ดีหรือด้อยกว่า? เทียบผลงาน ก็องเต้ กับ 3 มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด

ทำเอาหลายคนแปลกใจพอตัวเมื่อ สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ซึ่งต่างก็เป็นบริษัทรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษออกมาให้ราคาเหมือนกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ เชลซี ไปเสริมทัพภายในช่วงซัมเมอร์นี้

   จริงอยู่ว่ามันมีข่าวมาพักหนึ่งแล้วว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี อยากผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ และคิดว่า ก็องเต้ ไม่ได้เป็นฟันเฟืองหลักของทีมแล้ว หลังจากที่พักหลังเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยพอตัว แต่การที่ ก็องเต้ ถูกมองว่ามีโอกาสย้ายไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" ซึ่งเป็นทีมจากลีกเดียวกับ เชลซี มากที่สุด มันก็ถือว่าน่าตกใจพอตัว

 

   แน่อนนว่าถ้า ก็องเต้ ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาก็จะทับตำแหน่งกับทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ดังนั้นวันนี้เราจะมาลองดูกันว่าใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดนั้น ก็องเต้ มีผลงานในแต่ละด้านเหนือหรือด้อยกว่าทั้ง 3 คนนั้น

 – เกมรับ

 

   แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญอย่างมากของกองกลางตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อยากใช้ 2 ใน 3 ของแผงกลางเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา แล้วล่ะก็ มิดฟิลด์อีก 1 รายก็จำเป็นต้องเล่นเกมรับให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อที่ ป็อกบา จะได้ไม่ต้องมาพะวงช่วยเกมรับ และประสานงานกับ บรูโน่ ได้อย่างเต็มที่

   ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็องเต้ ยังอ่านเกมได้ดีจนตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบในลีกได้เฉลี่ยแล้ว 2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าเหนือกว่า 3 มิดฟิลด์ตัวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เฟร็ด ที่ทำได้ 1.3 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 1.1 ครั้งต่อเกม และ มาติช ที่จำนวน 1 ครั้งต่อนัด

 

   นอกจากนี้ ก็องเต้ ยังสามารถเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายได้ดีกว่าอีก 3 คนด้วย เพราะทำได้เฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัด ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ตามมาเท่ากันที่ 1.2 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ทำได้น้อยสุดที่ 0.9 ครั้งต่อนัด

   ขณะเดียวกัน มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ เชลซี ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านในลีกเพียงเฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้นด้วย ซึ่งตรงนี้เขาเป็นรองเพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.6 ครั้งต่อเกม เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น หากเทียบเฉพาะ 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย มาติช โดนเลี้ยงผ่านเฉลี่ย 1.1 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ถูกคู่แข่งกระชากผ่านไป 2.6 ครั้งต่อนัด

 

   ในส่วนความแม่นยำในการเข้าสกัดนั้น ก็องเต้ อาจจะทำได้น้อยกว่า มาติช กับ เฟร็ด เพราะเขาทำได้เฉลี่ย 2 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าด้อยกว่าอีก 2 คนมากกว่า เพราะ มาติช ทำได้ 2.2 ครั้งต่อนัด ส่วนของ เฟร็ด อยู่ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 1.6 ครั้งต่อนัด

 – เกมรุก

 

   แน่นอนว่าเกมรุกไม่ใช่จุดเด่นของ ก็องเต้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญต่อเกมอยู่ที่ 1.2 ครั้งต่อนัด เท่ากับ เฟร็ด เป๊ะ ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 0.7 ครั้งต่อเกม กับ 0.6 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ แถมเขายังทำได้ 3 ประตูด้วย แพ้เพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 4 ลูกแค่คนเดียว ขณะที่ มาติช กับ เฟร็ด ทำประตูในลีกไม่ได้เลยในซีซั่นล่าสุด

  ขณะที่ความแม่นยำในการผ่านบอลนั้น ก็องเต้ ถือเป็นอันดับ 3 ถ้าเทีบกับ 3 แผงกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 84.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 1 คือ เฟร็ด ที่ทำได้ 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ มาติช ตามมาเป็นที่ 2 ด้วยจำนวน 87 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความ่าที่จริงแล้ว ก็องเต้ ก็ไม่ได้เป็นรองทั้ง 2 คนมากนัก

 

  ถ้าจะมีด้านไหนที่ ก็องเต้ ทำได้แย่กว่า 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นการผ่านบอลยาวเข้าเป้า เพราะเขามีค่าเฉลี่ยด้านนี้เพียง 1.8 ครั้งต่อนัด ห่างจาก เฟร็ด ที่ทำไป 3.8 ครั้งต่อเกมแบบคนละโลก ส่วน แม็คโทมิเนย์ กับ มาติช ทำได้ 2.3 ครั้งต่อเกม กับ 2.2 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ

อาถรรพ์ตัดเชือก! แมนยูร่วง-เซบีย่าแซงคว้าชัย ลิ่วชิงยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" เจออาถรรพ์รอบตัดเชือกอีกแล้ว หลังต้องฝันสลายชวดโอกาสเข้าไปชิงฯอีกสมัย หลังเจอทีเด็ดของ ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยให้ เซบีย่า แซงเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 พร้อมพาทีมเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งจะรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในศึกยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน, โคโลญจน์

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมที่แล้วต้องเล่นถึง 120 นาทีกว่าจะบดเอาชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 จากประตูชัยของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยิงจุดโทษในช่วงต่อเวลาพิเศษ ผ่านเข้ามาเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ เซบีย่า ที่ทุบ วูล์ฟแฮมป์ตัน มาหวุดหวิด 1-0 ทีมใดชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันที่ 21 สิงหาคม นี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็น 2 ตำแหน่งจากเกมที่แล้วโดยส่ง ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสาแทน เซร์คิโอ โรเมโร่ และส่ง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงแทนเอริค ไบยี่ แนวรุกยังเหมือนเดิม  อองโตนี่ มาร์กซิยาล หน้าเป้า ทำเกมรุกร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และมาร์คัส แรชฟอร์ด ขณะที่ เซบีย่า ใช้ เอเวร์ บาเนก้า เพลย์เมกเกอร์ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี และลูกัส โอกัมโปส

    เริ่มเกมมาได้แค่ 7 นาที  "ปีศาจแดง" ได้ทักทายทันทีหลัง อองโตนี่ มาร์กซิยาล ไหลบอลสุดเนียนให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปซัดติดมือ ยาสซีน บูนู แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะตามซ้ำช้า แต่ เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินชาววเยอรมัน เป่ามาให้จุดโทษแก่แมนฯยูไนเต็ด หลัง ดีเอโก้ การ์ลอส ไปเข้าช้าเสียบข้อเท้าแรชฟอร์ด ก่อน นาทีที่ 9 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงไม่พลาดซัดเข้ามุมบนด้านซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

    นาที 14 ลูกสวนกลับของผีแดงเกือบได้ลุ้นเม็ดสองทันที หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ เฟร็ด หลุดเข้าไปก่อนโยกหลอก ดีเอโก้ การ์ลอส แล้วซัดด้วยขวาเสียบข้างตาข่ายเสาแรกแบบได้เสียว

    อีกสองนาทีถัดมา เซบีย่า เกือบได้ลุ้นตีเสมอ เมื่อ ลูกัส โอกัมโปส กระชากเข้าไปซัดมุมแคบ บอลพุ่งแรงแต่ยังไปติดมือ ดาบิด เด เคอา

    นาที 26 เซบีย่า มาทวงประตูไล่ตีเสมอ 1-1 สำเร็จ บอลเซ็ตจากหลังขึ้นมาถึง ลูกัส โอกัมโปส แทงตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน หลุดเข้าไปในกรอบก่อนจะครอสเลียดมาเสาไกลให้ ซูโซ่ ที่ไร้ตัวประกบวิ่งมาอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปจนปัญหาที่ เด เคอา จะเซฟช่วยไว้ได้

    นาที 33 ลูกทีมของ โซลชา เกือบพลิกขึ้นนำอีกครั้ง ปอล ป็อกบา ได้บอลในกรอบก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล วิ่งมาอัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเฉียดคานไปนิดเดียว

    นาที 39 "ผีแดง" ได้ลุ้นจากระยะกว่า 35 หลา หลังปอล ป็อกบาโดน บาเนก้า อัดด้านหลัง ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาวล์ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะวิ่งมาอัดฟรีคิกด้วยหลังเท้าเต็มแรง บอลพุ่งจน ยาสซีน บูนู ต้องผวาทุบออกไป

    ท้ายครึ่งแรก นาที 44 แรชฟอร์ด ได้บอลทางซ้ายก่อนลากตัดเข้ากลาง ซัดด้วยขวาหน้ากรอบ บอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไป จากนั้น ช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 45+1 บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้วอลเลย์กลางประตูบอลพุ่งแรงจน ยาสซีน บูนู ต้องพุ่งทุบออกไป

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ แมนฯยูไนเต็ด 1-1

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง และแค่นาที 46 แมนฯยูไนเต็ด เกือบแซงขึ้นนำอีก หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดไปซัดด้วยขวาบอลพุ่งติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    "ผีแดง" ยังโหมบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 50 บรูโน่ จ่ายไปเสาไกลบอลหลุดมาถึง มาร์กซิยาล ซัดด้วยขวาเน้นๆแต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู เซฟอีกหน แม้แรชฟอร์ดจะตามซ้ำแต่ยังไปติดบล็อค แฟร์นันโด

    อีกนาทีต่อมา มาร์กซิยาล โชว์สเต็ปลากเลื้อยถึงเส้นหลังก่อนหักเข้ากลางมาถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดด้วยซ้ายแต่บอลก็ยังไปติดบล็อคแนวรับ เซบีย่า อีก

    นาที 53 เอเวร์ บาเนก้า เล่นยากโดน มาร์กซิยาล ตัดบอลได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะชิ่งกับ แรชฟอร์ด ถึง มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปก่อนซัดไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู อีก เป็นเซฟที่ 7 ของนายด่านวัย 29 ปีวันนี้

    นาที 72 เซบีย่า มาได้ฟรีคิกนอกกรอบกว่า 20 หลาทางมุมธงซ้าย ซูโซ่ วิ่งมาอัดบอลพุ่งไปโดน บรูโน่ แฟร์นันด์ส แม้ว่าแข้งเซบีย่าจะพยายามประท้วงผู้ตัดสินว่าบอลพุ่งไปโดนแขน บรูโน่ แต่เชิ้ตดำชาวเยอรมันไม่ว่าอะไร

    นาที 78 กลายเป็น เซบีย่า มาแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ เฆซุส นาบาส โยกหลบวิลเลี่ยมส์ก่อนครอสบอลโค้งหนี ลินเดอเลฟ ให้ ลุค เดอ ยอง ตัวสำรองที่ยืนโล่งๆคนเดียวแปด้วยซ้ายเข้าไปชนิดไม่ล้ำหน้า

    ท้ายเกม โซลชา เพิ่งเปลี่ยนตัวสำรองลงมาในสนามโดยส่ง ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ ลงมาเล่นแทน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และส่ง ดาเนี่ยล เจมส์ ลงมาเล่นแทน แรชฟอร์ด

    กระนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เซบีย่า แซงคว้าชัยเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศสมัยที่ 6 โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า : ยาสซีน บูนู, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้, เซร์คิโอ เรกีลอน, เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นันโด, โจน จอร์ดาน, ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี, ลูกัส โอกัมโปส

    สำรอง : ฆาเบียร์ ดิอาซ, ฟรังโก้ บาซเกซ, เซร์จี้ โกเมซ, ลุค เดอ ยอง, เซร์จิโอ้ เอสกูเดโร่, เนมานย่า กูเดลจ์, โทมัส วาซลิก, โอลิเบร์ ตอร์เรส, มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้, โฆเซ่ อลอนโซ่ ,เจนาโร่ โรดริเกซ, ปาโบล รีโก้

    เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เฟร็ด, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล

    สำรอง : เซร์คิโอ โรเมโร่, ฆวน มาต้า, โอเดียน อิกาโล่, เนมานย่า มาติช, เจสซี่ ลินการ์ด, ลี แกรนท์, ดาเนี่ยล เจมส์, อันเดรียส เปเรยร่า, เอริค ไบยี่, ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เทเดน เมงจี้

    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

    ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมนี)

14กลับที่เดิม!ส่อง11ตัวจริงแมนยูบู๊โคเปนเฮเก้น

คาด 11 ตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด เกมพบ เอฟซี โคเปนเฮเก้น รอบก่อนรองชนะเลิศ ยูโรปา ลีก ทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด, แดเนียล เจมส์ และ โอเดียน อิกาโล่ คงต้องกลับไปนั่งสำรองตามเดิม

     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะนำทัพ "ปีศาจแดง" ลงเตะกับ เอฟซี โคเปนเฮเก้น จากเดนมาร์ก ในศึก ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคมนี้ โดยที่กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยน ตั้งเป้าขอพาทีมคว้าแชมป์ให้จงได้

    ในรอบก่อนรองชนะเลิศไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก จะเล่นนัดเดียวรู้ผลแบบทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศเยอรมัน โดยหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ  เอฟซี โคเปนเฮเก้น จะเข้าไปเจอผู้ชนะของคู่ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส พบ เซบีย่า ขณะที่อีกสายผู้ชนะคู่ ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค กับ เอฟซี บาเซิ่ล จะเข้าไปเจอผู้ชนะคู่ อินเตอร์ มิลาน กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

    คาดว่า เกมนี้ โซลชา จะส่ง 11 ตัวจริงชุดแข็งแกร่งสุดกลับมาลงสนาม หลังให้หลายคนได้พักในเกมชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้แข้งสำรองอย่าง เซร์คิโอ โรเมโร่, เอริก ไบยี่, ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, แดเนียล เจมส์ และโอเดียน อิกาโล่ ลงมาวาดลวดลายบ้าง

     เริ่มจากตำแหน่งผู้รักษาประตู ดาบิด เด เคอา จะได้กลับมาเฝ้าเสาแทน โรเมโร่ ส่วนแผงแบ็กโฟร์ใช้ อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ หลัง ลุค ชอว์ ยังมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า

    ขณะที่ มิดฟิลด์คู่กลางใช้ ปอล ป็อกบา กับ เนมานย่า มาติช ยืนอยู่หลัง เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยมี อองโตนี่ มาร์กซิยาล ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

11 ตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด เกมพบ เอฟซี โคเปนเฮเก้น (ตามคาด)
ผู้รักษาประตู: ดาบิด เด เคอา
กองหลัง: อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์
กองกลาง: ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด
กองหน้า: อองโตนี่ มาร์กซิยาล

ถึงเวลาลินการ์ดโชว์!คาดการณ์11ตัวจริงแมนยูฟัดแอลเอเอสเค

หลังจากที่การแข่งขันบอลลีกปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อย ถึงเวลาที่ถ้วยยุโรปกลับมารีสตาร์ทเปิดฉากฟาดแข้งกันอีกครั้ง โดยที่ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ แอลเอเอสเค สโมสรดังจากออสเตรีย คืนวันนี้ ในศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ซึ่งกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คงจะพักตัวหลักเพียบ หลังจากที่เกมแรกบุกไปตุนสกอร์ได้ก่อนถึง 5-0 เมื่อช่วงกลางเดือนมีนาคม และนี่คือ 11 ผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่คาดว่าน่าจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงเกมนี้ในแผนการเล่น 4-2-3-1 (อ้างอิงจากเว็บไซต์ sportsmole.co.uk)
 – ผู้รักษาประตู : เซร์คิโอ โรเมโร่
  เกมนี้ โซลชา ให้ ดาบิด เด เคอา นายประตูมือหนึ่ง พักแน่นอน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสให้กับขาประจำบอลถ้วยอย่าง โรเมโร่ ได้ลงโชว์ฝีมือ 

 – แดนหลัง : ดีโอโก้ ดาโลต์, เอริค ไบยี่, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์
  ดาวรุ่งอย่าง วิลเลี่ยมส์ จะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้ายแน่นอน เพราะ ลุค ชอว์ กับ อักเซล ตวนเซเบ้ ลงเล่นไม่ได้อยู่แล้ว ทางฝั่งซ้ายน่าจะเป็นโอกาสของ ดาโลต์ ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็กน่าจะเป็น ลินเดอเลิฟ เล่นร่วมกับ ไบยี่ เพื่อให้กัปตันทีม แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้พักบ้าง

 

 – กลางรับ : เฟร็ด, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์
  สองคนนี้น่าจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงค่อนข้างแน่ หลังจากที่ไม่ค่อยได้ลงเล่นในเกมลีกหลังการรีสตาร์ท เพราะต้องหลีกทางให้กับสองแข้งที่ฟอร์มกำลังดีอย่าง ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช


 

 – สามตัวรุก : แดเนี่ยล เจมส์, ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด
  เจมส์ กับ ลินการ์ด จะลงลากเลื้อยทำเกมรุก ร่วมกับจอมเก๋าอย่าง มาต้า ที่จะยืนเป็นเพลย์เมกเกอร์เต็มตัว ซึ่งหากเป็นแบบนี้ ถือว่าน่าสนใจทีเดียว หลังจากที่พึ่งพาความสามารถของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มาตลอดช่วงครึ่งซีซั่นหลัง

 – หน้าเป้า : โอเดียน อิกาโล่
   ตำแหน่งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อิกาโล่ เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องที่ โซลชา จะให้ตัวหลักอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ เมสัน กรีนวู้ด สตาร์ทเป็นตัวจริง

แมนยูว่าไง?ปีร์โล่พร้อมแถม1แข้งขอซื้อป็อกบา

ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อกีฬาของแคว้นตูริน ระบุ อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือ ยูเวนตุส พร้อมแถม เปาโล ดีบาล่า เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอขอซื้อ ปอล ป็อกบา ซึ่งสอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่า ยูเวนตุส พร้อมปล่อย ดีบาล่า ออกจากทีม

   อันเดรีย ปีร์โล่ เทรนเนอร์คนใหม่ของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี จะใส่ เปาโล ดีบาล่า กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอที่จะขอซื้อ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ตามรายงานของ ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังประจำเมืองตูริน

    ยูเวนตุส กับ เรอัล มาดริด ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว ป็อกบา ในช่วงหลายเดือนก่อน หลังจากที่ตอนนั้นลือกันว่าดาวเตะชาวฝรั่งเศสไม่มีความสุขกับการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เท่าไหร่ แต่ตอนนี้สถานการณ์ระหว่าง ป็อกบา กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีขึ้นพอตัว ภายหลังทีมมีผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง

    ถึงกระนั้น ว่ากันว่า ปีร์โล่ อยากได้ ป็อกบา ไปเป็นลูกทีมมากๆ หลังจากพวกเขาเคยเล่นร่วมกันที่ "เบียงโคเนรี่" และ ตุ๊ตโต้สปอร์ต ก็บอกว่าตำนานกองกลางชาวอิตาเลียนถึงขั้นพร้อมใส่ ดีบาล่า เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอเลย หลังจากที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยให้ความสนใจในตัว ดีบาล่า เหมือนกัน โดยก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่า ยูเวนตุส พร้อมโละ ดีบาล่า เหมือนกัน แม้ว่าในฤดูกาล 2019-20 เขาจะทำผลงานได้โดดเด่นในระดับหนึ่งก็ตาม

ลินการ์ดซัดต่อ! ตัดเกรดแข้งแมนยูขนสำรองเฉือนลินซ์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกยูโปา ลีกเป็นที่เรียบร้อย โดยการพบ ลินซ์ เกมนัดที่สอง "ผีแดง" พักตัวหลักเกือบยกชุดและส่งผู้เล่นสำรองลงสนาม ทว่าสิ่งที่เห็นได้ชัดคือแข้งเหล่านี้ยังห่างชั้นตัวจริงอยู่มาก สุดท้ายต้องพึ่งนักเตะตัวหลักอย่าง มาร์กซิยาล ลงมาเป็นซูเปอร์ซับซัดประตูชัย เช็คผลสอบนักเตะ "ปีศาจแดง" ได้ที่นี่
เซร์คิโอ โรเมโร่ 7

    ประตูที่เสียคงโทษเขาไม่ได้จริงๆ แต่มีเซฟสวยอีก 3 ครั้งโดยเฉพาะลูกยิงจ่อๆท้ายเกม

ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ 5

    เรื่องเกมรับทำได้ดีแต่เกมรุกมีปัญหาอยู่มาก จังหวะเติมขึ้นมาสวยๆแต่พอเข้าพื้นที่สุดท้ายตัดสินใจน่าผิดหวังหลายครั้ง

    เกมรับไม่ได้มีอะไรผิดพลาดมากนัก แม้จะไม่ค่อยนิ่งเท่าไหร่แต่จังหวะสำคัญยังสกัดได้

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 6

    มีโอกาสโหม่งประตูสองครั้งแต่ไม่เข้ากรอบ มีจังหวะดวลลูกกลางอากาศพลาดครั้งหนึ่ง แต่โดยรวมยังทำได้ดี

แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ 6

    ลงเล่นตัวจริงฉลองสัญญาใหม่กับสโมสร ในเรื่องเกมรับนัดนี้ค่อนข้างชัวร์ ส่วนจังหวะเติมเกมรุกทำได้ดีบ้าง ทว่าการครอสบอลยังต้องปรับปรุงอีกมาก

สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ 5

    เข้าบอลพรวดและเสียฟาวล์ง่ายเช่นเดิมจนโดนใบเหลือง ไม่ได้ทำให้ทีมได้เปรียบในแดนกลางมากนัก เรื่องความนิ่งยังเป็นรอง มาติช อยู่มาก

เฟร็ด 6

    พยายามเล่นง่ายๆ มีจังหวะจับบอลแรกดีและจ่ายบอลสวยๆโดยเฉพาะในครึ่งแรก ดูดีกว่าคู่หู แม็คโทมิเนย์ ทว่าฟอร์มโดยรวมยังห่างไกลที่จะเบียดตัวจริง

ฆวน มาต้า 6

    ครึ่งแรกฟอร์มไม่น่าประทับใจอย่างยิ่ง มีโอกาสทองช่วงต้นเกมที่จะเปิดให้เพื่อนร่วมทีมยิงโล่งๆ แต่ผ่านบอลเสียเปล่า ทำเกมรุกขาดๆเกินๆมาตลอด จนกระทั่งครึ่งหลังมาทำ 2 แอสซิสต์

เจสซี่ ลินการ์ด 7

    ดูมีความมั่นใจขึ้นมากหลังยิงประตูนัดสุดท้ายในพรีเมียร์ลีก ครึ่งแรกมีจังหวะจ่ายบอลสวยๆหลายครั้งและพาบอลขึ้นหน้าได้ดี ครึ่งหลังมายิงประตูให้ทีมตีเสมอ น่าเสียดายที่เล่นแค่ 1 ชั่วโมงแล้วถูกเปลี่ยนออก

แดเนียล เจมส์ 4

    ยังคงหาฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลไม่เจอสักที จังหวะเปิดบอลน่าผิดหวัง ไม่ติดบล็อคก็ขาดๆเกินๆ โอกาสทองที่หลุดมาทางฝั่งซ้ายก็พยายามเลี้ยงตะบี้ตะบันเลี้ยงจนทำเสียบอล

โอเดียน อิกาโล่ 5.5

    จังหวะได้บอลและตะลุยในเขตโทษยังทำได้ดี แต่การจบสกอร์น่าทำได้ดีกว่านี้

 

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ปอล ป็อกบา 6 (ลงสนามแทน เจสซี่ ลินการ์ด น.63)

    จ่ายบอลง่ายๆแต่ทำให้แดนกลางดูดีขึ้น

อันเดรียส เปเรยร่า 5 (ลงสนามแทน เฟร็ด น.63)

    มีจังหวะฝืนเลี้ยงบอลแบบไม่จำเป็น ไม่ได้ช่วยเกมรุกมากนัก

ทาฮิธ ชอง 6 (ลงสนามแทน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ น.72)

    ถูกจับเล่นเป็นแบ็กซ้ายแต่ดูมีความกระตือรือร้นดี

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 6.5 (ลงสนามแทน แดเนี่ยล เจมส์ น.84)

    สร้างความแตกต่างในแนวรุกให้เห็นแบบชัดเจน ยิงประตูชัยแถมเกือบยิงอีกหนึ่งตุงท้ายเกม

เทเด้น เมนจี้ – (ลงสนามแทน ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ น.84) เดบิวต์นัดแรกให้ทีมชุดใหญ่

“โรโฮ” รับเกือบโดน “อิบรา” ฆ่าหลังด่าเรื่องต้องห้าม

มาร์กอส โรโฮ แนวรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้อนความหลังที่ไม่เคยลืมตอนทะเลาะกับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และดันใช้คำพูด "บูลลี่" ดาวเตะชาวสวีดิช จนทำให้เขาของขึ้นถึงขั้นจะมาเอาเรื่องชนิดที่หากไม่มีเพื่อนร่วมทัพ "ปีศาจแดง" กับ โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาช่วย มีหวังได้ไปคุยกับรากมะม่วงแหงๆ

    มาร์กอส โรโฮ กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจตนเกือบไม่มีลมหายใจ หลังจากที่ดันไปล้อเลียนเรื่อง "ต้องห้าม" ของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้ามากประสบการณ์ ตอนที่ทั้งคู่มีโอกาสได้ร่วมงานกันในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    เรื่องเด็ดประเด็นร้อนเกิดขึ้นภายในสนามเมื่อ โรโฮ ไม่ยอมผ่านบอลให้ อิบราฮิโมวิช จนเป็นเหตุให้ทั้งสองคนมีปากเสียงกัน และยิ่งหนักขึ้นเมื่อเข้าไปอยู่ในห้องแต่งตัว จนทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมในขณะนั้น ต้องเข้ามาแยกพวกเขาออกจากกัน

    โรโฮ ซึ่งถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เอสตูเดียนเตส สโมสรในลีกบ้านเกิด ในซีซั่นล่าสุด เปิดใจเกี่ยวกับเหตุที่ทำให้เขาเกือบโดน "อิบรา" ทำร้ายร่างกายว่า "เขาอยากได้บอลตลอดเวลา คุณคงเห็นกันอยู่แล้ว เรากำลังจะชนะ 1-0 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เราครองบอลตลอด ผมเล่นตำแหน่งกองหลังตัวกลาง ผมพยายามผ่านบอลบริเวณครึ่งสนาม"

        "ตอนนั้นเขาวิ่งลงมา ขณะที่เรากำลังผ่านบอลบริเวณแดนหลัง โดยมี ป็อกบา ยืนอยู่คนเดียวทางฝั่งซ้าย ผมก็เลยส่งบอลให้เขา และ ปอล ก็เริ่มทำตัวอวดเก่ง ซลาตัส ตะโกนด่าใส่ผม ผมก็เลยสวนกลับไปว่า -หุบปากไปเลย ไอ้จมูกโต แกอยากได้บอลตลอดเวลาเลยหรือไง-"

        "จากนั้นเราก็โต้เถียงกันเสียงดังลั่น พอจบครึ่งแรก และต้องเข้าไปในห้องแต่งตัว ผมอยู่ในที่ของผม กำลังถอดรองเท้า และเขาก็เดินเข้ามาด้วยอารมณ์โกรธ เขาเตะทุกอย่าง เขาหยุดที่ผมแล้วก็จ้องหน้าผม จากนั้นก็ตะโกนว่า -เมื่อกี้แกพูดว่าอะไร ?- ผมหันไปมองแล้วก็ตอบไปว่า -แล้วแกคิดว่าฉันพูดว่าอะไรละ ?-"

        "จริงๆ แล้วในใจลึกๆ ผมหวังว่าจะมีใครซักคนเข้ามาแยกเราออกไป เพราะเขาพยายามที่จะฆ่าผม พวกนักเตะชาวอังกฤษที่ตัวใหญ่ๆ แยกเราออกจากกัน มูรินโญ่เข้ามาตะโกนใส่พร้อมกับเข้ามาแยก ในห้องแต่งตัววุ่นวายไปหมด จากนั้นทุกอย่างก็จบ เราชนะ และก็ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป"

        "ในวันถัดมา ช่วงเช้าๆ ผมเข้าไปกินอาหารเช้า ผมรู้สึกเหมือนมีใครมาจับที่คอผม ผมไม่สามารถหันกลับไปมองได้ และเขาก็พูดว่า -แกพูดกับฉันว่าอะไรนะ ?- และเขาก็เริ่มหัวเราะ ขอบคุณพระเจ้าที่เขาโชว์ลีลาคาราเต้แบบหยอกๆ ซึ่งผมคงตายแหงๆ ถ้าเขาเอาจริง ผมไม่เคยลืมเรื่องนี้เลย" โรโฮ ระบุ

มาร์กซัดชัย! ลินการ์ดก็ยิง-แมนยูแซงแอลเอเอสเค รวมลิ่ว8ทีมยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้เล่นแบบไม่เน้นเท่าไหร่หลังเกมแรกตุนสกอร์ไว้เพียบ กระนั้นแข้งผีแดงหลังโดนนำไปก่อนมารัวสองประตูจาก เจสซี่ ลินการ์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พาทีมแซงเอาชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ จากออสเตรีย 2-1 รวมสองนัดเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 7-1 โดยจะเข้าไปพบกับ เอฟซี โคเปนเฮเกน ในศึกยูโรปาลีก รอบ16ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โอกาสเข้ารอบสดใสหลังนัดแรกบุกไปถล่ม แอลเอเอสเค ลินซ์ 5-0 ทำให้เกมนี้กลับมาเล่นใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบไม่กดดัน โดยผู้ชนะของคู่นี้จะเข้าไปพบ เอฟซี โคเปนเฮเกน ซึ่งในรอบก่อนรองชนะเลิศ แบบมินิทัวร์นาเมนท์ แบบน็อคเอาท์ ที่ประเทศเยอรมัน 

   โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเกือบยกทีมจากเกมลีกล่าสุด โดยมีเพียง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กัปตันทีมและ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ คุมเกมรับ แนวรุกวาง ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด และแดเนียล เจมส์ สนับสนุน โอเดียน อิกาโล่ ที่เป็นหน้าเป้า ส่วน แอลเอเอสเค ลินซ์ ฝากความหวังไว้ที่

    ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก นาทีที่ 4 เจ้าบ้านได้ทักทายก่อนเลยหลัง ฆวน มาต้า เปิดเตะมุมเข้ามาให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เทกตัวโขกข้ามคานไป

    นาที 10 แอลเอเอสเค เกือบชิงขึ้นนำก่อนหลัง อันเดรส อันดราเด้ โขกบอลไปชนคาน ก่อนจังหวะต่อมา ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์ จะซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลออกหลังแบบได้เสียว

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นหนที่สองจากจังหวะเตะมุมอีกครั้ง และเป็น ม้าต้า ที่เปิดมาให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งหลุดกรอบออกไป

    ถัดมาอีกนาที ทีมเยือนได้ส่องเข้ากรอบเป็นครั้งแรก เจมส์ ฮอลแลนด์ แทงขึ้นหน้าให้ มาร์โก รากุซ ตะบันด้วยขวาแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ เซร์คิโอ โรเมโร่

    นาที 33 "ปีศาจแดง" พลาดโอกาสทำประตูอย่างน่าเสียดายหลัง เจสซี่ ลินการ์ด ดีดบอลเร็วให้  โอเดียน อิกาโล่ หลุดเข้าไปในกรอบแต่จังหวะสุดท้ายโดนเบียดทำให้บอลทะลักไปเข้ามือ อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ยังทำอะไร แอลเอเอสเค ลินซ์ ไม่ได้เสมอแบบไร้สกอร์ 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 50 "ผีแดง" ได้ส่องเข้ากรอบเป็นหนแรก หลัง ฆวน มาต้า แทงบอลเข้ากลางให้ โอเดียน อิกาโล่ พลิกตัวยิงแต่หลักไม่ดีทำให้น้ำหนักบอลเบาไปเข้ามือนายด่านทีมเยือน

    นาที 55 "ผีแดง" ต้องเป็นฝ่ายตามหลังก่อน หลัง ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ สกัดบอลจากลูกคอนเนอร์ไม่ดีไปเข้าทาง ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์ แนวรับทีมเยือนตั้งป้อมปั่นบอลด้วยขวาบอลพุ่งโค้งๆ เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปชนิดที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ หมดสิทธิ์ป้องกันให้ แอลเอเอสเค ลินซ์ บุกมานำ 1-0 สกอร์รวมไล่มาห่าง 1-5

    กระนั้น ทีมเยือนดีใจได้แค่ 2 นาที คราวนี้ ฆวน มาต้า ออกบอลเร็วจากกลางสนามให้ เจสซี่ ลินการ์ด หลุดกับดักล้ำหน้าหลุดเข้าไปซัดด้วยขวาผ่านตัว อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ เข้าไปให้ แมนฯยูไนเต็ด ไล่ตีเสมอทันควัน 1-1

    จากนั้น นาที 62 เจ้าบ้านเกือบแซงขึ้นนำหลัง ลินการ์ด จ่ายต่อให้ ฆวน มาต้า ซัดไปติดเซฟของนายด่านทีมเยือน บอลทะลักมาเข้าทาง ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ กดด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น

    นาที 63 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนสองคนรวดถอดเอา เจสซี่ ลินการ์ด และเฟร็ด ออกแล้วส่ง ปอล ป็อกบา และอันเดรียส เปเรยร่า ลงเล่นแทน

    นาที 72 โดมินิค ไรเตอร์ สำรองของแอลเอเอสเคเกือบส่องประตูให้ทีมเยือนหนีห่างอีกครั้งเมื่อหลุดเข้าไปซัดเต็มแรง ทว่าบอลพุ่งไปติดขา เซร์คิโอ โรเมโร่ ออกหลังไป

    นาที 88 เจ้าบ้าน "ผีแดง" มาแซงขึ้นนำ 2-1 ฆวน มาต้า จ่ายสั้นๆให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ลงมาสำรองหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านตัว อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ แบบเด็ดขาด

    จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด แซงเอาชนะแอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 รวมสองนัดผ่านเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศด้วยประตูรวม 7-1 โดยจะเข้าไปพบกับ เอฟซี โคเปนเฮเกน ในวันที่ 10 สิงหาคม นี้ โดยจะจัดการแข่งแบบ มินิทัวร์นาเมนท์ ที่ประเทศเยอรมัน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : เซร์คิโอ โรเมโร่ – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ , เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – ฆวน มาต้า, เจสซี่ ลินการ์ด, แดเนียล เจมส์ – โอเดียน อิกาโล่

        เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

        แอลเอเอสเค ลินซ์ (3-4-2-1) : อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ – ฟิลิปป์ ไวซิงเกอร์, เกอร์โนต์ เทราเนอร์, อันเดรส อันดราเด้ – ไรน์โฮลด์ รานฟ์เทิ่ล, เจมส์ ฮอลแลนด์, ปีเตอร์ มิโชรล, เรเน่ เรนเนอร์ – โดมินิค ไฟรเซอร์, มาร์โก รากุซ, ฮูเซียน บาลิช

        เทรนเนอร์ : โดมินิค ธัลฮัมเมอร์

        ผู้ตัดสิน : ทาซอส ซิดิโรปูลอส (กรีซ)

 

มโนพัง! “ป็อกบา” เฉลยปริศนาข้อความในทวิตเตอร์แล้ว

ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์แชมป์โลกของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เฉลยปริศนาทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องที่โพสต์เอาไว้ในทวิตเตอร์ว่าตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่กับทีมใหม่แล้ว แต่เป็นทีมที่อยู่ในเกมออนไลน์ยอดฮิตเท่านั้น
               ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับโพสต์ปริศนาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาแล้ว เมื่อเจ้าตัวประกาศเซ็นสัญญาย้ายไปเล่นให้กับทีมแวร์ด็องส์ เอฟซี ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลที่อยู่ในเกม "คอล ออฟ ดิวตี้ : วอร์โซน" (Call of Duty: Warzone) เกมออนไลน์ยอดฮิต 

               เมื่อประมาณ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ป็อกบา สร้างความฮือฮาด้วยการโพสต์ข้อความสั้นๆ ใน "ทวิตเตอร์" เว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดฮิต ว่า "วันพรุ่งนี้" (Tomorrow) ซึ่งทำเอาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ทั่วโลก เนื้อเต้นสุดๆ โดยส่วนใหญ่มองว่าอาจจะเป็นการบอกเป็นนัยๆ เกี่ยวกับเรื่องการขยายสัญญาใหม่กับทัพ "ปีศาจแดง"

              สำหรับตอนนี้เรื่องทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว เมื่อ กองกลางแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ได้เฉลยเกี่ยวกับปริศนาดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมาว่าตอนนี้เขาได้ย้ายไปร่วมทีมแวร์ด็องส์ เอฟซี ซึ่งอยู่ในเกมออนไลน์ยอดฮิตที่มีจำนวนผู้เล่นมากกว่า 75 ล้านคน 

               สตาร์ดัง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้โพสต์ภาพที่สวมชุดแข่งของแวร์ด็องส์ เอฟซี พร้อมกับข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ ซึ่งมีผู้คนกดติดตาม 7.5 ล้านฟอลโลว์ ว่า "ได้เวลาเริ่มต้นบทบาทใหม่กับ #แวร์ด็องส์เอฟซี ทีมนี้จะเต็มไปด้วยความร้อนแรง"

 

มีเลศนัย? “ป็อกบา” โพสต์ข้อความทำแฟนแมนยูเนื้อเต้น

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกอาการเนื้อเต้นกันยกใหญ่เมื่อเห็นข้อความที่ ปอล ป็อกบา โพสต์เอาไว้ในทวิตเตอร์ โดยทำให้หลายคนคิดกันไปว่านักเตะกำลังจะขยายสัญญาใหม่กับต้นสังกัด หรืออาจจะหมายถึงการคว้าตัว เจดอน ซานโซ่ มาเสริมทัพก็ได้
    ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งสัญญาณเตรียมขยายสัญญาฉบับใหม่กับทัพ "ปีศาจแดง" หลังจากที่โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" ออกอาการเน้นเต้นดีใจกันยกใหญ่

    มิดฟิลด์แชมป์โลก วัย 27 ปี เหลือสัญญาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพียงแค่ 12 เดือนเท่านั้น และมีข่าวลือออกมาเป็นระลอกว่านักเตะเตรียมเก็บเสื้อผ้าย้ายหนี แมนฯ ยูไนเต็ด โดยมี "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่เล็งจะคว้าตัวไปร่วมทัพ

    อย่างไรก็ตาม ป็อกบา ได้สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับบรรดาแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทั่วโลก เมื่อเจ้าตัวได้ลงโพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ยอดฮิตด้วยข้อความสั้นๆ แต่น่าสนใจมากๆ ว่า "วันพรุ่งนี้" พร้อมกับอีโมจิรูปดวงตา 1 คู่

    จากข้อความดังกล่าวทำให้แฟนบอลต่างคิดไปในทิศทางเดียวกันว่า ป็อกบา จะต่อสัญญาใหม่กับสโมสร โดยรายแรกระบุว่า "ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องสัญญาใหม่ แต่รู้ว่ามันอาจจะเป็นการโฆษณาหรืออะไรซักอย่างก็ได้" ส่วนอีกรายกล่าวว่า "วันพรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นละ ? ป็อกบา ไป มาดริด ?"

    ส่วนบางรายมีการเชื่อมโยงกับข่าวลือเรื่องการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาร่วมทีม "การขยายสัญญาสำหรับนักเตะเบอร์ 6 ของเรา และการประกาศผู้เล่นเบอร์ 7 ของเราในวันเดียวกัน" ด้านคอมเมนต์อีกรายกล่าวว่า "สัญญาใหม่ ?, ซานโช่ ? ทรงผมใหม่ ? การตลาดชุดกีฬาใหม่ ? พรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น ?!"