ทางการ! เชลซีปิดดีลคว้า ฮาแวร์ตซ์ ร่วมก๊วน

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับสาวก "สิงห์บลูส์" เพราะล่าสุด เชลซี ปิดดีลคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ สตาร์ทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่างเป็นทางการแล้ว ด้านตัวนักเตะรับฝันเป็นจริงที่ได้เล่นให้สโมสรยักษ์ใหญ่เมืองผู้ดี

เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรงเลือดเบียร์ มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 5 ปี

สำหรับค่าตัวไม่มีการยืนยันจากสโมสร แต่ บีบีซี สื่อที่น่าเชื่อถือเมืองผู้ดี ระบุว่า ค่าตัวของ สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 21 ปี อยู่ที่ราว 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นนักเตะค่าตัวแพงสุดอันดับสองในประวัติศาสตร์สโมสร เชลซี ต่อจาก เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่ย้ายมาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ด้วยค่าตัว 71.6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,935.6 ล้านบาท)

 "ผมมีความสุขมากๆ และภูมิใจที่ได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ สำหรับผมแล้ว มันคือฝันที่เป็นจริงที่ได้มาเล่นให้กับสโมสรใหญ่อย่าง เชลซี และผมก็อดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ที่จะได้เจอกับเพื่อนๆ และเทรนเนอร์ทุกคนของสโมสร ใช่เลย ผมมีความสุขมากจริงๆ ที่ได้มาอยู่ที่นี่" ฮาแวร์ตซ์ เปิดใจผ่านเว็บไซต์ประจำสโมสร

ทั้งนี้ ฮาแวร์ตซ์ ลงเล่นให้ "ห้างขายยา" ไปทั้งสิ้น 150 นัด ทำได้ 46 ประตู

 

ฮาแลนด์เผยทำอาชีพอะไรหากไม่ได้เป็นนักเตะ

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอก ดอร์ทมุนด์ ระบุ ถ้าเกิดไม่ได้เป็นนักเตะแล้วนั้นตนคงจะหันไปเอาดีด้านการเป็นแร็พเปอร์กับชาวนา พร้อมบอกว่าประตูที่ 2 ในเกมกับ ปารีสฯ เป็นประตูโปรดของตน

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าตนคงจะไปเป็นนักร้องเพลงแร็พหรือไม่ก็ชาวนา ถ้าหากไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

แม้ว่าจะเพิ่งมีอายุ 20 ปี แต่ ฮาแลนด์ ก็เป็นนักเตะที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก หลังจากทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำในฤดูกาล 2019-20 เริ่มจากการยิง 28 ประตูจากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการให้กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้วทำไป 16 ประตูจากการลงเล่นในทุกรายการ 18 เกม

ทั้งนี้ ฮาแลนด์ เพิ่งเปิดช่วงถามตอบกับแฟนบอลใน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง ซึ่งมีคนหนึ่งที่ถามว่าถ้าไม่ได้เป็นนักเตะแล้วเขาจะทำอาชีพอะไร และเจ้าตัวก็ตอบว่า "คงเป็นแร็พเปอร์ไม่ก็ชาวนาล่ะมั้ง"

ดาวเตะชาวนอร์เวย์ยังตอบแฟนบอลคนหนึ่งด้วยว่าประตูที่ตนชื่นชอบมากที่สุดในอาชีพการค้าแข้งคือประตูที่ 2 ของตัวเองในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรกที่ช่วยให้ ดอร์ทมุนด์ ชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 2-1 เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมันเป็นจังหวะที่เขายิงจากแถวริมกรอบเขตโทษ

อ้าว!ติอาโก้แย้มพร้อมอยู่บาเยิร์นต่อ

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลาง บาเยิร์น แย้มว่าไม่มีปัญหาที่จะอยู่กับทีมต่อไป พร้อมบอกว่าต้องรอดูกันว่าหลังจบเกมกับ ยูเครน ไปแล้วมันจะมีความคืบหน้ายังไง
   ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน บอกเป็นนัยว่าตนพร้อมที่จะอยู่กับทีมต่อไป ด้วยการบอกว่า "เสือใต้" เป็นเหมือนบ้านของตน

    ติอาโก้ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ ภายหลังอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งหลายคนของ บาเยิร์น อย่างเช่น ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ของทีม และ คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธานคนดัง ก็ยอมรับมาโดยตลอดว่าคงต้องเสียดาวเตะทีมชาติสเปนแน่นอน

    สำหรับทีมที่ถูกมองว่าเป็นเต็ง 1 ที่จะได้เขาไปร่วมทัพนั้น ได้แก่ ลิเวอร์พูล และที่ผ่านมามีข่าวว่า "หงส์แดง" ตกลงเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวกับแข้งวัย 29 ปีได้แล้ว เหลือเพียงเคลียร์เรื่องค่าตัวกับ บาเยิร์น ให้ได้เท่านั้น แต่จนถึงตอนนี้มันก็ยังหาข้อสรุปเรื่องนั้นไม่ได้เลย

    ทั้งนี้ หลังจบเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ กลุ่ม 4 นัดที่ สเปน บุกไปเสมอกับ เยอรมนี 1-1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมานั้น ติอาโก้ ก็โดนถามถึงเรื่องอนาคตของตัวเอง ซึ่งเจ้าตัวตอบว่า "ตอนนี้ผมคิดถึงเฉพาะเกมกับ ยูเครน (วันที่ 6 กันยายนนี้) เท่านั้น หลังจากนั้นเราจะมาดูกันว่ามันจะเป็นยังไง

     "บาเยิร์น เป็นบ้านของผม และผมก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นั่น"

แมนยูมีหวัง?อูปาเมกาโน่รับคุยเรื่องย้ายทีมอยู่

ภายหลังตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ปราการหลัง ไลป์ซิก ก็ยอมรับเองว่ากำลังเจรจาเรื่องความเป็นไปได้ที่จะย้ายทีมกับหลายสโมสร พร้อมบอกว่ายังเหลือเวลาให้ตัดสินใจอีกเยอะ

ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรแกร่งแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยอมรับว่ากำลังเจรจากับทีมอื่นๆ อยู่จริง แม้ว่าเขาจะเพิ่งต่อสัญญากับทีมไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็ตาม

อูปาเมกาโน่ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ ไลป์ซิก อย่างมาก จนทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมทั่วทวีปยุโรป อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ เรอัล มาดริด เป็นต้น แต่พักหลังมานี้ "ปีศาจแดง" คือทีมที่มีข่าวกับแข้งวัย 21 ปีหนักที่สุด ซึ่งตอนแรกหลายคนมองว่ามันน่าจะเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น เพราะปกติแล้วนักเตะที่เพิ่งเซ็นสัญญาจะไม่รีบย้ายออกจากทีม

 "ผมขยายสัญญาของตัวเองกับ ไลป์ซิก ไปแล้วก็จริง แต่ผมก็เป้นเป้าหมายของหลายสโมสรด้วย ตอนนี้ผมกำลังคุยกับสโมสรต่างๆ แต่ผมยังเหลือเวลาอีกเยอะ เราจะรอดูกันว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" แข้งวัย 21 ปี ระบุ โดยสัญญาฉบับใหม่ของเขากับ ไลป์ซิก มีผลจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 จนทำให้ค่าตัวของเขาน่าจะสูงพอตัวหากจะย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

เมสซี่ กำลังจะหมดลุ้น! 3 แข้งทีมใหญ่ที่เข้าใกล้ วัน แมน คลับ มากที่สุด

เดิมทีหลายคนคิดว่า ลิโอเนล เมสซี่ คงจะอยู่กับ บาร์เซโลน่า ไปตลอดอาชีพการค้าแข้ง หลังจากที่เขาเป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดจนดูแล้วไม่มีวี่แววเลยว่า บาร์เซโลน่า จะยอมขายเขา แถมหลายปีก่อน เมสซี่ ก็ดูมีความสุขสุดๆ จนน่าจะเข้าก๊วน "วัน แมน คลับ" หรือนักเตะที่อยู่กับทีมเดียวตลอดอาชีพการเล่นได้ไม่ยาก
    ที่จริงปัจจุบัน เมสซี่ ก็เป็นนักเตะที่อยู่กับทีมเดิมนานที่สุด ถ้าหากนับเฉพาะ 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลา ลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ ลีก เอิง ฝรั่งเศส) หลังจากเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า มาตั้งแต่ปี 2004 หรือก็คือยู่กับ บาร์เซโลน่า แค่ทีมเดียวมา 16 ปีเข้าไปแล้ว โดย "วัน แมน คลับ" จะไม่นับรวมคนที่เคยโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับทีมอื่น ซึ่ง เมสซี่ ก็ไม่เคยไปเล่นให้ทีมไหนในสัญญาเช่าด้วย

    อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ เมสซี่ กำลังจะอดได้เป็น "วัน แมน คลับ" แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวยื่นเรื่องขอย้ายทีมกับต้นสังกัดในช่วงซัมเมอร์นี้ แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าใจสำหรับเจ้าตัวเท่าไหร่ถ้าหากพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าการย้ายไปเล่นที่อื่นน่าจะทำให้เขามีความสุข แต่สำหรับแฟนบอลบางส่วนแล้วมันคงน่าเสียดายไม่น้อยที่จะอดเห็น เมสซี่ ได้เป็นคนที่อยู่กับทีมเดียวไปตลอดอาชีพการเล่นซึ่งเป็นประโยคที่ฟังดูเท่พอตัว

    ถ้าว่ากันตามตรงแล้วพักหลังๆ ก็ไม่ค่อยมีนักเตะระดับโลกที่อยู่กับทีมเดียวไปตลอดอาชีพการเล่นมากเท่าไหร่นัก อย่างคนล่าสุดใน 5 ลีกใหญ่ที่ทำอย่างนั้นได้ก็คือ โรแม็ง ด็องเซ่ ที่แขวนสตั๊ดกับ แร็งส์ ไปเมื่อปี 2018 หรือถ้าจะดูเฉพาะกรณีของนักเตะระดับโลกก็ต้องย้อนไปในปี 2017 ที่ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ เลิกเล่นฟุตบอลอาชีพกับ อาแอส โรม่า

    ทั้งนี้ วันนี้เราจะมาดูกันว่าถ้าไม่นับ เมสซี่ แล้วนั้น นักเตะ 3 คนไหนในทีมใหญ่ของทวีปยุโรปที่ยังค้าแข้งอยู่ และเข้าใกล้กับการเป็น "วัน แมน คลับ" มากที่สุด โดยการเข้าใกล้กับการเป็น "วัน แมน คลับ" มากที่สุดนั้น จะวัดจากเรื่องที่ว่านักเตะคนนั้นๆ อยู่กับทีมมานานกี่ปีถ้านับตั้งแต่วันที่ประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของต้นสังกัด

    – มาร์เซล ชเมลเซอร์ : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, อยู่กับทีมมา 12 ปี
    หลังจากอยู่ในอะคาเดมี่ของ ฟอร์ทูน่า มั๊กเดอบวร์ก และ เอฟเซ มั๊กเดอบวร์ก ระหว่างปี 1997-2001 และ 2001-2005 ตามลำดับแล้วนั้น ชเมลเซอร์ ก็มาเข้าอะคาเดมี่ของ ดอร์ทมุนด์ ในปี 2005 และได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกม เดเอฟเบ-โพคาล นัดที่ ดอร์ทมุนด์ เจอกับ ร็อต-ไวส์ เอสเซ่น เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ปี 2008

    แม้ว่าหลังจากนั้นจะยังต้องลงเล่นให้กับทีมสำรองของ ดอร์ทมุนด์ อยู่บ้าง แต่เขาก็ยังโดนเรียกใช้งานในเกมระดับทีมชุดใหญ่อยู่เรื่อยๆ และอยู่กับทีมมาจนถึงปัจจุบัน เรื่องดังกล่าวทำให้แบ็กซ้ายวัย 32 ปี ได้สัมผัสแชมป์หลายรายการร่วมกับทีม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีก 2 สมัย, แชมป์ เดเอฟเบ-โพคาล 2 ครั้ง และแชมป์ เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ 3 หน

    จนถึงตอนนี้ ชเมลเซอร์ ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ ดอร์ทมุนด์ ไปแล้วถึง 367 นัดในทุกรายการ พร้อมกับทำได้ 7 ประตู กับอีก 34 แอสซิสต์ โดยแข้งวัย 32 ปี ยังเหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าหลังจากนี้เจ้าตัวจะได้ต่อสัญญาแล้วอยู่กับทีมไปจนแขวนสตั๊ดหรือไม่ เพราะพักหลังเขาก็ได้ลงเล่นน้อยลง อย่างซีซั่นก่อนก็ได้ลงเล่นไปเพียง 8 นัดในทุกรายการเท่านั้น

    – โธมัส มุลเลอร์ : บาเยิร์น มิวนิค, อยู่กับทีมมา 12 ปี
    หลังบอกลา ทีเอสเฟา ปาห์ล มาเข้าอะคาเดมี่ของ บาเยิร์น ในปี 2000 แล้วนั้น มุลเลอร์ ก็มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนทำให้เขาได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ "เสือใต้" เป็นครั้งแรก ในเกมลีกนัดที่เจอกับ ฮัมบูร์ก เอสเฟา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี 2008 โดยวันนั้นเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน มิโรสลาฟ โคลเซ่

    ในฤดูกาล 2008-09 มุลเลอร์ ยังได้ลงเล่นอีก 4 นัดในทุกรายการ โดยเขาทำประตูในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 7-1 ได้ด้วย และหลังจากนั้นเป็นต้นมา มุลเลอร์ ก็เป็นกำลังสำคัญของยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียแทบจะตลอด

    ที่จริงก่อนหน้านี้ มุลเลอร์ สุ่มเสี่ยงที่จะหมดโอกาสเป็น "วัน แมน คลับ" เหมือนกัน หลังจากเขาเคยตกเป็นข่าวย้ายทีอย่างหนาหูในช่วงที่ นิโก้ โควัช เป็นกุนซือ บาเยิร์น เพราะตอนนั้น โควัช มองว่า มุลเลอร์ ไม่น่าจะมีประโยชน์กับทีมมากเหมือนสมัยก่อนแล้วและไม่ค่อยใช้งานเขามากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สุดท้าย โควัช ก็คิดผิด เพราะนอกจากเขาจะโดนปลดออกจากตำแหน่งโทษฐานที่พาทีมทำผลงานได้แย่แล้วนั้น ดาวเตะวัย 30 ปี ยังโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นสุดๆ จนมีส่วนช่วยให้ บาเยิร์น ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2019-20 ด้วย

    ทั้งนี้ มุลเลอร์ เพิ่งต่อสัญญากับทีมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และถ้าไม่เกิดเรื่องแบบตอนที่มี โควัช เป็นกุนซือแล้วล่ะก็ เขาก็น่าจะได้เข้าแก๊ง "วัน แมน คลับ" ได้แบบสบายๆ รวมถึงน่าจะได้แชมป์เพิ่มอีกหลายรายการ โดยปัจจุบันแชมป์ที่เขาได้ร่วมกับทีมมีอย่างเช่นแชมป์ บุนเดสลีกา 9 สมัย, เดเอฟเบ-โพคาล 6 ครั้ง และ แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 หน

    – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ : บาร์เซโลน่า, อยู่กับทีมมา 12 ปี
    หลังจากฝึกปรือฝีเท้าอยู่ใน ลา มาเซีย อะคาเดมี่อันเลื่องชื่อของ บาร์เซโลน่า อยู่พักหนึ่ง บุสเก็ตส์ ก็ได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ในเกมแบบเป็นทางครั้งครั้งแรกในเกมลีกที่เจอกับ ราซิ่ง ซานตานเดร์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน ปี 2008 ซึ่งสุดท้ายแล้วในฤดูกาล 2008-09 หนุ่มน้อย บุสเก็ตส์ ในตอนนั้นก็ได้ลงเล่นในลีกไป 24 เกม

    ความโดดเด่นของ บุสเก็ตส์ ทำให้เขาเป็นกำลังหลักของ บาร์เซโลน่า มาโดยตลอด หนึ่งในตัวอย่างที่สื่อถึงเรื่องนั้นได้อย่างชัดเจนก็คือจนถึงตอนนี้มันมีเพียง 2 ฤดูกาลที่เขาได้ลงเล่นในลีกไม่ถึง 30 นัด ประกอบด้วยซีซั่นแรกตามที่บอกไปในเบื้องต้น และฤดูกาล 2010-11 ที่ได้ลงสนามไป 28 เกม โดยฤดูกาลก่อนเขาก็ยังได้ลงเล่นในลีกถึง 33 เกมด้วยกัน

    ที่จริงก่อนหน้านี้มีการคาดกันว่า บุสเก็ตส์ จะเป็นหนึ่งในแข้งรุ่นเก๋าของ บาร์เซโลน่า ที่โดน โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ปล่อยออกจากทีม แต่ไม่นานมานี้มีข่าวลือว่า คูมัน พร้อมที่จะเก็บเขาเอาไว้ใช้งานต่อ เพียงแต่อาจจะให้เขาได้ลงเล่นน้อยลง ทำให้แข้งวัย 32 ปี ยังพอมีหวังที่จะได้เข้าก๊วน "วัน แมน คลับ" โดยสัญญาของเขากับทีมก็ยังมีผลจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 ด้วย

รอซบเชลซี?ฮาแวร์ทซ์ไม่โผล่เช็กฟิตกับเลเวอร์ฯ

บิลด์ สื่อของเยอรมนี ตีข่าว ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ เลเวอร์คูเซ่น ไม่ได้ทดสอบความฟิตกับทีมเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวลือระหว่างเขากับ เชลซี ที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรแกร่งแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ไม่ได้เข้ารับการทดสอบสภาพความฟิตกับต้นสังกัดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา จนทำให้เหมือนกับว่าเขาใกล้ที่จะย้ายไปอยู่กับ เชลซี อย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ บิลด์ สื่อชั้นนำของเมืองเบียร์

หลังจากตกเป็นข่าวกับหลายทีมเป็นเวลานาน เชลซี ก็กลายเป็นทีมที่มีโอกาสได้ ฮาแวร์ทซ์ มากที่สุด แต่ที่ผ่านมา "สิงโตน้ำเงินคราม" ก็ยังไม่สามารถปิดดีลนี้อย่างเป็นทางการได้สักที ขณะที่พวกเขาก็จะต้องลงเล่นเกมลีกนัดแรกกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันที่ 14 กันยายนนี้แล้ว

กระทั่งล่าสุด บิลด์ ก็แฉว่า ฮาแวร์ทซ์ ไม่ได้ทำการทดสอบสภาพความฟิตกับ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่วนที่เขาเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ของสโมสรเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา กับวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา มันเป็นการเข้าไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 เท่านั้น ซึ่งมันเป็นขั้นตอนสำหรับการเตรียมเล่นให้ทีมชาติเยอรมนี ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ช่วงต้นเดือนกันยายนนี้

 

ฟอร์มเปรี้ยง!เลวานฯสุดมั่นซิวบัลลงดอร์ถ้าหากไม่ยกเลิก

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หัวหอก บาเยิร์น มั่นใจ ตนควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปีนี้ถ้าหากไม่มีการยกเลิกการมอบรางวัล เพราะตนทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าชาวโปแลนด์ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน แสดงความเชื่อว่าตัวเองควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ประจำปี 2020 หากยังมีการมอบรางวัลกันอยู่ โดยบอกว่าถ้าตนมีอำนาจในการตัดสินคนที่จะได้รางวัล ตนก็จะมอบรางวัลให้ตัวเอง

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังชื่อดังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้จัดมอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าปีนี้จะไม่มีการมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เนื่องจากมองว่าการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มันส่งผลกับเรื่องในสนามตามไปด้วยจนทำให้ไม่สามารถตัดสินเรื่องผลงานอย่างแท้จริงได้ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส ที่เตะกันไม่จบซีซั่น เป็นต้น

 ทั้งนี้ บางคนมองว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะแทบทุกลีกก็ยังสามารถเล่นกันจนจบได้ อย่างเช่น คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธาน บาเยิร์น ที่ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่าถ้าเกิดมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็มีโอกาสดีที่จะได้รางวัลนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของเจ้าตัวเลย ซึ่งล่าสุด เลวานดอฟสกี้ ก็มองว่าตัวเองคู่ควรกับการได้รางวัลลูกฟุตบอลทองคำเหมือนกัน

    หลังจากโดน สปอร์โตเว่ ฟ๊ากตี้ สื่อของโปแลนด์ถามว่าถ้าปีนี้เขามีสิทธิ์มอบรางวัล บัลลง ดอร์ เขาจะมอบรางวัลให้ใครนั้น เลวานดอฟสกี้ ก็ตอบว่า "ให้ผมเองไง ผมได้แชมป์ทุกรายการเท่าที่จะทำด้กับ บาเยิร์น เรากวาดแชมป์ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น บุนเดสลีกา, เยอรมัน คัพ และ แชมเปี้ยนส์ ลีก และผมก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทั้ง 3 รายการนั้นด้วย ผมคิดว่านักเตะที่ทำแบบนั้นได้ก็ควรจะเป็นคนที่ได้ บัลลง ดอร์ ไปครอง"

 

เมินเลวานฯ!เลิฟชี้ใครควรได้บัลลงดอร์ถ้าไม่ยกเลิก

โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี ระบุ ในมุมมองของตนนั้น คนที่ควรจะได้รางวัล บัลลง ดอร์ ในปี 2020 ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่เป็น มานูเอล นอยเออร์ หลังจากที่ นอยเออร์ โชว์ฟอร์มเซฟได้สวยๆ หลายครั้ง

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี แสดงความเห็นว่า มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน คือคนที่สมควรได้รางวัล บัลลง ดอร์ 2020 หากมีการมอบรางวัลดังกล่าวภายในปีนี้ ไม่ใช่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตามที่หลายคนเชียร์กัน

ฟร้องซ์ ฟุตบอล นิตยสารวงการลูกหนังของฝรั่งเศสซึ่งเป็นผู้มอบรางวัล บัลลง ดอร์ นั้น ประกาศยกเลิกการมอบรางวัลภายในปีนี้เพราะมองว่ามันไม่สามารถตัดสินผลงานอย่างครบถ้วนเหมือนกับปีก่อนๆ ได้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้บางลีกเตะกันไม่จบ อย่างเช่น ลีก เอิง ฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งหลายคนเชื่อว่าถ้ามันยังมีการมอบรางวัลกันตามปกติแล้วล่ะก็ เลวานดอฟสกี้ ก็ควรจะได้รางวัลนั้น หลังจากในฤดูกาล 2019-20 เขาทำประตูได้ถึง 55 ลูกจากการลงเล่น 47 นัดในทุกรายการ จนช่วยให้ "เสือใต้" ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง

เลิฟ เผยว่า "มานู ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาเล่นได้เหนือกว่าชาวบ้านจนคนอื่นทาบไม่ติด มันน่าเหลือเชื่อมากๆ ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรอกนะ เขาเป็นจอมทำประตูระดับโลก แต่สำหรับผมแล้วนักเตะที่เก่งที่สุดในฤดูกาลนี้คือ มานูเอล นอยเออร์ ผลงานของเขาตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศเป็นต้นไปในกรุงลิสบอนน่ะมันยอดเยี่ยมมากๆ เขาทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีลูกยิงลูกไหนที่ผ่านเขาไปได้"

"เขามีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่ทีมได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องดีเมื่อคุณมีนักเตะที่ทำประตูได้ 15 ลูกอย่าง เลวานดอฟสกี้ แต่ มานูเอล ทำได้ดีในตอนที่เจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในเกมกับ ลียง และ ปารีสฯ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วล่ะก็ สกอร์มันอาจจะเป็น 0-1 หรือ 1-1 ไปแล้ว คุณจะรู้สึกเลยว่าเขาอยู่ในทุกจุดของปากประตู"

 

ของดีมาอีกคน!ลีดส์ปิดดีลซิวแข้งทีมชาติเยอรมนีร่วมก๊วน

 "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด เสริมทัพต่อเนื่อง ล่าสุดปิดดีลกระชากตัวกองหลังระดับทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไฟร์บวร์ก เรียบร้อย ด้วยสัญญายาว 4 ปี เผยค่าตัวอย่างถูก
     ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรน้องใหม่หน้าเก่าในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว โรบิน ค็อค เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งเลือดเบียร์ มาจาก ไฟร์บวร์ก สโมสรลูกหนังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ทีผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 4 ปี

     สำหรับเรื่องค่าตัวยังไม่มีการยืนยันจาก ลีดส์ แต่เชื่อกันว่า ปราการหลังดีกรีทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี ย้ายมายังถิ่น เอลแลนด์ โร้ด ด้วยค่าตัวราว 13 ล้านปอนด์ (ประมาณ 533 ล้านบาท) ทำให้ ค็อค กลายเป็นแข้งใหม่รายที่สองของ "ยูงทอง" ในรอบวัน ต่อจาก โรดริโก้ หัวหอกทีมชาติสเปน ที่ย้ายมาจาก บาเลนเซีย ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรถึง 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท)

     "ผมแฮปปี้มากๆ ที่ตอนนี้ทุกอย่างเคลียร์แล้ว" ค็อค เปิดใจ "นี่คือหนึ่งในลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ทุกคนต่างรู้จัก พรีเมียร์ลีก และตอนนี้ผมได้ย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก กับ ลีดส์ ซึ่งถือเป็นความฝันสำหรับผมเลย"

     ทั้งนี้ ค็อค อยู่ค้าแข้งกับ ไฟร์บวร์ก ทั้งสิ้น 3 ฤดูกาล ลงเล่นไป 87 นัด ทำได้ 5 ประตู

แข้งประวัติศาสตร์!ยูเวนตุสปิดดีลยืม “แม็คเคนนี่” จากชาลเก้

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ปิดดีลยืมตัว เวสตัน แม็คเคนนี่ มิดฟิลด์เลือดมะกันของ ชาลเก้ 04 มาใช้งานเป็นเวลา 1 ซีซั่นเรียบร้อย เผยค่าตัวรวมทั้งหมดอาจทะลุ 1,000 ล้านบาท

ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศเซ็นสัญญายืมตัว เวสตัน แม็คเคนนี่ กองกลางชาวอเมริกันของ ชาลเก้ 04 สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาลเรียบร้อย เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สำหรับค่ายืมตัวของ ดาวเตะทีมชาติสหรัฐอเมริกาวัย 22 ปี อยู่ที่ 4.5 ล้านยูโร (ประมาณ 166.5 ล้านบาท) โดย "ม้าลาย" มีออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ที่ราคา 18 ล้านยูโร (ประมาณ 666 ล้านบาท) และดีลนี้ ยูเว่ อาจจะต้องจ่ายเงินโบนัสที่ขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นของนักเตะอีก 7 ล้านยูโร (ประมาณ 259 ล้านบาท) ด้วย ซึ่งนั่นจะทำให้ค่าตัวรวมของ แม็คเคนนี่ อาจสูงเกือบแตะหลัก 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) เลยทีเดียว

นอกจากนี้ สกาย สปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาชื่อดังแดนมะกะโรนี ระบุว่า ออปชั่นซื้อขาดของ ยูเวนตุส จะมีผลบังคับใช้ทันที หาก แม็คเคนนี่ ลงเล่นอย่างน้อย 60% ของจำนวนเกมทั้งหมดของทีมในฤดูกาล 2020/21 

ทั้งนี้ แม็คเคนนี่ ถือเป็นนักเตะชาวอเมริกันคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้สวมยูนิฟอร์ม "เบียงโคเนรี่"