“แรชฟอร์ด” ทั้งยิงทั้งจ่าย!แมนยูแต้มทาบเลสเตอร์หลังบุกบดพาเลซคาถิ่น

มาร์คัส แรชฟอร์ด ฟอร์มสุดร้อนแรงหลังยิงหนึ่งจ่ายหนึ่งช่วย "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกคว้าชัยถึงถิ่น "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พลาเลซ 2-0 ส่งผลให้แมนยูมีแต้มขยับขึ้นไปเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ยังคงรั้งอันดับ 5 ตามเดิมเพราะประตูได้เสียเป็นรอง ในศึก ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
คริสตัล พาเลซ 0   –    2 แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : เซลเฮิร์สท์ พาร์ค

    เริ่มเกมครึ่งแรก เพียงแค่นาทีที่ 2 เท่านั้นเป็น พาเลซ ได้โอกาสก่อน จอร์แดน อายิว ส่งบอลให้ วิลฟรีด ซาฮา ไปทางมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อน ซาฮา จะโยกหลอกแผงหลังผีแดงแล้วกดเน้นๆ บอลพุ่งตรงไปที่เสาแรกทำท่าจะเสียบมุมแต่ไม่ผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ที่พุ่งปัดไว้ได้อย่างหวุดหวิด เรียกได้ว่ายิงสวยแล้วแต่ป้องกันได้สวยกว่า

    นาทีที่ 7 ยังคงเป็นเจ้าบ้านที่โหมบุกอย่างหนัก โจเอล วอร์ด เติมขึ้นมาเปิดบอลโด่งทางฝั่งขวาบอลเลยมาอยู่ที่ วิลฟรีด ซาฮา ในเขตโทษผีแดงเจ้าตัวทำท่าจะง้างเท้ายิงแต่ถูก บรูโน่ แฟร์นันด์ส จิ้มบอลไว้ได้ก่อนแต่ดันไหลไปเข้าทาง พาทริค ฟาน อานโฮลท์ วิ่งเข้ามาหวดเต็มข้อแต่ก็ยังไม่ผ่านบล็อกแข้งผีแดง

    นาทีที่ 11 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดยัดเข้ามากลางกรอบเขตโทษเลยมาตกใส่หัว แฮร์รี่ แม็กไกว์ แต่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัวเลยทำให้ทิศทางบอลย้อนกลับออกหลังไป

    นาทีที่ 12 ทีมเยือนได้ลูกเตะมุมอีกครั้งคราวนี้เป็น แฮร์รี่ แม็กไกว์ ที่เบียดเอาชนะแข้งพาเลซได้โขกเต็มๆ หัว แต่กดไม่ลงทำให้บอลเหินข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

    ผ่านมาถึงนาทีที่ 21 แมนยูเปิดเกมรุกขึ้นมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษพาเลซที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าตัวตัดสินใจโยกหลอกก่อนจะซัดด้วยเท้าซ้ายแต่ไปติดตัว แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ ในจังหวะนี้ผู้ตัดสินเปาให้เจ้าบ้านได้ฟาวล์เพราะ แรชฟอร์ด ไปเตะเข้าที่หน้าขา ทาวน์เซ่นด์ หลังจากปล่อยบอลไปแล้ว

    นาทีที่ 27 พาเลซ สร้างความหวาดเสียวได้อีกครั้ง เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ได้เปิดบอลสุดริมเส้นฝั่งซ้าย

    นาทีที่ 29 ทัพอสรูแดงตอบโต้กลับมาบ้าน มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลโด่งทางฝั่งซ้ายเลยข้ามฝั่งไปถึง อารอน วาน-บิสซาก้า ที่เติมเกมรุกขึ้นมาได้หวดเน้นๆ แต่ดันไปติดบล็อกแข้งพาเลซกระดอนออกไป

    นาทีถัดมา แมนยู ได้โอกาสงามๆ อีกครั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งแหวกกระชากพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนหักข้อผ่านบอลไปให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยืนอยู่โล่งๆ ได้กดด้วยเท้าซ้ายแต่ดันโดนไม่ดีทำให้บอลหลุดออกข้างเสาประตูไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง

    นาทีที่ 39 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลอยโค้งมาเข้าหัว แฮร์รี่ แม็กไกว์ ที่ได้ขึ้นโขกเต็มๆ แต่เจ้าตัว

    นาทีที่ 41 พาเลซ ทำเสียวไส้ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ลิเดนเลิฟ จ่ายบอลยัดเข้าไปในกรอบเขตโทษผีแดงเป็น วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่พยายามแหย่เท้าสกัดแต่บอลดันไหลไปเข้าทาง จอร์แดน อายิว ได้กดเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังดีมี ดาบิด เด เคอา ยืนตำแหน่งดีชกบอลออกไปได้

    นาทีที่ต่อมา แมนยู เปิดเกมรุกกลับมาบ้าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้ตะบันไกลบอลหลุดออกข้างเสาไปไม่ถึงหลา

    นาทีที่ 44 วิลฟรีด ซาฮา ถูก แฮร์รี่ แม็กไกว์ หวดล้มลงในเขตโทษแมนยูแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้เล่นต่อไป แต่เมื่อกลับมาดูภาพช้าก็ดูเหมือนว่า ซาฮา จะถูกเตะที่ขาแบบไม่มีบอลเข้ามาเกี่ยวข้อง

    นาทีที่ 45+1 ปีศาจแดงออกนำ 1-0 จากจังหวะทำเกมสุดเหนือชั้น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ส่งให้  บรูโน่ แฟร์นันด์ส หน้ากรอบเขตโทษพาเลซแล้วผ่านบอลต่อไปให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จับบอลแล้วใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาลากจี้เข้าไปในเขตโทษทางฝั่งซ้ายก่อนจะหลอกทำท่าว่าจะยิงด้วยเท้าซ้ายและแต่งเข้าเท้าขวาแปเล่นมุมเข้าไปอย่างสวยงาม เล่นเอา พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ที่พยายามตามมาสกัดถึงกับล้มหัวทิ่มหัวตำ

    นาทีที่ 45+3 พาเลซ เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อได้ลูกฟรีคิกบริเวณมุนกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้าย ลูก้า มิลิโวเยวิช วิ่งเข้ามาปั่นบอลพุ่งโค้งทำท่าจะมุมเสียบสามเหลี่ยมมุมบนแต่ยังคงไม่ผ่านมือ เด เคอา ที่บินสุดตัวยืดสุดแขนปัดไว้ด้วยปลายมืออีกครั้ง

    จบครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกแต่ แมนยู จบได้คมกว่าบุกมานำไปก่อน 1-0

    มาลุ้นต่อกันครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นาทีที่ 51 เป็นแมนยู ที่ทำเกมรุกขึ้นไปทางฝั่งขวา บรูโน่ เปิดบอลโด่งยัดไปในเขตโทษโดยมี แรชฟอร์ด ยืนรออยู่แต่ถูก มามาดู ซาโก้ ที่อ่านเกมดีหวดเคลียร์บอลออกไปได้ก่อน

    นาทีที่ 53 พาเลซตอบโต้กลับ วิลฟรีด ซาฮา ได้กลับตัวในเขตโทษแล้วพลิกยิงแต่ไปติดตัว แม็กไกว์ ในจังหวะแรกก่อน แม็กไกว์ จะตามเก็บบอลแล้วหวดเคลียร์ออกไป

    นาทีที่ 55 คริสตัน พาเลซ พลาดได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะกึ่งยิงกึ่งผ่านของ วิลฟรีด ซาฮา รอดขา อารอน วาน-บิสซาก้า บอลเลยไปเสาไกลเข้าทาง จอร์แดน อายิว ที่เติมขึ้นมาล้มตัวยิงเข้าไปแต่จังหวะนี้มีการเช็กวีเออาร์และ เกรแฮม สกอตต์ ผู้ตัดสินกลับคำตัดสินลงโทษพาเลซเป็นลูกล้ำหน้าในจังหวะที่ อายิว เล่นบอลทำให้ แมนยู ยังคงมีสกอร์นำอยู่ 1-0 ตามเดิม

    นาทีที่ 57 ป็อกบา ได้ส่องไกลแต่ทิศทางไม่ดีบอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 60 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้ง เจมส์ แม็คคาร์ธี่ ตั้งป้อมหวดเหน่งๆ กลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาแต่บอลไปตรงตัว เด เคอา ล้มลงรับไว้ได้ไร้ปัญหา
   
     นาทีที่ 62 แมนยูเกือบได้ประตูที่สอง แรชฟอร์ด ฉกบอลได้แล้วส่งบอลให้ มาร์กซิยาล ก่อนจะฉีกไปรับบอลแล้วหลุดเข้าไปแปเล่นทางหวังเข้าเสาไกลแต่ไม่ผ่านมือ บิเซนเต้ กวาอิต้า ที่พุ่งคว้าบอลไว้ได้อย่างหวุดหวิด

    นาทีที่ 71 ผีแดงได้ลุ้นอีกครั้ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดบอลยัดเข้าไปในเขตโทษแต่ถูกแข้งเจ้าถิ่นเตะสกัดออกมาในจังหวะแรกไม่ดีไหลมาเข้าทาง บรูโน่ วิ่งเข้าไปซ้ำจังหวะสองด้วยเท้าซ้ายแต่โดนไม่ดีทำให้บอลค่อยๆ ไหลหลุดออกหลังไป

    นาทีที่ 73 พาเลซ เปิดเกมรุก เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ตัวสำรองที่พึ่งเปลี่ยนลงมากระชากเดียวจี้ไปหน้ากรอบเขตโทษแมนยูแล้วตัดสินใจยิงด้วยเท้าซ้ายและคุมทิศทางไม่ดีบอลไหลออกข้างเสาไป

    นาทีที่ 75 แมนยู พลาดได้ประตูนำห่างไปแบบสุดเหลือเชื่อเมื่อ แรชฟอร์ด หลุดขึ้นไปเปิดบอลสุดริมเส้นทางฝั่งซ้ายบอลเลยมาถึง บรูโน่ ที่ยืนรออยู่บริเวณจุดโทษโล่งๆ แบบไร้ซึ่งตัวประกบก่อนเจ้าตัวจะยิงเต็มข้อแต่บอลเจ้ากรรมพุ่งไปชนเสาอย่างจังเล่นเอาเจ้าตัวถึงกับออกอาการเสียดายสุดๆ

    นาทีที่ 78 แมยู ได้ประตูนำห่างจนได้เป็น 2-0 จากจังหวะกระชากบอลแหวกสามของ แรชฟอร์ด ก่อนส่งต่อให้ บรูโน่ แล้วเบิ้ลบอลกลับมาให้ แรชฟอร์ด แปยัดไปให้ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้ายแล้วล้มตัวแปบอลเล่นทางไปเสาไกลเข้าไปไม่พลาด นับเป็นการประสานงานแบบไรที่ติของแนวรุกอสูรแดงเลยดีเดียว

    และต่อเนื่องในจังหวะดังกล่าวเกมหยุดไปถึง 6 นาทีเหตุเพราะ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ บาดเจ็บหนักจากการถูก มาร์กซิยาล ล้มทับแบบไม่ตั้งใจหลังยิงประตูจนทีมแพทย์ต้องเข้ามาดูอาการและพาขึ้นเปลสนามหามออกไปปฐมพยาบาลด้านนอก

    นาทีที่ 87 ยังคงเป็นทัพปีศาจแดงได้บุกอย่างต่อเนื่องบอลมาอยู่ที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ดึงหลอกตรงมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วซัดทันทีแต่น้ำหนักเบาเกินไป บิเซนเต้ กวาอิต้า รับไว้ไม่ยากเย็น

    นาทีที่ 90 ดาบิด เด เคอา ต้องออกแรงเหนื่อยอีกครั้งเมื่อ วิลฟรีด ซาฮา หลุดเข้าไปซัดเน้นๆ ทางฝั่งขวาหวังยัดเข้าเสาแรกแต่ก็ยังถูก เด เคอา ล้มตัวใช้ปลายเท้าป้องกันไว้ได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง

    นาทีที่ 90+3 แรชฟอร์ด บรรจงปั่นบอลโค้งทำท่าจะมุดเสียบใต้คานแต่ กวาอิต้า นายด่านปราสาทเรือนแก้วยังทะบานปัดด้วยมือเดียวไว้ได้ เจ้าถิ่นรอดพ้นการเสียประตูที่สามช่วงท้ายเกม

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม แมนยู บุกมาอัด พาเลซ ถึงถิ่น 2-0 คว้าชัยสำคัญทำให้มีแต้มขึ้นไปเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ 62 คะแนน แต่ แมนยู ยังอยู่อันดับที่ 5 ตามเดิมเพราะประตูได้เสียเป็นรองทัพจิ้งจอกสีน้ำเงิน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    คริสตัล พาเลซ (4-5-1) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, สกอตต์ แดนน์, มามาดู ซาโก้, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ – วิลฟรีด ซาฮา, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ – จอร์แดน อายิว

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกว์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา  – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

แมนยูหวังขึ้นท็อปทรี! “บรูโน่-กรีนวู้ด” ผนึกทัพใหญ่หลอนรับเซาธ์แฮมป์ตัน

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากคว้าชัยจะขยับอันดับขึ้นไปรั้งที่ 3 ทันที โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ เมสัน กรีนวู้ด สองแข้งฟอร์มร้อนพร้อมผนึกทัพใหญ่ล่าตาข่ายเกมเปิดบ้านรับ "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 02.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
แมนฯ ยูไนเต็ด (5)  –   เซาธ์แฮมป์ตัน (12)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 02.00 น.)

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาปีศาจแดงโชว์ฟอร์มสุดฮอตชนะคู่ต่อสู้ด้วยระยะห่าง 3 ประตู มา 4 เกมติดต่อกัน นับเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก โดยเกมล่าสุดบุกถล่มแอสตัน วิลล่า ไป 3-0 และถ้าเข้าวินเกมนี้จะแซงหน้าเชลซีขึ้นไปอยู่อันดับท็อปโฟร์ได้ด้วย

    โซลชาไม่เปลี่ยนแปลง 11 คนแรกมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว และนัดนี้เขาก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปเปลี่ยน โดยจะมี เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบาคุมตรงกลาง ส่วน บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด ยืนอยู่หลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    เวลานี้มีแค่ 2 ปราการหลังอย่าง ฟิล โจนส์ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อนักเตะบาดเจ็บเท่านั้น

    ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล พาทีมนักบุญโชว์ฟอร์มสวยหรูเก็บ 7 แต้ม ใน 3 นัดล่าสุดด้วยการบุกชนะวัตฟอร์ด 3-1, ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) และเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) ลอยลำกลางตารางสบายๆ

    ยาน วาเลรี่ เจ็บกล้ามเนื้อขา จะพลาดการลงสนามต่อไปอีก ดังนั้น ตำแหน่งแบ็กขวาจะเป็นของ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ต่อไป

    มุสซ่า เฌเนโป (น่อง) และ โซฟียาล บูฟาล (ต้นขา) ยังคงบาดเจ็บอยู่ต้องนั่งดูเพื่อนเล่นต่อไปเช่นเคย

    แดนหน้าของเซาธ์แฮมป์ตันนำมาโดย แดนนี่ อิงส์ ที่ซัดไปแล้ว 19 ประตูในพรีเมียร์ลีก ลุ้นดาวซัลโวรองเท้าทองคำอยู่

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, แจ็ค สตีเฟ่นส์, ยาน เบดนาเร็ค, ไรอัน เบอร์ทรานด์ – สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริโอล โรเมว, เนธาน เร้ดมอนด์ – เช อดัมส์, แดนนี่ อิงส์
    ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล

    ผู้ตัดสิน : เควิน คาวานาฟ

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
31/08/19    พรีเมียร์ลีก    เซาธ์แฮมป์ตัน 1 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด    
 02/03/19    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด  3 – 2 เซาธ์แฮมป์ตัน   
 02/12/18    พรีเมียร์ลีก    เซาธ์แฮมป์ตัน 2 – 2 แมนฯ ยูไนเต็ด    
 31/12/17    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด  0 – 0 เซาธ์แฮมป์ตัน       
 23/09/17    พรีเมียร์ลีก    เซาธ์แฮมป์ตัน 0 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด
09/06/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/07/20 ชนะ บอร์นมัธ 5-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
01/07/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/06/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
25/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เซาธ์แฮมป์ตัน
09/06/20 เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
05/07/20 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ วัตฟอร์ด 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
26/06/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

อยู่ต่อหรืออำลา?สื่อประโคมป็อกบาตัดสินอนาคตกับแมนยูแล้ว

หลังจากที่อนาคตของ ปอล ป็อกบา มีความไม่แน่นอนในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวก็ใกล้ที่จะตกลงเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมแล้ว โดยจะมีผลถึงปี 2025 เลย ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

    ปอล ป็อกบา กองกลางชาวฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตกลงต่อสัญญากับทีมแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    ป็อกบา เคยส่อแววว่าจะย้ายทีมตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน หลังจากที่ตอนนั้นมีข่าวว่าเขาไม่มีความสุขกับการเล่นให้ทีมอีกต่อไป แถม มิโน่ ไรโอล่า เอเยนต์ของเจ้าตัวยังชอบให้สัมภาษณ์ในเชิงที่ว่าดาวเตะเลือดน้ำหอมจะย้ายทีมแน่นอนด้วย โดยที่ เรอัล มาดริด กับ ยูเวนตุส คือทีมที่มีข่าวกับเขามากที่สุด

    อย่างไรก็ตาม พักหลังมานี้ ป็อกบา ดูมีความสุขกับการเล่นให้ทีมมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านที่ได้ประสานงานกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ตอนนี้แข้งวัย 27 ปีเปลี่ยนใจเป็นพร้อมอยู่กับทีมต่อแล้ว

    เดิมทีสัญญาฉบับปัจจุบันของ ป็อกบา มีผลจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น พร้อมกับมีอ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปี ซึ่ง เดอะ ซัน ระบุว่าสัญญาฉบับใหม่จะมีระยะเวลาถึง 5 ปี หรือก็คือจะไปหมดอายุในปี 2025 และ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มั่นใจด้วยว่าจะประกาศถึงข่าวการต่อสัญญาของ ป็อกบา อย่างเป็นทางการได้ตอนจบฤดูกาลนี้

 

ผีเซ็งชวดขึ้นที่ 3 ! แมนยูแต้มหล่นโดนเซาธ์แฮมป์ตันไล่เจ๊าทดเจ็บ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พลาดโอกาสขึ้น "ท็อปโฟร์" อย่างน่าเสียดายหลังฮึดรัวแซง เซาธ์แฮมป์ตัน แต่มาพลาดโดนตีเสมอช่วงทดเจ็บ 2-2 เก็บเพิ่ม 1 แต้มมี 59 คะแนนเท่า เลสเตอร์ แต่ประตูได้เสียเป็นรองรั้งอันดับ 5 เหมือนเดิม ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีม "ปีศาจแดง" โชว์ฟอร์มสุดฮอตชนะคู่ต่อสู้ด้วยระยะห่าง 3 ประตู มา 4 เกมติดต่อกัน นับเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก โดยเกมล่าสุดบุกถล่มแอสตัน วิลล่า ไป 3-0 และถ้าเข้าวินเกมนี้จะแซงหน้าเชลซีขึ้นไปอยู่อันดับท็อปโฟร์ได้ด้วย

    ทางด้าน  ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล พาทีม "นักบุญ" โชว์ฟอร์มสวยหรูเก็บ 7 แต้ม ใน 3 นัดล่าสุดด้วยการบุกชนะวัตฟอร์ด 3-1, ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) และเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) ลอยลำกลางตารางสบายๆ

    5 นาทีผ่านเป็น "นักบุญ" ทักทายก่อนจากจังหวะของ แดนนี่ อิงส์ ถอยมาเก็บบอลทางฝั่งซ้ายก่อนยกต่อให้ ไรอัน เบอร์ทรานด์ สอดมาสุดเส้นก่อนตวัดเข้าในไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา

    นาทีที่ 10  "ปีศาจแดง" พลาดโกาสทองเป็น เจมส์ วอร์ด-เพราส์ จับบอลยาวโดน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ฉกบอลหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแต่จังหวะยิงไปติดมือ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ออกมาปิดมุมเซฟเอาไว้ได้

    2 นาทีต่อมากลายเป็น ทีมเยือน ทะยานออกนำจากความผิดพลาดของ ปอล ป็อกบา ติดประมาทโดน แดนนี่ อิงส์ ฉกบอลหน้าเขตโทษก่อนเป็น เนธาน เร้ดมอนด์ เก็บตกปาดไปเสาไกลให้ สจ๊วร์ตอาร์มสตรอง แต่งหนึ่งจังหวะซัดสวนตัว ดาบิด เด เคอา ไม่มีเหลือ

    นาทีที่ 15 เจ้าถิ่น หวิดตามตีเสมอจากบอลชิ่งของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แปะต่อให้ ลุค ชอว์ สอดมารับบอลแทงช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตามเช้าชาร์จส่งบอลลอดขา อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ซุกก้นตาข่ายแต่น่าเสียดายธงล้ำหน้าถูกยกไปก่อนแล้ว

    แฟนผีไม่ต้องรอนาน 5 นาทีต่อมาตามตีเสมอจนได้จากลูกครอสเข้าเขตโทษของ ปอล ป็อกบา โยนมาเข้าเท้า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เก็บบอลก่อนล้มตัวเขี่ยต่อให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สอดมาอัดด้วยซ้ายเสียบหน้าต่างเสาไกลงดงาม

    3 นาทีต่อมา "ปีศาจแดง" พลิกแซงขึ้นนำทันทีจากจังหวะสวนกลับบอลถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงเร็วให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดขึ้นมาทางซ้ายพาบอลตัดเข้าในก่อนตะบันด้วยขวาแสกหน้า อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ตุงตาข่ายเหนือชั้น

    นาทีที่ 28 เจ้าถิ่น บดอยู่ข้างเดียวเกือบหนีห่างออกไปจากจังหวะประสานงานของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไขว้จ่ายให้ ปอล ป็อกบา ตั้งป้อมหวดด้วยขวาบอลตกพื้นพุ่งตรงกรอบแต่ ล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ปัดทิ้งออกมาได้

    อีก 5 นาทีต่อมา  "ปีศาจแดง" เครื่องติดทำชิ่งกันเนียนตาสุดท้ายเป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รับบอลจาก บรูโน่ ก่อนตะบันด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแต่กดไม่ลงเหินข้ามคานไม่ได้ลุ้น

    หมดครึ่งเวลาแรก แมนฯ ยูไนเต็ด 2 เซาธ์แฮมป์ตัน 1

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 5 นาที "นักบุญ" เร่งเครื่องทันทีพลาดโอกาสสำคัญจากลูกยิงของ เนธาน เร้ดมอนด์ รับบอลหน้าหัวกะโหลกก่อนแต่งหน้าช่องปั่นด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 55 เจ้าถิ่น ตอบโต้ทันควันเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ถอยลงมาเก็บบอลก่อนลองซัดไกลระยะร่วม 30 หลาบอลพุ่งแรงเกือบเบียดเสาแรกหลุดออกไปชนข้างหน้าต่างนิดเดียว

    ต่อมานาทีที่ 68 "ปีศาจแดง" พลาดโอกาสบวกสกอร์เพิ่มเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด รับบอลชิ่งจาก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดจ่อๆติดบล็อค อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ เหินข้ามคานหลุดออกหลัง

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โชว์ความสามารถเฉพาะตัวโซโล่คนเดียวจากครึ่งสนามหลอกผู้เล่น เซาธ์แฮมป์ตัน ทั้งแผงก่อนปั่นด้วยขวาบนเส้น 18 หลาข้ามคานออกไปไกล

    นาทีที่ 86 ทีมเยือน เกือบตามตีเสมอเป็น เนธาน เร้ดมอนด์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้ากรอบเขตโทษก่อนสับขาดึงจังหวะปั่นโค้งด้วยขวาติดปลายมือ ดาบิด เด เคอา ลอยตัวปัดทิ้งเหลือเชื่อ

     แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 96 "นักบุญ" ตามตีเสมอจนได้จากลูกเตะมุมทางซ้ายบอลตกใส่หัว ยาน เบดนาเร็ค โขกเช็ดมาเสาไกลให้ ไมเคิล โอบาเฟมี่  ทิ้งตัวดีดเข้าไปไม่พลาด

    จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด 2 เซาธ์แฮมป์ตัน 2 ลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เก็บเพิ่มได้เพียง 1 แต้มมี 59 คะแนนเท่า เลสเตอร์ แต่ประตูได้เสียเป็นรองรั้งอันดับ 5 เหมือนเดิม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ (เบรนดอน วิลเลียมส์ น.75)- ปอล ป็อกบา (เฟร็ด น.63), เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, แจ็ค สตีเฟ่นส์, ยาน เบดนาเร็ค, ไรอัน เบอร์ทรานด์ – สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง (วิลเลียม สมอลโบน น.70), เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริโอล โรเมอู, เนธาน เร้ดมอนด์ – เช อดัมส์ (เชน ลอง น.64), แดนนี่ อิงส์

ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล

ผู้ตัดสิน : เควิน คาวานาฟ

สื่อผู้ดีอ้างแมนยูงานงอก “ป็อกบา,บรูโน่” เดี้ยงขณะซ้อม

สื่อผู้ดีตีข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เครียดสุดๆ หลัง ปอล ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้รับบาดเจ็บในขณะฝึกซ้อมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยงานนี้สาวก "เร้ด อาร์มี่" คงต้องลุ้นหนักว่าทั้งคู่จะมีโอกาสได้ลงเล่นในเกมรับมือ บอร์นมัธ วันเสาร์นี้หรือไม่

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ งานเข้าหลัง ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สองสตาร์ดังประจำทีมได้รับบาดเจ็บในขณะร่วมฝึกซ้อม เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากการรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในเมืองผู้ดี

    กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส เข้าปะทะกับ แฟร์นันด์ส จนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ในขณะซ้อมที่สนามแคร์ริงตัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับดวลกับ บอร์นมัธ ในวันเสาร์นี้ โดยทั้งสองคนถูกนำตัวไปปฐมพยาบาททันที และดูเหมือนว่า จอมทัพชาวโปรตุกีส  จะมีอาการค่อนข้างหนักเลยทีเดียว

    สำหรับตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ขณะเดียวกับทั้ง ป็อกบา และ แฟร์นันด์ส ยังไม่แน่ว่าจะมีโอกาสได้ลงสนามในเกมรับมือ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หรือไม่ และที่สำคัญอาการบาดเจ็บของทั้งคู่ อาจจะส่งผลต่อการไล่ล่าอันดับท็อปโฟร์ รวมไปถึงเกมยูฟ่า ยูโรปา ลีก และ เอฟเอ คัพ ด้วย

    แฟร์นันดส์ ซึ่งกลายเป็นเสาหลักของทีมนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยซัดไปแล้ว 6 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ในการลงเล่น 13 แมตช์ กำลังทำผลงานได้อย่างเข้าขากับ ป็อกบา หลังจากทั้งคู่ได้ประสานงานร่วมกับ 4 เกมหลังสุด และทีมโชว์ฟอร์มสุดยอดที่สำคัญไม่แพ้ใครเลย

แมนยูเซ็ง! “บรูโน่-ป็อกบา” ส่อวืดช่วยทีมเกมรับบอร์นมัธที่สู้หนีตกชั้น PPTV ยิงสด

PPTV จัดให้…"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอข่าวร้ายเพราะอาจพลาดใช้งาน บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา ที่ล่าสุดมีข่าวว่าเจ็บตอนซ้อม ขณะที่ เมสัน กรีนวู้ด จะได้ลงตัวจริงปิดสกอร์ต่อเนื่อง เกมรับ บอร์นมัธ ที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36, True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 21.00 น.

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
แมนฯ ยูไนเต็ด (5)   –   บอร์นมัธ (19)
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36, True Premier HD 1 และ ID Station, เวลา : 21.00 น.

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีม ”ปีศาจแดง” ไม่แพ้ใคร 15 นัดในทุกรายการ เกมนี้เขาต้องตัดสินใจว่าจะใช้ 11 ตัวผู้เล่นชุดเดิมจากที่บุกชนะไบรท์ตัน 3-0 เมื่อกลางสัปดาห์หรือไม่

    พรีเมียร์ลีก 2 นัดล่าสุดรวมทั้งเกมที่เปิดบ้านชนะเชฟฯ ยูฯ 3-0 ด้วยนั้น โซลชา ใช้ 11 ตัวจริงเหมือนเดิมเลย ก่อนจะมาเปลี่ยน 8 คนในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมที่นอริช ซิตี้

    ปีศาจแดงต้องลุ้นหนักเพราะล่าสุดสื่อดังเมืองผู้ดีตีข่าว บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา เกิดปะทะกันโดยไม่ตั้งใจขณะซ้อมส่อแววเจ็บและอาจไม่ได้ลงสนามต้องเช็กความฟิตอีกครั้ง

    ทำให้อาจส่ง อันเดรียส เปเรยร่า ลงมาแทนตำแหน่งของ ป็อกบา และ เฟร็ด น่าจะได้ลงแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส

   ส่วน 2 ปราการหลังอย่าง อั๊กเซล ตวนเซเบ้ และ ฟิล โจนส์ ยังไม่สมบูรณ์พร้อมลงสนาม

    เอ็ดดี้ ฮาวล์ พาทีมเดอะ เชอร์รี่ส์แพ้ 3 เกมรวดในการรีสตาร์ตพวกเขาแพ้คริสตัล พาเลซ 0-2 (เหย้า), แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 (เยือน) และแพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-4 (เหย้า) ในเกมล่าสุด

    บอร์นมัธจะไม่มี คัลลั่ม วิลสัน กองหน้าตัวเก่งที่ติดโทษแบนเป็นเกมที่ 2 เพราะรับใบเหลืองครบ 10 ใบ

    ชาร์ลี แดเนียลส์ ปราการหลังเจ็บเข่าลงสนามไม่ได้ ส่วน ไซม่อน ฟรานซิส ที่เจ็บเข่าก็ต้องรอดูความฟิตก่อน

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา (อันเดรียส เปเรยร่า), เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เฟร็ด), มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    บอร์นมัธ (4-4-2) : อารอน แรมส์เดล – อดัม สมิธ, สตีฟ คุ้ก, นาธาน อาเก้, ลอยด์ เคลลี่ – เดวิด บรู๊คส์, ฟิลิป บิลลิง, เจฟเฟร์ซอน เลร์ม่า, จูเนียร์ สตานิสลาส – โจชัว คิง, โดมินิก โซลันกี้
    ผู้จัดการทีม : เอ็ดดี้ ฮาวล์

    ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

 
ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
02/11/19        พรีเมียร์ลีก    บอร์นมัธ    ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด    1 – 0
30/12/18        พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ บอร์นมัธ    4 – 1
03/11/18        พรีเมียร์ลีก    บอร์นมัธ    แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด    1 – 2
19/04/18        พรีเมียร์ลีก    บอร์นมัธ    แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด    0 – 2
14/12/17        พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ บอร์นมัธ     1 – 0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด
01/07/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/06/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
25/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
13/03/20 ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 5-0 (เยือน) ยูโรปา ลีก

บอร์นมัธ
02/07/20 แพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-4 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/06/20 แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/06/20 แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
07/03/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
29/02/20 เสมอ เชลซี 2-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

บรูโน่จ่าย2ยิง1-กรีนวู้ดเบิ้ล! แมนยูดุกระซวกบอร์นมัธไส้แตก แซงสิงห์ขึ้นท็อปโฟร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มโหดแม้จะโดนขึ้นนำไปก่อนแต่รัวคืนเป็นชุดเปิดรังถล่ม บอร์นมัธ 5-2 โดยเกมนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิง 1 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ ส่วนเจ้าหนู เมสัน กรีนวู้ด ไม่น้อยหน้ากด 2 ประตู ทำให้ "ปีศาจแดง" คว้าชัย 4 นัดรวดพร้อมแซง เชลซี ขึ้นไปรั้งที่ 4 ชั่วคราว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่่ผ่านมา

    การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 4 กรกฏาคม 2563 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ บอร์นัธ

    เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โอเล่กุนนาร์ โซลชา กำลังรั้งอันดับ 5 ของตารางต้องการคว้า 3 แต้มเพื่อแซง เชลซี ขึ้นไปรั้งที่ 4  ส่งตัวหลักลงสนามครบครันแนวรับมี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ลงคุมเกมรับเช่นเดิม ส่วนแนวรุกมี ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาคัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู๊ด คอยทำเกมสนับสนุน อ็องโตนี่ มารกซิยาล กองหน้าตัวเป้า

    ส่วน บอร์นมัธ ของกุนซือ เอ็ดดี้ ฮาวล์ พาทีมเดอะ เชอร์รี่ส์แพ้ 3 เกมรวดในการรีสตาร์ต และกำลังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างหนักหลังรั้งรองบ๊วยของตาราง เกมนี้ส่ง โจชัว คิง ลงล่าตาข่ายคู่กับ โดมินิค โซลันกี้

    เปิดฉากครึ่งแรกมาเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ครองเกมได้เหนือกว่าตามคาด และได้ขึงบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียว และมาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ มาคัส แรชฟอร์ด วางบอลยาวให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลุดเข้าเขตโทษพยายามกระดกบอลหนี อารอน แรมส์เดล ที่ออกมาตัดบอลแต่บอลเหินข้ามคานออกไป ใน นาทีที่ 10

    หลังโดนบุกใส่อยู่นาน แต่ บอร์นมัธ กลับมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากโอกาสครั้งแรกของเกม เมื่อ จูเนียร์ สตานิสลาส แตะบอลลอดขา แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก่อนจะหลุดไปซัดจ่อๆบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม ใน นาที 16

    สามนาทีให้หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบตามตีเสมอแบบทันควันจากการซัดฟรีคิกของ มาคัส แรชฟอร์ด แต่ อารอน แรมส์เดล บินปัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด

    จนกระทั่ง นาที 29 "ปีศาจแดง" ตามตีเสมอ 1-1 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายไปกราบซ้ายให้ เมสัน กรีนวู๊ด หลุดไปตะบันเต็มข้อด้วยซ้าย อารอน แรมส์เดล พยายามพุ่งปัดแต่ไม่อยู่บอลเข้าประตูไป

    อย่างไรก็ดี นาที 34 อดัม สมิธ แนวรับ บอร์นมัธ ไปทำแฮนด์บอลในเขตโทษผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะเป็น มาคัส แรชฟอร์ด ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมานำ 2-1

    เท่านั้นไม่พอช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลากจากซ้ายตัดเข้าในแล้วปั่นโค้งๆบอลเสียบเสาสองอย่างสุดสวยทำให้ จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่าง 3-1

    ครึ่งหลังเล่นมาได้ 2 นาที บอร์นมัธ เกือบจะได้ประตูไล่มาเมื่อ จูเนียร์ สตานิสลาส ตามซ้ำดาบสองบอลไปชนเสากระดอนออกมา ก่อนที่จังหวะต่อมาทีมเยือนจะมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เอริค ไบยี่ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาครึ่งหลังไปทำแฮนด์บอลในเขตโทษผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ยืนยันคำตัดสิน แล้วเป็น โจชัว คิง ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปให้ บอร์นมัธ ไล่มาเป็น 2-3

    จากนั้น นาที 51 บอร์นมัธ หวิดได้ประตูตามตีเสมอ ดานจูม่า บอร์นมัธ หลุดเดี่ยวไปซัดตุงตาข่ายแต่ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน

    จน นาที 54 เมสัน กรีนวู้ด ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงหลบแนวรับ บอร์นมัธ แล้วซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าประตูไปแบบงามหยด ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำเป็น 4-2

    นาที 60 "ปีศาจแดง" ได้ประตูที่ 5 จากการลูกยิงฟรีคิกของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงหนีกำแพงบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไป 

    ช่วงเวลาที่เหลือ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเป็นฝ่ายบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียว และมาลุ้นปิดท้ายจากลูกยิงหน้าเขตโทษของ เฟร็ด ตัวสำรอง อารอน แรมส์เดล พุ่งปัดออกไปได้อีก 

    หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม บอร์นมัธ 5-2 แซง เชลซี ขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ชั่วคราว 
     
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์, ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    บอร์นมัธ : อารอน แรมส์เดล, อดัม สมิธ, นาธาน อาเก้, ลอยด์ เคลลี่, ดีเอโก้ ริโก้, เดวิด บรู๊คส์, ลูอิส คุ้ก, เจฟเฟร์ซอน เลร์ม่า, จูเนียร์ สตานิสลาส, โจชัว คิง, โดมินิก โซลันกี้

 

รีบๆมาเลย! “ป็อกบา” สุดตื่นเต้นได้เล่นกับซานโช

คราวนี้คงไม่อยากย้ายไปไหนแล้วสำหรับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์จอมลีลาแห่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ล่าสุดมีข่าวเจ้าตัวตื่้นเต้นสุดๆ กับการที่จะได้เล่นกับ เจดอน ซานโช ในซีซั่นหน้า
               ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี รายงานว่า ปอล ป็อกบา กองกลางซูเปอร์สตาร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกอาการตื่นเต้นอย่างมาก กับการที่ต้นสังกัดกำลังเดินหน้าอย่างจริงจังในการล่าตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม

               เชื่อกันว่า ดอร์ทมุนด์ พร้อมพิจารณาขาย ซานโช หากได้ข้อเสนอระดับ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) และได้ขีดเส้นตายให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เร่งปิดดีลให้ได้ก่อนวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่สโมสรเริ่มเข้าแคมป์เก็บตัวที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเตรียมตัวสู้ศึกฤดูกาล 2020/21

                ถึงแม้ ซานโช ยังคงไม่ตัดสินใจเรื่องอนาคต และเลือกรอดูสถานการณ์ก่อนว่า "ปีศาจแดง" จะได้โควตาลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้าหรือไม่ แต่ก็มีรายงานว่า นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด หลายคนคึกคักไม่น้อยกับความเป็นไปได้ที่ ซานโช จะย้ายมาโชว์เพลงแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และหนึ่งในนั้นก็คือ ป็อกบา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวอยากย้ายทีม ที่ตื่นเต้นสุดๆ กับการได้เล่นเคียงข้างกับ สตาร์ทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี  

               ทั้งนี้ ซานโช ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาล 2019/20 โดยลงเล่นให้ "เสือเหลือง" รวมทุกรายการ 44 นัด ทำได้ 20 ประตู กับ 18 แอสซิสต์
 

เปิดผลงาน3กองกลางตัวรับแมนยูใครน่ายึดตัวจริง?

เปิดผลงาน เฟร็ด, เนมานย่า มาติช และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ หลังทั้ง 3 คนต้องแย่งชิงตำแหน่งเดียวในตำแหน่งกองกลางตัวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังนำทัพ "ปีศาจแดง" ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครมาแล้ว 16 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ก่อนมีโปรแกรมยกพลออกไปเยือน แอสตัน วิลล่า ทีมหนีตาย ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมนี้ (02.15 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

    ส่วนหนึ่งที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานเยี่ยมคือได้ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส กลับมาประสานงานแดนกลางร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ขณะที่ตัวรับใช้ เนมานย่า มาติช ยืนตัดเกม ส่งผลให้ เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ต้องคอยโอกาสอยู่ที่ม้านั่งข้างสนามต่อไป

    วันนี้เราจะไปดูผลงานของทั้ง เฟร็ด, มาติช และ แม็คโทมิเนย์ ในฤดูกาลนี้กันว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    เฟร็ด

     เฟร็ด วัย 27 ปี ย้ายจาก ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค มาอยู่กับ "ปีศาจแดง" เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัวถึง 52 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,028 ล้านบาท) แต่ในฤดูกาลแรกยังทำผลงานได้ไม่ดี จนโดนแฟนบอลจำนวนมากวิจารณ์ โดยบางคนถึงกับบอกว่าเป็นบราซิลของปลอมกันเลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ เฟร็ด กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และยึดตำแหน่งตัวจริงก่อนที่ลีกจะหยุดพักไปเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเมื่อลีกรีสตาร์ทก็หลุดไปเป็นสำรอง

    เฟร็ด ลงเล่นในลีกไป 27 นัด มีสถิติเข้าสกัดแม่นยำเฉลี่ย 2.2 ครั้งต่อเกม โดยในทีมเป็นรองแค่ อารอน วาน-บิสซาก้า (3.7) เท่านั้น

    นอกจากนั้น เฟร็ด ยังมีค่าเฉลี่ยตัดบอลสำเร็จ 1.4 ครั้งต่อเกม เป็นรองแค่ วาน-บิสซาก้า กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (1.9)

    เนมานย่า มาติช

    มาติช วัย 31 ปี เป็นตัวเลือกอันดับแรกของ โซลชา ในช่วงหลัง เนื่องจากทำผลงานและคุมเกมได้อย่างยอดเยี่ยมในชัยชนะเหนือทั้ง เชฟฯ ยูไนเต็ด, ไบรท์ตัน และ บอร์นมัธ

    ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้ "ปีศาจแดง" จับกองกลางเซิร์บ ต่อสัญญาไปจนถึงปี 2023 เป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าอาจจะเก็บกระเป๋าลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจบฤดูกาลนี้

    มาติช มีสถิติเข้าสกัด 1.9 ครั้งต่อเกม หลังซีซั่นนี้ได้ลงเล่นในลีก 16 นัด โดยเข้าสกัด 31 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 52 เปอร์เซ็นต์

    มาติช อาจมีสถิติส่วนตัวด้อยกว่า เฟร็ด ทั้งการเลี้ยงบอล, ผ่านบอล, วางบอลยาว, เข้าสกัด และตัดบอล อย่างไรก็ตาม ผลงานโดยรวมในช่วงนี้สมควรแล้วที่จะได้ลงตัวจริง
   
    สกอตต์ แม็คโทมิเนย์

    แม็คโทมิเนย์ ยึดตำแหน่งตัวจริงในช่วงต้นฤดูกาล โดยถือเป็นนักเตะห้องเครื่องที่เต็มไปด้วยพละกำลัง และช่วยขับเคลื่อนทีมได้แบบไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย

    มิดฟิลด์ชาวสกอตต์ วัย 23 ปี ทำไป 5 ประตูในฤดูกาลนี้ โดยมีจุดเด่นที่เหนือกว่า มาติช และ เฟร็ด ในเรื่องการเติมเกมรุก โดยมีค่าเฉลี่ยวางบอลยาวอยู่ที่ 2.6 ครั้งต่อเกม นอกจากนั้น ยังมีค่าเฉลี่ยได้โอกาสยิง 1.3 ครั้งต่อเกม

    ส่วนเกมรับนั้น แม็คโทมิเนย์  มีสถิติเข้าสกัด 1.82 ครั้งต่อเกม หลังซีซั่นนี้ได้ลงเล่นในลีก 23 นัด โดยเข้าสกัด 42 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 50 เปอร์เซ็นต์

“แม็กไกวร์” เจ๋งทั้งรับ-รุก”!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมเชือดนอริชลิ่ว4ทีมเอฟเอคัพ

 ลุ้นกันใจหายใจคว่ำเลยทีเดียวสำหรับสาวก "ปีศาจแดง" หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อเวลาพิเศษ บุกไปเชือด นอริช ซิตี้ 2-1 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้ประตูชัยในนาทีที่ 118 จาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีม และนี่คือผลสอบของบรรดาแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่นในแมตช์นี้

 

 11 ผู้เล่นตัวจริง
 
 – เซร์คิโอ โรเมโร่ : 6
  ตลอดทั้งเกมไม่มีเซฟเลย ส่วนประตูที่เสียก็ต้องยกเครดิตให้กับ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ที่ยิงได้สุดยอดด้วย 

 – ดีโอโก้ ดาโลต์ : 5
  ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังสำหรับเจ้าตัว เพราะนอกจากเกมรุกที่ไม่ได้ช่วยอะไรมากแล้ว เกมรับยังมีจังหวะเล่นผิดพลาดหลายครั้ง

 – เอริค ไบยี่ : 6
  เกมนี้เล่นไม่ค่อยนิ่ง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม 

 

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 8.5
  สมกับเป็นหัวใจสำคัญของทีม เพราะนอกจากช่วยบล็อกลูกยิงหลายครั้งแล้ว ยังสวมบทเป็นฮีโร่ ด้วยการขึ้นมาทำประตูชัยให้กับทีมในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วย

 – ลุค ชอว์ : 7
  มีผลงานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ช่วยเกมรับได้ดี แถมมีจังหวะเติมเกมรุกสวยๆ ให้เห็น 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 6.5
  บู๊แดนกลางได้ดุดัน แต่ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัว

 – เฟร็ด : 6.5
  แม้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ก็ทำให้คู่แข่งผ่านบอลยาก

 – ฆวน มาต้า : 5
  ชัดเจนว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปเรียบร้อย ช้าลงไปเยอะ แถมมีส่วนร่วมกับเกมน้อย

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 7
  แม้เป็นเกมที่เล่นด้วยความยากลำบาก จูนกับเพื่อนไม่ค่อยติด แต่โดยรวมถือว่าโอเค โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับเกม

 

 – เจสซี่ ลินการ์ด : 5
  อาจจะไม่ได้เล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัด แต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะจังหวะลุ้นทำประตู

 – โอเดียน อิกาโล่ : 7
  เป็นเกมที่เล่นยาก ทว่าเจ้าตัวก็ยิงได้เยี่ยมมากๆ กับจังหวะทำประตูขึ้นนำ 1-0 แต่นั่นก็มาจากความผิดพลาดเองของแนวรับ นอริช ด้วย 

 
 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (แทน ดาโลต์ น. 62) : 6.5
  ลงไปประจำการทางฝั่งขวาได้ไม่เลว

 

 – เมสัน กรีนวู้ด (แทน มาต้า น. 63) : 6
  มีลุ้นทำประตูตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ลงไปเล่น แต่หลังจากนั้นทำอะไรไม่ได้มาก

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด (แทน ลินการ์ด น. 63) : 6
  ยังคงติดๆ ขัดๆ แต่มีความพยายามดี ได้ลุ้นยิงถึง 5 ครั้ง ทว่าตรงกรอบหนเดียว

 – เนมานย่า มาติช (แทน แม็คโทมิเนย์ น. 78) : 6.5
  ลงไปช่วยประคองเกมใช้ได้

 – ปอล ป็อกบา (แทน เฟร็ด น. 78) : 7
  ลงไปช่วยยกระดับเกมได้แบบทันตาเห็น และลูกเปิดอันยอดเยี่ยมของเขาก็นำไปสู่การได้ประตูชัย

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (แทน ไบยี่ น. 96) : 6
  ไม่เฉียบขาดเหมือนเกมก่อนที่ทำแฮตทริกได้