VAR เปลี่ยนชีวิต! ฟาติโดนไล่ออกหลังลงสนามแค่ 5 นาที

แนวรุกอาซูลกรานาต้องเดินออกจากสนามหลังจากที่ถูกเปลี่ยนลงมาเพียง 5 นาทีเท่านั้น จากจังหวะปะทะที่เขายกขาสูงเข้าใส่คู่แข่ง

อันซู ฟาติ กองหน้าบาร์เซโลนาต้องถูกไล่ออกจากสนาม หลังจากที่ถูกเปลี่ยนลงมาเพียง 5 นาที ในเกมที่เจ้าบุญทุ่มเอาชนะเอสปันญอลไป 1-0 ในเกมลาลีกาเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ดาวรุ่งวัย 17 ปีของทีมอาซูลกรานา ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาแทนที่เนลสัน เซเมโด้ ตั้งแต่นาทีที่ 46 ของการแข่งขัน เพื่อเสริมเกมรุกให้ทีมซึ่งกำลังเสมอกันอยู่ 0-0 ในเวลานั้น

อย่างไรก็ดี เพียงนาทีที่ 50 ของการแข่งขัน อันซู ฟาติ ก็ต้องเดินออกจากสนาม เมื่อเขาไปเปิดปุ่มยันเข้าใส่หน้าแข้งของ เฟร์นานโด กาเลโร ทีแรกผู้ตัดสินให้เป็นใบเหลือง ทว่าเมื่อวิ่งไปเช็คเหตุการณ์ย้อนหลังที่จอ VAR ก็เปลี่ยนใจมาให้เป็นใบแดงโดยตรงไล่ออกไป

หลังจากนั้นเพียง 3 นาที เอสปันญอลก็มาเหลือ 10 คนเช่นกัน จากจังหวะที่ โปล โลซาโน ไปเปิดปุ่มยันเสาใส่หน้าแข้งของ เคราร์ด ปิเก้ ซึ่งผู้ตัดสินก็เปลี่ยนใจจากใบเหลืองมาให้ใบแดง หลังเดินไปเช็ค VAR เหมือนจังหวะของฟาติไม่มีผิดเพี้ยน

และในที่สุด นาทีที่ 56 บาร์ซาก็มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี ได้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือนมาเข้าทาง หลุยส์ ซัวเรซ แปซ้ำดาบสองด้วยขวาเน้น ๆ ตุงตาข่าย ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 และชนะไปด้วยสกอร์นี้

จบเกม บาร์เซโลนาเก็บเพิ่มเป็น 76 คะแนน รั้งอันดับ 2 ต่อไป แต่ไล่จี้ เรอัล มาดริด จ่าฝูงเหลือแค่แต้มเดียว ส่วนเอสปันญอลจมอยู่อันดับ 20 สุดท้ายของตาราง ยังมี 24 คะแนน และกลายเป็นทีมแรกในลาลีกาฤดูกาลนี้ที่ตกชั้นอย่างเป็นทางการ

เมสซี่โหดจ่าย2ยิง1! บาร์ซ่าไม่พลาดบุกตบมายอร์ก้า นำฝูงหนีชุดขาว5แต้ม

"จ่าฝูง" บาร์เซโลน่า ยังเฉียบคมเหมือนเดิมหลังบุกไปคว้าชัยเหนือ เรอัล มายอร์ก้า ทีมท้ายตาราง 4-0 เกมนี้ ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมยิงประตูปิดท้าย แถมจ่ายให้เพื่อนร่วมทีมอีกสองแอสซิสต์ คว้าสามแต้มพร้อมหนีอันดับ 2 ที่แข่งน้อยกว่าอย่าง เรอัล มาดริด ถึง 5 คะแนน ในเกมรีสตาร์ท ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา

สนาม : อิเบโรสตาร์ เอสตาดี้

    ศึก ลา ลีกา สเปน นัดรีสตาร์ท ของวีกที่ 28 "จ่าฝูง" บาร์เซโลน่า ก่อนแข่งนำ เรอัล มาดริด รองจ่าฝูงอยู่ 2 คะแนน เกมนี้ต้องบุกมาเยือนทีมชาวเกาะอย่าง เรอัล มายอร์ก้า ทีมอันดับ 18 ที่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้น

    เจ้าถิ่นวาง ทาเคฟูสะ คูโบะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นที่ยืมมาจาก เรอัล มาดริด ทำเกมรุกร่วมกับ อันเต บูดิมีร์ และ กูโช่ เอร์นานเดซ

    ส่วนทีมเยือนเกมนี้ไร้ หลุยส์ ซัวเรซ แต่ไม่มีปัญหา มาร์ติน เบรธเวต ลงทำหน้าที่ร่วมกับ อองตวน กริซมันน์ และลิโอเนล เมสซี่

    ออกสตาร์ทเกมมาได้แค่ 2 นาที "เจ้าบุญทุ่ม" ทะยานนำไปก่อน 1-0 อย่างรวดเร็ว ยอร์ดี้ อัลบา เปิดบอลจากซ้ายมากลางประตูให้ อาร์ตูโร่ วิดาล เบียดแนวรับเจ้าถิ่นโขกผ่านมือ เรน่า เข้าไปอย่างสวยงาม

    นาที 12 เมสซี่ เกือบยิงให้ทีมขึ้นนำหลัง อองตวน กรีซมันน์ ไหลเข้ากลางสุดสวยแต่จังหวะยิงของสตาร์ฟ้าขาวไปติด อันโตนิโอ ไรโย่ ออกหลัง

    นาที 22 ทาเคฟูสะ คูโบะ เกือบแผลงฤทธิ์หลังกระชากจากนอกกรอบเข้ามายิง บอลพุ่งไปทางเสาไกลแต่ยังไม่ผ่านมือ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น ทุบบอลออกไปได้

    เจ้าถิ่น มายอร์ก้า โหมบุกขึ้นมาอีก นาที 28 ดานี่ โรดริเกซ ได้บอลกลางประตูแต่ซัดไปติดบล็อคแข้งเจ้าบุญทุ่ม บอลมาเข้าทาง มาเคฟูสะ คูโบะ กดด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลพุ่งเลียดไปเข้ามือ แทร์ชตีเก้น 

    นาที 33 บาร์ซ่ามาเสียฟรีคิกหน้ากรอบกว่า 23 หลา ทาเคฟูสะ คูโบะ ที่เล่นได้โดดเด่นรับหน้าที่วิ่งมาปั่นบอลผ่านกำแพงไปได้แล้วแต่ไปตรงตัว มาร์ค อังเดร แทร์ชตีเก้น

    แต่กลายเป็น บาร์เซโลน่า ที่ใช้โอกาสไม่เปลือง นาที 37 มาส่องเข้ากรอบหนที่สอง และเป็นประตูนำห่าง 2-0 ทันที จากจังหวะที่ กรีซมันน์ กระโดดเช็ดบอลให้ เมสซี่ โขกต่ออีกทีให้ มาร์ติน เบรธเวต แปเน้นๆกลางประตูเข้าไป ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ก่อนจะยืนยันให้ "เจ้าบุญทุ่ม" ได้ประตู

    จบครึ่งแรก เรอัล มายอร์ก้า ตามหลัง บาร์เซโลน่า 0-2

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 48 จังหวะโต้กลับของ มายอร์ก้า เกือบได้ประตูตีไข่แตก คูโบะ ดีดต่อให้ ดานี่ โรดริเกซ กระชากเข้าไปแล้วปาดเข้ากลางให้ อันเต บูดิมีร์ วิ่งมายิงด้วยซ้ายนอกกรอบ บอลพุ่งถากเสาออกไปแบบได้เสียว

    นาที 59 ทัพอาซูลกรานา ชวดได้ประตูที่สามอย่างน่าเสียดาย หลัง เมสซี่ แทงบอลเข้ากลางให้ มาร์ติน เบรธเวต เลี้ยงหลบหลุดเข้าไปซัดติดขานายด่านมายอร์ก้าออกหลังไป

    คูโบะ ที่วันนี้โชว์ฟอร์มได้ดี นาที 76 กดด้วยซ้ายเท้าถนัดในกรอบ บอลพุ่งแต่ยังไปติด ปิเก้ และจากลูกเตะมุม อเลฆานโดร โปโซ่ ซัดด้วยขวาแถวสองหลุดกรอบออกไป

    นาที 80 สกอร์เป็นทีมเยือนบุกมานำ 3-0 เมสซี่ ชิ่งหนึ่งสองให้ ยอร์ดี้ อัลบา หลุดเข้าไปยิงบอลสวนตัว เรน่า เสาแรกเข้าไปอย่างเยือกเย็น

    ช่วงทดเจ็บ นาที 90+3 ทีมเยือนมาได้ประตูหนีห่าง 4-0 จากจังหวะที่ หลุยส์ ซัวเรซ ตัวสำรองจ่ายบอลต่อให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยิงด้วยขวาเข้าไปอย่างเยือกเย็น

    จบเกม เรอัล มายอร์ก้า แพ้ บาร์เซโลน่า 0-4 ส่งผลให้บาร์ซ่ามีเพิ่มเป็น 61 คะแนนนำจ่าฝูงต่อ โดยทิ้งอันดับ 2 อย่าง เรอัล มาดริด ถึง 5 คะแนน ส่วนมายอร์ก้า รั้งอันดับ 18 ต้องหนีตกชั้นต่อไป

    รายชื่อ11ผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล มายอร์ก้า (4-4-2) มาโนโล่ เรน่า – อเลฆานโดร โปโซ่, มาร์ติน บัลเยนต์, อันโตนิโอ ไรโย่, โจน ซาสเตร้ – ซัลบา เซบีย่า, มาร์ค เปดราซ่า, ดานี่ โรดริเกซ, ทาเคฟูสะ คูโบะ – อันเต บูดิมีร์, กูโช่ เอร์นานเดซ

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) มาร์ค อังเดร แทร์ชตีเก้น – เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, โรนัลด์ อาเราโย่, ยอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูโร่ วิดาล, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ – ลิโอเนล เมสซี่, อองตวน กริซมันน์, มาร์ติน เบรธเวต