บุกตลาดโลก! วอริกซ์ เซ็น ธีราทร นั่งพรีเซนเตอร์คนใหม่

วอริกซ์ดึงแบ็คซ้ายช้างศึกนั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ก้าวสู่ตลาดโลก
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัญชาติไทย เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายทีมชาติไทย ของ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส แชมป์เจลีก 2019 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจเดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งของวาริกซ์ในฐานะสปอร์ตแบรนด์ชั้นนำของภูมิภาค ที่กำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข่งขันอยู่ในระดับโลก

โดยวอริกซ์ เป็นผู้ถือสิทธิ์การออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่ายชุดแข่งขันและเครื่องแต่งกายทัพช้างศึก ซึ่งเป็นแบรนด์กีฬาสัญชาติไทยที่เติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ด้าน วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายของวาริกซ์ในปีนี้ คือเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มในระดับภูมิภาคก่อนจะขยายไปสู่ระดับโลก ผ่านกลยุทธ์สำคัญคือ ‘สปอร์ต ไลเซ่น’ ที่โฟกัสกีฬามหาชนของคนทั่วโลกอย่างฟุตบอล ทั้งฟุตบอลระดับทีมชาติและระดับสโมสร ซึ่งในปัจจุบันหากนับเฉพาะกีฬาฟุตบอล วอริกซ์คือแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในอาเซียน"
"ทั้งนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่วอริกซ์เร่งเครื่องมากขึ้นในปีนี้คือ การใช้ ‘ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง’ (Idol Marketing) มาช่วยสร้างการรับรู้ และช่วยเสริมความแข็งแกร่งในเชิงของภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์วอริกซ์ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และขยายต่อไปในระดับโลก โดยวาริกซ์ให้ความสนใจไอดอลจากกีฬาประเภทอื่น หรือวงการอื่นๆ ด้วย สอดคล้องตามวิสัยทัศน์ของวอริกซ์ ที่ต้องการเติบโตด้วย Sport License และ Lifestyle”

“ความร่วมมือระหว่างวอริกซ์ กับ ‘อุ้ม ธีราทร บุญมาทัน’ มีภารกิจหลัก คือการร่วม โปรโมทแบรนด์วอริกซ์ ซึ่งสาเหตุที่เลือก ‘อุ้ม ธีราทร’ นั้น แน่นอนว่าเป็นเพราะ ‘อุ้ม ธีราทร’ เป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย เป็นนักเตะที่มีความสามารถสูงมาก เป็นคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีวินัยทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต และเป็นไอดอลของเยาวชนจำนวนมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘อุ้ม’ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เป็นภาพของคนไทยที่ออกไปต่อสู้อยู่บนเวทีระดับโลก สอดคล้องกับความเป็นวอริกซ์ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทย ที่ออกไปแข่งขันอยู่ในระดับโลกเช่นเดียวกัน”

นายวิศัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การทำธุรกิจของวอริกซ์ในช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ เราปรับตัวได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กับการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ได้กลายเป็นวิกฤตใหญ่ไปทั่วโลก เป็นทั้งวิกฤตสาธารณสุขและวิกฤตเศรษฐกิจ ที่บังคับให้คนทั้งโลกต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ฟุตบอลทั้งระดับสโมสรและทีมชาติก็หยุดการแข่งขันไปหลายเดือน โดยเมื่อช่องทางการขายหน้าร้าน ต้องปิดในช่วงการ Lock Down วอริกซ์ได้ปรับไปมุ่งเน้นทำการตลาดและการขายผ่านช่องทางออนไลน์"

"วอริกซ์มีแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว เราจึงทุ่มไปที่ออนไลน์ และอัดโปรโมชั่นเพิ่มเติมเข้าไป โดยนอกจากเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่อยากเป็นเจ้าของเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ลิขสิทธิ์แท้ และสินค้าคุณภาพดีอื่นๆ ของวอริกซ์ สามารถซื้อสินค้าวอริกซ์ไปครอบครองได้ ในราคาที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งในภาพรวมช่วงที่ผ่านมา ถือว่าวอริกซ์ทำได้ดีพอสมควร เรามีลูกค้าซื้อสินค้าเรามากกว่า 20,000 คน ต่อเดือน”
ขณะที่ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่งของทีมชาติไทย และเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์เจลีคได้ ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับวอริกซ์ ว่า “รู้สึกดีใจที่จะได้ร่วมงานกับวอริกซ์ เพราะรู้จักและชื่นชมวอริกซ์อยู่แล้ว อย่างชุดแข่งขันของทีมชาติไทยของวอริกซ์ เราใช้จริง รู้สึกว่าคุณภาพชุดของวอริกซ์คือก้าวไปไกลมาก"

"ถือเป็นเรื่องดี เพราะทำให้นักฟุตบอลทีมชาติไทยได้ใส่ชุดที่คุณภาพดี ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตต่างๆ เทียบเท่าแบรนด์ดังๆ ระดับโลก นอกจากนั้นก็ชื่นชมวอริกซ์ ในฐานะที่เป็นแบรนด์ไทย ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในหลายๆ ประเทศ”

สำหรับ ธีราทร บุญมาทัน มีผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2019 โดยเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์เจลีกกับ โยโกฮามา เอฟ มารินอส ก่อนที่ฤดูกาลนี้ช่วยต้นสังกัดลงสนามเป็นตัวจริงไปแล้ว 2 เกม

เมืองทองฯ เปิดตัว “พิชา-ภูมินทร์-ฉัตรมงคล” ร่วมทัพ

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล ทำการเปิดตัว พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จาก สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จาก การท่าเรือ เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทางด้านบอร์ดบริหารมั่นใจจะเข้ามายกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 ภายในห้องสื่อมวลชน สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นใหม่ของสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2020 เซ็นสัญญาคว้าตัว พิชา อุทรา ปีกวัย 24 ปี, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จากสโมสร สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยภายในงานมีทางคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฯ, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ, อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อม 3 ผู้เล่นใหม่ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ กล่าวว่า "สวัสดีสื่อมวลชนและแฟนบอลทุกท่าน ถือเป็นอีกวันสำคัญของสโมสร กับการเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพมาสู่ทีม เพื่อพร้อมกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ขอต้อนรับ ฉัตรมงคล ทองคีรี สู่สโมสรอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เราจับตามองมายาวนาน ถือเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพสูง รวมถึงเป็นผู้เล่นที่โค้ชกาม่าชื่นชอบ คุ้นเคยกับสไตล์การเล่น เชื่อว่าจะเข้ามาเติมเต็มขุมกำลังแดนกลางได้อย่างแน่นอน"

"พร้อมกันนี้เราขอต้อนรับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา สู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง สำหรับน้องทั้ง 2 คนถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่สโมสรฯ ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมาเกือบทุกรายการ ที่ผ่านมาเขาได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ากับทีมต่างๆ อย่างที่ทราบว่าทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ ทำให้โอกาสลงเล่นของผู้เล่นอาจมีจำกัดบ้าง แน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับทีม และเป็นส่วนหนึ่งกับการไล่ล่าความสำเร็จมาสู่ทีม"

ขณะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางตัวใหม่เปิดใจว่า "ก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง การท่าเรือ ที่มอบโอกาสเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่นี่ และขอบคุณผู้บริหาร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงแม้จะอยู่ในสัญญายืมตัว 1 ปี แต่ก็จะมุ่งมั่นเต็มร้อย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสโมสรใหญ่แห่งนี้"

ส่วนทาง ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกคนใหม่เปิดใจว่า "ส่วนตัวรู้สึกดีใจอย่างมากที่กลับมาบ้านเก่าแห่งนี้ แน่นอนว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมมาตั้งแต่เด็ก จนได้พัฒนาฝีเท้าถึงปัจจุบัน ส่วนการกลับมาครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ประสบความสำเร็จให้ได้"

ปิดท้ายที่ พิชา อุทรา ปีกซ้ายคนใหม่เปิดใจว่า "สิ่งแรกต้องขอขอบคุณผู้บริหารสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ดึงตัวกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ผมมีความประทับใจที่ยอดเยี่ยมกับทีม ตั้งแต่ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ส่วนเป้าหมายก็อยากดึงศักยภาพ และความสามารถของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้"

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 32-แข้งแมนซิตี้นำทัพ, แมนยูไม่น้อยหน้า

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์นี้ แน่นอนว่าผู้เล่นจาก แมนฯ ซิตี้ ติดเข้ามามากที่สุดหลังเก็บชัยชนะเหนือ ‘แชมเปี้ยนส์’ ลิเวอร์พูล ไป 4-0 นอกเหนือจากนี้แข้งจากทีมเพื่อนร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ก็ติดมาอีก 2 คน ตำแหน่งอื่นๆ จะเป็นใครอีกบ้างไปดูกันได้เลย

    ผู้รักษาประตู : นิค โป๊ป (เบิร์นลี่ย์)
ออกแรงเซฟแบบเน้นๆ 4 ลูก นอกจากจะช่วย เบิร์นลี่ย์ บุกคว้า 3 คะแนนได้แล้ว นิค โป๊ป ยังเก็บคลีนชีตเป็นเกมที่ 13 มากที่สุดในลีกตอนนี้

    กองหลัง : เบ็นฌาแม็ง เมนดี้ (แมนฯ ซิตี้)
    มีความกระตือรือร้นในการเล่น โดดเด่นไม่ว่าจะเรื่องเกมรับหรือเกมรุก โดยตลอดซีซั่นนี้ มีแค่ เควิน เดอ บรอยน์ (24)เท่านั้นที่ครอสบอลเข้าเป้าได้มากกว่าเขา(21)

    กองหลัง : เบน มี (เบิร์นลี่ย์)
    ประตูที่ เบน มี ทำได้เกมนี้ นับเป็นลูกแรกในรอบ 120 เกมของเจ้าตัว นับตั้งแต่ทำได้เกมที่เจอกับ แมนฯ ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2017

    กองหลัง : อารอน วาน-บิสซาก้า (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ทำแอสซิสต์ได้อีกครั้ง ส่วนเรื่องเกมรับการเข้าสกัดบอลยังเป็นจุดเด่นเช่นเคย โดย วาน-บิสซาก้า ทำได้เกมนี้ 4 หน

    กองกลาง : วิลเลี่ยน (เชลซี)
    แม้ทีมจะไม่ชนะ แต่ฟอร์มของ วิลเลี่ยน ถือว่าโดดเด่นเหนือคำบรรยาย ประตูเกมกับ เวสต์แฮม ทำให้เขาเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำสกอร์ได้ทุกเดือนในปีนี้

    กองกลาง : เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)
เควิน เดอ บรอยน์ มีส่วนร่วมกับประตูในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ไปแล้ว 26 ลูก (10 ประตู 16 แอสซิสต์) ซึ่งมากที่สุดเหนือกว่าใคร ๆ ในลีก

    กองกลาง : ซานเดอร์ เบิร์ก (เชฟฯ ยูไนเต็ด)
    นอกจากจะทำประตูแรกในลีกได้แล้ว ยังแอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูปิดท้าย ซึ่งตลอดทั้งเกมใช้ความแข็งแกร่งด้านร่างกายเล่นงานผู้เล่นสเปอร์สราบคาบ

    กองกลาง : บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)
อีกหนึ่งเกมที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำผลงานได้ดีเหลือหลาย เขาใช้เวลาแค่ 64 ทำ 2 ประตู พา ‘ปีศาจแดง’ ออกนำห่าง อีกทั้งนี่เป็นการมีส่วนร่วมกับประตูลูกที่ 8 จาก 8 เกมแรกที่เขาลงสนามในพรีเมียร์ลีก ซึ่งมีแค่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ย์ เท่านั้นที่ทำได้มากกว่าเขาในจำนวนเกมเท่านั้นที่เปิดตัวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

    กองหน้า : ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้)
 เล่นงานคู่ปรับเก่าอย่าง โจ โกเมซ ซะเสียคน โดยฤดูกาลนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง ทำไปแล้ว 22 ประตูจากทุกรายการ ซึ่งนับเฉพาะผู็เล่นพรีเมียร์ลีก มีแค่ ราอูล ฮิเมเนซ เท่านั้นที่ยิงได้มากกว่า(24 ประตู)

    กองหน้า : แดนนี่ อิงส์ (เซาธ์แฮมป์ตัน)
    เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่มีผู้เล่นที่ยิงได้แตะหลัก 20 ประตูในลีกมานานถึง 8 ปี ซึ่ง แดนนี่ อิงส์ ก็มีโอกาสสูงที่จะทำได้หลังซัดไปแล้ว 18 ประตูในตอนนี้

    กองหน้า : ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง (อาร์เซน่อล)
    กองหน้ากัปตันทีมอาร์เซน่อล ซัดไปแล้ว 50 ประตูจากการลงสนามเกมพรีเมียร์ลีก 79 นัด ซึ่งนับเป็นผู้เล่น ‘เดอะ กันเนอร์ส’ ที่ยิงได้แตะจำนวนครึ่งร้อยเร็วที่สุด และเป็นอันดับที่ 6 ของลีก

เปิดตัวเลขทีมแชมป์พรีเมียร์ฯใช้ช็อปนักเตะช่วง10ปี

ลิเวอร์พูล ชุดฤดูกาล 2019-20 กลายเป็นทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่ใช้เงินไปกับการเสริมทัพน้อยที่สุดหลังซีซั่น 2010-11 เป็นต้นมา เพราะซีซั่นนี้พวกเขาเสียเงินกับการซื้อแข้งไปจริงๆ เพียงแค่ 2 คนเท่านั้น
    ลิเวอร์พูล ชุดแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20 สร้างสถิติเป็นทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่มีรายจ่ายในด้านการเสริมทัพต่อ 1 ซีซั่นน้อยที่สุด นับตั้งแต่หลังฤดูกาล 2010-11 เป็นต้นมา หลังจากฤดูกาลนี้พวกเขาใช้เงินในการซื้อนักเตะไปเพียงรวมแล้วราว 8.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 344 ล้านบาท)

    ก่อนที่ซีซั่น 2019-20 จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการนั้น ลิเวอร์พูล เสริมทัพแบบเสียค่าตัวแค่คนเดียว นั่นคือ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก กองหลังดาวรุ่งที่ดึงมาจาก พีอีซี ซโวลล์ ด้วยค่าตัว 1.35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 54 ล้านบาท) โดยถึงแม้ในช่วงซัมเมอร์ของปีก่อน "หงส์แดง" จะเอา อาเดรียน กับ แอนดี้ โลเนอร์แกน มาร่วมทัพเหมือนกัน แต่มันเป็นการเซ็นสัญญาแบบไร้ค่าตัว ส่วน ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ปีกดาวรุ่งที่ดึงมาจาก ฟูแล่ม ก็ยังไม่มีการตัดสินให้แน่ชัดว่า ลิเวอร์พูล ต้องเสียค่าชดเชยให้ "เจ้าสัวน้อย" ตามกฎการเซ็นสัญญากับนักเตะดาวรุ่งเท่าไหร่

    ขณะที่พอถึงตลาดช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ก็ดึง ทาคูมิ มินามิโนะ ปีกชาวญี่ปุ่นมาจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ด้วยค่าตัว 7.25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 290 ล้านบาท) ก่อนที่สุดท้ายจะปิดตลาดไปด้วยดีลนั้น

    สำหรับทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อซีซั่น 2010-11 ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยตอนนั้น "ปีศาจแดง" เซ็นสัญญากับ คริส สมอลลิ่ง, ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ "ชิชาริโต้", เบเบ้, อันเดอร์ส ลินเดการ์ด และ มาร์นิค เวอร์มิจ์ล มาร่วมทัพ ซึ่งพวกเขาใช้เงินไปรวม 6.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 252 ล้านบาท)

    สรุปตัวเลขที่แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 10 ฤดูกาลหลังสุดใช้ไปกับการซื้อนักเตะ
    2010-11 แมนฯ ยูไนเต็ด (6.3 ล้านปอนด์)
    2011-12 แมนฯ ซิตี้ (89 ล้านปอนด์)
    2012-13 แมนฯ ยูไนเต็ด (62.1 ล้านปอนด์)
    2013-14 แมนฯ ซิตี้ (91.9 ล้านปอนด์)
    2014-15 เชลซี (119.3 ล้านปอนด์)
    2015-16 เลสเตอร์ ซิตี้ (27.3 ล้านปอนด์)
    2016-17 เชลซี (120.5 ล้านปอนด์)
    2017-18 แมนฯ ซิตี้ (284.4 ล้านปอนด์)
    2018-19 แมนฯ ซิตี้ (60.8 ล้านปอนด์)
    2019-20 ลิเวอร์พูล (8.6 ล้านปอนด์)

ยังไง?ดอร์ทมุนด์เปิดตัวเสื้อใหม่ทำแฟนแมนยูมโน

แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด มโนถึงนักเตะใหม่ หลัง ดอร์ทมุนด์ เปิดตัวเสื้อแข่งซีซั่นหน้า โดยที่สตาร์ดังไม่ได้มารับบทเป็นนายแบบ

    โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรชั้นนำแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดตัวชุดเหย้าที่จะใช้ในฤดูกาล 2020/21 ออกมาอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันพุธที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    เสื้อใหม่ของ "เสือเหลือง" ยังใช้โทนสีเหลืองเหมือนเดิม แต่คราวนี้มีลวดลายสีดำที่ดูแปลกตา และได้สปอนเซอร์คาดหน้าอกเสื้อรายใหม่ โดยมีนักเตะอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, อักเซล วิตเซล และ มาร์โก รอยส์ รับบทนายแบบ

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้แฟนบอลโดยเฉพาะกองเชียร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องรู้สึกประหลาดใจคือ จาดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษ ไม่ได้มาเป็นนายแบบเปิดตัวชุดใหม่ด้วย ทำให้พากันคิดว่านักเตะน่าจะมีโอกาสอำลาทีมในซัมเมอร์นี้

    "ปีศาจแดง" ตามให้ความสนใจ ซานโช่ วัย 20 ปี มาได้สักระยะแล้ว หลังนักเตะทำผลงานดีตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา แต่พร้อมจะจ่ายค่าตัวให้กับ ดอร์ทมุนด์ ไม่เกิน 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,900 ล้านบาท)

    ขณะที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการได้ค่าตัวไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,800 ล้านบาท) และ ฮันส์-โยอัคคิม วัตซ์เค่ ประธานบริหารสโมสรก็เชื่อว่าคงไม่มีทีมไหนที่มีเงินมากพอสำหรับการขอซื้อ ซานโช่ หลังจบฤดูกาลนี้แน่นอน

แมนยูสู้ไหม?วิลล่าเปิดตัวเลขค่าตัวก้อนโตแลกขายกรีลิช

เดลี่ เมล สื่อของเกาะอังกฤษ ระบุ แอสตัน วิลล่า ต้องการเงินอย่างต่ำ 80 ล้านปอนด์ เพื่อแลกกับการปล่อย แจ็ค กรีลิช ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้เขาสุดๆ
    แอสตัน วิลล่า สโมสรในโซนท้ายตารางของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะต้องการเงินอย่างน้อย 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของ แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    แม้ว่าซีซั่นนี้ วิลล่า จะทำผลงานได้น่าผิดหวัง แต่ฟอร์มส่วนตัวของ กรีลิช ถือว่าน่าประทับใจพอตัวจนทำให้เขาได้รับคำชมจากกูรูหลายคน และมันก็มีข่าวลือด้วยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กาหัวเขาเป็นหนึ่งในเป้าหมายการเสริมทัพ

    ทั้งนี้ เงินจำนวน 80 ล้านปอนด์อาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับ "ปีศาจแดง" ในการล่าตัว กรีลิช ไปเสริมแกร่ง หลังจากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด และทีมฟุตบอลอีกหลายทีมได้รับผลกระทบด้านการเงินอย่างหนัก โดย เดลี่ เมล เสริมว่า วิลล่า ยังไม่ยอมแพ้กับความหวังที่จะรั้งตัว กรีลิช ให้อยู่กับทีมต่อไปในซีซั่นหน้าด้วย ในกรณีที่พวกเขารอดจากการตกชั้น เพราะถ้าได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก ต่อไป มันก็จะทำให้ทีมยังได้เงินก้อนโตเข้ากระเป๋าอยู่

เปิดปากครั้งแรก! “จอง แจ ยอง” ถึง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

กองกลางชาวเกาหลีใต้ เปิดปากครั้งแรก เผยมีหลายเหตุผลที่ต้องแยกทางกับ ปราสาทสายฟ้า อย่างรวดเร็ว
จอง แจ ยอง กองกลางชาวเกาหลีใต้ เปิดเผยว่ามีหลายเหตุผลที่ทำให้ต้องแยกทางกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ก็มีความสุขที่มีโอกาสย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งบนถิ่น ช้างอารีนา

กองกลางวัย 29 ปี ย้ายจาก โปฮัง สตีลเลอร์ ออกมาค้าแข้งต่างแดนครั้งแรกกับ ปราสาทสายฟ้า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่มีอันต้องแยกทางกับทีมอย่างรวดเร็ว หลังโตโยต้า ไทยลีก เพิ่งผ่านไปเพียง 4 นัด ก่อนหยุดชะงักลง เนื่องจาก สถานการณ์ไวรัสโควิด-19

“มันมีหลายเหตุผล (สาเหตุที่แยกทางกับทีม) ผมไม่ต้องการที่จะบอกรายละเอียด แต่ผมคิดว่าทั้งสองฝ่ายต้องการที่จะบอกลากัน” จอง แจ ยอง กล่าวกับโกล ประเทศไทย

“ไทยลีก และ ทีมที่นี่ มีความแตกต่างกันมากกว่าทีมเคลีก แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการปรับตัว แต่ผมก็มีความสุขที่มีโอกาสย้ายมาที่นี่ บุรีรัมย์ มีสนาม มีคลับเฮาส์ที่ยอดเยี่ยม และ มีระบบการจัดการที่ดีมาก  อีกทั้งยังมีแฟนบอลมากมายเข้ามาที่สนาม และ เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก ที่ผมเห็นผู้คนจากทุกที่สวมเสื้อของบุรีรัมย์ แม้แต่ในกรุงเทพฯ หรือ จังหวัดอื่นๆ “

อดีตกองกลางอุลซาน ฮุนได กล่าวต่อ “ผมเชื่อแบบนั้นนะว่า บุรีรัมย์ จะกลับมาได้ เพราะนักเเตะบุรีรัมย์ มีประสบการณ์มากมาย ปัจจัยเหล่านี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในลีก”

“ผมอยากขอบคุณมากสำหรับกำลังใจที่มีให้กับผม ตอนผมอยู่ที่นั่น ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนักเตะ บุรีรัมย์ ดังนั้น หากเรามีโอกาสพบกัน ไม่ว่าจะในสนาม หรือ นอกสนาม ผมจะมีความสุขมากๆ ที่ได้พบกับแฟนบอลทุกคนอีกครั้ง”

“เข้มแข็งไว้ และ ขอให้ปลอดภัย (โควิด-19) ขอบคุณมากครับ” จอง แจ ยอง ปิดท้ายผ่าน โกล ประเทศไทย

ปัจจุบัน จอง แจ ยอง ได้ต้นสังกัดใหม่เป็นที่เรียบร้อย หลังเพิ่งเปิดตัวซบ ซูวอน ซิตี้ ทีมในศึกเคลีก 2 เกาหลีใต้

 

ฮือฮา! มาดามแป้งเปิดตัวคู่แฝดอักษรศรี “ทิตาธร-ทิตาวีร์” สมาชิกใหม่ท่าเรือ

สุดฮือฮา! "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสร การท่าเรือ สร้างความฮือฮาให้วงการ เมื่อเปิดตัวคู่แฝด อักษรศรี เป็นสมาชิกใหม่ "สิงห์เจ้าท่า" ในการลุยไทยลีก
 
หลังมีข่าวใหญ่ก่อนหน้านี้ว่า โปลิศ เทโร ตัดสินใจขายคู่แฝด "โชแปง-ปาแปง" ทิตาธร และ ทิตาวีร์ อักษรศรี แนวรับตัวหลักของทีมในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ก่อนเกมที่ 5 ของไทยลีก โดยมีสโมสรใหญ่ๆ มีชื่อพัวพันกองหลังคู่แฝดรายนี้ไม่ต่ำกว่า 4-5 สโมสร

   ล่าสุด เมื่อวันอาทิตย์ 14 มิ.ย.  เฟซบุ๊ค "มาดามแป้ง" ได้โพสรูปนักเตะทั้ง 2 คน ยืนคู่กับประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟซี นวลพรรณ ล่ำซำ ยุติข่าวลือที่จะย้ายไปอยู่กับสโมสรอื่นๆ ในไทยลีก โดยเฉพาะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เป็นข่าวมาตลอด ถือเป็นการขยับตัวที่สร้างความฮือฮาให้วงการลูกหนังไทยอีกครั้งของยอดทีมจากย่านคลองเตย หลังเพิ่งเปิดตัว อดิศร พรหมรักษ์ ปราการหลังทีมชาติไทยไปเมื่อเดือนที่แล้ว
   
   สำหรับรายละเอียดการเซ็นสัญญาของคู่แฝดอนาคตไกล จะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการอีกครั้งจากสโมสร "สิงห์เจ้าท่า" ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

 

ลิเวอร์พูลได้นักเตะเป้าหมายใหม่-บ่อนชูเต็ง1

สื่ออังกฤษ เปิดตัวเป้าหมายเสริมทัพของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ขณะที่ร้านพูลดันให้ "หงส์แดง" เป็นเต็ง 1 ได้ตัว แต่ค่าตัวอาจสูงถึง 3 พันล้านบาทเลยทีเดียว
     ลิเวอร์พูล เตรียมเดินหน้าคว้าตัว อดาม่า ตราโอเร่ ปีกความเร็วสูงของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส คู่แข่งร่วมศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก เดอะ มิร์เรอร์ สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    ตราโอเร่ วัย 24 ปี กลายเป็นเป้าหมายเสริมทัพของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" หลังเลิกสน ติโม แวร์เนอร์ กองหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก ที่มีข่าว เชลซี เตรียมดึงเข้าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัว 53 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,120 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม วูล์ฟส์ ต้องการได้ค่าตัวปีกตัวจี๊ดไม่ต่ำกว่า 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

    ฤดูกาลนี้ ตราโอเร่ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น โดยทำไปแล้ว 6 ประตู กับ 10 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้ทัพ "หมาป่า" รวมทุกรายการ 43 นัด และเคยสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของ ลิเวอร์พูล จน คล็อปป์ ถึงกับเอ่ยปากชมว่า "เขาเป็นนักเตะที่เล่นด้วยไม่ได้แล้วในเวลานี้ มันไม่น่าเชื่อจริงๆ เขาเป็นสุดยอดนักเตะ มันไม่ได้มีแค่เขา แต่สำหรับเขาแล้วช่างยอดเยี่ยมจริงๆ"

    ขณะที่ เบตวิคเตอร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของอังกฤษ ยกให้ ลิเวอร์พูล เป็นเต็ง 1 ที่จะได้ ตราโอเร่ ไปร่วมทีม โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) ขณะที่ บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด และ แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็ง 2 ร่วม ราคา 6/1 (แทง 1 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)
 
อัตราต่อรองต้นสังกัดใหม่ของ ตราโอเร่

1. ลิเวอร์พูล    4/1
2. บาร์เซโลน่า    6/1
2. แมนฯ ซิตี้     6/1
2. เรอัล มาดริด    6/1
5. อาร์เซน่อล    8/1
6. เชลซี        12/1
6. แมนฯ ยูไนเต็ด    12/1

แจงตัวเลขอาร์เซน่อลสูญเงินเกือบพันล้านใช้งานลุยซ์แค่ปีเดียว

เปิดตัวเลขที่ อาร์เซน่อล ต้องสูญเงินไปกับการคว้า ดาวิด ลุยซ์ มาเล่นแค่ปีเดียว หลังเจ้าตัวเตรียมย้ายกลับไปเล่นให้ เบนฟิก้า
    อาร์เซน่อล ต้องเสียเงินมากถึง 24 ล้านปอนด์ (ประมาณ 936 ล้านบาท) กับการดึง ดาวิด ลุยซ์ ปราการหลังชาวบราซิเลียน มาใช้งานแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่ออังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    จำนวนเงินดังกล่าวมาจากค่าตัว 8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 312 ล้านบาท) ที่ อาร์เซน่อล จ่ายให้ เชลซี นอกจากนั้นยังต้องจ่ายให้เอเยนต์อีก 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 234 ล้านบาท) และค่าเหนื่อยรวมตลอดฤดูกาล 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 390 ล้านบาท)

    ด้าน ลุยซ์ วัย 33 ปี เพิ่งยืนยันว่า เริ่มคุยกับ หลุยส์ ฟิลิเป้ วิเอร่า ประธานสโมสร เบนฟิก้า แล้ว ถึงเรื่องการกลับไปค้าแข้งในถิ่น เอสตาติโอ ดา ลุซ อีกครั้ง หลังเคยเล่นให้ในช่วงปี 2007-2011

    "ผมได้คุยกับ วิเอร่า เกี่ยวกับเรื่องการกลับไปเล่นที่นั่นอีกครั้งแล้ว ความฝันของผมคือเลิกค้าแข้งกับ เบนฟิก้า ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ ผมไม่รู้เวลาแน่นอน แต่มันจะเกิดขึ้นแน่ หากท่านประธาน วิเอร่า อนุญาตให้ผม และถ้าแฟนบอลต้องการให้ผมกลับไปที่นั่นอีกครั้ง มันจะเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในอาชีพของผม" ปราการหลังแซมบ้า กล่าว

    ขณะที่ มาร์ติน คีโอว์น อดีตกองหลัง "ปืนใหญ่" มองว่า อาร์เซน่อล ตัดสินใจผิดพลาดที่ซื้อ ลุยซ์ มาร่วมทีม เนื่องจากไม่ได้เป็นเซนเตอร์แบ็กที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมเลย