สื่อเผยปืนต้องขายก่อนซื้อแข้งใหม่ร่วมทีม

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังของอังกฤษรายงานว่า มิเกล อาร์เตต้า อาจจะต้องขายนักเตะในทีมก่อนที่จะคิดเรื่องเสริมทัพใหม่เข้ามา

 หลังชัยชนะเหนือ ลิเวอร์พูล 2-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ทางนายใหญ่ชาวสเปนชี้ว่าทีมยังต้องเสริมทัพนักเตะที่มีศักยภาพเพื่อเข้ามายกระดับทีมในการกลับมาขึ้นมาเป็นทีมหัวแถวอีกครั้ง

 อย่างไรก็ตามปัญหาของสโมสรก็คือเรื่องการเงินที่ในช่วงหลังไม่ได้ไปเล่นในเวทีใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกทำให้รายได้หายไปไม่น้อยในแต่ละปี ส่งผลให้ทีมมีปัญหาในเรื่องซื้อนักเตะใหม่มาเสริมทีม

 ล่าสุดทางสื่อแดนผู้ดีเผยว่าหากทาง "ปืนใหญ่" จะเสริมนักเตะใหม่เข้ามาจะต้องปล่อยนักเตะในทีมออกไปก่อนเพื่อระดมทุนสำหรับการซื้อแข้งใหม่เข้ามา

 รายงานยังเผยว่า อาร์เซน่อล อาจจะสูญเสียได้ราว 30 ล้านปอนด์หากทีมไม่สามารถแย่งตั๋วไปลุยในยูโรปา ลีกฤดูกาลหน้าได้ ซึ่งคงส่งผลต่อเรื่องเสริมทัพแน่นอน

 

ฟานไดค์-อลีสซงพลาด! ปืนลงโทษแซงลิเวอร์พูลเข้าวิน ดับฝันทุบสถิติเรือ

ครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับแต่ยุคเวนเกอร์! อาร์เซน่อล ทำได้สำเร็จหลังเปิดบ้านพลิกแซงเอาชนะ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ไปอย่างสนุก 2-1 ส่งผลให้ "ปืนใหญ่" ยังได้ลุ้นคว้าตั๋วไปเล่นบอลยุโรปอีก 2 เกมที่เหลือ ขณะที่ "หงส์แดง" หมดลุ้นทำทุบสถิติทำแต้มเกิน 100 ของ แมนฯซิตี้ แล้ว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา   
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เกมล่าสุดบุกไปพ่าย สเปอร์ส 1-2 ทำให้ไม่ชนะมา 2 เกมแล้ว เกมนี้กลับมาเฝ้ารังรับการมาเยือนของแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ที่เกมล่าสุดสะดุดแค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1

    มิเกล อาร์เตต้า เกมนี้ดร็อปทั้ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และดานี่ เซบายอส ไว้ข้างสนาม 3 แนวรุกส่ง นิโกล่าส์ เปเป้, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และ รีสส์ เนลสัน ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้จัดชุดใหญ่สามประสานแนวรุกยังเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่ เหมือนเดิม

    เปิดฉากครึ่งแรกมา นาที 12 "ปืนใหญ่" เกือบเสียประตูแบบไม่น่าเสีย หลัง เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เตะบอลไปติดบล็อค ฟีร์มีโน่ บอลเปลี่ยนทางเกือบเข้าประตูทว่าพุ่งไปชนเสาออกหลังหวุดหวิด

    นาที 20 "หงส์แดง" มาเจาะตาข่ายชิงขึ้นนำเจ้าถิ่นก่อน 1-0 จากจังหวะตัดบอลได้กลางสนามบอลเลยมาถึง ฟีร์มีโน่ ไหลไปที่ว่างให้  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เติมขึ้นมาปาดเลียดเข้าไปให้ ซาดิโอ มาเน่ ที่วิ่งมาไร้ตัวประสบแปด้วยขวาไม่ถึง 10 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูที่ 17 ในลีกเท่ากับ ราอูล ฮิเมเนซ และราฮีม สเตอร์ลิง

     นาที 32 แนวรับของ ลิเวอร์พูล มาเล่นกันพลาดเอง หลัง ฟานไดค์ พยายามบังบอลก่อนโดน รีสส์ เนลสัน พยายามแซะก่อนกัปตันหงส์แดงจะจ่ายบอลคืนหลังพลาดไปเข้าเท้า อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ หลุดเข้าไปแตะหลบ อลีสซง ก่อนยิงด้วยขวาโล่งๆเข้าไปให้ทีมตีเสมอ 1-1 และเป็นโอกาสยิงหนแรกของ อาร์เซน่อล ในเกมนี้อีกด้วย

    นาที 39 ทีมเยือนมาได้ลุ้นจากลูกเตะมุม แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดมาให้ ซาดิโอ มาเน่ โขกหลุดกรอบออกไป

    นาที 42 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่มาแซงขึ้นนำ 2-1 บ้าง จากความผิดพลาดของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ออกบอลพลาดโดน อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ฉกบอลได้ก่อนปาดเลียดมาหน้าประตูให้ รีสส์ เนลสัน จับหนึ่งจังหวะก่อนเลือกยิงด้วยขวาหนีมือ อลีสซง เสียบเสาไกลเข้าไป

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล พลิกขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 2-1
   
    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 54 "หงส์แดง" พลาดโอกาสไล่ตีเสมอหลัง เฟอร์กิล ฟานไดค์ เปิดบอลยาวให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลุดถึงเส้นหลังก่อนตบมากลางประตูให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงด้วยซ้ายกว่า 10 หลาแต่บอลไปโดน เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เหินปัดปลายมือออกหลังอย่างน่าเสียดาย

    นาที 58 มิเกล อาร์เตต้า เปลี่ยนผู้เล่นสามคนรวดส่งทั้ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ,ดานี่ เซบายอส และโจ วิลล็อค ลงแทน รีสส์ เนลสัน, ลูคัส ตอร์เรยร่า และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ส่วน นาที 62 เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัวบ้างส่ง ทาคุมิ มินามิโนะ และนาบี เกอิต้า ลงเล่นแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และอเล็กซ์ อ็อซ์เลด-แชมเบอร์เลน

    นาที 63 โอกาสแรกของ มินามิโนะ เกือบได้ลุ้นตีเสมอให้ทีมเลยหลังรับบอลจาก มาเน่ แต่จังหวะยิงด้วยซ้ายบอลหลุดกรอบถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    ลิเวอร์พูล ยังเป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่า และนาที 75 ได้ลุ้นอีกหลัง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสมาเสาไกลให้ เฟอร์กิล ฟานไดค์ ขึ้นเบียดโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    คล็อปป์ แก้เกมอีกด้วยการส่งสองตัวรุกอย่าง ดิว็อค โอริกี้ และเซอร์ดาน ชากิรี่ ลงไปเล่นแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และจอร์จินโย่ ไวนัลดุม ในนาที 83

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม อาร์เซน่อล พลิกแซงเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ขึ้นมาอยู่อันดับ 9 ยังได้ลุ้นคว้าตั๋วยูโรปาลีกอีก 2 เกมที่เหลือต่อไป ขณะที่ "หงส์แดง" ทีมแชมป์ปีนี้แพ้เป็นเกมที่ 3 ของฤดูกาล แถมยังชวดทำแต้มเกิน 100 คะแนนของ แมนฯซิตี้ ที่เคยทำไว้อีกด้วย

       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์  – เซดริก ซูอาเรซ (เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส น.76), กรานิต ชาคา, ลูคัส ตอร์เรยร่า (ดานี่ เซบายอส น.57), บูกาโย่ ซาก้า (เซอัด โคลาซินัช น.85) – นิโกล่าส์ เปเป้, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (โจ วิลล็อค น.58), รีสส์ เนลสัน (ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง น.58)

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่, อเล็กซ์ อ็อซ์เลด-แชมเบอร์เลน (นาบี เกอิต้า น.62) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ทาคุมิ มินามิโนะ น.61), ซาดิโอ มาเน่

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

        ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

ต้อง 3 แต้มเท่านั้น ! ผ่า 5 ข้อสำคัญลิเวอร์พูล เยือน อาร์เซน่อล

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน เตรียมจัดทัพใหญ่บุก อาร์เซน่อล ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันพุธที่ 15 กรกฏาคมนี้ โดยพวกเขามุ่งมั่นที่จะเก็บชัยชนะให้ได้ เพื่อที่จะกรุยทางสู่การทำแต้มเกิน 100 คะแนนในฤดูกาลนี้
    เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา "หงส์แดง" ทำสองแต้มหลุดมือจากการที่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ ที่แอนฟิลด์ ทำให้พวกเขาเสียสถิติชนะในบ้าน 100 เปอร์เซนต์ และยังทำให้โอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์เกมลีกด้วยการเก็บคะแนนเกิน 100 แต้มอาจจะลดน้อยถอยลง เพราะเหลือเกมให้แข่งอีกแค่ 3 แมตช์เท่านั้น

    ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องเก็บ 3 คะแนนในแมตช์พบ "เดอะ กันเนอร์" เพื่อเป็นการกรุยทางสู่การสร้างสถิติแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้ เพราะหากพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะที่เหลืออยู่ได้ทั้งหมด จะทำให้ทีมคว้าไป 102 แต้มแซง "เรือใบสีฟ้า" ที่เคยทำได้ 100 คะแนนเมื่อซีซั่น 2017/2018

    นอกจากนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก็คงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการเล่น เพราะเขายังมีลุ้นคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุด เนื่องจากยิงไปแล้ว 19 ประตู ตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ 4 ลูกเท่านั้น  ฉะนั้นแมตช์นี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ คล็อปป์ และลูกทีมของเขาจะมาพร้อมกับความมุ่งมั่นเต็มพิกัด

1. เดินหน้าสร้างสถิติเก็บเกินร้อยแต้ม

    หลังจากที่ทำพลาดเสียสถิติชนะรวดในแอนฟิลด์ แมตช์เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ยังมีภารกิจในการสร้างความสะใจให้กับเหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" ด้วยการเก็บแต้มให้ได้เกิน 100 คะแนนซึ่งจะเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    ตอนนี้ ลิเวอร์พูล มี 93 คะแนน และเหลือเกมลงแข่ง 3 แมตช์ทั้งหมด 9 คะแนน หากสามารถเก็บชัยชนะได้หมด จะทำให้พวกเขาเก็บคะแนน 102 แต้ม และจะเป็นการทำลายสถิติของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำเอาไว้ 100 คะแนน เมื่อฤดูกาล 2017/2018

    ฉะนั้นในแมตช์ต้องออกไปเยือน อาร์เซน่อล ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันพุธนี้ คล็อปป์ คงหวังกระตุ้นให้ลูกทีมเดินหน้าเอา 3 คะแนนกลับบ้านให้ได้ เพราะนั่นจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำลายสถิติเก็บแต้มสูงสุด แต่หากไม่สามารถทเก็บชัยชนะได้ ทุกอย่างก็จบ

    แม้หลายคนอาจจะมองว่าการเก็บมากกว่า 100 คะแนนเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญก็ได้ แต่สำหรับ คล็อปป์ หากทีมสามารถเขียนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ได้ จะเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นใจสำหรับการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลหน้า

2. ฟาน ไดค์ ใกล้ทาบสถิติ ฟาวเลอร์

    เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ คือนักเตะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไว้วางใจมาก และเป็นผู้เล่นที่เป็นเสาหลักของทีมมาตลอดนับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่กับ "เดอะ เร้ดส์" เมื่อเดือนมากราคม 2018 โดยความสำเร็จที่ทีมได้มาส่วนหนึ่งมาจากการคุมเกมรับของดาวเตะเลือดดัตช์

    สำหรับตอนนี้ ฟาน ไดค์ มีโอกาสที่จะได้ใส่ชื่อตัวเองลงในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังของสโมสรในฐานะนักเตะที่ลงเล่นครบ 38 แมตช์สองฤดูกาลติดต่อกัน ซึ่งเทียบเท่ากับที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เคยทำเมื่อฤดูกาล 1994/1995 (เป็นซีซั่นที่มีทั้งหมด 42 เกม) และ 1995/1996

    เมื่อฤดูกาล 2018/19 ฟาน ไดค์ ลงสนามให้กับ ลิเวอร์พูล ทุกเกมในลีก แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกได้ แต่ในซีซั่นนี้ ปราการเหล็กทีมชาติฮอลแลนด์ ลงสนามครบ 35 เกมแล้ว และหากอีก 3 แมตช์เจ้าตัวยังได้ลงเล่น นั่นหมายความว่าเขาจะมีสถิติเทียบเท่ากับ "เดอะ ก็อต" ทันที

    อย่างไรก็ตามสถิตินี้ดูเหมือนจะมีความหมายกับเหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" อย่างมาก เพราะการที่ ฟาน ไดค์ ได้ลงคุมเกมรับทุกแมตช์ในลีก ทำให้ ทีมสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 30 เกม เสมอ 3 และแพ้ 2 เท่านั้น ซึ่งทำให้พวกเขาผงาดคว้าแชมป์ลีกที่รอคอยมานานถึง 30 ปีได้อย่างยิ่งใหญ่

3.  ฟีร์มีโน่ ตัวแสบของ อาร์เซน่อล

    แม้ว่า โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ อาจจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มการเล่นประตูระเบิดเถิดเทิงก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่ ลิเวอร์พูล มีคิวดวลกับ อาร์เซน่อล ไม่ว่าจะเป็นเกมเหย้า หรือเยือน สตาร์ลูกหนังชาวบราซิเลียน มักจะเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาได้ทุกครั้ง และยิงประตูใส่ "เดอะ กันเนอร์" บ่อยๆ

    ดาวเตะทีมชาติบราซิล มีสถิติที่สวยหรูในการดวลกับ อาร์เซน่อล โดยเขาจัดการซัดไปแล้ว 8 ประตู นั่นหมายความว่าเขาสามารถส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า มากกว่าเวลาที่ลงสนามช่วย "หงส์แดง" ดวลกับสโมสรอื่นๆ ซะอีก

ต้อง 3 แต้มเท่านั้น ! ผ่า 5 ข้อสำคัญลิเวอร์พูล เยือน อาร์เซน่อล
    ที่สำคัญ "บ็อบบี้" ต้องการอย่างน้อย 2 ประตูในการสู้กับยอดทีมแห่งลอนดอนเหนือ ซึ่งจะทำให้เขาเขียนชื่อตัวเองลงในเกียรติประวัติส่วนตัวในฐานะนักเตะลิเวอร์พูล ที่ยิงประตูใส่ อาร์เซน่อล ได้มากที่สุด แซงหน้า กอร์ดอน ฮ็อดจ์สัน กับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ สองตำนานสโมสร ที่ซัดกันไปคนละ 9 ประตู ในแมตช์ดวลกับ "ไอ้ปืนใหญ่"

4. บังโม ลุ้นดาวซัลโว

    การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นเกียรติประวัติที่ยิ่งใหญ่สำหรับนักเตะทุกคน โดยเฉพาะกับทัพ "หงส์แดง" ที่รอคอยมานานถึง 3 ทศวรรษ แต่สำหรับ  โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังมีภารกิจที่จะต้องพยายามทำให้ได้นั่นก็คือการไล่ล่ารองเท้าทองคำสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

    ในเกมที่เสมอ เบิร์นลี่ย์ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับ "บังโม" เพราะเขามีโอกาสที่จะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายหลายครั้ง แต่ต้องผิดหวังเพราะโดนปฏิเสธจากความเหนียวหนึบของ นิค โป๊ป ทำให้สกอร์รวมในการยิงประตูในลีกของเขายังคงอยู่ที่ 19 ลูกเท่าเดิม

    สำหรับตอนนี้ "คิง ออฟ อียิปต์" ยังตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงเลือดผู้ดี "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ตะบันไปแล้ว 23 ประตูถึง 4 ลูก ฉะนั้นในแมตช์ที่พบกับ อาร์เซน่อล นั้น ซาลาห์ คงต้องมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ๆ จะยิงประตูให้ได้ เพราะหากเกมนี้พลาด อีกสองแมตช์ที่เหลือคงยากจะตาม วาร์ดี้ ทัน

    ทั้งนี้ ซาลาห์ คว้ารางวัลรองเท้าทองคำ หรือ ดาวซัลโวสูงสุด ในศึกพรีเมียร์ลีก มาแล้ว 2 สมัยซ้อน โดยสมัยล่าสุดเป็นการครองรางวัลร่วมกันกับ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง หัวหอก "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล และ ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวจี๊ดจากค่ายแอนฟิลด์

5. ตัวจริงชุดใหญ่จัดหนักไม่เกรงใจ

    คล็อปป์ ยังคงเดินหน้าจัดทีมชุดใหญ่ในเกมเยือน อาร์เซน่อล โดยตำแหน่งผู้รักษาประตูยังคงเป็นหน้าที่ของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ในขณะที่ฟูลแบ็กแน่นอนว่าจะเป็นการกลับมาทำงานร่วมกันของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ในส่วนของเซนเตอร์แบ็กต้องเป็น เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จับคู่กับ โจ โกเมซ

    ในส่วนของแดนกลาง กุนซือชาวเยอรมัน จะใส่ชื่อของ ฟาบินโญ่ และ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ยืนเป็นเสาหลัก โดยเกมนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ นาบี เกอิต้า จะได้ลงมาโชว์ฝีท้า หลังจากผลงานในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้าดีเยี่ยม และทำให้ คล็อปป์ ประทับใจ

    สำหรับแนวรุกยังคงหนีไม่พ้นสามประสาน "หินเหล็กไฟ" (เอสเอ็มเอฟ) ได้แก่ ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โดยในรายของ สตาร์เลือดแซมบ้า ค่อนข้างถูกโฉลกในการยิงประตูอาร์เซน่อล ขณะที่ ดาวเตะชาวอียิปต์ เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะซัดประตูเจ้าบ้าน เพื่อหวังที่จะลุ้นดาวซัลโวสูงสุดในซีซั่นนี้
   
คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง ลิเวอร์พูล เยือน อาร์เซน่อล

ผู้รักษาประตู :  อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : แอดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

กองกลาง : นาบี เกอิต้า, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม

กองหน้า :  ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

โทบี้โขกชัย-ซนแสบ! สเปอร์สแซงดับอาร์เซน่อล ดาร์บี้ลอนดอนสุดมัน

ซน ฮึง-มิน ตะบันตาข่ายไอ้ปืนใหญ่ในลีกได้เป็นครั้งแรก แถมยังจ่ายให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ โขกประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ สเปอร์ส เปิดบ้านแซงเอาชนะ อาร์เซน่อล แบบสนุก 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญแซงปืนโตขึ้นมารั้งอันดับ 8 แทน ส่วนอาร์เซน่อลที่หล่นมาอยู่อันดับ 9 ในศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    การแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 12 กรกฏาคม 2563 ที่สนาม ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับ 10 พบ อาร์เซน่อล อันดับ 8 ของตาราง

    เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส หมดสิทธิ์ใช้งาน เดเล่ อัลลี ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่วนแกนหลักรายอื่นพร้อมลงเล่นทั้งหมดโดยเกมรุกส่ง ลูคัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน ลงล่าตาข่าย

    ส่วน อาร์เซน่อล ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ยังชวดใช้งานแข้งเจ็บอย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, คัลลั่ม แชมเบอร์ส และ แบร์นด์ เลโน่ โดยดร็อป บูกาโย่ ซาก้า ดาวรุ่งฟอร์มแจ่มเป็นเพียงสำรอง โดยเกมรุกส่ง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ นิโกล่าส์  เปเป้  เป็น 3 ประสาน

    ครึ่งแรกเริ่มเกมมาไม่ถึงนาที สเปอร์ส ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ พลาดโดน ลูคัส มูร่า ฉกมาซัดนอกกรอบบอลยังไปตรงตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ รับเข้าซอง

    จากนั้นเกมเปิดหน้าแลกกันสนุก และยังเป็นโอกาสลุ้นของ "ไก่เดืยอทอง" นาทีที่ 10 ลูคัส มูร่า ตักบอลให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวพยายามยกหลบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่โดนนายด่านชาวอาร์เจนไตน์พุ่งปัดเอาไว้ได้หวุดหวิด

    อย่างไรก็ตาม นาที 16 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ไปประตูขึ้นนำก่อน อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ แต่งเข้าขวาแล้วซัดนอกกรอบบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปอย่างสุดสวย

    กระนั้นก็ดีถัดมาเพียง 3 นาที สเปอร์ส ตามตีเสมอแบบทันควัน 1-1 จากจังหวะความผิดพลาดกันเองของแนวรับ อาร์ซนอล เมื่อ เซอัด โคลาซินัช จ่ายบอลคืนหลังให้ ดาวิด ลุยซ์ แต่ไม่เข้าใจกันก่อนจะโดน ซน เฮือง มิน ฉกบอลหลุดไปชิพด้วยซ้ายข้ามตัว มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    ถัดมา นาที 32 เจ้าถิ่นเกือบประตูขึ้นนำอีกครั้ง นิโกล่าส์ เปเป้ โซโล่มาปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียว

    "ปืนใหญ่" ลุ้นต่อเนื่อง ใน นาที 40 จากจังหวะที่  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ซัดฟรีคิกหนีกำแพงบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว นาทีถัดมา เปเป้ ได้ซัดด้วยซ้ายในเขตโทษบอลยังไปตรงตัว อูโก้ โยริส พุ่งรับไว้ได้

    จบครึ่งแรก สเปอร์ส เสมอ อาร์เซน่อล 1-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 54 ทัพปืนใหญ่ได้ลุ้นพลิกขึ้นนำอีก หลัง ดานี่ เซบายอส ตอกส้นให้ เปเป้ หลุดเข้าไปครอสเข้ามาเสาไกล บอลไปติดหัวแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนที่ ชโคดราน มุสตาฟี่ จะตีลังกายิงบอลย้อยไปเข้ามือ อูโก้ โยริส

    นาที 59 อาร์เซน่อล พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกหน คราวนี้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ไหลบอลออกซ้ายนิ่มๆให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    นาที 69 มิเกล อาร์เตต้า บอสใหญ่ของไอ้ปืนโต ส่ง บูกาโย่ ซาก้า ลงมาเล่นแทน นิโกล่าส์ เปเป้

    นาที 71 "ไก่เดือยทอง" พลาดโอกาสขึ้นนำบ้าง คราวนี้ แฮร์รี่ เคน กระชากหนีมุสตาฟี่ ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางให้ ซน ฮึง-มิน พยายามจะจิ้มหนี เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่นายทวารอาร์เซน่อลไม่หลงพุ่งมากวาดบอลรับไว้ได้

    ยังเป็น อาร์เซน่อล ที่ครองบอลและโหมบุกใส่เจ้าถิ่นเสียมากกว่า นาที 79 เกือบได้ขึ้นนำอีกครั้งหลัง เอคตอร์ เบเยริน ลากตัดเข้ากลางแล้วตะบันด้วยซ้ายไปติดบล็อค แต่บอลยังมาเข้าทาง โอบาเมย็อง อัดด้วยขวาไปเสาไกล ทว่ายังโดน อูโก้ โยริส พุ่งปัดปลายมือออกหลังหวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา สเปอร์ส เกือบได้บ้าง ลูคัส มูร่า จ่ายตัดแนวรับไอ้ปืนใหญ่ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ยังดีที่  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ออกมาบล็อคบอลออกหลังเป็นเตะมุมของเจ้าถิ่น

    และจากจังหวะคอนเนอร์ต่อเนื่องในนาที 81 สเปอร์ส มาแซงขึ้นนำ 2-1 ได้สำเร็จ ซน ฮึง-มิน เปิดเตะมุมมากลางประตูให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ขึ้นโขกเช็ดไปเสาไกลเสียบตาข่ายอย่างงดงาม

    นาที 83 ลูกทีมของ มูรินโญ่ เกือบพังประตูที่สามนำห่าง และคราวนี้บอลขึ้นทางซ้ายเจาะผ่าน ชโคดราน มุสตาฟี่ ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปแปเล่นทางด้วยเท้าขวา แต่ยังไม่ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านรักษาสกอร์ที่นำไว้ได่ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบการแข่งขัน สเปอร์ส เอาชนะในเกมดาร์บี้แมตช์เหนือคู่ปรับร่วมลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล 2-1 คว้าสามแต้มพร้อมแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 8 มี 52 คะแนน ขณะที่ไอ้ปืนใหญ่รั้งอยู่อันดับ 9 มี 50 คะแนน 
   
    รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    สเปอร์ส : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส, โจวานนี่ โล เซลโซ่ (โอลิเวอร์ สคิปป์ น.84) – ลูคัส มูร่า (สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น น.82), ซน ฮึง-มิน (เอริก ลาเมล่า น.90+4), แฮร์รี่ เคน

    อาร์เซน่อล :  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช (รีสส์ เนลสัน น.84) – เอคตอร์ เบเยริน (เซดริค ซูอาเรซ น.84), ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ (โจ วิลล็อค น.84) – นิโกล่าส์ เปเป้ (บูกาโย่ ซาก้า น.70), อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

ลิเวอร์พูลเน้นเพื่อ100แต้ม! “ซาลาห์” พร้อมยิง,อาร์เซน่อลมี “โอบาเมย็อง” โป้งสู้

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล หวังคว้าชัยเพื่อเส้นทางจบซีซั่น 100 คะแนนขึ้นไปให้จงได้โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมลงนำล่าตาข่ายเกมบุกทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กระสันปิดสกอร์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 15 ก.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4K (เวลา : 02.15 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
อาร์เซน่อล (9)  –   ลิเวอร์พูล (1)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4K (เวลา : 02.15 น.)

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมแพ้สเปอร์ส 1-2 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 2 เกมแล้ว

    ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้า ยังไม่มี แบร์นด์ เลโน่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, ปาโบล มาริ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่เดี้ยงอยู่ก่อน รวมไปถึง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ ที่เหลือโทษแบนอีก 2 นัด

    แต่แกนหลักรายอื่นๆ อย่าง ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, กรานิต ชาคา, ดานี่ เซบายอส, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมเสมอเบิร์นลี่ย์ 1-1 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว

    สภาพทีมเกมนี้ คล็อปป์ ยังไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ โฌแอล มาติป ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว ส่วน เจมส์ มิลเนอร์ ที่ไม่สมบูรณ์ ต้องรอทดสอบความฟิต

    แข้งหลักที่เป็นแค่สำรองในเกมก่อนอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็น่าจะคัมแบ็กตามปกติ

    ขณะที่แกนหลักขาประจำทั้ง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เอคตอร์ เบเยริน, กรานิต ชาคา, ดานี่ เซบายอส, คีแรน เทียร์นี่ย์ – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่, เคอร์ติส โจนส์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
31/10/19    ลีก คัพ    ลิเวอร์พูล     5 – 5 อาร์เซน่อล   
24/08/19    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล     3 – 1 อาร์เซน่อล   
30/12/18    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล     5 – 1 อาร์เซน่อล   
04/11/18    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    1 – 1 ลิเวอร์พูล    
23/12/17    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    3 – 3 ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
อาร์เซน่อล
12/06/20 แพ้ สเปอร์ส 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/06/20 เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/06/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ

ลิเวอร์พูล
11/06/20 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
08/06/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
05/07/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/07/20 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25/06/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

สูสี!สเปอร์สเปิดรังฟัดอาร์เซน่อลจัด “เคน-โอบาเมย็อง” วัดคมเกือก

คู่เดือดที่ผลงานการพบกันสุดสูสี…"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล โดยสองดาวยิงของทั้งสองทีมอย่าง แฮร์รี่ เคน กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง จะถูกจับตามองและมีสิทธิ์ปิดสกอร์พาทีมคว้าชัย ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4k (เวลา : 22.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
สเปอร์ส (10)   –   อาร์เซน่อล (8)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4k (เวลา : 22.30 น.)

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม

    โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมไก่เดือยทองมีสถิติ 2-2-1 ในช่วงรีสตาร์ตโดยรวมยังไม่น่าประทับใจนัก ล่าสุดทำได้แค่ไปเสมอกับบอร์นมัธ 0-0

    เอริก ดายเออร์ จะติดโทษแบนเป็นนัดที่ 2 จาก 4 เกม โดย ทรอย แพร์รอตต์ และ จาเฟต แทนกันก้า 2 ดาวรุ่งยังคงบาดเจ็บเช่นเคย

    เดเล่ อัลลี่ เดี้ยงเอ็นหลังหัวเข่าไม่พร้อมสำหรับนัดนี้ และ โจวานี่ โล เซลโซ่ ก็ต้องลุ้นความฟิตก่อนลงสนามด้วย

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซือไอ้ปืนใหญ่ พาทีมเก็บ 10 แต้มจาก 4 เกมล่าสุด โดยเมื่อกลางสัปดาห์พวกเขาเสมอกับเลสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-1

    อาร์เซน่อลมีปัญหานักเตะบาดเจ็บอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็น กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (เข่า), คัลลั่ม แชมเบอร์ส (เข่า) และ แบร์นด์ เลโน่ (เข่า) ลงสนามไม่ได้ทั้งหมด

    ขณะที่ เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ กองหน้าดาวรุ่งยังคงติดโทษแบน ส่วน เมซุต โอซิล มีปัญหาที่หลัง ไม่น่าจะลงเล่นได้

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    สเปอร์ส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, เบน เดวิส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส – ลูกัส มูร่า, สตีเฟ่น เบิร์กไวน์, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน
    ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

    อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช -เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ – บูกาโย่ ซาก้า, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
01/09/19    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล 2 – 2 สเปอร์ส     
02/03/19    พรีเมียร์ลีก    สเปอร์ส  1 – 1 อาร์เซน่อล    
20/12/18    ลีก คัพ    อาร์เซน่อล 0 – 2 สเปอร์ส     
02/12/18    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล 4 – 2 สเปอร์ส     
10/02/18    พรีเมียร์ลีก    สเปอร์ส  1 – 0 อาร์เซน่อล    

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
สเปอร์ส
09/06/20 เสมอ บอร์นมัธ 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
06/07/20 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/07/20 แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/06/20 ชนะ เวสต์แฮม 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

อาร์เซน่อล
07/06/20 เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/06/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
26/06/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

สูสี!อาร์เซน่อลทัพใหญ่ “โอบาเมย็อง” นำตะบันถิ่นวูล์ฟส์ใช้ “ฮิเมเนซ”กระซวกกลับ

"ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกโดยมี  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง พร้อมซัดประตู เกมบุกรัง "หมาฟ่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ ราอูล ฮิเมเนซ คือตัวความหวังปิดสกอร์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ศกนี้    ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1, เวลา : 23.30 น.

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563
วูล์ฟแฮมป์ตัน (6)   –   อาร์เซน่อล (8)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1, เวลา : 23.30 น.

สนาม : โมลินิวซ์

    นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต กุนซือวูล์ฟแฮมป์ตันพาทีมชนะแอสตัน วิลล่า 1-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด

    ความพร้อมเกมนี้ นูโน่ ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม และคาดว่าน่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไป เนื่องจากทำผลงานกันได้ดีแล้วนั่นเอง

    นำโดยแกนหลักหน้าเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็น วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, ราอูล ฮิเมเนซ และ ดีเอโก้ โชต้า  

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อลพาทีมชนะนอริช ซิตี้ 4-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 3 นัดติด 

    สภาพทีมล่าสุด อาร์เตต้า ยังไม่มีพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็น แบร์นด์ เลโน่, ปาโบล มารี, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ คาลั่ม แชมเบอร์ส

    ส่วน เมซุต โอซิล ที่มีอาการเจ็บหลังรบกวนจนไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลย ต้องรอทดสอบความฟิต

    การจัดทัพเชื่อว่า อาร์เตต้า น่าจะยึดทีมจากเกมล่าสุดเป็นหลักต่อไป เพราะทำผลงานกันได้ยอดเยี่ยมแล้วนั่นเอง

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-5-2) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, เลอันแดร์ เดนดองเกอร์, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, จอนนี่ กาสโตร – ราอูล ฮิเมเนซ, ดีเอโก้ โชต้า
    ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต 

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ – รีสส์ เนลสัน, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์  
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
02/11/19        พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน    1 – 1
25/04/19        พรีเมียร์ลีก    วูล์ฟแฮมป์ตัน ชนะ  อาร์เซน่อล    3 – 1
11/11/18        พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    เสมอ  วูล์ฟแฮมป์ตัน    1 – 1
12/04/12        พรีเมียร์ลีก    วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้  อาร์เซน่อล    0 – 3
27/12/11        พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    เสมอ วูล์ฟแฮมป์ตัน    1 – 1

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
วูล์ฟแฮมป์ตัน
27/06/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25/06/20 ชนะ บอร์นมัธ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 ชนะ เวสต์แฮม 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
13/03/20 เสมอ โอลิมเปียกอส 1-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก
07/03/20 เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

อาร์เซน่อล
02/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
26/06/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 แพ้ ไบรท์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
18/06/20 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ต้องไปให้ถึง! “อาร์เตต้า” เล็งพาอาร์เซน่อลจบท็อปโฟร์

มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ อาร์เซน่อล ระบุชัด หวังพาทีมติดกลุ่มท็อปโฟร์ซีซั่นนี้ หลังบุกสอย วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-0 พร้อมเร้าลูกทีมพยายามเล่นให้แจ่มแบบนี้ทุกนัดที่เหลือ

     มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล เผยว่า ตนยังคงหวังที่จะพาทีมจบฤดูกาลนี้ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยการติดกลุ่มสี่อันดับแรก หลังล่าสุดพาทัพ "ไอ้ปืนใหญ่" บุกไปเอาชนะทีมแกร่งอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     เกมนี้ อาร์เซน่อล ได้ประตูจาก บูกาโย่ ซาก้า นาทีที่ 43 และ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ นาทีที่ 86 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้พวกเขาขึ้นมาอยู่อันดับเจ็ด มี 49 แต้ม จากการลงแข่ง 33 นัด ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับสี่ (สถานการณ์ก่อน เชลซี ลงเตะกับ วัตฟอร์ด คู่ดึก) ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายที่ได้โควตาเตะถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า 6 แต้ม ซึ่ง อาร์เตต้า มองว่า "ไอ้ปืนใหญ่" ยังคงไม่หมดหวังกับการติดกลุ่มท็อปโฟร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเปิดบ้านเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ ในเกมวันอังคารที่ 7 กรกฎาคมนี้ได้  

         "ผมจะพยายามพาทีมเอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ให้ได้ หลังจากนั้นเราก็จะมาดูสถานการณ์กันอีกที หลายสัปดาห์ก่อนมันดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็พยายามทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละเกม และมันก็กลายเป็นมีโอกาสมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเรา ถ้าเราเล่นได้แบบนี้ไม่ว่าเจอกับทีมไหน พวกเขาจะต้องเจองานหนักแน่นอน" กุนซือชาวสแปนิชวัย 38 ปี กล่าว

แฟนปืนเซ็ง!อาร์เซน่อลยัน “มาร์ติเนลลี่” พักทั้งซีซั่น

สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" เจอข่าวร้ายเพิ่ม เพราะล่าสุดเป็นที่แน่นอนแล้ว กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หัวหอกดาวโรจน์ อาร์เซน่อล ต้องปิดเทอมยาวทั้งซีซั่น หลังจากเดี้ยงระหว่างซ้อมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

     อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงการณ์ยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ กองหน้าดาวรุ่งชาวบราซิเลียน หมดสิทธิ์ลงเล่นตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้เรียบร้อย เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าข้างซ้าย 

     มาร์ติเนลลี่ ได้รับบาดเจ็บระหว่างการซ้อม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา และเข้ารับการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย โดยฤดูกาลนี้ หัวหอกวัย 19 ปี ที่เพิ่งย้ายมาจาก อิตูอาโน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา ลงเล่นให้ "ไอ้ปืนใหญ่" รวมทุกรายการ 26 นัด ทำได้ 10 ประตู

     ทั้งนี้ คาดกันว่า มาร์ติเนลลี่ น่าจะกลับมาลงซ้อมได้ภายใน 2-3 เดือน ซึ่งเป็นกรอบระยะเวลาเดียวกับ ปาโบล มารี เซนเตอร์แบ็กชาวสแปนิช ที่เจ็บข้อเท้าซ้ายจากเกมลีกนัดที่ อาร์เซน่อล บุกพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน

เรอัลจ้องมาเน่,อาร์เซน่อลเล็งกรีซมันน์! อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด หวนกลับมามีข่าวเกี่ยวโยงกับ ซาดิโอ มาเน่ อีกครั้ง ขณะที่ ลีรอย ซาเน่ ล่าสุดก็จ่อมากๆ แล้วที่จะกลายเป็นสมาชิกใหม่ของ บาเยิร์น มิวนิค ส่วนทางฝั่ง อาร์เซน่อล เที่ยวนี้มีข่าวน่าสนใจเพียบ รวมถึงการเล็งสอย อ็องตวน กรีซมันน์ จาก บาร์เซโลน่า แต่จะมีเรื่องอะไรอีกนั้น มาอัพเดตตลาดกันเลย

– ลีรอย ซาเน่ ปีกจรวด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินทางถึงสนามซ้อมของ บาเยิร์น มิวนิค เรียบร้อย เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย ก่อนปิดดีลย้ายซบ "เสือใต้" อย่างเป็นทางการ (Sky Germany)

– เรอัล มาดริด ยังคงมีแผนออกล่าตัว ซาดิโอ มาเน่ ปีกจอมสังหารของ ลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลนี้ หลังจากที่เห็นนักเตะไม่มีท่าทีที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด (Independent)

 – อย่างไรก็ตาม อีกสื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า "ราชันชุดขาว" ไม่น่าจะมีกำลังเงินมากพอที่จะออกล่าตัว มาเน่ ช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" เล่นงาน นอกจากนี้กุนซือ ซีเนดีน ซีดาน ยังหวังปั้น วินิซิอุส จูเนียร์ กองหน้าดาวรุ่งเลือดแซมบ้า มากกว่าที่จะทุ่มเงินก้อนโตล่า ดาวเตะ "หงส์แดง" (Daily Mail)

– อาร์เซน่อล คาดหวังว่า ดาวิด ลุยซ์ เซนเตอร์แบ็กชาวบราซิเลียน จะสามารถโน้มน้าวใจ ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังเพื่อนร่วมชาติ ให้เลือกย้ายมาร่วมทัพ ไอ้ปืนใหญ่" ได้ โดย ซิลวา กำลังจะหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลนี้ (Le10 Sport)

– นอกจากนี้ อาร์เซน่อล ยังรุกหนักในการล่าตัว โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางตัวรับของ แอตเลติโก มาดริด ทว่าไม่พร้อมจ่ายค่าตัวนักเตะตามค่าฉีกสัญญา 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,755 ล้านบาท) (Athletic)

– มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล มีความสนใจที่จะคว้าตัว เมมฟิส เดอปาย กองหน้าชาวดัตช์ของ โอลิมปิก ลียง หาก ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ดาวยิงตัวเก่ง อำลาทีม (Le10Sport)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีความมั่นใจว่าจะสามารถคว้าตัว ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก กองกลางทีมชาติเดนมาร์กของ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ แต่จำเป็นต้องทำเงินจากการขายนักเตะในทีมบางคนออกไปก่อน โดยเชื่อกันว่า ฮอยเบิร์ก มีค่าหัวอยู่ที่ราว 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,365 ล้านบาท) (Telegraph)

– แซร์ช ออริเย่ร์ แบ็กขวาจอมบุก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ อาแอส โมนาโก (Sky Sports)

 – ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล ได้เล็ง อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าดาวดัง บาร์เซโลน่า เป็นอีกหนึ่งทางเลือก และอาจจะใช้ มัตเตโอ เกนดูซี่ รวมถึง โอบาเมยอง เป็นตัวล่อ เนื่องจากทั้งสองกำลังได้รับความสนใจจาก บาร์ซ่า อยู่พอดี (Express)

– นาโปลี กลายเป็นทีมเต็งแทน อาร์เซน่อล ที่จะได้ตัว โดมินิก โซบอสซ์ไล กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงทีมชาติฮังการีของ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก นอกจากนี้ เอซี มิลาน เป็นอีกทีมที่อยากได้ตัว ดาวเตะวัย 19 ปี (Sky Sport Italia)

– เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พร้อมพิจารณาขาย เดแคลน ไรซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่ง ที่ราคาไม่ต่ำกว่า 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,730 ล้านบาท) หลังนักเตะกำลังเป็นที่หมายปองของ เชลซี รวมถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Evening Standard)

– อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค หัวหอกเลือดโปลของ นาโปลี มีใจที่จะย้ายไป ยูเวนตุส มากกว่า ท็อตแน่ ฮ็อทสเปอร์ (Tuttosport)

– แรนส์ ไม่มีแผนที่จะขาย เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า กองกลางดาวรุ่งคนเก่ง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจาก เรอัล มาดริด หลังจบฤดูกาลนี้ ต่อให้ได้ข้อเสนอระดับ 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) ก็ตาม (AS)