ปลื้ม!โรเบิร์ตสันเผยไอดอลชมตนแบ็กซ้ายดีสุดในโลก

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ระบุ ตอนที่เล่นศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น ฟิลิเป้ หลุยส์ ถึงขั้นชมตนเลยว่าตนเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดของโลก และมันก็ทำให้ตนดีใจสุดๆ เพราะว่า หลุยส์ เป็นหนึ่งในขวัญใจของตน
   
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า ฟิลิเป้ หลุยส์ อดีตฟูลแบ็ก แอตเลติโก มาดริด และ เชลซี เคยชมตนต่อหน้าเลยว่าตนเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดของโลก

    โรเบิร์ตสัน กับ หลุยส์ ได้ดวลกันในนัดชิงชนะเลิศของศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปีก่อน หลังจากที่ ลิเวอร์พูล กับ ฟลาเมงโก้ โคจรมาเจอกันในนัดชิงดำ ก่อนที่ "หงส์แดง" จะชนะไป 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษจากประตูชัยของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในนาทีที่ 99

    แข้งชาวสกอตต์กล่าวในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า "ร็อบโบ้ : นาว ยูอาร์ กอนน่า บีลีฟ อัส" (ROBBO: NOW YOU RE GONNA BELIEVE US) ว่า "หลังจากเสียงนกหวีดจบเกมการแข่งขันดังขึ้นแล้วน่ะผมก็ตรงไปหาฟูลแบ็กคนหนึ่งของ ฟลาเมงโก้ อย่างรวดเร็วเพื่อที่จะได้คุยกับเขา แต่คนที่ผมพูดถึงนี่ไม่ใช่ ราฟินญ่า หรอกนะ แน่นอนว่าเรา (โรเบิร์ตสัน หมายถึงตัวเองกับ ราฟินญ่า) ดวลกันแบบสนุกหลายครั้งในระหว่างการแข่งขัน แต่คนที่ผมอยากคุยด้วยมากๆ คือ ฟิลิเป้ หลุยส์ ฟูลแบ็กอีกคนหนึ่งต่างหาก"

    "หลุยส์ เป็นหนึ่งในนักเตะในตำแหน่งเดียวกับผมที่ผมชื่นชอบมากๆ เช่นเดียวกับนักเตะอย่าง ปาทริซ เอวร่า, แอชลี่ย์ โคล รวมถึง แจ็คกี้ แม็คนามาร่า และ ทอม บอยด์ ของ เซลติก ผมเคยตามดูเขาเล่นอยู่เป็นประจำในตอนที่เขาอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด และผมก็ชอบทุกอย่างเกี่ยวกับเขา"

    "ตอนนั้นผมตรงไปหาเขา, พูดปลอบเขาเกี่ยวกับผลการแข่งขัน และตอนที่ผมกำลังจะแสดงความยินดีกับการที่เขามีอาชีพการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยมน่ะเขาก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อนว่า -นายเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดในโลกเลย- มันทำให้ผมดีใจมากๆ มันมีความหมายกับผมสุดๆ หลังจากนั้นผมก็ไปพูดเรื่อง เฟลิเป้ กับทาง อาลี่ (อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียนของ ลิเวอร์พูล) เพราะเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาในบราซิล แล้วเขาก็เล่าให้ผมฟังว่าเขา (หลุยส์) เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากแค่ไหน"

    "การได้รับการยกย่องจากคนที่เคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในระดับสูงสุดมาหลายปีมันมีความหมายมากๆ คำพูดของเขามันทำให้ผมเซอร์ไพรส์สุดๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยสื่อถึงบางอย่างเกี่ยวกับผม (ในสายตาของคนอื่น) ได้ ปกติแล้วคุณจะไม่ปล่อยให้ตัวเองมีความเชื่อในเรื่องอะไรก็ตาม แต่พอมันออกมาจากปากของคนอย่างเขาแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่จริงแล้ว เฟลิเป้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพูดแบบนั้นออกมาเลยนอกจากว่าเขาจะคิดแบบนั้นจริงๆ"

เดอะค็อปยิ้ม!คล็อปป์แย้มอนาคตกับลิเวอร์พูล

แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงยิ้มแก้มปริ หลัง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนเก่ง เปิดใจถึงอนาคตระยะยาวกับ "หงส์แดง"

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ปิดโอกาสที่จะต่อสัญญาคุมทัพ "หงส์แดง" หลังสัญญาฉบับปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2024 อย่างไรก็ตาม ยืนยันถ้าถึงเวลาอำลาถิ่น แอนฟิลด์ จะยังไม่รับงานที่อื่นทันที โดยจะขอพักเป็นเวลา 1 ปี

กุนซือชาวเยอรมัน วัย 53 ปี ให้สัมภาษณ์ผ่านช่องยูทูบของ ลีรอย มาตาต้า เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมาว่า "ผู้คนมากมายถามผมถึงเรื่องนี้ ผมไม่เห็นเคยได้ยินคนถาม เป็ป กวาร์ดิโอล่า (ผู้จัดการทีม แมนฯ ซิตี้) แบบนี้เลยทั้งที่สัญญาของเขาจะหมดในปีหน้า"

"ผมยังเหลือสัญญาอีกถึง 4 ปี หลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลานั้นไม่มีสิ่งใดเป็นนิรันดร์ ผมคิดว่าอีก 4 ปี ผมถึงจะค่อยคิดว่า จะต่อสัญญาหรือไม่ต่อสัญญา หากผมไม่ต่อ ผมก็จะไปพักร้อน"

"เมื่อผมอำลา ลิเวอร์พูล ไป แน่นอนว่า ผมจะไม่ทำงานใหม่ทันทีในวันรุ่งขึ้น ผมจะขอพักเบรกเป็นเวลา 1 ปีหลังลาจาก ลิเวอร์พูล" คล็อปป์ ที่เข้ามาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2015 และพาทีมได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ สโมสรโลก กล่าวทิ้งท้าย

สื่อชี้แวร์เนอร์VSฟานไดค์ความเร็วตัดสินชัย

สื่อผู้ดี ระบุเกมระหว่าง เชลซี พบ ลิเวอร์พูล อาจจะวัดผลแพ้ชนะกันที่ความเร็วของ ติโม แวร์เนอร์ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เพราะงานนี้ สตาร์ทีมชาติเยอรมัน ต้องปะทะกับกองหลังที่ตัวใหญ่และเต็มไปด้วยความไว

เดอะ ซัน สื่อดังในเมืองผู้ดี ระบุเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง เชลซี พบ ลิเวอร์พูล ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ ความเร็วของ ติโม แวร์เนอร์ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินเกมนี้

แวร์เนอร์ มีโอกาสได้สัมผัสกับความเข้มข้นในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีแล้ว เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะไม่สามารถยิงประตูได้ แต่ฟอร์มการเล่นถือว่ายอดเยี่ยม และยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้จุดโทษนำไปสู่ประตูขึ้นนำ แมตช์ถลุง ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1

หลังจบเกม สตาร์ดังทีมชาติเยอรมนี ซึ่งมีส่วนสูง 5 ฟุต 11 นิ้วหรือ 180 เซนติเมตร ยอมรับว่าไม่เคยเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการสู้กับกองหลังที่ตัวใหญ่ของทัพ "นกนางนวล" ซึ่งในกรณีนี้อาจจะทำให้เขาต้องเจองานหนักอีกครั้ง เนื่องจากต้องสู้กับ ฟาน ไดค์ ที่มีส่วนสูงถึง 6 ฟุต 4 นิ้ว หรือประมาณ 193 เซนติเมตร

ฉะนั้นการที่จะเล่นลูกโด่งกับแนวรับ "หงส์แดง" อาจจะเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ก็มีจุดอ่อนนั่นก็คือกองหลังของพวกเขามักจะดันขึ้นสูง ซึ่งทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ แสดงให้เห็นมาแล้วหลายเกม ล่าสุดแมตช์เฉือน ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 มักจะทิ้งพื้นที่ในแนวรับจนทำให้โดนคู่แข่งสวนกลับได้ตลอด

อย่างไรก็ตามปัญหาที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องตีโจทย์ให้แตกก็คือวิธีจัดการกับ ฟาน ไดค์ ที่มีทั้งความรวดเร็ว, แข็งแกร่ง และสูงใหญ่ โดยเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ มีสถิติวิ่งเร็วสุด 21.4 ไมล์/ชั่วโมง (ราว 33.79 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ซึ่งถือเป็นกองหลังที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก

ขณะที่ โจ โกเมซ คู่หูเซนเตอร์ฮาล์ฟที่คาดว่าน่าจะได้ลงเล่นเคียงข้างกับ ฟาน ไดค์ ก็มีความเร็วไม่แพ้กันโดยเขาวิ่งได้ถึง 21.5  ไมล์/ชั่วโมง (ราว 33.80 กิโลเมตร/ชั่วโมง) ส่วน แวร์เนอร์ สถิติท็อปสปีดอยู่ที่ 21.7 ไมล์/ชั่วโมง (ราว 33.802 กิโลเมตร/ชั่วโมง) กระนั้นด้วยรูปร่างที่เล็กและบางเมื่อเทียบกับกองหลังตัวใหญ่ มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะสามารถเร่งสปีดความเร็วได้มากกว่านี้

ด้วยเหตุนี้การสู้กับ แชมป์เก่านั้น เชลซี ก็มีโอกาสที่จะเอาชนะพวกเขาได้เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือ "สิงห์บลูส์" จะต้องใช้ประโยชน์จากนักเตะที่มีความเร็วของพวกเขาฉกฉวยความได้เปรียบบริเวณแดนกลาง จากนั้นก็พยายามส่งบอลตัดหลังแนวรับ "หงส์แดง" โดยความเร็วของ แวร์เนอร์ น่าจะเป็นหนึ่งในกุญสำคัญตัดสินชะตาของเจ้าบ้านในแมตช์นี้

พลาดลงสนาม!2แข้งใหม่เชลซียังเดี้ยงชวดเกมเปิดซีซั่น

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ ในนัดเปิดฤดูกาลของ เชลซี ที่ต้องไปเยือน ไบรท์ตันฯ ในวันที่ 14 ก.ย. นี้นั้น ฮาคิม ซิเย็ค กับ เบน ชิลเวลล์ จะอดช่วยทีมทั้งคู่ หลังยังไม่หายขาดจากอาการเดี้ยงตรงหัวเข่าและส้นเท้า ตามลำดับ แต่ คริสเตียน พูลิซิช อาจจะหายทันกลับมาเล่นให้ทีมได้

ฮาคิม ซิเย็ค กับ เบน ชิลเวลล์ 2 ดาวเตะคนใหม่ของ เชลซี จะอดช่วยต้นสังกัดในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดแรกของฤดูกาล 2020-21 ที่ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีคิวไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ หลังจากทั้งคู่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำ
 
ซิเย็ค มีอาการหัวเข่าบิดในเกมอุ่นเครื่องที่ เชลซี บุกไปเสมอกับ ไบรท์ตันฯ 1-1 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ ชิลเวลล์ มีปัญหาตรงส้นเท้ามาตั้งแต่ปลายซีซั่นก่อนกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แล้ว ซึ่งตอนแรก เชลซี ยังหวังว่าทั้งคู่จะหายทันนัดเปิดซีซั่น

ทั้งนี้ ดิ แอธเลติก เสริมว่านอกจากเตรียมจะอดลงเล่นในวันที่ 14 ก.ย. นี้แล้วนั้น ซิเย็ค ยังต้องพักอีกหลายสัปดาห์ด้วย ส่วนรายของ ชิลเวลล์ อาจจะต้องใช้เวลาอีกราว 2 สัปดาห์กว่าที่จะพร้อมประเดิมสนามให้ทีม อย่างไรก็ตาม สื่อเจ้าดังกล่าวบอกด้วยว่า คริสเตียน พูลิซิช ปีกชาวอเมริกันที่เคยเจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่าในเกม เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศที่ เชลซี แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น อาจจะมีลุ้นฟิตทันช่วยทีมในนัดเปิดซีซั่น หลังจากที่เขาฟื้นตัวได้ดีสุดๆ

คูตี้กลับบาร์ซ่าช่วยลิเวอร์พูลได้เงิน184ล้าน

แฟนบอล ลิเวอร์พูล คงเชียร์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้ลงสนามให้กับ บาร์เซโลน่า ในซีซั่นใหม่ เพราะจะช่วยทำให้ "หงส์แดง" ได้โบนัสอีกราว 184 ล้านบาท

ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโอกาสจะได้เงินโบนัสอีก 4.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 184.5 ล้านบาท) หลัง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางบราซิเลียน ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค กลับไปเล่นให้ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 2020/21 ตามรายงานจาก สปอร์ต สื่อกีฬาของสเปน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

อนาคตของ คูตินโญ่ เป็นหนึ่งในประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังไม่สามารถแจ้งเกิดกับ บาร์เซโลน่า  จนทำให้ซีซั่น 2019/20 โดนปล่อยมาเล่นแบบยืมตัวกับ บาเยิร์น แต่ "เสือใต้" ตัดสินใจไม่ซื้อขาดหรือยืดสัญญายืมตัว จนทำให้เจ้าตัวต้องกลับถิ่น คัมป์ นู

คูตี้ ย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 ด้วยค่าตัวรวมโบนัส 142 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,822 ล้านบาท) และ "บาร์ซ่า" มีข้อตกลงว่า จะต้องจ่ายเงินให้ "หงส์แดง" 4.5 ล้านปอนด์ ต่อการลงเล่นให้ทีมทุกๆ 15 นัดไปจนครบ 90 เกม และจนถึงเวลานี้ คูตินโญ่ ลงสนามไปแล้ว 76 เกม

ขณะที่ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า พร้อมที่จะให้โอกาส คูตินโญ่ ได้พิสูจน์ตัวเองกับทีมในยุคของเขา หลังจาก อาร์เซน่อล และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สนใจที่จะยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลหน้า

 

ฮอตอีก!มินามิโนะทำประตูเกมอุ่นเกือกนอกรอบ

ทาคูมิ มินามิโนะ ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ได้อีกแล้ว ในเกมอุ่นเกือกแบบลับสุดยอดที่ "หงส์แดง" เจอกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ โดยคนที่ได้ลงเล่นนัดดังกล่าวเป็นพวกที่ไม่ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมกับ ลีดส์
    ทาคูมิ มินามิโนะ ปีกชาวญี่ปุ่นของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำประตูได้ในเกมอุ่นเครื่องกับทีมชุด บี ของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา

    ส่วนใหญ่แล้วคนของ ลิเวอร์พูล ที่ได้ลงเล่นในนัดดังกล่าวคือนักเตะในทีมชุดใหญ่ที่ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" ชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมันเป็นเกมที่ลับสุดยอดมากๆ จนเพิ่งมีคนมารู้ว่าเตะกัน และเป็นเกมที่ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาดูในสนามด้วย

    ทั้งนี้ มินามิโนะ ทำประตูได้ในช่วงก่อนพักครึ่ง แต่ทีมชุดบีของ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ประตูตีเสมอในช่วง 15 นาทีสุดท้ายจากการที่มีนักเตะ ลิเวอร์พูล ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้สกอร์จบลงที่การเสมอกัน 1-1 แต่มันก็ถือว่าอดีตแข้ง เร้ดบูลล์ ซัลซบวร์ก กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีพอตัว เพราะเมื่อวันที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา เขาทำประตูในเกมอุ่นเกือกที่ ลิเวอร์พูล ถล่ม แบล็คพูล 7-2 ได้ และถ้าย้อนไปก่อนหน้านั้นก็ทำประตูในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ทีมแพ้ อาร์เซน่อล ในช่วงดวลจุดโทษเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาได้เหมือนกัน

    นอกจาก มินามิโนะ แล้วนั้น คนที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีอย่างเช่น อาเดรียน, เจมส์ มิลเนอร์, เซอร์ดาน ชากิรี่, ดิว็อค โอริกี้ และ โฌแอล มาติป ส่วน ลอริส คาริอุส, แฮร์รี่ วิลสัน และ ริอาน บรูว์สเตอร์ ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในช่วงพักครึ่ง

คล็อปป์ว่าอย่างไรเรื่องเกมรับรั่วเสีย 3 ประตู

เจอร์เก้น คล็อปป์ ดูเหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรมากเกี่ยวกับเกมรับของ ลิเวอร์พูล ถึงแม้จะเสียถึง 3 ประตูในเกมเปิดซีซั่น ที่ทีมเอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

"แชมป์เก่า" ลิเวอร์พูล เอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 ในเกมเปิดสนามพรีเมียร์ลีก โดยถึงแม้เกมรุกจะทำได้ถึง 4 ประตู แต่เรื่องเกมรับเป็นคำถามว่าพวกเขาหละหลวมเกินไปหรือเปล่าที่เสียประตูในเกมเดียวถึง 3 ลูก

โดยทาง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ‘หงส์แดง’ เองก็ได้ให้คำอธิบายถึงเรื่องนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นกังวลมากเท่าไหร่ พร้อมกระตุ้นให้ทีมพัฒนาต่อไป

"ผมไม่ได้มองว่าเราเจอความยุ่งยากอะไรเรื่องเกมรับเลยนะ ในแนวทางการเล่นของพวกเขาน่ะ เราไม่มีทางป้องกันได้ 100% ตลอดเวลาหรอก" นายใหญ่เลือดด๊อช์ท เผย

"ประตูแรก ฟูลแบ็กทั้งสองฝั่งอยู่ลึกกว่าคู่ เซนเตอร์แบ็ก ซึ่งมันไม่ควรที่จะเกิดขึ้น ประตูที่สองผมคิดว่าเกิดจากความไม่เข้าใจกันระหว่าง เฟอร์กิล (ฟาน ไดค์) และ อลีสซง ซึ่งมันเป็นอะไรที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นแต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ผมไม่คิดว่าเราจะเจอแบบนี้บ่อยๆ หรอก ส่วนประตูที่สาม​ เราเพิ่งเปลี่ยนตัว​ก่อนหน้านั้นไม่นาน​ แล้ว​จากจังหวะทุ่ม​ เราไม่ขยับตาม,​ เสียสมาธิ, เปิดช่องว่างให้พวกเขาฝ่าแนวรับเข้ามา​" "

"ดังนั้น ในเรื่องเกมรับ มันต้องมีการอธิบาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมาแก้ตัวอะไรหรอกนะ เมื่อ 4 วันก่อน แนวรับทั้ง 4 คนไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ, ทีมชาติฮอลแลนด์ และทีมชาติสกอตแลนด์"

"ทีมชั้นนำทั้งหมด มีการเล่นเกมรับที่แตกต่างกันออกไป ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ และมันก็ไม่ควรจะมาตัดสินในช่วงต้นฤดูกาล"

"หลายคนพูดกันว่าพวกเขาเล่นกันมากว่า 500 นัด แต่เรื่องของเกมรับไม่ได้ง่ายเหมือนการขี่จักรยาน คุณต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ยังมีช่องว่างเพื่อการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น"

ถูกโฉลก!ชมประตูของอัลลี่เวลาเจอเอฟเวอร์ตัน (มีคลิป)

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะเริ่มต้นฤดูกาล 2020-21 อย่างเป็นทางการด้วยการเปิดรัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เจอกับ เอฟเวอร์ตัน ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนนี้ ซึ่งมันน่าจะเป็นงานหนักพอตัวสำหรับเจ้าถิ่น

ทั้งนี้ หนึ่งในตัวความหวังของ สเปอร์ส สำหรับเกมในวันอาทิตย์นี้คงหนีไม่พ้น เดเล่ อัลลี่ เพราะมิดฟิลด์ชาวอังกฤษทำผลงานได้ดีพอตัวเวลาเจอกับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยการทำไป 4 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จากทั้งหมด 8 นัด ซึ่งวันนี้เราก็มีประตูที่เขาเคยทำได้ในการดวลกับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มาให้ได้ดูกัน

แมนยูขีดเส้นใต้ค่าตัวซานโช่ให้ได้แค่นี้

สื่อเมืองผู้เผย แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ท้อในการไล่ล่า เจดอน ซานโช่ แต่พร้อมให้ค่าตัวต่างกับที่ ดอร์ทมุนด์ ตั้งไว้อยู่เยอะเหมือนกัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก พร้อมจะจ่ายค่าตัวของ เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ให้ได้สูงสุดแค่ 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) เท่านั้น ตามรายงานจาก เอ็กซ์เพรส สื่ออังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวกับ ซานโช่ วัย 20 ปี มาพักใหญ่แล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาข้อสรุปเรื่องค่าตัวกับ ดอร์ทมุนด์ ไม่ลงตัว เพราะ "เสือเหลือง" ประกาศชัดเจนว่าต้องได้ที่ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) เท่านั้นถึงจะยอมปล่อย แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่พร้อมจ่ายให้มากถึงขนาดนั้น

แมนฯ ยูไนเต็ด เคยพยายามคว้าตัวปีกทีมชาติอังกฤษ มาแล้ว 2 หน โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 ตอนก่อนย้ายจาก แมนฯ ซิตี้ ไปอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ และอีกครั้งคือเมื่อ 12 เดือนที่แล้ว แต่เวลานั้นไม่สามารถคว้าตั๋วไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้นักเตะไม่สนใจมาอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ "ปีศาจแดง" ได้กลับไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ ซานโช่ พร้อมมาอยู่ด้วย และมีรายงานว่า สามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันได้เรียบร้อยแล้ว แต่ติดปัญหาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ค่าตัวได้สูงสุด 80 ล้านปอนด์

ขณะที่ แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวา แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันไปทำหน้าที่นักวิเคราะห์เกมให้กับสถานีโทรทัศน์ สกาย สปอร์ตส์ มองว่า "ปีศาจแดง" ควรจะหันไปหาตัวเลือกอื่นแทน ซานโช่ หาก ดอร์ทมุนด์ ยืนกรานค่าตัวที่ 108 ล้านปอนด์

ดับฝัน! รัฐบาลอังกฤษ เบรคพรีเมียร์ลีก ยังไม่ให้แฟนบอลชมเกมในสนาม

ความเคลื่อนไหวของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังเปิดฤดูกาลใหม่ไปในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังเป็นการแข่งขันแบบปิดสนาม เนื่องจากป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ก่อนมีรายงานว่าศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลอังกฤษ อนุญาตให้แฟนบอลได้เข้าไปชมเกมในสนามได้แต่จำกัดจำนวน ตั้งแต่ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ล่าสุดมีรายงานว่า รัฐบาลอังกฤษ ยังไม่อนุญาตให้แฟนบอลได้เข้าไปชมเกมได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้  เพราะตอนนี้อังกฤษ เริ่มมีสัญญาณเตือนว่า อาจจะพบความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสอง

ซึ่ง บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยังเน้นย้ำในเรื่องกฎข้อบังคับในการเว้นระยะห่างทางสังคม, การล็อกดาวน์ และการตรวจร่างกายอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการระบาดระลอกสอง