แมนยูช้ำแพ้คาบ้าน! ซาฮาแสบนำพาเลซบุกคว้าชัย-ฟาน เดอ เบ็คซัดเปิดซิง

"ปีศาจแดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวังหลังประเดิมสนามซีซั่นใหม่ด้วยการพ่ายคาบ้านให้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เกมนี้แม้ว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค จะซัดประเดิมเกมแรกให้ต้นสังกัดแต่ทีมต้องปราชัย วิลฟรีด ซาฮา อดีตเด็กเก่าทำแสบเหมาสองเม็ดนำ "ดิ อีเกิ้ลส์" บุกซิวสามแต้ม คว้าชัยสองเกมติด มี 6 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    แมนฯ ยูไนเต็ด ประเดิมนัดแรกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังได้สิทธิพักไม่ต้องเล่นเกมแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ที่เกมแรกเบียดเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ก่อนที่เกมกลางสัปดาห์จะตกรอบ คาราบาว คัพ รอบแรก หลังพ่ายจุดโทษให้ บอร์นมัธ

    โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่ง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนจับคู่ปอล ป็อกบา ขณะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ห้องเครื่องตัวใหม่มีรายชื่อเป็นสำรอง เช่นเดียวกับ อารอน วาน-บิสซาก้า ขณะที่ แนวรุกวาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส  ปั้นเกมรุกร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ,แดเนียล เจมส์ และให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นหน้าเป้า 

    ขณะที่ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือพาเลซ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นบางตำแหน่งจากเกมที่แล้ว แต่แนวรุกยังฝากความหวังไว้ที่ วิลฟรีด ซาฮา และจอร์แดน อายิว
   
     ออกสตาร์ทเกมมาได้แค่ 6 นาทีแรก ดาบิด เด เคอา ทำเหวอหลังจ่ายบอลหน้าบ้านตัวเองพลาด ก่อนที่แนวรับจะช่วยกันแก้สกัดออกไปพ้นอันตราย

    ทว่านาทีถัดมา "ดิ อีเกิ้ลส์" มาทำช็อกจนได้ เมื่อพังประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะเซ็ตบอลขึ้นทางซ้าย  ไทริค มิตเชลล์ เปิดบอลขนานเส้นให้ เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ก่อนจะปาดเลียดไปเสาไกลให้ แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ เติมมาซัดด้วยขวาติดปลายมือ เด เคอา ก่อนเบียดเสาสองเข้าไป

    โอกาสแรกของ "ผีแดง" ต้องรอถึง นาที 13 หลังบรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลบอลให้ ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ กดด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งไปติดบล็อค ชลุปป์ ออกหลัง

    เกมรับของปีศาจแดงค่อนข้างมีปัญหา ถัดมานาทีเดียว วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เกือบทำพลาดหลังโขกคืนหลังสั้นไป วิลฟรีด ซาฮา พยายามวิ่งตามไปฉกบอลแต่ยังดีที่ไปติด เด เคอา ที่สกัดบอลออกไปได้หวุดหวิด
   
     เกมรุกเจ้าบ้านเริ่มดีขึ้น นาที 20 ปอล ป็อกบา ซัดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งไปเสาแรก แต่ยังไม่ผ่านมือ บิเซนเต้ กวาอิต้า ที่ล้มตัวรับไว้ได้

    อีก 2 นาทีต่อมา สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ปั่นด้วยขวานอกกรอบบอลไปแฉลบ ชีกู กูยาเต้ ถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว

    นาที 26 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เก็บบอลได้หน้ากรอบก่อนจะซัดด้วยซ้าย แต่บอลยังไปแฉลบ กูยาเต้ อีกครั้งก่อนพุ่งไปเข้ามือ บิเซนเต้ กวาอิต้า

    นาที 40 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เรียกฟรีคิกหน้ากรอบให้เจ้าบ้านได้ แม้ว่าจะมีการเช็ก VAR ถึงความเป็นไปได้ในการได้จุดโทษหลัง ปอล ป็อกบา โดนเบียดล้มในกรอบ ทว่า ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอ็ตกินสัน ยืนยันเป่าให้แค่ฟรีคิก ก่อนที่ บรูโน่ จะปั่นกว่า 23 หลาไปแฉลบกำแพงออกหลัง

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 เจ้าบ้านเกือบมาเสียเม็ดที่สอง หลัง จอร์แดน อายิว ได้บอลทางซ้ายก่อนเลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษหนี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก่อนจะเอี่ยวตัวซัดด้วยขวาไปติดเซฟของ ดาบิด เด เคอา ออกหลังเป็นเตะมุม

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ตามหลัง คริสตัล พาเลซ 0-1

    ครึ่งหลัง แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวถอดเอา แดเนี่ยล เจมส์ ออกแล้วส่ง เมสัน กรีนวู้ด ลงไปเล่นแทน

    นาที 49 จอร์แดน อายิว ได้ซัดนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ เด เคอา อีก 2 นาทีต่อมา เป็นโอกาสของ ปอล ป็อกบา บ้างแต่ยังยิงไม่ดีพอ บอลพุ่งไปเข้ามือ บิเซนเต้ กวาอิต้า

    เกมรุกแลกกันสนุก นาที 54 ซาฮา เกือบได้โอกาสยิงแต่ดันไปลื่น บอลมาเข้าทาง แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ ซัดด้วยซ้ายเต็มเน้นๆ แต่บอลพุ่งไปติดป็อกบาออกหลัง

    เกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เจ้าบ้านมีโอกาสลุ้นตีเสมอ บอลขึ้นทางขวา ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ เปิดไปเสาไกลให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยืนโล่งโขกหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 67 โซลชา เปลี่ยนตัวคนที่สองส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาเล่นแทน ปอล ป็อกบา

    นาที 70 "ปีศาจแดง" มาเสียลูกที่จุดโทษหลัง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ไปทำแฮนด์บอลในกรอบ ซึ่งผู้ตัดสินวิ่งไปเช็กจากภาพ VAR ข้างสนามแล้วยืนยันให้จุดโทษ ซึ่งแม้ว่า ดาบิด เด เคอา จะเซฟลูกยิงของ จอร์แดน อายิว ได้แล้วแต่ไม่ถึงนาที VAR จับภาพได้ว่า นายด่านของผีแดงขยับเท้าออกมานอกเส้นก่อน ทำให้ต้องยิงจุดโทษใหม่ ซึ่งคราวนี้ ทีมเยือนเปลี่ยนคนยิงเป็น วิลฟรีด ซาฮา ก่อนที่อดีตแข้งผีจะซัดเข้าไปไม่พลาดให้ "ดิ อีเกิ้ลส์" นำห่างเจ้าถิ่น 2-0

    กระนั้น นาที 80 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ตามไปซ้ำด้วยขวาเข้าไป เป็นประตูแรกประเดิมสนาม ช่วยให้ แมนยู ไล่พาเลซมาเป็น 1-2

    แต่แล้ว นาที 85 วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ทำพลาดอีกหลังโดน วิลฟรีด ซาฮา กระชากบอลหนีก่อนซัดด้วยขวาบอลพุ่งเลียดเสียบเสาแรก ชนิด ดาบิด เด เคอา ได้แต่ยืนมองอย่างสุดเซ็ง พาเลซ บุกมานำ ปีศาจแดง 3-1

    จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดหัวพ่ายให้ คริสตัล พาเลซ 1-3

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ (โอเดียน อิกาโล่ น.81), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.67), สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ – แดเนียล เจมส์ (เมสัน กรีนวู้ด น.46), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรซฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้, มามาดู ซาโก้, ไทริค มิตเชลล์ – แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่ (ลูก้า มิลิโวเยวิช น.88), เจฟฟรีย์ ชลุปป์ (เอเบเรชี่ เอเซ่ น.75) – วิลฟรีด ซาฮา, จอร์แดน อายิว (มิชี่ บาตชูอายี่ น.81)

เด็กมันมีของ!โซลชาปลื้มฟอร์ม “ฟานเดอเบ็ค” สุดๆ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม หลังเห็นผลงานของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์สายเลือดใหม่ที่โดดเด่นเหลือเกิน แม้สุดท้ายผลการแข่งขันจะแพ้ แอสตัน วิลล่า ในเกมลับแข้งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ตาม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวชื่นชมผลงานของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางใหม่แกะกล่อง ที่โชว์ฟอร์มสุดโดดเด่นในเกมอุ่นเครื่องแพ้ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา

ฟาน เดอ เบ็ค ได้ลงสนามในฐานะนักเตะ "ผีแดง" อย่างเป็นทางการเกมแรก และได้เล่นครบ 90 นาที แม้ว่าผลการแข่งขันจะน่าผิดหวังก็ตาม แต่ฟอร์มการเล่นของ ดาวเตะชาวดัตช์ โดดเด่นมากๆ ทำให้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" ประทับใจสุดๆ กับลีลาที่แสดงให้เห็นตลอดทั้งแมตช์

 โซลชา แสดงความเห็นถึงผลงานของ มิดฟิลด์ดาวโรจน์ทีมชาติฮอลแลนด์ ผ่าน "เอ็มยูทีวี" สื่อของสโมสรว่า "ดอนนี่ อาจจะเป็นส่วนที่ดีที่สุดในสนามเกมนี้ เขาสามารถหาพื้นที่ได้ตลอด และยังสร้างโอกาสให้กับตัวเองด้วยเวลา และการเคลื่นที่หาตำแหน่งที่ดีเยี่ยม ผมมีความสุขกับฟอร์มของเขามากๆ"

ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากได้รับอนุญาตให้พักเพิ่ม เพราะพวกเขาต้องกรำศึกหนักจากการลงเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก

แมนยูเต็มสูบประเดิมลีก! “บรูโน่-แรซฟอร์ด” ลงหลอนพาเลซที่มี “ซาฮา” ยิงสู้

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกโดยมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ มาร์คัส แรซฟอร์ด ผนึกปิดสกอร์เกมรับ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ที่ วิลฟรีด ซาฮา ดาวยิงตัวเก่งพร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 19 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 
แมนฯ ยูไนเต็ด   –   คริสตัล พาเลซ
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 23.30 น.)


สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 

แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 3 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยังไม่ได้ประเดิมสนามในเกมพรีเมียร์ลีกในซีซั่น 2020-21 เนื่องจากปีศาจแดงได้รับไฟเขียวให้พักอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่กรำศึกอย่างหนักในยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบน็อกเอาต์ ก่อนจะตกรอบรองชนะเลิศด้วยฝีมือของเซบีย่า โดยที่เร้ด เดวิลส์ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องพ่ายให้กับแอสตัน วิลล่า 0-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ ยังคงต้องลุ้นว่า ปอล ป็อกบา กองกลางค่าตัวแพง จะฟิตสมบูรณ์มากพอที่จะลงสนามหรือไม่หลังจากที่อดีตแข้งยูเวนตุสเพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งอาจต้องรอจนถึงวินาทีสุดท้ายเลยทีเดียวก่อนตัดสินใจ แต่คาดว่าสุดท้ายแล้ว ป็อกบาจะพร้อมลงสนามอย่างแน่นอน 

    ขณะที่ในแดนกลางคาดว่าโซลชาอาจวางมิดฟิลด์ถึง 3 คน อาทิ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ตัวใหม่ที่ย้ายมาจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช อยู่ด้านหลังเพลย์เมกเกอร์อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่เพิ่งผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ด ประจำฤดูกาล 2019/20 หลังจากที่เจ้าตัวมีส่วนช่วยให้ปีศาจแดงยกระดับฟอร์มการเล่นของตัวเองขึ้นมานับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงต้นปีจนคว้าตั๋วไปโม่แข้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในซีซั่นนี้ได้สำเร็จ

    โดยในเกมอุ่นเครื่องที่ผ่านมาผู้เล่นขาประจำของทีมไม่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงถึง 7 คนด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ดาบิด เด เคอา ที่ยังคงต้องลุ้นว่าเจ้าตัวจะยังคงรักษาตำแหน่งมือหนึ่งเอาไว้ได้หรือไม่ เพราะในฤดูกาลนี้ ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารอนาคตไกล หมดสัญญายืมตัวกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และกลับมาสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงในสีเสื้อผีแดง 

    ส่วน เมสัน กรีนวู้ด อาจหลุดออกจากทีมโผตัวจริง เนื่องจากดาวยิงวัย 18 ปี เพิ่งก่อเรื่องฉาวพาสาวขึ้นโรงแรมหรูที่ประเทศไอซ์แลนด์ในระหว่างที่ไปเก็บตัวกับทีมชาติอังกฤษ จนมีคลิปหลุดออกมาทำให้เจ้าตัวถูกตัดชื่อพ้นทีมสิงโตคำรามทันที 

    ถึงแม้ว่า อักเซล ตวนเซเบ้ ไม่สามารถลงเล่นอย่างแน่นอนแล้ว อย่างไรก็ตาม คีย์แมนสำคัญคนอื่นๆ อาทิ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อารอน วาน-บิสซาก้า, มาร์คัส แรซฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พร้อมช่วยทีมในเกมนี้ 

    ทางด้าน รอย ฮ็อดจ์สัน บอสใหญ่คริสตัล พาเลซ พาต้นสังกัดเปิดบ้านเฉือนเซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ในเกมลีกนัดแรก ก่อนจะตกรอบคาราบาว คัพ รอบ 2 หลังพ่ายจุดโทษบอร์นมัธ 10-11 หลังจากที่เสมอกันในเวลาปกติ

    ปราสาทเรือนแก้วยังคงประสบปัญหาขาดแคลนตัวเลือกในแนวรับหลังจากที่ นาธาน เฟอร์กูสัน, แกรี่ เคฮิลล์, เจมส์ ทอมกิ้นส์, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ยังไม่หายขาดจากอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกันกับศูนย์หน้าอย่าง คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่ยังคงพักรักษาตัวจากโรคเดี้ยง

    แม้ว่า มามาดู ซาโก้ กลับมาลงสนามในเกมลีก คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่คาดว่าอดีตเซนเตอร์แบ็กลิเวอร์พูลคงยังไม่พร้อมออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมนี้อย่างแน่นอน ทำให้ สกอตต์ แดนน์ จะจับคู่กับ ชีกู กูยาเต้

    ขณะที่ เอบิเรชี่ เอซี่ ก็หวังที่จะประเดิมสนามเป็นตัวจริงเกมแรกบนเวทีลีกสูงสุด เช่นเดียวกันกับ มิชี่ บาตซูอายี่ ที่ต้องการจับคู่ล่าตาข่ายกับ จอร์แดน อายิว ที่ยิงได้ 9 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 39 นัดรวมทุกรายการเมื่อซีซั่นก่อน 

    
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม 

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-3-1-2) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค, ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – บรูโน่ แฟร์นันด์ส – มาร์คัส แรซฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

    คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้ , สกอตต์ แดนน์, ไทริค มิตเชลล์ – เอบิเรชี่ เอซี่, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, วิลฟรีด ซาฮา – มิชี่ บาตซูอายี่, จอร์แดน อายิว
    ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอ็ตกินสัน


ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

17/07/20    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 0-2 แมนฯ ยูไนเต็ด
24/08/19    พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 คริสตัล พาเลซ
28/02/19    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 1-3 แมนฯ ยูไนเต็ด
24/11/18    พรีเมียร์ลีก แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 คริสตัล พาเลซ
06/03/18    พรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ 2-3 แมนฯ ยูไนเต็ด


ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด
 
12/09/20 แพ้ แอสตัน วิลล่า 0-1 (เยือน) กระชับมิตร 
17/08/20 แพ้ เซบีย่า 1-2 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
11/08/20 ชนะ โคเปนเฮเก้น 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
06/08/20 ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก 
26/07/20 ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก 

คริสตัล พาเลซ
16/09/20 เสมอ บอร์นมัธ 0-0 (เยือน) ลีก คัพ 
12/09/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/09/20 เสมอ บรอนด์บี้ 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร
01/09/20 ชนะ มิลล์วอลล์ 1-0 (เยือน) กระชับมิตร
29/08/20 ชนะ ชาร์ลตัน 3-0 (เหย้า) กระชับมิตร

 

สื่อเผย!แมนยูเตรียมจ่ายอีก1ล้านป.ให้หงส์ขาว

สื่อผู้ดี เผย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเขียนเช็คจำนวน 1 ล้านปอนด์ให้กับ สวอนซี ซิตี้ หาก แดเนี่ยล เจมส์ ปีกตัวจี๊ด ลงสนามให้ "ผีแดง" 20 นาทีหรือมากกว่านั้นอีกแค่ 1 แมตช์ในซีซั่นใหม่ ก็จะเข้าเงื่อนไขพิเศษทันที

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมที่จะต้องจ่ายเงินให้กับ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ อีก 1 ล้านปอนด์ (ราว 38 ล้านบาท) หาก แดเนี่ยล เจมส์ ปีกความเร็วสูงทีมชาติเวลส์ ลงสนามอีก 20 นาทีหรือมากกว่านั้น

จากรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อชั้นนำในอังกฤษ ระบุว่าเงื่อนไขดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของค่าตัวจำนวน 15 ล้านปอนด์ (ราว 570 ล้านบาท) ที่ทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ใช้ในการกระชากตัว เจมส์ มาสู่ถิ่นโอลด์ แทร์ฟฟอร์ด เมื่อปี 2019

สำหรับเงื่อนไขพิเศษนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ เจมส์ ลงเล่นในสีเสื้อ "เร้ด เดวิลส์" ครบ 40 เกม แต่จะนับเฉพาะในกรณีที่เขาลงสนามไม่น้อยกว่า 20 นาที ไม่ว่าจะในฐานะตัวจริงหรือตัวสำรอง โดยเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ดาวเตะวัย 22 ปี ลงเล่นตัวจริงในเกมลีกเพียงแค่ 1 แมตช์เท่านั้นนับตั้งแต่ที่มีการกลับมาแข่งใหม่ตามโปรเจกต์ รีสตาร์ท

แม้ว่า เจมส์ จะลงสนามให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 46 เกมจากทุกรายการ แต่กระนั้นมีอยู่ 7 เกมที่เขาถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในฐานะผู้เล่นสำรองที่ลงเล่นน้อยกว่า 20 นาที ฉะนั้นหากดูตามเงื่อนไขแล้วนั่นหมายความว่า ดาวเตะเลือดเวลส์ ลงเล่นเกิน 20 นาทีไป 39 แมตช์เท่านั้น และขอแค่อีก 1 เกมที่ลงเล่นเกิน 20 นาทีในซีซั่นใหม่  ก็จะเข้าเงื่อนไขที่ "ผีแดง" ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้ สวอนซี

ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะใช้งาน มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ส่วน เจมส์ เป็นเพียงอะไหล่สำรองเท่านั้น อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่ สวอนซี จะได้เงินก้อนโตในเร็วๆ นี้ หลัง "เร้ด เดวิลส์" มีคิวต้องปะทะ เรดดิ้ง หรือ ลูตัน ทาวน์ ในศึกคาราบาว คัพ วันที่ 22 กันยายนนี้

ไม่อยากแข่ง!พี่ชายเผยเหตุ “โอซิมเฮน” ปัดแมนยู

วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกฟอร์มฮอตเลือกซบ นาโปลี มากกว่าจะย้ายไปเล่นให้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจากมีเหตุผลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ โอเดียน อิกาโล่ ดาวยิงรุ่นพี่เพื่อนร่วมชาติ

แอนดรูว์ พี่ชายของ วิคเตอร์ โอซิมเฮน กองหน้าชาวไนจีเรีย เปิดใจเหตุผลที่น้องชายของเขาปัดโอกาสย้ายไปเล่นกับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก่อนที่จะเลือกเซ็นสัญญาเป็นนักเตะนาโปลี ทีมในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

ดาวยิงวัย 21 ปีย้ายจาก ลีลล์ มาเล่นกับ "อัซซูร่า" ด้วยค่าตัว 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท) เมื่อช่วงต้นซัมเมอร์นี้ แต่เบื้องลึกเบื้องหลังก่อนนักเตะจะไปเป็นสมาชิกใหม่ของ นาโปลี นั้น เขามีโอกาสที่จะเลือกไปเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ตัดสินใจปัดโอกาสเนื่องจากที่นั่นมี โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกรุ่นนี้ที่แสนเคารพ ค้าแข้งอยู่

แอนดรูว์ กล่าวว่า "มันเป็นเรื่องจริงที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้ วิคเตอร์ แต่เขาบอกผมว่าเขาให้ความเคารพนับถือ โอเดียน อิกาโล่ มากเกินกว่าที่จะไปแข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งกับรุ่นพี่ร่วมอาชีพของเขา น้องชายของผมให้ความนับถือ อิกาโก่ สูงมาก และเขามองไม่เห็นตัวเองย้ายไปโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อแย่งตำแหน่งกองหน้ากับดาวยิงสูงสุดในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์คัพ 2019 ที่อียิปต์"

ทั้งนี้ อิกาโล่ ย้ายจาก เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว สโมสรในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก แบบยืมตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และขยายสัญญายืมตัวไปจนกระทั่งถึงเดือนม.ค.ปีหน้า อย่างไรก็ตามนักเตะไม่ใช่ตัวเลือกหลักในแดนหน้าของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซ์อ "ผีแดง"

 

ลินเดอเลิฟปะทะบรูโน่! เช็กโปรแกรมแข้งแมนยูติดทีมชาติบู๊เนชั่นส์ ลีก

ก่อนพรีเมียร์ลีกจะกลับมาฟาดแข้งกันในสัปดาห์หน้า สัปดาห์นี้มีโปรแกรมฟุตบอลที่น่าสนใจทีเดียวเมื่อ ยูฟ่า เนชั่นส ลีก กลับมาอีกครั้ง โดยในการแข่งขันสองนัดแรกจะมีขึ้นในวันที่ 3-8 กันยายน นี้ เหล่าแข้ง "ปีศาจแดง" ถูกเรียกติดทีมชาติทั้งหมด 9 รายด้วยกัน หากแฟนผีอยากชมฟอร์มของพวกเขา มาเช็กโปรแกรมการแข่งขันกัน
ลินเดอเลิฟปะทะบรูโน่! เช็กโปรแกรมแข้งแมนยูติดทีมชาติบู๊เนชั่นส์ ลีก
    สัปดาห์ที่แล้ว แกเร็ธ เซาธ์เกต ประกาศรายชื่อขุนพลทีมชาติอังกฤษซึ่งมี เมสัน กรีนวู้ด ติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้ง โดยดาวยิงวัย 18 ปีทำผลงานน่าประทับใจด้วยการซัดทั้งหมด 17 ประตูในฤดูกาล 2019/20 และเขามีโอกาสที่จะได้ลงสัมผัสเกมทีมชาติเป็นครั้งแรกในนัดเจอ ไอซ์แลนด์ หรือ เดนมาร์ก

    ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน นายด่าน “ปีศาจแดง” ที่เพิ่งต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2025 ก็มีรายชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกันและหากเทียบฟอร์มในปัจจุบันกับนายด่านอีกสองคนอย่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน) และ นิค โป๊ป (เบิร์นลี่ย์) แล้ว เฮนเดอร์สัน ถือว่ามีลุ้นประเดิมลงเฝ้าเสาให้กับ “สิงโตคำราม”

    ในรายของ มาร์คัส แรชฟอร์ด จำเป็นต้องถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ด้าน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดนตัดชื่อออกจากทีมชาติอังกฤษเหตุเพราะคดีฉาวที่กรีซ

    สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ มีรายชื่อติดทัพ สกอตแลนด์ เตรียมพร้อมพบกับทีมชาติ อิสราเอล และ เช็ก

    ไรอัน กิ๊กซ์ เรียกสองดาวรุ่งของ “ผีแดง” แดเนี่ยล เจมส์ และ ดีแลน เลวิตต์ มาเป็นส่วนหนึ่งใน 26 ขุนพลที่จะเจอกับทีมชาติฟินแลนด์ และ บัลแกเรีย

    นอกจากนี้เราจะได้เห็นแข้งแมนฯ ยูไนเต็ด มาปะทะกันในโปรแกรมทีมชาติสุดสัปดาห์นี้ด้วย เมื่อฝรั่งเศสต้องบุกเยือนสวีเดน ณ สนาม “เฟรนด์ส อารีน่า” ที่ สต็อกโฮล์ม โดยเจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 เลือก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล มาติดทีมชาติเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปีเลยทีเดียว ขณะที่ สวีเดน มี วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ คอยบัญชาการเกมรับเช่นเดิม 

 
    หลังจากทัพ "ไวกิ้ง" มีคิวดวลกับ ฝรั่งเศสแล้ว พวกเขาต้องปะทะกับ โปรตุเกส แชมป์เนชั่น ลีก ปี 2019  ซึ่งมีแข้ง “ปีศาจแดง” อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ติดทัพ “ฝอยทอง” ภายใต้การคุมทีมของ แฟร์นานโด ซานโตส

    ด้าน สเปน ที่มี ดาบิด เด เคอา มีโปรแกรมทำศึกบิ๊กแมตช์กับทัพ “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเจอ ยูเครน สัปดาห์หน้า

    สุดท้ายว่าที่นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค หลังจากตรวจร่างกายกับทีมเป็นที่เรียบร้อยก็กลับไปเข้าแคมป์ทีมชาติฮอลแลนด์ก่อนมีคิวพบกับ โปแลนด์ และ อิตาลี

รวมโปรแกรมแข้งแมนยูในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2020

    เยอรมัน พบ สเปน (ดาบิด เด เคอา) เวลา 01.45 น.

    ฟินแลนด์ พบ เวลส์ (แดเนี่ยล เจมส์ / ดีแลน เลวิตต์) เวลา 01.45 น.

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2020

    สกอตแลนด์ (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์) พบ อิสราเอล เวลา 01.45 น.

    ฮอลแลนด์ (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค) พบ โปแลนด์ เวลา 01.45 น.

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2020

    ไอซ์แลนด์ พบ อังกฤษ (ดีน เฮนเดอร์สัน / เมสัน กรีนวู้ด) เวลา 23.00 น.

    โปรตุเกส (บรูโน่ แฟร์นันด์ส) พบ โครเอเชีย เวลา 01.45 น.

    สวีเดน (วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ) พบ ฝรั่งเศส (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล) เวลา 01.45 น.

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2020

    เวลส์ (แดเนี่ยล เจมส์ / ดีแลน เลวิตต์) พบ บัลแกเรีย เวลา 20.00 น.

    สเปน (ดาบิด เด เคอา) พบ ยูเครน เวลา 01.45 น.

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2020

    เช็ก พบ สกอตแลนด์ (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์) เวลา 01.45 น.

    ฮอลแลนด์ (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค) พบ อิตาลี เวลา 01.45 น.

 วันอังคารที่ 8 กันยายน 2020

    เดนมาร์ก พบ อังกฤษ (ดีน เฮนเดอร์สัน / เมสัน กรีนวู้ด) เวลา 01.45 น.

    ฝรั่งเศส (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล) พบ โครเอเชีย เวลา 01.45 น.

    สวีเดน (วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ) พบ โปรตุเกส (บรูโน่ แฟร์นันด์ส) เวลา 01.45 น.

ปูด! “โซลชา” สะกิดบอร์ดขออีก3ตำแหน่งนำแมนยูคืนชีพ

สื่อดังรายงาน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่หยุดสร้างทีมหลังได้ตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์มาเสริมแกร่ง โดยงานนี้เล็งคว้าอีก 3 ตำแหน่งมาร่วมทัพ เพื่อหวังจะนำ "ปีศาจแดง" ก้าวขึ้นมาลุ้นความสำเร็จในฤดูกาลใหม่
               โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สะกิดบอร์ดบริหารต้องการนักเตะเพิ่มอีก 3 รายเข้ามาร่วมทีม หลังจากที่พวกเขากำลังจะคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางเชิงสูงมาเสริมแกร่ง จากการเปิดเผยของ เดอะ ไทม์ส สื่อดังระดับโลก

              "ปีศาจแดง" เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่มาร่วมทัพ หลังจากที่ ดาวเตะชาวดัตช์วัย 23 ปี กำลังจะย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพื่อมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงซัมเมอร์ ด้วยสนนราคาสมน้ำสมเนื้อประมาณ 40 ล้านปอนด์ (ราว 1,520 ล้านบาท)

              อย่างไรก็ตาม นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ ยังมีความต้องการที่จะคว้านักเตะเพิ่มอีกโดยหวังที่จะยกเครื่องขุมกำลังของทีม ด้วยการคว้าผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก, ปีกขวา และแนวรุก มาช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาล 2020/2021

               ในส่วนของแนวรับ "น้าลูกอม" อยากได้กองหลังตัวใหม่เพื่อที่จะมายืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีม เนื่องจากไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ เอริก ไบยี่ โดยมีรายงานว่าเล็ง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ แนวรับจอมแกร่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก แต่งานนี้ "เร้ด เดวิลส์" ต้องทุ่มเงินพอสมควรเนื่องจากนักเตะยังมีสัญญาอยู่กับต้นสังกัดจนถึงปี 2023

              ขณะเดียวกัน โซลชา ตั้งเป้าที่จะสวมบทม้ามืดในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางมากศักยภาพวัย 29 ปี ที่เตรียมโบกมือลา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค โดยพวกเขาหวังจะปาดหน้า ลิเวอร์พูล ด้วยการทุ่มเงิน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) แต่ติดปัญหาที่นักเตะมีค่าเหนื่อยสูง

              ส่วนคนสุดท้ายที่ต้องการก็คือ เจดอน ซานโซ่ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอด แต่ในกรณีนี้พวกเขาต้องทุ่มเงินมหาศาล เพราะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้นสังกัดของนักเตะประกาศจุดยืนชัดเจนหากไม่ได้ค่าตัวกว่า  108 ล้านปอนด์ (ราว 4,104 ล้านบาท) ก็ไม่ปล่อยตัวไปไหนทั้งสิ้น

              ทั้งนี้มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขาย เจสซี่ ลินการ์ด และ อันเดรียส เปเรยร่า สองมิดฟิลด์ของทีม ออกไปจาก "โรงละครแห่งความฝัน" เพื่อนำเงินมาใช้ในการซื้อเป้าหมายที่ต้องการให้ได้

บอกเลยผีโหดแน่! 5 เหตุผลที่ แมนยู ควรเซ็นสัญญา ฟาน เดอ เบค

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้จะได้นักเตะตัวใหม่และเป็นผู้เล่นคนแรกในการเสริมทัพของพวกเขาช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กองกลางชาวดัตช์ ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และเป็นผู้เล่นที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ผีแดง" อยากได้มาร่วมทีมมากๆ

     ต้องบอกเลยว่า ฟาน เดอ เบค เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในแผงมิดฟิลด์ "เร้ด เดวิลส์" ได้อย่างลงตัว เพราะ โซลชา พยายามที่จะหาผู้เล่นที่สามารถมีอิทธิพลกับทีม, ทำงานหนัก และยังสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง รวมทั้งช่วยเติมเกมรุกของทีมให้อันตรายมากยิ่งขึ้น 

     ความสามารถในการปรับตัวเล่นได้หลากตำแหน่งในแผงกองกลางช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นอกจากนี้นักเตะยังมีดีในเรื่องการยิงประตู และแอสซิสต์ รวมทั้งอีกหลายๆ เรื่อง ฉะนั้นนี่เป็น 5 เหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม "ปีศาจแดง" จึงควรเซ็นสัญญากับ ฟาน เดอ เบค มาร่วมทัพ
   
1. สามารถปรับตัวในการเล่นตำแหน่งที่แตกต่างได้เร็ว

 โดยปกติแล้ว ฟาน เดอ เบค มักจะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ และบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ แต่เขายังสามารถปรับเปลี่ยนไปเล่นในตำแหน่งอื่นๆ บริเวณแผงมิดฟิลด์ได้ด้วยหากจำเป็นต้องถูกจับไปเล่น นอกจากนี้เขายังสามารถขยับขึ้นไปเล่นในตำแหน่งฟอลส์ไนน์ก็ได้ และยังเคยทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกให้กับ อาแจ็กซ์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

    ต้องยอมรับว่านักเตะเป็นผู้เล่นที่มีทักษะที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ทำให้ ฟาน เดอ เบค สามารถที่จะปรับการเล่นของตัวเองให้เหมาะสมกับเกมที่แตกต่างกันตามที่โค้ชสั่งได้อย่างดีเยี่ยม และผลงานของเขาก็โดดเด่นไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหนก็ตามในแนวรุก

อย่างไรก็ตามนักเตะยังมีความสามารถในการเล่นเกมรับที่ดีเยี่ยมเช่นกัน, เล่นลูกกลางอากาศก็ใช้ได้ หรือจะขยับดันเกมบุกเพื่อสร้างสรรค์โอกาสให้กับทีมก็ดีไม่มีที่ติ แน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังขาดกองกลางที่มีคุณสมบัติชั้นยอดแบบนี้ ดังนั้นการมาของ ฟาน เดอ เบค สามารถที่จะยกระดับพลังขับเคลื่อนในแผงกองกลางของ "ผีแดง" ได้เป็นอย่างดี

2.  คู่แข่งรับมือยาก

สตาร์ลูกหนังชาวดัตช์กำลังจะเดินตามรอยเพื่อนร่วมรุ่นที่ออกไปดังกับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง แฟรงกี้ เดอ ยอง (บาร์เซโลน่า) และ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ (ยูเวนตุส) รวมไปถึง ฮาคิม ซิเย็ค ที่เพิ่งจะไปเป็นสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการกับสโมสร "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ช่วงซัมเมอร์นี้

    ก่อนหน้านี้ ฟาน เดอ เบค ต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของเพื่อนๆ เหล่านี้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถที่จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะชั้นยอดเหมือนกับเพื่อนๆ ที่ย้ายไปได้ดีบได้ดีกับทีมชั้นยอด ฉะนั้นนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เขาจะได้ทำผลงานให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก

การได้ย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องขอบคุณความสามารถที่หลากหลายของเขาในการเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรุก โดยศักยภาพของเขาสามารถช่วยในเรื่องการครองบอล, ขยับขึ้นไปเล่นเกมรุก หรือยืนเป็นหน้าต่ำ แน่นอนว่านี่คือกองกลางที่แนวรับคู่แข่งยากจะคาดเดา และรับมือได้ยากลำบากจริงๆ
 
3. อยู่ในช่วงก้าวสู่จุดพีค

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ประสบความสำเร็จกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เขาได้ครอบครองโทรฟี่แชมป์ร่วมกับทีมหลายรายการ และยังมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในแข้งสำคัญนำสโมสรทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2018/2019

    อย่างไรก็ตามฟอร์มที่ทุกๆ คนได้เห็นยังไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขา ด้วยวัยเพียงแค่ 23 ปี นักเตะยังมีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพก้าวขึ้นไปสู่จุดพีคในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์อย่างสูงจากการที่ได้เขาไปร่วมทีมในช่วงเวลานี้

ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ทำผลงานในเกมรุกได้อย่างโดดเด่น และยังมีไหวพริบเฉียบคมกับการเล่นบริเวณพื้นที่สุด โดยเขาสามารถขยับตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรุกที่เก่งที่สุดในยุโรปในเร็วๆ นี้ ที่สำคัญ "ผีแดง" ในยุคเน้นผู้เล่นพลังหนุ่ม มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะรีดศักยภาพของ ฟาน เดอ เบค ออกมา

    แน่นอนว่า กองกลางวัย 23 ปี จะเป็นผู้เล่นที่สร้างเกมรุกให้กับทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้อันตรายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยิ่งหากได้ประสางานกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ 3 ประสานความเร็วสูงได้แก่ อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด บอกเลยว่ากองหลังคู่แข่งได้ขาสั่นชัวร์
 
4. ยิงประตูได้ดีเยี่ยม

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดไปในฤดูกาลล่าสุดก็คือการยิงประตูจากแผงกองกลาง แน่นอนว่าพวกเขาทำผลงานได้อย่างสยดสยองจาก 3 แนวรุกความเร็วสูง มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ที่ตะบันตาข่ายคู่แข่งรวมกันแล้วได้  61  ประตูตลอดการแข่งขันทุกรายการ

    สำหรับในแผงกองกลาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีโอกาสได้ยิงประตูให้กับทีมพอสมควรนับตั้งแต่ที่ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา (เจ็บหนักในซีซั่นล่าสุด), เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ก็มีโอกาสทำประตูบ้างประปราย

ฉะนั้นหาก "ปีศาจแดง" ได้ ฟาน เดอ เบค มาเสริมแกร่ง จะทำให้ทีมสามารถขู่คู่แข่งจากการยิงประตูบริเวณแผงกองกลางได้มากยิ่งขึ้น โดยนักเตะเป็นผู้เล่นประเภทชอบขึ้นไปช่วยเกมรุกเสมอ และพยายามไล่บี้กดดันกองหลังคู่แข่ง รวมทั้งยังวิ่งเข้าไปหาพื้นที่เพื่อทำประตู

     กองกลางชาวดัตช์ มีทั้งความคล่องแคล้วว่องไว และยังยิงประตูได้ดีซะด้วย ซึ่งนี่คือสิ่งที่จะช่วยกำจัดจุดอ่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดหายไป โดย ฟาน เดอ เบค ซัดไป 10 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่น 2019/2020 และนักเตะน่าจะทำได้แบบเดียวกันเมื่อมาเล่นให้ "เร้ด เดวิลส์"

5. เล่นเกมใหญ่ได้ดีเสมอ

ฟาน เดอ เบค เป็นนักเตะที่มักจะทำผลงานได้ดีมากๆ เมื่อเวลาลงเล่นกับทีมใหญ่ๆ โดยเขาพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วจากการช่วย อาแจ็กซ์ ในการเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป เมื่อซีซั่น 2018/2019 เมื่อเขาสวมบทฮีโร่ด้วยการซัดประตูในเกมพบ ยูเวนตุส และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ ฟาน เดอ เบค ยังมีส่วนในการแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมในแมตช์ปะทะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยรวมแล้วผลงานของเขาโดดเด่นมากๆ ในการเล่นกับทีมใหญ่ ที่สำคัญนักเตะยังเปรียบเสมือนหัวใจในแดนกลาง และพร้อมที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเกมรุกให้กับทีมอยู่เสมอ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นก็คือการเล่นที่หลากหลายซึ่งกองหลังคู่แข่งยากจะคาดเดาได้ นอกจากนี้นักเตะยังเป็นพวกที่กระหายความสำเร็จอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์จากจุดนี้ของ ฟาน เดอ เบค มากๆ

    ทั้งความสามารถในการขับเคลื่อนเกม, การยิงประตู และสไตล์การเล่นที่ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าเสียงนกหวีดยาวหมดเวลาของผู้ตัดสินจะดังขึ้นมา ต้องบอกเลยนี่คือคุณสมบัติที่เข้ากับปรัชญาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างเหมาะสมลงตัวที่สุด

พิคฟอร์ดระวัง!อันเช่เล็ง “โรเมโร่” ร่วมทัพเอฟเวอร์ตัน

 

คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเอฟเวอร์ตัน สนใจดึง เซร์คิโอ โรเมโร่ โกลสำรองแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โดยหวังจะนำนายด่านชาวอาร์เจนไตน์มากดดัน จอร์แดน พิคฟอร์ด ให้รักษาฟอร์มการเล่นเอาไว้ เพราะหากทำพลาดมีสิทธิ์โดนแย่งตำแหน่งมือ 1 เอาได้ง่ายๆ 
   
คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนของ เอฟเวอร์ตัน แสดงความสนใจอยากได้ตัว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูสำรอง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเฝ้าเสาในถิ่นกูดิสัน พาร์ค จากการปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในอังกฤษ

   
"คาร์เล็ตโต้" พยายามที่จะพัฒนาผู้เล่นในทุกตำแหน่งด้วยการหานักเตะมาเสริมทัพ โดยเฉพาะในตำแหน่งนายทวารที่ปัจจุบัน จอร์แดน พิคฟอร์ด ครองมือ 1 สบายๆ ฉะนั้นการเล็งกระชากตัว โรเมโร่ มาร่วมทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ก็เพื่อหวังที่จะกดดัน นายด่านทีมชาติอังกฤษ ให้รักษาฟอร์มการเล่นที่เหนียวหนึบต่อไป

ในช่วงที่ผ่านมา พิคฟอร์ด มักจะทำผิดพลาดอย่างหนักหลายครั้ง และ อันเชลอตติ รู้สึกว่าหากมีการแข่งขันในการแย่งชิงมือ 1 ภายในทีม จะช่วยกระตุ้นให้ โกลเลือดผู้ดีวัย 26 ปี พยายามโชว์ฟอร์มให้คงเส้นคงวา เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะหลุดจากตำแหน่งเอาได้ง่ายๆ

ขณะที่ โรเมโร่ ซึ่งเป็นมือ 1 ทีมชาติอาร์เจนตินา และเฝ้าเสาให้ทัพ "ฟ้าขาว" ไปแล้ว 96 เกม ที่ต้องพบกับช่วงเวลาที่น่าผิดหวังกับการเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปี เมื่อเขาได้รับโอกาสเฝ้าเสาในฐานะตัวจริง แค่เฉพาะเกมฟุตบอลถ้วยเท่านั้น แถมการที่ "ผีแดง" ได้ ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาร่วมทีมหลังถูกส่งไปเล่นยืมตัว 2 ซีซั่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยิ่งทำให้เขาอาจกระเด็นไปเป็นมือ 3

มาร์ติเนซควงลูกากูเบิ้ล! อินเตอร์ถล่มชัคตาห์ ลิ่วชิงเซบีย่า ยูโรปาลีก

 "งูใหญ่" ทะยานเข้าชิงดำได้สำเร็จหลังไล่ถล่มเอาชนะ  ชัคตาร์ โดเนตส์ค แบบเละเทะ 5-0 เกมนี้ โรเมลู ลูกากู ควงรุ่นน้อง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ยิงคนละสองเม็ด ก่อนพา อินเตอร์ มิลาน ทะยานเข้าไปชิงชนะเลิศได้เป็นหนแรกในรอบ 22 ปี ของรายการนี้ โดยจะเข้าไปพบ เซบีย่า วันศุกร์นี้ ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : แมร์เคอร์ สปีล-อารีน่า, ดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมัน

    เกมยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อินเตอร์ มิลาน ตัวแทนจากอิตาลี ที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายผ่าน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 เข้ามาพบกับ ชัคตาร์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครน ซึ่งคว้าชัยเหนือ บาเซิ่ล มาแบบไม่ยาก 4-1 โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศพบกับ เซบีย่า ที่เอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    อันโตนิโอ คอนเต้  เกมนี้ยังใช้แข้งชุดเก่งวางหน้าคู่เป็น  โรเมลู ลูกากู และเลาตาโร่ มาร์ติเนซ โดยมี แอสชลี่ย์ ยัง ขับเคลื่อนริมเส้นร่วมกับ มาร์เซโล่ โบรโซวิช และโรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ขณะที่ อดีตแชมป์ปี 2009 จากยูเครน ที่มี หลุยส์ กาสโตร คุมทัพยังฝากความหวังไว้ที่แข้ง บราซิเลี่ยน ทั้ง มาร์ลอส, อลัน แพทริค และ ไทซอน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก นาที 19 โอกาสยิงหนแรกของเกมกลายเป็น อินเตอร์ มิลาน ที่ได้โอกาสแล้วส่งบอลซุกก้นตาข่ายทันที หลังฉกความผิดพลาดของ อังเดร เปียตอฟ ผู้รักษาประตูของชัคตาร์ฯ ที่ออกบอลพลาด กลายเป็นจ่ายเลียดเข้ากลางก่อนโดน นิโกโล่ บาเรลล่า ตัดบอลขึ้นมาด้านขวา แล้วครอสมาในกรอบสุดแม่นให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ โฉบมาโหม่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม ให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    นาที 26 อินเตอร์ฯ เกือบได้เสียวอีก หลัง อเลสซานโดร บาสโตนี่ ครอสบอลมาในกรอบ 6 หลา ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ พุ่งชาร์จไม่ตรงกรอบบอลเลยไปเสาไกล แม้ว่า เลาตาโร่ มาร์ติเนซ จะพุ่งมาตามซ้ำแต่ซัดไปเข้าข้างตาข่าย ก่อนผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ มาร์ติเนซ ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    กลายเป็น "งูใหญ่" ที่เปิดเกมรุกเข้าใส่เสียมากกว่า นาที 34 ได้โอกาสส่องเข้ากรอบอีกหลัง ลูกากู โขกเช็ดต่อให้ นิโกโล่ บาเรลล่า หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวาบอลพุ่งติดไซด์จน อังเดร เปียตอฟ นายด่านดีกรีทีมชาติยูเครนต้องปัดออกหลังไป

    นาที 43 ชัคตาห์ เกือบได้ลุ้นตีเสมอจากจังหวะที่ มาร์กอส อันโตนิโอ รับบอลจาก มาร์ลอส ก่อนหวดด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งเฉียดคานออกไป

    จบครึ่งแรก อินเตอร์ มิลาน ขึ้นนำ ชัคตาห์ โดเนตส์ค 1-0

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 49 "งูใหญ่" พลาดได้เม็ดที่สองอย่างน่าเสียดายหลัง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ฉกบอลจากแนวรับชัคตาห์ฯ ก่อนพยายามกระดกบอลกว่า 30 หลา ข้ามหัว อังเดร เปียตอฟ ทว่านายด่านของชัคตาห์ยังเหินปัดปลายนิ้วออกหลังไปได้หวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา แอชลี่ย์ ยัง จ่ายให้ ลูกากู ก่อนที่อดีตดาวยิง "ผีแดง" จะปั่นด้วยขวาบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปแบบได้ลุ้น

    นาที 62 ชัคตาห์ฯ พลาดโอกาสทองในการตีเสมอ หลัง มิโกล่า มัตวิเยนโก้ ครอสบอลมาให้ จูเนียร์ โมราเอส ได้โขกโล่งๆหน้ากรอบแต่บอลยังไปตรงตัว ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช เซฟช่วยทีมไม่ให้เสียประตูได้

    เมื่อทำไม่ได้ นาที 64 มาเสียประตูที่สองให้ "งูใหญ่" หลัง มาร์เซโล่ โบรโซวิช เปิดคอนเนอร์ทางด้านขวามาเสาไกลให้ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ โขกย้อนหนีมือ อังเดร เปียตอฟ เข้าไปอย่างเด็ดขาด ให้ อินเตอร์ มิลาน นำห่าง 2-0

    รูปเกมยังเป็นลูกทีมของ คอนเต้ ที่โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียว นาที 72 เกือบได้เม็ดสาม หลัง มาร์ติเนซ จ่ายให้ ลูกากู หลุดเข้าไปกดด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งไปตรงตัวนายด่านชัคตาห์

    ทว่า นาที 74 ทัพเนรัสซูรี่ มาได้ประตูนำโด่ง 3-0 จนได้ หลัง โรเมลู ลูกากู จ่ายบอลให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซัดนอกกรอบด้วยขวาบอลพุ่งผ่าน เปียตอฟ เข้าไปไม่เหลือเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

    เท่านั้นไม่พอ นาที 78 "งูใหญ่" มาพังประตูที่สี่จากการประสานงานของสองหัวหอกเหมือนเดิม คราวนี้ มาร์ติเนซ จ่ายออกขวาให้ โรเมลู ลูกากู แปด้วยซ้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด

    นาที 83 ทัพงูใหญ่มาได้ประตูนำห่าง 5-0 คราวนี้ สเตฟาน เดอ ฟราย จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ โรเมลู ลูกากู พลิกบอลก่อนควบเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อังเดร เปียตอฟ เข้าไปเป็นประตูที่สองของอดีตดาวยิงปีศาจแดง

    จบเกม อินเตอร์ มิลาน ไล่ถล่ม ชัคตาร์ โดเนตส์ค เละเทะ 5-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ พบ เซบีย่า ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.81), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช (สเตฟาโน่ เซนซี่ น.85), โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง (คริสเตียโน่ บิรากี้ น.66) – โรเมลู ลูกากู (เซบาสเตียโน่ เอสโปซิโต้ น.85), เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.81) 

    เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้ 

     ชัคตาร์ โดเนตส์ค (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โดโด้, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, ดาวิต โคชาโลว่า, มิโกล่า มัตวิเยนโก้ – มาร์กอส อันโตนิโอ, ทารัส สเตปาเนนโก้ – มาร์ลอส (เยฟเฮน โคโนเปลียนก้า น.75), อลัน แพทริค (มาเนอร์ โซโลแมน น.59), ไทซอน – จูเนียร์ โมราเอส  

    เทรนเนอร์ : หลุยส์ กาสโตร    

    ผู้ตัดสิน : ไซม่อน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)