แนวรุกสะพรึง!เปิดไลน์อัพยูเวนตุสถ้าได้ซัวเรซ

คาด 11 ตัวจริง ยูเวนตุส ในซีซั่นใหม่ หลังมีข่าวตกลงสัญญาส่วนตัวกับ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก บาร์ซ่า ได้แล้ว ส่งผลให้แนวรุกจะน่ากลัวยิ่งขึ้น

กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาของอิตาลี รายงานข่าวเมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ยูเวนตุส แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าอุรุกวัยเรียบร้อย หลังนักเตะได้รับไฟเขียวให้ย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้

นอกจากนั้น "เจ้าม้าลาย" ยังกำลังเดินหน้าคว้าตัว เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวา อาร์เซน่อล มาเสริมทัพให้ได้อีกราย โดยคาดว่า "ปืนใหญ่" ต้องการค่าตัวที่ราว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท)

หาก ยูเวนตุส ดึงนักเตะทั้งสองรายดังกล่าวมาร่วมทีมเรียบร้อยก็คาดว่า 11 ตัวจริงของ อันเดรีย ปีร์โล่ ในฤดูกาล 2020/21 น่าจะใช้ระบบ 4-3-3 โดยมี วอยเซียค เชซนี่ ยืนเฝ้าเสา

ขณะที่แผงแบ็กโฟร์ให้ เบเยริน เป็นแบ็กขวา ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็กใช้ มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ โดยที่ คริสเตียน โรเมโร่ เป็นสำรอง ส่วน อเล็กซ์ ซานโดร เป็นแบ็กซ้าย

ขยับมาที่ 3 กองกลางใช้ อาเดรียง ราบิโอต์, โรดริโก้ เบนตานกูร์ และ อาร์ตูร์ มิดฟิลด์คนใหม่ ที่สลับขั้วกับ มิราเลม ปานิช ซึ่งย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า โดยที่ อารอน แรมซี่ย์ พร้อมเป็นตัวสอดแทรก

ส่วนแนวรุก 3 คน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยืนทางฝั่งขวา ขณะที่ ซัวเรซ ยืนหน้าเป้า และ เปาโล ดีบาล่า เล่นฝั่งซ้าย ซึ่งเชื่อว่า 3 ประสาน "อาร์เอสดี" จะทำให้แนวรับคู่แข่งทุกทีมต้องหวาดผวาแน่นอน

 

 

ประทับใจแต่ไม่ซื้อ! ปืนใหญ่เจรจาชุดขาวขอยืมตัว “เซบายอส” ต่ออีกปี

อาร์เซน่อล ใกล้จะบรรุข้อตกลงกับ เรอัล มาดริด ในการขอยืมตัว ดานี่ เซบายอส ออกไปอีก 1 ฤดูกาลอีก หลังจากเคยย้ายมาค้าแข้งในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แล้วเมื่อซีซั่นก่อน จากการรายงานของ เดลีเมล์ สื่อดังแดนผู้ดี

โดยทั้งสองทีมสามารถตกลงกันเกี่ยวกับสัญญายืมตัวในครั้งนี้ได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจะยังคงไม่มีสัญญาผูกมัดในการซื้อขาดถาวรในอนาคตเช่นเดียวกับฤดูกาลที่ผ่านมา

เซบาญอส ทำผลงานได้อย่างโดนเด่นในแดนกาลกับทีมปืนใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาลหลังจากล็อกดาวน์ แต่หลังจาก พรีเมียร์ลีก จบซีซั่นลง ก็ไม่มีการดำเนินการซื้อขาดจากฟากของ อาร์เซน่อล แต่อย่างใด ทำให้นักเตะต้องขนของกลับไปอยู่กับต้นสังกัดเดิมอย่าง เรอัล มาดริด หลังจากนั้น

อย่างไรก็ตามมิดฟิลด์วัย 24 ปีรายนี้เป็นจัดว่าเป็นกำลังสำคัญในการพา เดอะกันเนอร์ส คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ แถมยังยืนเป็นตัวหลักให้กับทีมมาโดยตลอดภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จนกระทั่งหมดสัญญายืมตัวไปนั่นเอง

อเล็กซิสเผยอยากหนีแมนยูทันทีหลังซ้อมแค่หนเดียว

อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอก อินเตอร์ ออกมาร่ายยาวถึงช่วงเวลากับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยบอกว่ารู้สึกว่า "ปีศาจแดง" ไม่เหมาะกับตนจนถึงขั้นอยากยกเลิกสัญญาทันทีที่ซ้อมครั้งแรกเสร็จไปแล้ว โดยตอนนั้นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่เจ้าตัวก็ขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด เช่นกันที่เคยมอบโอกาสให้ตนได้อยู่กับทีม
    อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้า อินเตอร์ มิลาน สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าตนเคยอยากย้ายกลับ อาร์เซน่อล ทันที หลังจากที่ลงซ้อมหนแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว เพราะตนรู้สึกว่าหลายอย่างที่ "ปีศาจแดง" มันไม่เหมาะกับตน

    อเล็กซิส เคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในยอดกองหน้าของ พรีเมียร์ลีก หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับ อาร์เซน่อล แต่ในฤดูกาล 2017-18 มันเริ่มมีข่าวลืออย่างหนาหูว่าเขาไม่มีความสุขกับ "ไอ้ปืนใหญ่" และต้องการบอกลาทีม ซึ่งตอนนั้นก็มีทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจในตัวเขา ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ จะได้เขาไปร่วมทัพในดีลที่แลกตัวกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2018

    ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงขั้นยอมประเคนค่าเหนื่อยให้ อเล็กซิส เป็นจำนวนรวม 505,000 ปอนด์ (ประมาณ 20.20 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ด้วย อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวชิลีก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลย จนทำให้ในฤดูกาล 2019-20 เขาไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนทำให้ อินเตอร์ ซื้อขาดเขา

    อเล็กซิส กล่าวผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์บนแอคเคาท์ อินสตาแกรม ของตัวเองว่า "ผมอยากพูดกับพวกคุณเกี่ยวกับเรื่องช่วงเวลาที่ผมอยู่กับ ยูไนเต็ด เกี่ยวกับหลายเรื่องที่ถูกพูดถึง และเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ผมดูแย่ ผมมีโอกาสได้ย้ายไปอยู่กับ ยูไนเต็ด มันเป็นโอกาสที่แสนยั่วยวนสำหรับผม มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผม เพราะผมชอบสโมสรแห่งนั้นมาตั้งแต่ตอนที่เป็นเด็กแล้ว"

    "สุดท้ายแล้วผมก็เซ็นสัญญาโดยที่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าในการย้ายทีมมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในวันแรกที่ผมได้อยู่กับเพื่อนร่วมทีมของผมน่ะผมก็รู้สึกถึงบางอย่าง คือผมต้องขอบอกก่อนว่าบางครั้งมันก็มีหลายเรื่องที่คุณจะไม่รู้สึกตัวเลยว่ามันเป็นอย่างนั้นจนกว่าจะได้เจอกับมันด้วยตัวเอง"

    "เรื่องของเรื่องก็คือพอผมลงซ้อมครั้งแรกแล้วน่ะผมก็รู้สึกถึงหลายเรื่อง และพอผมกลับไปถึงบ้านผมก็บอกกับทีมตัวแทนของผมเลยว่า -นี่เรายกเลิกสัญญาแล้วกลับไปที่ อาร์เซน่อล ได้ไหม ?- พวกเขา (ทีมตัวแทนของ อเล็กซิส) หัวเราะดังลั่น แต่ผมพูดไป (ด้วยความจริงจัง) ว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องสำหรับผม แต่มันก็มีการเซ็นสัญญากันไปเรียบร้อยแล้ว"

    อเล็กซิส บอกด้วยว่าตนรู้สึกช็อกและเสียใจมากๆ ในตอนที่ มูรินโญ่ ไม่ใส่ชื่อตนแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2018  "ในเกมกับ เวสต์แฮม ผมไม่โดนเลือกติดทีม เรื่องอย่างนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับผมในฐานะนักเตะมาก่อน มันทำให้ผมหงุดหงิดมาก ผมบอกกับตัวเองว่ามันไม่ควรจะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น จากที่เคยกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ผมต้องมาเป็นนักเตะที่ไม่ได้เล่นถึง 5 เดือน พอผมกลับไปถึงบ้านผมก็เสียใจมากๆ และวันต่อมาผมก็ซ้อมแบบหนักขึ้น 2 เท่า เพราะผมรักในสิ่งที่ผมทำ"

    แข้งวัย 31 ปี เสริมว่าหลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนก็เข้าไปคุยแบบเปิดอกว่าต้องการย้ายทีม และ โซลชา ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด "พอโค้ชคนต่อมา ซึ่งก็คือคนปัจจุบันเข้ามาคุมทีมแล้วน่ะ ผมก็ตัดสินใจที่จะคุยกับเขาตามตรง ผมบอกกับเขาว่าผมจำเป็นต้องไปหาอะไรใหม่ๆ และตอนนั้นผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายไป อินเตอร์ ซึ่งเขาก็ตอบว่า -ได้สิ ไม่มีปัญหาเลย-"

    ทั้งนี้ ตลอดช่วงที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อเล็กซิส มักจะโดนเหล่ากูรูตำหนิอย่างหนักด้วย โดยเฉพาะบรรดาอดีตแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หันไปเอาดีด้านการเป็นนักวิเคราะห์ และดาวเตะทีมชาติชิลีก็ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดสุดๆ เวลาที่โดนตำหนิแบบนั้น "พวกนักข่าวพูดโดยที่ไม่รู้ความจริง และมันทำให้ผมหัวเสีย มันทำให้ผมเจ็บปวด บรรดาอดีตนักเตะชอบออกมาพูดโดยที่ไม่รู้เลยว่าภายในสโมสรมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาให้ความเห็นที่ทำร้ายคุณ พวกเขาชอบบอกว่ามันเป็นความผิดของคุณ พวกเขาเลือกที่จะโทษผมก็เพราะพวกเขาจำเป็นต้องหาคนที่ต้องด่าสักคนก็เท่านั้น"

    อเล็กซิส กล่าวด้วยว่าอยากขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยให้โอกาสตนได้อยู่กับที่นั่น พร้อมบอกว่าผิดหวังเหมือนกันที่สุดท้ายแล้วไม่สามารถไปได้สวยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ "สำหรับ ยูไนเต็ด ผมมีเพียงคำขอบคุณที่จะมอบให้พวกเขาสำหรับการที่พวกเขามอบโอกาสให้ผมได้ปกป้องสีเสื้อของพวกเขา ผมผิดหวังที่หลายอย่างมันไม่เป็นไปตามที่ผมต้องการ ถ้าเกิดบรรยากาศมันดีกว่านี้แล้วล่ะก็ทุกอย่างก็อาจจะต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้ ตอนนี้ผมออกมาเล่าความจริงทุกอย่างเพราะผมผ่านช่วงเวลาของการเรียนรู้ทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆ หนึ่งไปแล้ว ผมเองก็อยากได้แชมป์ทุกรายการเหมือนกัน"

เมสซี่ส่อไปซิตี้,แมนยูยังเน้นซานโช! อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

การตัดสินใจที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ของ ลิโอเนล เมสซี่ ทำเอาตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ลุกเป็นไฟเลยเลยทีเดียว และล่าสุดดูเหมือนว่า เวที พรีเมียร์ลีก น่าจะเป็นความท้าทายใหม่สำหรับเจ้าตัว ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะยังคงมุ่งมั่นอยู่กับแข้งเป้าหมายหลัก ขณะที่ เชลซี ซึ่งเดินหน้าเสริมทัพแบบไม่เกรงใจใคร ก็จ่อที่จะได้แข้งดังเพิ่มอีกราย นอกเหนือจาก เบน ชิลเวลล์ ส่วนทางฝั่งยักษ์ใหญ่อิตาลีอย่าง ยูเวนตุส, เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน ต่างก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นกัน แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น เรามาหาคำตอบกัน

    – (Official) เชลซี ปิดดีลคว้า เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ มาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,050 ล้านบาท) โดยตัวนักเตะเซ็นสัญญายาว 5 ปี รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 190,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.79 ล้านบาท)

    – (Official) บาร์เซโลน่า เปิดตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา กองหน้าดาวรุ่งชาวโปรตุกีส อย่างเป็นทางการ หลังปิดดีลคว้าตัว ดาวเตะวัย 20 ปี มาจาก บราก้า ตั้งแต่เดือนมกราคม (ก่อนปล่อยให้นักเตะอยู่เล่นกับ บราก้า จนจบซีซั่น 2019/20) ด้วยค่าตัว 31 ล้านยูโร (ประมาณ 1,147 ล้านบาท) โดย ตรินเกา เซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ยาวถึงปี 2025

 

    – บาร์เซโลน่า พร้อมพิจารณาขาย ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีมชาวอาร์เจนไตน์ ที่ราคา 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,200 ล้านบาท) หลังตัวนักเตะเรียกร้องขอย้ายทีม และกำลังพยายามหาทางฉีกสัญญากับต้นสังกัด เพื่อที่จะได้ย้ายสังกัดแบบไร้ค่าตัว โดยเชื่อกันตอนนี้ ดาวเตะวัย 33 ปี กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึงสโมสรเงินถุงเงินถังอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (AS)

    – ล่าสุด ฮอร์เก้ คุณพ่อของ เมสซี่ ได้เดินทางถึงเมืองแมนเชสเตอร์ เรียบร้อย เพื่อเข้าเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงความเป็นไปได้ที่ เมสซี่ จะย้ายร่วมทัพ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยสัญญา 2 ปี (RAC1 และ TYC Sports)

 

    – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่พร้อมที่จะล่าตัว เมสซี่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะสู้ไม่ไหวกับค่าเหนื่อยของตัวนักเตะที่รับอยู่ปีละ 64 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,624 ล้านบาท) (L Equipe)

    – ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียนของ บาร์เซโลน่า ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ เชลซี ต้องการที่จะคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากกว่าอยู่ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ถึงแม้ โรนัลด์ คูมัน กุนซือคนใหม่ พร้อมให้โอกาสพิสูจน์ฝีเท้าก็ตาม (Marca)

 

    – ติอาโก้ ซิลวา อดีตปราการหลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จ่อเต็มทีกับการย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ เชลซี โดยเจ้าตัวเตรียมเข้ารับการตรวจร่างกายในวันนี้ (Sky Sports)
   
    – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงมอง เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นแข้งเป้าหมายหลักในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ถึงแม้มีโอกาสที่จะเซ็นสัญญากับ ลิโอเนล เมสซี่ ก็ตาม (Express)

 

    – อย่างไรก็ตาม อาแอส โมนาโก ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงิน 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยื่นเข้ามาเพื่อขอซื้อตัว เบอนัวต์ บาเดียชิล เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งจอมแกร่ง เรียบร้อย (RMC Sport)

    – อาร์เซน่อล มีแผนการที่จะประกาศคว้าตัว กาเบรียล มากัลเญส เซนเตอร์แบ็กชาวบราซิเลียนของ ลีลล์ อย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ โดยได้มีการเซ็นสัญญาร่วมงานกันถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2025 เรียบร้อย (Fabrizio Romano)

 

    – ขณะเดียวกัน "ไอ้ปืนใหญ่" พร้อมที่จะล้มแผนล่าตัว โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางจอมแกร่ง แอตเลติโก มาดริด หลังจากที่ "ตราหมี" ยืนยันที่จะขายในราคา 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่ง อาร์เซน่อล ไม่พร้อมจ่าย (Express)

    – ในทางกลับกัน แอตเลติโก มาดริด หวังเพิ่้มโอกาสในการล่าตัว อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ หัวหอกเฟร้นช์แมนของ อาร์เซน่อล มาเสริมทัพ โดยได้มีการเปิดทางให้ "ไอ้ปืนใหญ่" เลือกนักเตะคนใดคนหนึ่งในทีมเป็นของแถม ระหว่าง โตมาส์ เลอมาร์, อังเคล กอร์เรอา และ บิโตโล่ (Marca)

 

    – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หวังสอย แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ แบ็กขวาตัวเก่ง วูล์ฟแฮป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาร่วมก๊วน โดย "หมาป่า" ตั้งค่าหัว ดาวเตะชาวไอริชวัย 28 ปี ไว้ที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) ขณะที่ "ไก่เดือยทอง" อยากให้ราคาถูกลงอีกหน่อย (Independent)

    – ยูเวนตุส ใกล้ที่จะได้ตัว เวสตัน แม็คเคนนี่ กองกลางดาวรุ่งชาวอเมริกันของ ชาลเก้ 04 มาร่วมทีม โดยจะเป็นในรูปแบบยืมตัวมาใช้งานก่อนที่ราคา 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท) พ่วงออปชั่นซื้อขาด 18 ล้านยูโร (ประมาณ 666 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 

    – ขณะเดียวกัน "ม้าลาย" กำลังเจรจาอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อขอซื้อตัว เลอันโดร ปาเรเดส มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ มาเสริมทัพ โดยเชื่อว่า อดีตแข้ง อาแอส โรม่า วัย 26 ปี เป็นนักเตะที่กุนซือ อันเดรีย ปีร์โล่ อยากได้มาเสริมแดนกลาง (Corriere dello Sport)

    – อินเตอร์ มิลาน ได้เปิดโต๊ะเจรจากับ บาร์เซโลน่า อีกครั้ง เพื่อพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะคว้าตัว อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลางทีมชาติชิลี มาร่วมก๊วน (Gianluca Di Marzio)

 

    – นอกจากนี้ "งูใหญ่" พร้อมที่จะพยายามอีกรอบในการคว้าตัว ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ กองกลางเลือดน้ำหอมของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (RMC Sport)

    – เอซี มิลาน เป็นอีกหนึ่งสโมสรในเวที เซเรีย อา นอกเหนือจาก อตาลันต้า และน้องใหม่อย่าง เบเนเวนโต้ ที่กำลังให้ความสนใจคว้าตัว มาร์โก กรูยิช กองกลางเลือดเซิร์บของ ลิเวอร์พูล (Tuttomercatoweb)

 

    – มุสซ่า เดมเบเล่ หัวหอกตัวเก่ง โอลิมปิก ลียง กลายเป็นอีกหนึ่งแข้งทางเลือกที่ บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวมาแทนที่ หลุยซ์ ซัวเรซ ดาวยิงจอมเก๋าชาวอุรุกวัย (Gianluca Di Marzio)

เวมบลีย์พี่ปืนถนัด! 7 ประเด็นเด็ดหลังอาร์เซน่อลดวลเป้าชนะลิเวอร์พูลเกมชิงโล่

อาร์เซน่อล คว้าโล่คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ได้เป็นสมัยที่ 16 ในประวัติศาสตร์สโมสรและสูงสุดเป็นอันดับสองในเกาะอังกฤษหลังเอาชนะในการดวลฎีกากับ ลิเวอร์พูล นี่ถือเป็นแชมป์ที่สองของ อาร์เตต้า หลังเพิ่งจะซิวถ้วยเอฟเอ คัพไปเมื่อ 28 วันที่แล้ว เรียกได้ว่าเอาฤกษ์เอาชัยก่อนเปิดฤดูกาล ขณะที่ "หงส์แดง" คงต้องรวบรวมสมาธิกลับมาให้ได้และมุ่งเป้าหมายไปที่การป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก เกมเมื่อคืนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างไปวิเคราะห์ประเด็นที่น่าสนใจกัน
1.มิสเตอร์เวมบลีย์เอาอีกแล้ว

    ประตูสุดสวยของ โอบาเมยอง ในเกมนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอาร์เซน่อลที่ยิงประตูในสนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม มากที่สุดเท่ากับ อเล็กซิส ซานเชซ (5 ประตู) โดยหัวหอกทีมชาติกาบองเพิ่งเหมสองประตูทั้งในรอบรองฯและรอบชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ฤดูกาลที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า 5 ประตูที่เขายิงได้มาในช่วง 42 วันหลังสุดนี้เอง

    ปกติแล้ว โอบาเมยอง มักจะไม่ถูกกับการเจอ ลิเวอร์พูล เท่าไหร่นักเนื่องจาก 5 นัดที่ผ่านมาไม่มีชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดทั้งการยิงและแอสซิสต์เลย รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 266 นาที จนกระทั่งเกมนี้เจ้าตัวปลดล็อกยิงประตูแรกใส่ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังเกม อาร์เตต้า ออกมาคอนเฟิร์มว่าใกล้ที่จะต่อสัญญาแล้ว ถือเป็นข่าวดีของสาวก “เดอะ กันเนอร์ส” จริงๆ

2.มินามิโนะเริ่มมา

    ในที่สุด ทาคูมิ มินามิโนะ ก็ยิงประตูแรกในการเล่นลีกฟุตบอลอังกฤษเสียทีหลังซัดประตูตีเสมอในเกมนี้ ดาวเตะชาวญี่ปุ่นลงเล่นให้กับสโมสรมาทั้งหมด 15 นัดนับตั้งแต่เซ็นสัญญาร่วมทัพ “หงส์แดง” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเมื่อไม่กี่วันก่อนเจ้าตัวออกมายอมรับว่าแม้ทีมจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จแต่ไม่ค่อนประทับใจฟอร์มตัวเองเท่าไหร่นัก

    ประตูนี้ก็น่าจะทำให้ มินามิโนะ มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากตอนดวลจุดโทษ เจ้าตัวซัดตรงกลางประตูด้วยความเยือกเย็นจริงๆ เดอะ ค็อป คงหวังว่าจะได้เห็นอะไรมากขึ้นจากกองกลางชาวญี่ปุ่นในฤดูกาลที่จะถึงนี้

3.มาร์ติเนซจะเป็นมือหนึ่ง?

    ข่าวลือการย้ายทีมของ มาร์ติเนซ เริ่มหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทีมอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า กำลังให้ความสนใจหลังจากนายด่านรายนี้ออกมาเคลียร์ชัดเจนว่าหากเขาไม่ได้เป็นมือหนึ่งที่ “ปืนใหญ่” จะเดินออกจากสโมสรแน่นอน

    นายทวารวัย 27 ปีก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งตั้งแต่ แบร์นด์ เลโน่ ได้รับบาดเจ็บยาวพร้อมกับทำผลงานน่าประทับใจจนช่วยพาให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพฤดูกาลที่แล้ว และเมื่อ เลโน่ กลับมาฟิตอีกครั้งเลยกลายเป็นคำถามว่า อาร์เตต้า จะเลือกใครเป็นมือหนึ่งในฤดูกาลที่จะมาถึง อย่างไรก็ตาม มาร์ติเนซ ได้รับโอกาสลงสนามในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ และยังมีโชว์เซฟลูกยากๆถึง 3 ครั้งอีกด้วย ยิ่งทำให้กุนซือกดดันหนักทีเดียวในการเลือกนายด่าน ต้องรอดูกันว่าฤดูกาลนี้เขาจะได้สวมเสื้ออาร์เซน่อลต่อหรือไม่?

4.กลางสร้างสรรค์เกมไม่มี

    ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทเกมนี้ด้วยกองกลางสามคน จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่ และเจมส์ มิลเนอร์ โดยในรายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน พลาดลงสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ และ นาบี เกอิต้า เป็นตัวสำรอง ผลที่เกิดขึ้นคือแดนกลางของลิเวอร์พูลเล่นไม่ออก

    มิดฟิลด์ทั้งสามคนนี้แทบจะไม่ได้มีส่วนสนับสนุนเกมรุกเลยทำให้สามประสานในแดนหน้ายิ่งเล่นยากมากขึ้น การขาด เฮนเดอร์สัน และ เกอิต้า เลยทำให้ไม่มีคนพาบอลขึ้นไปแดนหน้า คล็อปป์คงมองเห็นปัญหาแล้วว่าการสร้างสรรค์จากแดนกลางไม่ค่อยมี ไม่แปลกใจที่ ลิเวอร์พูล จะมีข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ของบาเยิร์น มิวนิค รอดูกันว่าหงส์แดงจะมีมิดฟิลด์คนใหม่เข้ามาในทีมห่อนเปิดฤดูกาลหรือไม่

5.บทเรียนเนโก

    การขาด เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ในนัดนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลเสียหายต่อลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก แผนการสร้างเกมรุกของ คล็อปป์ มักจะมาจากริมเส้นเป็นส่วนใหญ่ซึ่งแบ็กทั้งสองข้างจะต้องเติมขึ้นมีส่วนร่วมตลอด แต่เกมนี้มีค่อนข้างน้อยทีเดียว นักเตะดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมลีก 3 จาก 5 นัดหลังสุด ยังคงต้องพัฒนาอีกมาก

    เจ้าตัวดูจะเสียความมั่นใจตั้งแต่โดน โอบาเมยอง โยกหลอกและยิงประตูขึ้นนำ เขาเป็นนักเตะที่เสียการครอบครองบอลมากที่สุดในสนาม (3 ครั้ง) เขาเป็นผู้เล่นที่มีเปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำน้อยที่สุดในทีม (62.5%) คล็อปป์ จึงเลือกเปลี่ยนตัวเขาออกและนำ ทาคูมิ มินามิโนะ ลงสนามแทนหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงและใช้ โจ โกเมซ​เล่นแบ็กขวาแทน อย่างไรก็ตามเจ้าหนูคนนี้เพิ่งจะอายุ 19 ปีเท่านั้น ยังมีเวลาพัฒนาอยู่มาก หลังจากนี้ก็ต้องเก็บนัดนี้เป็นบทเรียนและพัฒนาตัวเองต่อไป

6.เจอเซียนดวลจุดโทษ

    เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ 3 จาก 4 ครั้งหลังสุดต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเกมนี้ก็มีดราม่าเล็กๆเมื่อ ริอาน บรูว์สเตอร์ ดาวรุ่งฟอร์มแรงที่ในช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมายิงถึง 3 ประตูใน 2 เกม โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่งเขาลงสนามในนาทีสุดท้ายเพื่อหวังจะให้ทีมใช้ความคมของเจ้าหนูในการดวลจุดโทษ ทว่าเจ้าตัวดันเป็นคนเดียวที่พลาดจุดโทษทำให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในที่สุด เป็นอีกคนที่ได้รับบทเรียนจากเกมนี้

    ในขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ถือเป็นเซียนเรื่องการดวลจุดโทษเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านพวกเขาชนะ 8 จากการดวลจุดโทษ 10 ครั้งหลังสุดและเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาทำได้แถมยิงทั้ง 5 คนไม่พลาดเลยด้วย

7.สนามนี้ของปืน

    ช่วงหลังมานี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยได้สัมผัสกับชัยชนะที่สนามเวมบลีย์ สเตเดี้ยมเท่าไหร่นัก หลังจากชนะแค่เกมเดียวจาก 8 นัดหลังสุด (ถ้าไม่นับเกมลีก) หมายความว่านับตั้งแต่ “เดอะ เร้ดส์” เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศปี 2012 พวกเขาก็ยังไม่ชนะที่ เวมบลีย์ อีกเลย

    ในทางกลับกันหากจะเรียกสนามนี้ว่าเป็นรังเหย้าที่สองของ อาร์เซน่อล ก็คงไม่ผิดเนื่องจากพวกเขาชนะ 14 จาก 15 นัดหลังสุดที่นี่ โดยครั้งสุดท้ายที่ “ปืนใหญ่” พ่ายแพ้ที่เวมบลีย์ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ในเกมคาร์ลิ่ง คัพนัดชิงชนะเลิศกับ เบอร์มิ่งแฮม

อาร์เซน่อลแม่นโทษดวลเป้าดับลิเวอร์พูล คว้าโลห์คอมมิวนิตี้ ชิลด์

ทาคูมิ มินามิโนะ พังประตูแรกในสีเสื้อลิเวอร์พูลได้เป็นทางการแล้ว หลังซัดไล่ตีเสมอ "ปืนใหญ่" 1-1 ทว่าช่วงดวลจุดโทษกลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ยิงได้แม่นกว่าก่อนจะเอาชนะไปได้ 5-4 คว้าโล่ห์การกุศลไปครอง ในศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

    ศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อาร์เซน่อล เจ้าของแชมป์เอฟเอ คัพ ล่าสุด พบกับ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา

    มิเกล อาร์เตต้า เกมนี้ยังไม่พร้อมใช้ผู้เล่นหลายรายรวมทั้งสตาร์อย่าง วิลเลี่ยน ที่เพิ่งเซ็นฟรีมาจากเชลซี ทำให้แนวรุกวันนี้ใช้ บูกาโย่ ซาก้า, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ส่วนทางฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดชุดใหญ่ขาดแค่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาที่ยังบาดเจ็บ ส่วนสามประสานแดนหน้ายังเป็น ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

    เปิดฉากมาได้แค่ 7 นาทีแรก เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้แล้ว แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้า เช่นเดียวกับ VAR จะยืนยันว่าไม่เป็นประตู

    ทัพหงส์ลุยขึ้นมาอีก นาที 12 เนโก วิลเลี่ยมส์ ครอสจากด้านขวาเข้าไปให้ เจมส์ มิลเนอร์ โขกหลุดกรอบออกไปแบบได้เสียว

    ทว่าถัดมาไม่ถึงนาที บอลสวนกลับของ "ปืนใหญ่" แผลงฤทธิ์สำเร็จ บูกาโย่ ซาก้า วางบอลอย่างแม่นให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบก่อนปั่นโค้งๆ ด้วยขวาบอลหนีมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม อาร์เซน่อล ขึ้นนำ 1-0

    นาที 18 ไอ้หนู ซาก้า ที่เปลี่ยนมาสวมเสื้อเบอร์ 7 แทน เล่นได้อย่างโดดเด่น คราวนี้ไหลบอลให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ซัดด้วยขวาบอลพุ่งจน อลีสซง ต้องออกแรงปัดออกหลัง

    ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคลำเป้าส่องไม่เข้ากรอบเลยซักหน และเกือบโดนเม็ดที่สองจากบอลสวนกลับของอาร์เซน่อล บูกาโย่ ซาก้า ขึ้นมาทางซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ เอ็นเคเทียห์ ตะบันด้วยขวานอกกรอบ ทว่าบอลพุ่งเหินคานออกไป
   
    ลิเวอร์พูล เน้นการโจมตีด้านข้างเป็นหลัก แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านแนวรับไอ้ปืนใหญ่ที่ช่วยกันได้ดี

    นาที 40 "หงส์แดง" หวิดได้ลุ้นขึ้นนำอีก บอลด้านข้างจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสไปเข้าหัวของ ซาดิโอ มาเน่ ขวิดบางไปบอลผ่านหน้าประตูแม้ ฟาน ไดค์ จะพยายามพุ่งเข้าซ้ำแต่ไม่ถึง

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0

    ครึ่งหลัง นาที 51 "หงส์แดง" เกือบได้ลุ้นตีเสมอ บอลมาถึง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เลี้ยงจี้เข้าหา ดาวิด ลุยซ์ ก่อนจะปั่นด้วยขวาแต่บอลโค้งไม่พอหลุดเสาไปแบบสุดเสียว

    อีก 5 นาทีต่อมา แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดยาวให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในกรอบแต่จังหวะยิงด้วยขวาดันซัดไปติดตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านไอ้ปืนใหญ่ที่ออกมาบล็อคช่วยทีมไว้ได้

     เกมรุกของลิเวอร์พูลยังเจาะไม่เข้า แม้ นาที 68 ทาคูมิ มินามิโนะ จะตั้งป้อมยิงนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลก็ยังพุ่งไปเข้ามือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ
   
    นาที 73 จนแล้วจนรอด แนวรับของปืนโตมาพลาดจนได้หลังบอลเจาะตรงกลาง ซาลาห์ เล่นชิ่งให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ซัดจ่อๆกลางประตูพลาดมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แม้ผู้เล่นอาร์เซน่อลจะฟ้องว่า มินามิโนะ ทำแฮนด์บอลก่อนหน้านี้ แต่หลังจาก อังเดร มาร์ริเนอร์ ได้เช็กกับทีม VAR แล้วไม่เป็นแฮนด์บอลยืนยันให้ประตู "หงส์แดง" ไล่ตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูแรกของ มินามิโนะ ในสีเสือลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ
   
    นาที 81 ลิเวอร์พูล เกือบพลิกแซงขึ้นนำ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสบอลมาเสาไกลให้ ซาดิโอ มาเน่ พักอกลงก่อนหลุดเข้าไปซัดติดตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ อย่างน่าเสียดาย

    จบเกม อาร์เซน่อล เสมอกับ ลิเวอร์พูล ในเวลา 1-1 ต้องตัดสินหาผู้ชนะดวลลูกที่จุดโทษ ผลปรากฎว่าแข้งอาร์เซน่อลยิงได้แม่นกว่าเอาชนะ "หงส์แดง" ไปได้ 5-4 ซิวโล่ห์การกุศลไปครอง

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   
        อาร์เซน่อล (3-4-2-1) :
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – บูกาโย่ ซาก้า, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า
 
        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์ – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์   

        ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

ปืนใหญ่ใจดี!อาร์เซน่อลปล่อย “มคิทาร์ยาน” ซบโรม่าถาวร

เฮนริค มคิทาร์ยาน แข้งดาวดังทีมชาติอาร์เมเนีย ได้กลายเป็นนักเตะ อาแอส โรม่า แบบถาวรแล้ว หลังจากที่ อาร์เซน่อล ยอมตกลงยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 1 ปี

อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า ได้ตกลงยกเลิกสัญญากับ เฮนริค มคิทาร์ยาน กองกลางตัวรุกทีมชาติอาร์เมเนีย เรียบร้อย เพื่อเปิดทางให้นักเตะย้ายไปร่วมทีม อาแอส โรม่า สโมสรดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อย่างถาวรแบบไร้ค่าตัว

ก่อนหน้านี้ มคิทาร์ยาน ย้ายไปเล่นให้ โรม่า แบบสัญญายืมตัว 1 ปี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว และโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ หลังกดไป 9 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 27 นัด ตลอดฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา

ล่าสุด อดีตแข้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 31 ปี ได้ย้ายไปค้าแข้งในถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิโก อย่างถาวรเรียบร้อย แถมเป็นการย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว หลัง "ไอ้ปืนใหญ่" ยอมยกเลิกสัญญาที่เหลืออีก 1 ปี กับตัวนักเตะ ซึ่งเป็นการตกลงด้วยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย

"มิคกี้ ได้ย้ายออกจากทีมเราเรียบร้อย หลังอยู่เล่นที่ อิตาลี แบบสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาล เราได้ตกลงยกเลิกสัญญาของเขา ซึ่งเป็นการตกลงด้วยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เขาได้ย้ายไปอยู่กับ โรม่า แบบถาวร" แถลงการณ์จาก อาร์เซน่อล ระบุ

ทั้งนี้ มคิทาร์ยาน มีสถิติลงเล่นให้ "ไอ้ปืนใหญ่" รวมทุกรายการ 58 นัด ทำได้ 9 ประตู

 

เดือดก่อนเปิดลีก!ลิเวอร์พูลฟัดอาร์เซน่อลจัด “ซาลาห์” วัด “โอบา” ศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมจัดหนักโดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นำปิดสกอร์ เกมพบ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง พร้อมล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ วันเสาร์ที่ 29 ส.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 22.30 น.
ปรีวิวฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563
อาร์เซน่อล   –   ลิเวอร์พูล
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 22.30 น.

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

     อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาชิงโล่ในฐานะแชมป์เอฟเอ คัพ ซีซั่นล่าสุด หลังเบียดชนะเชลซี 2-1 ก่อนเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้และซีซั่นใหม่ ด้วยการถล่มเอ็มเค ดอนส์ 4-1 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด

    ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้ายังอดใช้งานพวกที่ยังคงมีอาการบาดเจ็บค้างมาจากซีซั่นก่อน ไม่ว่าจะเป็น ชโคดราน มุสตาฟี่ (เข่า), ปาโบล มารี (ข้อเท้า) และ คาลั่ม แชมเบอร์ส (เข่า)

    ส่วน แบร์นด์ เลโน่ ประตูเยอรมันฟิตสมบูรณ์เต็มที่แล้ว พร้อมกลับมายึดมือ 1 ตามปกติ ขณะที่ วิลเลี่ยม ซาลิบา กองหลังฝรั่งเศสตัวใหม่ แม้จะเซ็นล่วงหน้าไว้นานแล้วก็พร้อมประเดิมเกมอย่างเป็นทางการ หลังออกสตาร์ตในเกมลับแข้งล่าสุด

    สำหรับอีก 1 แข้งใหม่อย่าง วิลเลี่ยน แนวรุกแซมบ้า ที่เซ็นฟรีมาจากเชลซี ก็พร้อมประเดิมสนามเช่นกัน แต่อาจต้องนั่งสำรองไปก่อน

    แต่ที่แน่ๆ เกมนี้จะไม่มี ดานี่ เซบายอส มิดฟิลด์สแปนิชตัวเก่งที่กลับเรอัล มาดริดไปแล้ว หลังหมดสัญญายืมตัว แต่ก็ได้ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ กองกลางอียิปต์ ซึ่งกลับมาจากการยืมตัวที่เบซิคตัสเป็นตัวเลือกแทน แถมผลงานดีเสียด้วย โดยเป็นคนทำประตูแรกในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด
 
    ส่วน เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ก็น่าจะยังมีส่วนร่วมกับทีมต่อไป แม้จะมีข่าวกับวูล์ฟแฮมป์ตันอย่างหนาหูก็ตาม

    การจัดทัพก็เชื่อว่าอาร์เตต้าน่าจะเน้นพอสมควร นำโดยบรรดาแกนหลักขาประจำ ไม่ว่าจะเป็น ดาวิด ลุยซ์, กรานิต ชาคา, นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมมาลุ้นชิงโล่ในฐานะแชมป์ลีก โดยเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้ ด้วยการลงลับแข้งไป 2 นัด ในการไปเก็บตัวที่ออสเตรีย เริ่มจากถล่มสตุ๊ตการ์ท 3-0 และเสมอซัลซ์บวร์ก 2-2  

    ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ต้องลุ้นความพร้อมของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังดัตช์แมนคนสำคัญ ที่มีแผลแตกบริเวณศีรษะมาจากเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด แต่กุนซือเยอรมันก็ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

    รวมไปถึง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาตัวเก่งที่ไม่ได้ร่วมเดินทางๆปแดนดานูบด้วย ซึ่งถ้ายังไม่พร้อมจริงๆ ก็จะเป็นโอกาสของดาวรุ่งเวลส์อย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์

    ส่วนไอ้หนู รีอาน บรูว์สเตอร์ แม้ฟอร์มจะฮอตเป็นยอดซูเปอร์ซับลงมาทำ 2 ประตูช่วยทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้ในเกมลับแข้งล่าสุด ก็ยังต้องรอโอกาสบนม้านั่งต่อไป

    เช่นเดียวกับพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เข่า), โฌแอล มาติป (นิ้วเท้า) และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (เข่า) ก็ยังชวดเหมือนเดิม

    แต่แกนหลักรายอื่นๆ จากเกมล่าสุด ทั้ง โจ โกเมซ, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
   
    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : แบร์นด์ เลโน่ – วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า
 
    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์   

    ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

อยู่เป็น! “โดเฮอร์ตี้” ลบทวิตเชียร์อาร์เซน่อลหลังซบสเปอร์ส

 

แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ฟูลแบ็กท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยู่เป็นหลังจัดการลบทวิตเตอร์ที่เชียร์ อาร์เซน่อล ออกไปจนหมด โดยงานนี้นักเตะแสดงจุดยืนชัดเจนว่าหัวใจของเขากลายเป็น "ไก่เดือยทอง" ร้อยเปอร์เซนต์แน่นอน ไม่มีบิดพลิ้ว
   
แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้  แบ็กขวาทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ อัดคลิปลบข้อความเก่าในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ที่เคยเปิดตัวว่าเป็นสาวกพันธุ์แท้ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล หลังนักเตะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา

ฟูลแบ็กชาวไอริช ย้ายจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาอยู่กับ สเปอร์ส ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ (ราว 570 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามนักเตะโดนแฉสนั่นว่าเคยโพสต์ข้อความเชียร์ อาร์เซน่อล และด้วยเหตุนี้ทำให้เขาตัดสินใจอัดคลิปในขณะที่สวมเสื้อต้นสังกัดใหม่ และจัดการลบข้อความเก่าๆ ที่เกี่ยวกับ "เดอะ กันเนอร์ส" ออกจากทวิตเตอร์

หลังจากที่เจ้าตัวลบข้อความทั้งหมดที่เกี่ยวกับ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นคู่อริเบอร์ 1 ของ สเปอร์ส ออกหมดแล้ว นักเตะก็แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อสโมสรใหม่ด้วยการใช้มือตบเบาๆ ที่บริเวณตราสโมสร เพื่อบอกเป็นนัยว่าตอนนี้หัวใจของเขามีเพียง สเปอร์ส เท่านั้น

โดเฮอร์ตี้ เปิดใจว่า "ผมภูมิใจมากๆ ที่ได้ย้ายมาเล่นให้กับสโมสรใหญ่ ที่นี่มีสนามที่สุดยอด และเท่าที่ผมเคยเห็นมีความเป็นไปได้ว่าสนามซ้อมของที่นี่น่าจะเจ๋งที่สุดในโลก เมื่อคุณได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ คุณอยากเริ่มต้นให้ดีที่สุด และได้โอกาสเริ่มต้นให้เร็วที่สุดด้วย ผมแทบรอที่จะได้ทำแบบนี้ไม่ไหวแล้ว"

จ่อปิดดีล! “กาเบรียล” ผ่านตรวจร่างกายกับอาร์เซน่อลเรียบร้อย

 

กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังร่างใหญ่ ลีลล์ จ่อเต็มทีที่จะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ อาร์เซน่อล เพราะล่าสุดมีข่าวเจ้าตัวผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายเรียบร้อย

กาเบรียล มากัลเญส เซนเตอร์แบ็กชาวบราซิเลียนของ ลีลล์ ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายกับ อาร์เซน่อล ว่าที่ต้นสังกัดใหม่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กรุงลอนดอน เรียบร้อย ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวคนดังของ สกาย สปอร์ตส์ เมื่อวันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา

คาดกันว่า "ไอ้ปืนใหญ่" จะประกาศปิดดีลคว้าตัว กาเบรียล ในเร็วๆ นี้ หลังจากที่นักเตะตกลงสัญญา 5 ปีกับสโมสรได้เรียบร้อย ส่วนค่าตัวของ ปราการหลังร่างใหญ่วัย 22 ปี น่าจะอยู่ที่ราว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท)

 ทั้งนี้ หากทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย กาเบรียล ซึ่งเพิ่งเดินทางมาจากประเทศฝรั่งเศส ก็ยังไม่สามารถร่วมฝึกซ้อมกับ อาร์เซน่อล ได้ทันที เนื่องจากจำเป็นต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส "โควิด-19"