“แรชฟอร์ด” ทั้งยิงทั้งจ่าย!แมนยูแต้มทาบเลสเตอร์หลังบุกบดพาเลซคาถิ่น

มาร์คัส แรชฟอร์ด ฟอร์มสุดร้อนแรงหลังยิงหนึ่งจ่ายหนึ่งช่วย "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกคว้าชัยถึงถิ่น "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พลาเลซ 2-0 ส่งผลให้แมนยูมีแต้มขยับขึ้นไปเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ยังคงรั้งอันดับ 5 ตามเดิมเพราะประตูได้เสียเป็นรอง ในศึก ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
คริสตัล พาเลซ 0   –    2 แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : เซลเฮิร์สท์ พาร์ค

    เริ่มเกมครึ่งแรก เพียงแค่นาทีที่ 2 เท่านั้นเป็น พาเลซ ได้โอกาสก่อน จอร์แดน อายิว ส่งบอลให้ วิลฟรีด ซาฮา ไปทางมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อน ซาฮา จะโยกหลอกแผงหลังผีแดงแล้วกดเน้นๆ บอลพุ่งตรงไปที่เสาแรกทำท่าจะเสียบมุมแต่ไม่ผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ที่พุ่งปัดไว้ได้อย่างหวุดหวิด เรียกได้ว่ายิงสวยแล้วแต่ป้องกันได้สวยกว่า

    นาทีที่ 7 ยังคงเป็นเจ้าบ้านที่โหมบุกอย่างหนัก โจเอล วอร์ด เติมขึ้นมาเปิดบอลโด่งทางฝั่งขวาบอลเลยมาอยู่ที่ วิลฟรีด ซาฮา ในเขตโทษผีแดงเจ้าตัวทำท่าจะง้างเท้ายิงแต่ถูก บรูโน่ แฟร์นันด์ส จิ้มบอลไว้ได้ก่อนแต่ดันไหลไปเข้าทาง พาทริค ฟาน อานโฮลท์ วิ่งเข้ามาหวดเต็มข้อแต่ก็ยังไม่ผ่านบล็อกแข้งผีแดง

    นาทีที่ 11 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดยัดเข้ามากลางกรอบเขตโทษเลยมาตกใส่หัว แฮร์รี่ แม็กไกว์ แต่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัวเลยทำให้ทิศทางบอลย้อนกลับออกหลังไป

    นาทีที่ 12 ทีมเยือนได้ลูกเตะมุมอีกครั้งคราวนี้เป็น แฮร์รี่ แม็กไกว์ ที่เบียดเอาชนะแข้งพาเลซได้โขกเต็มๆ หัว แต่กดไม่ลงทำให้บอลเหินข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

    ผ่านมาถึงนาทีที่ 21 แมนยูเปิดเกมรุกขึ้นมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษพาเลซที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าตัวตัดสินใจโยกหลอกก่อนจะซัดด้วยเท้าซ้ายแต่ไปติดตัว แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ ในจังหวะนี้ผู้ตัดสินเปาให้เจ้าบ้านได้ฟาวล์เพราะ แรชฟอร์ด ไปเตะเข้าที่หน้าขา ทาวน์เซ่นด์ หลังจากปล่อยบอลไปแล้ว

    นาทีที่ 27 พาเลซ สร้างความหวาดเสียวได้อีกครั้ง เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ได้เปิดบอลสุดริมเส้นฝั่งซ้าย

    นาทีที่ 29 ทัพอสรูแดงตอบโต้กลับมาบ้าน มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลโด่งทางฝั่งซ้ายเลยข้ามฝั่งไปถึง อารอน วาน-บิสซาก้า ที่เติมเกมรุกขึ้นมาได้หวดเน้นๆ แต่ดันไปติดบล็อกแข้งพาเลซกระดอนออกไป

    นาทีถัดมา แมนยู ได้โอกาสงามๆ อีกครั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งแหวกกระชากพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนหักข้อผ่านบอลไปให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยืนอยู่โล่งๆ ได้กดด้วยเท้าซ้ายแต่ดันโดนไม่ดีทำให้บอลหลุดออกข้างเสาประตูไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง

    นาทีที่ 39 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลอยโค้งมาเข้าหัว แฮร์รี่ แม็กไกว์ ที่ได้ขึ้นโขกเต็มๆ แต่เจ้าตัว

    นาทีที่ 41 พาเลซ ทำเสียวไส้ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ลิเดนเลิฟ จ่ายบอลยัดเข้าไปในกรอบเขตโทษผีแดงเป็น วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่พยายามแหย่เท้าสกัดแต่บอลดันไหลไปเข้าทาง จอร์แดน อายิว ได้กดเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังดีมี ดาบิด เด เคอา ยืนตำแหน่งดีชกบอลออกไปได้

    นาทีที่ต่อมา แมนยู เปิดเกมรุกกลับมาบ้าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้ตะบันไกลบอลหลุดออกข้างเสาไปไม่ถึงหลา

    นาทีที่ 44 วิลฟรีด ซาฮา ถูก แฮร์รี่ แม็กไกว์ หวดล้มลงในเขตโทษแมนยูแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้เล่นต่อไป แต่เมื่อกลับมาดูภาพช้าก็ดูเหมือนว่า ซาฮา จะถูกเตะที่ขาแบบไม่มีบอลเข้ามาเกี่ยวข้อง

    นาทีที่ 45+1 ปีศาจแดงออกนำ 1-0 จากจังหวะทำเกมสุดเหนือชั้น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ส่งให้  บรูโน่ แฟร์นันด์ส หน้ากรอบเขตโทษพาเลซแล้วผ่านบอลต่อไปให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จับบอลแล้วใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาลากจี้เข้าไปในเขตโทษทางฝั่งซ้ายก่อนจะหลอกทำท่าว่าจะยิงด้วยเท้าซ้ายและแต่งเข้าเท้าขวาแปเล่นมุมเข้าไปอย่างสวยงาม เล่นเอา พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ที่พยายามตามมาสกัดถึงกับล้มหัวทิ่มหัวตำ

    นาทีที่ 45+3 พาเลซ เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อได้ลูกฟรีคิกบริเวณมุนกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้าย ลูก้า มิลิโวเยวิช วิ่งเข้ามาปั่นบอลพุ่งโค้งทำท่าจะมุมเสียบสามเหลี่ยมมุมบนแต่ยังคงไม่ผ่านมือ เด เคอา ที่บินสุดตัวยืดสุดแขนปัดไว้ด้วยปลายมืออีกครั้ง

    จบครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกแต่ แมนยู จบได้คมกว่าบุกมานำไปก่อน 1-0

    มาลุ้นต่อกันครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นาทีที่ 51 เป็นแมนยู ที่ทำเกมรุกขึ้นไปทางฝั่งขวา บรูโน่ เปิดบอลโด่งยัดไปในเขตโทษโดยมี แรชฟอร์ด ยืนรออยู่แต่ถูก มามาดู ซาโก้ ที่อ่านเกมดีหวดเคลียร์บอลออกไปได้ก่อน

    นาทีที่ 53 พาเลซตอบโต้กลับ วิลฟรีด ซาฮา ได้กลับตัวในเขตโทษแล้วพลิกยิงแต่ไปติดตัว แม็กไกว์ ในจังหวะแรกก่อน แม็กไกว์ จะตามเก็บบอลแล้วหวดเคลียร์ออกไป

    นาทีที่ 55 คริสตัน พาเลซ พลาดได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะกึ่งยิงกึ่งผ่านของ วิลฟรีด ซาฮา รอดขา อารอน วาน-บิสซาก้า บอลเลยไปเสาไกลเข้าทาง จอร์แดน อายิว ที่เติมขึ้นมาล้มตัวยิงเข้าไปแต่จังหวะนี้มีการเช็กวีเออาร์และ เกรแฮม สกอตต์ ผู้ตัดสินกลับคำตัดสินลงโทษพาเลซเป็นลูกล้ำหน้าในจังหวะที่ อายิว เล่นบอลทำให้ แมนยู ยังคงมีสกอร์นำอยู่ 1-0 ตามเดิม

    นาทีที่ 57 ป็อกบา ได้ส่องไกลแต่ทิศทางไม่ดีบอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 60 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้ง เจมส์ แม็คคาร์ธี่ ตั้งป้อมหวดเหน่งๆ กลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาแต่บอลไปตรงตัว เด เคอา ล้มลงรับไว้ได้ไร้ปัญหา
   
     นาทีที่ 62 แมนยูเกือบได้ประตูที่สอง แรชฟอร์ด ฉกบอลได้แล้วส่งบอลให้ มาร์กซิยาล ก่อนจะฉีกไปรับบอลแล้วหลุดเข้าไปแปเล่นทางหวังเข้าเสาไกลแต่ไม่ผ่านมือ บิเซนเต้ กวาอิต้า ที่พุ่งคว้าบอลไว้ได้อย่างหวุดหวิด

    นาทีที่ 71 ผีแดงได้ลุ้นอีกครั้ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดบอลยัดเข้าไปในเขตโทษแต่ถูกแข้งเจ้าถิ่นเตะสกัดออกมาในจังหวะแรกไม่ดีไหลมาเข้าทาง บรูโน่ วิ่งเข้าไปซ้ำจังหวะสองด้วยเท้าซ้ายแต่โดนไม่ดีทำให้บอลค่อยๆ ไหลหลุดออกหลังไป

    นาทีที่ 73 พาเลซ เปิดเกมรุก เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ตัวสำรองที่พึ่งเปลี่ยนลงมากระชากเดียวจี้ไปหน้ากรอบเขตโทษแมนยูแล้วตัดสินใจยิงด้วยเท้าซ้ายและคุมทิศทางไม่ดีบอลไหลออกข้างเสาไป

    นาทีที่ 75 แมนยู พลาดได้ประตูนำห่างไปแบบสุดเหลือเชื่อเมื่อ แรชฟอร์ด หลุดขึ้นไปเปิดบอลสุดริมเส้นทางฝั่งซ้ายบอลเลยมาถึง บรูโน่ ที่ยืนรออยู่บริเวณจุดโทษโล่งๆ แบบไร้ซึ่งตัวประกบก่อนเจ้าตัวจะยิงเต็มข้อแต่บอลเจ้ากรรมพุ่งไปชนเสาอย่างจังเล่นเอาเจ้าตัวถึงกับออกอาการเสียดายสุดๆ

    นาทีที่ 78 แมยู ได้ประตูนำห่างจนได้เป็น 2-0 จากจังหวะกระชากบอลแหวกสามของ แรชฟอร์ด ก่อนส่งต่อให้ บรูโน่ แล้วเบิ้ลบอลกลับมาให้ แรชฟอร์ด แปยัดไปให้ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้ายแล้วล้มตัวแปบอลเล่นทางไปเสาไกลเข้าไปไม่พลาด นับเป็นการประสานงานแบบไรที่ติของแนวรุกอสูรแดงเลยดีเดียว

    และต่อเนื่องในจังหวะดังกล่าวเกมหยุดไปถึง 6 นาทีเหตุเพราะ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ บาดเจ็บหนักจากการถูก มาร์กซิยาล ล้มทับแบบไม่ตั้งใจหลังยิงประตูจนทีมแพทย์ต้องเข้ามาดูอาการและพาขึ้นเปลสนามหามออกไปปฐมพยาบาลด้านนอก

    นาทีที่ 87 ยังคงเป็นทัพปีศาจแดงได้บุกอย่างต่อเนื่องบอลมาอยู่ที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ดึงหลอกตรงมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วซัดทันทีแต่น้ำหนักเบาเกินไป บิเซนเต้ กวาอิต้า รับไว้ไม่ยากเย็น

    นาทีที่ 90 ดาบิด เด เคอา ต้องออกแรงเหนื่อยอีกครั้งเมื่อ วิลฟรีด ซาฮา หลุดเข้าไปซัดเน้นๆ ทางฝั่งขวาหวังยัดเข้าเสาแรกแต่ก็ยังถูก เด เคอา ล้มตัวใช้ปลายเท้าป้องกันไว้ได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง

    นาทีที่ 90+3 แรชฟอร์ด บรรจงปั่นบอลโค้งทำท่าจะมุดเสียบใต้คานแต่ กวาอิต้า นายด่านปราสาทเรือนแก้วยังทะบานปัดด้วยมือเดียวไว้ได้ เจ้าถิ่นรอดพ้นการเสียประตูที่สามช่วงท้ายเกม

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม แมนยู บุกมาอัด พาเลซ ถึงถิ่น 2-0 คว้าชัยสำคัญทำให้มีแต้มขึ้นไปเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ 62 คะแนน แต่ แมนยู ยังอยู่อันดับที่ 5 ตามเดิมเพราะประตูได้เสียเป็นรองทัพจิ้งจอกสีน้ำเงิน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    คริสตัล พาเลซ (4-5-1) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, สกอตต์ แดนน์, มามาดู ซาโก้, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ – วิลฟรีด ซาฮา, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ – จอร์แดน อายิว

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกว์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา  – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

แมนยูไนเต็ด ไล่ล่าแชมป์ลีกซีซั่น 2020/2021

 

ตอนนี้สาวก "เร้ด อาร์มี่" คงอยู่ในช่วงหน้าชื่นตาบานหลังผลงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังดีวันดีคืน โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถนำทีมกลับมาเล่นได้อย่างดุดัน และแข็งแกร่ง พร้อมกับทำสถิติสุดยอดสะกดคำว่าแพ้ใครไม่เป็นมานานถึง 17 แมตช์แล้ว

     แน่นอนว่าเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้คือการทำอันดับให้สูงที่สุด เพื่อคว้าโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และการลุ้นคว้าแชมป์ในซีซั่น 2019/2020 หลังจากที่พวกเขายังอยู่ในเส้นทางความสำเร็จในทั้งศึกเอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก

     สำหรับในเวลานี้สิ่งที่ โซลชา จำเป็นต้องคิดอย่างหนักก็คือการเสริมทัพ เพื่อหวังที่จะเพิ่มศักยภาพให้กับทีมในการก้าวขึ้นมาทัดเทียม ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า โดยเป้าหมายหลักในตอนนี้ของ "น้าลูกอม" ก็คือ เจดอน ซานโช่ ปีกฟอร์มกระฉูดจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

     นอกจากนี้ส่วนของเกมรับพวกเขาอยากได้ คาลิดู คูลิบาลี่ มายืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ พร้อมกันนี้ยังต้องการหน้าเป้าที่มีประสบการณ์ และฝีเกือกคมอย่าง  ราอูล ฮิเมเนซ มาเสริมทัพ  ในส่วนของเกมรุก  "ผีแดง"  อาจจะมีการปรับบ้างนิดหน่อย  โดยทั้ง อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด คงต้องหลีกทางให้ ฮิมิเนซ ลงไปไล่ล่าตาข่ายก่อน

เกมรับแข็งแกร่งขึ้น
     ดาบิด เด เคอา อาจจะมีบางช่วงที่ฟอร์มหลุดไปบ้าง แต่เขายังคงเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 สำหรับ โซลชา เสมอ แม้ ดีน เฮนเดอร์สัน โกลอนาคตไกลจะทำผลงานได้ดีในการยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่คงยากที่จะเบียดยึดตัวจริงหากกลับมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

     ขณะที่ในตำแหน่งฟลูแบ็กมีความเป็นไปได้สูงที่ "น้าลูกอม" จะใช้งาน อารอน วาน-บิสซาก้า ทางฝั่งขวา และ ลุค ชอว์ ทางฝั่งซ้าย เพราะทั้งสองคนกำลังทำผลงานได้อย่างสะเด็ดสะเด่าในช่วงที่ผ่านมา ช่วยทำให้เกมบุกของ "ปีศาจแดง" มีมิติที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

     ส่วน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ซึ่งเพิ่งอายุเพียง 19 ปี แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่ได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ก็ตาม แต่คาดว่านักเตะจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกสักพัก เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ดีโอโก้ ดาโลต์ ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกหน่อยหลังหายจากอาการบาดเจ็บ สำหรับ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ ยังต้องรอโอกาสของตัวเองต่อไป

     ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กนั้น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนเป็นเสาหลักในเกมรับโดยคู่หูของเขามีการผลัดเปลี่ยนกันระหว่าง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ เอริก ไบยี่ แต่หากเกิดกรณีที่ โซลชา ตัดสินใจทุ่มเงินกระชากตัว คาลิดู คูลิบาลี่  กองหลังจอมแกร่งจาก นาโปลี มาร่วมทีมได้ แน่นอนว่า เขาจะเป็นคู่เกมรับที่สุดเพอร์เฟกต์สำหรับ แม็กไกวร์ อย่างแท้จริง

     ในส่วนของ ฟิล โจนส์ กับ คริส สมอลลิ่ง คงจะต้องออกไปหาโอกาสในการลงสนามกับสโมสรใหม่ โดยในรายของ สมอลลิ่ง มีแววสูงมากที่จะย้ายไปเล่นแบบถาวรกับ โรม่า ขณะที่ โจนส์ อาจจะต้องไปเล่นกับทีมระดับกลางตาราง สำหรับ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ต้องรอคอยโอกาสของเขา แต่นักเตะยังมีอนาคตในยุค "น้าลูกอม" แน่นอน

แผงมิดฟิลด์สุดยอดเกินจะบรรยาย
     สำหรับตอนนี้ ปอล ป็อกบา กลับมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่เกมพรีเมียร์ลีก รีสตาร์ท โดยนักเตะมีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ ที่สำคัญยังเล่นบอลแบบไม่เห็นแก่ตัว โดยเจ้าตัวจับคู่เล่นได้เข้าขากับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งสถิติของทั้งสองคนยอดเยี่ยมมากๆ

     นอกจากนี้พวกเขายังมีอิสระในการเล่นมากยิ่งขึ้น เมื่อได้ เนมานย่า มาติช คอยจัดการเก็บกวาดในแดนกลาง ในเวลานี้ต้องยอมรับว่า มาติช ทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา และโดดเด่นมากๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจมอบสัญญา 3 ปีให้กับเจ้าตัว

     ด้วยผลงานชิ้นโบว์แดงส่งผลให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จำเป็นต้องนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง อย่างไรก็ตาม ดาวเตะเลือดวิสกี้ ก็ยังมีโอกาสหากเขาสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และสู้อย่างเต็มที่เพื่อแย่งตำแหน่งกับ แข้งเลือดเซิร์บ ด้าน เฟร็ด ยังคงมีอนาคตกับทีมเพราะผลงานของเขากำลังดีวันดีคืนและมีส่วนช่วยทีมเยอะมากในช่วงที่ผ่านมา แต่กระนั้นก็ยังคงเป็นรอง มาติช

     ในขณะที่ เจสซี่ ลินการ์ด, อันเดรส เปเรยร่า และ ฆวน มาต้า อาจจะไม่มีตำแหน่งให้ยืนในโรงละครแห่งความฝัน สำหรับ เจมส์ การ์เนอร์ ดาวรุ่งพุ่งแรงอีกคน น่าจะเป็นผู้เล่นที่ โซลชา พร้อมที่จะให้โอกาสลงสนามมากขึ้น และคงได้รับการเจียระไนฝีเท้าจาก "น้าลูกอม" ต่อไป

แนวรุกเร็วแรงทะลุนรก
     สำหรับตอนนี้เป้าหมายแรกในการเสริมทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คือ เจดอน ซานโช่ และพวกเขามีโอกาสอย่างยิ่งที่จะได้นักเตะมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ สำหรับ เมสัน กรีนวู้ด ก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นตัวเลือกหลักสำหรับ โซลชา หลังจากที่นักเตะระเบิดฟอร์มสุดยอดด้วยการตะบันไป 4 ประตูจาก 3 เกมหลังสุด และซัดไปแล้ว 18 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้

     แน่นอนว่าผลงานของ กรีดวู้ด ร้อนแรงเหลือเกิน โดยนักเตะมีพรสวรรค์เต็มเปี่ยม เต็มไปด้วยความรวดเร็ว และยังยิงได้คมทั้งสองเท้า จนตอนนี้กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของสาวก "เร้ด อาร์มี่" แต่เมื่อเทียบกับประสบการณ์แล้ว ซานโช่ มีความโชกโชนมากกว่า ฉะนั้นหาก แมนฯ ยูฯ ได้ ดาวเตะเลือดผู้ดี มาร่วมทีม เขาคงเป็นตัวเลือกแรกในเกมรุกของทีม

     ส่วนแข้งสำคัญของทีมในเวลานี้อย่าง แฟร์นันด์ส ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะคีย์แมนที่ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไร้พ่ายมานานถึง 17 แมตช์ ฉะนั้นในฤดูกาลหน้า สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุกีส ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในเกมรุกของทีม ในขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในซีซั่นนี้ โดยความเร็ว, ทักษะ และการจบสกอร์ของพวกเขาเป็นสิ่งที่ "ผีแดง" ขาดไม่ได้จริงๆ

     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ โซลชา ต้องการก็คือหน้าเป้าที่มีการจบสกอร์แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และชื่อนักเตะที่เขาอยากได้มาร่วมทีมก็คือ ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้าตัวเก่งจาก "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ ที่โชวฟอร์มได้อย่างร้อนแรงโดยซัดประตูให้กับต้นสังกัดไปแล้ว 24 ลูกจากทุกรายการในฤดูกาลนี้

     ฉะนั้นหาก ฮิมิเนซ ย้ายมาสวมเครื่องแบบ "ปีศาจแดง" จริงๆ มาร์กซิยาล คงต้องยอมหลบทาง โดยเขายังเป็นนักเตะสำคัญของ โซลชา แต่คงต้องเป็นยางอะไหล่ไปก่อน ที่สำคัญหากทีมมีเกมรุกที่ดุดันแบบนี้อนาคตของ แดเนี่ยล เจมส์ น่าจะต้องโดนส่งไปพัฒนาฝีเท้ากับทีมอื่นด้วยสัญญายืมตัว

      ด้าน โอเดียน อิกาโล่ ซึ่งทำผลงานได้ดีในช่วงที่ย้ายมาเล่นแบบยืมตัวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด สโมสรอันเป็นที่รักของเขา คงจะต้องกลับไปที่ เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ต้นสังกัดแม่ในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ ดาวเตะไนจีเรีย โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ เขาก็มีโอกาสได้เซ็นสัญญาถาวรเช่นกัน

 

โซลชาให้เหตุผลแผนเสริมทัพเปลี่ยนเพราะ “กรีนวู้ด”

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยันตอนนี้แผนการเสริมทัพในตลาดพ่อค้าแข้งของ "ผีแดง" เปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากฟอร์มการเล่นของ เมสัน กรีนวู้ด ที่ร้อนแรงเกินห้ามใจ โดย "น้าลูกอม" ระบุอยากให้โอกาสนักเตะเพื่อพัฒนาฝีเกือกจนเป็นตัวหลักของสโมสร
    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับแผนการซื้อตัวนักเตะมาเสริมทีมในช่วงตลาดซื้อขายผู้เล่นในช่วงซัมเมอร์นี้อาจจะเปลี่ยนไป เนื่องจากฟอร์มการเล่นของ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดวรุ่งพุ่งแรง

    กรีนวู้ด ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่เกมพรีเมียร์ลีก รีสตาร์ท โดยนักเตะตะบันตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 4 ประตูจาก 3 เกมที่ผ่านมา ทำให้นักเตะกลายเป็นผู้เล่นแนวรุก 3 ประสานที่เล่นได้อย่างเข้าขากับ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอรด์

    ก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมีข่าวเกี่ยวพันกับนักเตะหลายคน โดยเฉพาะในรายของ เจดอน ซานโช่ ปีกความเร็วสูง "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ถึงขนาดยินดีไม่มีปัญหาในการยื่นข้อเสนอจำนวนมหาศาลเพื่อหวังได้นักเตะมาร่วมทัพให้ได้

    อย่างไรก็ตามตอนนี้แผนการเสริมทัพของ "ผีแดง" อาจจะเปลี่ยนไปเนื่องจากฟอร์มที่ร้อนแรงของ กรีนวู้ด ซึ่งเพิ่งต่อสัญญาใหม่เมื่อปี 2019 ทำให้เขาจะได้อยู่กับทีมไปจนถึงอีก 4 ปีต่อจากนี้โดย โซลชา เผยว่า "ผมไม่คิดว่าคุณคาดหวังว่าจะมีนักเตะ 6 คนเข้ามาเสริมทีม ผมรู้ว่าไม่มีทางที่จะได้นักเตะ 6 คนมาร่วมทัพ"

    "เมสัน กรีนวู้ด เป็นนักเตะของผม เขาเพิ่งอายุ 17 ปี และผมอยากให้โอกาสกับเขาเพื่อก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะชั้นยอดของสโมสรแห่งนี้ มันก็เหมือนในกรณีของ มาร์คัส แรชฟอรด์ ที่อายุ 21 ปี และ ดีโอโก ดาโลต์ ที่อายุ 20 ปี นักเตะเหล่านี้ต้องได้รับโอกาส และสิ่งนี้จะส่งผลต่อนักเตะคนอื่นๆ สำหรับอาชีพของพวกเขา ความหมายก็คือคุณไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายด้วยการเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่" โซลชา ระบุ

 

ชไนเดอร์ลินโทษตัวเองล้มเหลวกับแมนยู

มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน มิดฟิลด์สโมสรนีซ ยันตนทำผิดพลาดที่ไม่รู้จักอดทนช่วงที่เล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ระบุไม่เคยเสียใจที่ย้ายไปร่วมชุด "เร้ด เดวิลส์" เพราะได้รับประสบการณ์ที่แสนวิเศษมากมาย

    มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน กองกลางเลือดเฟร้นช์ของ นีซ สโมสรดังแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ไม่โทษใครนอกจากตัวเองกับความล้มเหลวตอนที่ย้ายไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมระบุไม่เสียใจที่ย้ายไปที่นั่น เพราะได้รับประสบการณ์ที่ดีๆ มากมาย

    หลุยส์ ฟาน กัล ที่ในเวลานั้นยังนั่งกุมบังเหียน "เร้ด เดวิลส์" จัดการดึงตัว ดาวเตะดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส มาจาก "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ราว 950 ล้านบาท) เมื่อปี 2015 แต่ตลอดช่วง 2 ฤดูกาลในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เลย จนสุดท้ายโดน โชเซ่ มูรินโญ่ ขายทิ้งไปให้กับ เอฟเวอร์ตัน

    แม้ว่าจะล้มเหลวในฐานะนักเตะ "ผีแดง" ก็ตาม แต่ ชไนเดอร์ลิน ยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องเสียใจที่ย้ายไปเล่นให้สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ที่สำคัญยังรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด "มันเป็นความภาคภูมิใจสำหรับผม (ที่ได้เล่นกับแมนฯ ยูฯ) มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"

        "ผมอยากมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานๆ ซึ่งมันคงทำให้เส้นทางของผมแตกต่างไปจากนี้ แต่แน่นอนว่าผมต้องตำหนิตัวเอง ผมควรจะมีความอดทนมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามผมไม่เคยเสียใจอะไรทั้งนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่แสนวิเศษสำหรับผม" ชไนเดอร์ลิน ระบุ

เทียบให้เห็นชัดๆ ! แม็กไกวร์ แนวรับแกร่งกว่า ฟาน ไดค์

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อาจจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นเซนเตอร์แบ็กที่เหนียวแน่นแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่สำหรับตอนนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แนวรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติที่เหลือกว่าเขาในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังชาวดัตช์ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อาจจะได้รับการพิจารณาว่าเป็นเซนเตอร์แบ็กที่เหนียวแน่นแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่สำหรับตอนนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แนวรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสถิติที่เหลือกว่าเขาในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    แม็กไกวร์ มักจะโดนวิพากษ์วิจารณ์ผลงานมาตลอดในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะการเล่นที่ผิดพลาดในหลายๆ เกม แต่ดูเหมือนว่าสถิติของเขาเมื่อนำมาเปรีบเทียบกับ ฟาน ไดค์ ซึ่งทำเล่นพลาดส่งบอลสั้นจนเป็นเหตุให้โดน อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ฉกบอลยิงประตูในเกมที่ "หงส์แดง" แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

   

   แน่นอนว่าความผิดพลาดดังกล่าวทำให้แฟนบอลคู่แข่ง โดยเฉพาะสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต่างออกมาแซว ฟาน ไดค์ กันไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ และถึงขนาดนำไปเปรียบเทียบกับการเล่นที่ผิดพลาดของ ดาวิด ลุยซ์ แนวรับเลือดแซมบ้าจากทัพ "เดอะ กันเนอร์" เลยทีเดียว

    สอดคล้องกับสถิติจากเว็บไซต์พรีเมียร์ลีก ที่ระบุว่าความผิดพลาดของ ฟาน ไดค์ เป็นความผิดพลาดครั้งแรกของฤดูกาลนี้ที่ทำให้คู่แข่งได้ประตู และเป็นเพียงแค่สองครั้งเท่านั้นจากการเล่น 88 แมตช์ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีให้กับ ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์

   

   ขณะที่ แม็กไกวร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นกองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก ยังไม่เคยทำผิดพลาดจนทำให้คู่แข่งได้ประตู จากการลงสนามให้กับทัพ "ปีศาจแดง" 35 แมตช์ในฤดูกาลนี้ ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ยังมีสถิติในเกมรับอีกหลายอย่างที่เหนือกว่า ฟาน ไดค์

    อย่างเล่นสถิติในการบล็อกซึ่ง แม็กไกวร์ สามารถบล็อกได้ถึง 18 ครั้ง ส่วน เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์ ทำได้เพียง 15 ครั้งเท่านั้น นอกจากนี้ อดีตสตาร์ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถสกัดบอลจากการผ่านบอลของฝ่ายตรงข้าม หรือ อินเตอร์เซปชั่น ได้ถึง 67 ครั้ง ส่วน ฟาน ไดค์ ทำได้ 39 ครั้ง

    ยังไม่หมดแค่นั้น แม็กไกวร์ ยังสามารถเสียบสกัดคู่แข่งสำเร็จถึง 60 เปอร์เซนต์ เหนือกว่าแนวรับเจ้าของแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา ส่วนการโหม่งสกัดนั้น กองหลัง "ผีแดง" ก็ยังทำผลงานได้โดดเด่นกว่า อดีตพ่อค้าแข้ง "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน

    ฉะนั้นสถิติเหล่านี้คงจะทำให้แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า แม็กไกวร์ ยังคงเป็นเซนเตอร์แบ็กที่ทำผลงานได้ดี แม้อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้างในบางเกม แต่ก็ยังดูดีมีอนาคต

เปรียบเทียบผลงาน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ VS แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (ก่อนเกมพบ คริสตัล พาเลซ)

ใครโดนแจ็คพอต!แมนยูปล่อย6แข้งชุดใหญ่หาเงินทุน

สื่อผู้ดีตีข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมปล่อย 6 แข้งชุดใหญ่ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อหวังจะหาเงินมาใช้ในการกว้านซื้อนักเตะชั้นยอดมาเสริมแกร่ง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอในการขายผู้เล่นทีมชุดใหญ่ 6 ราย เนื่องจากทัพ "ปีศาจแดง" ต้องการระดมทุนเพื่อนำไปซื้อนักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ จากการเปิดเผยของเดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในเมืองผู้ดี

"เร้ด เดวิลส์" เตรียมจะมีการถ่ายเลือดใหม่เพื่อที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยตอนนี้พวกเขาลิสต์รายชื่อ 6 ผู้เล่นที่จะต้องขายทิ้งเพื่อนำเงินมาใช้ในการเสริมทัพได้แก่ อเล็กซิส ซานเชซ, คริส สมอลลิ่ง, มาร์กอส โรโฮ, ฟิล โจนส์, เจสซี่ ลินการ์ด และ ดีโอโก้ ดาโลต์

ช่วงที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมแสดงความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะสร้างขุมกำลังให้ "ผีแดง" แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นโดยหนึ่งในนั้นก็คือการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ปีกตัวจี๊ด "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมชั้นนำแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี

สำหรับ โซลชา นักเตะที่เขาต้องการอยากได้มาร่วมทีมต้องเน้นไปที่ผู้เล่นที่มีความรวดเร็ว คล่องตัว เหมาะกับสไตล์การเล่นเกมบุกแบบสายฟ้าแลบ โดยสองในหกที่จะโดนขายทิ้งได้แก่ ซานเชซ กับ สมอลลิ่ง ที่ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวในประเทศอิตาลีเรียบร้อยแล้ว

ในรายของ สมอลลิ่ง มีความเป็นไปได้สูงที่ โรม่า จะยอมควักกระเป๋าซื้อมาร่วมทีมแบบถาวร หลังจากประทับใจกับผลงานในช่วงยืมตัว ขณะที่ โจนส์, โรโฮ และ ดาโลต์ แทบจะไม่ได้ถูกเลือกลงสนามเลย เนื่องจาก "น้าลูกอม" มักใช้แผงแบ็กโฟร์ชุดเดิมได้แก่ อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ลุค ชอว์ ลงสนามแทบทุกเกม

พรีเมียร์รับVARพลาดจังหวะจุดโทษใน3คู่พฤหัสฯ

พรีเมียร์ลีก สารภาพบาปการทำงานของ วีเออาร์ ที่ตัดสินจังหวะสำคัญว่าเป็นจุดโทษหรือไม่ในการแข่งขันทั้ง 3 คู่เมื่อวันพฤหัสบดีมีความผิดพลาดเกิดขึ้นทั้งหมด

 ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 ผีแดงได้ประตูแรกจากจุดโทษแบบกังขาหลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำท่าซีดานเทิร์นก่อนเท้าย่ำใส่ขาของ เอซรี่ คอนซ่า แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แล้วเป่าให้ผีแดงได้จุดโทษและกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมทันทีเพราะช่วงแรกวิลล่าเริ่มต้นได้ค่อนข้างดี

 ตัวแทนของพรีเมียร์ลีกยอมรับกับทาง แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ รายการฉายไฮไลท์ชื่อดังของ บีบีซี ว่า "มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด มันควรต้องถูกยกเลิกโดย วีเออาร์ แต่ก็ไม่เกิดขึ้น และควรเป็นการได้ฟาวล์ของ คอนซ่า"

 นอกจากนี้ พรีเมียร์ลีก ก็ยอมรับว่าในเกมที่ เอฟเวอร์ตัน เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ก็มีความผิดพลาดในจังหวะจุดโทษเช่นกันหลังผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์เหตุการณ์ที่ อันเดร โกเมส ปะทะ เจมส์ วอร์ด-เพราส์ ก่อนชี้ให้ "นักบุญ" ได้จุดโทษ โดยจากภาพช้า วอร์ด-เพราส์ เสียจังหวะเองและล้มใส่ โกเมส อย่างไรก็ดี วอร์ด-เพราส์ ที่รับหน้าที่ยิงจุดโทษกลับยิงชนคาน

 เช่นเดียวกับเกมที่ สเปอร์ส ได้เพียงเสมอ บอร์นมัธ 0-0 ก็มีจังหวะที่น่าจะได้จุดโทษหลังจาก โจชัว คิง วิ่งชนด้านหลังของ แฮร์รี่ เคน ล้มลงในเขตโทษ กรรมการฟังสัญญานวีเออาร์ ทว่าไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นลูกจุดโทษ

เคน โดนชนข้างหลังแต่ไม่ได้จุดโทษ

วอร์ด-เพราส์ ล้มใส่ โกเมส แต่ได้จุดโทษ

บรูโน่ซัดโทษ-ป็อกบายิงด้วย! แมนยูบุกถล่มวิลล่าบี้เลสเตอร์เหลือแต้มเดียว

"ผีแดง" แมนยู ผลงานกำลังดุดันเกินพิกัดไม่แพ้ใครในลีกเป็น 10 เกมติด หลัง "ป็อกบา-บรูโน่" ร่วมกันพังสกอร์ก่อนทีมถล่ม "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 3-0 ทำคะแนนไล่หลังกดดัน เลสเตอร์ ที่รั้งอันดับ 4 พื้นที่ชปล.เหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น ในการแข่งขันศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สนาม : วิลล่า พาร์ค

     ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ผีแดง" แมนยู ผลงานกำลังเข้าฝักสุดขีดไม่แพ้ใครในลีกมา 9 นัดติด แถมแนวรุกนัดล้่าสุดถล่ม บอร์นมัธ เละเทะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ทีมเยือน จัดผู้เล่นแบบไม่มีพัก แดนกลางมี "ป็อกบา-บรูโน่" คุมเกม ด้านหน้ามี "แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาล" ร่วมผลิตสกอร์ ฟากเจ้าบ้าน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า  จำเป็นต้องมีคะแนนแมตช์นี้หากอยากเพิ่มเปอร์เซ็นต์รอดตกชั้น แต่มองฟอร์มลูกทีม ดีน สมิธ แล้วแทบส่ายหัว ไม่ชนะใครเกมลีก 9 เกมติดเช่นกัน วาง "แจ็ค กรีลิช" แข้งเป้าหมายทีมเยือนวาดลวดลาย

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 17 แจ็ค กรีลิช โยกบอลข้ามฟากจากด้านซ้ายมาที่ เอซรี่ คอนซ่า ครอสบอลเข้าไปที่บริเวณเขตโทษ 8 หลาทางซ้าย ดั๊กลาส ลุยซ์ ปรี่มาพักอกกระแทกบอลหวังทำประตูแต่ยังดี อารอน วาน-บิสซาก้า มาขวางไว้ทันเวลา

     สิงห์ผงาดเดินเครื่องนาทีที่ 19 เอซรี่ คอนซ่า ฟูลแบ้กเจ้าบ้านแอบเติมขึ้นมาเปิดบอลจากกลางสนามด้านขวา บอลโค้งมาตกริมเขตโทษทางซ้าย แจ็ค กรีลิช วางเท้ายิงตามน้ำจังหวะเดียว แต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไปไกล

     วิลล่าเกือบเฮนาทีที่ 25 ปอล ป็อกบา ครองบอลไม่ดีถูกแนวรุกเจ้าถิ่น เทรเซเก้ต์ ขโมยบอลลากเข้ามาถึงหน้ากรอบเขตโทษ แล้วเจ้าตัวยิงแบบปั่น  บอลพุ่งเรียดหนีมือ ดาบิด เด เคอา แต่กลับชนเสาด้านซ้าย กลิ้งออกหลังไป

     แมนยูออกนำนาทีที่ 27 เมสัน กรีนวู้ด จ่ายบอลสั้นให้เข้าเขตโทษให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เลี้ยงบอลกลับออกมานอกเขตโทษ แล้วแตะต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปรี่มาม้วนตัวจะรับบอลแต่ถูก เอซรี่ คอนซ่า แหย่ขาเตะล้มในเขตโทษ กรรมการชี้ให้ฟรีคิกจังหวะแรก ก่อนดูวีเออาร์เปลี่ยนเป็นให้จุดโทษ และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส สังหารเข้าไป

     ผีแดงเร่งหนักนาทีที่ 35 ปอล ป็อกบา ลากบอลขึ้นหน้าเลยกลางสนาม ส่งออกข้างฝั่งขวาให้ เมสัน กรีนวู้ด เลี้ยงบอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษจ่ายเรียดขวางสนามไปที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รับบอลกระชากต่อมาตรงเส้นเขตโทษแล้วซัดบอลแต่เบาไปเข้ามือนายทวารเจ้าถิ่น

     ทีมเยือนชวดทิ้งห่างนาทีที่ 37 เนมานยา มาติช แทงบอลจากกลางสนามระยะประมาณ 25 หลาต่อให้ เมสัน กรีนวู้ด พลิกตัวเลี้ยงบอลเข้าไปซัดในเขตโทษ บอลพุ่งหากรอบประตูแต่ เปเป้ เรน่า โชว์เซฟปัดบอลออกข้างเขตโทษด้านขวาได้ยอดเยี่ยม

     ช่วงนาทีที่ 45 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้บอลจากกลางสนาม ฝากบอลไปที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หน้ากรอบเขตโทษจ่ายออกข้างให้ ลุค ชอว์ ลากบอลจี้มาริมเส้นเขตโทษทางซ้ายทำชิ่งกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ยืนรอในเขตโทษ ก่อนแบ็กขวาผีแดงหลุดเข้าไปหยอดบอลมาหน้าเขตโทษ และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส สอดขึ้นมาโหม่งคนเดียวโล่ง ๆ ทว่าบอลลอยข้ามคานออกไปแบบเหลือเชื่อ

     ป๊ศาจแดงได้เปรียบหนีกนาทีที่ 45+4 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงต่ำไปแย่งบอลจาก ไทรอน มิงส์ ที่เลี้ยงบอลขึ้นสูง ก่อนเจ้าตัวส่งต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงออกด้านขวาไปที่ เมสัน กรีนวูด ลากบอลถึงกลางสนาม 25 หลาไหลเข้ากลางให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แตะหนึ่งครั้งแล้วส่งคืนไปที่ เมสัน กรีนวู้ด ลากบอลมาถึงวงกลมเขตโทษซัดด้วยเท้าขวาบอลแรงผ่านมือ เปเป้ เรน่า นายทวารวิลล่าเข้าไปอย่างสวยงาม หมดครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด บุกนำอยู่ 2-0

     ทีมเยือนรุกอีกนาทีที่ 49 เนมานยา มาติช ไหลบอลออกข้างจากกลางสนาม 25 หลาให้ ลุค ชอว์ ดีดบอลสั้นเข้าเขตโทษฝั่งเดียวกัน มาร์คัส แรชฟอร์ด วิ่งมารับบอลแล้วล็อกหนึ่งครั้งหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านตักบอลข้ามมาเขตโทษอีกฝั่ง ก่อนเป็น อารอน วาน-บิสซาก้า สอดมาเทคตัวโหม่งคนเดียว บอลกระดอนฉิวเสาออกไปแบบมีลุ้น

     วิลล่าตอบโต้นาทีที่ 54 แจ็ค กรีลิช เลี้ยงบอลกินระยะมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ป้ายบอลให้ เทรเซเก้ต์ รับบอลตบย้อนกลับมาจากเขตโ?ษให้ จอห์น แม็คกินน์ ส่องไกลจากนอกเขตโทษ บอลเบาเกินไป ดาบิด เด เคอา ล้มตัวรับไว้สบายมือ

     ผีแดงอดเฮนาทีที่ 56 อารอน วาน-บิสซาก้า ได้บอลริมสนามฝั่งขวา จ่ายเข้ากลางสนามไปที่ ปอล ป็อกบา ไหลออกทางซ้ายไปที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ครองบอลแล้วตัดเข้ามายิงจากเส้นกรอบเขตโทษ บอลพุ่งกระดอนพื้นชนตัว ปอล ป็อกบา ที่วิ่งเติมเข้าไปในเขตโทษซุกก้นตาข่าย แต่ว่ากลายเป็นลูกล้ำหน้าจังหวะบอลไปถูกตัว ปอล ป็อกบา

     แมนยูทิ้งไกลนาทีที่ 58 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลูกเตะมุมย้อนออกมาหน้าวงกลมนอกเขตโทษตรงกลาง ปอล ป็อกบา ปรี่มาคนเดียวจับบอลแต่งหนึ่งทีแล้วปั่นโค้งเสียบตาข่ายด้านขวา แบบที่ เปเป้ เรน่า มือกาวสิงห์ผงาดได้แต่ยืนดู

     ทีมเยือนลุยต่อนาทีที่ 61 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงต่ำไปกระชากบอลมาถึงกลางสนาม ส่งสั้นให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับบอลก่อนจิ้มต่อให้หัวหอกเพื่อนร่วมทีมหลุดเข้าไปในเขตโทษทางซ้ายหวดบอลเต็มเท้า บอลเหินเช็คคานกระเด้งออกเขตโทษอีกด้านไป

     ท้ายเกมนาทีที่ 90+2 ปอล ป็อกบา เลี้ยงบอลตะลุยเดี่ยวกลางสนามระยะ 25 หลา ก่อนไหลบอลลอดขา ไทรอน มิงส์ กองหลังวิลล่าให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด แตะบอลเข้าเขตโทษแล้วซัดบอลทันทีแต่ว่า เปเป้ เรน่า นายด่นเจ้าบ้านยังเซฟเอาไว้ได้ จบเกม แมนฯยูไนเต็ด บุกถล่ม แอสตัน วิลล่า 3-0 ทำคะแนนไล่จี้ เลสเตอร์ อันดับ 4 พื้นที่ ชปล.เหลือแค่แต้มเดียว

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แอสตัน วิลล่า (4-4-1-1): เปเป้ เรน่า,เอซรี่ คอนซ่า,คอร์ตนี่ย์ เฮาส์,ไทรอน มิงส์,นีล เทย์เลอร์,อันวาร์ เอล กาซี่ (คอเนอร์ เฮาริฮาน น.58),ดั๊กลาส ลุยซ์ (อินเดียน่า วาซิเลฟ น.84),จอห์น แม็คกินน์ (มาร์เวลัส นากัมบา น.59),เทรเซเก้ต์,แจ็ค กรีลิช,เอ็มบวานา ซามัตต้า (เคนัน เดวิส น.59)

แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1): ดาบิด เด เคอา,อารอน วาน-บิสซาก้า (แบรนดอน วิลเลียมส์ น.66),วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์,ลุค ชอว์,เนมานยา มาติช (สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ น.66),ปอล ป็อกบา,เมสัน กรีนวู้ด (ดาเนียล เจมส์ น.79),บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เฟร็ด น.71),มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (โอเดียน อิกาโล่ น.79)

ทำใจแล้ว!เชลซีเตรียมกระชากดาวรุ่งแมนยูร่วมทัพ

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี สวมบทสิงห์ปืนไวเตรียมกระชาก อังเคล โกเมซ ปีกอนาคตไกล จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังนักเตะจะหมดสัญญาในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ และมีอิสระย้ายไปไหนก็ได้แบบไม่มีค่าตัว ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซ์อ "ผีแดง" ยอมรับคงต้องเสียนักเตะชั้นยอดไปเพราะไม่สามารถโน้มน้าวให้ขยายสัญญาได้
              เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมกระชาก อังเคล โกเมส ปีกดาวรุ่งอนาคตไกล โดยนักเตะเตรียมโบกมือลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจะหมดสัญญาในวันอังคารที่ 30 มิถุนายนนี้ จากการเปิดเผยของ ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังในเมืองผู้ดี

              มิดฟิลด์วัย 19 ปี เป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งศูนย์ฝึกเยาวชน "ปีศาจแดง" แต่ด้วยการที่เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก ทำให้เจ้าตัวคิดที่จะย้ายทีม โดยล่าสุดมีรายงาน โกเมซ ปฎิเสธข้อเสนอค่าเหนื่อย 25,000 ปอนด์ (ราว  950,000 บาท) ต่อสัปดาห์จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว

              การที่ โกเมซ จะมีอิสระในการย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัว ทำให้มีหลายสโมสรจับจ้องที่จะคว้าตัวไปเสริมแกร่ง โดย "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สวมบทสิงห์ปืนไวพยายามที่โน้มน้าวให้นักเตะย้ายมาร่วมด้วยการยื่นข้อเสนอยั่วใจชนิดที่นักเตะต้องประทับใจสุดๆ

              ขณะเดียวกัน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม ยอมรับเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า โกเมส คงจะย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจากที่ไม่สามารถขยายสัญญาฉบับใหม่กับนักเตะได้ ที่สำคัญนอกจาก เชลซี ที่อยากได้ตัวแล้ว ยังมี ยูเวนตุส , บาเลนเซีย, ฮัมบูร์ก และ เบนฟิก้า ที่แสดงความสนใจแข้งดาวรุ่งรายนี้มากๆ

บรูโน่สะเด่ากด2ตุง! แมนยูฟอร์มคึกบุกทุบไบรท์ตัน แซงวูล์ฟส์ขึ้นที่ 5

แมนฯยูไนเต็ด ไม่พลาดเก็บสามแต้มหลังบุกไปปราบเจ้าถิ่น ไบรท์ตัน แบบขาดลอย 3-0 เกมนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ห้องเครื่องตัวเก่งยิงคนเดียวสองประตู ช่วยให้ "ปีศาจแดง" มีแต้มเท่ากับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ 52 คะแนน แต่ลูกได้เสียนั้นดีกว่า ทำให้แซงรั้งอันดับ 5 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

    เริ่มครึ่งแรกมาได้แค่ 6 นาทีแรก ไบรท์ตัน เจ้าถิ่นได้ทักทายก่อนเลยจากจังหวะที่ เดล สตีเฟ่นส์ กดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเหินคานไปไกล

    จากนั้น นาที 12 "ปีศาจแดง" เกือบชิงขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะขึ้นเกมทางด้านขวาบอลมาถึง ป็อกบา ดึงแข้งเจ้าถิ่นก่อนไหลสั้นๆให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตะบันด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

    กระนั้น นาที 16 "ผีแดง" ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้จากจังหวะที่ อารอน วาน-บิสซาก้า ได้บอลริมเส้นทางขวาแล้วจ่ายทะลุให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดเข้าไปสับขาหลอกอย่างเหนือชั้นแล้วยิงเสาแรกผ่านมือ แม็ทธิว ไรอัน เข้าไปอย่างสวยงาม

    กลายเป็น แมนฯยูไนเต็ด ที่พับสนามบุก ครองบอลได้เหนือกว่า นาที 21 ปอล ป็อกบา เรียกฟรีคิกได้หน้ากรอบกว่า 20 หลา แต่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงฟรีคิกข้ามกำแพงเหินคานออกไป

    เกมเข้าสู่ครึ่งชั่วโมงแรก สกอร์ของทีมเยือนำห่างเป็น 2-0 ทันที บอลเริ่มจาก แรชฟอร์ด จ่ายให้ลุค ชอว์ หลุดเข้าไปครอสเลียดมาหน้าประตูบอลเลยมาถึง ป็อกบา ที่อยู่แถวสองจ่ายต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส วิ่งมาอัดด้วยขวาไปแฉลบแนวรับเจ้าถิ่นก่อนพุ่งเบียดเสาเข้าไป เป็นประตูที่ 4 ในลีก

    นาที 39 มาร์คัส แรชฟอร์ด ลองซัดไกลนอกกรอบบ้างแต่บอลพุ่งเหินหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น จบครึ่งแรก ไบรท์ตัน ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2

    ครึ่งหลัง ไบรท์ตัน เปลี่ยนตัวส่ง นีล โมเปย์ และเลอันโดร ทรอสซาร์ด ลงมาเล่นแทน  ดาวี่ พรอปเปอร์ และทาริก แลมพ์ตี้ย์

    นาที 50 แฟนผีแดงทางบ้านได้เฮต่อ หลัง "ปีศาจแดง" ทะยานนำโด่งเหนือเจ้าถิ่น 3-0 บอลสวนกลับเร็วจาก เนมานย่า มาติช วอลเลย์ไปที่ว่างทางซ้ายให้ เมสัน กรีนวู้ด กระชากขึ้นไปแล้วตักบอลไปเสาสองให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส วิ่งมาวอลเลย์ด้วยขวาส่งบอลตุงตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูที่สองของ บรูโน่ ในเกมนี้และประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก

    โอกาสของไบรท์ตันนานๆจะมีให้เห็น แต่ นาทีที่ 60 ก็เกือบทำให้แนวรับผีแดงปั่นป่วนหลัง อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ เล่นลูกสูตรจากฟรีคิกจ่ายสั้นไปในกรอบให้ นีล โมเปย์ ยิงถาถเสาออกไป

    นาที 69 ทรอสซาร์ด จ่ายบอลให้ อารอน คอนนอลลี่  ซัดเต็มแรงด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ยังโดน ดาบิด เด เคอา บินปัดบอลออกไป
   
    ไบรท์ตัน หวังจะทวงคืนประตูตีไข่แตกให้ได้ นาที 76 ดาบิด เด เคอา ต้องออกแรงเซฟอีก หลัง นีล โมเปย์ กดด้วยซ้ายเสาแรก
   
    ท้ายเกม นาที 86 แดเนี่ยล เจมส์ ตัวสำรอง ได้โอกาสซัดสองหนติดๆ แต่บอลยังไปเข้ามือ แม็ทธิว ไรอัน

    จบเกม ไบรท์ตัน แพ้ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" ได้อีก 3 แต้มมีเพิ่มเป็น 52 คะแนนเท่ากับวูล์ฟสแฮมป์ตัน แต่ลูกได้เสียลูกทีมของ  โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั้นดีกว่าทำให้แซงรั้งอันดับ 5 แทน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        ไบรท์ตัน (3-5-1-1) : แม็ทธิว ไรอัน – เชน ดัฟฟี่, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น – ทาริก แลมพ์ตี้ย์, ดาวี่ พรอปเปอร์, เดล สตีเฟ่นส์, อีฟส์ บิสซูม่า, มาร์ติน มอนโตย่า – อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์, อารอน คอนนอลลี่

    ผู้จัดการทีม : เกรแฮม พ็อตเตอร์

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์