฟด้วยการเล่นเป็นทีมเหย้าครั้งแรก (รอบ 3) ตกเป็นของ ทีมอันดับ 3 ในลีก โดยแบ่งเป็นดังนี้ อันดับ 1 – รอบแบ่งกลุ่ม , อันดับ 2 – รอบแบ่งกลุ่ม , อันดับ 3 – รอบเพลย์ออฟ (เล่นในบ้าน ชนะเข้ารอบแบ่งกลุ่มทันที) และ อันดับ 4 – รอบ Preliminary (เล่นในบ้าน ชนะแล้วไปเยือนรอบเพลย์ออฟ) ส่วนฤดูกาล 2022 จะไล่เรียงสิทธิ์ตามปกติ โดยมีฟุตบอลถ้วยเข้ามาเกี่ยวข้อง

อดีตกุนซือทีมชาติไทย ชนะคดี…รับทรัพย์อื้อซ่า

 Tehrantimes  สื่อดังของอิหร่านออกมารายงานว่าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ(ฟีฟ่า)  มีคำสั่งให้สโมสรฟุตบอลเอสเตกัล ยอดทีมของลีกอิหร่าน จ่ายเงินชดเชยให้กับ "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตกุนซือทีมชาติไทยชาวเยอรมันเป็น 550,000 เหรียญสหรัฐฯ( ประมาณ 17.04 ล้านบาท) หลังมีการฟ้องร้องเรื่องของการยกเลิกสัญญาแบบไม่เป็นธรรมกับกุนซือรายนี้ช่วงเดือน เม.ย.62 ซึ่งเดิมทีสัญญาที่เซ็นกันไว้ ตั้งแต่เดือน ต.ค.60 สิ้นสุดในปี 63  ช่วงที่เข้าไปเริ่มงานกับสโมสรในอิหร่าน "วินนี่" สามารถพาทีมก้าวกระโดดจากท้ายตารางสู่อันดับสามได้สำเร็จ     แต่ในช่วงปี 2019 ผลงานการคุมทีมอาจจะไม่ค่อยดีนักแต่สัญญาที่ยังมีอยู่กุนซือชาวเยอรมันพยายามที่กอบกู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสุดท้าย
   เขาถูกไล่ออกจากทีมพร้อมกับห้ามเข้าสโมสรในเวลาต่อมา โดย "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์  อดีตกุนซือทีมชาติไทยชาวเยอรมัน ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิหร่านว่า การขอประนีประนอมในการจ่ายเงินชดเชยในสถานการณ์แบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นโลกฟุตบอลอาชีพ ต้องลองนึกถึงตอนที่ถูกไล่ออกจากงานทั้งที่ทำงานหนักและการยกเลิกนั้นไม่เป็นธรรมจริงๆ อีกทั้งยังให้ข่าวทางลบกับตัวเขาเอง แต่พวกเขาไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดจนสุดท้ายข่าวโกหกกระจายกลายเป็นข่าวลือที่น่ากลัว จากนั้นสโมสรขอให้ประนีประนอมกับเงินที่เป็นหนี้ ถ้าเป็นคุณจะตอบสนองอย่างไร?

    ด้าน Tehrantimes  ยังรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับปัญหาการชำระเงินชดเชยของสโมสรเอสเตกัลให้กับ  "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางการเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่สโมสรยังประสบปัญหาทางเทคนิคเนื่องจากการคว่ำบาตรของสหรัฐอเมริกาจึงไม่สามารถทำธุรกรรมธนาคารต่างประเทศได้ดังนั้นจึงไม่สามารถโอนเงินไปยังต่างประเทศให้กับกุนซือรายนี้ได้
 

มันคาใจ ทำไมปีเตอร์ วิธ ถึงทำกับผมได้

ยุคที่ทีมชาติไทยทำผลงานได้ดีที่สุด ถึงขนาดเคยขึ้นไปติดอันดับสูงที่สุดของฟีฟ่าคือ 43 เมื่อปี 2541 ซึ่งเป็นยุคที่กุนซือทีมชาติไทยเป็นชาวอังกฤษ ชื่อ ปีเตอร์ วิธ พาทีมประสบความสำเร็จมากมายรวมถึงเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 1998 ด้วย
    แม้ผลงานจะยอดเยี่ยม แต่ดูเหมือนจะมีนักเตะไทยคนหนึ่งซึ่งดูจะไม่ถูกโฉลกกับการทำทีมชาติไทยของ ปีเตอร์ วิธ สักเท่าไหร่ แม้จะถูกเรียกติดทีมชาติ แต่กลับไร้โอกาสในการลงเล่น นั่นก็คือ “เจ้าโป้ง”ยุทธพงษ์ บุญอำพร กองหน้าทีมสินธนา ในยุคนั้น

    เส้นทางการติดทีมชาติชุดใหญ่ของ ยุทธพงษ์ ค่อนข้างแปลกกว่าชาวบ้าน ปกติเจ้าตัวจะลงเล่นในฐานะกองหลังให้กับทีมมาตลอด จนเมื่อกองหน้าของสินธนาอย่าง เศกสรรค์ ปิตุรัตน์ และธนัญชัย บริบาล ย้ายไปเทโรฯ ทีมเจอปัญหายิงคู่แข่งไม่ได้ และไม่ชนะมา 4 นัดติดต่อกัน ทำให้เจ้าตัวอาสาเล่นกองหน้าให้ และระเบิดฟอร์มยิงประตูพาทีมเป็นแชมป์ไทยลีกในซีซั่นนั้น

    ผลงานโดดเด่นจับตาขนาดนั้น โค้ชชัชชัย พหลแพทย์ และผจก.ทีม วิรัช ชาญพานิชย์ จึงอดใจไม่ไหวเรียกมาเก็บตัวกับทีมชาติไทยเพื่อเตรียมแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 1998 ก่อนแข่งช่วงเดือนสุดท้าย ปีเตอร์ วิธ ก็เข้ามาคุมทีม

 
    “ก่อนแข่งยังมีโอกาสได้ลุ้นลง แต่พอตอนแข่งแทบไม่เคยได้ลงเลย อันนี้พอรับได้เพราะผมเพิ่งขึ้นมา แต่ ที่ช้ำสุดคือ เกมรอบรองฯ กับคูเวต “พี่โย่ง”วรวุธ ติดโทษแบน ต้องหาคนยืนหน้าคู่กับ “ซิโก้” โควต้ากองหน้าเหลือผมกับดาวรุ่งอีกคน ซึ่งขอไม่บอกละกันว่าใคร ดีกรีผมเพิ่งพาทีมสินธนาคว้าแชมป์ไทยลีกมา โอกาสของเรามาถึงแล้ว เพื่อนๆ ญาติ ๆ มาเชียร์กันคึกคัก ที่ไหนได้ประกาศชื่อมา ผมสำรองอีกแล้ว ยอมรับว่าผิดหวังมาก มาทราบตอนหลังเขาโหวตกันให้ผมลง แต่ ปีเตอร์ วิธ ไม่เอาผมยืนตัวจริง แต่สุดท้ายก็ได้ลงนะ ตอนที่เราโดนคูเวตนำไป 0-3 แล้ว 555 ก็เสียดายครับ เพราะตอนนั้นมั่นใจว่าจะได้ลงคู่ “ซิโก้”แน่ แต่สุดท้ายความหวังวูบไป”

    หลังจากรายการเอเชี่ยนเกมส์ผ่านไป 2 ปี ปีเตอร์ วิธ มีโอกาสไปนั่งดูเกมฟุตบอลมหาวิทยาลัย ยูลีก ผมเล่นให้ม.จันทร์เกษม เขามาดูเกมแล้วชอบใจแต่จำผมที่เล่นในสนามไม่ได้ ให้คน เรียกผมขึ้นไปหา พอเห็นหน้าเขาก็ยิ้มเหมือนจำผมได้ แต่ก็เรียกไปเก็บตัวนะ ผมจำไม่ได้แล้วว่ารายการอะไร ตอนนั้นผมพกพาความมั่นใจไปเต็มที่เพราะเพิ่งได้นักเตะยอดเยี่ยมยูลีกมาด้วย

 
    ช่วงนั้นมีเกมอุ่นเครื่องก่อนตัดตัวกับทหารอากาศ ซึ่งเพิ่งจะเป็นแชมป์ลีกเมืองไทย ผมยิงให้ทีมชาติไป  3 ลูก แต่พอตอนประกาศชื่อผมหลุดทีมชาติอีกแล้ว จากนั้นผมก็ไม่มีโอกาสโผล่ไปติดทีมชาติอีกเลย เขาก็อยู่คุมทีมยาวจนผมค่อย ๆ แผ่วไปและก็ไม่เคยมีชื่อติดทีมชาติอีกเลย”

 
    “เจ้าโป้ง”มาเปิดใจตอนท้ายว่า ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะผลงานปีเตอร์ วิธ ตอนนั้นทำทีมชาติไทยได้ดีจริง ๆ “ผมไม่โกรธเขานะ แต่คิดว่าตัวเองสไตล์การเล่นเป็นแบบต่อบอลแบบสเปน เขาคงไม่ชอบสไตล์กองหน้าแบบนี้ น่าจะชอบสไตล์ฟิต วิ่งเร็ว แบบสไตล์อังกฤษมากกว่า ผมเข้าใจเขานะ แต่ก็อดเสียดายลึก ๆ ไม่ได้ว่า ตัวเองน่าจะมีโอกาสมากกว่าตอนนั้นสักนิด”

ขนาดนั้นเลย!กร็อบเบลาร์เชื่อคล็อปป์คือตำนานกุนซือกลับชาติ

บรูซ กร็อบเบลาร์  อดีตโกลลิเวอร์พูล มั่นใจ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ ตำนานกุนซือ "หงส์แดง" กลับชาติมาเกิดเป็น เจอร์เก้น คล็อปป์ เพราะทั้งสองคนมีอะไรที่คล้ายกันมากๆ และล่าสุดก็เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ

    บรูซ กร็อบเบลาร์ ตำนานผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล เชื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" คือ บิลล์ แชงค์ลี่ย์ มหาบุรุษ กลับชาติมาเกิด หลัง นายใหญ่ชาวเยอรมัน นำต้นสังกัดผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ได้อย่างยิ่งใหญ่

    "เดอะ เร้ดส์" สิ้นสุด 30 ปีแห่งการรอคอยด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกนับตั้งแต่ปี 1990 หลังจากที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปแพ้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 1-2 ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมลีก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

    สำหรับตอนนี้ กุนซือเลือดด๊อยท์ช สามารถนำทัพ "หงส์แดง" คว้าแชมป์ไปแล้ว 4 รายการได้แก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ และล่าสุดแชมป์พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เข้ามากุมบังเหียนยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อปี 2015

    ขณะที่ แชงค์ลี่ย์ นำ ลิเวอร์พูล เลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 2 มาเล่นในลีกสูงสุดซีซั่น 1961/1962  และจากนั้นก็นำสโมสรคว้าแชมป์ลีก 3 สมัย ตามด้วย เอฟเอ คัพ 2 สมัย และ ยูฟ่า คัพ 1 สมัย ในช่วงระหว่างที่กุมบังเหียนทีมเป็นเวลา 15 ปี ที่สำคัญ ปรมาจารย์ชาววิสกี้ ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับเหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" ด้วย

        กร็อบเบลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในขุนพล "หงส์แดง" ที่ได้แชมป์ลีกครั้งสุดท้ายในปี 1990 เชื่อว่า แชงค์ลี่ย์ กลับชาติมาเกิดในร่างของ นายใหญ่ชาวเยอรมัน "เขาเข้าใจผู้คน เข้าใจแฟนบอล เขาคือ แชงค์ลี่ย์ กลับชาติมาเกิดในร่างของชาวเยอรมัน นั่นเป็นเรื่องดีของเขา เพราะทำให้เขาเข้าใจแฟนบอลได้อย่างง่ายดาย"

        "เขามาที่เมืองนี้ เขาสนุกกับการหยอกล้อร่วมกับแฟนบอล เขามีแบบฉบับของความเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล และ ใช่เลย ผู้จัดการทีมทุกคนที่เราเคยมีมีแบบฉบับของความเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล แต่สิ่งที่พิเศษของ แชงค์ลี่ย์, คล็อปป์ ก็คือพวกเขาออกไปดื่มกับแฟนบอล นั่นคือสิ่งที่ผู้จัดการทีมทั้งสองคนมักจะทำ และเป็นเหตุผลที่ผมบอกว่าเขาคือ แชงค์ลี่ย์ กลับชาติมาเกิดในร่างชาวเยอรมัน" อดีตโกลทีมชาติซิมบับเว ระบุ

ต้องเปลี่ยน! ยูฟ่า เตรียมปรับเตะ แชมเปี้ยนส์ลีก แบบมินิทัวร์นาเมนต์ ที่กรุงลิสบอน

เมืองลิสบอน ประเทศ โปรตุเกส จะกลายเป็นสังเวียนเต็งที่จะจัดการแข่งขันมิทิทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในเดือนสิงหาคมนี้หากได้รับไฟเขียวจากยูฟ่า จากเดิมที่จะแข่งขันแบบเหย้า-เยือน และชิงชนะเลิศที่ อิสตันบูล

ขณะที่การแข่งขัน ยูฟ่า ยูโรปาลีก นัดชิงชนะเลิศที่กำหนดการเดิมจัดขึ้นที่เมือง กดัญส์ก ประเทศโปแลนด์ มีแววที่จะโยกไปจัดแข่งขันใน เยอรมนี แทนที่ โดยจะได้ข้อสรุปในการประชุมผู้บริหาร ยูฟ่า ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้

รายงานจาก บีบีซี ระบุว่าผลจากการหารือในที่ประชุมของ ยูฟ่า ตลอดไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยข้อเสนอหลากหลาย โดยหนึ่งในนั้นเป็นการเรียกร้องให้จัดแข่งขันในรอบน็อคเอาท์แบบ 2 เลกเหย้า-เยือนตามเดิม อย่างไรก็ตามความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นหลังการประชุมในช่วงหลังมานี้มีแนวโน้มที่จะจัดแข่งภายใต้รูปแบบเดียวกับ ฟีฟ่า คลับเวิลด์คัพ โดยที่ประชุมเห็นว่าเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์กับการถ่ายทอดสดและผู้ชมผ่านหน้าจอโทรทัศน์มากกว่า

หากฝ่ายจัดการแข่งขันไฟเขียวในการจัดรูปแบบดังกล่าวจะทำให้รอบ 8 ทีมสุดท้าย และรอบรองชนะเลิศ รวมไปถึงนัดชิงชนะเลิศจะเกิดขึ้นในแบบมินิทัวร์นาเมนต์ภายใต้สนามปิดแบบไร้แฟนบอล และกำหนดการเบื้องต้นสำหรับ ยูซีแอล นัดชิงชนะเลิศคือวันที่ 23 สิงหาคม ขณะที่นัดชิงฯ ยูโรปาลีก จะเกิดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม

รายงานระบุว่า สเปน, เยอรมนี และ รัสเซีย ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเจ้าภาพในมินิทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว แต่ด้วยปัจจัยด้านที่ตั้งและการที่ไม่มีสโมสรใดจาก โปรตุเกส มีชื่อเหลืออยู่ในรายการดังกล่าวทำให้แดนฝอยทอง ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งในโค้งสุดท้าย

ทั้งนี้ ลิสบอน มีสนามฟุตบอล 2 สนาม ที่สามารถรองรับการจัดแข่งขันฟุตบอลระดับสูงได้ เช่นเดียวกับมีโรงแรมชั้นนำที่สามารถรองรับการเข้าพักของบุคลากรจากสโมสรฟุตบอลที่จะทำการแข่งขันได้

ผลการแข่งขัน แชมเปี้ยนส์ลีก ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายมีดังนี้
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-3 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
อตาลันต้า 8-4 บาเลนเซีย
แอตเลติโก มาดริด 4-2 ลิเวอร์พูล
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 0-4 แอร์เบ ไลป์ซิก

ส่วนคู่ที่ยังแข่งขันไม่จบทั้ง 2 เลกมีดังนี้
เรอัล มาดริด (1-2) แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เชลซี (0-3) บาเยิร์น มิวนิค
ลียง (1-0) ยูเวนตุส
นาโปลี (1-1) บาร์เซโลนา

ลือสนั่น โรนัลโด อำลา ยูเวนตุส หลังปิด เซเรีย อา ฤดูกาลนี้

ลือสนั่น คริสเตียโน โรนัลโด ดาวเตะวัย 35 ปี เตรียมอำลา ยูเวนตุส หลังสิ้นสุด เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาลนี้ ตามรายงานข่าวของ เรดิโอ รอสโซเนร่า สถานีวิทยุในอิตาลี

โรนัลโด ย้ายจากเรอัล มาดริด มาร่วมทีมยูเวนตุสในปี 2018 ด้วยค่าตัว 112 ล้านยูโร และยังคงรักษามาตรฐานนักเตะระดับโลกไม่เสื่อมคลาย ลงเตะให้ ม้าลายไป 75 นัดก่อนโควิด-19 ยิงไปแล้ว 53 ประตู และกำลังจะพา ยูเวนตุสคว้าสคูเดตโต เป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกัน และเป็นแชมป์ลีกอิตาลีสมัยที่ 2 ของดาวเตะโปรตุเกส อย่างไรก็ตาม สื่อในอิตาลียืนยันว่า โรนัลโด มีแผนจะอำลาอิตาลีทันทีเมื่อจบฤดูกาลนี้

ปิเอโตร บัลซาโน่ โปรต้า นักข่าวชื่อดังของประเทศอิตาลีทวีตข้อความว่า "ผมกล้ายืนยันว่าฤดูกาลนี้อาจจะเป็นจุดสิ้นสุดระหว่าง โรนัลโด และ ยูเวนตุส ผู้คนอาจกำลังมองว่านี่เป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้เลย แต่ผมกำลังเกาะติดเรื่องนี้"

สื่อรายงานว่ามีเพียงไม่กี่สโมสรที่สามารถจ่าย โรนัลโด ได้ ซึ่งเวลานี้มี 2 ทีมที่เด่นชัดที่สุดคือ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในฝรั่งเศส หรือ แมนฯซิตี้ ในอังกฤษ ซึ่งรายหลังยังต้องรอลุ้นผลการตัดสินลงโทษกรณีฝ่าฝืนกฏการเงิน ไฟแนนเชียล ฟีฟ่า แฟร์เพลย์ และอาจส่งผลถูกแบนจากฟุตบอลยุโรป 2 ปี

ฮุบนิวคาสเซิ่ลสะดุด!กลุ่มทุนซาอุฯโดนแฉทำเรื่องผิดกฎหมาย

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ องค์การการค้าโลก บอกว่า ซาอุดิอาระเบีย คือผู้อยู่เบื้องหลังของสื่อที่สตรีมรายการกีฬาแบบสดๆ ผิดกฎหมาย อย่างเช่นการแข่ง พรีเมียร์ลีก ทำให้การฮุบ นิวคาสเซิ่ล ของกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียเจอปัญหาครั้งใหญ่
    กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียเจอปัญหาใหม่ในภารกิจเทคโอเวอร์ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ฟ้องว่าซาอุดิอาระเบียมีส่วนกับการละเมิดลิขสิทธิ์การถ่ายทอดรายการกีฬาต่างๆ ในย่านตะวันออกกลาง ซึ่งนั่นรวมถึงเกม พรีเมียร์ลีก ด้วย ตามการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    นิวคาสเซิ่ล ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวเจ้าของทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียซึ่งนำโดยเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย พยายามที่จะเข้าเทคโอเวอร์ทีม โดยพวกเขาพร้อมให้ข้อเสนอเป็นมูลค่าสูงถึง 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 12,000 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ปัญหาหลักที่ทำให้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าดีลนี้จะลุล่วงรึเปล่าคือการที่หลายฝ่ายมองว่าราชวงศ์ของซาอุดิอาระเบียเคยมีข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายหน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการตั้งข้อสงสัยว่ามกุฎราชกุมาร บิน ซัลมาน ทรงสั่งให้สังหาร จามาล คาชูจกิ นักข่าวรายหนึ่งที่มักจะวิจารณ์รัฐบาลซาอุดิอาระเบียอย่างหนัก แต่ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวลือว่าคนใหญ่คนโตของ พรีเมียร์ลีก ไม่มีปัญหาอะไร และพร้อมจะอนุมัติดีลนี้ เหลือเพียงรอการลงนามอย่างเป็นทางการเท่านั้น

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ดับเบิ้ลยูทีโอ แฉว่า ซาอุดิอาระเบีย คือผู้อยู่เบื้องหลังของ beoutQ สื่อที่ทำการสตรีมสดการแข่งกีฬารายการต่างๆ บนโลกออนไลน์แบบผิดกฎหมาย โดยที่ ดับเบิ้ลยูทีโอ เตรียมจะเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่มียาวระดับ 130 หน้า ภายในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ด้วย

    สำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากๆ และมันก็อาจจะทำให้บรรดาคนใหญ่คนโตของ พรีเมียร์ลึก อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากว่าจะทำยบังไงต่อไป โดยที่จริงก่อนหน้านี้ทั้ง พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ต่างก็เคยพยายามฟ้องร้อง beoutQ จากข้อหาการละเมิดลิขสิทธิ์มาตลอด แต่มันไม่มีบริษัทกฎหมายในประเทศซาอุดิอาระเบียรับทำคดีเลย ทั้งที่มีการติดต่อไปถึง 9 บริษัท จนสุดท้ายต้องให้ ดับเบิ้ลยูทีโอ มาลุยเอง

การันตีออกฟีฟ่า ธีราทร ฝีเท้าไม่ต่างจากบราซิล

เวบไซต์ fifa.com ในหมวดข่าวของฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในรอบสุดท้ายได้นำบทสัมภาษณ์ของ ธีราทร บุญมาทัน มานำเสนอรวมไปถึง การพูดถึงคุณภาพของนักเตะอย่าง ธีราทร บุญมาทัน โดย อันเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือของสโมสรฟุตบอลโยโกฮามา เอฟมารินอส ที่ทั้งสองคนได้ร่วมมือกันตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมาจนพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของญี่ปุ่นอย่างศึกฟุตบอลเจลีก 1 ฤดูกาล 2019
   โดย อันเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือของสโมสรฟุตบอลโยโกฮามา เอฟมารินอส อดีตกุนซือทีมชาติออสเตรเลียถ่ายทอดประสบการณ์ที่เห็นผ่านการร่วมงานกับ “กัปตันอุ้ม”ธีราทร  บุญมาทัน ชื่นชมดาวเตะจากไทยแสดงออกได้อย่างยอดเยี่ยมในเวทีเจลีกตั้งแต่สมัยวิสเซิลโกเบ จากการถูกยืมตัวมาจากสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  ฟอร์มการเล่นที่โชว์ศักยภาพออกมาในตำแหน่งเกมรับไม่ได้แตกต่างจากผู้เล่นบราซิลเกมรับที่โลดแล่นในลีกญี่ปุ่น  ซึ่งการดึงมาสู่รังของมารินอสก็ช่วยยกระดับทีมจนพาทีมคว้าแชมป์ในปี 2019 ได้สำเร็จ

    สำหรับ อันเก้ ปอสเตโคกลู เข้ามารับงานในลีกญี่ปุ่นกับสโมสร โยโกฮามา เอฟมารินอส  ตั้งแต่ฤดูกาล 2018  พาทีมคว้าแชมป์เจลีก ปี 2019 และรองแชมป์ฟุตบอลเจลีก คัพ 2018  อีกทั้งยังพาทีมไปเล่นในรายการชิงแชมป์สโมสรเอเชีย 2020 ได้สำเร็จ หลังจากก่อนหน้านี้สโมสรต้องพลาดโอกาสในการลงเล่นรายการระดับทวีปมาถึง 7 ปี ครั้งล่าสุดต้องย้อนกลับไปถึงปี 2014