โคลเผยผลเสียที่อาจตามมาหากแมนยูซิวซานโช่

แอนดี้ โคล ระบุ ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อ เจดอน ซานโช่ มาร่วมทัพ มันก็อาจจะส่งผสเสียกับการพัฒนาฝีเท้าของ เมสัน กรีนวู้ด ได้เลย ชี้ ที่จริงตอนนี้ "ปีศาจแดง" ไม่ควรจะทำอะไรก็ตามที่จะชะลอพัฒนาการของ กรีนวู้ด

    แอนดี้ โคล อดีตยอดกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตือน "ปีศาจแดง" ว่าการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาร่วมทัพ มันอาจจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งของทีมตามไปด้วย

    แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับ ซานโช่ อย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ว่ากันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขาต้องการทำให้เกมรุกตรงริมเส้นมีความอันตรายมากกว่านี้ โดยถึงแม้ว่าผู้บริหารของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่า ซานโช่ จะอยู่ช่วยทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21 แต่ก็มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ตัดใจจากการล่า ซานโช่ แต่อย่างใด

    ถึงกระนั้น หลายคนก็ตั้งประเด็นว่าการเอา ซานโช่ มาร่วมทัพมันเป็นภารกิจที่สำคัญมากที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้จริงๆ รึเปล่า หลังจาก 3 แนวรุกตัวจริงของพวกเขาอย่าง กรีนวู้ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด กำลังทำผลงานได้โดดเด่นพอตัว โดยเฉพาะ กรีนวู้ด ที่เพิ่งมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น จนดูมีโอกาสที่จะพัฒนาฝีเท้าได้อีก

    โคล เผยว่า "เมสัน เป็นคนที่เก่งจนน่ากลัว เขาน่ากลัวมากๆ ถ้าเกิดเด็กคนนี้พัฒนาได้ตามศักยภาพของเขาแล้วล่ะก็ มันก็จะถือว่า ยูไนเต็ด มีนักเตะที่เก่งอยู่ในมือของพวกเขาอยู่แล้ว มันน่ากลัวมากๆ และมันอาจจะต้องใช้เวลานานอีกสักพัก (หมายถึงใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่ กรีนวู้ด จะพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่านี้)"

    "เขาอาจจะต้องเดินหน้าเล่นให้ได้แบบนี้ต่อไป, ทำประตูต่อไปเรื่อยๆ และสร้างความกดดันในแดนหน้าให้ได้ต่อไป เมื่อเขาโตขึ้นและเรียนรู้เกมการเล่นได้มากกว่านี้แล้วน่ะ มันก็จะถือว่า ยูไนเต็ด มีนักเตะที่ทำได้ทุกอย่างอยู่ในทีม เขาสามารถเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแบบพวกนักเตะหมายเลข 9 ได้ และสามารถโยกไปยืนเป็นตัวริมเส้นในแผนที่ใช้กองหน้า 3 คนได้ด้วย มันน่าสนใจมากๆ ที่จะได้ดูกันว่า ยูไนเต็ด คิดว่าตำแหน่งไหนที่เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขา รวมถึงเรื่องที่ว่าพวกเขามองว่าเขาเป็นนักเตะแบบไหน"

    "สำหรับผมแล้วนักเตะแบบหมายเลข 9 ที่เก่งที่สุดในโลกคือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่ตอนนี้มันไม่มีนักเตะแบบ เลวานดอฟสกี้ อยู่ในโลกนี้มากเท่าไหร่นัก ถ้าเกิดพวกเขาเอา เจดอน ซานโช่ มาร่วมทีมแล้วล่ะก็ มันก็ต้องระวังให้ดีด้วย เพราะคุณไม่อยากชะลอพัฒนาการของเขา (กรีนวู้ด) หรอก อย่าเข้าใจผิดนะ ยูไนเต็ด ยังจำเป็นต้องเสริมทัพให้ได้ เพราะคุณต้องพัฒนาทีมให้ดีขึ้นในทุกๆ ฤดูกาล แต่ประเด็นก็คือมันต้องหาสมดุลที่ดีให้ได้ด้วย ถ้าเกิดคุณมีนักเตะอย่าง เมสัน กรีนวู้ด อยู่ในทีมแล้วล่ะก็ คุณก็ไม่ควรทำอะไรก็ตามที่จะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของเขา"

หอกไบรท์ตันเผยเทคนิคคล็อปป์ทำคู่แข่งปั่นป่วนก่อนแข่ง

เกล็นน์ มาร์รี่ย์ หัวหอก ไบรท์ตันฯ ระบุ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้บรรดาแข้งของคู่แข่งปั่นป่วนได้ตั้งแต่ก่อนลงเล่น จากการที่เขาชอบยืนดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกายจากตรงกลางสนาม โดย ดาร์เรน เบนท์ อดีตกองหน้าคนดังก็ยืนยันว่า คล็อปป์ ชอบทำแบบนั้นจริงๆ

    เกล็นน์ มาร์รี่ย์ กองหน้า ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าการที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล มักจะยืนดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกายจากตรงกลางสนามในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันแต่ละนัดอยู่บ่อยๆ นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้บรรดานักเตะของทีมคู่แข่งรู้สึกปั่นป่วนพอตัว

    ในแต่ละนัดนั้นนักเตะของทั้ง 2 ทีมจะต้องอบอุ่นร่างกายกันสักพักในช่วงก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้น ซึ่งปกติแล้วกุนซือของทีมนั้นๆ ก็จะคอยดูการอบอุ่นร่างกายของลูกทีมเป็นหลักเผื่อว่าจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น อย่างเช่นการที่นักเตะได้รับบาดเจ็บในช่วงอบอุ่นร่างกาย เป็นต้น

    มาร์รี่ย์ กล่าวในรายการของ ทอล์คสปอร์ต สื่อกีฬาของอังกฤษว่า "คล็อปป์ ชอบทำเรื่องหนึ่งในช่วงก่อนลงเล่น ผมไม่รู้ว่ามีใครสังเกตเห็นถึงมันรึเปล่า เรื่องของเรื่องก็คือเขาจะเดินมาที่กลางสนาม, ยืนนิ่งตรงจุดกลางสนาม แล้วจ้องมองคู่แข่งที่อยู่อีกฝั่งแบบใจจดใจจ่อ มันทำให้คุณรู้สึกกระสับกระส่ายมากๆ"

    “Klopp does this thing before the game … he’ll walk right up to the halfway line and … just stare into the opposition half … Everyone’s like, ‘what’s he looking at? What’s going on?’ He sort of gets in your head before the game starts!” — Glenn Murray

    "เขายืนนิ่งๆ อยู่ตรงเส้นกลางสนาม แล้วดูคู่แข่งอบอุ่นร่างกาย ครั้งแรกที่คุณเจอเรื่องแบบนั้นแล้วน่ะมันก็ทำให้คุณรู้สึกปั่นป่วนมากๆ เพราะคุณจะคิดประมาณว่า -เขาทำอะไรฟะ ? เขาไม่ได้ดูทีมตัวเองอบอุ่นร่างกายด้วยซ้ำ เขามาดูเราเนี่ยนะ- เขาไม่ละสายตาเลย เขายืนดูอยู่อย่างนั้นไปจนจบ (ช่วงอบอุ่นร่างกาย)"

    ด้าน ดาร์เรน เบนท์ อดีตหัวหอกชาวอังกฤษที่เคยดวลกับ ลิเวอร์พูล ในยุคของ คล็อปป์ เผยว่าตนก็เคยรู้สึกแบบเดียวกับ มาร์รี่ย์ เหมือนกัน "มันตลกดีนะที่ เกล็นน์ พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะตอนที่ผมอยู่กับ ดาร์บี้ น่ะ เราก็เคยเจอกับ ลิเวอร์พูล ในเกมฟุตบอลถ้วย ตอนนั้นเราอบอุ่นร่างกายกันอยู่และเขา (คล็อปป์) ก็ทำแบบเดียวกันนี้เลย เขายืนอยู่ตรงกลางสนามแล้วดูเราอบอุ่นร่างกาย มันทำให้ ไนเจล เพียร์สัน กุนซือของเราในตอนนั้นถามขึ้นมาเลยว่า -นี่เกิดอะไรขึ้นกันน่ะ ?- เขาเดินไปหา เจอร์เก้น คล็อปป์ แล้วถามว่า -ทุกอย่างโอเคไหม ?- ซึ่ง คล็อปป์ ก็ตอบกลับมาว่า -โอเคดี โอเค โอเคเลย- แล้วจากนั้นก็วิ่งเหยาะๆ กลับไป"

ไม่นับตัวเอง! “โรเบิร์ตสัน” ยก3แบ็กซ้ายเก่งสุด

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดสามรายชื่อนักเตะในตำแหน่งเดียวกันที่ตนเองชื่นชอบและยกให้เป็นแบ็กซ้ายระดับโลก โดยงานนี้มีผู้เล่นที่ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, เยอรมนี และ สเปน

    แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ฟูลแบ็กจอมแอสซิสต์ชาวสกอตแลนด์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผย 3 ผู้เล่นตำแหน่งแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดในโลก โดยหนึ่งในนั้นเป็นสตาร์ดังที่ค้าแข้งในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

    แบ็กซ้ายทีมชาติสกอตแลนด์ วัย 26 ปี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดให้กับทัพ "เดอะ เร้ดส์" ด้วยการยิงไป 2 ประตูกับ 12 แอสซิสต์ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี และช่วยให้ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่เมื่อฤดูกาล 2019/2020 

        จากคำถามของ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาดังระดับโลก ที่ระบุว่ามีแบ็กซ้ายคนไหนที่เขาชื่นชอบ โดย โรเบิร์ตสัน ยอมรับว่ามีนักเตะ 3 รายในตำแหน่งเดียวกันที่เขาประทับใจมากๆ "ผมคิดว่า อัลฟอนโซ่ เดวีส์ (บาเยิร์น มิวนิค) เป็นนักเตะระดับโลกไปแล้ว แต่เขายังสามารถทำผลงานได้ดียิ่งกว่านี้อีก"

        "เบน ชิลเวลล์ (เลสเตอร์ ซิตี้) เป็นนักเตะที่ผมชอบดูเวลาที่เล่นในพรีเมียร์ลีก จากนั้นก็ต้องเป็น จอร์ดี้ อัลบา (บาร์เซโลน่า) ซึ่งเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์สูงและเป็นหนึ่งในสามที่ผมอยากพูดถึง รู้ไหม บางทีนี่อาจจะเป็นช่วงท้ายอาชีพของเขา แต่เขาได้สร้างผลงานมากมายเอาไว้ รู้ไหม เขา เออ เขากับ มาร์เซโล่ (เรอัล มาดริด) ช่วยยกระดับแบ็กซ้ายขึ้นมาใหม่" ดาวเตะเลือดวิสกี้ กล่าว

ช็อก!แข้ง-สตาฟฟ์พรีเมียร์ลีกติดโควิด14ราย

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษแฉว่าตอนนี้มีนักเตะกับสตาฟฟ์ของทีมใน พรีเมียร์ลีก ติดเชื้อโควิด-19 รวมกัน 14 คน หลังจากทำการตรวจคนเหล่านั้นในการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่น แต่มันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรมการแข่งขันแต่อย่างใด

    มีนักเตะและสตาฟฟ์จากทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึง 14 คนด้วยกัน จากการตรวจระหว่างการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่นของ 12 สโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

    ไม่มีการเปิดเผยว่า 12 ทีมที่โดนตรวจในครั้งนี้มีทีมไหนบ้าง แต่เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้มีคนติดเชื้อเยอะขนาดนี้เป็นเพราะหลายคนกลับมาจากการไปเที่ยวพักผ่อนในประเทศต่างๆ ซึ่ง พรีเมียร์ลีก ยังไม่ชี้แจงหรือประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องในครั้งนี้แต่อย่างใด

    ทั้งนี้ การที่มีคนติดเชื้อ 14 คนในครั้งนี้นั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 กลับมาเตะกันเยอะพอตัว เพราะตลอดทั้งช่วงดังกล่าวมีการตรวจนักเตะกับสตาฟฟ์รวมแล้วราว 35,000 ครั้ง และพบว่ามีคนติดเชื้อเพียง 30 รายเท่านั้น

    เดลี่ เมล เสริมว่าการที่มีนักเตะและสตาฟฟ์ติดเชื้อรวม 14 คนในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ที่จะเริ่มเตะกันในวันที่ 12 กันยายนนี้ แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก ก็เตือนสโมสรต่างๆ ว่ายังต้องดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อทำให้ทั้งสนามแข่งและสนามซ้อมปลอดเชื้อโควิด-19 ต่อไป โดยเชื่อกันว่าในฤดูกาล 2020-21 นั้น พรีเมียร์ลีก จะตรวจบรรดานักเตะของทีมในลีก 1 ครั้งต่อสัปดาห์ น้อยกว่าช่วงที่กลับมาแข่งกันเมื่อซีซั่นก่อนที่ทำการตรวจ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

เดอะค็อปขนลุก! “คล็อปป์” ย้ำชัดแผนเดิมพัก1ปี

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ลิเวอร์พูล ย้ำชัดแผนเดิมว่าจะลาวงการฟุตบอลอย่างน้อย 1 ปีเมื่อหมดสัญญากับ "หงส์แดง" ระบุช่วงเวลาที่ห่างจากเกมลูกหนังจะคิดทบทวนว่ายังต้องการคุมทีมอีกหรือไม่ ถ้าหากคำตอบว่าไม่ ก็ขอโบกมือลาถาวร

               เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤา ออกโรงยืนยันเกี่ยวกับแผนการที่จะพักจากวงการฟุตบอลเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังจากที่หมดสัญญาปัจจุบันในถิ่นแอนฟิลด์

              นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช สลัดน้ำหมึกขยายสัญญากับ แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 ไปจนถึงปี 2024 เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยอมรับว่าหากหมดสัญญากับ "เดอะ เร้ดส์" แล้วอาจจะหยุดพักจากวงการลูกหนังเพื่อไปพักผ่อนอย่างเต็มที่ และเป็นการชาร์จพลังไปในตัว

              จากคำถามที่ว่าแผนการที่เขาเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่ เรื่องนี้ คล็อปป์ ย้ำชัดอีกรอบว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง "ผมจะขอพัก 1 ปีจากนั้นผมจะลองถามตัวเองว่าผมยังคิดถึงฟุตบอลหรือไม่ ถ้าผมไม่คิดถึงแล้ว นั่นคงจะเป็นการจบอาชีพโค้ชของเจอร์เก้น คล็อปป์ ถ้าวันหนึ่งผมไม่ได้เป็นโค้ช มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะไม่คิดถึงเลย นั่นก็คือความตึงเครียดอย่างรุนแรงเฉียบพลันก่อนเกม"

               ส่วนในเรื่องการป้องกันแชมป์ในฤดูกาล 2020/2021 คล็อปป์ ยืนยันว่าตนและลูกทีมพร้อมเต็มที่ โดยทุกๆ คนมีแรงกระตุ้นเต็มเกี่ยวที่จะนำ "หงส์แดง" ครองความยิ่งใหญ่ต่อไป "ทุกๆ คนในสโมสรเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นสำหรับฤดูกาลใหม่ เราอยากที่จะทำให้ดียิ่งกว่านี้ เราไม่ได้คิดเรื่องป้องกันแชมป์ เราอยากได้แชมป์ใหม่ เราเพิ่งจะเริ่มต้นชัยชนะเท่านั้น"

ใครสนยื่นมา! ‘สเตอร์ริดจ์’รับอยากกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีก

อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษยอมรับว่าอยากกลับมาเล่นในลีกประเทศบ้านเกิดอีกครั้ง

ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ยอมรับว่าอยากกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังเป็นนักเตะไร้สังกัดอยู่ในเวลานี้

ดาวยิงวัย 31 ปี กลายเป็นแข้งไร้สังกัดหลังถูก เอฟเอ แบนจากวงการฟุตบอลเป็นระยะเวลา 4 เดือน พร้อมทั้งปรับเงินอีก 150,000 ปอนด์ จากการทำผิดกฎเกี่ยวกับการพนันฟุตบอล จนต้องยกเลิกสัญญากับ แทร็บซอนสปอร์ ทีมในตุรกี ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าอยากกลับไปเล่นในลีกสูงสุดประเทศบ้านเกิดอีกครั้งถ้ามีโอกาส

"มีตัวเลือกจากทั่วโลก แต่ผมเป็นนักเตะอังกฤษและผมรักที่จะเล่นในอังกฤษอยู่เสมอ" สเตอร์ริดจ์ กล่าว

"ผมเชื่อว่าตัวเองยังมีหลายสิ่งที่มอให้พรีเมียร์ลีกได้ และผมขอบอกว่านี่เป็นตัวเลือกแรกของผม ผมรู้สึกว่ายังทำงานของตัวเองไม่เสร็จ ดังนั้นผมอยากกลับไปเล่นที่นั่น"

เลสค็อตต์ชี้เดอบรอยน์ยังไม่เทียบชั้นยาย่า

โจลีออน เลสค็อตต์ อดีตกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชี้ว่าผลงานของ เควิน เดอ บรอยน์ ในฤดูกาลนี้ยังไม่เทียบซีซั่นที่พีคที่สุดของ ยาย่า ตูเร่ เมื่อปี 2013/14

 เดอ บรอยน์ มีส่วนร่วมกับประตูของทีม 33 ลูกในซีซั่นนี้ แบ่งเป็นการทำประตู 13 ลูกและแอสซิสต์อีก 20 หน ในการลงเล่น 35 เกมในพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2019/20 แต่ทาง เลสค็อตต์ มองว่ายังเทียบไม่ได้กับความยอดเยี่ยมของ ตูเร่

 "ยัง, เขาต้องทำมันให้ยาวนานมากกว่านี้อีกหน่อย" เลสค็อตต์ กล่าวเมื่อถูกถามว่า เดอ บรอยน์ เทียบได้กับ ตูเร่ หรือยัง

 "ฤดูกาลที่ดีที่สุดของ ยาย่า นั้นยอดเยี่ยมมากกว่า เขาทำ 20 ประตูในซีซั่นนี้, ปี 2013/14"

 นอกจากนี้ เลสค็อตต์ ยังกระตุ้น เดอ บรอยน์ ให้รักษาความยอดเยี่ยมเอาไว้ให้ได้ต่อเนื่องเพื่อจารึกชื่อเป็นตำนานของพรีเมียร์ลีก

 "สิ่งที่เขาทำและผลในแต่ละเกมนั้นน่าทึ่งมาก เขากำลังสร้างมาตรฐานใหม่"

 "ยุคของ เจอร์ราร์ด และ แลมพาร์ด – ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมบางคนในพรีเมียร์ลีก แต่สิ่งที่ เควิน ทำก็สุดยอดมาก ผมคิดว่าถ้าเขายังทำได้แบบนี้อีกสัก 3-4 ปี เขาจะอยู่ในการพูดถึง (ว่าคือยอดนักเตะของพรีเมียร์ลีก)"

เผยค่าเหนื่อยวิลเลี่ยนรับกับอาร์เซน่อลน้อยกว่าเดิมแต่ออปชั่นเพียบ

เดลี่ เมล สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี ระบุ วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนที่เพิ่งหมดสัญญากับ เชลซี จะฟันค่าเหนื่อยโดยรวม 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์กับ อาร์เซน่อล ส่วนการเซ็นสัญญาจะมีขึ้นภายในวันอาทิตย์นี้

    วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนจะได้ค่าเหนื่อยโดยรวมจาก อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.80 ล้านบาท) เมื่อเขาเซ็นสัญญากับทีมอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    หลังจากที่อยู่กับ เชลซี มาตั้งแต่ปี 2013 วิลเลี่ยน ก็เปิดเผยผ่านจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่าเขาจะไม่ต่อสัญญากับทีมแล้วบอกลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งมันก็เป็นที่เชื่อกันว่า อาร์เซน่อล คือทีมที่จะได้แข้งวัย 32 ปีไปร่วมทัพ

    ทั้งนี้ เดลี่ เมล ระบุว่าที่จริงแล้ว อาร์เซน่อล ให้ค่าเหนื่อยในเบื้องต้นกับ วิลเลี่ยน น้อยกว่าที่เขาเคยได้ 120,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์กับที่ เชลซี แต่ถ้ารวมเงื่อนไขอื่นๆ แล้วมันก็จะทำให้เงินพุ่งไปถึงสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ ได้เลย โดยตัวสัญญาจะมีระยะเวลา 3 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า วิลเลี่ยน จะเซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล อย่างเป็นทางการภายในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ต่างกับ สกายสปอร์ตส์ ที่บอกว่าจะมีขึ้นภายในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม โดยเป็นที่เชื่อกันว่าที่จริง อาร์เซน่อล อยากจะเปิดตัวเขาก่อนหน้านี้ แต่ตัดสินใจเลื่อนไปก่อน เพราะไม่กี่วันก่อน อาร์เซน่อล เพิ่งประกาศปลดพนักงาน 55 คน จนทำให้กลัวว่าถ้าเปิดตัว วิลเลี่ยน เร็วเกินไปมันจะทำให้หลายคนตำหนิสโมสรว่ายอมทิ้งพนักงานหลายชีวิตเพื่อนักเตะเพียงคนเดียว

เผื่อวืดซานโช่!แมนยูคุยบาร์เซโลน่าหวังยืมเดมเบเล่

อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด คุยในเบื้องต้นกับ บาร์เซโลน่า ในเรื่องที่จะขอยืม อุสมาน เดมเบเล่ มาร่วมทัพ พร้อมกับมีเงื่อนไขที่จะซื้อขาด แต่มันยังไม่ได้ถึงขั้นเจรจากันแบบเป็นทางการ
   
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พูดคุยในเบื้องต้นกับ บาร์เซโลน่า ถึงความเป็นไปได้ที่จะขอคว้าตัว อุสมาน เดมเบเล่ ดาวเตะชาวฝรั่งเศสไปร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว ตามรายงานของ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาระดับโลก

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งริมเส้นจนทำให้ "ปีศาจแดง" มีข่าวกับปีกหลายรายตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยคนที่ตกเป็นข่าวกับพวกเขามากที่สุดคือ เจดอน ซานโช่ แต่ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำท่าว่าจะหมดหวังได้ตัว ซานโช่ แล้ว หลังจากไม่กี่วันก่อน มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬาของ "เสือเหลือง" ประกาศชัดว่า ซานโช่ จะอยู่ช่วยทีมในฤดูกาล 2020-21

    แม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจในการล่าตัว ซานโช่ มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่พวกเขาก็มองหาทางเลือกสำรองเผื่อเอาไว้ก่อน และ เดมเบเล่ คือคนที่ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มองว่าอาจจะพอช่วยทีมได้หากต้องแห้ว ซานโช่ โดยนอกจากจะยืมตัวเป็นเวลา 1 ฤดูกาลแล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็พร้อมที่จะให้มีเงื่อนไขการซื้อขาดด้วย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันยังเป็นแค่การคุยกันทั่วไปเท่านั้น ยังไม่ได้ถึงขั้นเจรจากันอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

 

รายใหม่!ลิเวอร์พูลเล็งกองหลังดาวรุ่งไบรท์ตันฯ

ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นของอังกฤษ ระบุ ลิเวอร์พูล สนใจดึง เบน ไวท์ กองหลังอนาคตไกลของ ไบรท์ตันฯ ไปร่วมทัพ หลังจากจำเป็นต้องเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก

    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว เบน ไวท์ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน มาร่วมทัพ ตามรายงานของ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อชื่อดังประจำย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์

    แม้ว่าขุมกำลังตัวจริงในตอนนี้ของ ลิเวอร์พูล จะแข็งแกร่งอย่างมาก แต่หลายคนมองว่าพวกเขายังจำเป็นต้องเพิ่มตัวเลือกเข้าไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง หลังจากที่ขาย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ไปเมื่อก่อนหน้านี้

    สำหรับ ไวท์ นั้น แม้ว่าจะไม่ได้เป็นกำลังหลักของ ไบรท์ตันฯ แต่ฤดูกาล 2019-20 เขาไปเล่นให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว และเป็นกำลังสำคัญของที่นั่นจนช่วยให้ "ยูงทอง" ได้แชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ พร้อมกับได้เลื่อนชั้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นหน้า ซึ่ง ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ บอกว่า ลิเวอร์พูล ส่งแมวมองไปดูฟอร์มของ ไวท์ ตลอดช่วงซีซั่นล่าสุด และประทับใจกับผลงานของเขามากๆ โดยนอกจากจะเป็นเซนเตอร์แบ็กแล้วนั้น ในฤดูกาล 2019-20 ไวท์ ยังเคยเล่นเป็นกองกลางตัวรับด้วย