แมนยูช้ำแพ้คาบ้าน! ซาฮาแสบนำพาเลซบุกคว้าชัย-ฟาน เดอ เบ็คซัดเปิดซิง

"ปีศาจแดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวังหลังประเดิมสนามซีซั่นใหม่ด้วยการพ่ายคาบ้านให้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เกมนี้แม้ว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค จะซัดประเดิมเกมแรกให้ต้นสังกัดแต่ทีมต้องปราชัย วิลฟรีด ซาฮา อดีตเด็กเก่าทำแสบเหมาสองเม็ดนำ "ดิ อีเกิ้ลส์" บุกซิวสามแต้ม คว้าชัยสองเกมติด มี 6 คะแนน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    แมนฯ ยูไนเต็ด ประเดิมนัดแรกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังได้สิทธิพักไม่ต้องเล่นเกมแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ ที่เกมแรกเบียดเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0 ก่อนที่เกมกลางสัปดาห์จะตกรอบ คาราบาว คัพ รอบแรก หลังพ่ายจุดโทษให้ บอร์นมัธ

    โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่ง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยืนจับคู่ปอล ป็อกบา ขณะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ห้องเครื่องตัวใหม่มีรายชื่อเป็นสำรอง เช่นเดียวกับ อารอน วาน-บิสซาก้า ขณะที่ แนวรุกวาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส  ปั้นเกมรุกร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ,แดเนียล เจมส์ และให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นหน้าเป้า 

    ขณะที่ รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือพาเลซ เปลี่ยนแปลงผู้เล่นบางตำแหน่งจากเกมที่แล้ว แต่แนวรุกยังฝากความหวังไว้ที่ วิลฟรีด ซาฮา และจอร์แดน อายิว
   
     ออกสตาร์ทเกมมาได้แค่ 6 นาทีแรก ดาบิด เด เคอา ทำเหวอหลังจ่ายบอลหน้าบ้านตัวเองพลาด ก่อนที่แนวรับจะช่วยกันแก้สกัดออกไปพ้นอันตราย

    ทว่านาทีถัดมา "ดิ อีเกิ้ลส์" มาทำช็อกจนได้ เมื่อพังประตูขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะเซ็ตบอลขึ้นทางซ้าย  ไทริค มิตเชลล์ เปิดบอลขนานเส้นให้ เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ก่อนจะปาดเลียดไปเสาไกลให้ แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ เติมมาซัดด้วยขวาติดปลายมือ เด เคอา ก่อนเบียดเสาสองเข้าไป

    โอกาสแรกของ "ผีแดง" ต้องรอถึง นาที 13 หลังบรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลบอลให้ ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ กดด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งไปติดบล็อค ชลุปป์ ออกหลัง

    เกมรับของปีศาจแดงค่อนข้างมีปัญหา ถัดมานาทีเดียว วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เกือบทำพลาดหลังโขกคืนหลังสั้นไป วิลฟรีด ซาฮา พยายามวิ่งตามไปฉกบอลแต่ยังดีที่ไปติด เด เคอา ที่สกัดบอลออกไปได้หวุดหวิด
   
     เกมรุกเจ้าบ้านเริ่มดีขึ้น นาที 20 ปอล ป็อกบา ซัดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งไปเสาแรก แต่ยังไม่ผ่านมือ บิเซนเต้ กวาอิต้า ที่ล้มตัวรับไว้ได้

    อีก 2 นาทีต่อมา สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ปั่นด้วยขวานอกกรอบบอลไปแฉลบ ชีกู กูยาเต้ ถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว

    นาที 26 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เก็บบอลได้หน้ากรอบก่อนจะซัดด้วยซ้าย แต่บอลยังไปแฉลบ กูยาเต้ อีกครั้งก่อนพุ่งไปเข้ามือ บิเซนเต้ กวาอิต้า

    นาที 40 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เรียกฟรีคิกหน้ากรอบให้เจ้าบ้านได้ แม้ว่าจะมีการเช็ก VAR ถึงความเป็นไปได้ในการได้จุดโทษหลัง ปอล ป็อกบา โดนเบียดล้มในกรอบ ทว่า ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอ็ตกินสัน ยืนยันเป่าให้แค่ฟรีคิก ก่อนที่ บรูโน่ จะปั่นกว่า 23 หลาไปแฉลบกำแพงออกหลัง

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 เจ้าบ้านเกือบมาเสียเม็ดที่สอง หลัง จอร์แดน อายิว ได้บอลทางซ้ายก่อนเลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษหนี สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก่อนจะเอี่ยวตัวซัดด้วยขวาไปติดเซฟของ ดาบิด เด เคอา ออกหลังเป็นเตะมุม

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ตามหลัง คริสตัล พาเลซ 0-1

    ครึ่งหลัง แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวถอดเอา แดเนี่ยล เจมส์ ออกแล้วส่ง เมสัน กรีนวู้ด ลงไปเล่นแทน

    นาที 49 จอร์แดน อายิว ได้ซัดนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ เด เคอา อีก 2 นาทีต่อมา เป็นโอกาสของ ปอล ป็อกบา บ้างแต่ยังยิงไม่ดีพอ บอลพุ่งไปเข้ามือ บิเซนเต้ กวาอิต้า

    เกมรุกแลกกันสนุก นาที 54 ซาฮา เกือบได้โอกาสยิงแต่ดันไปลื่น บอลมาเข้าทาง แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ ซัดด้วยซ้ายเต็มเน้นๆ แต่บอลพุ่งไปติดป็อกบาออกหลัง

    เกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เจ้าบ้านมีโอกาสลุ้นตีเสมอ บอลขึ้นทางขวา ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ เปิดไปเสาไกลให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยืนโล่งโขกหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 67 โซลชา เปลี่ยนตัวคนที่สองส่ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ลงมาเล่นแทน ปอล ป็อกบา

    นาที 70 "ปีศาจแดง" มาเสียลูกที่จุดโทษหลัง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ไปทำแฮนด์บอลในกรอบ ซึ่งผู้ตัดสินวิ่งไปเช็กจากภาพ VAR ข้างสนามแล้วยืนยันให้จุดโทษ ซึ่งแม้ว่า ดาบิด เด เคอา จะเซฟลูกยิงของ จอร์แดน อายิว ได้แล้วแต่ไม่ถึงนาที VAR จับภาพได้ว่า นายด่านของผีแดงขยับเท้าออกมานอกเส้นก่อน ทำให้ต้องยิงจุดโทษใหม่ ซึ่งคราวนี้ ทีมเยือนเปลี่ยนคนยิงเป็น วิลฟรีด ซาฮา ก่อนที่อดีตแข้งผีจะซัดเข้าไปไม่พลาดให้ "ดิ อีเกิ้ลส์" นำห่างเจ้าถิ่น 2-0

    กระนั้น นาที 80 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูตีไข่แตก จากจังหวะที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ตามไปซ้ำด้วยขวาเข้าไป เป็นประตูแรกประเดิมสนาม ช่วยให้ แมนยู ไล่พาเลซมาเป็น 1-2

    แต่แล้ว นาที 85 วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ทำพลาดอีกหลังโดน วิลฟรีด ซาฮา กระชากบอลหนีก่อนซัดด้วยขวาบอลพุ่งเลียดเสียบเสาแรก ชนิด ดาบิด เด เคอา ได้แต่ยืนมองอย่างสุดเซ็ง พาเลซ บุกมานำ ปีศาจแดง 3-1

    จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดหัวพ่ายให้ คริสตัล พาเลซ 1-3

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ (โอเดียน อิกาโล่ น.81), วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค น.67), สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ – แดเนียล เจมส์ (เมสัน กรีนวู้ด น.46), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรซฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, ชีกู กูยาเต้, มามาดู ซาโก้, ไทริค มิตเชลล์ – แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เจมส์ แม็คคาร์ธี่ (ลูก้า มิลิโวเยวิช น.88), เจฟฟรีย์ ชลุปป์ (เอเบเรชี่ เอเซ่ น.75) – วิลฟรีด ซาฮา, จอร์แดน อายิว (มิชี่ บาตชูอายี่ น.81)

ขาดไม่ได้จริงๆ! เผยสถิติชวนอึ้ง อาร์เซน่อลแย่ขนาดนี้ถ้าไม่มีโอบาเมยอง

ช่วงนี้ อาร์เซน่อล มีแต่เรื่องดีๆ มาให้เหล่าสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ได้ชื่นใจ ซึ่งแน่นอนว่า หนึ่งในนั้นคือการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ (ถึงปี 2023) ของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้ากัปตันทีมคนเก่ง ที่เพิ่งมีขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน และล่าสุด The Sun สื่อดังของอังกฤษ ได้มีการเล่นประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสำคัญของ โอบาเมยอง ที่มีต่อ "ไอ้ปืนใหญ่" ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา

ฤดูกาลที่แล้ว อาร์เซน่อล จบที่อันดับ 8 ในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก ด้วยการมี 56 แต้ม ทว่าหากปราศจาก 22 ประตู ของ ยอดดาวยิงชาวกาบองวัย 31 ปี สถานการณ์ของพวกเขาจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว เพราะทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะมีคะแนนน้อยลงถึง 20 แต้ม!!!

เท่านั้นยังไม่พอ อันดับในตารางคะแนนของ อาร์เซน่อล ก็จะถูกกระชากลงจากที่ 8 ไปอยู่ที่ 16 เลยทีเดียว แถมอยู่เหนือจากโซนตกชั้นแค่ 2 แต้มเท่านั้น (บอร์นมัธ จบที่อันดับ 18 มี 34 แต้ม) ซึ่งจากชาร์ตผลการแข่งขันทั้ง 38 เกม ที่ The Sun จัดมาให้ เราจะเห็นได้ว่า แต่ละประตูจาก โอบาเมยอง นั้น มีค่ามากแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่มันมีถึง 13 เกม ที่สามารถช่วยให้ อาร์เซน่อล ได้รับผลการแข่งขันที่ดีกว่าเดิม 

สำหรับ 13 เกมที่ว่านั้น แบ่งเป็น 2 เกมที่ประตูของ โอบาเมมอง สามารถช่วยให้ อาร์เซน่อล พลิกจาก "แพ้" เป็น "ชนะ" (+6 แต้ม), 3 เกมที่ช่วยพลิกจาก "เสมอ" เป็น "ชนะ" (+6) และมีถึง 8 เกมที่ประตูจาก อดีตหัวหอก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ช่วยทีมคว้าผลเสมอ (+8) ซึ่งจากสถิติตรงนี้ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่า "ไอ้ปืนใหญ่" ลำบากแน่ๆ หากไม่มี โอบาเมยอง ยืนประจำการในแนวรุก

… ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยว่าทำไมแฟนบอล อาร์เซน่อล ถึงตั้งตารอคอยการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ของ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง อย่างใจจดใจจ่อ เพราะต้องยอมรับเลยว่า เขาคนนี้เป็นดาวยิงที่ทีมขาดไม่ได้จริงๆ…

บิ๊กแมตช์รออยู่! หงส์ส่อเจอปืน,ไก่อาจฟัดสิงห์-ผีไม่หนักจับติ้วคาราบาว คัพ รอบ 4

   ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้เจอกับงานสุดหินในรอบ 4 การแข่งขันคาราบาว คัพ หากพวกเขาผ่านด่าน ลินคอล์น ซิตี้ เพราะมีโอกาสจะต้องปะทะกับ อาร์เซน่อล หรือเลสเตอร์ ซิตี้่ ขณะเดียวกับ สเปอร์ส ก็มีสิทธิ์เจอ เชลซี ในรอบต่อไปเช่นกัน
ลิเวอร์พูล มีลุ้นได้ทำบิ๊กแมตช์กับ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล หรือ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ในรอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ ประจำฤดูกาล 2020/2021 หากทัพ "หงส์แดง" สามารถผ่าน ลินคอล์น ซิตี้ คู่แข่งในระดับ ลีก วัน ในรอบ 3

    ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะมีคิวดวลกับ ลูตัน ทาวน์ คู่แข่งในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ รอบ 3 หากสามารถผ่านด่านนี้ไปได้ ลูกทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงเจองานเบาเพราะอาจจะพบกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน หรือ เปรสตัน ในรอบต่อไป

     ส่วนอีกคู่ก็น่าสนใจเช่นกันเพราะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีสิทธิ์ได้ทำศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ถ้า "ไก่เดือยทอง" ผ่าน เลย์ตัน โอเรียนท์ พวกเขาอาจจะต้องปะทะกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในกรณีที่ทีมของแฟร้งค์ แลมพาร์ด สามารถเอาชนะ บาร์นสลี่ย์ ได้สำเร็จ

ผลการจับสลากประกบคู่ รอบ 4 คาราบาว คัพ

ลินคอล์น ซิตี้ (ลีก วัน) / ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก) พบ เลสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก) / อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก)

มิลวอลล์ (แชมเปี้ยนชิพ) / เบิร์นลี่ย์ (พรีเมียร์ลีก) พบ แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก) / บอร์นมัธ (แชมเปี้ยนชิพ)

เวสต์บรอมฯ (พรีเมียร์ลีก) / เบรนท์ฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ) พบ ฟูแล่ม (พรีเมียร์ลีก) / เชฟฟิลด์ เวย์นเดย์ (แชมเปี้ยนชิพ)

ฟลีตวูด ทาวน์ (ลีก วัน) / เอฟเวอร์ตัน (พรีเมียร์ลีก) พบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก) / ฮัลล์ ซิตี้ (ลีก วัน)

บริสตอล ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ) / แอสตัน วิลล่า (พรีเมียร์ลีก) พบ สโต๊ค ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ) / จิลลิ่งแฮม (ลีก วัน)

เลย์ตัน โอเรียนท์ (ลีก ทู) / สเปอร์ส (พรีเมียร์ลีก) พบ เชลซี (พรีเมียร์ลีก) / บาร์นสลี่ย์ (แชมเปี้ยนชิพ)

นิวพอร์ท เคาน์ตี้ (ลีก ทู) / วัตฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ) พบ มอร์แคมป์ (ลีก ทู) / นิวคาสเซิ่ล (พรีเมียร์ลีก)

เปรสตัน (แชมเปี้ยนชิพ) / ไบรท์ตัน (พรีเมียร์ลีก) พบ ลูตัน ทาวน์ (แชมเปี้ยนชิพ) / แมนฯ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

    สำหรับ คาราบาว คัพ รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย จะมีการแข่งขันในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 28 กันยายน นี้

แนวรุกโหดไปนะ!สื่อดังจัดทีมตัวจริง “แมนซิตี้” ที่มี”เมสซี่”นำทัพ

ช่วงค่ำคืนของวันอังคารที่ผ่านมา ในวงการฟุตบอลคงไม่มีข่าวไหนที่ฮือฮาและสร้างแรงกระเพื่อมมากไปกว่าข่าวที่ ลิโอเนล เมสซี่ ตัดสินใจที่จะขอยกเลิกสัญญากับ บาร์เซโลน่า อีกแล้ว ซึ่งถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่แน่นอนว่า มันเป็นเรื่องจริง เพราะหลายสื่อดังต่างรายงานข่าวตรงกัน ดังนั้นต่อไปนี้ประเด็นที่ต้องจับตามองคือ เมสซี่ จะย้ายไปไหน? และสโมสรใดมีโอกาสได้ตัวมากที่สุด?

        ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มีหลายสโมสรระดับท็อปถูกดึงเข้ามามีเอี่ยว แต่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดูมีโอกาสมากกว่าใครเพื่อน เพราะนอกจากกำลังเม็ดเงินที่มีอย่างมหาศาลแล้ว พวกเขายังมีกุนซือคนสนิทของ เมสซี่ ที่ชื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพด้วย และถ้าหาก เมสซี่ ตัดสินใจมาร่วมงานกับ เป๊ป ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม จริงล่ะก็ พวกเขาจะเป็นทีมที่น่าดูอย่างมากสำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2020/21 และล่าสุดเว็บไซต์ talksport.com ได้มีการจัดทีมตัวจริง "เรือใบสีฟ้า" ที่มี เมสซี่ นำทัพ รวมถึง คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง นาโปลี ที่มีข่าวกำลังจะย้ายมาร่วมทีม ยืนคุมแดนหลังในแผนการเล่นระบบ 4-3-3

 

          เริ่มต้นกันที่ตำแหน่งผู้รักษาประตู ยังไงมือหนึ่งก็หนีไม่พ้น เอแดร์ซอน นายด่านชาวบราซิเลียน ถึงแม้ฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวมีเล่นพลาดให้เห็นหลายหนก็ตาม ส่วนแนวรับสี่คนนั้น นาธาน อาเค่ ที่เพิ่งย้ายมาจาก บอร์นมัธ จะประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้าย ส่วนฝั่งขวาเป็น ไคล์ วอล์คเกอร์ ตามเดิม ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กถือว่าแข็งแกร่งสุดๆ กับการที่จะได้ คูลิบาลี่ มาประสานงานกับ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ปราการหลังชาวฝรั่งเศส

 

        มาที่แดนกลางสามคนจะประกอบไปด้วย โรดรี้ ที่ยืนทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับเช่นเคย โดยที่มี เควิน เดอ บรอยน์ ยืนปั้นเกมรุกร่วมกับดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง ฟิล โฟเด้น ที่น่าจะถูก เป๊ป ดันขึ้นมาเป็นตัวหลักในฤดูกาลใหม่ หลังจากที่ ดาบิด ซิลบา อำลาทีม (ย้ายไป เรอัล โซเซียดาด) ไปเป็นที่เรียบร้อย

 

        สำหรับสามประสานแนวรุก "เรือใบสีฟ้า" ชุดนี้ บอกได้เลยว่า "อย่างโหด" กับการที่จะได้ เมสซี่ มาเล่นร่วมกับเพื่อนซี้ในทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ โดยที่มีปีกจอมถล่มประตูอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง เล่นทางฝั่งซ้าย ซึ่งหากเป็นไปตามนี้จริง แมนฯ ซิตี้ ได้ลุ้นยาวๆ แน่นอน สำหรับการทวงตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก จาก ลิเวอร์พูล รวมถึงการลุ้นแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

        … แน่นอนว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาการันตีว่า เมสซี่ จะย้ายมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่อย่างน้อยมันก็ "มีโอกาส" และถ้าหากมันเกิดขึ้นจริงล่ะก็ บอกเลยว่า พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง น่าดูอย่างแรง!!! 

เฟร์รานตามรอยตำนาน!แมนซิตี้ประกาศเบอร์เสื้อ2แข้งใหม่

 "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คอนเฟิร์มเบอร์เสื้อให้กับสองแข้งใหม่อย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส และ นาธาน อาเค่ เรียบร้อย โดยรายแรกได้สวมเสื้อเบอร์เดียวกับตำนานสโมสรที่เพิ่งอำลาทีมไป
     แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า เฟร์ราน ตอร์เรส และ นาธาน อาเค่ สองผู้เล่นใหม่ของทีม จะได้สวมเสื้อหมายเลข 21 และ 6 ตามลำดับ สำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020/21

     เฟร์ราน ที่ย้ายมาจาก บาเลนเซีย เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ได้เสื้อเบอร์ 21 แทนที่ตำนานสโมสรอย่าง ดาบิด ซิลบา ที่หมดสัญญาและเพิ่งอำลาถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาลล่าสุด ก่อนย้ายซบ เรอัล โซเซียดาด เมื่อเร็วๆ นี้

     "เมื่อโอกาสได้สวมเสื้อเบอร์ 21 มาถึง ผมปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ดาบิด คือตำนานของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดังนั้นการมีโอกาสได้เดินตามรอยเขา ถือเป็นเกียรติอย่างมากสำหรับผม และเป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจมาก" ดาวเตะชาวสแปนิชวัย 20 ปี เปิดใจ

     ขณะที่ อาเค่ ที่ย้ายมาจาก บอร์นมัธ ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 41 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,681 ล้านบาท) ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น ได้เบอร์ 6 ซึ่งเคยเป็นของยอดมิดฟิลด์สโมสรยุค 70 อย่าง โคลิน เบลล์ และถูกเว้นว่างไว้ตั้งนานนับตั้งแต่ แฟร์นานโด มิดฟิลด์เลือดแซมบ้า อำลาทีมไปในปี 2017

     "ผมดีใจมากที่ได้เบอร์ 6 ซึ่งถือเป็นเบอร์ระดับตำนานของวงการฟุตบอล และที่ผ่านๆ มาก็มีผู้เล่นกองหลังเจ๋งๆ หลายคนเคยใช้เบอร์นี้ ผมอดใจรอไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมตื่นเต้นมากๆ กับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง" อาเค่ กล่าว

 

แมนซิตี้มีเหนื่อย!นาโปลียังไม่แฮปปี้ข้อเสนอซื้อ “คูลิบาลี่”

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เจองานหนักในการล่าตัว คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลัง นาโปลี มาเสริมแนวรับ เพราะล่าสุดมีข่าวต้นสังกัดนักเตะยังไม่ปลื้มกับข้อเสนอกว่า 2,000 ล้านบาท ที่ยื่นไป

 
นาโปลี สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยังคงไม่พอใจกับข้อเสนอเงิน 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,590 ล้านบาท) ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยื่นมาขอซื้อตัว คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งทีมชาติเซเนกัล ไปเสริมทัพ ตามรายงานจาก อาส สื่อกีฬาชั้นนำของสเปน เมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้หลายสื่อที่อิตาลีต่างรายงานตรงกันว่า แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมเต็งที่จะได้ตัว คูลิบาลี่ ไปเสริมแนวรับ และล่าสุด อาส อ้างว่า "เรือใบสีฟ้า" ได้ยื่นข้อเสนอไปทาบซื้ออีกรอบที่วงเงิน 70 ล้านยูโร ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยยื่นไป 65 ล้านยูโร (ประมาณ 2,405 ล้านบาท) เมื่อเดือนก่อน

อย่างไรก็ตาม นาโปลี ยังคงไม่เล่นด้วย โดย อาส ระบุว่า "อัซซูร์ร่า" ต้องการอย่างน้อย 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,960 ล้านบาท) สำหรับการปล่อย ปราการหลังร่างใหญ่วัย 29 ปี ไปยังถิ่้น เอติฮัด สเตเดี้ยม

สำหรับช่วงซัมเมอร์นี้ แมนฯ ซิตี้ ได้แข้งใหม่มาเสริมทัพแล้วสองรายคือ เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกดาวรุ่งชาวสแปนิช (จาก บาเลนเซีย) และ นาธาน อาเค่ กองหลังชาวดัตช์ (จาก บอร์นมัธ)

 

แดงเดือดนอกรอบ!แมนยูชนลิเวอร์พูลล่าตัวบรู๊คส์ร่วมทัพ

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อประจำเมืองแมนเชสเตอร์ บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเดินแผนล่า เดวิด บรู๊คส์ ดาวเตะ บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ให้ความสนใจในตัว บรู๊คส์ อยู่เหมือนกัน

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะยื่นข้อเสนอขอซื้อ เดวิด บรู๊คส์ ปีก บอร์นมัธ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ แมนเชเสตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นชื่อดังประจำเมืองแมนเชสเตอร์

    บรู๊คส์ เป็นเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาพักหนึ่งแล้ว หลังจากที่เขาทำผลงานได้น่าประทับใจกับ บอร์นมัธ เมื่อฤดูกาลก่อนด้วยการทำไป 7 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 30 นัด โดยที่จริงเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแข้งวัย 23 ปีก็เคยมีข่าวกับ "ปีศาจแดง" เหมือนกัน ก่อนที่กระแสข่าวจะเงียบลงไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ บรู๊คส์ อาจจะมีค่าตัวอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ซึ่งมันก็มีโอกาสสูงที่ บอร์นมัธ จะขายเขา หลังจากทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ตกชั้นไปเล่น เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาล 2020-21 จนทำให้พวกเขาจะเจอกับปัญหาด้านการเงินในระดับหนึ่ง

    แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เสริมว่ามันยังไม่ชัวร์ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำหนดให้ บรู๊คส์ เป็นแผนสำรองในกรณีอดได้ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รึเปล่า เพราะจนถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะคว้าตัว ซานโช่ มาร่วมทีมให้ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะล่าตัว บรู๊คส์ จริงๆ พวกเขาก็ต้องแข่งกับ ลิเวอร์พูล ที่แอบเหล่ดาวเตะทีมชาติเวลส์อยู่เหมือนกัน

ค่าตัวไม่ธรรมดา! เชฟยูไนเต็ดซิว แรมส์เดล เฝ้าเสา

"ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ปิดดีลกระชากตัวนายประตูเด็กเก่าอย่าง อารอน แรมส์เดล กลับมาจาก บอร์นมัธ เรียบร้อย ด้านตัวนักเตะรับแฮปปี้สุดๆ ที่ได้กลับมาอยู่กับสโมสรที่เปรียบเสมือนบ้าน

     เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สโมสรแกร่งในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว อารอน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดี กลับมาจาก บอร์นมัธ เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 4 ปี

     ถึงแม้ "ดาบคู่" ไม่เปิดเผยเรื่องค่าตัว แต่ สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า ค่าตัวของ แรมส์เดล อยู่ที่ 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 738 ล้านบาท) โดยถือเป็นการคัมแบ็กสู่ถิ่น บรามอลล์ เลน ของ นายประตูวัย 22 ปี หลังย้ายจากสโมสรไปร่วมก๊วน "เดอะ เชอร์รี่ส์" เมื่อปี 2017

      ทั้งนี้ แรมส์เดล จะเข้ามาเป็นนายทวารมือหนึ่ง เชฟฯ ยูไนเต็ด แทน ดีน เฮนเดอร์สัน ที่หมดสัญญายืมตัว และต้องกลับไปร่วมทีมต้นสังกัดอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา เจ้าตัวลงเฝ้าเสาในเกม พรีเมียร์ลีก ให้ บอร์นมัธ 37 นัด

     "ผมรู้สึกโชคดีมากๆ ที่ได้กลับมาอยู่กับสโมสรที่ผมเรียกว่า บ้าน" แรมส์เดล เปิดใจ "ผมตื่นเต้นและดีใจ แต่มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลยในการย้ายออกจาก บอร์นมัธ แต่ในเมื่อสโมสรติดต่อเข้ามา, แสดงความเชื่อมั่นในตัวคุณ และพร้อมจ่ายเงินขนาดนี้เพื่อคุณ ผมก็พร้อมที่จะตอบแทน ผมยิ้มตลอดเลยนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินผ่านประตู"

จัดมาอีกราย!แมนซิตี้ปิดดีลคว้า “อาเค่” เรียบร้อย

เสริมโหดเหมือนอยากทวงแชมป์… "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้แข้งใหม่เพิ่มอีกรายแล้ว โดยล่าสุดปิดดีลกระชากตัว นาธาน อาเค่ ปราการหลังฝีเท้าดีชาวดัตช์ มาจาก บอร์นมัธ เรียบร้อย ด้วยค่าตัวกว่าพันล้านบาท
              แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว นาธาน อาเค่ กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ มาจาก บอร์นมัธ เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาวถึงปี 2025

              สำหรับค่าตัวตามรายงานข่าวระบุว่า อยู่ที่ 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) + โบนัสอีก 1 ล้านปอนด์ (ประมาณ 40 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพต่อเนื่องสำหรับทีมรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด หลังจากที่เพิ่งได้ตัว เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกดาวรุ่งชาวสแปนิช มาจาก บาเลนเซีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

             "แน่นอนว่า ซิตี้ เป็นทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ อังกฤษ ตลอดช่วงทศวรรษหลัง ดังนั้นการได้ย้ายมาที่นี่ถือเป็นความฝันสำหรับผม นี่คือทีมชั้นยอดที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับเวิลด์คลาส คุณจะเห็นเลยว่า ทั้งทีมเต็มไปด้วยนักเตะระดับทีมชาติ"

             "ขณะที่ เป๊ป (กวาร์ดิโอล่า) เป็นกุนซือที่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก สิ่งที่เขาทำในเกมฟุตบอลบ่งบอกความยอดเยี่ยมของเขาได้เป็นอย่างดี ความสำเร็จของเขาเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อ และสไตล์ฟุตบอลของเขาเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจผมมาก"

             "ผมรู้ดีว่า ผมจะต้องทำงานอย่างหนักในการเข้าไปอยู่ในทีม แต่นั้นมันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว สำหรับการย้ายมาอยู่ที่นี่ ผมจะทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อช่วยทีมคว้าแชมป์" ปราการหลังวัย 25 ปี เปิดใจผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

ถูกกว่าเยอะ!5นักเตะแมนยูน่าซื้อถ้าวืดซานโช่

เปิดชื่อ 5 นักเตะทางเลือกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถ้าวืดคว้า เจดอน ซานโช่ หลังโดน ดอร์ทมุนด์ โก่งค่าตัวสุดๆ
   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเจองานหนักในการไล่ล่า เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพ หลัง "เสือเหลือง" ไม่ยอมลดค่าตัวที่ตั้งเอาไว้ที่ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท)

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ "ปีศาจแดง" อยากได้ ซานโช่ เข้ามาเสริมแนวรุกอย่างมาก แต่ถ้าสุดท้ายต้องล้มเลิกแผนการล่ะก็ นี่เป็นอีก 5 ทางเลือกที่น่าสนใจ และมีค่าตัวถูกกว่ามาก

    1. เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ยูเวนตุส)

    แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมีข่าวพัวพันกับ แบร์นาร์เดสคี่ มาแล้ว หลัง ยูเวนตุส พร้อมส่งมาเป็นข้อเสนอในการยื่นซื้อ ปอล ป็อกบา แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ในฤดูกาล 2019/20 ปีกวัย 26 ปี ทำไป 1 ประตู จากการลงเล่น เซเรีย อา 29 นัด และแม้ความจี๊ดจ๊าดจะสู้ ซานโช่ ไม่ได้ แต่ก็มีค่าตัวอยู่ที่แค่ราว 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) เท่านั้น

    2. แร็บบี้ มาตอนโด้ (ชาลเก้ 04)

    ปีกดาวรุ่งวัย 19 ปี เคยเล่นให้ทีมเยาวชนของ แมนฯ ซิตี้ ก่อนย้ายไปอยู่กับ ชาลเก้ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2019 ด้วยค่าตัวราว 11 ล้านปอนด์ (ประมาณ 440 ล้านบาท)

    มาตอนโด้ เล่นได้ทั้งปีกขวาและปีกซ้าย และมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 53 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,120 ล้านบาท) แต่เชื่อว่าถ้ามีการซื้อขายกันจริงๆ จะถูกกว่านี้อย่างแน่นอน

    3. เดวิด บรู๊คส์ (บอร์นมัธ)

    ปีกทีมชาติเวลส์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ บอร์นมัธ ในฤดูกาล 2018/19 แต่ซีซั่นที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้า ส่งผลให้ได้โอกาสลงสนามไปแค่ 9 นัดเท่านั้น

    เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บอร์นมัธ เคยตั้งค่าตัว บรู๊คส์ ไว้ที่ 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) แต่เวลานี้คงลดไปเยอะ หลังต้นสังกัดร่วงตกชั้นไปแล้ว

    4. เฟเดริโก้ เคียซ่า (ฟิออเรนติน่า)

    ปีกวัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้ ฟิออเรนติน่า และลงเล่นใน เซเรีย อา ไปกว่า 130 นัดแล้ว  รวมทั้งเคยมีข่าวว่า โซลชา ส่ง ไซม่อน เวลส์ แมวมองส่วนตัวตามไปดูฟอร์มถึงขอบสนาม

    เชื่อว่า ฟิออเรนติน่า พร้อมปล่อย เฟเดริโก้ ซึ่งเป็นลูกชายของ เอ็นริโก้ เคียซ่า อดีตกองหน้าคนดัง ถ้าได้ค่าตัว 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,400 ล้านบาท)

    5. คิงส์ลี่ย์ โกมัน (บาเยิร์น มิวนิค)

    โกมัน ปีกชาวฝรั่งเศส เพิ่งมีอายุแค่ 24 ปี แต่ฝีเท้ายอดเยี่ยม มีความเร็วซึ่งเข้ากับสไตล์การเล่นของ "ปีศาจแดง"

    อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลหน้า โกมัน คงจะได้ลงเล่นกับ บาเยิร์น น้อยลง หลัง "เสือใต้" คว้า ลีรอย ซาเน่ มาจาก แมนฯ ซิตี้ ทำให้มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจขอยืมตัวมาใช้งานถ้าวืด ซานโช่