แกรี่เทียบชัดๆสามแนวรุกแมนยูกับลิเวอร์พูลต่างกันยังไง

หลังจากหลายคนถึงขั้นบอกว่า 3 แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เก่งพอๆ กับของ ลิเวอร์พูล แล้วนั้น ล่าสุด แกรี่ เนวิลล์ ก็ออกมาเบรกว่า 3 ประสานของ "ปีศาจแดง" ยังด้อยกว่าของ "หงส์แดง" พอตัว แต่เสริมว่าพวกเขาก็มีโอกาสที่จะพัฒนาฝีเท้าจนเก่งขึ้นได้เช่นกัน

    แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า 3 แนวรุกตัวจริงของ "ปีศาจแดง" ในตอนนี้ ยังไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับของ ลิเวอร์พูล คู่อริร่วมลีกแต่อย่างใด

    หลายเกมที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกใช้งาน มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด เป็น 3 ตัวหลักในแนวรุก ซึ่งทั้งหมดต่างก็ทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะ กรีนวู้ด ที่ทำประตูได้ 3 นัดติดต่อกันแล้ว และมันก็ทำให้บางคนถึงขั้นบอกว่าตอนนี้ 3 แนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เก่งพอๆ กับของ ลิเวอร์พูล ที่ประกอบไปด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เลย

    เนวิลล์ คนพี่ กล่าวในรายการพ็อดแคสต์ของตัวเองว่า "โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ต่างก็เป็นพวกที่พัฒนากันจนถึงจุดสูงสุดของพวกเขาแล้ว พวกเขาต่างก็เป็นที่ยอมรับของหลายคน พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นของจริง พวกเขาเป็น 3 แนวรุกที่ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ผมพูดแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์ลีกด้วยซ้ำ"

    "3 แนวรุกที่ ยูไนเต็ด มีในตอนนี้ยังไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับ 3 แนวรุกของ ลิเวอร์พูล หรอก คุณจะคาดหวังว่าพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันแล้วไม่ได้ แต่แน่นอนว่าพวกเขามีพรสวรรค์และความสามารถดีพอ (ที่จะขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกันในอนาคตได้) ก่อนหน้านี้มันมีการตั้งประเด็นว่า แรชฟอร์ด ดีพอรึเปล่า, มาร์กซิยาล ดีพอรึเปล่า และสมัยก่อน กรีนวู้ด ก็ยังแจ้งเกิดไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้พวกเขากำลังพิสูจน์ว่าพวกเขามีดีพอ พวกเขากำลังแสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นในระดับที่ได้ และพวกเขาก็จะทำได้ดีขึ้นแน่ๆ"

    "ตอนนี้ 3 แนวรุกของ ลิเวอร์พูล อยู่เหนือกว่า แต่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่ามีอนาคตที่น่าตื่นเต้น ถ้าคุณเชื่อมั่นในตัวนักเตะดาวรุ่ง และให้โอกาสพวกเขาลงเล่นในตำแหน่งที่พวกเขาอยากเล่นแล้วล่ะก็ คุณก็จะรู้สึกทึ่งกับเรื่องที่ว่านักเตะเหล่านั้นสามารถทำอะไรให้คุณได้"

มูรินโญ่หงุดหงิดเดินออกจากการแถลงข่าว

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ของ สเปอร์ส แสดงอาการหงุดหงิดพร้อมกับเดินออกจากการแถลงข่าวหลังจบเกมที่ทีมทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสหัวเสียกับการที่ทีมควรจะได้จุดโทษในจังหวะที่ แฮร์รี่ เคน ไปโดน โยชัว คิง ชนจากด้านหลังในกรอบแต่ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์ ให้สัญญาณเล่นต่อ ในขณะที่สัญญาณจากห้องวีเออาร์ก็ไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นจุดโทษ

 หลังจบเกมต้องมีการแถลง แต่ มูรินโญ่ ที่อยู่ในอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักหลังจากที่นักข่าวถามว่า "สวัสดี โชเซ่, คุณได้ยินรึเปล่า?" เจ้าตัวกลับตอบออกมาว่า "ไม่" แล้วกับถอดหูฟังแล้วเดินออกไปเลย 

 สำหรับ สเปอร์ส กลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 2015 ที่ไม่สามารถยิงเข้ากรอบในการเจอกับ บอร์นมัธ นับตั้งแต่ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในเกมแชมเปี้ยนชิพ

เผยแผนเด็ด! “โป๊ป” ชี้ชัดสิ่งสำคัญทำให้ เบิร์นลี่ย์ บุกแบ่งแต้ม ลิเวอร์พูล ถึงถิ่น

หลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ เบิร์นลีย์ ไป 1-1 เป็นการหยุดสถิติชนะรวดใน แอนฟิลด์ ลงในฤดูกาลนี้ นิค โป๊ป นายทวารทีมเยือนซึ่งโชว์ซุปเปอร์เซฟหลายครั้งได้กล่าวว่า การใช้โอกาสจากลูกเซ็ตพีซคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขากลับมาตีเสมอเจ้าบ้านได้ ตามรายงานจาก บีทีสปอร์ต

นายทวารทีมชาติอังกฤษโชว์ฟอร์มเซฟลูกสำคัญหลายครั้งทำให้ หงส์แดง ไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้จนกระทั่งมาโดนตีเสมอในครึ่งหลังจากประตูของ เจย์ โรดริเกวซ ซึ่งเขาได้กล่าวหลังจบเกมว่า

“ผมคิดว่าเกมนี้เราเล่นกันได้ดี เราสร้างโอกาสของเรา เราดูอันตรายในทุก ๆ ลูกเซ็ตพีซ ทุกจังหวะที่บอลเข้าไปในกรอบเขตโทษนั้นสร้างความอันตรายได้ แต่โชคไม่ดีที่มันไม่เป็นประตูเพิ่มให้เรา”

“มันยอดเยี่ยมมากที่ได้มีส่วนร่วมในเกมนี้ การมาเยือนสนามที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้คุณต้องคาดหวังว่าจะได้เจอกับความยากลำบากแน่นอน พวกเขาเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก คุณมาที่นี่และต้องเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งผมก็โชคดีที่ได้มาที่นี่และสามารถเก็บแต้มออกไปได้” โป๊ป กล่าว

อลีสซง,ฟานไดค์ทำพัง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายอาร์เซน่อล

ถึงแม้ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้มาครองเรียบร้อย แต่การบุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ถือว่าน่าเจ็บใจไม่น้อยสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะทุกอย่างมาพังจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ 2 ผู้เล่น ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของทีม ทั้งๆ ที่รูปเกมเหนือกว่า และดูเข้าทางไปซะหมดตอนที่มีสกอร์นำ 1-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ "หงส์แดง" แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 4

นอกจากตลอดทั้งเกมไม่ได้เซฟแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว ความผิดพลาดของเจ้าตัวยังส่งผลให้ทีมกลับมาเป็นฝ่ายพลิกปราชัย ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับนายประตูหน้าหล่อชาวบราซิเลียน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6.5

เติมเกมรุกได้ดี มีจังหวะเปิดบอลเข้ากลางได้เสียว แต่โชคดีไม่น้อยเช่นกัน ที่ได้รับแค่ใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่คู่แข่งช่วงครึ่งหลัง 

 – โจ โกเมซ : 7.5

ช่วยดักบอลสวยๆ หลายครั้ง เล่นได้นิ่ง ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวช่วยแบกเกมรับได้ดี 

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม) : 5

รับไปเต็มๆ กับจังหวะส่งบอลคืนหลังไม่ดี จนนำไปสู่การเสียประตูตีเสมอ แถมการผ่านบอลก็ดูไม่ค่อยมั่นใจ ถือเป็นเกมที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอย่างแรง

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7

แอสซิสต์สุดคมให้ มาเน่ กระทุ้งประตู 1-0 โดยรวมทำหน้าที่ของตัวเองได้โอเค ทั้งเกมรับและรุก

 – ฟาบินโญ่ : 6

ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน มีหลายครั้งที่เสียบอลง่าย แม้บางจังหวะช่วยเล่นเกมรับได้ดี 

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

มีโอกาสได้ทดสอบ มาร์ติเนซ แต่โดยรวมค่อนข้างเงียบ

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

เดินเกมแดนกลางได้ไม่เลว สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูถึง 4 หน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5

จริงๆ แล้วไม่ใช่เกมที่เลวร้าย แต่เหมือนเดิมคือ จบสกอร์ไม่คมในจังหวะที่ได้ยิงเน้นๆ

 – ซาดิโอ มาเน่ : 7.5

กดประตูขึ้นนำ 1-0 ได้เฉียบขาด และป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้เรื่อยๆ ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสุดของทีมในเกมนี้

 – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

เชื่อมเกมได้อย่างโดดเด่น มีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตูนำ 1-0 แต่ก็ดีได้แค่ครึ่งทางครึ่งแรก จากนั้นก็หายไปจากเกม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 61) : 6

มีความมุ่งมั่นดี และมีลุ้นทำประตูด้วย ทว่าโดยรวมสร้างความแตกต่างให้กับเกมไม่ได้มาก 

 – นาบี เกอิต้า (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 62) : 6.5

ช่วยยกระดับเกมแดนกลางได้พอสมควร และมีโอกาสยิงไกลแบบได้ลุ้น

– เซอร์ดาน ชากิรี่ (แทน ซาลาห์ น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้ 

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ไวจ์นัลดุม น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้

ดราม่า?โยริส-ซน หวิดฟาดปากหลังทะเลาะกันดุเดือด

เกิดดราม่าตอนจบครึ่งแรกของเกมระหว่าง สเปอร์ส กับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อ อูโก้ โยริส กับ ซน ฮึง-มิน มีปากเสียงกันอย่างดุเดือด โดย โยริส ออกมาชี้แจงว่าตนฉุนที่ ซน ไม่ไล่กดดันอีกฝ่ายเท่าไหร่ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ถึงขั้นแตกหักกับ ซน ส่วน โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ "ไก่เดือยทอง" บอกว่ามันเป็นเรื่องดีที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
    อูโก้ โยริส กับ ซน ฮึง-มิน 2 ดาวเตะคนสำคัญของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทะเลาะกันอย่างรุนแรงหลังจบครึ่งแรกของเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ต้นสังกัดของพวกเขาเปิดรัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    ตอนที่กรรมการเป่านกหวีดจบครึ่งแรกนั้นบรรดานักเตะ สเปอร์ส ก็เดินออกไปที่ข้างสนามตามปรกติ แต่แล้ว โยริส กลับวิ่งเข้าไปหา ซน ด้วยสีหน้าเดือดดาลแล้วพูดพร้อมกับผลักใส่อีกฝ่าย ทำเอาดาวเตะชาวเกาหลีใต้หงุดหงิดจนทำท่าว่าจะตอบโต้กลับไปเหมือนกัน ยังดีที่ โจวานี่ โล เซลโซ่ ขวางเอาไว้ได้ ก่อนที่คนอื่นๆ จะช่วยเข้ามาสงบศึก

Here’s the video of Son and Lloris clashing. pic.twitter.com/uN3gz5nUbW

— The Spurs Web (@thespursweb) July 6, 2020
    ทั้งนี้ โยริส ให้สัมภาษณ์หลังจากจบเกมไปแล้วว่าตอนนั้นตนโมโหที่ ซน ไม่พยายามไล่กดดันทีมเยือนมากเท่าไหร่จนทำให้ เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสทำประตู แต่เสริมว่าตนไม่มีปัญหาอะไรกับดาวเตะเลือดโสมขาวเลย "มันเป็นเรื่องภายในทีม คนภายนอกจะสามารถพูดอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลอยู่แล้ว มันไม่ได้มีปัญหาอะไรร้ายแรงเลย ตอนจบเกมคุณก็เห็นกันแล้วว่าเราไม่มีความบาดหมางระหว่างกัน ผมหงุดหงิดนิดหน่อยที่เราไม่กดดันมากพอจนปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสทำประตูในช่วงไม่กี่วินาทีสุดท้ายก่อนที่จะหมดครึ่งแรก แต่ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละ"

    ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม สเปอร์ส บอกว่าตนไม่รู้สึกแย่เลยที่ลูกทีมทั้ง 2 คนทะเลาะกัน แถมยังมองว่ามันเป็นเรื่องดีต่อพัฒนาการของทีมซะด้วยซ้ำ "นี่เป็นเหตุการณ์ที่งดงามมากๆ มันอาจจะเป็นผลลัพธ์จากการประชุมกันของเรา ถ้าคุณอยากจะโทษใครน่ะให้โทษผมก็แล้วกัน ผมมักจะตำหนิลูกทีมอยู่บ่อยๆ พวกเขาไม่มีความเฉียบคมมากพอ และผมก็เคยขอให้พวกเขาตั้งความคาดหวังจากกันและกันมากขึ้น"

    "ซน เป็นเด็กที่ยอดเยี่ยม ทุกคนชอบ ซน แต่กัปตันทีมของเราบอกว่าเขาต้องทำให้ดีกว่านี้ และทำเพื่อทีมมากกว่านี้ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำให้ทีมพัฒนาขึ้น การที่ทีมจะดีขึ้นได้น่ะมันจำเป็นต้องมีบุคลิกที่ดีด้วย ผมไม่กังเวลเลยเวลาที่มีปฏิกิริยาแบบนี้ออกมา"

อดีตแข้ง “เชลซี” วิจารณ์ ยับ “อลอนโซ” หลังเกมเชลซีบุกพ่าย “เวสต์แฮมฯ”

"แอชลีย์ โคล" อดีตแบ็กซ้ายของ "เชลซี" ยอดทีมแดนผู้ดี ออกมาวิจารณ์ยับ "มาร์กอส อลอนโซ" หลังก่อความผิดพลาดในเกมพ่าย "เวสต์แฮม ยูไนเต็ด" 2-3 เมื่อคืนที่ผ่านมา

วันที่ 2 ก.ค. 63 แอชลีย์ โคล อดีตแบ็กซ้ายของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาวิจารณ์ยับ มาร์กอส อลอนโซ แบ็กซ้ายชาวสเปน หลังก่อความผิดพลาดในเกมลีกนัดล่าสุดที่บุกพ่าย "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-3 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

เป็นที่เข้าใจกันว่า เจ้าถิ่น "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ 3 ประตูจาก โทมัส ซูเซ็ค นาทีที่ 45+2, มิคาอิล อันโตนิโอ นาทีที่ 51 และ อันเดรย์ ยาร์โมเลนโก นาทีที่ 89 ขณะทีมเยือน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ได้ 2 ประตูจาก วิลเลียน ในนาทีที่ 42 (จุดโทษ) และนาทีที่ 72 ของเกมการแข่งขัน

ล่าสุด แอชลีย์ โคล ออกมากล่าวว่า "พวกเขาจะต้องผิดหวัง สิ่งที่ผมเกลียดเกี่ยวกับผู้เล่นในตำแหน่งฟลูแบ็กที่ชอบเติมเกมบุก แต่ไม่ค่อยกลับมายังตำแหน่งของตัวเอง ผมเข้าใจนะว่าเขาหวังที่จะช่วยทีมให้ได้ประตู แต่คุณต้องไม่ลืมตำแหน่งของตัวเอง และการเสมอ พร้อมกลับการเก็บหนึ่งคะแนนกลับออกมา ก็ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ไม่น่าเกลียดนักกับเกมในนัดนี้ แต่ผมยังคาใจว่าเขาควรวิ่งกลับมาประจำตำแหน่งได้เร็วกว่านี้มั้ย? ในสถานการณ์ตอนนั้นเขาควรทำยังไงก็ได้ให้วิ่งกลับไปยังตำแหน่งเดิมให้เร็วที่สุด แต่เขาดูเหมือนจะไม่สนใจเลย เขาวิ่งอย่างช้าๆ ปล่อยให้คู่แข่งฉีกแนวรับไปเป็นชิ้นๆ"

ซูเปอร์ซาลาห์! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกสอยไบรท์ตัน

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ เก็บชัยชนะนัดที่ 30 พร้อมโกยคะแนนเพิ่มเป็น 92 แต้มเรียบร้อย หลังบุกไปพิชิต ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ถึงรัง เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม 3-1 เมื่้อคืนวันพุธที่ผ่านมา ด้วยฟอร์มที่สุดยอดของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ขณะที่ นาบี เกอิต้า กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็เด่นมากๆ ในแดนกลาง และนี่คือผลสอบของลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ละคนที่ได้ลงโชว์เพลงแข้งในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6

    ช่วงครึ่งแรกมีชอตโชว์เซฟสำคัญ ส่วนประตูที่เสียไปก็เข้าใจได้ แต่ถึงกระนั้นก็มีจังหวะที่ออกมาตัดบอลพลาด และเปิดบอลให้เพื่อนไม่ดีอย่างละหนึ่งหนในช่วงครึ่งหลัง

 – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6

    ได้เติมเกมรุกตลอด แต่ก็ไม่มีทีเด็ดอะไร โดยเฉพาะลูกเปิดที่ไม่ทำงานเลยในเกมนี้ 

 – โจ โกเมซ : 7

    ช่วงท้ายเกมมีจังหวะจ่ายบอลคืนหลังไม่ดี จนถูกคู่แข่งแย่งบอลไป ก่อนทำฟาวล์จนได้รับใบเหลือง แต่ฟอร์มโดยรวมถือว่าไม่น่าเกลียด

 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7.5

    แม้มีบางจังหวะที่คุมพื้นที่หลวมๆ ไปหน่อย แต่ก็ช่วยสกัดสวยๆ หลายครั้ง รวมถึงลูกโด่งที่เก็บได้เกือบหมด

 – เนโก วิลเลี่ยมส์ : 6.5

    ได้รับโอกาสสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกในลีก กล้าเล่นกล้าลุย แถมมีจังหวะสกัดสวยๆ ให้เห็น แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อย ทำให้มีข้อผิดพลาดให้เห็นในเกมรับ แถมมีใบเหลือง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก

 – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 8

    โดยรวมถือเป็นอีกเกมที่น่าประทับใจสำหรับกัปตัน "เฮนโด้" โดยยิงประตูขึ้นนำ 2-0 ได้อย่างสุดคม แถมเกือบทำเพิ่มได้ด้วย แต่น่าเสียดายที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน จนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงท้ายครึ่งหลัง

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

    อาจไม่เด่นมาก แต่ก็มีหลายครั้งที่ช่วยเกมรับได้ดี และเกือบทำประตูจากลูกโขกได้ด้วยในช่วงครึ่งหลัง

  – นาบี เกอิต้า : 8

    โดดเด่นทีเดียวในเกมนี้ มีส่วนสำคัญกับสองประตูแรกที่ทีมได้ โดยเป็นคนแย่งบอลก่อนแอสซิสต์ให้ ซาลาห์ กดประตู 1-0 และหลังจากนั้นแค่สองนาทีก็ตัดบอลจากคู่แข่งได้ ซึ่งนำไปสู่ประตู 2-0 จาก เฮนเดอร์สัน

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

     แม้มีโอกาสลุ้นทำประตูหลายหน แต่โดยรวมเป็นเกมที่ค่อนข้างเงียบ และไม่มีทีเด็ดอะไร ก่อนถูกถอดออกช่วงกลางครึ่งหลัง

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 9

    เด่นสุดในเกมนี้หนีไม่พ้น ซาลาห์ ที่ทำคนเดียวสองประตูอย่างสุดคม มีส่วนร่วมกับเกมสูง และเกือบทำแฮตทริกได้ด้วย นอกจากนี้ยังมี 1 แอสซิสต์เป็นของแถม (จังหวะที่ เฮนเดอร์สัน ยิงประตู 2-0) แม้ไม่ได้มาจากความตั้งใจก็ตาม

  – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

    ยังคงห่างไกลจากช่วงท็อปฟอร์ม เล่นไม่เนียนตาเหมือนเดิม แถมการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายก็ไม่ดี

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (แทน วิลเลี่ยมส์ น. 46) : 7.5

    นอกจากช่วยเกมรับทางฝั่งซ้ายให้แน่นขึ้นแล้ว ยังเติมเกมรุกได้อันตรายด้วย และสุดท้ายเป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้ ซาลาห์ โขกทำประตู 3-1

 – ซาดิโอ มาเน่ (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 61) : 7

    อาจจะลงไปได้ใบเหลืองเร็ว แต่หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ใช้ความเร็วป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้ไม่น้อย แถมช่วงท้ายเกมเกือบมีประตูด้วย

 – ฟาบินโญ่ (แทน เกอิต้า น. 61) : 7

    แม้ได้รับใบเหลือง แต่ก็ช่วยยกระดับแดนกลางให้ดูแน่นขึ้น

 – เจมส์ มิลเนอร์ (แทน เฮนเดอร์สัน น. 80) : –

    ไม่สามารถให้คะแนนได้

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 87) : –

    ไม่สามารถให้คะแนนได้

โชเซ มูรินโญ : VAR ทำลายความสวยงามของเกมฟุตบอล

กุนซือไก่เดือยทองมองว่า VAR คือสิ่งที่เลวร้ายต่อความสวยงามของเกมฟุตบอล หลังประตูของ แฮร์รี เคน โดนปฏิเสธ

โชเซ มูรินโญ เฮดโค้ช ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สุดหัวเสียกับการทำหน้าที่ของ VAR หลังประตูของ แฮร์รี เคน ในเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด โดนปฏิเสธ

ไก่เดือยทอง บุกพ่ายดาบคู่ 1-3 ในศึกพรีเมียร์ลีกวันที่ 3 กรกฏาคม โดยเกมนี้มีเหตุการณ์ที่มีการถกเถียงกันเกิดขึ้นคือประตูตีเสมอของ แฮร์รี เคน นาทีที่ 33 ที่ยิงเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วมองว่ามีจังหวะแฮนด์บอลเกิดขึ้นก่อน

ซึ่งกุนซือชาวโปรตุเกสยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของ VAR และมองว่าการตัดสินควรมาจากผู้ตัดสินในสนามมากกว่า

"ผมคิดว่าผมคงไม่สามารถพูดสิ่งที่รู้สึกได้ นี่ไม่ใช่ผู้ตัดสินแล้ว ผู้ชายในสนามคือผู้ช่วยผู้ตัดสิน, ผู้ชายกับผู้หญิงที่ถือธงตอนนี้คือผู้ช่วยของผู้ช่วยผู้ตัดสิน" มูรินโญ กล่าว

"ผู้ตัดสินควรเป็นคนที่อยู่ในสนาม เรากำลังไปในทิศทางที่แย่มากสำหรับเกมที่สวยงาม"

ทั้งนี้ สเปอร์ส มี 45 คะแนน จากการลงสนาม 32 นัด หล่นไปอยู่อันดับ 9 ของตารางคะแนน

แฟนปืนเซ็ง!อาร์เซน่อลยัน “มาร์ติเนลลี่” พักทั้งซีซั่น

สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" เจอข่าวร้ายเพิ่ม เพราะล่าสุดเป็นที่แน่นอนแล้ว กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หัวหอกดาวโรจน์ อาร์เซน่อล ต้องปิดเทอมยาวทั้งซีซั่น หลังจากเดี้ยงระหว่างซ้อมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

     อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวบราซิเลียน หมดสิทธิ์ลงเล่นตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้เรียบร้อย เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าข้างซ้าย 

     มาร์ติเนลลี่ ได้รับบาดเจ็บระหว่างการซ้อม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา และเข้ารับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย โดยฤดูกาลนี้ หัวหอกวัย 19 ปี ที่เพิ่งย้ายมาจาก อิตูอาโน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา ลงเล่นให้ "ไอ้ปืนใหญ่" รวมทุกรายการ 26 นัด ทำได้ 10 ประตู

     ทั้งนี้ คาดกันว่า มาร์ติเนลลี่ น่าจะกลับมาลงซ้อมได้ภายใน 2-3 เดือน ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาเดียวกับ ปาโบล มารี เซนเตอร์แบ็กชาวสแปนิช ที่เจ็บข้อเท้าซ้ายจากเกมลีกนัดที่ อาร์เซน่อล บุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน

ฝันเป็นจริง! เอลเลียตต์ เซ็นสัญญาอาชีพกับลิเวอร์พูลเรียบร้อย

ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ปีกอนาคตไกล ลิเวอร์พูล จัดการเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับสโมสรเป็นที่เรียบร้อย พร้อมระบุนี่คือฝันที่เป็นจริง
     ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ปีกดาวรุ่งเลือดผู้ดีของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้จรดปากกาเซ็นสัญญานักเตะอาชีพฉบับแรกกับต้นสังกัดเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

     เอลเลียตต์ ย้ายจาก ฟูแล่ม มายังถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ทว่าเจ้าตัวยังไม่สามารถเซ็นสัญญาในฐานะนักเตะอาชีพได้ จนกระทั่งอายุครบ 17 ปี เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน และล่าสุดเจ้าหนู เอลเลียตต์ ได้เซ็นสัญญาระยะยาวกับ ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการแล้ว

     "ผมคิดว่า นับตั้งแต่วันแรกที่ผมเดินเข้ามาที่นี่ มันเป็นการเดินทางที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้" ดาวเตะจอมพลิ้ววัย 17 ปี เปิดใจ "ผมคิดว่า สัญญาอาชีพฉบับแรก มันคือฝันที่เป็นจริงสำหรับผมและครอบครัวของผม ผมตื่นเต้นมากๆ กับอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า ผมพร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อสโมสรและแฟนๆ"

     สำหรับฤดูกาลนี้ เอลเลียตต์ ลงเล่นให้ "หงส์แดง" ไปแล้วรวมทุกรายการ 8 นัด