กลับอังกฤษ!เผยทีมชปช.สนดึงเจอร์ราร์ดนั่งเก้าอี้กุนซือ

เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อของอังกฤษ ตีข่าว สตีเว่น เจอร์ราร์ด กุนซือ เรนเจอร์ส กำลังตกเป็นเป้าหมายของ สตีฟ แลนส์ดาวน์ เจ้าของทีม บริสตอล ซิตี้ หลังจากที่ บริสตอล เพิ่งสั่งเด้ง ลี จอห์นสัน พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
    สตีฟ แลนส์ดาวน์ มหาเศรษฐีและเจ้าของทีม บริสตอล ซิตี้ สโมสรในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังเล็งที่จะดึง สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีม เรนเจอร์ส สโมสรในศึก สกอตติช พรีเมียร์ชิพ มาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีม ตามรายงานของ เดลี่ เอ็กซ์เพรส สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    แลนส์ดาวน์ เพิ่งสั่งปลด ลี จอห์นสัน พ้นจากการคุมทีมไปเมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ทีมมีผลงานน่าผิดหวังจนถึงขั้นไม่ชนะใครมา 9 นัดติดต่อกัน โดยพอ จอห์นสัน โดนเด้งออกจากตำแหน่ง บริสตอล ก็ชนะ 2 นัดติดต่อกันทันทีเลย

    นอกจาก เจอร์ราร์ด แล้วนั้น คริส ฮิวจ์ตัน อดีตกุนซือ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน, ลี โบว์เยอร์ อดีตแข้งคนดังที่ตอนนี้คุม ชาร์ลตัน แอธเลติก อยู่ และ ไรอัน โลว์ นายใหญ่ พลีมัธ อาร์ไกล์ ก็อยู่ในลิสต์ที่ แลนส์ดาวน์ เล็งเอาไว้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม เดลี่ เอ็กซ์เพรส บอกว่าตำนานกองกลาง ลิเวอร์พูล คือคนที่ แลนส์ดาวน์ เชื่อว่าจะทำให้ทีมเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ตามที่ตนวาดฝันเอาไว้ได้

    สำหรับ เจอร์ราร์ด นั้น ทำผลงานได้น่าประทับใจพอตัวนับตั้งแต่ที่เข้าคุม เรนเจอร์ส ในช่วงกลางปี 2018 แม้ว่าจะยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้เลยก็ตาม โดยเขามีเปอร์เซ็นต์พาทีมชนะราว 60 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม มันก็จะเป็นงานยากสำหรับ บริสตอล ที่จะดึง เจอร์ราร์ด มาเป็นกุนซือคนใหม่ได้ เพราะเขาเพิ่งต่อสัญญากับ เรนเจอร์ส จนถึงปี 2024 ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

อลีสซง,ฟานไดค์ทำพัง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายอาร์เซน่อล

ถึงแม้ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้มาครองเรียบร้อย แต่การบุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ถือว่าน่าเจ็บใจไม่น้อยสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะทุกอย่างมาพังจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ 2 ผู้เล่น ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของทีม ทั้งๆ ที่รูปเกมเหนือกว่า และดูเข้าทางไปซะหมดตอนที่มีสกอร์นำ 1-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ "หงส์แดง" แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 4

นอกจากตลอดทั้งเกมไม่ได้เซฟแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว ความผิดพลาดของเจ้าตัวยังส่งผลให้ทีมกลับมาเป็นฝ่ายพลิกปราชัย ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับนายประตูหน้าหล่อชาวบราซิเลียน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6.5

เติมเกมรุกได้ดี มีจังหวะเปิดบอลเข้ากลางได้เสียว แต่โชคดีไม่น้อยเช่นกัน ที่ได้รับแค่ใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่คู่แข่งช่วงครึ่งหลัง 

 – โจ โกเมซ : 7.5

ช่วยดักบอลสวยๆ หลายครั้ง เล่นได้นิ่ง ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวช่วยแบกเกมรับได้ดี 

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม) : 5

รับไปเต็มๆ กับจังหวะส่งบอลคืนหลังไม่ดี จนนำไปสู่การเสียประตูตีเสมอ แถมการผ่านบอลก็ดูไม่ค่อยมั่นใจ ถือเป็นเกมที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอย่างแรง

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7

แอสซิสต์สุดคมให้ มาเน่ กระทุ้งประตู 1-0 โดยรวมทำหน้าที่ของตัวเองได้โอเค ทั้งเกมรับและรุก

 – ฟาบินโญ่ : 6

ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน มีหลายครั้งที่เสียบอลง่าย แม้บางจังหวะช่วยเล่นเกมรับได้ดี 

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

มีโอกาสได้ทดสอบ มาร์ติเนซ แต่โดยรวมค่อนข้างเงียบ

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

เดินเกมแดนกลางได้ไม่เลว สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูถึง 4 หน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5

จริงๆ แล้วไม่ใช่เกมที่เลวร้าย แต่เหมือนเดิมคือ จบสกอร์ไม่คมในจังหวะที่ได้ยิงเน้นๆ

 – ซาดิโอ มาเน่ : 7.5

กดประตูขึ้นนำ 1-0 ได้เฉียบขาด และป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้เรื่อยๆ ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสุดของทีมในเกมนี้

 – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

เชื่อมเกมได้อย่างโดดเด่น มีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตูนำ 1-0 แต่ก็ดีได้แค่ครึ่งทางครึ่งแรก จากนั้นก็หายไปจากเกม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 61) : 6

มีความมุ่งมั่นดี และมีลุ้นทำประตูด้วย ทว่าโดยรวมสร้างความแตกต่างให้กับเกมไม่ได้มาก 

 – นาบี เกอิต้า (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 62) : 6.5

ช่วยยกระดับเกมแดนกลางได้พอสมควร และมีโอกาสยิงไกลแบบได้ลุ้น

– เซอร์ดาน ชากิรี่ (แทน ซาลาห์ น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้ 

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ไวจ์นัลดุม น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้

อดีตแข้ง “เชลซี” วิจารณ์ ยับ “อลอนโซ” หลังเกมเชลซีบุกพ่าย “เวสต์แฮมฯ”

"แอชลีย์ โคล" อดีตแบ็กซ้ายของ "เชลซี" ยอดทีมแดนผู้ดี ออกมาวิจารณ์ยับ "มาร์กอส อลอนโซ" หลังก่อความผิดพลาดในเกมพ่าย "เวสต์แฮม ยูไนเต็ด" 2-3 เมื่อคืนที่ผ่านมา

วันที่ 2 ก.ค. 63 แอชลีย์ โคล อดีตแบ็กซ้ายของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมาวิจารณ์ยับ มาร์กอส อลอนโซ แบ็กซ้ายชาวสเปน หลังก่อความผิดพลาดในเกมลีกนัดล่าสุดที่บุกพ่าย "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-3 เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

เป็นที่เข้าใจกันว่า เจ้าถิ่น "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้ 3 ประตูจาก โทมัส ซูเซ็ค นาทีที่ 45+2, มิคาอิล อันโตนิโอ นาทีที่ 51 และ อันเดรย์ ยาร์โมเลนโก นาทีที่ 89 ขณะทีมเยือน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ได้ 2 ประตูจาก วิลเลียน ในนาทีที่ 42 (จุดโทษ) และนาทีที่ 72 ของเกมการแข่งขัน

ล่าสุด แอชลีย์ โคล ออกมากล่าวว่า "พวกเขาจะต้องผิดหวัง สิ่งที่ผมเกลียดเกี่ยวกับผู้เล่นในตำแหน่งฟลูแบ็กที่ชอบเติมเกมบุก แต่ไม่ค่อยกลับมายังตำแหน่งของตัวเอง ผมเข้าใจนะว่าเขาหวังที่จะช่วยทีมให้ได้ประตู แต่คุณต้องไม่ลืมตำแหน่งของตัวเอง และการเสมอ พร้อมกลับการเก็บหนึ่งคะแนนกลับออกมา ก็ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ไม่น่าเกลียดนักกับเกมในนัดนี้ แต่ผมยังคาใจว่าเขาควรวิ่งกลับมาประจำตำแหน่งได้เร็วกว่านี้มั้ย? ในสถานการณ์ตอนนั้นเขาควรทำยังไงก็ได้ให้วิ่งกลับไปยังตำแหน่งเดิมให้เร็วที่สุด แต่เขาดูเหมือนจะไม่สนใจเลย เขาวิ่งอย่างช้าๆ ปล่อยให้คู่แข่งฉีกแนวรับไปเป็นชิ้นๆ"

แนวรับเปื่อยยุ่ย!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายแมนซิตี้หมดสภาพ

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมเปี้ยนในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ ปราชัยแบบหมดสภาพเลยทีเดียว หลังบุกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ซีซั่นก่อน แบบยับเยิน 0-4 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ชัดเจนเลยว่า แนวรับของทีมถือเป็นจุดบอด เพราะเล่นกันหละหลวมเหลือเกิน โดยเฉพาะ โจ โกเมซ กับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และนี่คือผลสอบของลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง
       
– อลีสซง เบ็คเกอร์ : 5
   อาจไม่มีอะไรผิดพลาดน่าเกลียด แต่เกมนี้โดนทะลวงไป 4 ลูก และเกือบจะเป็น 5 ลูกด้วย หากไม่โดน VAR ยึดคืน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 5
  ไม่มีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะ แถมเกมรับมีเล่นพลาดหลายครั้ง เหมือนสมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แถมมีทุ่มบอลให้ กาเบรียล เชซุส ง่ายๆ ในช่วงต้นครึ่งหลัง
 
– โจ โกเมซ : 4
  รับไปเต็มๆ ในเกมนี้ พลาดท่าทำฟาวล์ ราฮีม สเตอร์ลิง จนเสียจุดโทษ แถมโดน สเตอร์ลิง เล่นงานอีกทีในจังหวะเสียประตูที่สอง จนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 6
  แม้ไม่มีความผิดพลาดส่วนบุคคล แถมมีจังหวะช่วยเคลียร์บอลหน้าประตูหนึ่งครั้ง แต่ก็ต้องรับผิดชอบกับเกมรับอันหละหลวมในแมตช์นี้

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 4
  เป็นอีกหนึ่งจุดบอดของทีมในเกมนี้ โดยเฉพาะจังหวะเสียประตูที่สาม ซึ่งโดน ฟิล โฟเด้น ชิ่งบอลหลุดเข้าไปยิงสบายๆ

– ฟาบินโญ่ : 7
  น่าจะเป็นคนที่เล่นดีสุดของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ ทำงานหนักมากในการช่วยต้านเกมของ แมนฯ ซิตี้ ก่อนถอยลงไปยืนเซนเตอร์แบ็กช่วงครึ่งหลัง

– จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 6
  วิ่งช่วยทีมดี พยายามทำอะไรหลายๆ อย่าง แต่สู้แดนกลางของเจ้าถิ่นไม่ไหว

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 5.5
  เริ่มต้นเกมได้น่าพอใจ ก่อนถูกกลืนหายไปจากเกม 

– โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5
  มีโอกาสจบสกอร์สวยๆ สองครั้งในครึ่งแรก แม้ไม่เป็นสกอร์ แต่ก็ถือว่ายิงได้ดีแล้ว (ติดเซฟ เอแดร์ซอน และอีกลูกชนเสา) ส่วนครึ่งหลังก็มีโอกาสอีกหนึ่งครั้ง โดยรวมไม่ได้เลวร้าย เมื่อมองถึงการมีส่วนร่วมกับเกมและความมุ่งมั่นของเจ้าตัว

– ซาดิโอ มาเน่ : 5
  โดยรวมถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังไม่น่อยสำหรับ มาเน่ แถมจังหวะการเล่นก็ดูไม่เป็นใจไปซะหมด

– โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 5
  ฟอร์มยังไม่เข้าที่ตั้งแต่รีสตาร์ท ช่วงครึ่งแรกมีโอกาสได้ตามซ้ำลูกยิงของ ซาลาห์ แต่ก็ยิงเบาเกินไป

 สำรองที่ได้ลงเล่น

– อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (แทน โกเมซ น. 46) : 5
  ทำอะไรไม่ได้มาก แม้มีชื่อเป็นคนทำเข้าประตูตัวเอง แต่จังหวะนั้นก็ทำอะไม่ได้มากเช่นกัน

– นาบี เกอิต้า (แทน ไวจ์นัลดุม น. 62) : 6.5
  ถือว่าไม่เลว ครองบอลได้ดี ดูมีความมั่นใจในการเล่น

– ดิว็อค โอริกี้ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 62) : 5
  มีส่วนร่วมกับเกมน้อย จับบอลนับครั้งได้

– เนโก วิลเลี่ยมส์ (แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น. 76) : 6
  ลงไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มเติม ซึ่งก็เล่นใช้ได้

– ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน มาเน่ น. 85) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้

โจนส์ซัดเปิดซิง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลนัดเชือดวิลล่า

เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 อย่าง "หงส์แดง" เปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้สำเร็จ ทว่าถือเป็นเกมที่ไม่ง่ายสำหรับ ลิเวอร์พูล ตัวสำรองของพวกเขายังดูห่างชั้นกับตัวจริงอยู่มากจนกระทั่งเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นตัวหลักลงสนามรูปเกมก็ดูดีขึ้นมาชัดเจนจนทำให้ได้ประตู เกมนี้มีหลายคนที่โชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐาน มาเช็กคะแนนแข้ง "เดอะ เร้ดส์" กัน
อลีสซง เบ็คเกอร์ 8

    ช่วงครึ่งแรกมีเซฟลูกวอลเลย์ของ ดั๊กลาส ลูอิซ ไว้ได้เยี่ยม ส่วนครึ่งหลังป้องกันลูกยิงเลียดของ เอล กาห์ซี่ ก่อนจะมาโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดลูกยิงของ แจ็ค กรีลิช เก็บคลีนชีทนัดที่ 13 ของเจ้าตัว

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6

    ครึ่งแรกแทบจะสร้างอันตรายให้คู่แข่งไม่ได้เลย ลูกครอสสวยๆของเขาก็น้อยมาก ครึ่งหลังเริ่มมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น และเป็นคนเริ่มต้นเกมรุกจนได้ประตูปลดล็อก

โจ โกเมซ 6

    หลังจากโชว์ฟอร์มแย่เมื่อเกมที่แล้ว เกมนี้ก็ดูนิ่งขึ้น ไม่มีเคลียร์บอลโฉ่งฉ่าง ใช้ความเร็วให้เป็นประโยชน์ในการแย่งบอลคืนมา

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค 6

    มีจังหวะจ่ายพลาดง่ายๆทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง แต่ถือว่าแก้ตัวได้จากการยืนตำแหน่งดี มีบล็อคลูกยิงของ กรีลิช

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 5

    จังหวะจับบอลแรกไม่ค่อยดี มีแท็กเกิ้ลพลาดสองสามครั้ง โดนใบเหลืองในครึ่งแรก การเปิดบอลให้กรอบเขตโทษของเขายังต่ำกว่ามาตรฐาน

นาบี เกอิต้า 7

    เป็นคนที่สร้างสรรค์เกมรุกได้ดีที่สุดในทีมเกมนี้ หลักฐานคือการแอสซิสต์ให้ มาเน่ ยิงประตู มีจังหวะเชื่อมบอลกับเพื่อนได้ดี ทว่าอาจต้องทำได้ดีกว่าหากจะยึดตัวจริงในแผงกลาง เพราะบางจังหวะยังดูช้าและมีช่วงที่หายไปพักใหญ่ๆ

ฟาบินโญ่ 7

    ยืนตำแหน่งได้ดีในการช่วยตัดเกมสวนกลับของ วิลล่า มีตัดบอลสวยๆหลายครั้ง ช่วยให้ หงส์แดง ครองบอลอยู่ตลอด ก่อนถูกเปลี่ยนตัวครึ่งหลัง

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5

    ค่อนข้างน่าผิดหวังเมื่อมีบอลอยู่กับตัว จ่ายพลาดไปหลายครั้ง ครอสบอลไม่ได้อันตรายเท่าไหร่นัก โดนเปลี่ยนตัวออกครึ่งหลัง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 6

    หาตำแหน่งได้ดีแต่จังหวะสุดท้ายขาดๆเกินๆอยู่หลายครั้ง พยายามเรียกเอาจุดโทษแต่ผู้ตัดสินปฏิเสธ มีโอกาสยิงครั้งเดียวทั้งเกม แอสซิสต์ให้ โจนส์ ยิงประตู

ดิว็อค โอริกี้ 4

    มาพร้อมทรงผมใหม่ แต่ฟอร์มในสนามไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เริ่มต้นเกมด้วยการเป็นกองหน้าตัวกลาง ก่อนจะโยกไปเล่นริมเส้น แต่แทบจะทำอะไรแนวรับวิลล่าไม่ได้เลย

ซาดิโอ มาเน่ 7.5

    ทำงานหนักในการพาบอลไปในพื้นที่อันตราย แต่ยังทำได้ไม่ดีพอในช่วง 70 นาที จนกระทั่งมายิงประตูปลดล็อกให้กับทีมได้สำเร็จ เป็นประตูที่ 20 ในฤดูกาลนี้และเป็นการยิงแตะหลัก 20 ประตู 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 7 (ลงมาแทน ดิว็อค โอริกี้ น.60)

    ลงมาเชื่อมเกมกับเพื่อนทำให้บอลเร็วขึ้นกว่าเดิม ยังตามหาประตูในที่ แอนฟิลด์ ในฤดูกาลนี้หลังยิงติดเซฟของ เรน่า

จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 6 (ลงมาแทน อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.60)

    ใช้ประโยชน์จากการครองบอลได้ดีกว่า แชมเบอร์เลน แต่มีจ่ายพลาดอยู่บ้าง ไม่ได้เห็นเขาในพื้นที่สุดท้ายมากเท่าไหร่

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7 (ลงมาแทน ฟาบินโญ่ น.60)

    ลงมาแล้วทำให้สปีดบอลแดนกลางเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เคอร์ติส โจนส์ 7 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.85)

    ซัดประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ฉลองการต่อสัญญาใหม่

เนโก้ วิลเลี่ยมส์ – (ลงมาแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน น.90+4) ลงมาท้ายเกมแล้ว

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตกงานทั้งที่ผลงานดี

 ร็อบบี้  ฟาวเลอร์ อดีตตำนาน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ ทีมชาติอังกฤษ แยกทางกับสโมสรบริสเบรน โรร์ ในศึกฟุตบอลเอลีกของออสเตรเลีย  โดยสโมสรต้นสังกัดอ้างเหตุผลในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงกฎหมายการกักตัวของประเทศออสเตรเลีย ในการแยกทางกับ "ร็อบบี้" เพราะหวั่นว่าจะไม่ทันต่อลีกที่จะกลับมารีสตาร์ทใหม่ในช่วงวันที่ 16 ก.ค. 63
    ก่อนหน้านี้ ฟาวเลอร์ ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือนเม.ย.62 ที่ผ่านมา อดีตตำนานหงส์แดงได้มีการปรับยกเครื่องทีมใหม่ทั้งหมดจนทีมก้าวไปรั้งอันดับ 4 ของตารางก่อนที่ลีกจะถูกระงับในวันที่ 24 มี.ค.63 จึงเลือกเดินทางกลับไปอังกฤษในช่วงพัก

    ล่าสุดทางสโมสรบริสเบรน โรร์ และฟาวเลอร์ได้ออกแถลงการณ์ในการแยกทางกัน ซึ่งฟาวเลอร์เผยว่า ขอขอบคุณสโมสรสำหรับโอกาสและแฟน ๆ สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นและการสนับสนุนสำหรับเขาและทีม ภูมิใจในสิ่งที่ช่วยทีมประสบความสำเร็จ

    ขณะที่ คริส  ฟอง รองประธานสโมสรให้เหตุผลว่า "สถานการณ์ปัจจุบันของการแพร่ระบาดเป็นเหตุให้ต้องแยกทางกับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์  รู้สึกผิดหวังที่โรคระบาดกระจายไปทั่วโลกส่งผลกระทบต่อแผนการของทีมด้วยเช่นกัน แต่เข้าใจว่าครอบครัวต้องมาเป็นอันดับแรกในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ทุกคนที่เข้ามาในออสเตรเลียตอนนี้จำเป็นจะต้องได้รับการกักตัว 14 วันและเวลาในการเตรียมการน่าจะหมดลงเพื่อให้ฟาวเลอร์กลับมาพร้อมกับลีกเนื่องจากลีกจะเริ่มในวันที่ 16 ก.ค.63

“แม็กไกวร์” เจ๋งทั้งรับ-รุก”!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมเชือดนอริชลิ่ว4ทีมเอฟเอคัพ

 ลุ้นกันใจหายใจคว่ำเลยทีเดียวสำหรับสาวก "ปีศาจแดง" หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อเวลาพิเศษ บุกไปเชือด นอริช ซิตี้ 2-1 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้ประตูชัยในนาทีที่ 118 จาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีม และนี่คือผลสอบของบรรดาแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่นในแมตช์นี้

 

 11 ผู้เล่นตัวจริง
 
 – เซร์คิโอ โรเมโร่ : 6
  ตลอดทั้งเกมไม่มีเซฟเลย ส่วนประตูที่เสียก็ต้องยกเครดิตให้กับ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ที่ยิงได้สุดยอดด้วย 

 – ดีโอโก้ ดาโลต์ : 5
  ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังสำหรับเจ้าตัว เพราะนอกจากเกมรุกที่ไม่ได้ช่วยอะไรมากแล้ว เกมรับยังมีจังหวะเล่นผิดพลาดหลายครั้ง

 – เอริค ไบยี่ : 6
  เกมนี้เล่นไม่ค่อยนิ่ง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม 

 

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 8.5
  สมกับเป็นหัวใจสำคัญของทีม เพราะนอกจากช่วยบล็อกลูกยิงหลายครั้งแล้ว ยังสวมบทเป็นฮีโร่ ด้วยการขึ้นมาทำประตูชัยให้กับทีมในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วย

 – ลุค ชอว์ : 7
  มีผลงานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ช่วยเกมรับได้ดี แถมมีจังหวะเติมเกมรุกสวยๆ ให้เห็น 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 6.5
  บู๊แดนกลางได้ดุดัน แต่ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัว

 – เฟร็ด : 6.5
  แม้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ก็ทำให้คู่แข่งผ่านบอลยาก

 – ฆวน มาต้า : 5
  ชัดเจนว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปเรียบร้อย ช้าลงไปเยอะ แถมมีส่วนร่วมกับเกมน้อย

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 7
  แม้เป็นเกมที่เล่นด้วยความยากลำบาก จูนกับเพื่อนไม่ค่อยติด แต่โดยรวมถือว่าโอเค โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับเกม

 

 – เจสซี่ ลินการ์ด : 5
  อาจจะไม่ได้เล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัด แต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะจังหวะลุ้นทำประตู

 – โอเดียน อิกาโล่ : 7
  เป็นเกมที่เล่นยาก ทว่าเจ้าตัวก็ยิงได้เยี่ยมมากๆ กับจังหวะทำประตูขึ้นนำ 1-0 แต่นั่นก็มาจากความผิดพลาดเองของแนวรับ นอริช ด้วย 

 
 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (แทน ดาโลต์ น. 62) : 6.5
  ลงไปประจำการทางฝั่งขวาได้ไม่เลว

 

 – เมสัน กรีนวู้ด (แทน มาต้า น. 63) : 6
  มีลุ้นทำประตูตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ลงไปเล่น แต่หลังจากนั้นทำอะไรไม่ได้มาก

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด (แทน ลินการ์ด น. 63) : 6
  ยังคงติดๆ ขัดๆ แต่มีความพยายามดี ได้ลุ้นยิงถึง 5 ครั้ง ทว่าตรงกรอบหนเดียว

 – เนมานย่า มาติช (แทน แม็คโทมิเนย์ น. 78) : 6.5
  ลงไปช่วยประคองเกมใช้ได้

 – ปอล ป็อกบา (แทน เฟร็ด น. 78) : 7
  ลงไปช่วยยกระดับเกมได้แบบทันตาเห็น และลูกเปิดอันยอดเยี่ยมของเขาก็นำไปสู่การได้ประตูชัย

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (แทน ไบยี่ น. 96) : 6
  ไม่เฉียบขาดเหมือนเกมก่อนที่ทำแฮตทริกได้

ยูเวนตุสแก้ตัว! โด้ขอเป็นฮีโร่บุกซัดโบโลญญ่าพาทีมหนีลาซิโอ

"ม้าลาย" ยูเวนตุส เพิ่งชวดแชมป์โคปปาอิตาเลีย ต้องลืมความผิดหวัง เดินหน้าต่อไปในลีกเพื่อทำคะแนนหนี ลาซิโอ ออกไป เกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาสานำทีมบุกถลุง โบโลญญ่า ที่ฟอร์มหลังสามเกมที่ผ่านมาไม่มีชนะ ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563
ปรีวิวฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563
โบโลญญ่า (10) – ยูเวนตุส (1)
เวลา : 02.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2
สนาม : เรนาโต้ ดัลลาร่า

    ซินิซ่า มิไฮโลวิช นายใหญ่โบโลญญ่าประสบปัญหาพอสมควรเมื่อ มัตเตีย บานี่, เจอร์ดี้ โชเต็น และ เฟเดริโก้ ซานตานเดร์ พร้อมใจกันถูกพักแข้ง อีกทั้ง อันเดรียส สคอฟ โอลเซ่น ก็เจ็บ

    แผงหลัง สเตฟาโน่ เดนส์วิล จึงหุบเข้าในยืนกับ ดานิโล่ และส่ง มิตเชลล์ ไดจ์ส เป็นแบ็กซ้าย ฝั่งขวาใช้ ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ อยู่แล้ว

    แกรี่ เมเดล เก็บบอลตรงกลางกับ นิโกลัส โดมิงเกซ ปล่อยให้ ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่ และ นิโกล่า ซานโซเน่ ทำเกมรุกหลัง มูซ่า บาร์โรว์ หรือยังมี โรดริโก้ ปาลาซิโอ เป็นตัวสอดแทรก

    ด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือยูเวนตุสเพิ่งชวดแชมป์โคปปา อิตาเลีย หลังพ่าย นาโปลี ในนัดชิงชนะเลิศ แถมต้องเสีย อเล็กซ์ ซานโดร กับ ซามี่ เคดิร่า ที่เดี้ยงด้วย ส่วน จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์

    คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟยังวางใจ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แบ็กขวาเลือก ฮวน กวาดราโด้ และให้ มัตเตีย เด ชีโย่ เล่นฝั่งซ้าย

    แดนกลาง มิราเล็ม ปานิช น่าจะถูกดร็อปหลังฟอร์มตกทำให้จะเป็น อารอน แรมซี่ย์ ที่ได้ประสานงานกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ แบลส มาตุยดี้ สามแนวรุกคงเดิมที่ ดั๊กลาส คอสต้า, เปาโล ดีบาล่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

โบโลญญ่า (4-2-3-1) : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้-ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ, ดานิโล่, สเตฟาโน่ เดนส์วิล, มิตเชลล์ ไดจ์ส-แกรี่ เมเดล, นิโกลัส โดมิงเกซ-ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่, นิโกล่า ซานโซเน่-มูซ่า บาร์โรว์

ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่-ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, มัตเตีย เด ชีโย่-อารอน แรมซี่ย์, โรดริโก้ เบนตันกูร์, แบลส มาตุยดี้-ดั๊กลาส คอสต้า, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

คีนเซฟได้หรือเปล่า?โซลชาออกโรงป้องเดเคอาหลังโดนเฉ่งหนัก

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด กางปีกป้อง ดาบิด เด เคอา อย่างเต็มที่ หลังจากที่ เด เคอา โดน รอย คีน เฉ่งอย่างหนัก โดยบอกว่า คีน เองก็คงเซฟชอตดังกล่าวไม่ได้เหมือนกัน พร้อมบอกว่าที่จริง เด เคอา ก็ผิดหวังกับจังหวะนั้นเช่นกัน

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวปกป้อง ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช หลังจากที่ รอย คีน ตำนานกองกลาง "ปีศาจแดง" ตำหนิ เด เคอา อย่างรุนแรงจากการที่มีส่วนทำให้ทีมเสียประตู ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทีมของ โซลชา บุกไปเสมอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 ที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    นัดดังกล่าวเป็นเจ้าถิ่นที่ขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ซึ่งที่จริงตอนนั้นดาวเตะชาวดัตช์ยิงมาตรงตัว เด เคอา แต่นายทวารของทีมเยือนรับไม่อยู่จนทำให้บอลเข้าประตูไป แต่หลังจากนั้น เด เคอา ก็เซฟชอตของ ซน ฮึง-มิน เพื่อเป็นการแก้ตัวได้ ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะตีเสมอได้จากลูกจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในนาทีที่ 81 อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดของ เด เคอา ทำให้ คีน โมโหมากๆ จนถึงขั้นบอกว่า เด เคอา โดนยกยอเกินความเป็นจริง

    โซลชา เผยว่า "ผมเองก็ผิดหวังที่พวกเขาทำประตูได้จากโอกาสครั้งแรกในเกมนี้ของพวกเขาน่ะนะ และเด็กคนนั้น (เบิร์กไวจ์น) ก็ยิงได้ดีมากๆ ด้วย รอย เองเป็นมิดฟิลด์ที่ยอดเยี่ยม เขาเป็นเพื่อนที่ดีของผม และผมก็ไม่มั่นใจว่าถ้าเป็นเขาแล้วเขาจะเซฟลูกยิงลูกนั้นได้รึเปล่า"

    "ดาบิด ผิดหวังกับจังหวะนั้นมากๆ แต่บอลมันส่ายไปมาในอากาศ ที่จริงเราเองก็ตอบสนองได้ดีหลังจากที่เสียลูกนั้นไปแล้ว และเขาก็เซฟได้ดีในอีก 5 นาทีหลังจากนั้น มันมีช่วง 10 นาทีที่เราเล่นได้แย่ และพวกเขาก็ดูเหมือนว่ามีโอกาสที่จะทำลูกที่สองได้ด้วย"

ฟาบินโญ่กินขาดแดนกลาง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมยำพาเลซ

ใกล้ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก เข้าไปทุกทีแล้วสำหรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดเก็บสามแต้มเพิ่มได้ตามคาด หลังเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ลูกทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับเกมก่อนที่บุกไปเจ๊า เอฟเวอร์ตัน 0-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนในแมตช์นี้
11 ผู้เล่นตัวจริง
       
– อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6

        ไม่ต้องออกแรงเซฟแม้แต่ครั้งเดียว

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 8

        เป็นคนช่วยคลายความกดดันให้กับทีม ด้วยลูกยิงฟรีคิกสุดสวยในประตูขึ้นนำ 1-0 แถมเกมนี้ยังขึ้นเติมเกมรุกได้อย่างอิสระด้วย

    – โจ โกเมซ : 6.5

        จริงๆ แล้วเกมนี้จัดการกับลูกโด่งได้ดี แต่มีพลาดหนึ่งครั้งช่วงครึ่งแรก ซึ่งทำให้ทีมเกือบเสียประตูเหมือนกัน

    – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7.5

        คุมแนวรับได้ดีตามมาตรฐาน ตัดบอลสวยๆ ให้เห็นหลายครั้ง แถมช่วงครึ่งแรกมีลุ้นทำประตูด้วย

    – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7.5

        ฟิตกลับมาลงสนามได้ และไม่ทำให้ใครผิดหวัง เกมรับอาจจะเจอบททดสอบไม่มาก แต่ช่วยได้มากในเกมรุก โดยเฉพาะการประสานงานกับ มาเน่ และสุดท้ายก็มีหนึ่งแอสซิสต์ จากจังหวะที่ผ่านบอลให้ ฟาบินโญ่ ส่องไกลเป็นประตู 3-0

    – ฟาบินโญ่ : 9

        ถือเป็นวันของ ฟาบินโญ่ อย่างแท้จริง เพราะนอกจากแอสซิสต์สุดแม่นให้ ซาลาห์ ยิงประตู 2-0 แถมยังซัดไกลเองอย่างสุดสวยเป็นประตู 3-0 แล้ว เกมนี้เจ้าตัวยังคุมแดนกลางได้อย่างสุดยอด ด้วยสถิติแท็กเกิ้ลชนะถึง 6 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนาม

    – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 7

        ช่วยแดนกลางได้ดี แถมช่วงครึ่งแรกเกือบทำประตูได้ด้วย (ยิงชนเสา) แต่ด้วยการที่กล้ามเนื้อเริ่มล้า ทำให้ถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

    – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

        หากตัดเรื่องยิงทิ้งยิงขว้างทิ้งไป ถือเป็นเกมที่เล่นได้โอเคเลย

    – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 8.5

        เป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับ ซาลาห์ เพราะนอกจากยิงประตูขึ้นนำ 2-0 ได้อย่างเฉียบขาดแล้ว ยังเป็นคนผ่านบอลสุดคมให้ มาเน่ หลุดเข้าไปยิงประตูปิดท้ายด้วย และเกมนี้ดูเหมือนเจ้าตัวเล่นได้อย่างมั่นใจทีเดียว

    – ซาดิโอ มาเน่ : 8

        ฟอร์มยังคงน่าประทับใจ สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับทีมเยือนได้ตลอด และสุดท้ายมีชื่อเป็นคนทำประตู 4-0

    – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6.5

        จังหวะการเล่นยังไม่ค่อยได้ แต่อย่างน้อยมีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตู 4-0   

สำรองที่ได้ลงเล่น

    – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (แทน เฮนเดอร์สัน น. 64) : 6

        ไม่มีอะไรโดดเด่น

    – เนโก วิลเลี่ยมส์ (แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น. 74) : 7.5

        แม้มีเวลาอยู่ในสนามไม่มาก แต่ผลงานโดดเด่นเหลือเกิน ขยัน ทุ่มเท แถมมีโอกาสลุ้นทำประตูถึงสองครั้ง

    – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 74) : 6

        ทำอะไรไม่ได้มาก แต่เกือบมีลุ้นทำประตูช่วงทดเจ็บ หากลูกเปิดของ ซาลาห์ มาถึง

    – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (แทน โรเบิร์ตสัน น. 84) : –

        ไม่สามารถให้คะแนนได้

    – นาบี เกอิต้า (แทน มาเน่ น. 84) : –

        ไม่สามารถให้คะแนนได้