โทบี้โขกชัย-ซนแสบ! สเปอร์สแซงดับอาร์เซน่อล ดาร์บี้ลอนดอนสุดมัน

ซน ฮึง-มิน ตะบันตาข่ายไอ้ปืนใหญ่ในลีกได้เป็นครั้งแรก แถมยังจ่ายให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ โขกประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ สเปอร์ส เปิดบ้านแซงเอาชนะ อาร์เซน่อล แบบสนุก 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญแซงปืนโตขึ้นมารั้งอันดับ 8 แทน ส่วนอาร์เซน่อลที่หล่นมาอยู่อันดับ 9 ในศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    การแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 12 กรกฏาคม 2563 ที่สนาม ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับ 10 พบ อาร์เซน่อล อันดับ 8 ของตาราง

    เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส หมดสิทธิ์ใช้งาน เดเล่ อัลลี ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่วนแกนหลักรายอื่นพร้อมลงเล่นทั้งหมดโดยเกมรุกส่ง ลูคัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน ลงล่าตาข่าย

    ส่วน อาร์เซน่อล ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ยังชวดใช้งานแข้งเจ็บอย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, คัลลั่ม แชมเบอร์ส และ แบร์นด์ เลโน่ โดยดร็อป บูกาโย่ ซาก้า ดาวรุ่งฟอร์มแจ่มเป็นเพียงสำรอง โดยเกมรุกส่ง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ นิโกล่าส์  เปเป้  เป็น 3 ประสาน

    ครึ่งแรกเริ่มเกมมาไม่ถึงนาที สเปอร์ส ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ พลาดโดน ลูคัส มูร่า ฉกมาซัดนอกกรอบบอลยังไปตรงตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ รับเข้าซอง

    จากนั้นเกมเปิดหน้าแลกกันสนุก และยังเป็นโอกาสลุ้นของ "ไก่เดืยอทอง" นาทีที่ 10 ลูคัส มูร่า ตักบอลให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวพยายามยกหลบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่โดนนายด่านชาวอาร์เจนไตน์พุ่งปัดเอาไว้ได้หวุดหวิด

    อย่างไรก็ตาม นาที 16 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ไปประตูขึ้นนำก่อน อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ แต่งเข้าขวาแล้วซัดนอกกรอบบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปอย่างสุดสวย

    กระนั้นก็ดีถัดมาเพียง 3 นาที สเปอร์ส ตามตีเสมอแบบทันควัน 1-1 จากจังหวะความผิดพลาดกันเองของแนวรับ อาร์ซนอล เมื่อ เซอัด โคลาซินัช จ่ายบอลคืนหลังให้ ดาวิด ลุยซ์ แต่ไม่เข้าใจกันก่อนจะโดน ซน เฮือง มิน ฉกบอลหลุดไปชิพด้วยซ้ายข้ามตัว มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    ถัดมา นาที 32 เจ้าถิ่นเกือบประตูขึ้นนำอีกครั้ง นิโกล่าส์ เปเป้ โซโล่มาปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียว

    "ปืนใหญ่" ลุ้นต่อเนื่อง ใน นาที 40 จากจังหวะที่  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ซัดฟรีคิกหนีกำแพงบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว นาทีถัดมา เปเป้ ได้ซัดด้วยซ้ายในเขตโทษบอลยังไปตรงตัว อูโก้ โยริส พุ่งรับไว้ได้

    จบครึ่งแรก สเปอร์ส เสมอ อาร์เซน่อล 1-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 54 ทัพปืนใหญ่ได้ลุ้นพลิกขึ้นนำอีก หลัง ดานี่ เซบายอส ตอกส้นให้ เปเป้ หลุดเข้าไปครอสเข้ามาเสาไกล บอลไปติดหัวแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนที่ ชโคดราน มุสตาฟี่ จะตีลังกายิงบอลย้อยไปเข้ามือ อูโก้ โยริส

    นาที 59 อาร์เซน่อล พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกหน คราวนี้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ไหลบอลออกซ้ายนิ่มๆให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    นาที 69 มิเกล อาร์เตต้า บอสใหญ่ของไอ้ปืนโต ส่ง บูกาโย่ ซาก้า ลงมาเล่นแทน นิโกล่าส์ เปเป้

    นาที 71 "ไก่เดือยทอง" พลาดโอกาสขึ้นนำบ้าง คราวนี้ แฮร์รี่ เคน กระชากหนีมุสตาฟี่ ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางให้ ซน ฮึง-มิน พยายามจะจิ้มหนี เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่นายทวารอาร์เซน่อลไม่หลงพุ่งมากวาดบอลรับไว้ได้

    ยังเป็น อาร์เซน่อล ที่ครองบอลและโหมบุกใส่เจ้าถิ่นเสียมากกว่า นาที 79 เกือบได้ขึ้นนำอีกครั้งหลัง เอคตอร์ เบเยริน ลากตัดเข้ากลางแล้วตะบันด้วยซ้ายไปติดบล็อค แต่บอลยังมาเข้าทาง โอบาเมย็อง อัดด้วยขวาไปเสาไกล ทว่ายังโดน อูโก้ โยริส พุ่งปัดปลายมือออกหลังหวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา สเปอร์ส เกือบได้บ้าง ลูคัส มูร่า จ่ายตัดแนวรับไอ้ปืนใหญ่ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ยังดีที่  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ออกมาบล็อคบอลออกหลังเป็นเตะมุมของเจ้าถิ่น

    และจากจังหวะคอนเนอร์ต่อเนื่องในนาที 81 สเปอร์ส มาแซงขึ้นนำ 2-1 ได้สำเร็จ ซน ฮึง-มิน เปิดเตะมุมมากลางประตูให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ขึ้นโขกเช็ดไปเสาไกลเสียบตาข่ายอย่างงดงาม

    นาที 83 ลูกทีมของ มูรินโญ่ เกือบพังประตูที่สามนำห่าง และคราวนี้บอลขึ้นทางซ้ายเจาะผ่าน ชโคดราน มุสตาฟี่ ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปแปเล่นทางด้วยเท้าขวา แต่ยังไม่ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านรักษาสกอร์ที่นำไว้ได่ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบการแข่งขัน สเปอร์ส เอาชนะในเกมดาร์บี้แมตช์เหนือคู่ปรับร่วมลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล 2-1 คว้าสามแต้มพร้อมแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 8 มี 52 คะแนน ขณะที่ไอ้ปืนใหญ่รั้งอยู่อันดับ 9 มี 50 คะแนน 
   
    รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    สเปอร์ส : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส, โจวานนี่ โล เซลโซ่ (โอลิเวอร์ สคิปป์ น.84) – ลูคัส มูร่า (สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น น.82), ซน ฮึง-มิน (เอริก ลาเมล่า น.90+4), แฮร์รี่ เคน

    อาร์เซน่อล :  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช (รีสส์ เนลสัน น.84) – เอคตอร์ เบเยริน (เซดริค ซูอาเรซ น.84), ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ (โจ วิลล็อค น.84) – นิโกล่าส์ เปเป้ (บูกาโย่ ซาก้า น.70), อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

โด้ปืนผืด! ยูเวนตุสหวิดแย่ไล่เจ๊าซาสซูโอโล่ไร้ชัย3เกมติด

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ควานหาสามแต้มไม่เจอมาสาในัดติดแล้ว ล่าสุดบุกไปนำก่อนครึ่งแรก แต่สรุปทำได้แค่ตามตีเสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม ต้องรอการฉลองแชมป์ออกไปก่อน ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม : มาเปอี สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยังต้องเดินหน้าคว้าคะแนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการขยับซิวแชมป์ให้เร็วมากยิ่งขึ้น หลังนำทีมตามอยู่ 6 แต้ม เมาริซิโอ ซาร์รี่ เฮดโค้ชทีมเยือน ใส่ผู้เล่นแบบหมุนเวียนพัก "ดีบาล่า" เป็นสำรอง แต่ส่ง "โรนัลโด้" เป็นตัวจริงลุ้นยิงประตูที่ 50 ในเสื้อยูเว่ ขณะที่เจ้าบ้าน ซาสซูโอโล่ ฟอร์มหกเกมหลังไม่มีคำว่าแพ้ เป็นการชนะ 4 เกมติดอีกด้วย โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เทรนเนอร์ของทีม ปลื้มผลงานแต่หวังสร้างความประหลาดใจสอยจ่าฝูงให้ได้

     ม้าลายนำเร็วนาทีที่ 5 มิราเล็ม ปานิช วางลูกเตะมุมทางขวาออกตรงวงกลมนอกกรอบเขตโทษ ดานิโล่ ยืนรอส่องด้วยเท้าขวาบอลแหวกผู้เล่นทั้งสองทีมเข้าซุกกลางตาข่ายแบบที่ อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านหมดสิทธิ์รับ

     เจ้าถิ่นบุกบ้างนาทีที่ 10 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กระชากบอลมาทางริมสนามด้านขวา โยกหนี อเล็กซ์ ซานโดร มาหน้ากรอบเขตโทษตรงกลาง ปั่นบอลโค้งแต่ทิศทางไม่ห่างมือ วอยเชียค เชสนี่ จับบอลอยู่มือ

     ม้าลายโขยกหนีนาทีที่ 12 ดานิโล่ จ่ายบอลเส้นข้างยัดเข้ากลางสนามก่อน มิราเล็ม ปานิช ตวัดบอลทีเดียวทิ้งมาด้านหน้าให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน สปีดมาเก็บบอลลุยเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาไปซัดบอลผ่านตัวนายด่านซาสซูโอโล่ ตุงตาข่ายไปอีกเม็ด

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 22 อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านออกมาโหม่งบอลหวังตัดโอกาสคู่แข่ง ทว่าบอลกลับมาหา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลสนามข้างขวายิงไกล บอลน้ำหนักได้ลุ้นแต่ทิศทางไม่ดีพอชนข้างตาข่ายประตูแทน

     ซาสซูโอโล่เกือบเฮบ้างนาทีที่ 24 เมิร์ต มูลดูร์ เก็บบอลได้ทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ เลี้ยงล็อกเข้าเหลี่ยมเท้าขวาซัดบอลพุ่งเข้าหาประตู แต่ว่า วอยเชียค เชสนี่ มือกาวม้าลายเหยียดมือปัดออกมาก่อนผู้เล่นยูเว่เคลียร์ทิ้งออกไป

     ต่อมานาทีที่ 27 มานูเอล โลคาเตลลี่ ส่งบอลต่อให้ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กลางสนามจ่ายฝากบอลไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ส่งบอลลอดขา ,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ทะลุมาที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้วิ่งไปรับบอลชิ่งหลุดเข้าเขตโทษแต่ว่ายิงไม่ผ่านตัว วอยเชียค เชสนี่ ที่ออกมาขวางได้ทันเวลา

     เจ้าถิ่นไล่มานาทีที่ 29 เมิร์ต มูลดูร์ ลากบอลตะลุยจากริมสนามฝั่งขวามาหน้ากรอบเขตโทษโดน โรดริโก้ เบนตันกูร์ เตะสกัดบอลไปถูกตัว อเล็กซ์ ซานโดร กระดอนมาหา ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ใช้ตัวบังบอลในเขตโทษจิ้มป้ายให้ ฟิลิป ยูริซิช ยิงตามน้ำบอลลอยข้ามตัวนายทวารม้าลายเข้าไป

     ช่วงนาทีที่ 45+4 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษจ่ายตรงให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ดีดออกข้างไปที่ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ จ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สบจังหวะซัดบอลแต่ว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นตามมาบล็อกบอลลอยข้ามคานออกหลังไป จบ 45 นาที ยูเวนตุส บุกนำอยู่ 2-1

     ม้าลายชวดเฮนาทีที่ 46 จากความผิดพลาดของ อันเดรีย คอนซิยี่ นายด่านเจ้าบ้านที่ใช้มือจับบอลหลังเพื่อนเตะคืนหลัง มิราเล็ม ปานิช เขี่ยฟรีคิกสองจังหวะริมกรอบเขตโทษ 6 หลาทางซ้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดบอลติดกำแพงผู้เล่นซาสซูโอโล่ ที่กรูเข้ามาขวาง

     ซาสซูโอโล่ตีคืนสำเร็จนาทีที่ 51 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาเยื้องมาด้านขวา บอลพุ่งลอดกำแพงดาวเตะยูเว่ที่ยืนเรียงรายขวางทางเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

     เจ้าถิ่นแซงนำนาทีที่ 54 ฟิลิป ยูริซิช ส่งบอลสั้นให้ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ เปิดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษออกข้างไปทางขวา โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ โยกหนีแนวรับทีมเยือนแล้วยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตูที่เสาสอง ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ปรี่มาสไลด์ทิ่มบอลกลิ้งซุกประตูไป

     ม้าลายหวังเอาคืนนาทีที่ 60 ดานิโล่ เลี้ยงมากลางสนามไหลให้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ รับบอลก่อนหยอดมาในเขตโทษที่ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัวสำรองที่ลงมาโขกบอลคนเดียวไร้ตัวประกอบแต่ว่าบอลกลับออกข้างเสาไปแบบน่าเสียดาย

     ยูเว่ไล่เจ๊าทันนาทีที่ 64 โรดริโก้ เบนตันกูร์ โยนลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลลอยเข้าเขตโทษเสาแรกและเป็น อเล็กซ์ ซานโดร ฟูลแบ็กม้าลายโถมตัวโหม่งบอลในกรอบ 6 หลา เข้าไปกองที่ก้มตาข่ายอีกเม็ด

     ทีมเยือนพลาดโอกาสนาทีที่ 78 อเล็กซ์ ซานโดร เลี้อยบอลเลาะมาทางริมสนามฝั่งซ้าย ตัดเข้าเขตโทษด้านเดียวกันเปิดย้อนเข้ามาในเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาจับบอลล็อกหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านแล้วซัดเต็มเท้า แต่ อันเดรีย คอนซิยี่ มือกาวซาสซูโอโล่ปัดออกมาได้ยอดเยี่ยม

     เจ้าบ้านเกือบนำอีกนาทีที่ 84 ฮาเหม็ด ตราโอเล่ ส่งบอลฝากไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ หน้ากรอบเขตโทษก่อนหัวหอกสำรองวิ่งมารับบอลตรงกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วยิงบอลอัดแนวรับม้าลายกระดอนมาเข้าทาง เฌเรมี่ โบก้า ปั่นเล่นทางบอลหนีตัว วอยเชียค เชสนี่ แต่ยังมี อเล็กซ์ ซานโดร ถอยไปคุมเส้นย่อตัวโหม่งสกัดออกไป จบเกม ยูเวนตุส ทำได้แค่ไล่เสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ซาสซูโอโล่ (4-2-3-1): อันเดรีย คอนซิยี่,เมิร์ต มูลดูร์,วลัด คิริเชส (มาร์ลอน น.75),เฟเดริโก้ เปลูโซ่,จอร์กอส คีเรียโคปูลอส,ฟรานเชสโก้ มานาเนลลี่ (เมห์ดี้ บูราเบีย น.67),มานูเอล โลคาเตลลี่,โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ (จาน มาร์โก แฟร์รารี่ น.86),ฟิลิป ยูริซิช (ฮาเหม็ด ตราโอเล่ น.67),เฌเรมี่ โบก้า (จานโคโม่ ราสปาโดรี่ น.86),ฟรานเชสโก้ คาปูโต้

ยูเวนตุส (4-3-3): วอยเชียค เชสนี่,ดานิโล่,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ดานิเอเล่ รูกานี่ น.46),อเล็กซ์ ซานโดร,โรดริโก้ เบนตันกูร์,มิราเล็ม ปานิช (อาเดรียง ราบิโอต์ น.57),แบลส มาตุยดี้ (อารอน แรมซี่ย์ น.86),เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ดั๊กลาส คอสต้า น.62),กอนซาโล่ อิกวาอิน (เปาโล ดีบาล่า น.57),คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ทำใจแล้ว!เชลซีเตรียมกระชากดาวรุ่งแมนยูร่วมทัพ

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี สวมบทสิงห์ปืนไวเตรียมกระชาก อังเคล โกเมซ ปีกอนาคตไกล จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังนักเตะจะหมดสัญญาในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ และมีอิสระย้ายไปไหนก็ได้แบบไม่มีค่าตัว ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซ์อ "ผีแดง" ยอมรับคงต้องเสียนักเตะชั้นยอดไปเพราะไม่สามารถโน้มน้าวให้ขยายสัญญาได้
              เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมกระชาก อังเคล โกเมส ปีกดาวรุ่งอนาคตไกล โดยนักเตะเตรียมโบกมือลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจะหมดสัญญาในวันอังคารที่ 30 มิถุนายนนี้ จากการเปิดเผยของ ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อดังในเมืองผู้ดี

              มิดฟิลด์วัย 19 ปี เป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งศูนย์ฝึกเยาวชน "ปีศาจแดง" แต่ด้วยการที่เขาไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก ทำให้เจ้าตัวคิดที่จะย้ายทีม โดยล่าสุดมีรายงาน โกเมซ ปฎิเสธข้อเสนอค่าเหนื่อย 25,000 ปอนด์ (ราว  950,000 บาท) ต่อสัปดาห์จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว

              การที่ โกเมซ จะมีอิสระในการย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัว ทำให้มีหลายสโมสรจับจ้องที่จะคว้าตัวไปเสริมแกร่ง โดย "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี สวมบทสิงห์ปืนไวพยายามที่โน้มน้าวให้นักเตะย้ายมาร่วมด้วยการยื่นข้อเสนอยั่วใจชนิดที่นักเตะต้องประทับใจสุดๆ

              ขณะเดียวกัน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม ยอมรับเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า โกเมส คงจะย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจากที่ไม่สามารถขยายสัญญาฉบับใหม่กับนักเตะได้ ที่สำคัญนอกจาก เชลซี ที่อยากได้ตัวแล้ว ยังมี ยูเวนตุส , บาเลนเซีย, ฮัมบูร์ก และ เบนฟิก้า ที่แสดงความสนใจแข้งดาวรุ่งรายนี้มากๆ

สูสี!อาร์เซน่อลทัพใหญ่ “โอบาเมย็อง” นำตะบันถิ่นวูล์ฟส์ใช้ “ฮิเมเนซ”กระซวกกลับ

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกโดยมี  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง พร้อมซัดประตู เกมบุกรัง "หมาฟ่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ ราอูล ฮิเมเนซ คือตัวความหวังปิดสกอร์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ศกนี้    ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1, เวลา : 23.30 น.

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
วูล์ฟแฮมป์ตัน (6)   –   อาร์เซน่อล (8)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1, เวลา : 23.30 น.

สนาม : โมลินิวซ์

    นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต กุนซือวูล์ฟแฮมป์ตันพาทีมชนะแอสตัน วิลล่า 1-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด

    ความพร้อมเกมนี้ นูโน่ ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม และคาดว่าน่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไป เนื่องจากทำผลงานกันได้ดีแล้วนั่นเอง

    นำโดยแกนหลักหน้าเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็น วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, ราอูล ฮิเมเนซ และ ดีเอโก้ โชต้า  

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อลพาทีมชนะนอริช ซิตี้ 4-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด 

    สภาพทีมล่าสุด อาร์เตต้า ยังไม่มีพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็น แบร์นด์ เลโน่, ปาโบล มารี, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ คาลั่ม แชมเบอร์ส

    ส่วน เมซุต โอซิล ที่มีอาการเจ็บหลังรบกวนจนไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลย ต้องรอทดสอบความฟิต

    การจัดทัพเชื่อว่า อาร์เตต้า น่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไป เพราะทำผลงานกันได้ยอดเยี่ยมแล้วนั่นเอง

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-5-2) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, เลอันแดร์ เดนดองเกอร์, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, จอนนี่ กาสโตร – ราอูล ฮิเมเนซ, ดีเอโก้ โชต้า
    ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต 

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ – รีสส์ เนลสัน, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์  
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
02/11/19        พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน    1 – 1
25/04/19        พรีเมียร์ลีก    วูล์ฟแฮมป์ตัน ชนะ  อาร์เซน่อล    3 – 1
11/11/18        พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    เสมอ  วูล์ฟแฮมป์ตัน    1 – 1
12/04/12        พรีเมียร์ลีก    วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้  อาร์เซน่อล    0 – 3
27/12/11        พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน    1 – 1

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
วูล์ฟแฮมป์ตัน
27/06/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25/06/20 ชนะ บอร์นมัธ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 ชนะ เวสต์แฮม 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
13/03/20 เสมอ โอลิมเปียกอส 1-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก
07/03/20 เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

อาร์เซน่อล
02/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
26/06/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 แพ้ ไบรท์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
18/06/20 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

แฟนปืนเซ็ง!อาร์เซน่อลยัน “มาร์ติเนลลี่” พักทั้งซีซั่น

สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" เจอข่าวร้ายเพิ่ม เพราะล่าสุดเป็นที่แน่นอนแล้ว กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หัวหอกดาวโรจน์ อาร์เซน่อล ต้องปิดเทอมยาวทั้งซีซั่น หลังจากเดี้ยงระหว่างซ้อมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

     อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวบราซิเลียน หมดสิทธิ์ลงเล่นตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้เรียบร้อย เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าข้างซ้าย 

     มาร์ติเนลลี่ ได้รับบาดเจ็บระหว่างการซ้อม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา และเข้ารับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย โดยฤดูกาลนี้ หัวหอกวัย 19 ปี ที่เพิ่งย้ายมาจาก อิตูอาโน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา ลงเล่นให้ "ไอ้ปืนใหญ่" รวมทุกรายการ 26 นัด ทำได้ 10 ประตู

     ทั้งนี้ คาดกันว่า มาร์ติเนลลี่ น่าจะกลับมาลงซ้อมได้ภายใน 2-3 เดือน ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาเดียวกับ ปาโบล มารี เซนเตอร์แบ็กชาวสแปนิช ที่เจ็บข้อเท้าซ้ายจากเกมลีกนัดที่ อาร์เซน่อล บุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน

อาร์เซน่อล10คนแต้มหล่น! วาร์ดี้ซัดเจ๊าพาเลสเตอร์บุกแบ่งแต้ม

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง แม้จะยิงให้ อาร์เซน่อล ขึ้นนำไปก่อนทว่าครึ่งหลังต้องเหลือ 10 คนหลัง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ โดนไล่ออก ก่อนที่ เจมี่ วาร์ดี้ จะมาซัดตีเสมอพา เลสเตอร์ บุกแบ่งแต้ม 1-1 กระนั้นวีกนี้ "จิ้งจอก" ต้องหล่นมาอยู่อันดับ 4 หลังโดน เชลซี แซงขึ้นไปรั้งที่สามแทน ส่วนปืนใหญ่รั้งอันดับ 7 โอกาสลุ้นตั๋วชปล.เหลือน้อยเต็มที ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 34 เจ้าบ้าน อาร์เซน่อล ที่ก่อนแข่งอยู่อันดับ 7 ผลงานล่าสุดบุกไปอัด วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 พร้อมทำสถิติเก็บคลีนชีตในลีก 3 นัดติด รับการมาเยือนของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ก่อนแข่งหล่นมาอยู่อันดับ 4 หลังโดน เชลซี แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 3 โดย "เดอะ ฟ็อกซ์" ล่าสุดเพิ่งจะปลดล็อคคว้าชัยนัดแรกนับจากรีสตาร์ทด้วยการไล่ถล่ม คริสตัล พาเลซ 3-0

    เริ่มเกมครึ่งแรก แค่นาทีที่ 9 เลสเตอร์ ซิตี้ เกือบได้ลุ้นขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ อโยเซ่ เปเรซ พลิกบอลหนีแข้งเจ้าถิ่นก่อนจ่ายเข้ากลางไปติด ดาวิด ลุยซ์ ทว่าแนวรับชาวแซมบ้าโดน เจมี่ วาร์ดี้ ฉกบอลเข้าไปซัดกลางประตูแต่ยังไปเข้ามือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    ทัพจิ้งจอกบดอย่างหนัก และนาที 12 ได้โอกาสอีกหนจากจังหวะที่ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ปาดเลียดมากลางประตูให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ซัดเต็มข้อแต่บอลยังไปติดขา เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ที่เซฟช่วยไอ้ปืนใหญ่ได้อีกครั้ง

    กระนั้น กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่มาพังประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากความยอดเยี่ยมของ ดานี่ เซบายอส ที่จ่ายตัดแนวรับให้ บูคาโย่ ซาก้า หลุดเข้าไปก่อนดึงจังหวะโยกหลบ จอนนี่ อีแวนส์ แล้วปาดไปเสาสองให้  โอบาเมย็อง ยิงด้วยขวาเข้าไป เป็นประตูที่ 20 ในลีก

    เจ้าบ้านเล่นกันอย่างคึกคัก นาที 30 ได้ลุ้นอีกหนจากจังหวะที่ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ออกบอลให้ บูคาโย่ ซาก้า หลุดเข้าไปซัดเสาแรกไปติดขา แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล

    ไอ้ปืนใหญ่รัวมาเป็นชุดๆ นาที 32 ได้โอกาสลุ้นเม็ดสองอีก และเป็นไอ้หนู ซาก้า ที่ปาดเข้ากลางให้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ พลิกตัวกดด้วยขวาไปโดน ชไมเคิ่ล ทุบออกไปได้

    จากนั้นไม่ถึงนาทีตัดบอลได้อีก เซบายอส ไหลออกขวาให้ เฮคตอร์ เบเยริน หลุดเข้าไปตะบันด้วยขวามุมแคบบอลพุ่งแสกหน้าจน แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ต้องปัดปลายนิ้วหลุดคานออกไป

    นาที 36 ทีมเยือนต้องเฮ้เก้อหลัง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายได้แล้ว แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นการฟาวล์ของ อิเฮียนาโช่ ที่ไปผลัก เซอัด โคลาซินัช ล้มลงไปก่อน

    นาที 40 ทัพปืนโตยังบุกได้สมน้ำสมเนื้อกว่า คราวนี้ เบเยริน ลากขึ้นไปหน้ากรอบก่อนตักไปเสาสองให้ ลากาแซตต์ โขกเต็มแรงแต่บอลไปตรงตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล อย่างน่าเสียดาย

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ออกนำ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 52 อาร์เซน่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบกว่า 25 หลา และเป็น ดาวิด ลุยซ์ ที่ซัดฟรีคิกผ่านกำแพงไปเสาสอง บอลกระดอนพื้นจะเสียบมุมอยู่แล้วแต่ ชไมเคิ่ล ยังไวพุ่งปัดปลายมือ
   
    นาที 55 "เดอะ ฟ็อกซ์" นานๆได้ลุยขึ้นมาคราวนี้บอลเลยมาถึง วาร์ดี้ ตักบอลไปเสาไกลให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ วอลเลย์บอลไม่จับ แต่บอลดันไปตรงตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    เลสเตอร์ ปรับแท็คติกเปลี่ยนเอา ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และคริสเตียน ฟุคส์ ลงมาเล่นแทน มาร์ค อัลไบรท์ตัน และเคเลชี่ อิเฮียนาโช่

    นาที 63 ทีมเยือนได้ลุ้นอีกหลัง เจมส์ จัสติน ครอสบอลไปกลางประตูให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ขึ้นโขกแต่บอลเบาไปเข้ามือ มาร์ติเนซ

    ทว่าอีก 5 นาทีถัดมา เซบายอส เปิดคอนเนอร์ไปเสาแรกให้ ดาวิด ลุยซ์ โขกเปลี่ยนทางไปเสาไกลให้ ลากาแซตต์ ซ้ำโล่งๆเข้าไปตุงตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นล้ำหน้าไปก่อนชวดได้ประตูหนีห่างอย่างน่าเสียดาย

    นาที 71 อาร์เตต้า เปลี่ยนเอา เอ็ดเวิร์ด เอ็นคาเทียห์ และโจ วิลล็อค ลงมาแทน  อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และบูคาโย่ ซาก้า

    แต่แล้วอีก 3 นาทีถัดมา อาร์เซน่อล ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ โดนใบแดง หลังเจ้าตัวกระโดดถีบเปิดปุ่มใส่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ อย่างน่าเกลียด แม้ผู้ตัดสินจะชูใบเหลืองให้ก่อน แต่มีสัญญาณจาก VAR ทำให้  เควิน คาวานาฟ วิ่งไปดูมอนิเตอร์จากข้างสนามก่อนจะวิ่งกลับมาเปลี่ยนเป็นให้ ใบแดง ไล่เอ็นคาเทียห์ออกจากสนามไป

    นาที 85 เลสเตอร์ บดแนวรับไอ้ปืนใหญ่จนมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 สำเร็จ จากจังหวะที่ เดอมาราย เกรย์ ตักบอลให้ อโยเซ่ เปเรซ แต่บอลพุ่งเลยไปเสาไกลถึง เจมี่ วาร์ดี้ วิ่งมาแปยัดเสาแรกเข้าไป เป็นประตูที่ 22 ในลีกของอดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ

    จบเกม อาร์เซน่อล ที่เหลือ10คน เสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แบ่งแต้มกันไป

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เฮคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ – บูคาโย่ ซาก้า, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

        เลสเตอร์ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ไรอัน เบนเน็ตต์, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู – เจมส์ จัสติน, วิลเฟรด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน – อาโยเซ่ เปเรซ – เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้

      ผู้ตัดสิน : เควิน คาวานาฟ

 

อาร์เซน่อลคึกคักจัด “โอบาเมย็อง” กระซวกบ๊วยนอริชที่สู้หนีตกชั้น

 "ปืนใหญ่" ผลงานดีต่อเนื่องล่าสุดทะลุเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ ทำให้มีกำลังใจสู้ในลีกต่อไป เกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า พร้อมส่ง ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง ที่ไม่ได้เล่นในบอลถ้วยกลับมาสตาร์ทตัวจริงรับมือ นอริช ทีมบ๊วยสุดของตาราง ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ 1 กรกฎาคม นี้
ปรีวิวพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
อาร์เซน่อล (9)  – นอริช ซิตี้ (20)
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563
ถ่ายทอดสด TPF HD 1 (600) เวลา : 00.00 น.

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
 
    มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนเชือดเชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 ในเกมเอฟเอ คัพ ผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จ เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด 

    สภาพทีมล่าสุด อาร์เตต้าต้องรอดูอาการของดาวิด ลุยซ์ ที่เจ็บข้อเท้าเพิ่มมาอีก รวมไปถึงเมซุต โอซิล และ เซดริก โซอาเรส ที่ไม่สมบูรณ์

    แต่พวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นแบร์นด์ เลโน่, ปาโบล มารี, ลูกัส ตอร์เรร่า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ คาลัม แชมเบอร์ส ยังชวดเหมือนเดิม

    ส่วนพวกตัวหลักที่ได้พักในเกมบอลถ้วย อย่างร็อบ โฮลดิ้ง, เอ็คตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง และ เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ ก็พร้อมคัมแบ็กตามปกติ

    ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ กุนซือนอริช ซิตี้ พาทีมแพ้เอฟเวอร์ตัน 0-1 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนแพ้แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 หลังต่อเวลาในเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีม เป็นการแพ้ 3 นัดติด

    ความพร้อมเกมนี้ ฟาร์เค่จะไม่มีทิม โคลเซ่ ที่ติดโทษแบน หลังโดนไล่ออกในเกมล่าสุด รวมไปถึงราล์ฟ แฟห์รมันน์, คริสโตฟ ซิมเมอร์มันน์, แซม บายแรม และ แกรนท์ แฮนลี่ย์ ที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว

    การที่โคลเซ่ติดโทษแบน ทำให้ฟาร์เค่ไม่มีเซนเตอร์ฮาล์ฟที่ฟิตสมบูรณ์เหลือให้ใช้งานแล้ว อาจต้องถอยอเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์ ลงไปยืนคู่กับเบน ก็อดฟรีย์ แก้ขัดไปก่อน

    นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แกนหลักขาประจำอย่างเคนนี่ แม็คลีน, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ และ ตีมู ปุ๊คกี้ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม 

    นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ร็อบ โฮลดิ้ง, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอ็คตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, บูกาโย่ ซาก้า – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง – เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ 

    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    นอริช ซิตี้ (4-1-4-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ แอรอนส์, เบน ก็อดฟรีย์, อเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์, เจมาล ลูอิส – ทอม ทรายบูลล์ – เอมิลิอาโน่ บวนเดีย, ลูคัส รุปป์, เคนนี่ แม็คลีน, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊คกี้ 

    ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่    

    ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ แบ็งค์ส

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
01/12/19    พรีเมียร์ลีก    นอริช ซิตี้    2 – 2อาร์เซน่อล   
25/10/17    ลีก คัพ    อาร์เซน่อล    1 – 1 นอริช ซิตี้   
(ต่อเวลา อาร์เซน่อล ชนะ 2-1)
30/04/16    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    1 – 0นอริช ซิตี้   
29/11/15    พรีเมียร์ลีก    นอริช ซิตี้    1 – 1อาร์เซน่อล
11/05/14    พรีเมียร์ลีก    นอริช ซิตี้    0 – 2อาร์เซน่อล
19/10/13    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    4 – 1นอริช ซิตี้   
13/04/13    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    3 – 1นอริช ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
อาร์เซน่อล
28/06/20    ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
26/06/20    ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/06/20    แพ้ ไบรท์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
17/06/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/03/20    ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

นอริช ซิตี้
27/06/20    เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (ต่อเวลาแพ้ 1-2)(เหย้า) เอฟเอ คัพ
25/06/20    แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19/06/20    แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
07/03/20    แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/03/20    เสมอ สเปอร์ส 1-1 (ชนะจุดโทษ 3-2)(เยือน) เอฟเอ คัพ

ซาก้า-ลากาแซตต์คนละตุง! อาร์เซน่อลเจ๋งบุกอัดวูล์ฟสฯ จี้ท็อปโฟร์6แต้ม

อาร์เซน่อล ทำผลงานดีอย่างต่อเนื่องล่าสุดบุกไปคว้าชัยถึงบ้านของ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 บูกาโย่ ซาก้า และอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ยิงคนละเม็ดพา "ปืนใหญ่" คว้าชัย 4 เกมทุกรายการ แซงขึ้นอันดับ 7 มี 49 คะแนนตามหลังท็อปโฟร์อยู่ 6 คะแนน ส่วน "หมาป่า" แพ้เป็นเกมแรกนับจากรีสตาร์ทยึดอันดับ 6 มี 52 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

สนาม : โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม

    "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมอันดับ 6 ผลงานยอดเยี่ยมอย่างมากคว้าชัย 3 เกมรวดนับแต่รีสตาร์ท ล่าสุดบุกไปเฉือนเอาชนะ แอสตันวิลล่า 1-0 แมตช์นี้เปิดบ้านทำศึกกับ อาร์เซน่อล อันดับ 8 ที่คว้าชัยมาสองเกมติด ล่าสุดถล่ม นอริช มายับเยิน 4-0

     เริ่มเกมมาได้แค่นาทีแรก เจ้าบ้านได้เสียวก่อนเลยบอลวางยาวมาให้ อดาม่า ตราโอเร่ สปีดบอลเข้าไปซัดด้วยขวาไปติดเซฟ เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ

    อดาม่า ตราโอเร่ ยังปั่นป่วนแนวรับปืนใหญ่ นาที 10 ได้โอกาสอีกหนคราวนี้เลี้ยงบอลจี้หน้ากรอบประตูก่อนจะตะบันด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งออกหลังไปไกล

    นาที 26 โอกาสลุ้นหนแรกของไอ้ปืนใหญ่ จากจังหวะเตะมุมเข้ามาหน้าประตูบอลชุลมุนมาเข้าทาง  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง วอลเลย์ด้วยขวาแต่ยังเบาไปเข้ามือ รุย ปาตริซิโอ

    อีกสองนาทีถัดมา อาร์เซน่อล เกือบชิงขึ้นนำไปก่อน บอลจาก กรานิต ชาคา จ่ายไปแฉลบ ชูเอา มูตินโญ่ ไปเข้าทาง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ อัดด้วยขวาไปโดน ปาตริซิโอ เซฟไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

    ท้ายครึ่งแรก นาที 43 อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำ 1-0 จนได้ บอลสวนกลับขึ้นมาถึง โอบาเมย็อง จ่ายออกซ้ายให้ คีแรน เทียร์นี่ย์ ครอสมาแฉลบแข้งเจ้าถิ่นก่อนจะตั้งให้ บูกาโย่ ซาก้า วิ่งมาวอลเลย์ด้วยซ้ายส่งบอลผ่านมือ  รุย ปาตริซิโอ เข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของไอ้หนูวัย 18 ปี

    จบครึ่งแรก วูล์ฟแฮมป์ตัน ตามหลัง อาร์เซน่อล 0-1

    ครึ่งหลัง นาที 52 อดาม่า ตราโอเร่ พาบอลถึงเส้นหลังก่อนครอสมาเสาไกลให้ ราอูล ฮิเมเนซ ที่พยายามโขกแต่โดน เซดริก ซูอาเรซ วิ่งมาเบียดทำให้โหม่งหลุดกรอบออกไป

    เจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนัก นาที 63 ดีเอโก้ โชต้า ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาเล่นชิ่งกับ ราอูล ฮิเมเนซ ก่อนเจ้าตัวจะหลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่ยังไปติดบล็อคของ ดาวิด ลุยซ์

    อีกนาทีต่อมา "หมาป่า" พลาดโอกาสในการตีเสมออย่างน่าเสียดาย หลัง โชต้า แทงบอลให้ อดาม่า ตราโอเร่ หลุดเดี่ยวเข้าไปชิพข้ามตัว เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ ได้แล้ว แต่บอลเหินคานออกไป

    นาที 72 เจ้าบ้านส่ง เปโดร เนโต้ ลงมาเล่นแทน แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ อีก 4 นาทีต่อมา อาร์เซน่อล เปลี่ยนรวดเดียวสองคนส่ง เฮคตอร์ เบเยริน และโจ วิลล็อค ลงมาเล่นแทน เซดริก ซูอาเรซ และบูกาโย่ ซาก้า

    นาที 78 ทีมเยือนได้ลุ้นจากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส เปิดฟรีคิกมาในกรอบให้  เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ เทกตัวได้สูงกว่าโขกเฉียดคานออกไป

    นาที 83 มิเกล อาร์เตต้า ส่ง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ลงไปเล่นแทน เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ และแค่โอกาสแรกของดาวเตะชาวเฟร้นช์แมนก็พังประตูที่สองให้ "ปืนใหญ่" นำห่าง 2-0 ในนาที 86 จากจังหวะที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ปาดมากลางประตูให้ ลากาแซตต์ แตะบอลหนี คอนอร์ เคาดี้ ก่อนตะบันยิงด้วยขวาเลียดเสียบโคนเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

 

    จบเกม อาร์เซน่อล ฟอร์มเฉียบบุกมาอัด วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 คว้าสามแต้มสำคัญแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 7 มี 49 คะแนน เพิ่มความหวังลุ้นตั๋วชปล.หลังตามท็อปโฟร์ 6 คะแนน ส่วน "หมาป่า" ยังรั้งอันดับ 6 มี 52 แต้ม

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

       วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-5-2) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ (เปโดร เนโต้ น.72), เลอันแดร์ เดนดองเกอร์ (ดีเอโก้ โชต้า น.55), รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่ (มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ น.89), จอนนี่ กาสโตร- ราอูล ฮิเมเนซ, อดาม่า ตราโอเร่

        ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต 

        อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เซดริก ซูอาเรซ (เฮคตอร์ เบเยริน น.76) ,ดานี่ เซบายอส (ลูคัส ตอร์เรยร่า น.83), กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ (แอนท์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนลส์ น.56) – บูกาโย่ ซาก้า (โจ วิลล็อค น.76), เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ (อเล็กซองด์ ลากาแซตต์  น.83), ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

        ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

 

สถิติใหม่! โอบาเมยองขึ้นแท่นแข้งอาร์เซนอลยิง 50 ประตูเร็วสุด

กองหน้าชาวกาบองกลายเป็นนักเตะที่ยิงได้ถึง 50 ประตู โดยใช้เวลาเพียง 79 นัด และมีนักเตะอีกเพียง 5 รายในพรีเมียร์ลีกที่ยิงได้ถึงจำนวนนี้เร็วกว่าเขา

ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยอง กลายเป็นนักเตะอาร์เซนอลที่ยิงได้ถึง 50 ประตูในพรีเมียร์ลีก โดยใช้เวลาเพียง 79 นัดเท่านั้น

ดาวยิงวัย 31 ปี ใช้เวลาเพียง 33 นาทีทำสกอร์เบิกร่อง ในเกมเอาชนะนอริช ซิตี้ 4-0 ด้วยการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของทิม ครูล ที่พยายามเปิดบอล แต่โดนโอบาเมยองวิ่งมาดักทาง และฉกเข้าไปยิงง่ายๆ

ประตูดังกล่าวถือเป็นประตูที่ 50 ของตัวเองในลีกสูงสุดของอังกฤษ ซึ่งแซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่างเธียร์รี อองรี ซึ่งใช้เวลา 87 นัด และเอียน ไรท์ ซึ่งใช้เวลา 101 นัดได้สำเร็จ

ก่อนหน้านี้มีนักเตะเพียง 5 รายเท่านั้นที่ยิงได้ถึง 50 ประตูในพรีเมียร์ลีกได้เร็วกว่าเขา คือ แอนดี้ โคล ที่ทำได้ใน 65 นัด, อลัน เชียร์เนอร์ 66 นัด, รุด ฟาน นิสเตลรอย 68 นัด, โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และเฟร์นานโด ตอร์เรส ซึ่งใช้เวลา 72 นัดเท่ากัน

หลังจากนั้น โอบาเมยองยังฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของกองหลัง ทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ทำให้ทีมปืนใหญ่เก็บเพิ่มเป็น 46 คะแนน พร้อมขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกเวลานี้

โอบาเมย็องเบิ้ลนำดาวซัลโวร่วม! อาร์เซน่อลฮอตทุบนอริช ล่าตั๋วยุโรปต่อ

"ปืนใหญ่" ฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่องหลังเปิดบ้านสาดกระสุนถล่มบ๊วยของลีกอย่าง นอริช แบบไม่ยาก 4-0 เกมนี้ ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง เหมาคนเดียวสองประตู พร้อมขึ้นนำดาวซัลโวร่วมกับ เจมี่ วาร์ดี้ ที่ 19 ประตู พา อาร์เซน่อล ขึ้นไปรั้งอันดับ 7 ชั่วคราว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล กลับมาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในสองเกมล่าสุดทั้งในลีกที่บุกคว้าชัยเหนือ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 และล่าสุดในถ้วย เอฟเอ คัพ บุกไปปราบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-1 เกมนี้รับการมาเยือนของทีมบ๊วยอย่าง นอริช ที่พ่ายมา 3 เกมติดในลีก ล่าสุดแพ้ให้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 กระนั้นยังมีโอกาสรอดเนื่องจากมีแต้มตามโซนปลอดภัย 6 คะแนน

    มิเกล อาร์เตต้า มีการโรเตชั่นผู้เล่นหลายราย สามประสานแดนหน้าวันนี้เป็น ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง, อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ และรีสส์ เนลสัน โดยได้ ดาวิด ลุยซ์ หายเจ็บกลับมาคุมแนวรับร่วมกับ เซอัด โคลาซินัช

    ส่วนทางฝั่ง ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ ของทัพนกขมิ้นเหลืองอ่อนยังเป็นชุดเดิมขาดแค่ ทิม โคลเซ่ ที่ติดโทษแบนทำให้ต้องถอยเอา อเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์ มายืนหลัง ส่วนแนวรุกวาง ตีมู ปุ๊คกี้ เป็นหน้าเป้า

    เริ่มเกมครึ่งแรก นาทีที่ 10 อาร์เซน่อล เกือบได้ประตูขึ้นนำก่อนหลัง กรานิต ชาคา ไหลบอลให้ ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง หลุดเข้าไปในกรอบก่อนดึงเข้าขวาปั่นไปติดเซฟของ ทิม ครูล

    นาที 19 ปืนใหญ่ ได้ลุ้นอีก เซบายอส ออกบอลไปขวาให้ รีสส์ เนลสัน ครอสไปกลางประตู โอบาเมย็อง ขึ้นเบียดโขกบอลลงพื้นแต่ยังเบาไปเข้ามือ ทิม ครูล

    อีกนาทีถัดมา กลายเป็น นอริช ที่ได้ยิงหนแรกเกือบจะพังประตูขึ้นนำเช่นกันหลัง เบน ก็อดฟรีย์ เซ็นเตอร์แบ็กได้บอลกว่า 30 หลาก่อนตะบันด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งไปชนเสาออกหลังอย่างน่าเสียดาย

    เกมแลกกันสนุก นาที 22 เจ้าบ้านสวนขึ้นมาอีก คราวนี้ ดานี่ เซบายอส ตักบอลมาในกรอบให้ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ ขึ้นโขกแต่บอลก็ยังไม่ผ่าน ทิม ครูล รับเข้าอกไว้ได้

    นาที 33 อาร์เซน่อล มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากความผิดพลาดของ ทิม ครูล ที่ออกบอลไปติดบล็อค ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง ก่อนกัปตันทีมของไอ้ปืนใหญ่จะวิ่งไปยิงด้วยขวาโล่งๆเข้าไป เป็นประตูที่ 18 ในลีกซีซั่นนี้ และประตูที่ 50 ในสีเสื้อของอาร์เซน่อล

    เกมรุกไอ้ปืนใหญ่โจมตีอย่างต่อเนื่อง นาที 38 มาพังประตูนำห่าง 2-0 บอลจากหลังของ ดาวิด ลุยซ์ ยาวไปซ้ายให้ คีแรน เทียร์นี่ย์ แทงขึ้นหน้าให้ โอบาเมย็อง ก่อนดีดสั้นๆให้ กรานิต ชาคา สอดเข้ามายิงเสาแรกด้วยซ้ายพุ่งเลียดลอดขา ทิม ครูล เข้าไป

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 ทัพนกขมิ้นมาได้ลุ้นจากฟรีคิกกว่า 23 หลา เคนนี่ แม็คลีน วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายข้ามกำแพงแต่บอลยังไม่ผ่านมือ เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ พุ่งปัดออกหลังไปได้

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำ นอริช 2-0

    ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมมีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น อาร์เซน่อล ส่ง ร็อบ โฮลดิ้ง ลงไปเล่นแทน เซอัด โคลาซินัช ส่วนนอริชเปลี่ยน 3 คนรวดส่ง โอเนล เอร์นานเดซ, โยซิป เดอร์มิช และอดัม ไอดาห์ ลงไปเล่นแทน เอมิลิอาโน่ บวนเดีย, ตีมู ปุ๊คกี้ และทอม ทรายบูลล์

    นาที 46 ทีมเยือนได้ลุ้นตีไข่แตกหลัง อดัม ไอดาห์ ตัวสำรองกระชากหนี ดาวิด ลุยซ์ ก่อนซัดด้วยซ้ายนอกกรอบแต่ยังไปเข้ามือ เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ

    นาที 65  โอบาเมย็อง ได้บอลทางซ้ายสปีดควบบอลขึ้นไปแล้วเปิดมาเสาไกลให้ ลากาแซ็ตต์ ตั้งบอลเข้ากลางไปติดแนวรัรบนอริชก่อนจะโดน โจ วิลล็อค ฉกบอลเข้าไปซัดด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไป

    กระนั้น นาที 67 ไอ้ปืนใหญ่ มาได้ประตูนำห่าง 3-0 จากความผิดพลาดของแข้งนอริชที่จ่ายบอลเข้ากลางไม่ดี กลายเป็นส่งให้ โอบาเมย็อง แต่งบอลหนึ่งจังหวะแล้วยิงด้วยขวาโล่งๆเข้าไป เป็นประตูที่สองในเกมนี้ และประตูที่ 19 ขึ้นนำดาวซัลโวร่วมกับ เจมี่ วาร์ดี้

    นาที 81 ไอ้ปืนใหญ่มาพังประตูที่สี่ได้สำเร็จ บอลจากคอนเนอร์ของ รีสส์ เนลสัน เปิดมาติดแข้งนอริชก่อนจะกระดอนมาเข้าทาง เซดริก โซอาเรซ ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามซัดด้วยซ้ายเต็มแรงเข้าไป ให้ อาร์เซน่อล นำโด่ง 4-0 และเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในการลงสนามเกมแรก

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติม จบเกม อาร์เซน่อล เปิดบ้านไล่ถล่ม นอริช ยับเยิน 4-0 คว้าสามแต้มขึ้นไปรั้งอันดับ 7 มี 46 คะแนน ส่วนนอริช รั้งบ๊วยอันดับ 20 มี 21 แต้ม

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เอ็คตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ – ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง, อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์, รีสส์ เนลสัน

    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    นอริช ซิตี้ (4-1-4-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ แอรอนส์, เบน ก็อดฟรีย์, อเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์, เจมาล ลูอิส – ทอม ทรายบูลล์ – เอมิลิอาโน่ บวนเดีย, ลูคัส รุปป์, เคนนี่ แม็คลีน, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – ตีมู ปุ๊คกี้ 

    ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่    

    ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ แบ็งค์ส