ลดระดับ?ทีมชปช.สนดึงลินการ์ดเสริมแกร่ง

ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษ ระบุ เจสซี่ ลินการ์ด ตกเป็นที่สนใจของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เพิ่มอีก 1 ทีม หลังจาก "เดอะ แบ็กกี้ส์" กำลังมองถึงการทำทีมในกรณีที่เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้

    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังคิดที่จะดึง เจสซี่ ลินการ์ด ปีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ถ้าหากพวกเขาได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    ลินการ์ด ส่อแววหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มทีแล้ว หลังจากไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองใน 3 นัดหลังสุด โดยเกมสุดท้ายที่เขาได้เล่นให้ทีมคือเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ต้นสังกัดเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    สำหรับ เวสต์บรอมฯ นั้น ปัจจุบันเป็นรองจ่าฝูงของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นโควตาที่จะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ หลังจากเก็บไป 80 คะแนน จากการลงเล่น 42 นัด มากกว่า ฟูแล่ม ทีมในอันดับ 3 อยู่ 4 แต้ม แต่ทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ลงเล่นน้อยกว่าอยู่ 1 เกม โดยนอกจาก เวสต์บรอมฯ แล้วนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 27 ปีเช่นกัน

แมนยูยื่นกว่า 2,000 ล. ล่า “สคริเนียร์” เสริมหลัง

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูเอาจริงกับการล่าตัว มิลาน สคริเนียร์ ปราการหลัง อินเตอร์ มิลาน เพราะล่าสุดมีข่าวทาบซื้อแล้วที่วงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท 

           แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้มีการยื่นข้อเสนอเงินจำนวน 65 ล้านยูโร (ประมาณ 2,275 ล้านบาท) ไปให้ อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พิจารณา เพื่อขอซื้อตัว มิลาน สคริเนียร์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งทีมชาติสโลวาเกีย มาเสริมทัพ ตามรายงานจาก ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนมะกะโรนี เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

           เป็นที่ชัดเจนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด หวังยกระดับในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางเพื่อสู้ศึกในฤดูกาล 2020/21 ถึงแม้เพิ่งลงทุนมหาศาลไปกับการคว้าตัว แฮร์รี แม็กไกวร์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษ มาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว

           ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่มีข่าวเกี่ยวโยงกับ สคริเนียร์ มาตลอด ทว่าล่าสุดกลายเป็น "ปีศาจแดง" ที่ดูจริงจัง โดย ตุ๊ตโต้สปอร์ต ระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ทาบซื้อ ดาวเตะวัย 25 ปี แล้ว ที่วงเงิน 65 ล้านยูโร แต่เชื่อกันว่า "งูใหญ่" ต้องการอย่างน้อย 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,800 ล้านบาท)

           ทั้งนี้ สคริเนียร์ เป็นกำลังสำคัญให้กับ อินเตอร์ มาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ซามพ์โดเรีย เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 โดยจนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ทีม "เนรัซซูร์รี่" ไปแล้ว 122 นัด ทำได้ 4 ประตู

ซูเนสส์ชูสเตอร์ลิงเหนือกว่า1แนวรุกลิเวอร์พูล

แกรม ซูเนสส์ ระบุ ในมุมมองของตนนั้น ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ เก่งกว่า ซาดิโอ มาเน่ นิดๆ พร้อมเชื่อว่า สเตอร์ลิง เป็นนักเตะที่ทุกสโมสรอยากมีอยู่ในทีม

    แกรม ซูเนสส์ ตำนานกองกลางของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเห็นว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ปีก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เก่งกว่า ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะ ลิเวอร์พูล อยู่นิดหน่อย

    สเตอร์ลิง และ มาเน่ ต่างก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดช่วงที่ผ่านมาจนเป็นกำลังสำคัญให้กับต้นสังกัดของตัวเอง โดยรายแรกเพิ่งทำแฮตทริกช่วยให้ แมนฯ ซิตี้ บุกไปถล่ม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 5-0 ในเกมลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนทำให้ฤดูกาลนี้เขาทำประตูในลีกไปแล้ว 17 ลูก มากกว่า มาเน่ 1 ประตู

    ซูเนสส์ กล่าวระหว่างทำหน้าที่กูรูของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีหลังจบเกมที่ แมนฯ ซิตี้ ชนะ ไบรท์ตันฯ ว่า "สเตอร์ลิง น่ะเป็นของจริง ทุกทีมในโลกคงอยากมีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีมแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า หรือ บาเยิร์น มิวนิค สเตอร์ลิง อายุน้อยกว่านิดหน่อย ทั้งคู่มีคุณภาพในแบบที่คล้ายๆ กัน แต่ สเตอร์ลิง ก็อยู่ในระดับเดียวกับ มาเน่ ได้แล้ว (ทั้งที่อายุน้อยกว่า)

    "มาเน่ เป็นยอดนักรบ และแน่นอนว่าตอนนี้ทุกทีมอยากมีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีมเช่นกัน มาเน่ อยู่ในระดับสูงได้ในตอนที่เขามีอายุ 28 ปี ส่วน สเตอร์ลิง ทำได้ในตอนที่มีอายุ 25 ปี และที่จริงเขายังเหลือเวลาอีก 3 ปีก่อนจะถึงช่วงพีคในอาชีพการค้าแข้งด้วยซ้ำ (อ้างอิงจากการที่หลายคนมักจะคิดว่านักฟุตบอลจะเข้าช่วงพีคในอายุ 28-29 ปี) ดังนั้นผมเลยคิดว่าเขาเหนือกว่านิดหน่อย"

“แรชฟอร์ด” ทั้งยิงทั้งจ่าย!แมนยูแต้มทาบเลสเตอร์หลังบุกบดพาเลซคาถิ่น

มาร์คัส แรชฟอร์ด ฟอร์มสุดร้อนแรงหลังยิงหนึ่งจ่ายหนึ่งช่วย "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกคว้าชัยถึงถิ่น "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พลาเลซ 2-0 ส่งผลให้แมนยูมีแต้มขยับขึ้นไปเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ยังคงรั้งอันดับ 5 ตามเดิมเพราะประตูได้เสียเป็นรอง ในศึก ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
คริสตัล พาเลซ 0   –    2 แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : เซลเฮิร์สท์ พาร์ค

    เริ่มเกมครึ่งแรก เพียงแค่นาทีที่ 2 เท่านั้นเป็น พาเลซ ได้โอกาสก่อน จอร์แดน อายิว ส่งบอลให้ วิลฟรีด ซาฮา ไปทางมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อน ซาฮา จะโยกหลอกแผงหลังผีแดงแล้วกดเน้นๆ บอลพุ่งตรงไปที่เสาแรกทำท่าจะเสียบมุมแต่ไม่ผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ที่พุ่งปัดไว้ได้อย่างหวุดหวิด เรียกได้ว่ายิงสวยแล้วแต่ป้องกันได้สวยกว่า

    นาทีที่ 7 ยังคงเป็นเจ้าบ้านที่โหมบุกอย่างหนัก โจเอล วอร์ด เติมขึ้นมาเปิดบอลโด่งทางฝั่งขวาบอลเลยมาอยู่ที่ วิลฟรีด ซาฮา ในเขตโทษผีแดงเจ้าตัวทำท่าจะง้างเท้ายิงแต่ถูก บรูโน่ แฟร์นันด์ส จิ้มบอลไว้ได้ก่อนแต่ดันไหลไปเข้าทาง พาทริค ฟาน อานโฮลท์ วิ่งเข้ามาหวดเต็มข้อแต่ก็ยังไม่ผ่านบล็อกแข้งผีแดง

    นาทีที่ 11 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดยัดเข้ามากลางกรอบเขตโทษเลยมาตกใส่หัว แฮร์รี่ แม็กไกว์ แต่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัวเลยทำให้ทิศทางบอลย้อนกลับออกหลังไป

    นาทีที่ 12 ทีมเยือนได้ลูกเตะมุมอีกครั้งคราวนี้เป็น แฮร์รี่ แม็กไกว์ ที่เบียดเอาชนะแข้งพาเลซได้โขกเต็มๆ หัว แต่กดไม่ลงทำให้บอลเหินข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

    ผ่านมาถึงนาทีที่ 21 แมนยูเปิดเกมรุกขึ้นมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษพาเลซที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าตัวตัดสินใจโยกหลอกก่อนจะซัดด้วยเท้าซ้ายแต่ไปติดตัว แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ ในจังหวะนี้ผู้ตัดสินเปาให้เจ้าบ้านได้ฟาวล์เพราะ แรชฟอร์ด ไปเตะเข้าที่หน้าขา ทาวน์เซ่นด์ หลังจากปล่อยบอลไปแล้ว

    นาทีที่ 27 พาเลซ สร้างความหวาดเสียวได้อีกครั้ง เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ได้เปิดบอลสุดริมเส้นฝั่งซ้าย

    นาทีที่ 29 ทัพอสรูแดงตอบโต้กลับมาบ้าน มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลโด่งทางฝั่งซ้ายเลยข้ามฝั่งไปถึง อารอน วาน-บิสซาก้า ที่เติมเกมรุกขึ้นมาได้หวดเน้นๆ แต่ดันไปติดบล็อกแข้งพาเลซกระดอนออกไป

    นาทีถัดมา แมนยู ได้โอกาสงามๆ อีกครั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งแหวกกระชากพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนหักข้อผ่านบอลไปให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยืนอยู่โล่งๆ ได้กดด้วยเท้าซ้ายแต่ดันโดนไม่ดีทำให้บอลหลุดออกข้างเสาประตูไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง

    นาทีที่ 39 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลอยโค้งมาเข้าหัว แฮร์รี่ แม็กไกว์ ที่ได้ขึ้นโขกเต็มๆ แต่เจ้าตัว

    นาทีที่ 41 พาเลซ ทำเสียวไส้ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ลิเดนเลิฟ จ่ายบอลยัดเข้าไปในกรอบเขตโทษผีแดงเป็น วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่พยายามแหย่เท้าสกัดแต่บอลดันไหลไปเข้าทาง จอร์แดน อายิว ได้กดเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังดีมี ดาบิด เด เคอา ยืนตำแหน่งดีชกบอลออกไปได้

    นาทีที่ต่อมา แมนยู เปิดเกมรุกกลับมาบ้าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้ตะบันไกลบอลหลุดออกข้างเสาไปไม่ถึงหลา

    นาทีที่ 44 วิลฟรีด ซาฮา ถูก แฮร์รี่ แม็กไกว์ หวดล้มลงในเขตโทษแมนยูแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้เล่นต่อไป แต่เมื่อกลับมาดูภาพช้าก็ดูเหมือนว่า ซาฮา จะถูกเตะที่ขาแบบไม่มีบอลเข้ามาเกี่ยวข้อง

    นาทีที่ 45+1 ปีศาจแดงออกนำ 1-0 จากจังหวะทำเกมสุดเหนือชั้น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ส่งให้  บรูโน่ แฟร์นันด์ส หน้ากรอบเขตโทษพาเลซแล้วผ่านบอลต่อไปให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จับบอลแล้วใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาลากจี้เข้าไปในเขตโทษทางฝั่งซ้ายก่อนจะหลอกทำท่าว่าจะยิงด้วยเท้าซ้ายและแต่งเข้าเท้าขวาแปเล่นมุมเข้าไปอย่างสวยงาม เล่นเอา พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ที่พยายามตามมาสกัดถึงกับล้มหัวทิ่มหัวตำ

    นาทีที่ 45+3 พาเลซ เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อได้ลูกฟรีคิกบริเวณมุนกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้าย ลูก้า มิลิโวเยวิช วิ่งเข้ามาปั่นบอลพุ่งโค้งทำท่าจะมุมเสียบสามเหลี่ยมมุมบนแต่ยังคงไม่ผ่านมือ เด เคอา ที่บินสุดตัวยืดสุดแขนปัดไว้ด้วยปลายมืออีกครั้ง

    จบครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกแต่ แมนยู จบได้คมกว่าบุกมานำไปก่อน 1-0

    มาลุ้นต่อกันครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นาทีที่ 51 เป็นแมนยู ที่ทำเกมรุกขึ้นไปทางฝั่งขวา บรูโน่ เปิดบอลโด่งยัดไปในเขตโทษโดยมี แรชฟอร์ด ยืนรออยู่แต่ถูก มามาดู ซาโก้ ที่อ่านเกมดีหวดเคลียร์บอลออกไปได้ก่อน

    นาทีที่ 53 พาเลซตอบโต้กลับ วิลฟรีด ซาฮา ได้กลับตัวในเขตโทษแล้วพลิกยิงแต่ไปติดตัว แม็กไกว์ ในจังหวะแรกก่อน แม็กไกว์ จะตามเก็บบอลแล้วหวดเคลียร์ออกไป

    นาทีที่ 55 คริสตัน พาเลซ พลาดได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะกึ่งยิงกึ่งผ่านของ วิลฟรีด ซาฮา รอดขา อารอน วาน-บิสซาก้า บอลเลยไปเสาไกลเข้าทาง จอร์แดน อายิว ที่เติมขึ้นมาล้มตัวยิงเข้าไปแต่จังหวะนี้มีการเช็กวีเออาร์และ เกรแฮม สกอตต์ ผู้ตัดสินกลับคำตัดสินลงโทษพาเลซเป็นลูกล้ำหน้าในจังหวะที่ อายิว เล่นบอลทำให้ แมนยู ยังคงมีสกอร์นำอยู่ 1-0 ตามเดิม

    นาทีที่ 57 ป็อกบา ได้ส่องไกลแต่ทิศทางไม่ดีบอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 60 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้ง เจมส์ แม็คคาร์ธี่ ตั้งป้อมหวดเหน่งๆ กลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาแต่บอลไปตรงตัว เด เคอา ล้มลงรับไว้ได้ไร้ปัญหา
   
     นาทีที่ 62 แมนยูเกือบได้ประตูที่สอง แรชฟอร์ด ฉกบอลได้แล้วส่งบอลให้ มาร์กซิยาล ก่อนจะฉีกไปรับบอลแล้วหลุดเข้าไปแปเล่นทางหวังเข้าเสาไกลแต่ไม่ผ่านมือ บิเซนเต้ กวาอิต้า ที่พุ่งคว้าบอลไว้ได้อย่างหวุดหวิด

    นาทีที่ 71 ผีแดงได้ลุ้นอีกครั้ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดบอลยัดเข้าไปในเขตโทษแต่ถูกแข้งเจ้าถิ่นเตะสกัดออกมาในจังหวะแรกไม่ดีไหลมาเข้าทาง บรูโน่ วิ่งเข้าไปซ้ำจังหวะสองด้วยเท้าซ้ายแต่โดนไม่ดีทำให้บอลค่อยๆ ไหลหลุดออกหลังไป

    นาทีที่ 73 พาเลซ เปิดเกมรุก เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ตัวสำรองที่พึ่งเปลี่ยนลงมากระชากเดียวจี้ไปหน้ากรอบเขตโทษแมนยูแล้วตัดสินใจยิงด้วยเท้าซ้ายและคุมทิศทางไม่ดีบอลไหลออกข้างเสาไป

    นาทีที่ 75 แมนยู พลาดได้ประตูนำห่างไปแบบสุดเหลือเชื่อเมื่อ แรชฟอร์ด หลุดขึ้นไปเปิดบอลสุดริมเส้นทางฝั่งซ้ายบอลเลยมาถึง บรูโน่ ที่ยืนรออยู่บริเวณจุดโทษโล่งๆ แบบไร้ซึ่งตัวประกบก่อนเจ้าตัวจะยิงเต็มข้อแต่บอลเจ้ากรรมพุ่งไปชนเสาอย่างจังเล่นเอาเจ้าตัวถึงกับออกอาการเสียดายสุดๆ

    นาทีที่ 78 แมยู ได้ประตูนำห่างจนได้เป็น 2-0 จากจังหวะกระชากบอลแหวกสามของ แรชฟอร์ด ก่อนส่งต่อให้ บรูโน่ แล้วเบิ้ลบอลกลับมาให้ แรชฟอร์ด แปยัดไปให้ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้ายแล้วล้มตัวแปบอลเล่นทางไปเสาไกลเข้าไปไม่พลาด นับเป็นการประสานงานแบบไรที่ติของแนวรุกอสูรแดงเลยดีเดียว

    และต่อเนื่องในจังหวะดังกล่าวเกมหยุดไปถึง 6 นาทีเหตุเพราะ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ บาดเจ็บหนักจากการถูก มาร์กซิยาล ล้มทับแบบไม่ตั้งใจหลังยิงประตูจนทีมแพทย์ต้องเข้ามาดูอาการและพาขึ้นเปลสนามหามออกไปปฐมพยาบาลด้านนอก

    นาทีที่ 87 ยังคงเป็นทัพปีศาจแดงได้บุกอย่างต่อเนื่องบอลมาอยู่ที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ดึงหลอกตรงมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วซัดทันทีแต่น้ำหนักเบาเกินไป บิเซนเต้ กวาอิต้า รับไว้ไม่ยากเย็น

    นาทีที่ 90 ดาบิด เด เคอา ต้องออกแรงเหนื่อยอีกครั้งเมื่อ วิลฟรีด ซาฮา หลุดเข้าไปซัดเน้นๆ ทางฝั่งขวาหวังยัดเข้าเสาแรกแต่ก็ยังถูก เด เคอา ล้มตัวใช้ปลายเท้าป้องกันไว้ได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง

    นาทีที่ 90+3 แรชฟอร์ด บรรจงปั่นบอลโค้งทำท่าจะมุดเสียบใต้คานแต่ กวาอิต้า นายด่านปราสาทเรือนแก้วยังทะบานปัดด้วยมือเดียวไว้ได้ เจ้าถิ่นรอดพ้นการเสียประตูที่สามช่วงท้ายเกม

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม แมนยู บุกมาอัด พาเลซ ถึงถิ่น 2-0 คว้าชัยสำคัญทำให้มีแต้มขึ้นไปเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ 62 คะแนน แต่ แมนยู ยังอยู่อันดับที่ 5 ตามเดิมเพราะประตูได้เสียเป็นรองทัพจิ้งจอกสีน้ำเงิน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    คริสตัล พาเลซ (4-5-1) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, สกอตต์ แดนน์, มามาดู ซาโก้, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ – วิลฟรีด ซาฮา, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ – จอร์แดน อายิว

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกว์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา  – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

แกรี่เทียบชัดๆสามแนวรุกแมนยูกับลิเวอร์พูลต่างกันยังไง

หลังจากหลายคนถึงขั้นบอกว่า 3 แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เก่งพอๆ กับของ ลิเวอร์พูล แล้วนั้น ล่าสุด แกรี่ เนวิลล์ ก็ออกมาเบรกว่า 3 ประสานของ "ปีศาจแดง" ยังด้อยกว่าของ "หงส์แดง" พอตัว แต่เสริมว่าพวกเขาก็มีโอกาสที่จะพัฒนาฝีเท้าจนเก่งขึ้นได้เช่นกัน

    แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า 3 แนวรุกตัวจริงของ "ปีศาจแดง" ในตอนนี้ ยังไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับของ ลิเวอร์พูล คู่อริร่วมลีกแต่อย่างใด

    หลายเกมที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกใช้งาน มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด เป็น 3 ตัวหลักในแนวรุก ซึ่งทั้งหมดต่างก็ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะ กรีนวู้ด ที่ทำประตูได้ 3 นัดติดต่อกันแล้ว และมันก็ทำให้บางคนถึงขั้นบอกว่าตอนนี้ 3 แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เก่งพอๆ กับของ ลิเวอร์พูล ที่ประกอบไปด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เลย

    เนวิลล์ คนพี่ กล่าวในรายการพ็อดแคสต์ของตัวเองว่า "โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ต่างก็เป็นพวกที่พัฒนากันจนถึงจุดสูงสุดของพวกเขาแล้ว พวกเขาต่างก็เป็นที่ยอมรับของหลายคน พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นของจริง พวกเขาเป็น 3 แนวรุกที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ผมพูดแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์ลีกด้วยซ้ำ"

    "3 แนวรุกที่ ยูไนเต็ด มีในตอนนี้ยังไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับ 3 แนวรุกของ ลิเวอร์พูล หรอก คุณจะคาดหวังว่าพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันแล้วไม่ได้ แต่แน่นอนว่าพวกเขามีพรสวรรค์และความสามารถดีพอ (ที่จะขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกันในอนาคตได้) ก่อนหน้านี้มันมีการตั้งประเด็นว่า แรชฟอร์ด ดีพอรึเปล่า, มาร์กซิยาล ดีพอรึเปล่า และสมัยก่อน กรีนวู้ด ก็ยังแจ้งเกิดไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พวกเขากำลังพิสูจน์ว่าพวกเขามีดีพอ พวกเขากำลังแสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นในระดับที่ได้ และพวกเขาก็จะทำได้ดีขึ้นแน่ๆ"

    "ตอนนี้ 3 แนวรุกของ ลิเวอร์พูล อยู่เหนือกว่า แต่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่ามีอนาคตที่น่าตื่นเต้น ถ้าคุณเชื่อมั่นในตัวนักเตะดาวรุ่ง และให้โอกาสพวกเขาลงเล่นในตำแหน่งที่พวกเขาอยากเล่นแล้วล่ะก็ คุณก็จะรู้สึกทึ่งกับเรื่องที่ว่านักเตะเหล่านั้นสามารถทำอะไรให้คุณได้"

สื่อเผยปืนต้องขายก่อนซื้อแข้งใหม่ร่วมทีม

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังของอังกฤษรายงานว่า มิเกล อาร์เตต้า อาจจะต้องขายนักเตะในทีมก่อนที่จะคิดเรื่องเสริมทัพใหม่เข้ามา

 หลังชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล 2-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ทางนายใหญ่ชาวสเปนชี้ว่าทีมยังต้องเสริมทัพนักเตะที่มีศักยภาพเพื่อเข้ามายกระดับทีมในการกลับมาขึ้นมาเป็นทีมหัวแถวอีกครั้ง

 อย่างไรก็ตามปัญหาของสโมสรก็คือเรื่องการเงินที่ในช่วงหลังไม่ได้ไปเล่นในเวทีใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทำให้รายได้หายไปไม่น้อยในแต่ละปี ส่งผลให้ทีมมีปัญหาในเรื่องซื้อนักเตะใหม่มาเสริมทีม

 ล่าสุดทางสื่อแดนผู้ดีเผยว่าหากทาง "ปืนใหญ่" จะเสริมนักเตะใหม่เข้ามาจะต้องปล่อยนักเตะในทีมออกไปก่อนเพื่อระดมทุนสำหรับการซื้อแข้งใหม่เข้ามา

 รายงานยังเผยว่า อาร์เซน่อล อาจจะสูญเสียได้ราว 30 ล้านปอนด์หากทีมไม่สามารถแย่งตั๋วไปลุยในยูโรปา ลีกฤดูกาลหน้าได้ ซึ่งคงส่งผลต่อเรื่องเสริมทัพแน่นอน

 

เผยท่าทีล่าสุดของลิเวอร์พูลเรื่องดีลติอาโก้

อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ ลิเวอร์พูล ไม่ได้คิดว่าจำเป็นต้องดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาร่วมทีมเลย โดยทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะล่าตัวเขาและนักเตะชื่อดังคนอื่นๆ ถ้าหากมีกำลังหลักคนไหนบอกลา "หงส์แดง" เท่านั้น

    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ได้กำหนดให้การดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลาง บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพ เป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดแต่อย่างใด ตามรายงานของ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาระดับโลก

    "หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับ ติอาโก้ อย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่อดีตดาวเตะ บาร์เซโลน่า ต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ ภายหลังเล่นในเยอรมนีมาตั้งแต่ปี 2013 ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก็ชื่นชอบฝีเท้าของเขามานานแล้ว

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด อีเอสพีเอ็น บอกว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจำเป็นต้องดึงแข้งชื่อดังมาร่วมทีมเลย และจะยอมซื้อนักเตะชื่อก้องมาร่วมทัพก็ต่อเมื่อมีแข้งกำลังหลักคนไหนย้ายออกจากทีมเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ คล็อปป์ และบอร์ดบริหารด้านการเสริมทัพของสโมสรที่นำโดย ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้อำนวยการกีฬาฝีมือดีก็มั่นใจว่าบรรดาแกนหลักในขุมกำลังชุดปัจจุบันจะยังอยู่กับทีมต่อไป นอกจากนี้ สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า คล็อปป์ ก็ยังพอใจในตัว นาบี เกอิต้า และ เคอร์ติส โจนส์ ด้วยเช่นกัน

สิงห์กู้ศรัทธา! “ชิรูด์” โขกชัยพาเชลซีเบียดนอริชยึดที่3แน่น

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงห์บลูส์" พาทีมกลับสู่เส้นทางอีกครั้งหลังเปิดรังเฉือน นอริช ที่ตกชั้นไปแล้ว 1-0 จากประตูชัยช่วงทดเจ็บครึ่งแรกของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนยึดอันดับ 3 ของตารางนำ แมนยู, เลสเตอร์ 4 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด พาสิงโตน้ำเงินครามแพ้ยับ 0-3 ต่อเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่บรามอลล์ เลน นัดล่าสุด ทำให้สถานการณ์การลุ้นท็อปโฟร์ระหว่างพวกเขากับเลสเตอร์ และแมนฯ ยูไนเต็ด เปิดกว้างทันที

    ส่วนทาง ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ พาทีม ”นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ ตกชั้นเป็นที่เรียบร้อย หลังจากแพ้เวสต์แฮม ยับเยิน 0-4 เกมก่อน และจากคะแนนที่มีโอกาสที่พวกเขาจะเป็นบ๊วยในฤดูกาลนี้มีถึง 99 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

    3 นาทีผ่าน "สิงห์บลูส์" ทักทายก่อนเป็นจังหวะเติมของ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า สอดขึ้นมาโยนเข้าเขตโทษให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค โขกบอลเปลี่ยนทางแต่โดนหนาไปเข้าข้างตาข่าย

    นาทีที่ 20 เจ้าถิ่น โหมบุกหนักได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกตักเข้าเขตโทษของ จอร์จินโญ่ บอลไปโดนหัว เบน ก็อดฟรี่ย์ เลยมาเข้าทาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ตวัดเร็วด้วยซ้ายแต่เบาเข้ามือ ทิม ครูล

    7 นาทีต่อมาคราวนี้เป็นบอลริมเส้นฝั่งซ้ายของ มาร์กอส อลอนโซ่ เติมขึ้นมาสุดเส้นก่อนตวัดหักข้อให้ คริสเตียน พูลิซิช ตั้งป้อมยิงในเขตโทษหลุดกรอบออกไปอีก

    "สิงห์บลูส์" ดูมีปัญหาในการจบสกอร์นาทีที่ 29 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จ่ายเข้าในให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ สอดมารอรับบอลแบบไร้ตัวประกบแต่จังหวะยิงไม่ดีเหินข้ามคานเหลือเชื่อ

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที เชลซี ได้เสียวจากลูกเตะมุมของ วิลเลี่ยน ปั่นมาเสาแรกให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า โขกเปลี่ยนทางไปเสาไกลแต่บอลลึกออกหลัง รูเบน ลอฟตัส-ชีค ตามชาร์จไม่ทัน

    2 นาทีต่อมา เจ้าถิ่น พลาดโอกาสทองจากลูกวางยาวของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ บอลมาตกใส่ คริสเตียน พูลิซิช หมุนตัวอัดด้วยซ้ายไปติดปลายมือ ทิม ครูล ชนคานหลุดออกหลังไป

    แต่แล้วช่วงทดเจ็บ เชลซี ทะยานออกนำจนได้เป็น คริสเตียน พูลิซิช แต่งหาจังหวะก่อนปั่นเข้าเขตโทษให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เบียดเอาชนะ ทิมม์ โคลเซ่ ทิ้งตัวโขกผ่านมือ ทิม ครูล ตุงตาข่าย

    หมดครึ่งเวลาแรก เชลซี 1 นอริช 0

    ครึ่งหลังผ่านมา 10 นาทียังคงเป็น เจ้าถิ่น เร่งเครื่องไม่หยุดเกือบบวกสกอร์เพิ่มจากลูกขยันของ วิลเลี่ยน ตามไปฉกบอลก่อนลองซัดด้วยขวาไปแฉลบแนวรับ นอริช ข้ามคานออกหลังไป

    นาทีที่ 65 เป็นจังหวะเติมอีกครั้งของ มาร์กอส อลอนโซ่ ครอสเรียดเข้าในเลยมาถึง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า วิ่งเข้าอัดด้วยซ้ายแบบไม่จับบอลหลุดข้ามคานออกไปนิดเดียว

    ก่อนหมดเวลา 15 นาที "สิงห์บลูส์" หวิดปิดกล่องคราวนี้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ถอยลงมาตักคืนให้ คริสเตียน พูลิซิช หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายติดปลายมือ ทิม ครูล ควักทิ้งออกมาได้

    2 นาทีถัดมา มาร์กอส อลอนโซ่ ขอบ้างเติมขึ้นมาโขกบอลเน้นๆที่เสาไกลแต่ต้องชม ทิม ครูล ที่เหนียวหนึบเหลือเกินในเกมนี้โชว์ ซุปเปอร์เซฟ อีกครั้ง
   
    ก็ยังปิดเกมไม่สำเร็จ 5 นาทีสุดท้าย วิลเลี่ยน ถอยมาเก็บบอลทางขวาก่อนป้ายเร็วให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โฉบมาทิ่มเปลี่ยนทางบอลหลุดกรอบออกหลังเหมือนเดิม

    จังหวะลุ้นส่งท้ายของ เชลซี ได้จากฟรีคิกหน้าหัวกะโหลกของ วิลเลี่ยน ปั่นโค้งด้วยขวาเล็งเสาแรกไปติดเซฟ ทิม ครูล เช่นเคย

    จบเกม เชลซี 1 นอริช 0 ลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนยึดอันดับ 3 ของตารางนำ แมนยู, เลสเตอร์ 4 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่ (รีซ เจมส์ น.80) – รูเบน ลอฟตัส-ชีค (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.67), จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช – วิลเลี่ยน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.86), คริสเตียน พูลิซิช (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.81)

ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    นอริช (4-2-3-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ อารอนส์, เบน ก็อดฟรี่ย์, ทิมม์ โคลเซ่, จามาล ลูอิส – อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์ (มาร์โค ชตีเปอร์มันน์ น.79) – โอเนล เอร์นานเดซ (ตีมู ปุ๊กกี้ น.79) – เคนนี่ แม็คลีน, ลูคัส รุปป์, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (เอมิเลียโน่ บวนเดีย น.71) – โจซิป เดอร์มิค (อดัม ไอดาห์ น.79)

ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

สนับสนุนเต็มที่!ฮามันน์เชียร์ลิเวอร์พูลเดินหน้าดีลติอาโก้

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล มีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด ดีทมาร์ ฮามันน์ ก็สนับสนุนดีลนี้อย่างเต็มที่ โดยบอกว่าปัจจุบันแผงกองกลางของ ลิเวอร์พูล มีเพียงพวกสายบู๊วิ่งไล่ ต่างกับ ติอาโก้ ที่เป็นจอมเทคนิค
    ดีทมาร์ ฮามันน์ อดีตกองกลางคนดังของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สนับสนุนให้ "หงส์แดง" คว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพให้ได้ เพราะเชื่อว่าเขาจะเป็นกำลังหลักให้ "หงส์แดง" ได้

 

    ติอาโก้ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ตกเป็นข่าวกับ ลิเวอร์พูล หนักที่สุดในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่ว่ากันว่าดาวเตะดีกรีทีมชาติสเปนต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ และอยากย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วย ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก็ชื่นชอบฝีเท้าของเขามานานแล้ว

    ฮามันน์ เผยว่า "ในวัย 29 ปีน่ะ ตอนนี้มันถือว่าเขาไม่เข้ากับนโยบายการเสริมทัพของ ลิเวอร์พูล สักเท่าไหร่ แต่ผมก็ยังคิดว่านี่จะเป็นการเสริมทัพที่สมเหตุสมผล เพราะตอนนี้กองกลางที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีอยู่ในทีมน่ะเป็นพวกสายบูมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่ และ นาบี เกอิต้า เขาสามารถใช้งานนักเตะจอมเทคนิคอย่าง ติอาโก้ ได้เลย"

    "เงินจำนวนนั้น (ว่ากันว่า ติอาโก้ ถูกตั้งค่าตัวเอาไว้ที่ 30 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,200 ล้านบาท) จะถือเป็นดีลที่ดีมากๆ ในช่วงเวลาที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ลิเวอร์พูล อยากให้ราคามันถูกๆ อยู่แล้ว ติอาโก้ อายุ 29 ปีแล้ว และเมื่อทุกคนฟิตกันแล้วน่ะ กองกลางที่ บาเยิร์น เลือกใช้งานก็จะเป็น โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ตซ์ก้า และ โธมัส มุลเลอร์ เขาจะต้องตกเป็นตัวสำรองเป็นหลัก"

    "ติอาโก้ เคยมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับทีม ผมชอบดูการเล่นของเขา แต่ข้อเท็จจริงที่โหดร้ายก็คือ บาเยิร์น ไม่เคยไปถึงนัดชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เลยในช่วงที่เขาอยู่กับทีม ถึงกระนั้นผมก็ยังคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ ลิเวอร์พูล ควรจะล่าตัวมาร่วมทัพให้ได้มากที่สุดอยู่"

กลับอังกฤษ!เผยทีมชปช.สนดึงเจอร์ราร์ดนั่งเก้าอี้กุนซือ

เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อของอังกฤษ ตีข่าว สตีเว่น เจอร์ราร์ด กุนซือ เรนเจอร์ส กำลังตกเป็นเป้าหมายของ สตีฟ แลนส์ดาวน์ เจ้าของทีม บริสตอล ซิตี้ หลังจากที่ บริสตอล เพิ่งสั่งเด้ง ลี จอห์นสัน พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
    สตีฟ แลนส์ดาวน์ มหาเศรษฐีและเจ้าของทีม บริสตอล ซิตี้ สโมสรในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังเล็งที่จะดึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีม เรนเจอร์ส สโมสรในศึก สกอตติช พรีเมียร์ชิพ มาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม ตามรายงานของ เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    แลนส์ดาวน์ เพิ่งสั่งปลด ลี จอห์นสัน พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ทีมมีผลงานน่าผิดหวังจนถึงขั้นไม่ชนะใครมา 9 นัดติดต่อกัน โดยพอ จอห์นสัน โดนเด้งออกจากตำแหน่ง บริสตอล ก็ชนะ 2 นัดติดต่อกันทันทีเลย

    นอกจาก เจอร์ราร์ด แล้วนั้น คริส ฮิวจ์ตัน อดีตกุนซือ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน, ลี โบว์เยอร์ อดีตแข้งคนดังที่ตอนนี้คุม ชาร์ลตัน แอธเลติก อยู่ และ ไรอัน โลว์ นายใหญ่ พลีมัธ อาร์ไกล์ ก็อยู่ในลิสต์ที่ แลนส์ดาวน์ เล็งเอาไว้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เดลี่ เอ็กซ์เพรส บอกว่าตำนานกองกลาง ลิเวอร์พูล คือคนที่ แลนส์ดาวน์ เชื่อว่าจะทำให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ตามที่ตนวาดฝันเอาไว้ได้

    สำหรับ เจอร์ราร์ด นั้น ทำผลงานได้น่าประทับใจพอตัวนับตั้งแต่ที่เข้าคุม เรนเจอร์ส ในช่วงกลางปี 2018 แม้ว่าจะยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้เลยก็ตาม โดยเขามีเปอร์เซ็นต์พาทีมชนะราว 60 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม มันก็จะเป็นงานยากสำหรับ บริสตอล ที่จะดึง เจอร์ราร์ด มาเป็นกุนซือคนใหม่ได้ เพราะเขาเพิ่งต่อสัญญากับ เรนเจอร์ส จนถึงปี 2024 ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา