น้องใหม่ล่าชัย! ลีดส์จัดทัพใหญ่รับมือฟูแล่มใส่2แข้งใหม่บู๊

ศึกสองน้องใหม่ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด พร้อมเปิดศึก "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม หลังปราชัยเกมประเดิมลีกสูงสุดมาทั้งคู่ ความพร้อมเกมนี้ของทั้งคู่เป็นอย่างไร แนวโน้มทีมตัวจริงใครได้ลงสนามบ้างไปดูกัน

    ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 
    ลีดส์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
    ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 21.00 น.)

    สนาม : เอลแลนด์ โร้ด 

 

    มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซืออาร์เจนไตน์มากประสบการณ์สูงของลีดส์ ยูไนเต็ด พาทีมออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ ด้วยการบุกไปพ่ายลิเวอร์พูลหวุดหวิด 3-4 แต่เป็นการแพ้ที่สร้างความประทับใจให้แฟนๆอย่างเต็มที่ ก่อนผิดหวังต่อเนื่อง จากการแพ้จุดโทษฮัลล์ ซิตี้ หลังเสมอ 1-1 ใน 90 นาทีตกรอบลีก คัพไปอีก  

    ความพร้อมเกมนี้ คุณลุงบิเอลซ่าต้องลุ้นความพร้อมของเลียม คูเปอร์ กองหลังกัปตันทีมที่มีอาการเจ็บน่องรบกวน ส่วนอดัม ฟอร์ชอว์ ที่เจ็บสะโพกยังต้องพักยาว

    การจัดทัพก็แน่นอนว่าต้องมีการปรับ หลังแกเปลี่ยนยกชุดทั้ง 11 ตัวเมื่อมิดวีก เพื่อเปิดโอกาสให้พวกตัวสำรองและดาวรุ่งได้ลงสนามกันอย่างเต็มที่  

    ทำให้บรรดาตัวหลัก ซึ่งสร้างความลือลั่นที่แอนฟิลด์ ไม่ว่าจะเป็นลุค อายลิ่ง กัปตันทีม, โรบิน ค็อค, คัลวิน ฟิลลิปส์, เอลแดร์ กอสต้า, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน และ แพทริค แบมฟอร์ด ต่างพร้อมคัมแบ็กตามปกติ 

    ฝั่ง สกอตต์ พาร์เกอร์ กุนซือฟูแล่ม พาทีมออกสตาร์ทได้อย่างน่าผิดหวังแพ้อาร์เซน่อลคารัง 0-3 แต่เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้เล็กน้อย หลังบุกไปเชือดอิปสวิช 1-0 ในเกมลีก คัพ 

    สภาพทีมเกมนี้ สกอตตี้ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่ก็จะมีการปรับจากเมื่อมิดวีกแน่นอน 

    พวกแกนหลักที่ได้พัก อย่างทิม รีม, ไมเคิ่ล เฮ็คเตอร์, โจ ไบรอัน, ทอม แคร์นี่ย์ กัปตันทีม, จอช โอโนมาห์ และ อิวาน กาวาเลยโร่ ต่างพร้อมคัมแบ็ก   

    ส่วน 2 แข้งใหม่ที่ได้ประเดิมไปแล้วในเกมลีก คัพ ทั้งอัลฟงส์ อเรโอล่า ประตูทีมชาติฝรั่งเศส และ เคนนี่ เตเต้ แบ็กขวาฮอลแลนด์ น่าจะได้ยึดตัวจริงต่อเนื่อง

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-1-4-1) : อิลล็อง เมสลิเย่ร์ – ลุค อายลิ่ง, โรบิน ค็อค, ปาสกาล สตรุยจ์ค, สจ๊วร์ต ดัลลัส – คัลวิน ฟิลลิปส์ – เอลแดร์ กอสต้า, ปาโบล เอร์นานเดซ, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน – แพทริค แบมฟอร์ด 
    ผู้จัดการทีม : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า   

    ฟูแล่ม (4-2-3-1) : อัลฟงส์ อเรโอล่า – เคนนี่ เตเต้, ทิม รีม, ไมเคิ่ล เฮ็คเตอร์, โจ ไบรอัน – แฮร์ริสัน รีด, ทอม แคร์นี่ย์ – นีสเก้นส์ เกบาโน่, จอช โอโนมาห์, อิวาน กาวาเลยโร่ – อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช  
    ผู้จัดการทีม : สกอตต์ พาร์เกอร์ 

    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์ 

    ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

    27/06/20 ลีดส์ ยูไนเต็ด 3 – 0 ฟูแล่ม (แชมเปี้ยนชิพ)
    21/12/19 ฟูแล่ม 2 – 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)
    04/04/18 ฟูแล่ม 2 – 0 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)
    16/08/17 ลีดส์ ยูไนเต็ด 0 – 0 ฟูแล่ม (แชมเปี้ยนชิพ)
    08/03/17 ฟูแล่ม 1 – 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)

    ผลงาน 5 นัดหลังสุด

    ลีดส์ ยูไนเต็ด 
    17/09/20 เสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 1-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
    12/09/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
    01/09/20 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-3 (เยือน) กระชับมิตร 
    23/07/20 ชนะ ชาร์ลตัน 4-0 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ
    19/07/20 ชนะ ดาร์บี้ 3-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ

    ฟูแล่ม 
    17/09/20 ชนะ อิปสวิช 1-0 (เยือน) ลีก คัพ  
    12/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
    29/08/20 เสมอ เอ็มเค ดอนส์ 2-2 (เหย้า) กระชับมิตร 
    05/08/20 ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 (สนามกลาง) แชมเปี้ยนชิพ
    31/07/20 แพ้ คาร์ดิฟฟ์ 1-2 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ

 

ลินเดอเลิฟฟอร์มไม่น่า”เลิฟ”!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมพ่ายพาเลซคาบ้าน

ถือเป็นการออกสตาร์ทในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/21 ได้อย่างน่าผิดหวังสำหรับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พลาดท่าแพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูไม่จืดเลย เพราะเล่นแย่ทั้งทีม โดยเฉพาะ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ทำแฮตทริก… มีส่วนร่วมกับทั้งสามประตูที่เสีย แต่อย่างน้อยมีเรื่องเชิงบวกให้แฟนๆ ได้ชื่นใจหนึ่งอย่างคือ แข้งใหม่อย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ทำประตูได้ทันทีตั้งแต่เกมแรกในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด และนี่คือผลสอบของลูกทีม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ละคนในแมตช์นี้ 

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – ดาบิด เด เคอา : 6
ช่วงต้นเกมมีจังหวะผ่านบอลพลาดหน้าประตูตัวเองแบบง่ายๆ จนทำให้แฟนๆ หัวเสียไม่น้อย ทว่ากับสามประตูที่เสียไปก็ไม่สามารถไปโทษอะไรเจ้าตัวได้ เพราะ เด เคอา ก็ช่วยเซฟลูกโทษได้หนึ่งครั้งด้วย แม้ป้องกันไม่สำเร็จในจังหวะที่ พาเลซ ได้ยิงจุดโทษรอบสองก็ตาม

 – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ : 5
  ได้สตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้ แต่กลับทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกมรับ และมีส่วนต้องรับผิดชอบกับจังหวะเสียประตูแรกที่หลุดตำแหน่ง

 – วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : 3
  เป็นวันที่เลวร้ายสุดๆ สำหรับ ปราการหลังชาวสวีดิชวัย 26 ปี เพราะนอกจากปล่อยให้คู่แข่งพาบอลผ่านแบบง่ายๆ ตลอดทั้งเกมแล้ว ทั้งสามประตูที่ทีมเสีย เจ้าตัวมีส่วนต้องรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทำแฮนด์บอลเสียจุดโทษ

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 5
  ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอีกหนึ่งเกมสำหรับกัปตัน แม็กไกวร์ โดยเฉพาะเรื่องความเชื่องช้าที่ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของเจ้าตัวในเกมนี้

 – ลุค ชอว์ : 4
  รับไปเต็มๆ กับประตูแรกที่เสีย เพราะคุม แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ไม่ดี แถมแทบไม่ได้ช่วยอะไรเรื่องเกมรุกด้วย 

 – ปอล ป็อกบา : 5
  ถูกส่งลงสนามตัวจริงทั้งที่ชัดเจนว่าสภาพร่างกายยังไม่ฟิตสมบูรณ์ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ ป็อกบา ดึงฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ และขาดความคล่องตัว ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 5.5
  ถึงแม้มีบางจังหวะที่ตามสกัดสวยๆ แต่นอกเหนือจากนั้นถือว่าน่าผิดหวัง

 – แดเนี่ยล เจมส์ : 4
  มีส่วนร่วมกับเกมน้อยมาก จนแทบไร้ตัวตนในสนาม

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 5.5
  เป็นเกมที่ บรูโน่ เค้นฟอร์มเก่งไม่ออก ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ ถึงแม้มีการผ่านบอลให้เพื่อนลุ้นทำประตูได้ถึง 5 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนามก็ตาม

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด : 5
  เล่นไม่ออก ตลอดทั้งเกมได้ลุ้นยิงแค่หนเดียว แต่ก็ได้อยู่ในสนามจนจบเกม

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล : 5
  ไม่ต่างกับ แรชฟอร์ด ที่ดับสนิท แถมมีส่วนร่วมกับเกมน้อยด้วย

 

สำรองที่ได้ลงเล่น

 – เมสัน กรีนวู้ด (แทน เจมส์ นาทีที่ 46) : 6
  ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ แต่ได้ลุ้นกับจังหวะโหม่งหลุดกรอบช่วงที่ทีมมีสกอร์ตามหลัง 0-1

– ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค (แทน ป็อกบา นาทีที่ 67) : 7
  แม้ทีมปราชัย แต่ถือเป็นการเปิดตัวได้สวยทีเดียวสำหรับแข้งใหม่ชาวดัตช์ที่ทำประตูได้ทันที หลังใช้เวลาอยู่ในสนามแค่ 13 นาทีเท่านั้น ซึ่งนั่นก็มาจากการยืนถูกที่ถูกเวลาของเจ้าตัว  

 – โอเดียน อิกาโล่ (แทน โฟซู-เมนซาห์ นาทีที่ 81) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้ 
 

ดีลใกล้จบ!แรนส์โอเคขายเมนดี้ให้เชลซีแล้ว

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ระบุ แรนส์ ตอบรับข้อเสนอของ เชลซี ที่ขอซื้อ เอดูอาร์ด เมนดี้ เรียบร้อย โดยจำนวนเงินที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต้องเสียไปในดีลนี้อยู่ที่สูงสุด 25 ล้านปอนด์ และ เมนดี้ ก็เตรียมจะเดินทางไปตรวจร่างกายกับทีมในเร็วๆ

เชลซี สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงกับ แรนส์ เรื่องการขอซื้อ เอดูอาร์ด เมนดี้ ผู้รักษาประตูชาวเซเนกัลมาร่วมทัพได้แล้ว โดยที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" จะจ่ายค่าตัวของเขาเป็นจำนวนสูงสุด 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท) ตามการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

ตำแหน่งนายทวารคือหนึ่งในตำแหน่งที่หลายคนมองว่า เชลซี จำเป็นต้องทำการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจาก เกปา อาร์รีซาบาลาก้า มือ 1 คนปัจจุบันของทีมทำผลงานได้น่าผิดหวัง ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมของกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ถึงขั้นเคยมีข่าวกับ ยาน โอบลัค นายด่านจอมหนึบของ แอตเลติโก มาดริด ด้วย แต่เป็นที่เชื่อกันว่าตอนนี้พวกเขาไม่มีเงินมากพอสำหรับการซื้อนายทวารระดับท็อปของทวีปยุโรปแล้ว เพราะที่ผ่านมาใช้เงินเสริมทัพไปแล้วถึงเกือบ 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท) ในการดึงแข้งอย่าง ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ มาเสริมแกร่ง

ด้วยเหตุนี้ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เชลซี จึงเบนเป้ามาที่ เมนดี้ และการเจรจาก็คืบหน้าไปได้ด้วยดีมากๆ จนล่าสุด แรนส์ ถึงขั้นยอมรับข้อเสนอของพวกเขาแล้ว ทำให้ทุกอย่างใกล้จบลงด้วยดี โดยนายทวารวัย 28 ปีเตรียมที่จะเดินทางไปรับการตรวจร่างกายที่ประเทศอังกฤษในเร็วๆ นี้เพื่อดำเนินขั้นตอนการย้ายทีมให้เสร็จสิ้น

ถ้าหาก เมนดี้ ย้ายมาอยู่กับ เชลซี ด้วยค่าตัวระดับนั้นจริง มันก็จะทำให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูจากลีกฝรั่งเศสที่มีค่าตัวสูงที่สุดในการย้ายมาเล่นที่ อังกฤษ โดยเจ้าของสถิติคนปัจจุบันคือ ปีเตอร์ เช็ก ที่เคยบอกลา แรนส์ เพื่อมาซบ เชลซี เหมือนกัน เมื่อปี 2004 ซึ่งตอนนั้น เช็ก มีค่าตัว 12.3 ล้านปอนด์ (เทียบเป็นค่าเงินปัจจุบันคือ 16.85 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 690.85 ล้านบาท)

ด้าน ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวที่มีความน่าเชื่อถือสูงก็บอกเหมือนกันว่า แรนส์ ตอบรับข้อเสนอของ เชลซี แล้ว แต่ไม่ได้ระบุเรื่องค่าตัว "แรนส์ ตอบรับข้อเสนออันใหม่จาก เชลซี ที่ขอซื้อ เอดูอาร์ด เมนดี้ แล้ว เรียบร้อย! ดีลจะเสร็จสิ้นในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้ โดยตัวผู้รักษาประตูจะบินไปยังกรุงลอนดอนและจะรับการตรวจร่างกายในเร็วๆ นี้ มันมีการบรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกันไปตั้งแต่หลายวันก่อน แลมพาร์ด จะได้ผู้รักษาประตูคนใหม่" โรมาโน่ ระบุ

วอนซะแล้ว!เดวิสสวน “มูรินโญ่” ขี้เกียจจนแพ้

เบน เดวิส แบ็กซ้ายท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สวน โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือที่วิจารณ์ว่าลูกทีมขี้เกียจวิ่งไล่บี้จนเป็นเหตุให้แพ้ เอฟเวอร์ตัน ระบุแข้ง "ไก่เดือยทอง" ใส่เต็มสูบจนหมดแม็กซ์แต่สุดท้ายฟอร์มยังไม่ดีพอในเกมดังกล่าว

เบน เดวิส ฟูลแบ็กทีมชาติเวลส์ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยืนยันทัพ "ไก่เดือยทอง" ทุ่มสุดตัวแต่สุดท้ายต้องพบกับความพ่ายแพ้ต่อ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 0-1 คาถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

หลังจบเกมดังกล่าว โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ได้กล่าวตำหนิแข้งสเปอร์ส ว่าเล่นกันอย่างขี้เกียจ โดยเฉพาะการไม่ยอมวิ่งไล่เพรสซิ่งเข้าไปกดดันในแดนคู่แข่ง จำทำให้ เอฟเวอร์ตัน สามารถตั้งเกมได้จากแดนหลัง อย่างไรก็ตาม เดวิส ตัดสินใจออกโรงปกป้องตัวเองและเพื่อนร่วมทีม โดยยืนยันว่าพวกเขาทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างในเกมนี้ แต่สุดท้ายต้องพ่ายแพ้อย่างน่าเจ็บปวด

แบ็กซ้ายชาวเวลส์ วัย 27 ปี กล่าวว่า "มันดูยากลำบากจริงๆ ผมคิดว่าทุกๆ คนทำงานหนัก โดยเฉพาะตัวผม ผมทุ่มเททุกอย่างเท่าที่ผมมีลงไปทั้งหมดในเกมนี้ ผมไม่สงสัยนักเตะคนอื่นๆ ที่อยู่ในทีมเกี่ยวกับความทุ่มเทของพวกเขา แต่ฟอร์มการเล่นมันยังไม่ได้ดีพอ มันเป็นเรื่องยากที่จะพูดเรื่องการขาดความพยายาม ผมมั่นใจว่าเราจะทำการประเมินจุดที่เราผิดพลาดเพื่อที่จะพัฒนาต่อไป"

สเปอร์ส มีคิวต้องบุกเยือน "นักบุญู" เซาธ์แฮมป์ตัน ในเกมลีกวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ โดย เดวิส ยืนยันว่าพวกเขาจะต้องใช้ทุกๆ เกมเพื่อชดเชยความผิดหวังที่เกิดขึ้นในแมตช์แพ้ เอฟเวอร์ตัน "แน่นอนว่าเราไม่อยากที่จะเริ่มต้นฤดูกาลแบบนี้ มันน่าผิดหวัง แต่เราต้องมองไปที่ภาพที่ใหญ่ที่สุด มีอีกหลายเกมที่จะต้องลงเล่น"

จบข่าว! กรีลิชจัดการสยบลือซบอกแมนยูอย่างเป็นทางการ

"สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า จับ แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์คนเก่ง ต่อสัญญายาวเรียบร้อย ส่งผลให้ทีมใหญ่ที่อยากได้ตัวต้องผิดหวังไปตามระเบียบ

แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม แอสตัน วิลล่า สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตกลงต่อสัญญาค้าแข้งในถิ่น วิลล่า พาร์ค ออกไปจนถึงปี 2025 อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา

มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ วัย 25 ปี อยู่กับ "สิงห์ผงาด" มาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ก่อนได้ลงประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ช่วงปลายฤดูกาล 2013/14 และยังคงอยู่ช่วยทีมต่อแม้ตกชั้นไปเมื่อปี 2016 ก็ตาม ก่อนเลื่อนชั้นกลับมา พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่แล้ว โดยจนถึงเวลานี้ลงเล่นในลีกไปแล้ว 159 นัด ทำได้ 23 ประตู

กรีลิช เผยหลังต่อสัญญาว่า "ผมดีใจที่ได้ทุ่มเทให้กับ วิลล่า ต่อไป ที่นี่คือสโมสรของผม บ้านของผม และผมก็มีความสุขมากๆ ที่นี่ เจ้าของทีมแสดงให้ผมเห็นชัดเจนมากๆ ถึงความทะเยอทะยานที่พวกเขามี และต้องการสร้างทีม เรากำลังมีช่วงเวลาน่าตื่นเต้นรออยู่ และผมก็ดีใจที่จะได้มีส่วนกับมัน"

ก่อนหน้านี้ กรีลิช ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตาม การต่อสัญญายาวครั้งนี้ ส่งผลให้ข่าวลือเรื่องการย้ายทีมต้องจบไปโดยปริยาย

เพื่อทีม!คูมัน-เมสซี่เปิดใจหวานชื่นในสนามซ้อม

สื่อสเปน ตีข่าว โรนัลด์ คูมัน กุนซือหุ่นบึ้กกับ ลิโอเนล เมสซี่ มีโอกาสได้พูดคุยกันที่สนามซ้อมเป็นครั้งแรก หลังจากที่นักเตะตัดสินใจกลับมาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ โดยการสนทนาในครั้งนี้เต็มไปด้วยมิตรไมตรีจิต และ ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ ให้คำมั่นว่าจะเล่นให้ดีที่สุดสำหรับซีซั่นสุดท้ายกับสโมสรแห่งนี้

โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์ชาวดัตช์ของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ ที่สนามซ้อม หลังจากนักเตะตัดสินใจกลับมาร่วมงานกับ "เจ้าบุญทุ่ม" จากการเปิดเผยของ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อดังในดินแดนกระทิงดุ

 เมสซี่ เดินทางมายัง ซิวตาต เอสปอร์ติบา โจอัน กัมเปร์ สนามฝึกซ้อมของสโมสรเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่นักเตะเผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจอยากอำลาถิ่นคัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมี "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมเต็งหนึ่งที่จะได้ตัวไปร่วมสังกัด

สตาร์ลูกหนังวัย 33 ปี มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอำลา บาร์ซ่า ให้ได้ หลังจากที่ผิดหวังกับการบริหารงานของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร และต้องการใช้เงื่อนไขในสัญญาเพื่อย้ายทีมแบบฟรีเอเจนต์ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จทำให้ทีมที่ต้องการตัว เมสซี่ ไปเล่นจะต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวน 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท)

สุดท้าย เมสซี่ ต้องจำใจกลับไปเล่นให้ บาร์ซ่า โดยเมื่อเขาเดินทางมายังสนามซ้อมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นักเตะเลือกที่จะมาถึงก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง เพราะเขาต้องการเป็นตัวอย่าง และแสดงให้ทุกๆ คนเห็นว่าเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือต้นสังกัดต่อไป

นอกจากนี้ มุนโด้ เดปอร์ติโบ รายงานเพิ่มว่า คูมัน ได้เข้าไปพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ เมสซี่ ซึ่งเป็นการสนทนากันครั้งแรกของทั้งคู่ นับตั้งแต่ที่นักเตะเคยเปิดใจกับ นายใหญ่หุ่นบึกว่าต้องการย้ายทีม โดยการพูดคุยในครั้งนี้เต็มไปด้วยมิตรภาพ และ คูมัน ยอมรับว่าสุดมีความสุขที่เห็นเขาอยู่กับสโมสรต่อไป

ขณะเดียวกัน คูมัน ยืนยันว่า เมสซี่ จะยังคงได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมในฐานะที่เขาเป็นนักเตะสำคัญของทีม ด้าน สตาร์ลูกหนังชาวอาร์เจนไตน์ ก็พูดคุยอย่างเป็นกันเองกับกุนซือคนใหม่ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะทุ่มเทเต็มที่เพื่องัดฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดในการเล่นให้ทีมเป็นซีซั่นสุดท้าย

600 ล้านยูโร : 10 ดีลยอดแย่บาร์เซโลนา ยุคบาร์โตเมว

นับตั้งแต่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว เข้ารับตำแหน่งประธานสโมสรเมื่อปี 2014 บาร์เซโลนาใช้เงินกว่า 600 ล้านยูโร เพื่อซื้อแข้งเหล่านี้ซึ่งล้วนแต่น่าผิดหวัง

#1 10. เฌเรมี มาติเยอ – 20 ล้านยูโร
กองหลังชาวฝรั่งเศส ถูกคว้าตัวมาจากบาเลนเซียเมื่อช่วงซัมเมอร์ในปี 2014 เพื่อทดแทนตำแหน่งของ การ์เลส ปูโยล ซึ่งเพิ่งจะแขวนสตั๊ดไป ทว่าเขากลับประสบปัญหาบาดเจ็บบ่อยครั้ง จนทำให้บทบาทส่วนใหญ่คือการเป็นตัวสำรอง ก่อนจะอำลาทีมหลังหมดสัญญาไปอยู่กับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 แบบไม่มีค่าตัว

#2 9. ลูก้าส์ ดีญ – 16.5 ล้านยูโร
แบ็คซ้ายชาวฝรั่งเศสย้ายจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาอยู่กับบาร์ซาเมื่อปี 2016 ทว่าการมี จอร์ดี้ อัลบา ขวางทางอยู่ก็ทำให้เรื่องยากที่เขาจะสอดแทรกมายึดตัวจริง จนต้องโยกไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันในปี 2018

#3 8. โธมัส แฟร์มาเลน – 18 ล้านยูโร
กองหลังชาวเบลเยียมย้ายมาจากอาร์เซนอลในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ทว่ากว่าจะได้ลงประเดิมสนามก็ต้องรอจนถึงเกมสุดท้ายของลาลีกาฤดูกาล 2014-2015 เพราะดันประสบปัญหาบาดเจ็บพักยาว ขณะที่หลังจากนั้นเขาก็ยังมีปัญหาเรื่องความฟิตโดยตลอด จนมีโอกาสลงเล่นน้อยมาก และเมื่อหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 ก็โยกไปค้าแข้งในญี่ปุ่นกับ วิสเซล โกเบ แบบไม่มีค่าตัว

#4 7. อังเดร โกเมส – 35 ล้านยูโร
กองกลางจากบาเลนเซียย้ายมาอยู่กับบาร์ซาหลังเสร็จสิ้นภารกิจคว้าแชมป์ยูโร 2016 กับทีมชาติโปรตุเกส แต่กลับไม่สามารถรีดฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาโชว์บนถิ่นคัมป์นูได้เลย จนถูกปล่อยไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันในปี 2018

#5 6. มาร์ติน เบรธเวต – 18 ล้านยูโร
การที่ อุสมาน เดมเบเล บาดเจ็บพักยาวหลายเดือน ทำให้บาร์ซาตัดสินใจใช้กฎซื้อตัวฉุกเฉินไปคว้ากองหน้าของเลกาเนสมาเสริมแนวรุกเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ กระนั้น เบรธเวต กลับยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น จากการลงเล่น 11 เกม และอาจถูกปล่อยตัวอย่างรวดเร็วในช่วงซัมเมอร์นี้ทันทีด้วย

#6 5. มัลคอม – 41 ล้านยูโร
บาร์เซโลนา ลงทุนจ่ายเงิน 41 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัว มัลคอม มาจากบอร์กโดซ์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ในปี 2018 ทั้งที่ก่อนหน้านี้นักเตะเกือบจะได้เซ็นสัญญากับโรมาอยู่แล้ว ทว่าเขากลับโชว์ฟอร์มได้ไม่คุ้มกับที่ทีมลงทุนไปปาดหน้าหมาป่ากรุงโรมเพื่อคว้าตัวมาเลย และก็ถูกปล่อยไปให้เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในปีต่อมา

#7 4. อองตวน กรีซมันน์ – 120 ล้านยูโร
แนวรุกชาวฝรั่งเศสทำผลงานได้น่าผิดหวังอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับความคาดหวังที่บาร์ซาลงทุนทุ่มเงินถึง 120 ล้านยูโรไปกระชากตัวมาจากแอตเลติโก มาดริด ทำให้ในฤดูกาลใหม่นี้เขาต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเรียกฟอร์มเก่งสมัยอยู่กับตราหมีกลับคืนมาให้ได้อีกครั้ง

#8 3. อุสมาน เดมเบเล – 105 ล้านยูโร
ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงชาวฝรั่งเศส แจ้งเกิดกับการเล่นให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เมื่อฤดูกาล 2016-2017 จนกระทั่งถูกบาร์ซาทุ่มเงินถึง 105 ล้านยูโร กระชากตัวมาเสริมแนวรุก ทว่าเขากลับประสบปัญหาบาดเจ็บเล่นงานจนไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งสมัยอยู่กับเสือเหลืองออกมาได้เลย และปัจจุบันก็ยังเจ็บพักยาวจนไม่ได้ลงเล่นให้ทีมมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน

#9 2. อาร์ด้า ตูราน – 34 ล้านยูโร
กองกลางชาวตุรกีย้ายจากแอตเลติโก มาดริด มาร่วมทัพอาซูลกรานาในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 แต่กว่าจะได้ลงเล่นก็ต้องรอจนถึงเดือนมกราคมในปี 2016 เพราะช่วงนั้นยังโดนแบนห้ามซื้อนักเตะอยู่ และสุดท้ายเขาก็ไปไม่รอดในคัมป์นู จนโดนปล่อยไปให้ อิสตันบูล บาซัคเซฮิร ในช่วงเดือนมกราคมของปี 2018

#10 1. ฟิลิปป์ คูตินโญ – 120 ล้านยูโร
บาร์เซโลนาตัดสินใจทุ่มเงินถึง 120 ล้านยูโร กระชากตัวดาวดังของลิเวอร์พูลมาเสริมทัพช่วงเดือนมกราคมในปี 2018 ทว่าผลงานโดยรวมของนักเตะกลับเข้าขั้นน่าผิดหวัง และโชว์ฟอร์มได้ไม่คุ้มค่าตัวสุดแพง รวมถึงเมื่อปล่อยให้บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ยังงัดฟอร์มเก่งออกมาโชว์อีกครั้งไม่ได้เลย

เมสซี่แถลงอยู่เล่นให้บาร์ซ่าอีกปี-รับไม่มีความสุขพร้อมจวกปธ.ยับ

จบข่าวแยกย้ายกันได้! ลิโอเนล เมสซี่ ประกาศแล้ว เลือกอยู่กับ บาร์ซ่า อีก 1 ปี หลังตอนแรกมีความต้องการที่จะอำลาถิ่น คัมป์ นู ในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้ แต่รับไม่มีความสุข พร้อมจวกยับท่านประธาน โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว แบบไม่มีชิ้นดี

ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน แถลงยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมาว่า จะอยู่เล่นให้ "เจ้าบุญทุ่ม" ต่อไปอีก 1 ปีจนหมดสัญญา ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เล็งดึงไปเสริมทัพในซัมเมอร์นี้ต้องพบกับความผิดหวังไปตามระเบียบ

ก่อนหน้านี้ เมสซี่ วัย 33 ปี ได้แจ้งกับสโมสรว่าต้องการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ และไม่ยอมมาร่วมฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่น แต่ผู้บริหารของ บาร์เซโลน่า บอกว่าหากอยากย้ายสังกัดก็ต้องมีทีมที่ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาซึ่งอยู่ที่ 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) สถานเดียว เนื่องจากยังเหลือสัญญาอีก 1 ปี

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสถานการณ์ของดาวเตะอาร์เจนไตน์ มีความชัดเจนแล้ว แม้ ฮอร์เก้ เมสซี่ บิดาที่ทำหน้าที่เป็นเอเยนต์ด้วยนั้น ได้เดินทางมาจากบ้านเกิด และยืนยันค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโรของลูกชายตัวเองไม่มีผลตั้งแต่จบฤดูกาล 2019/20 แล้วก็ตาม ก่อนที่ ลา ลีกา จะโต้กลับทันควันว่าเวลานี้ยังมีผลอยู่

เมสซี่ แถลงอย่างเป็นทางการว่า ตัวเองจะอยู่เล่นให้ บาร์เซโลน่า ต่อในฤดูกาล 2020/21 เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งกับทุกฝ่าย หลังสโมสรปฎิเสธที่จะปล่อยตัวเองออกไปถ้าไม่ได้ค่าตัว 700 ล้านยูโร

"ผมไม่มีความสุขเลย และผมก็อยากจะย้ายออกจากที่นี่ แต่ผมไม่ได้รับอนุญาตให้ทำแบบนั้นไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ผมจึงตัดสินใจอยู่กับสโมสรต่อ เพื่อที่จะไม่มีข้อพิพาททางกฎหมาย การจัดการของสโมสรภายใต้ (โจเซป มาเรีย) บาร์โตเมว คือหายนะ ผมไม่เคยอยากจะมีสงครามกับสโมสรที่เป็นเหมือนชีวิตของผม นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมเลือกอยู่ต่อ"

"บาร์โตเมว บอกกับผมว่า หนทางเดียวที่ผมจะย้ายออกจากที่นี่คือ ต้องมีการจ่ายตามค่าฉีกสัญญา 700 ล้านยูโร ซึ่งนั่นมันเป็นไปไม่ได้เลย แต่เมื่อตอนจบซีซั่น บาร์โตเมว คนเดิมบอกว่า ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผม… คือเขาเป็นคนที่ไม่รักษาคำพูดเลย " ความในใจบางส่วนจากปากของ เมสซี่ 

 

อเล็กซิสเผยอยากหนีแมนยูทันทีหลังซ้อมแค่หนเดียว

อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอก อินเตอร์ ออกมาร่ายยาวถึงช่วงเวลากับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยบอกว่ารู้สึกว่า "ปีศาจแดง" ไม่เหมาะกับตนจนถึงขั้นอยากยกเลิกสัญญาทันทีที่ซ้อมครั้งแรกเสร็จไปแล้ว โดยตอนนั้นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เจ้าตัวก็ขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกันที่เคยมอบโอกาสให้ตนได้อยู่กับทีม
    อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้า อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าตนเคยอยากย้ายกลับ อาร์เซน่อล ทันที หลังจากที่ลงซ้อมหนแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว เพราะตนรู้สึกว่าหลายอย่างที่ "ปีศาจแดง" มันไม่เหมาะกับตน

    อเล็กซิส เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดกองหน้าของ พรีเมียร์ลีก หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ อาร์เซน่อล แต่ในฤดูกาล 2017-18 มันเริ่มมีข่าวลืออย่างหนาหูว่าเขาไม่มีความสุขกับ "ไอ้ปืนใหญ่" และต้องการบอกลาทีม ซึ่งตอนนั้นก็มีทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจในตัวเขา ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะได้เขาไปร่วมทัพในดีลที่แลกตัวกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2018

    ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงขั้นยอมประเคนค่าเหนื่อยให้ อเล็กซิส เป็นจำนวนรวม 505,000 ปอนด์ (ประมาณ 20.20 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ด้วย อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวชิลีก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย จนทำให้ในฤดูกาล 2019-20 เขาไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนทำให้ อินเตอร์ ซื้อขาดเขา

    อเล็กซิส กล่าวผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์บนแอคเคาท์ อินสตาแกรม ของตัวเองว่า "ผมอยากพูดกับพวกคุณเกี่ยวกับเรื่องช่วงเวลาที่ผมอยู่กับ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับหลายเรื่องที่ถูกพูดถึง และเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ผมดูแย่ ผมมีโอกาสได้ย้ายไปอยู่กับ ยูไนเต็ด มันเป็นโอกาสที่แสนยั่วยวนสำหรับผม มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผม เพราะผมชอบสโมสรแห่งนั้นมาตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กแล้ว"

    "สุดท้ายแล้วผมก็เซ็นสัญญาโดยที่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าในการย้ายทีมมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันแรกที่ผมได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีมของผมน่ะผมก็รู้สึกถึงบางอย่าง คือผมต้องขอบอกก่อนว่าบางครั้งมันก็มีหลายเรื่องที่คุณจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ามันเป็นอย่างนั้นจนกว่าจะได้เจอกับมันด้วยตัวเอง"

    "เรื่องของเรื่องก็คือพอผมลงซ้อมครั้งแรกแล้วน่ะผมก็รู้สึกถึงหลายเรื่อง และพอผมกลับไปถึงบ้านผมก็บอกกับทีมตัวแทนของผมเลยว่า -นี่เรายกเลิกสัญญาแล้วกลับไปที่ อาร์เซน่อล ได้ไหม ?- พวกเขา (ทีมตัวแทนของ อเล็กซิส) หัวเราะดังลั่น แต่ผมพูดไป (ด้วยความจริงจัง) ว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องสำหรับผม แต่มันก็มีการเซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว"

    อเล็กซิส บอกด้วยว่าตนรู้สึกช็อกและเสียใจมากๆ ในตอนที่ มูรินโญ่ ไม่ใส่ชื่อตนแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2018  "ในเกมกับ เวสต์แฮม ผมไม่โดนเลือกติดทีม เรื่องอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับผมในฐานะนักเตะมาก่อน มันทำให้ผมหงุดหงิดมาก ผมบอกกับตัวเองว่ามันไม่ควรจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น จากที่เคยกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ผมต้องมาเป็นนักเตะที่ไม่ได้เล่นถึง 5 เดือน พอผมกลับไปถึงบ้านผมก็เสียใจมากๆ และวันต่อมาผมก็ซ้อมแบบหนักขึ้น 2 เท่า เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทำ"

    แข้งวัย 31 ปี เสริมว่าหลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนก็เข้าไปคุยแบบเปิดอกว่าต้องการย้ายทีม และ โซลชา ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด "พอโค้ชคนต่อมา ซึ่งก็คือคนปัจจุบันเข้ามาคุมทีมแล้วน่ะ ผมก็ตัดสินใจที่จะคุยกับเขาตามตรง ผมบอกกับเขาว่าผมจำเป็นต้องไปหาอะไรใหม่ๆ และตอนนั้นผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายไป อินเตอร์ ซึ่งเขาก็ตอบว่า -ได้สิ ไม่มีปัญหาเลย-"

    ทั้งนี้ ตลอดช่วงที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อเล็กซิส มักจะโดนเหล่ากูรูตำหนิอย่างหนักด้วย โดยเฉพาะบรรดาอดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หันไปเอาดีด้านการเป็นนักวิเคราะห์ และดาวเตะทีมชาติชิลีก็ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดสุดๆ เวลาที่โดนตำหนิแบบนั้น "พวกนักข่าวพูดโดยที่ไม่รู้ความจริง และมันทำให้ผมหัวเสีย มันทำให้ผมเจ็บปวด บรรดาอดีตนักเตะชอบออกมาพูดโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในสโมสรมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาให้ความเห็นที่ทำร้ายคุณ พวกเขาชอบบอกว่ามันเป็นความผิดของคุณ พวกเขาเลือกที่จะโทษผมก็เพราะพวกเขาจำเป็นต้องหาคนที่ต้องด่าสักคนก็เท่านั้น"

    อเล็กซิส กล่าวด้วยว่าอยากขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยให้โอกาสตนได้อยู่กับที่นั่น พร้อมบอกว่าผิดหวังเหมือนกันที่สุดท้ายแล้วไม่สามารถไปได้สวยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ "สำหรับ ยูไนเต็ด ผมมีเพียงคำขอบคุณที่จะมอบให้พวกเขาสำหรับการที่พวกเขามอบโอกาสให้ผมได้ปกป้องสีเสื้อของพวกเขา ผมผิดหวังที่หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามที่ผมต้องการ ถ้าเกิดบรรยากาศมันดีกว่านี้แล้วล่ะก็ทุกอย่างก็อาจจะต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้ ตอนนี้ผมออกมาเล่าความจริงทุกอย่างเพราะผมผ่านช่วงเวลาของการเรียนรู้ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆ หนึ่งไปแล้ว ผมเองก็อยากได้แชมป์ทุกรายการเหมือนกัน"

เปแอสเชเศร้า! “เมสซี่” มีสโมสรในใจเรียบร้อย

 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คงผิดหวังไม่น้อยกับการพยายามล่าตัว ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า หลังได้รับรู้ว่าตัวนักเตะมีสโมสรที่อยากจะไปร่วมงานด้วยอยู่ในใจเรียบร้อย
     ฮอร์เก้ เมสซี่ คุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ได้แจ้งไปยัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ว่า ลูกชายของตนได้ตัดสินแล้ว ที่จะย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตามรายงานจาก เลกิ๊ป สื่อกีฬาชั้นนำเมืองน้ำหอม เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     เชื่อกันว่า เปแอสเช เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่ให้ความสนใจในตัว เมสซี่ อย่างจริงจัง หลังนักเตะต้องการที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย เลกิ๊ป อ้างว่า เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร ได้มีการติดต่อไปสอบถาม ฮอร์เก้ ถึงโอกาสความเป็นไปได้ในการคว้าตัว เมสซี่ มาร่วมทีม ทว่าอีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่สุภาพว่า ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี ได้ตัดสินใจเรียบร้อย ที่จะย้ายไปร่วมงานกับกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อีกครั้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม 

     ทั้งนี้ เมสซี่ กับ กวาร์ดิโอล่า เคยร่วมงานกันมาแล้ว และประสบความสำเร็จด้วยกันอย่างมากมาย สมัยที่ กวาร์ดิโอล่า คุมทัพ บาร์ซ่า ช่วงระหว่างปี 2008-2012