บาร์เซโลน่าจัดหนัก! “เมสซี่” นำยิง,นาโปลีเช็ก “อินซินเย่” รอบ16ทีม ชปล.

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า เตรียมจัดทัพเต็มอัตราศึกนำปิดสกอร์โดย ลิโอเนล เมสซี่ เกมรับการมาเยือนของ "อัซซูร่า" นาโปลี ที่ต้องลุ้นให้ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ฟิตทันลงสนาม ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2) วันเสาร์ที่ 8 ส.ค. ศกนี้  (เวลา : 02.00 น.)

ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2)
วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
บาร์เซโลน่า   –   นาโปลี
(ผลสกอร์นัดแรกเสมอ 1-1)

สนาม : คัมป์ นู

    กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่ม ซึ่งถือว่ามีผลงานในลีกน่าผิดหวังกับการเข้ารับงานแทน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ต้องเริ่มตอบแทนความไว้วางใจจาก โจเซป บาร์โตเมว ประธานสโมสรยืนยันหนุนหลังการทำทีมเหมือนเคย หลังเลกแรกบุกไปเจ๊าที่ซาน เปาโล 1-1 ก่อนพักเบรกโควิด-19

    เกมนี้ ซามูแอล อุมติตี้ แนวรับเลือดน้ำหอมหัวเข่ายังเดี้ยงไม่หาย ทว่า อุสมาน เดมเบเล่ หัวหอกดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศสสลัดอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าคืนซ้อมแล้ว แต่ระดับความฟิตยังเป็นเครื่องหมายคำถามเต็มที่คงมีชื่อสำรองข้างสนามเช่นเดียวกับ โรนัลด์ อาเราโฆ (ข้อเท้า)

    ทว่าแดนกลางต้องปรับแน่ๆ 2 จุดเพราะ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ กับ อาร์ตูโร่ วีดาล ติดโทษแบน ทำให้ อิวาน ราคิติช จะออกสตาร์ต รวมถึง เซร์จี้ โรแบร์โต้ ขยับขึ้นมาเสริมมากกว่าออปชั่นใช้ดาวรุ่งอย่าง ริกี ปุช ในเกมพลาดไม่ได้แบบนี้

    มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น, เฟร็งกี้ เดอ ยอง, เคราร์ด ปีเก้ ที่นั่งสำรองเกมส่งท้ายซีซั่นลา ลีกา บุกถล่มอลาเบส 5-0 อองตวน กรีซมันน์ ซึ่งเจ็บต้นขาเล็กน้อยหลุดจากทีมวันนั้นน่าลงประสานงานแนวรุกกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ ตามปกติ รวมถึง เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ เจ็บโคนขาหนีบเล็กน้อยก็น่าเล่นไหว

    เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์ทัพอัซซูร่า ต้องไปให้สุดทางคว้าบิ๊กเอียร์ที่ลิสบอนมาครองให้ได้เพียงสถานเดียว ถ้าอยากกลับมาเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า ไม่งั้นในฐานะแชมป์โคปปา อิตาเลีย ได้สิทธิ์แค่ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น โดยเลกแรกเปิดบ้านเสมอ 1-1

    เกมนี้มีแนวโน้มเลือกใช้แท็กติกแพ็กแดนกลางเน้นไว้บดบี้และชิงบอลแดนกลางเหมือนที่ซดกันยกแรกปลายเดือนกุมภาพันธ์ ดีเอโก้ เดมเม่ ห้องเครื่องเลือดเบียร์ปักหลักทำลายการเซตเกมรุกอาซูลกราน่าเพื่อผ่อนภาระหลังบ้าน

    ปัญหาน่ากังวลคือ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ รอเช็กอาการเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาโดนเปลี่ยนออกท้ายเกมชนะลาซิโอ มี เออร์วิง โลซาโน่ คอยสแตนบาย คอนตาส มาโนลาส ยืนกรานอาการเจ็บซี่โครงหายเป็นปลิดทิ้ง เช่นเดียวกับ นิโกล่า มักซิโมวิช (ข้อเท้า) มีชื่อนั่งสำรองได้แล้ว

    ฟาอูซี่ กูล็อม แบ็กซ้ายแอลจีเรีย, เอลเซอิด ฮีซาจ แบ็กขวาโมร็อกโก, อัลลัน มิดฟิลด์บราซิเลียนต้องนั่งรอโอกาสจากนัดปิดฤดูกาลกัลโช่ เซเรีย อา เปิดบ้านแซงอัดลาซิโอ 3-1 ตามเดิม สตานิสลาฟ โลบ็อตก้า หลุดสำรอง ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ดาวยิงสูงสุด 6 ลูกทัวร์นาเมนต์นี้ยืนค้ำแดนหน้า อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค คอยเป็นตัวโจ๊กเกอร์

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเลต์, จอร์ดี้ อัลบา – เซร์จี้ โรแบร์โต้, เฟร็งกี้ เดอ ยอง, อิวาน ราคิติช – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์

    นาโปลี (4-1-4-1) : ดาวิด ออสปิน่า – โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, คอสตาส มาโนลาส, คาลิดู คูลิบาลี่, มาริโอ รุย – ดีเอโก้ เดมเม่ – โฆเซ่ กาเยฆอน, ฟาเบียน รูอิซ, พิโอเตอร์ ซีลินสกี้, ลอเรนโซ่ อินซินเย่ (เออร์วิง โลซาโน่) – ดรีส์ เมอร์เท่นส์

    ผู้ตัดสิน : คูเนย์ต คาเกียร์ (ตุรกี)

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
26/02/20    ชปล.นาโปลี1-1บาร์เซโลน่า
11/08/19    กระชับมิตรนาโปลี0-4บาร์เซโลน่า
08/08/19    กระชับมิตรบาร์เซโลน่า2-1นาโปลี
07/08/14    กระชับมิตรนาโปลี1-0บาร์เซโลน่า
23/08/11    กระชับมิตรบาร์เซโลน่า5-0นาโปลี

 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาร์เซโลน่า
19/07/20 ชนะ อลาเบส 5-0 (เยือน) ลา ลีกา
17/07/20 แพ้ โอซาซูน่า 1-2 (เหย้า) ลา ลีกา
12/07/20 ชนะ เรอัล บายาโดลิด 1-0 (เยือน) ลา ลีกา
09/07/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา
06/07/20 ชนะ บียาร์เรอัล 4-1 (เยือน) ลา ลีกา

นาโปลี
02/08/20 ชนะ ลาซิโอ 3-1 (เหย้า) เซเรีย อา
29/07/20 แพ้ อินเตอร์ มิลาน 0-2 (เยือน) เซเรีย อา
26/07/20 ชนะ ซาสซูโอโล่ 2-0 (เหย้า) เซเรีย อา
23/07/20 แพ้ ปาร์ม่า 1-2 (เยือน) เซเรีย อา
20/07/20 ชนะ อูดิเนเซ่ 2-1 (เหย้า) เซเรีย อา

เรอัลมาดริดเถลิงแชมป์! “เบนซ์”เบิ้ลอัดบียาร์เรอัลซิวโทรฟี่ลีกสมัยที่34

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทำได้ตามเป้าหมาย "คาริม เบนเซม่า" พังสองประตูพาต้นสังกัดเชือด "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล 2-1 เถลิงแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 34 สำเร็จ ส่วนทีมเยือนยังอยู่ในพื้นที่โควตายูโรปาลีก ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด นัดนี้ต้องสามคะแนนเท่านั้นหรือแช่งให้ บาร์เซโลน่า แพ้ในแมตช์ที่หวดพร้อมกัน จะการันตัแชมป์ลีกสมัยที่ 34 ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์คนเก่งใส่ดาวเตะครบชุดนำโดย "เบนเซม่า-อาซาร์" รับมือ "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล ที่หมดโอกาสไปลุยชปล.ตั้งแต่เกมก่อน แต่ยังมีหวังเล่นยูโรปาลีก ฆาเบียร์ กาเยฆา โค้ชทีมเยือน เร้าลูกทีมแย่งคะแนนทำลายงานฉลองแชมป์เจ้าบ้านให้ได้ มี "เคราร์ด โมเรโน่" เป็นอาวุธลงซัด

     ราชันเปิดเกมนาทีที่ 4 เซร์คิโอ รามอส วางบอลยาวจังหวะเดียวจากแดนหลังไปให้ ดานี่ การ์บาฆาล วิ่งสอดขึ้นมารับบอลในเขตโทษฝั่งขวาแตะบอลกระดกหวังให้ข้ามหัว เซร์คิโอ อาเซนโฆ แต่ว่ามือกาวทีมเยือนไม่พลาดรับไว้ได้ทัน

     มาดริดรุกหนักนาทีที่ 7 ลูก้า โมดริช ครอสบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายบอลเรียดเข้ามากลางเขตโทษ คาริม เบนเซม่า ยืนซัดบอลเข้าหากรอบประตูแต่ยังเป็นนายทวารเรือดำน้ำยืนถูกที่รับบลอีกครั้ง

     เจ้าบ้านยังเร่งนาทีที่ 16 โทนี่ โครส จ่ายบอลกลางสนามมาที่ ลูก้า โมดริช จับบอลแล้วลากมาเข้าเท้าขวายิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลเข้าหาประตูทว่า เซร์คิโอ อาเซนโฆ นายด่านทีมเยือนปัดออกพ้นประตูไปได้

     ราชันชุดขาวออกนำนาทีที่ 29 เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ เข้าแย่งบอลจากผู้เล่นทีมเยือนได้กลางสนาม บอลกลิ้งมาหา ลูก้า โมดริช กระชากบอลขึ้นมาถึงหน้ากรอบเขตโทษจิ้มออกเขตโทษด้านขวาให้ คาริม เบนเซม่า ที่วิ่งตีคู่มาซัดบอลลอดขา เซร์คิโอ อาเซนโฆ มือกาวบียาร์เรอัลเข้าตุงตาข่าย จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำอยู่ 1-0

     เจ้าบ้านเกือบทิ้งห่างนาทีที่ 54 ลูก้า โมดริช ดีดบอลตรงทะลุช่องจากกลางสนามตัดแนวรับทีมเยือนที่ยืนดักล้ำหน้าให้ ดานี่ การ์บาฆาล สอดขึ้นมารับบอลเลี้ยงเข้าเขตโทษทางขวาล็อกหนีผู้เล่นบียาร์เรอัลถึงสองคนแล้วซัดด้วยซ้ายตรงเขตโทษ 6 หลา แต่ว่า เซร์คิโอ อาเซนโฆ ยังโชว์เหนียวปัดไว้ได้อีกครั้ง

     ทีมเยือนได้บุก 72 ฆาบี อันติเบรอส ตัวสำรองบียาร์เรอัล สบโอกาสได้ลองยิงบอลลุ้นพังสกอร์ แต่ว่าเจ้าตัวซัดบอลเบาเกินไป ติโบล กูร์กตัวส์ นายทวารราชันล้มตัวรับไว้ไม่มีปัญหา

     เรอัล มาดริดทิ้งห่างนาทีที่ 73 เซร์คิโอ รามอส วิ่งดันขึ้นสูงโฉบตัดหน้า เคราร์ด โมเรโน่ กลางสนามลากบอลขึ้นมาถึงเส้นเขตโทษก่อนโดน โซเฟียน ชักล่า สะกิดล้มลงในเขตโทษ กรรมการชี้ให้จุดโทษ และเป็นกัปตันปราการหลังเขี่ยต่อให้ คาริม เบนเซม่า ปรี่มายิงเข้าไปครั้งแรก เชิ้ตดำเป่าว่าดาวยิงฝรั่งเศสวิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อน เลยให้ซัดลูกโทษใหม่อีกหน คาริม เบนเซม่า อาสายิงเองและกดเข้าไปไม่เหลือซาก

     เจ้าถิ่นชวดได้สกอร์เพิ่มนาทีที่ 81 ซานติ กาซอร์ล่า จ่ายบอลขวางสนามไม่ดีมาติดเท้า โทนี่ โครส ได้ลองส่องไกลกลางสนามระยะประมาณ 22 หลา บอลทิศทางเกือบซุกตาข่ายแต่เหินชนคานอย่างจังกระดอนออกมา

     เรือดำน้ำตามนาทีที่ 83 มาริโอ กาสปาร์ ฟูลแบ็กทีมเยือนดันสูงมารับบอลบริเวณริมสนามด้านขวา ก่อนหยอดบอลลุ้นเข้าเขตโทษ บิเซนเต้ อิบอร์รา ปรี่มาตั้งศรีษะโหม่งบอลย้อย ติโบล กูร์กตัวส์ วิ่งตามหวังสกัดให้ได้แต่บอลลอยเสียบใต้คานเข้าไปอย่างแม่นยำ ช่วงท้ายเกมทีมเยือนเกือบตีเสมอได้อีกประมาณสองครั้งแต่ ติโบล กูร์กตัวส์ ก็เหนียวหนึบช่วยทีมไว้ได้ ส่วนเจ้าถิ่น จูเนียร์ วิเนซิอุส ส่งบอลเข้าไปก้นตาข่ายทว่ากรรมการเช็ควีเออาร์เป่าเป็นลูกแฮนด์บอลของ คาริม เบนเซม่า จบเกม เรอัล มาดริด ชนะ บียาร์เรอัล 2-1 เถลิงแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 34 สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3): ติโบล กูร์กตัวส์,ดานี่ การ์บาฆาล (ลูคัส บาสเกซ น.85),ราฟาแอล วาราน,เซร์คิโอ รามอส,แฟร์กล็องด์ เมนดี้,ลูก้า โมดริช (เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ น.85),เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,โทนี่ โครส (อิสโก้ น.85),โรดรีโก้ โกเอส (มาร์โก อเซนซิโอ น.63),คาริม เบนเซม่า,เอแด็ง อาซาร์ (จูเนียร์ วิเนซิอุส น.63)

บียาร์เรอัล (5-4-1): เซร์คิโอ อาเซนโฆ,มาริโอ กาสปาร์,โซเฟียน ชักล่า,เปา ตอร์เรส,ชาบี กินตีย่า,มานู มอร์ลาเนส (บิเซนเต้ อิบอร์รา น.63),ซัมโบ้ อ็องกิสซ่า,รูเบน เปย่า (บรูโน่ น.46),ซามูเอล ชุควูเซ (ฆาบี อันติเบรอส น.46),มอย โกเมซ (ซานติ กาซอร์ล่า น.63),เคราร์ด โมเรโน่

 

เรอัล มาดริดเฮบุกเฉือนกรานาด้า หนีบาร์ซ่า4แต้ม นัดหน้าหากชนะแชมป์เลย

 เรอัล มาดริด ไม่พลาดสามแต้มหลังบุกเอาชนะ กรานาด้า 2-1 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 83 คะแนน ทิ้งอันดับ 2 อย่างบาร์เซโลน่าถึง 4 คะแนน ซึ่งนัดหน้า หากเล่นในบ้านเอาชนะบียาร์เอรัลได้จะการันตีคว้าแชมป์ลีกซีซั่นนี้ทันที ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
สนาม : เอสตาดิโอ นวยโบ้ ลอส การ์เมเนส

    เรอัล มาดริด ต้องการชัยชนะอีกสองเกมจะการันตีคว้าแชมป์ ลา ลีกา ฤดูกาลนี้ทันที เกมนี้ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน บุกมาเยือน กรานาด้า ที่มีลุ้นตั๋วยูโรปาลีก

    เริ่มเกมมาได้แค่ 10 นาที เรอัล มาดริด บุกมาขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 กาเซมีโร่ ไหลบอลออกซ้ายให้ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตะลุยเดี่ยวแหวกแนวรับเจ้าบ้านเข้าไปซัดด้วยซ้ายมุมแคบ บอลพุ่งแสกหน้า รุย ซิลบา เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างงดงาม

    จากนั้น นาที 16 สกอร์ของ "ราชันชุดขาว" นำห่างเจ้าบ้านเป็น 2-0 คราวนี้บอลจาก ลูก้า โมดริช จ่ายให้ คาริม เบนเซม่า เลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบก่อนจะหักเข้าขวาแล้วปั่นหนีมือ รุย ซิลบา เสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด
 
    นาที 36 กรานาด้า มีลุ้นบ้างเหมือนกันหลัง บิคตอร์ ดิอาซ เปิดมาให้ โดมิงโกส ดูอาร์เต้ สะบัดโขกเต็มแรงบอลเปลี่ยนทางจน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องออกแรงปัดบอลออกไป

    นาที 43 เบนเซม่า เกือบบวกเม็ดที่สองให้ตัวเองและเม็ดที่สามของทีม หลังด้วยขวาในกรอบแต่บอลยังโดน รุย ซิลบา ปฎิเสธปัดบอลออกไปได้ ทำให้จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด บุกมานำ กรานาด้า 2-0

    ครึ่งหลัง นาที 50 กรานาด้า มาได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 จากจังหวะสวนกลับเร็ว ยานเกล เอร์เรร่า ควบพาบอลขึ้นมาแล้วแทงออกซ้ายให้ ดาร์วิน มาชีส ซัดเสาแรกผ่าน ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไป

    นาที 64 ซีดาน เปลี่ยนสองคนรวดส่ง โรดรีโก้ และมาร์โค อเซนซิโอ้ ลงมาเล่นแทน เฟเด้ บัลเบร์เด้ และอีสโก้

    นาที 85 เจ้าบ้านโหมบุกอย่างหนัก และเกือบได้ลุ้นตีเสมออีก จากจังหวะที่ อันโตนิน หวดด้วยขวาไปติดเซฟ่ของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ บอลยังไม่พ้นอันตรายมาเข้าทาง ราม่อน อาซีซ ซัดด้วยขวาจะข้ามเส้นประตูแล้วแต่ เซร์คิโอ รามอส ยังถอยไปเซฟบนเส้น

    ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าบ้านไม่สามารถพังประตูตีเสมอได้ จบเกม เรอัล มาดริด บุกมาคว้าชัย 2-1 เกมนี้หากคว้าชัยในบ้านได้จะการันตีคว้าแชมป์ลีกทันที

ชนะแชมป์สมัย34ทันที! เรอัลมาดริดคึก “เบนเซม่า” นำทัพบู๊บียาร์เรอัล

"ราชันชุดขาว" คืนนี้ขอแค่คว้าชัยเหนือ บียาร์เรอัล  หรือถ้าบาร์เซโลน่าไม่ชนะ พวกเขาก็จะการันตีแชมป์ทันที โดยพร้อมส่งดาวยิงฟอร์มเด็ดอย่าง คาริม เบนเซม่า ลงไล่ล่าตาข่าย บียาร์เรอัล ศึกลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพหัสบดีที่ 16 ก.ค.นี้

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
เรอัล มาดริด (1) – บียาร์เรอัล (5)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563    เวลา : 02.00 น.   
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    เรอัล มาดริด

    ซีเนดีน ซีดาน จะปรับแดนกลางกับหน้าเล็กน้อย แต่แผงหลังเหมือนเดิม ดานี่ การ์บาฆาล ประจำการแบ็กขวา ใช้ เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน , แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลางลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส , เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ และ เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ โดยมี โรดรีโก้ โมเรโน่ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

    บียาร์เรอัล

    ฆาเบียร์ กาเยฆา ได้ 3 แข้งตัวหลักกลับมาจากโทษแบน ไล่ตั้งแต่แดนหน้า เคราร์ด โมเรโน่ กลับมายืนหน้าเป้าอีกครั้ง  ส่วนตัวรุกใช้ ซานติ กาซอร์ล่า กับ ฆาบี อันติเบรอส ยืนริมเส้น มี มอย โกเมซ เป็นหน้าต่ำ , ตรงกลาง มานูเอล ตรีเกโรส คุมจังหวะร่วมกับ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า ที่พ้นโทษแบนมา ในแดนหลัง คู่เซนเตอร์วาง เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล, มาริโอ กาสปาร์ ลงแบ็กขวา แบ็กซ้ายใช้ ชาเบียร์ กินตีย่า ในรายของ มาเรียโน่ บาร์โบซ่า นายทวารมือสองติดโทษแบน ทำให้ เซร์คิโอ อาเซน
โฆ จะกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง 

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบล กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส,ราฟาแอล วาราน,แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,โทนี่ โครส,เฟเด บัลเบร์เด้-ลูก้า โมดริช-โรดรีโก้ โกเอส,คาริม เบนเซม่า

    บียาร์เรอัล (4-2-3-1) เซร์คิโอ อาเซนโฆ-มาริโอ กาสปาร์,ราอูล อัลบิโอล,เปา ตอร์เรส,ชาบี กินตีย่า-บิเซนเต้ อิบอร์ร่า,มานูเอล ตรีเกโรส-ซานติ กาซอร์ล่า,มอย โกเมซ,ฆาบี อันติเบรอส-เคราร์ด โมเรโน่ 

 ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
02/09/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
05/05/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    3-2    บียาร์เรอัล
04/01/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
20/05/18    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
13/01/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    0-1    บียาร์เรอัล
27/02/17    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-3    เรอัล มาดริด
    
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เรอัล มาดริด
14/07/20 ชนะ กรานาด้า 2-1 (เยือน)     ลา ลีกา
10/07/20 ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20 ชนะ แอธ.บิลเบา 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
           
บียาร์เรอัล
14/07/20 แพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-2    (เหย้า)    ลา ลีกา
08/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 3-1    (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-4    (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เรอัล เบติส 2-0    (เยือน)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ บาเลนเซีย 2-0    (เหย้า)    ลา ลีกา

เรอัลมาดริดขอหนีบาร์ซ่า! “เบนซ์” จ้องเฝ้าพังตาข่ายอลาเบส

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เล็งสามคะแนนจากเกมนี้ หลังถูก บาร์เซโลน่า จี้ตามเข้ามาเหลือแต้มเดียว คาริม เบนเซม่า ศูนย์หน้าเจ้าบ้านอาสาซัดสกอร์ทีมเยือน อลาเบส ที่ดิ้่นรนหนีตายช่วงท้ายซีซั่น ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
เรอัล มาดริด (1) – อลาเบส (17)
เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1
สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

    ซีเนดีน ซีดาน จะขาด ดานี่ การ์บาฆาล กับ เซร์คิโอ รามอส สองแกนหลักในแนวรับที่ติดโทษแบนพร้อมกัน ทำให้จะปรับมาใช้ เอแดร์ มิลิเตา ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน

    ส่วนแบ็กขวาจะโยก แฟร์กล็องด์ เมนดี้ มาเล่น และใช้ มาร์เซโล่ ยืนแบ็กซ้าย แดนกลาง อีสโก้ จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส, เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ และ เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า

    ในรายของ เอแด็น อาซาร์ เจ็บข้อเท้า ยังไม่น่าจะฟิตทัน เช่นเดียวกับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม

    อาเซียร์ การีตาโน่ ยังไม่มี เฟร์นานโด ปาเชโก้ นายทวารมือหนึ่งที่ยังเจ็บทำให้ โรเบร์โต้ คิมิเนซ จะลงเฝ้าเสาต่อไป

    ส่วนในแนวรับแบ็กซ้ายไม่มี รูเบน ดูอาร์เต้ กระดูกนิ้วแตก ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการโยกเอา อาเดรียน มาริน จากแบ็กขวามายืนแทน แล้วเติม ชิโม่ นาบาร์โร่ มาเล่นแบ็กขวา, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ลิซานโดร มากายาน จะยืนกับ บิคตอร์ ลากวาร์เดีย
 
    ในแผงกองกลาง โตมัส ปีน่า ลงเล่นมิดฟิลด์ตัวรับคู่กับ บิคตอร์ กามาราซ่า ริมเส้นเป็น อเล็กซ์ บีดาล ขึ้นเกมทางด้านขวา ฝั่งซ้ายมี หลุยส์ รีโอฆา ลงลากเลื้อย ส่วนคู่หน้าจะเป็น ลูกัส เปเรซ ยืนกับ โฆเซลู ซาน มาร์ติน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้-อีสโก้-วินิซิอุส, คาริม เบนเซม่า

อลาเบส (4-4-2) โรเบร์โต้ ฆิมิเนซ-ชิโม่ นาบาร์โร่, ลิซานโดร มากายาน, บิคตอร์ ลากวาร์เดีย, อาเดรียน มาริน-อเล็กซ์ บีดาล, โตมัส ปีน่า, บิคตอร์ กามาราซ่า, หลุยส์ รีโอฆา-ลูกัส เปเรซ, โฆเซลู ซาน มาร์ติน

รามอสซัดชัยจุดโทษ!เรอัล มาดริดบุกเชือดบิลเบาฉีกแต้มนำฝูง

เซร์คิโอ รามอส รับบทฮีโร่ซัดจุดโทษนำชัย พา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด บุกเฉือนหวิว แอธ.บิลเบา ถึงถิ่น 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ ฉีกนำจ่าฝูงทำแต้มหนี โยนความกดดันให้ บาร์เซโลน่า ที่ลงสนามช่วงดึกไปก่อน ในเกมลา ลีกา สเปน ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 63

แอธ.บิลเบา 0-1 เรอัล มาดริด

 สนาม: เอสตาดิโอ ซาน มาเมส
   
    ฟุตบอลลา ลีกา สเปน ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม เจ้าถิ่นแอธ.บิลเบา กุนซือใหญ่ กาอิซก้า การีตาโน่ ยังคงระบบ 4-2-3-1  แผงรุก 3 คนวาง ราอูล การ์เซีย, อิเกร์ มูเนียอิน และ อินญิโก้ กอร์โดบา  เล่นอยู่ข้างหลัง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่ยืนค้ำ
เป็นหน้าเป้า

    ส่วน "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ซีเนดีน ซีดาน จะปรับทีมบางตำแหน่ง ในแนวรับ มาร์เซโล่ จะเบียด แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลงยืนแบ็กซ้าย  แดนกลาง ลูก้า โมดริช  จะลงปั้นเกมร่วมกับ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ โดยมี มาร์โก อเซนซิโอ ยืนหน้ากับ คาริม
เบนเซม่า กับ โรดริโก

    เริ่มเกมมา4นาที ลูกทีมของ ซีดาน เดินหน้าบุกก่อน แล้วก็เกือบมีลุ้น เมื่อ คาริม เบนเซม่า ได้บอลทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จับบอลจังหวะแรกไม่ดีเอง ชวดยิงทักทายก่อนไปอย่างน่าเสียดาย

    ก่อน2นาทีต่อมา แอธ.บิลเบา จะสวนกลับขึ้นมาบ้าง และโอกาสได้จบจากการยิงนอกกรอบของ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ยังดีที่แนวรับ เรอัล มาดริด ยังช่วยกันบล็อคได้ทัน

    นาทีที่17 ราชันชุดขาว หวิดเสียประตูอีกครั้ง เมื่อ ราอูล การ์เซีย ได้โขกจ่อๆคนเดียว ยังดีที่ ติโบล กูร์กตัวส์ โชว์ซูเปอร์เซฟ ได้อย่างสุดยอด เซฟประตูช่วยทีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    ช่วงท้ายครึ่งแรก เรอัล มาดริด ได้ลุ้นเสียวบ้าง เมื่อ คาริม เบนเซม่า ได้โขกบอลหน้าประตู แต่บอลหลุดถากเสาออกหลังไป ทำให้หมดครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0

    เกมเข้าสู่ครึ่งหลัง และผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม เอแดร์ มิลิเตา บาดเจ็บร่วงไปกองกับพื้น ทำให้ต้องหยุดปฐมพยาบาล ก่อนโชคดีที่เจ้าตัวเจ็บไม่มาก ยังเล่นต่อไหว

    นาทีที่72 แฟนๆราชันชุดขาว ได้เฮ เมื่อ มาร์เซโล่ ไปโดนฟาวส์ล้มในกรอบเขตโทษ ก่อนผู้ตัดสินจะเช็กวีเออาร์ ก่อนเป่าชี้เป็นลูกจุดโทษให้ผู้มาเยือน

    ก่อนนาทีต่อมา เซร์คิโอ รามอส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด โดยแม้ อูไน ซิมอน จะเดาทางถูก แต่ก็ปัดไม่ทัน ทำให้ เรอัล มาดริด บุกขึ้นนำ 1-0

    ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลา จึงเป็น เรอัล มาดริด บุกเชือดหวิว แอธ.บิลเบา 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ นำจ่าฝูงทำแต้มฉีกหนี บาร์เซโลน่า ที่ลงสนามช่วงดึกไปก่อน

11 นักเตะของทั้งสองทีม

แอธ.บิลเบา(4-2-3-1) อูไน ซิมอน-อันเดร์ กาป้า,เยเรย์ อัลวาเรซ (อูไน นูเนซ น.21),อินญิโก้ มาร์ติเนซ,ยูริ เบร์ชีเช่ – ดานี่ การ์เซีย,อูไน โลเปซ (มิเกล เวสก้า น.63) – ราอูล การ์เซีย (อาซิเออร์ วิลลาลิเบร น.78),อิเกร์ มูเนียอิน,อินญิโก้ กอร์โดบา (ออสการ์ เดมาร์กอส น.63)-อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ (โออิฮาน ซานเชต น.78)

เรอัล มาดริด (4-3-3) ติโบล กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่,เอแดร์ มิลิเตา,เซร์คิโอ รามอส,ดานี่ การ์บาฆาล-ลูก้า โมดริช,เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ (โทนี่ โครส น.85)-โรดริโก (ลูคัส น.74) ,คาริม เบนเซม่า (ลูก้า โยวิช น.90+5),มาร์โก อเซนซิโอ (จูเนียร์ วินิซิอุส น.74)

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร

 

เรอัลมาดริดไม่พลาดบุกเฉือนเอสปันญ่อล แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูงทิ้ง2แต้ม

กาเซมีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของ "ราชันชุดขาว" หลังซัดประตูชัยพาทีมบุกไปเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ซิวสามแต้มแซง บาร์เซโลน่า สองคะแนนขึ้นไปนำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ส่วนไอ้นกแก้วจมบ๊วยก้นตารางเช่นเดิม ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอสปันญ่อล ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หาก "ชุดขาว" บุกมาคว้าชัยได้จะแซง บาร์เซโลน่า ถึงสองคะแนนขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงแทน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรกไม่ถึงนาที เอสปันญ่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบก่อนเลยแต่จังหวะซัดด้วยขวาเต็มแรงของ อาเดรียน เอ็มบาร์บา แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ติโบต์ กูร์กตัวส์

    นาที 10 ชุดขาวได้ลุ้นบ้าง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกมาเสาไกลบอลมาตกใส่เท้าของ กาเซมีโร่ หวดด้วยขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเหินคานออกไป

    นาที 20 เอสปันญ่อล ได้ลุ้นจากลูกนิ่งอีก เอ็มบาร์บา เปิดแรงเข้าไปให้ มาร์ก โรต้า ซัดตามน้ำแต่บอลยังไม่โดน ติโบต์ กูร์กตัวส์

    อีก 5 นาทีต่อมา ไอ้นกแก้วได้ลุ้นบ้าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา จ่ายบอลให้ อู่ เล่ย กดด้วยขวาจากนอกรอบ บอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

    นาที 31 โทนี่ ครอส เข้ามาหน้าประตูให้ เซร์คิโอ รามอส ได้โหม่งแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ ดีเอโก้ โลเปซ  และเป็นจังหวะล้ำหน้าของ รามอส ไปอีกด้วย

    นาที 36 "ชุดขาว" เกือบแซงขึ้นนำไปก่อน หลัง คาริม เบนเซม่า โยกหลบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆแต่ยังโดน ดีเอโก้ โลเปซ เหินปัดบอลออกไป

    ท้ายเกม นาที 43 เจ้าบ้านเกือบทำพลาดอีก หลัง ดีเอโก้ โลเปซ ปัดไม่พ้นทางมาหล่นใส่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ซัดด้วยขวาไปติดเซฟของโลเปซ ก่อนจะเลยมาเข้ากลางให้ อาซาร์ ตามซ้ำเข้าไปแต่ โลเปซ นายด่านของไอ้นกแก้วก็ปัดออกไปได้

    กระนั้น นาที 45 เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จหลัง คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางเสาแรกก่อนจะตอกส้นให้ กาเซมีโร่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเข้าไป

    จบครึ่งแรก เอสปันญ่อล ตามหลัง เรอัล มาดริด 0-1

     ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันต่อ นาที 49 อู่ เล่ย ได้กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

    ชุดขาวตอบโต้บ้าง อีก 2 นาทีต่อมา อีสโก้ วางบอลยาวไปในกรอบ 6 หลาทางเสาไกล เบนเซม่า กระโดดแปแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ของ ดีเอโก้ โลเปซ รับไว้ติดมือ

    เจ้าบ้านไม่อยู่เฉย นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะ นิโก้ เมลาเหม็ด จ่ายบอลให้ ดาบิด โลเปซ ซัดด้วยขวานอกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือกูร์กตัวส์รับไว้ได้

    จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ "นกแก้ว" ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – บิคตอร์ เปเรีย, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า (อาเดรีย เปโดรซ่า น.46) – มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ (ปอล โลซาโน่ น.84) – อู่ เล่ย (ออสการ์ เมเลนโด้ น.57) ,อาเดรียน เอ็มบาร์บา (โจนาธาน กาเยรี่ น.69) ,เซร์กี้ ดาร์เดร์ (นิโก้ เมลาเหม็ด น.69) – ราอูล เด โทมัส
 
        เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด้ บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ (โรดรีโก้ น.64), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.63)

 

ชาบีเตรียมพร้อมเต็มสูบเพื่อรับงานบาร์ซ่า

ชาบี เอร์นานเดซ อดีตกองกลางของ บาร์เซโลน่า เผยว่าทีมงานของตัวเองเตรียมพร้อมเต็มที่สำหรับการกลับไปรับงานโค้ชในถิ่นคัมป์ นู

 อดีตแข้งวัย 40 ปีที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้นายใหญ่ของ อัล ซาดด์ สโมสรดังของกาตาร์ โดยที่ผ่านมาเจ้าตัวมีข่าวเชื่อมโยงเรื่องกลับมาทำงานกับทีมนับตั้งแต่ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ โดนปลดจากตำแหน่ง ก่อนที่ทีมจะหันไปตั้ง กีเก้ เซเตียน ทำหน้าที่ดังกล่าว

 อย่างไรก็ตามการที่ทีมมีโอกาสชวดแชมป์ปีนี้ทำให้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งทาง ชาบี เผยว่าตัวเองและทีมงานเตรียมพร้อมเต็มที่ในการกลับมาทำงานกับสโมสรเก่า แต่การตัดสินใจเป็นของสโมสร

 "ความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมมีในตอนนี้คือการเป็นโค้ชของบาร์ซ่าและนำบาร์ซ่ากลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะอีกครั้ง" ชาบี ที่พา อัล ซาดด์ คว้าแชมป์กาตาร์ คัพ และ กาตาร์ ซูเปอร์ คัพ กล่าว

 "ไม่ใช่ผม แต่เป็นนักเตะและบาร์ซ่าที่ประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ สตาฟฟ์เทคนิคของเราเตรียมพร้อมอย่างมากและนั่นทำให้เราตื่นเต้นอย่างมาก"

 "ผมคือวัน แมน คลับ ผมอยากจะกลับไปเมื่อเวลาเหมาะสมในการสตาร์ทโปรเจ็คตั้งแต่เริ่มต้น, ผมพูดมาแล้วหลายครั้ง"

 "ชัดเจนว่าหลังการเลือกตั้งจะมีการตัดสินใจ แน่นอน ผมจะไม่ตัดอะไรที่เป็นไปได้ออก"

 "พวกเขาติดต่อผมมาเมื่อเดือนมกราคม เราพูดคุยกัน ผมบอกพวกเขาถึงสถานการณ์และช่วงเวลายังไม่เหมาะสม"

ราชันงานหิน! มาดริดจัดเต็มส่ง “เบนเซม่า” บุกกระซวกแอธ.บิลเบา

ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ "ราชันชุดขาว" จ่าฝูง มีแต้มเหนือ บาร์ซ่า อยู่ 4 แต้มเหลือการแข่งขันอีก 5 นัดความพร้อมเกมนี้อาจปรัพทัพบางตำแหน่งแนวรุกไว้ใจ คาริม เบนเซม่า เช่นเคย ทางด้าน กาอิซก้า การีตาโน่ นายใหญ่ แอธ.บิลเบา ผลงานไม่เบามีลุ้นโตวตายุโรปจัด อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ต้อนรับสู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563
แอธ.บิลเบา (8) – เรอัล มาดริด (1)
เวลา : 19.00 น.

สนาม : ซาน มาเมส บาร์เรีย, บิลเบา

    กาอิซก้า การีตาโน่ กุนซือแอธ.บิลเบา ยังคงระบบ 4-2-3-1 เพียงแต่จะปรับผู้เล่น 2-3 ตำแหน่งเพื่อความสดของทีม แนวรับ อินญิโก้ มาร์ติเนซ ลงเป็นคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อูไน นูนเญซ แทน เยราย อัลบาเรซ และให้ อันเดร์ กาป้า ลงเป็นแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้าย ยูริ เบร์ชีเช่ ผ่านความฟิตลงสนามตามเดิม 

    ตรงกลางสนาม มิเกล เบสก้า เบียด อูไน โลเปซ ลงมาเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ ดานี่ การ์เซีย แผงรุก 3 คนวาง ราอูล การ์เซีย, ออยอาน ซานเซ็ท และ อินญิโก้ กอร์โดบา เล่นอยู่ข้างหลัง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่ยืนค้ำเป็นหน้าเป้า

    ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์เรอัล มาดริด จะปรับทีมบางตำแหน่ง ในแนวรับ มาร์เซโล่จะเบียด แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลงยืนแบ็กซ้าย ส่วนแบ็กขวายังคงเป็น ดานี่ การ์บาฆาล ตามเดิม คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ต้องรอเช็กความฟิตของ ราฟาแอล วาราน ถ้าไม่ไหว เอแดร์ มิลิเตา จะลงมาเล่นคู่กับ เซร์คิโอ รามอส แทน

    แดนกลาง ลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส ,เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ และ เอ็นริเก้ คาเซมีโร่ โดยมี เอแด็น อาซาร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า ในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังไม่พร้อมลงสนาม

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แอธ.บิลเบา (4-2-3-1) : อูไน ซิมอน-อันเดร์ กาป้า, อูไน นูนเญซ, อินญิโก้ มาร์ติเนซ, ยูริ เบร์ชีเช่-ดานี่ การ์เซีย, มิเกล เบสก้า-ราอูล การ์เซีย,ออยอาน ซานเซ็ท, อินญิโก้ กอร์โดบา-อินญากี้ วิลเลี่ยมส์

    เรอัล มาดริด (4-4-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่, เอแดร์ มิลิเตา (ราฟาแอล วาราน), เซร์คิโอ รามอส, ดานี่ การ์บาฆาล-ลูก้า โมดริช, เอ็นริเก้ คาเซมีโร่,โทนี่ โครส, เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้-เอแด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ        ผลการแข่งขัน   
 23/12/19        ลา ลีกา        เรอัล มาดริด เสมอ บิลเบา 0-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

แอธ.บิลเบา

02/07/20    ชนะ บาเลนเซีย 2-0 (เยือน)    ลา ลีกา
27/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
23/06/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ เบติส 1-0 (เหย้า)        ลา ลีกา
18/06/20    เสมอ เออิบาร์  2-2  (เยือน)    ลา ลีกา

 เรอัล มาดริด

02/07/20   ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
24/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ โซเซียดาด 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
18/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0  (เหย้า)    ลา ลีกา

รามอสฟรีคิกงาม! เรอัลมาดริดไม่พลาดอัดมายอร์ก้า ทวงจ่าฝูงคืนจากบาร์ซ่า

เรอัล มาดริด ไม่พลาดสามคะแนนหลังเล่นใน อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ไล่อัดเรอัล มายอร์ก้า 2-0 วินิซิอุส จูเนียร์ ซัดเปิด ก่อนเซร์คิโอ รามอส จะปั่นฟรีคิกสุดสวยปิดกล่อง ส่งผลให้มี 68 แต้มเท่ากับบาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดดีกว่าทำให้นั่งเป็นจ่าฝูงเหมือนเดิม ในเกม ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา


สนาม :
เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    เรอัล มาดริด ก่อนเกมหล่นมาเป็นรองจ่าฝูงหลังโดน บาร์เซโลน่า แซงขึ้นแท่นนำมี 68 คะแนน เกมนี้ต้องคว้าชัยอย่างเดียวเพื่อแซงขึ้นไปรั้งจ่าฝูง ด้วยเฮดทูเฮดที่เหนือกว่าบาร์ซ่า โดยเกมนี้เปิดรังรับมือ มายอร์ก้า ทีมโซนตกชั้นอันดับ 18 ของลีก

    เปิดฉากมาได้แค่ 7 นาที "ราชันชุดขาว" ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ครอสมาหน้าประตูให้ เบนเซม่า ซัดด้วยขวาไปติดเซฟนายด่านมายอร์ก้า

    นาทีถัดมาบอลต่อเนื่องจากลูกเตะมุม ดานี่ การ์บาฆาล จ่ายบอลให้ แกเร็ธ เบล ตะบันด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไปติดมือ มาโนโล่ เรน่า

    มายอร์ก้า ตอบโต้มาบ้าง นาทีที่ 10 อิดริสซู บาบา ได้บอลนอกกรอบก่อนซัดไกลแต่ยังไปติดมือของ ติโบล กูร์กตัวส์ พุ่งปัดออกไป

    นาที 19 ชุดขาวมาพังประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ ลูก้า โมดริช แทงบอลออกซ้ายให้ วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดเข้าไปก่อนชิพบอลข้าม มาโนโล่ เรน่า เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    นาที 23 วินิซิอุส เกือบใส่สกอร์ที่สองของตัวเองในเกมนี้หลัง เบนเซม่า แทงบอลอย่างสวยให้ดาวยิงเลือดบราซิลหลุดเข้าไปซัดบอลชนคาน

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 ทีมเยือนมีโอกาสจากลูกคอนเนอร์ หลัง ดานี่ โรดริเกซ เปิดมาเข้าหัว ลาโก้ จูเนียร์ โขกหลุดกรอบออกไป

    จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด ขึ้นนำ เรอัล มายอร์ก้า 1-0

    กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง มายอร์ก้า เปิดเกมรุกทันที นาที 47 ดานี่ โรดริเกซ เปิดมาให้ อเล็กซานดาร์ เซดลาร์ โขกกลางประตูไปเข้ามือ ติโบล กูร์กตัวส์

    นาที 56 เรอัล มาดริด มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จากจังหวะลูกฟรีคิกหน้ากรอบไม่ถึง 25 หลา ก่อนจะเป็น เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมปั่นด้วยขวาข้ามกำแพงโค้งเสียบตาข่ายเข้าไป
   
    นาที 62 ทาเคฟุสะ คุโบะ โชว์สเต็ปหลอกล่อแนวรับชุดขาวเข้าไปซัดด้วยขวามุมแคบแต่บอลพุ่งเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เรอัล มาดริด ไล่บดเอาชนะ มายอร์ก้า ไปแบบสนุก 2-0 คว้าสามแต้มมี 68 คะแนน เท่ากับบาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดเหนือกว่าทำให้ ชุดขาว ขึ้นนำจ่าฝูงต่อไป

    รายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล มาดริด (4-2-3-1) ติโบล กูร์กตัวส์ – ดานี่ กาบาร์ฆัล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เฟเด บัลเบร์เด้, ลูก้า โมดริช – แกเร็ธ เบล, เอแดน อาซาร์, วินิซิอุส จูเนียร์ – คาริม เบนเซม่า

    เรอัล มายอร์ก้า (3-4-2-1) มาโนโล่ เรน่า – มาร์ติน บัลเยนต์, อันโตนิโอ ไรโย่, อเล็กซานดาร์ เซดลาร์ – อเลฆานโดร โปโซ่, อิดริสซู บาบา, อเล็กซ์ เฟบาส, ลาโก้ จูเนียร์ – ดานี่ โรดริเกซ, ทาเคฟุสะ คุโบะ – อันเต บูดิมีร์

    สรุปผลฟุตบอล ลา ลีกา เมื่อคืนวันพุธที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา

    – อลาเบส แพ้ โอซาซูน่า 0-1

    – เรอัล โซเซียดาด แพ้ เซลต้า บีโก้ 0-1

    – เรอัล มาดริด ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0