แนวรุกสะพรึง!เปิดไลน์อัพยูเวนตุสถ้าได้ซัวเรซ

คาด 11 ตัวจริง ยูเวนตุส ในซีซั่นใหม่ หลังมีข่าวตกลงสัญญาส่วนตัวกับ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก บาร์ซ่า ได้แล้ว ส่งผลให้แนวรุกจะน่ากลัวยิ่งขึ้น

กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี รายงานข่าวเมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ยูเวนตุส แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าอุรุกวัยเรียบร้อย หลังนักเตะได้รับไฟเขียวให้ย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

นอกจากนั้น "เจ้าม้าลาย" ยังกำลังเดินหน้าคว้าตัว เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวา อาร์เซน่อล มาเสริมทัพให้ได้อีกราย โดยคาดว่า "ปืนใหญ่" ต้องการค่าตัวที่ราว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท)

หาก ยูเวนตุส ดึงนักเตะทั้งสองรายดังกล่าวมาร่วมทีมเรียบร้อยก็คาดว่า 11 ตัวจริงของ อันเดรีย ปีร์โล่ ในฤดูกาล 2020/21 น่าจะใช้ระบบ 4-3-3 โดยมี วอยเซียค เชซนี่ ยืนเฝ้าเสา

ขณะที่แผงแบ็กโฟร์ให้ เบเยริน เป็นแบ็กขวา ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็กใช้ มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ โดยที่ คริสเตียน โรเมโร่ เป็นสำรอง ส่วน อเล็กซ์ ซานโดร เป็นแบ็กซ้าย

ขยับมาที่ 3 กองกลางใช้ อาเดรียง ราบิโอต์, โรดริโก้ เบนตานกูร์ และ อาร์ตูร์ มิดฟิลด์คนใหม่ ที่สลับขั้วกับ มิราเลม ปานิช ซึ่งย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า โดยที่ อารอน แรมซี่ย์ พร้อมเป็นตัวสอดแทรก

ส่วนแนวรุก 3 คน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยืนทางฝั่งขวา ขณะที่ ซัวเรซ ยืนหน้าเป้า และ เปาโล ดีบาล่า เล่นฝั่งซ้าย ซึ่งเชื่อว่า 3 ประสาน "อาร์เอสดี" จะทำให้แนวรับคู่แข่งทุกทีมต้องหวาดผวาแน่นอน

 

 

ประทับใจแต่ไม่ซื้อ! ปืนใหญ่เจรจาชุดขาวขอยืมตัว “เซบายอส” ต่ออีกปี

อาร์เซน่อล ใกล้จะบรรุข้อตกลงกับ เรอัล มาดริด ในการขอยืมตัว ดานี่ เซบายอส ออกไปอีก 1 ฤดูกาลอีก หลังจากเคยย้ายมาค้าแข้งในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แล้วเมื่อซีซั่นก่อน จากการรายงานของ เดลีเมล์ สื่อดังแดนผู้ดี

โดยทั้งสองทีมสามารถตกลงกันเกี่ยวกับสัญญายืมตัวในครั้งนี้ได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะยังคงไม่มีสัญญาผูกมัดในการซื้อขาดถาวรในอนาคตเช่นเดียวกับฤดูกาลที่ผ่านมา

เซบาญอส ทำผลงานได้อย่างโดนเด่นในแดนกาลกับทีมปืนใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาลหลังจากล็อกดาวน์ แต่หลังจาก พรีเมียร์ลีก จบซีซั่นลง ก็ไม่มีการดำเนินการซื้อขาดจากฟากของ อาร์เซน่อล แต่อย่างใด ทำให้นักเตะต้องขนของกลับไปอยู่กับต้นสังกัดเดิมอย่าง เรอัล มาดริด หลังจากนั้น

อย่างไรก็ตามมิดฟิลด์วัย 24 ปีรายนี้เป็นจัดว่าเป็นกำลังสำคัญในการพา เดอะกันเนอร์ส คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ แถมยังยืนเป็นตัวหลักให้กับทีมมาโดยตลอดภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จนกระทั่งหมดสัญญายืมตัวไปนั่นเอง

อเล็กซิสเผยอยากหนีแมนยูทันทีหลังซ้อมแค่หนเดียว

อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอก อินเตอร์ ออกมาร่ายยาวถึงช่วงเวลากับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยบอกว่ารู้สึกว่า "ปีศาจแดง" ไม่เหมาะกับตนจนถึงขั้นอยากยกเลิกสัญญาทันทีที่ซ้อมครั้งแรกเสร็จไปแล้ว โดยตอนนั้นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เจ้าตัวก็ขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกันที่เคยมอบโอกาสให้ตนได้อยู่กับทีม
    อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้า อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าตนเคยอยากย้ายกลับ อาร์เซน่อล ทันที หลังจากที่ลงซ้อมหนแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว เพราะตนรู้สึกว่าหลายอย่างที่ "ปีศาจแดง" มันไม่เหมาะกับตน

    อเล็กซิส เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดกองหน้าของ พรีเมียร์ลีก หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ อาร์เซน่อล แต่ในฤดูกาล 2017-18 มันเริ่มมีข่าวลืออย่างหนาหูว่าเขาไม่มีความสุขกับ "ไอ้ปืนใหญ่" และต้องการบอกลาทีม ซึ่งตอนนั้นก็มีทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจในตัวเขา ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะได้เขาไปร่วมทัพในดีลที่แลกตัวกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2018

    ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงขั้นยอมประเคนค่าเหนื่อยให้ อเล็กซิส เป็นจำนวนรวม 505,000 ปอนด์ (ประมาณ 20.20 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ด้วย อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวชิลีก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย จนทำให้ในฤดูกาล 2019-20 เขาไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนทำให้ อินเตอร์ ซื้อขาดเขา

    อเล็กซิส กล่าวผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์บนแอคเคาท์ อินสตาแกรม ของตัวเองว่า "ผมอยากพูดกับพวกคุณเกี่ยวกับเรื่องช่วงเวลาที่ผมอยู่กับ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับหลายเรื่องที่ถูกพูดถึง และเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ผมดูแย่ ผมมีโอกาสได้ย้ายไปอยู่กับ ยูไนเต็ด มันเป็นโอกาสที่แสนยั่วยวนสำหรับผม มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผม เพราะผมชอบสโมสรแห่งนั้นมาตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กแล้ว"

    "สุดท้ายแล้วผมก็เซ็นสัญญาโดยที่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าในการย้ายทีมมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันแรกที่ผมได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีมของผมน่ะผมก็รู้สึกถึงบางอย่าง คือผมต้องขอบอกก่อนว่าบางครั้งมันก็มีหลายเรื่องที่คุณจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ามันเป็นอย่างนั้นจนกว่าจะได้เจอกับมันด้วยตัวเอง"

    "เรื่องของเรื่องก็คือพอผมลงซ้อมครั้งแรกแล้วน่ะผมก็รู้สึกถึงหลายเรื่อง และพอผมกลับไปถึงบ้านผมก็บอกกับทีมตัวแทนของผมเลยว่า -นี่เรายกเลิกสัญญาแล้วกลับไปที่ อาร์เซน่อล ได้ไหม ?- พวกเขา (ทีมตัวแทนของ อเล็กซิส) หัวเราะดังลั่น แต่ผมพูดไป (ด้วยความจริงจัง) ว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องสำหรับผม แต่มันก็มีการเซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว"

    อเล็กซิส บอกด้วยว่าตนรู้สึกช็อกและเสียใจมากๆ ในตอนที่ มูรินโญ่ ไม่ใส่ชื่อตนแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2018  "ในเกมกับ เวสต์แฮม ผมไม่โดนเลือกติดทีม เรื่องอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับผมในฐานะนักเตะมาก่อน มันทำให้ผมหงุดหงิดมาก ผมบอกกับตัวเองว่ามันไม่ควรจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น จากที่เคยกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ผมต้องมาเป็นนักเตะที่ไม่ได้เล่นถึง 5 เดือน พอผมกลับไปถึงบ้านผมก็เสียใจมากๆ และวันต่อมาผมก็ซ้อมแบบหนักขึ้น 2 เท่า เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทำ"

    แข้งวัย 31 ปี เสริมว่าหลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนก็เข้าไปคุยแบบเปิดอกว่าต้องการย้ายทีม และ โซลชา ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด "พอโค้ชคนต่อมา ซึ่งก็คือคนปัจจุบันเข้ามาคุมทีมแล้วน่ะ ผมก็ตัดสินใจที่จะคุยกับเขาตามตรง ผมบอกกับเขาว่าผมจำเป็นต้องไปหาอะไรใหม่ๆ และตอนนั้นผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายไป อินเตอร์ ซึ่งเขาก็ตอบว่า -ได้สิ ไม่มีปัญหาเลย-"

    ทั้งนี้ ตลอดช่วงที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อเล็กซิส มักจะโดนเหล่ากูรูตำหนิอย่างหนักด้วย โดยเฉพาะบรรดาอดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หันไปเอาดีด้านการเป็นนักวิเคราะห์ และดาวเตะทีมชาติชิลีก็ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดสุดๆ เวลาที่โดนตำหนิแบบนั้น "พวกนักข่าวพูดโดยที่ไม่รู้ความจริง และมันทำให้ผมหัวเสีย มันทำให้ผมเจ็บปวด บรรดาอดีตนักเตะชอบออกมาพูดโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในสโมสรมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาให้ความเห็นที่ทำร้ายคุณ พวกเขาชอบบอกว่ามันเป็นความผิดของคุณ พวกเขาเลือกที่จะโทษผมก็เพราะพวกเขาจำเป็นต้องหาคนที่ต้องด่าสักคนก็เท่านั้น"

    อเล็กซิส กล่าวด้วยว่าอยากขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยให้โอกาสตนได้อยู่กับที่นั่น พร้อมบอกว่าผิดหวังเหมือนกันที่สุดท้ายแล้วไม่สามารถไปได้สวยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ "สำหรับ ยูไนเต็ด ผมมีเพียงคำขอบคุณที่จะมอบให้พวกเขาสำหรับการที่พวกเขามอบโอกาสให้ผมได้ปกป้องสีเสื้อของพวกเขา ผมผิดหวังที่หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามที่ผมต้องการ ถ้าเกิดบรรยากาศมันดีกว่านี้แล้วล่ะก็ทุกอย่างก็อาจจะต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้ ตอนนี้ผมออกมาเล่าความจริงทุกอย่างเพราะผมผ่านช่วงเวลาของการเรียนรู้ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆ หนึ่งไปแล้ว ผมเองก็อยากได้แชมป์ทุกรายการเหมือนกัน"

อาร์เซน่อลแม่นโทษดวลเป้าดับลิเวอร์พูล คว้าโลห์คอมมิวนิตี้ ชิลด์

ทาคูมิ มินามิโนะ พังประตูแรกในสีเสื้อลิเวอร์พูลได้เป็นทางการแล้ว หลังซัดไล่ตีเสมอ "ปืนใหญ่" 1-1 ทว่าช่วงดวลจุดโทษกลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ยิงได้แม่นกว่าก่อนจะเอาชนะไปได้ 5-4 คว้าโล่ห์การกุศลไปครอง ในศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

    ศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อาร์เซน่อล เจ้าของแชมป์เอฟเอ คัพ ล่าสุด พบกับ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา

    มิเกล อาร์เตต้า เกมนี้ยังไม่พร้อมใช้ผู้เล่นหลายรายรวมทั้งสตาร์อย่าง วิลเลี่ยน ที่เพิ่งเซ็นฟรีมาจากเชลซี ทำให้แนวรุกวันนี้ใช้ บูกาโย่ ซาก้า, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ส่วนทางฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดชุดใหญ่ขาดแค่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาที่ยังบาดเจ็บ ส่วนสามประสานแดนหน้ายังเป็น ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

    เปิดฉากมาได้แค่ 7 นาทีแรก เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้แล้ว แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้า เช่นเดียวกับ VAR จะยืนยันว่าไม่เป็นประตู

    ทัพหงส์ลุยขึ้นมาอีก นาที 12 เนโก วิลเลี่ยมส์ ครอสจากด้านขวาเข้าไปให้ เจมส์ มิลเนอร์ โขกหลุดกรอบออกไปแบบได้เสียว

    ทว่าถัดมาไม่ถึงนาที บอลสวนกลับของ "ปืนใหญ่" แผลงฤทธิ์สำเร็จ บูกาโย่ ซาก้า วางบอลอย่างแม่นให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบก่อนปั่นโค้งๆ ด้วยขวาบอลหนีมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม อาร์เซน่อล ขึ้นนำ 1-0

    นาที 18 ไอ้หนู ซาก้า ที่เปลี่ยนมาสวมเสื้อเบอร์ 7 แทน เล่นได้อย่างโดดเด่น คราวนี้ไหลบอลให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ซัดด้วยขวาบอลพุ่งจน อลีสซง ต้องออกแรงปัดออกหลัง

    ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคลำเป้าส่องไม่เข้ากรอบเลยซักหน และเกือบโดนเม็ดที่สองจากบอลสวนกลับของอาร์เซน่อล บูกาโย่ ซาก้า ขึ้นมาทางซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ เอ็นเคเทียห์ ตะบันด้วยขวานอกกรอบ ทว่าบอลพุ่งเหินคานออกไป
   
    ลิเวอร์พูล เน้นการโจมตีด้านข้างเป็นหลัก แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านแนวรับไอ้ปืนใหญ่ที่ช่วยกันได้ดี

    นาที 40 "หงส์แดง" หวิดได้ลุ้นขึ้นนำอีก บอลด้านข้างจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสไปเข้าหัวของ ซาดิโอ มาเน่ ขวิดบางไปบอลผ่านหน้าประตูแม้ ฟาน ไดค์ จะพยายามพุ่งเข้าซ้ำแต่ไม่ถึง

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0

    ครึ่งหลัง นาที 51 "หงส์แดง" เกือบได้ลุ้นตีเสมอ บอลมาถึง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เลี้ยงจี้เข้าหา ดาวิด ลุยซ์ ก่อนจะปั่นด้วยขวาแต่บอลโค้งไม่พอหลุดเสาไปแบบสุดเสียว

    อีก 5 นาทีต่อมา แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดยาวให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในกรอบแต่จังหวะยิงด้วยขวาดันซัดไปติดตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านไอ้ปืนใหญ่ที่ออกมาบล็อคช่วยทีมไว้ได้

     เกมรุกของลิเวอร์พูลยังเจาะไม่เข้า แม้ นาที 68 ทาคูมิ มินามิโนะ จะตั้งป้อมยิงนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลก็ยังพุ่งไปเข้ามือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ
   
    นาที 73 จนแล้วจนรอด แนวรับของปืนโตมาพลาดจนได้หลังบอลเจาะตรงกลาง ซาลาห์ เล่นชิ่งให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ซัดจ่อๆกลางประตูพลาดมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แม้ผู้เล่นอาร์เซน่อลจะฟ้องว่า มินามิโนะ ทำแฮนด์บอลก่อนหน้านี้ แต่หลังจาก อังเดร มาร์ริเนอร์ ได้เช็กกับทีม VAR แล้วไม่เป็นแฮนด์บอลยืนยันให้ประตู "หงส์แดง" ไล่ตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูแรกของ มินามิโนะ ในสีเสือลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ
   
    นาที 81 ลิเวอร์พูล เกือบพลิกแซงขึ้นนำ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสบอลมาเสาไกลให้ ซาดิโอ มาเน่ พักอกลงก่อนหลุดเข้าไปซัดติดตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ อย่างน่าเสียดาย

    จบเกม อาร์เซน่อล เสมอกับ ลิเวอร์พูล ในเวลา 1-1 ต้องตัดสินหาผู้ชนะดวลลูกที่จุดโทษ ผลปรากฎว่าแข้งอาร์เซน่อลยิงได้แม่นกว่าเอาชนะ "หงส์แดง" ไปได้ 5-4 ซิวโล่ห์การกุศลไปครอง

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   
        อาร์เซน่อล (3-4-2-1) :
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – บูกาโย่ ซาก้า, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า
 
        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์ – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์   

        ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

ปืนใหญ่ใจดี!อาร์เซน่อลปล่อย “มคิทาร์ยาน” ซบโรม่าถาวร

เฮนริค มคิทาร์ยาน แข้งดาวดังทีมชาติอาร์เมเนีย ได้กลายเป็นนักเตะ อาแอส โรม่า แบบถาวรแล้ว หลังจากที่ อาร์เซน่อล ยอมตกลงยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 1 ปี

อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า ได้ตกลงยกเลิกสัญญากับ เฮนริค มคิทาร์ยาน กองกลางตัวรุกทีมชาติอาร์เมเนีย เรียบร้อย เพื่อเปิดทางให้นักเตะย้ายไปร่วมทีม อาแอส โรม่า สโมสรดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อย่างถาวรแบบไร้ค่าตัว

ก่อนหน้านี้ มคิทาร์ยาน ย้ายไปเล่นให้ โรม่า แบบสัญญายืมตัว 1 ปี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว และโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ หลังกดไป 9 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 27 นัด ตลอดฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา

ล่าสุด อดีตแข้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 31 ปี ได้ย้ายไปค้าแข้งในถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิโก อย่างถาวรเรียบร้อย แถมเป็นการย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว หลัง "ไอ้ปืนใหญ่" ยอมยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 1 ปี กับตัวนักเตะ ซึ่งเป็นการตกลงด้วยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย

"มิคกี้ ได้ย้ายออกจากทีมเราเรียบร้อย หลังอยู่เล่นที่ อิตาลี แบบสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาล เราได้ตกลงยกเลิกสัญญาของเขา ซึ่งเป็นการตกลงด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เขาได้ย้ายไปอยู่กับ โรม่า แบบถาวร" แถลงการณ์จาก อาร์เซน่อล ระบุ

ทั้งนี้ มคิทาร์ยาน มีสถิติลงเล่นให้ "ไอ้ปืนใหญ่" รวมทุกรายการ 58 นัด ทำได้ 9 ประตู

 

เดือดก่อนเปิดลีก!ลิเวอร์พูลฟัดอาร์เซน่อลจัด “ซาลาห์” วัด “โอบา” ศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมจัดหนักโดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นำปิดสกอร์ เกมพบ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ วันเสาร์ที่ 29 ส.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 22.30 น.
ปรีวิวฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563
อาร์เซน่อล   –   ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 22.30 น.

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

     อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาชิงโล่ในฐานะแชมป์เอฟเอ คัพ ซีซั่นล่าสุด หลังเบียดชนะเชลซี 2-1 ก่อนเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้และซีซั่นใหม่ ด้วยการถล่มเอ็มเค ดอนส์ 4-1 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด

    ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้ายังอดใช้งานพวกที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บค้างมาจากซีซั่นก่อน ไม่ว่าจะเป็น ชโคดราน มุสตาฟี่ (เข่า), ปาโบล มารี (ข้อเท้า) และ คาลั่ม แชมเบอร์ส (เข่า)

    ส่วน แบร์นด์ เลโน่ ประตูเยอรมันฟิตสมบูรณ์เต็มที่แล้ว พร้อมกลับมายึดมือ 1 ตามปกติ ขณะที่ วิลเลี่ยม ซาลิบา กองหลังฝรั่งเศสตัวใหม่ แม้จะเซ็นล่วงหน้าไว้นานแล้วก็พร้อมประเดิมเกมอย่างเป็นทางการ หลังออกสตาร์ตในเกมลับแข้งล่าสุด

    สำหรับอีก 1 แข้งใหม่อย่าง วิลเลี่ยน แนวรุกแซมบ้า ที่เซ็นฟรีมาจากเชลซี ก็พร้อมประเดิมสนามเช่นกัน แต่อาจต้องนั่งสำรองไปก่อน

    แต่ที่แน่ๆ เกมนี้จะไม่มี ดานี่ เซบายอส มิดฟิลด์สแปนิชตัวเก่งที่กลับเรอัล มาดริดไปแล้ว หลังหมดสัญญายืมตัว แต่ก็ได้ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ กองกลางอียิปต์ ซึ่งกลับมาจากการยืมตัวที่เบซิคตัสเป็นตัวเลือกแทน แถมผลงานดีเสียด้วย โดยเป็นคนทำประตูแรกในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด
 
    ส่วน เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ก็น่าจะยังมีส่วนร่วมกับทีมต่อไป แม้จะมีข่าวกับวูล์ฟแฮมป์ตันอย่างหนาหูก็ตาม

    การจัดทัพก็เชื่อว่าอาร์เตต้าน่าจะเน้นพอสมควร นำโดยบรรดาแกนหลักขาประจำ ไม่ว่าจะเป็น ดาวิด ลุยซ์, กรานิต ชาคา, นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมมาลุ้นชิงโล่ในฐานะแชมป์ลีก โดยเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้ ด้วยการลงลับแข้งไป 2 นัด ในการไปเก็บตัวที่ออสเตรีย เริ่มจากถล่มสตุ๊ตการ์ท 3-0 และเสมอซัลซ์บวร์ก 2-2  

    ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ต้องลุ้นความพร้อมของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังดัตช์แมนคนสำคัญ ที่มีแผลแตกบริเวณศีรษะมาจากเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด แต่กุนซือเยอรมันก็ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

    รวมไปถึง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาตัวเก่งที่ไม่ได้ร่วมเดินทางๆปแดนดานูบด้วย ซึ่งถ้ายังไม่พร้อมจริงๆ ก็จะเป็นโอกาสของดาวรุ่งเวลส์อย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์

    ส่วนไอ้หนู รีอาน บรูว์สเตอร์ แม้ฟอร์มจะฮอตเป็นยอดซูเปอร์ซับลงมาทำ 2 ประตูช่วยทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ในเกมลับแข้งล่าสุด ก็ยังต้องรอโอกาสบนม้านั่งต่อไป

    เช่นเดียวกับพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เข่า), โฌแอล มาติป (นิ้วเท้า) และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (เข่า) ก็ยังชวดเหมือนเดิม

    แต่แกนหลักรายอื่นๆ จากเกมล่าสุด ทั้ง โจ โกเมซ, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
   
    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : แบร์นด์ เลโน่ – วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า
 
    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์   

    ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

อยู่เป็น! “โดเฮอร์ตี้” ลบทวิตเชียร์อาร์เซน่อลหลังซบสเปอร์ส

 

แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ฟูลแบ็กท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยู่เป็นหลังจัดการลบทวิตเตอร์ที่เชียร์ อาร์เซน่อล ออกไปจนหมด โดยงานนี้นักเตะแสดงจุดยืนชัดเจนว่าหัวใจของเขากลายเป็น "ไก่เดือยทอง" ร้อยเปอร์เซนต์แน่นอน ไม่มีบิดพลิ้ว
   
แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้  แบ็กขวาทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ อัดคลิปลบข้อความเก่าในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ที่เคยเปิดตัวว่าเป็นสาวกพันธุ์แท้ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล หลังนักเตะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา

ฟูลแบ็กชาวไอริช ย้ายจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาอยู่กับ สเปอร์ส ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ (ราว 570 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามนักเตะโดนแฉสนั่นว่าเคยโพสต์ข้อความเชียร์ อาร์เซน่อล และด้วยเหตุนี้ทำให้เขาตัดสินใจอัดคลิปในขณะที่สวมเสื้อต้นสังกัดใหม่ และจัดการลบข้อความเก่าๆ ที่เกี่ยวกับ "เดอะ กันเนอร์ส" ออกจากทวิตเตอร์

หลังจากที่เจ้าตัวลบข้อความทั้งหมดที่เกี่ยวกับ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นคู่อริเบอร์ 1 ของ สเปอร์ส ออกหมดแล้ว นักเตะก็แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อสโมสรใหม่ด้วยการใช้มือตบเบาๆ ที่บริเวณตราสโมสร เพื่อบอกเป็นนัยว่าตอนนี้หัวใจของเขามีเพียง สเปอร์ส เท่านั้น

โดเฮอร์ตี้ เปิดใจว่า "ผมภูมิใจมากๆ ที่ได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสรใหญ่ ที่นี่มีสนามที่สุดยอด และเท่าที่ผมเคยเห็นมีความเป็นไปได้ว่าสนามซ้อมของที่นี่น่าจะเจ๋งที่สุดในโลก เมื่อคุณได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ คุณอยากเริ่มต้นให้ดีที่สุด และได้โอกาสเริ่มต้นให้เร็วที่สุดด้วย ผมแทบรอที่จะได้ทำแบบนี้ไม่ไหวแล้ว"

จ่อปิดดีล! “กาเบรียล” ผ่านตรวจร่างกายกับอาร์เซน่อลเรียบร้อย

 

กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังร่างใหญ่ ลีลล์ จ่อเต็มทีที่จะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ อาร์เซน่อล เพราะล่าสุดมีข่าวเจ้าตัวผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายเรียบร้อย

กาเบรียล มากัลเญส เซนเตอร์แบ็กชาวบราซิเลียนของ ลีลล์ ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายกับ อาร์เซน่อล ว่าที่ต้นสังกัดใหม่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กรุงลอนดอน เรียบร้อย ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวคนดังของ สกาย สปอร์ตส์ เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา

คาดกันว่า "ไอ้ปืนใหญ่" จะประกาศปิดดีลคว้าตัว กาเบรียล ในเร็วๆ นี้ หลังจากที่นักเตะตกลงสัญญา 5 ปีกับสโมสรได้เรียบร้อย ส่วนค่าตัวของ ปราการหลังร่างใหญ่วัย 22 ปี น่าจะอยู่ที่ราว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท)

 ทั้งนี้ หากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย กาเบรียล ซึ่งเพิ่งเดินทางมาจากประเทศฝรั่งเศส ก็ยังไม่สามารถร่วมฝึกซ้อมกับ อาร์เซน่อล ได้ทันที เนื่องจากจำเป็นต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส "โควิด-19"

อดีตโค้ชชูซาลิบาสไตล์เหมือน2ยอดกองหลังผสมกัน

 

ฌอง-ลุค วานนูชี่ อดีตโค้ชในระดับเยาวชนของ วิลเลี่ยม ซาลิบา ปราการหลัง อาร์เซน่อล ระบุ ซาลิบา มีสไตล์การเล่นเหมือนเอา ราฟาแอล วาราน กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มาผสมกัน พร้อมบอกว่า ซาลิบา พาบอลขึ้นหน้าได้เก่งมากๆ

ฌอง-ลุค วานนูชี่ อดีตโค้ชในระดับเยาวชนของ วิลเลี่ยม ซาลิบา กองหลัง อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง ซาลิบา ว่าเหมือนเป็นการผสมกันของ ราฟาแอล วาราน ปราการหลัง เรอัล มาดริด กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็ก ลิเวอร์พูล

อาร์เซน่อล บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ซาลิบา มาร่วมทัพได้ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน แต่ก็ปล่อยให้แข้งวัย 19 ปีอยู่กับ แซงต์-เอเตียน ต่อไปก่อนด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล โดยที่จริงดาวเตะชาวฝรั่งเศสตกเป็นที่สนใจของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วย แต่สุดท้ายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้เขาไปร่วมทัพ

วานนูชี่ เผยว่า "เขาเป็นส่วนผสมของการเล่น 2 สไตล์ เขามีความเร็วกับพละกำลังที่ดีแบบ วาราน และสามารถตัดบอลกับยืนตำแหน่งได้ดีเหมือน ฟาน ไดค์ ความประทับใจแรกของผมในตัวเขาก็คือเขาเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดถ้าเทียบกับในรุ่นเดียวกัน ความแตกต่างระหว่างเขากับคนอื่นๆ มันเยอะมากๆ"

"เวลาที่เขาลากบอลขึ้นไปตรงกลางสนามน่ะมันไม่มีใครที่สามารถหยุดเขาได้เลย ถ้าเทียบกับคนอื่นๆ แล้วเขาก็เหมือนกับสัตว์ร้ายชัดๆ ตอนที่เขาเล่นกับ แซงต์-เอเตียน น่ะ การที่เขาทำได้ดีแบบนั้นมันดูเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา แม้ว่าเขาจะอายุน้อยมากๆ ก็ตาม"

ลูกากูซัดผิดฝั่ง! เซบีย่าเฉือนอินเตอร์สุดมัน ซิวยูโรปาลีกสมัย6

ดีเอโก้ คาร์ลอส ตีลังกาฟาดบอลไปโดนขาด โรเมลู ลูกากู เข้าไป ช่วยให้ เซบีย่า เฉือนเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน แบบสุดมันส์ 3-2 ผงาดคว้าแชมป์ยูโรปาลีกสมัยที่ 6 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปาลีก ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง)

    เกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เซบีย่า เจ้าของแชมป์รายการนี้ 5 สมัย หลังเขี่ย "ปีศาจแดง" หวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้ามาพบกับ อินเตอร์ มิลาน ที่ฟอร์มในรอบตัดเชือกไล่ถล่ม ชัคตาห์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครนไปแบบเละเทะ 5-0

    เกมนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ยึด 11 ผู้เล่นจากเกมที่แล้วเป็นหลัก เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ลงจับคู่ โรเมลู ลูกากู ดาวซัลโวของทีมที่พังตาข่ายทุกรายการไปแล้ว 33 ประตู ขณะที่ เซบีย่า ของ จูเลน โลเปเตกี เปลี่ยนหอกเป้าส่ง ลุค เดอ ยอง ฮีโร่จากเกมเฉือนผีแดงลงเล่นเป็นตัวจริงแทน ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ โดยมี ซูโซ่ และลูกัส โอกัมโปส ปั้นเกมรุกทางด้านข้างช่วย

    เปิดฉากมาแค่ 3 นาทีแรก เซบีย่า ได้ทักทายก่อนหลังบอลจากลูกเตะมุม เปิดมาเสาแรกให้ ลุค เดอ ยอง โขกเช็ดมากลางประตูถึง แฟร์นานโด ล้มตัววอลเลย์ยิงไปติดเซฟ

    ก่อนที่จังหวะต่อมาเป็น อินเตอร์ มิลาน มาได้ลูกที่จุดโทษอย่างรวดเร็ว จากลูกสวนกลับจากหน้าประตูตัวเอง เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ พาบอลขึ้นมาก่อนแทงออกขวาไปที่ว่างให้ โรเมลู ลูกากู ใช้สปีดแตะบอลหนี ดีเอโก้ คาร์ลอส ก่อนที่จะโดนรวบล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชาวฮอลแลนด์ชี้เป็นจุดโทษทันทีพร้อมแจกใบเหลืองให้ การ์ลอส ก่อนที่ ลูกากู จะลุกมาสังหารเข้าไปไม่พลาดให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    อีกทั้งอดีตดาวเตะ "ปีศาจแดง" ยังทำสถิติยิงประตูที่ 34 รวมทุกรายการในฤดูกาลแรกให้กับ อินเตอร์ มิลาน เทียบเท่ากับสถิติเดิมของ โรนัลโด้ ที่เคยทำได้เมื่อตอนเปิดตัวซีซั่น 1997-98

    แต่แล้ว นาที 12 เซบีย่า มาทวงประตูตีเสมอ 1-1 จนได้ บอลขึ้นจากด้านขวาถึง เฆซุส นาบาส ก่อนจะครอสเข้าไปในกรอบสุดแม่นให้ ลุค เดอ ยอง หนีตัวประกบพุ่งมาโขกเต็มหัวส่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม

    เซบีย่า ได้ใจเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนัก นาที 22 ได้ลุ้นอีกทีหลัง ลูกัส โอกัมโปส ลากจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนอัดด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาแรกเข้าข้างตาข่ายแบบได้เสียว

    นาที 33 เอเวร์ บาเนก้า เรียกฟรีคิกทางด้านขวาได้หลังโดน ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ทำฟาวล์ ก่อนที่ บาเนก้า เองจะลุกมาเปิดบอลไปเสาไกลให ลุค เดอ ยอง คนเดิมเทกตัวโขกย้อนไปเสาแรกหนีมือ ซามีร์ ฮันดาโนวิช เข้าไป ให้ เซบีย่า แซงนำ 2-1 และเป็นประตูที่สองของอดีตแข้ง พีเอสวี และนิวคาสเซิ่ล ในเกมนี้

    กระนั้น นาที 35 อินเตอร์ มิลาน มาทวงประตูตีเสมอ 2-2 อย่างทันควัน คราวนี้ โรเมลู ลูกากู เรียกฟรีคิกได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ จะตักบอลเข้าไปในกรอบ 6 หลาให้ ดีเอโก้ โกดิน เทกตัวโขกบอลผ่านมือ ยัสซีน บูนู เข้าไป

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 เซบีย่าเกือบพลิกขึ้นนำหลังได้ลูกเซ็ตเพลย์ทางด้านขวาของสนาม และเป็น เอเวร์ บาเนก้า จอมทัพของทีม เปิดบอลไปเสาแรกให้ ลูกัส โอกัมโปส โฉบมาโขกบอลเกือบจะเสียบใต้คาน แต่ดีที่ ซามีร์ ฮันดาโนวิช ยังไวเหินปัดข้ามคานหวุดหวิด ดีเอโก้ คาร์ลอส

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ อินเตอร์ มิลาน 2-2

    ครึ่งหลัง ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 52 อินเตอร์ มิลาน เกือบขึ้นนำหลังบอลครอสจากขวามาเข้าทาง มาโดน เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ก่อนไปเข้าทาง โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ วิ่งมาซัดบอลไปติดเท้าของ

    นาที 57 ลูกัส โอกัมโปส เปิดบอลออกซ้ายให้ เซร์คิโอ เรกีลอน กระชากบอลหนีแนวรับงูใหญ่ก่อนจะกดด้วยซ้ายเต็มแรง บอลพุ่งเสียบข้างตาข่ายแบบได้ลุ้น

    จากนั้นอีก 2 นาทีต่อมา อินเตอร์ฯ ตอบโต้มาบ้าง นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายให้ แอชลี่ย์ ที่หุบเข้ามากลางก่อนที่อดีตสตาร์แข้งผีจะตะบันด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งเหินออกไปแบบได้เสียว

    นาที 65 ลูกทีมของ คอนเต้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดายหลัง นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายบอลให้ โรเมลู ลูกากู หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป แต่หัวหอกทีมชาติเบลเยียมดันยิงไปติดตัวของ ยัสซีน บูนู

    นาที 71 จูเลน โลเปเตกี นายใหญ่ เซบีย่า ต้องเปลี่ยนตัวเอา ลูกัส โอกัมโปส ออกหลังมีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวโดยให้ มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ ลงเล่นแทน

    นาที 74 กลายเป็น เซบีย่า ที่พลิกขึ้นนำ อินเตอร์ มิลาน 3-2 อีกครั้งบอลจากลูกเซ็ตเพลย์ทางด้านขวา และเป็นจอมพ่อลูกนิ่ง เอเวร์ บาเนก้า เปิดเข้าไปแม้ สเตฟาน เดอ ฟราย จะโขกออกมาแต่ไม่พ้นทางปืนของ ดีเอโก้ คาร์ลอส กระโดดจักรยานตีลังกาฟาดเข้าไป บอลพุ่งไปโดนขา โรเมลู ลูกากู เข้าประตูตัวเอง

    นาที 80 เซบีย่า ได้ลุ้นอีก และเป็นเจ้าเก่า บาเนก้า ที่เปิดเข้ามาลุ้นในกรอบแต่เข้านี้ ชูลส์ กูนเด้ เซ็นเตอร์เทกตัวโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    อีก 2 นาทีถัดมา "งูใหญ่" เกือบได้ลุ้นตีเสมอ หลังบอลครอสจากด้านข้างไปถึง วิคเตอร์ โมเสส แต่อดีตฟูลแบ็กสิงห์บลูส์ยิงไปติดบล็อคแนวรับเซบีย่า แม้บอลจะมาถึง อเล็กซิส ซานเซซ แต่ยิงไม่ถนัดบอลเบาไปก่อนที่ ชูลส์ กูนเด้ จะพุ่งมาล้มตัวสกัดบอลออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงท้ายเกม แม้แข้ง "งูใหญ่" จะพยายามโหมบุกอย่างหนัก แต่แนวรับเซบีย่ายังช่วยกันได้ดี ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกม เซบีย่า เบียดเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน ไปแบบหวุดหวิด 3-2 ผงาดคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ไปครอง

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, ชูลส์ กูนเด้, ดีเอโก้ คาร์ลอส (เนมานย่า กูเดลจ์ น.86) , เซร์คิโอ เรกีลอน – เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นานโด เรกิส, โจน จอร์ดาน – ซูโซ่ (ฟรังโก้ บาซเกซ น.78), ลุค เดอ ยอง (ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ น.85), ลูกัส โอกัมโปส (มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ น.71)

        เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน (อันโตนิโอ คันเดรว่า น.90), สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.78), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.78), แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ (อเล็กซิส ซานเชซ น.78), โรเมลู ลูกากู

        เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้

        ผู้ตัดสิน : ดานนี่ มัคเคลี่ (เนเธอร์แลนด์)