6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้าย

เดินทางมาถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2019/20 ความมันส์ยังมีให้ลุ้นคือตั๋วอีก 2 ใบสำหรับศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงทีมตกชั้นที่ยังต้องหาอีก 2 ทีมร่วงลงไปเล่นแชมเปี้ยนชิพ

    สำหรับประเด็นก่อนเกมจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เราคัดมาให้ดูกัน 6 แมตช์ แบบเต็มๆ เน้นๆ

    – อาร์เซน่อล – วัตฟอร์ด
    ในกรณีที่ทีมอันดับ 9 อย่าง เบิร์นลี่ย์ ไม่ชนะ ไบรท์ตัน แล้ว อาร์เซน่อล เก็บชัยได้เหนือ วัตฟอร์ด ก็จะทำให้ "เดอะ กันเนอร์ส" แซงขึ้นไปจบอันดับ 9 ทันที

    อย่างไรก็ตาม วัตฟอร์ด ที่อยู่อันดับ 18 ซึ่งเป็นพื้นที่ตกชั้น ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บชัยชนะหรือต้องทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมีผลการแข่งขันที่ดีกว่า แอสตัน วิลล่า ที่ตอนนี้ทั้งคู่มีแต้มเท่ากัน แต่ผลต่างประตูของ "แตนอาละวาด" เป็นรอง

 

    อาร์เซน่อล ไม่แพ้ใครเกมลีกในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม มาแล้ว 8 เกมติดต่อกัน (ชนะ 6 เสมอ 2) โดยสอยตาข่ายคู่แข่งได้ถึง 18 ลูก และเสียไปแค่ 5 ประตูเท่านั้น

    ส่วนการเจอกับ วัตฟอร์ด ในเกมลีกที่บ้านตัวเอง 6 นัดหลัง "ไอ้ปืนใหญ่" คว้าชัยได้ 5 นัด(แพ้ 1) ซึ่งทุกนัดที่คว้าชัยเป็นการเก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด

    วัตฟอร์ด เสียประตูอย่างน้อย 1 ลูกตลอด 9 เกมในลีกหลังสุด และตลอดการเจอกับ อาร์เซน่อล 13 ในเกมลีก พวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โดยเกิดขึ้นจากประตูของ ยูเนส กาบูล เมื่อเดือนมกราคม ปี 2017 เกมที่ วัตฟอร์ด บุกไปชนะ 2-1

    – เชลซี – วูล์ฟส์
    เชลซี ต้องการแค่แต้มเดียวเท่านั้นเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า ส่วน วูล์ฟส์ หมายมั่นที่จะยึดท็อป 6 และไปเล่น ยูโรปา ลีก เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    ในการเจอกับ วูล์ฟส์ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี ไม่แพ้เลยโดยแบ่งเป็นเก็บชัยได้ 4 และเสมออีก 1

 

    แทมมี่ อับราฮัม ทำสกอร์ได้ตลอด 3 เกมยามที่ เชลซี เจอกับ วูล์ฟส์ โดยซัดได้ถึง 6 ลูก รวมถึง แฮตทริกใส่ได้ในเกมนัดแรกที่ "สิงห์บลูส์" เอาชนะไป 5-2

    นับตั้งแต่ขึ้นชั้นกลับมาเมื่อปี 2018 วูล์ฟส์ ยิงใส่ เชลซี ได้ 5 ลูกจาก 3 เกมที่เจอกันบนลีกสูงสุด ซึ่งมันต่างกกันสิ้นเชิงกับก่อนหน้านี้ 8 นัดที่พวกเขายิงได้แค่ลูกเดียวเท่านั้นในการเจอกับ "สิงห์บลูส์"

    ราอูล ฮิเมเนซ ยิงได้ 17 ประตูในฤดูกาลนี้ ซึ่งประตูเหล่านั้นมีค่าทำให้ วูล์ฟส์ เก็บแต้มเข้ากระเป๋าถึง 19 คะแนน โดยมีถึง 8 เกมที่เขาเป็นผู้ซัดประตูชัยให้กับทีม

    -คริสตัล พาเลซ – สเปอร์ส
    คริสตัล พาเลซ เล่นแบบไม่มีลุ้นอะไรเลยหลังแพ้รวดมา 7 เกม ด้าน สเปอร์ส ยังคงมีลุ้นแซง วูล์ฟส์ ขึ้นไปรั้งอันดับ 6 เพื่อพื้นที่ ยูโรปา ลีก

    ในการเล่นเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่บ้านตัวเอง พาเลซ คว้าชัยชนะได้ตลอด 4 เกมหลังสุด(รวมนัดเพลย์ออฟเลื่อนชั้น)

 

    พาเลซ ของ รอย ฮ็อดจ์สัน กำลังมีโอกาสที่จะกลายเป็นทีมที่ 8 ในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก ที่ตลอดทั้งฤดูกาลไม่มีเกมไหนเลยที่ทำได้มากกว่า 2 ประตู และถ้านัดสุดท้ายพวกเขายังยิงได้ไม่เกิน 2 ประตูอีก พวกเขาก็จะเป็นทีมแรกที่มีสถิติแบบนั้นแต่รอดจากการตกชั้น

    สเปอร์ส เอาชนะ พาเลซ ได้ตลอด 9 เกมหลังสุดและไม่เสียประตูถึง 7 เกมด้วยกัน

    – เลสเตอร์ – แมนยู
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการแค่ 1 คะแนนในเกมนี้เพื่อคว้าตั๋วไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า ขณะที่ เลสเตอร์ มองหาชัยชนะเหนือ "ปีศาจแดง" ในบ้านเกมแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2014 เพื่อโอกาสไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ยุโรป

    เลสเตอร์ เอาชนะ แมนยู ได้แค่ 1 นัดตลอดการเล่นในบ้านตัวเองบนเวทีพรีเมียร์ลีก(เสมอ4 แพ้8)

 

    เจมี่ วาร์ดี้ ยิงให้ เลสเตอร์ ไป 23 ประตูในฤดูกาลนี้ โดยขอแค่อีกประเดียวเดียวก็จะทำสถิติดีที่สุดเทียบเท่าเมื่อฤดูกาล 2015/16

    แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสสูงเหลือเกินที่จะจบท็อปโฟร์ เมื่อมองจากสถิติที่พวกเขาไม่แพ้ "เดอะ ฟ๊อกซ์" เลยตลอด 10 หลังสุดที่เจอกัน (ชนะ 7 เสมอ 3)

    แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เตรียมเป็นผู้เล่นตำแหน่งเอาท์ฟิลด์คนแรกของ "ปีศาจแดง" ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงทุกเกมในศึกพรีเมียร์ลีก ต่อจาก แกรี่ พัลลิสเตอร์ เมื่อซีซั่น 1994/95

    – แมนฯ ซิตี้ – นอริช
    แมนฯ ซิตี้ เล่นในบ้านชนะ นอริช ได้ 3 จาก 4 เกมหลัง(แพ้ 1) โดยสอยตาข่ายไป 16 ลูก

    หาก ราฮีม สเตอร์ลิง ทำประตูได้ จะทำให้เขาเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษคนแรกของ ซิตี้ ที่ทำประตูบนเวที พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 20 ลูก

    นอริช แพ้ทุกครั้งที่ตัวเองตกเป็นฝ่ายตามหลัง (26 เกม) ซึ่งพวกเขาจะเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ไม่สามารถเอาแต้มคืนมาได้เลยยามที่โดนยิงนำไปก่อน

    หลังจากที่เอาชนะได้ในเกมแรกที่เจอกันเมื่อเดือนกันยายน นอริช ก็หวังที่จะเก็บชัยเหนือ ซิตี้ แบบเหย้า-เยือนให้ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 1964/65

    – นิวคาสเซิล – ลิเวอร์พูล
    ลิเวอร์พูล วางเป้าเก็บให้ได้ถึง 99 คะแนน ส่วน นิวคาสเซิล ฟอร์มไม่สู้ดี ไม่ชนะใครมาแล้ว 5 เกมติดต่อกัน

    นิวคาสเซิล เป็นทีมที่เล่นเกมสุดท้ายได้ดีเหลือเชื่อ เมื่อตลอด 5 เกมหลังเอาชนะได้ทั้งหมด โดยมีผลต่างประตูถึง 17-1 อย่างไรก็ตามครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแพ้วันปิดฤดูกาลก็คือแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล 1-2 เมื่อซีซั่น 2013/14

 

    จอนโจ้ เชลวี่ย์ เป็นผู้เล่นสาลิกาดงที่ยิงประตูมากสุดในลีกฤดูกาลนี้ที่ 6 ประตู ซึ่งในจุดนี้นับเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่ที่ คาร์ล คอร์ต และโนลแบร์โต้ โซลาโน่ ทำไว้เมื่อฤดูกาล 2000/01

    โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีส่วนร่วมกับประตู 5 ครั้งในการเจอกับ นิวคาสเซิล 4 นัด (4 ประตู 1 แอสซิสต์) ซึ่งแต่ละนัด ดาวยิงอียิปต์ จะทำประตูได้ตลอด

เอเย่นต์ พร้อมดัน คูตินโญ่ เข้าซุ้มมือปืน อาร์เซนอล

 

    อาร์เซนอล ตกเป็นข่าวว่าพวกเขากำลังทำการเจรจากับ เคีย ชูรับเชียน เอเย่นต์ส่วนตัวของ คูตินโญ่ เพื่อที่จะทำการดึงตัวแข้งบราซิเลียนมาร่วมทีมในฤดูกาลหน้า จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 26 พฤษภาคม 2563

        สำหรับ คูตินโญ่ แน่นอนว่าหมดอนาคตกับทาง บาร์เซโลนา ไปแล้วเรียบร้อย แถม บาเยิร์น มิวนิค เองก็ไม่เลือกที่จะเซ็นสัญญาถาวรตามที่มีในออปชั่นยืมตัวอีกด้วย ส่งผลให้เจ้าตัวยังเคว้งกับอนาคตในฤดูกาลหน้า ทว่ากลายเป็น อาร์เซนอล ที่กำลังแอบไปเจรจากับเอเย่นต์ของเขาอยู่

        โดยก่อนหน้านี้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เองก็เคยตกเป็นข่าวกับหลาย ๆ ทีมใน พรีเมียร์ลีก มาแล้วมากมายทั้ง สเปอร์ส, เอฟเวอร์ตัน, เชลซี หรือว่า นิวคาสเซิล แต่ล่าสุดกลายเป็น อาร์เซนอล เป็นม้ามืด และมีความเป็นไปได้มาก ๆ ที่จะได้อดีตแข้งลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม

        ทั้งนี้ เคีย ชูรับเชียน เอเย่นต์ ของทาง คูตินโญ่ เคยออกมายอมรับว่าเป็นแฟนตัวยงของ อาร์เซนอล และหากนักเตะของเขาจะมีความสุขที่ได้กลับมาอังกฤษก็จะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่

เนื้อหอมไม่เบา!4 ทีมพรีเมียร์ลีกรุมทึ้งแย่งตัวลินการ์ด

เจสซี่ ลินการ์ด มิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเป็นที่ต้องการของ 4 ทีมในเวทีพรีเมียร์ลีก โดย 90min สื่อกีฬาจากต่างประเทศรายงานว่าทีมเหล่านั้นพร้อมลงมือชิงตัวในช่วงซัมเมอร์นี้

    เจสซี่ ลินการ์ด ทำผลงานไม่เป็นที่น่าประทับใจเท่าไหร่ หลังไม่สามารถประตูและแอสซิสต์ได้เลยใน พรีเมียร์ลีก และยิ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามาเสริมทัพ ทำให้โอกาสการลงสนามของ แข้งดีกรีทีมชาติอังกฤษ ก็ลดน้อยลงไปอีก

    ล่าสุด 90min ระบุว่า มี 4 ทีมระดับพรีเมียร์ลีกต่างจ้องดึงตัว ลินการ์ด ไปร่วมทีมประกอบไปด้วย เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม และ นิวคาสเซิล  ในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตาม แม้สัญญาฉบับปัจจุบันของ ลินการ์ด จะหมดลงในปี 2021 แต่ทาง "ปีศาจแดง" เล็งที่จะขยายต่อสัญญาไปอีกหนึ่งปีเช่นกัน

    ทั้งนี้ ลินการ์ด และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตั้งแต่ที่แข้งวัย 27 ปีเป็นนักเตะเยาวชน ซึ่งจากรายงานฉบับก่อนเผยว่า ลินการ์ด ตั้งใจที่จะต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต่อไป แต่ "ปีศาจแดง" เองก็พร้อมปล่อยตัวออกไปเพื่อระดมเงินดึงตัว เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งจาก โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ เข้ามา

ส่องฟอร์มโอซิมเฮน แข้งตัวรุกที่สื่อฝรั่งเศสระบุลิเวอร์พูลเปิดฉากเจรจาแล้ว

Le10Sport สื่อจากเมืองน้ำหอม รายงานว่า ลิเวอร์พูล ได้เปิดฉากเจรจาคว้าตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน ปีกความเร็วสูงของ ลีลล์ แล้ว โดยมีคู่แข่งที่จ้องตาเป็นมันอย่าง เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด และ นิวคาสเซิล รวมอยู่ด้วย
    โอซิมเฮน วัย 21 ปี จัดว่าโชว์ฟอร์มได้เปรี้ยงปร้างมาก แค่ซีซั่นแรกในลีกเอิง หลังย้ายจาก ชาร์เลอรัว ก็ซัดไปถึง 13 ประตูจาก 27 นัด โดยดาวเตะทีมชาติไนจีเรีย มีสัญญาอยู่กับ ลีลล์ จนถึงปี 2024

    สื่อดังกล่าวคาดว่า ลีลล์ ต้องการค่าตัว โอซิมเฮน สูงถึง 70 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,800 ล้านบาท ไฮไลท์ด้านล่างนี่ ไปดูกันเลยว่าเจ้าตัวเจ๋งแค่ไหน แล้วจะรู้ว่าทำไม ยักษ์ใหญ่ในยุโรป ถึงจ้องคว้าตัว

มีเซอร์ไพรส์หนึ่งคน!รวมทีมเพื่อนแมนยูลงเล่นเคียงบ่ากัปตันรอย คีน

จัดทีม 11 เพื่อนนักเตะที่มีโอกาสเล่นร่วมกับ รอย คีน มากสุดในสโมสร ในสมัที่ยังค้าแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงทศวรรษ90
    รอย คีน กองกลางขาบู๊ เป็นหนึ่งในนักเตะที่แฟนบอลแมนฯยูฯ ทั่วโลกยกย่อง หลังได้แชมป์กับทีมมาแล้วมากมาย โดยกองกลางไอริชผู้นี้ ตลอดระยะเวลา12ปี ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด เจ้าตัวไร้ข้อกังขา ในการพิสูจน์ตัวเอง ว่าเป็นหนึ่งในแข้ง
สำคัญยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทัพ

    นี่คือทีมรวม 11 นักเตะที่ลงสนามเคียงข้างกับเขามากสุดในแต่ละตำแหน่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู: ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน:  197

 

ตำนานนายทวาร เดนมาร์ก ผู้นี้ คือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุด ที่ "ปีศาจแดง" เคยมี โดยเขาเป็นหนึ่งในปราการเหล็กสำคัญ ช่วยแมนฯยูไนเต็ดทำทริปเปิ้ลแชมป์ในปี1999ด้วย

แบ็กขวา: แกรี่ เนวิลส์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน:  319

ในช่วงยังหนุ่มๆ อยู่นั้น แกรี่ เนวิลส์ แทบจะจองตำแหน่งแบ็คขวาภายในทีม จนสามารถร่วมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับสโมสรถึง8ครั้ง และ กับ รอย คีน ถึง6ครั้ง ซึ่งแน่นอน คงไม่มีใครเล่นตำแหน่งนี้กับ รอย คีน มากเท่าเขาคนนี้แล้ว

เซนเตอร์แบ็ก: แกรี่ พัลลิสเตอร์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน:  138

 

อดีตปราการหลังร่างยักษ์ผู้นี้ ลงเล่นกับ รอย คีน เป็นเวลา5ปี หลังจากแข้งไอริชย้ายมาร่วมทีมในปี1993 โดยพวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกรวมกัน3ครั้ง และแชมป์เอฟเอคัพ2ครั้ง

เซนเตอร์แบ็ก: มิกาเอล ซิลแวสต์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน: 208

 

บางคนอาจจะตกใจสักหน่อย ที่ว่ามีชื่อของดาวเตะฝรั่งเศสผู้นี้ สอดแทรกขึ้นมาได้อย่างไร แต่ต้องไม่ลืมว่า ซิลแวสต์ อยู่กับ แมนฯยูไนเต็ด มา9ปี ตั้งแต่ 1999 ถึง 2008 โดยลงเล่นเฉลี่ย30นัดต่อหนึ่งฤดูกาลในช่วง7ปีแรกอีกต่างหาก

แบ็กซ้าย: เดนิส เออร์วิน
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน: 282

 

แบ็กซ้ายที่ลงเล่นกับรอย คีน มากที่สุดคงไม่มีใครเกินเขาคนนี้ 9ปีใน แมนฯยูไนเต็ด และ 8ปีในทีมชาติไอร์แลนด์ เคยร่วมหัวจมท้ายพากันลุยฟุตบอลโลก1994 มาแล้วด้วย

กองกลางฝั่งขวา : เดวิด เบ็คแฮม
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 257

 

ใน่วงระยะเวลาที่แจ้งเกิดซูเปอร์สตาร์ระดับโลกของ เดวิด เบ็คแฮม คงเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่เขาไม่ได้เล่นเคียงบ่าเคียงไหล่ กับมิดฟิลด์ตัวกลางที่แข็งแกร่ง อย่าง รอย คีน

กองกลาง: นิกกี้ บัตต์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 235

 

มีไม่กี่คนหรอก ที่จะสามารถยืนเคียงข้างกับมิดฟิลด์ตัวกลางโหดแบบรอย คีน ได้แบบไม่โดนด่าเพราะความผิดพลาด แต่เชื่อเถอะเขาคนนี้คือคนที่ไว้ใจได้ และลงสนามกับกัปตันไอริชมากกว่าใคร

กองกลาง: พอล สโคลส์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 318

 

ใครบางคน ที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จะต้องติดอยู่ในหนึ่งทีมเพื่อนร่วมทีมที่ดีที่สุดของเขา สโคลส์ ลงสนามกับกองกลางไอริชอย่างน่าประทับใจ จนทำให้ทั้งคู่กลายเป็นตัวหลักในทีมของยูไนเต็ดไปแบบไร้ข้อกังขา

กองกลางฝั่งซ้าย : ไรอัน กิ๊กส์
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 372

 

กิ๊กส์ ประสานงานกับ รอย คีน ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มาตั้งแต่ปี1993 ได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก  และสร้างตำนานบทใหม่ร่วมกับให้ทีมแบบไม่รู้ลืม

กองหน้า : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 200

 

ไม่มีศูนย์หน้าคนไหนจะเล่นเคียงข้างคีน บ่อยกว่าหัวหอกชาวนอร์เวย์ผู้นี้แล้ว ซึ่งนำพาทีมยูไนเต็ดที่ประสบความสำเร็จในยุคของเฟอร์กูสันมานานกว่า 11 ปี

กองหน้า : แอนดี้ โคล
ลงสนามร่วมกับ รอย คีน : 183

 

นับตั้งแต่มีการพาดหัวข่าวการย้ายมาจากนิวคาสเซิลในปี 1995 โคล ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในแนวรุกของยูไนเต็กต่อหน้ารอย คีน โดยไม่ต้องสงสัย

ตัวสำรอง: ฟาเบียง บาร์กเตซ  (94), ฟิล เนวิลส์ (238), เวสต์ บราวด์ (131), เอริก คันโตน่า (114), เทดดี้ เชอริงแฮม (110), ดไวท์ ยอร์ค (121), รุด ฟาน นิสเตลรอย (132)

แดงเดือดนอกรอบ! TAA โชว์เทพถล่มตัวแทนผี 5-1 ศึกอี-พรีเมียร์ลีก



ฟูลแบ็คหงส์แดงโว์ความเทพด้านเกม FIFA20 เมื่อไล่ถล่มตัวแทนจากปีศาจแดงขาดลอย 5-1 ในศึกอี-พรีเมียร์ลีก "ฟีฟ่า 20"

เทรนต์ อเลกซานเดอร์ อาร์โนลต์ ฟูลแบ็คตัวเก่งของ ลิเวอร์พูล ยังโชวฟอร์มแรงในศึก อี-พรีเมียร์ ลีก "ฟีฟ่า 20" เมื่อไล่ถล่ม ทอม กรีนแนน นักร้องดังตัวแทนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปขาดลอย 5-1

ศึกอี-พรีเมียร์ลีก เป็นการนำตัวแทนจากสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกมาแข่งขันเกมฟุตบอลชื่อดังอย่างฟีฟ่า 20 โดยเงินรางวัลและเงินบริจาคจะมอบให้สำนักงานสาธารณสุขแห่งชาติของอังกฤษ เพื่อใช้ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในตอนนี้

โดยการแข่งขันเดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่การพบกันระหว่าง "TAA" ตัวแทนจากหงส์แดง และ กรีนแนน นักร้องหนุ่มตัวแทนจากปีศาจแดง ซึ่งปรากฏว่าเป็นฟูลแบ็คทีมชาติอังกฤษเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็น 5-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายพบกับ คริสเตียน อัตซู ตัวแทนจากนิวคาสเซิล

ขณะที่ผลการแข่งขันคู่อื่นที่แข่งในวันเดียวกันมีดังนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้) ชนะ วิลฟรีด ซาฮา (คริสตัล พาเลซ) 5-4, รีซ เจมส์ (เชลซี) แพ้ อังเดร โกเมส (เอฟเวอร์ตัน) 0-8

เจมี่ คาราเกอร์ สุดทึ่ง ลิเวอร์พูล ย้อมแมวขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ได้ 50 ล้านปอนด์



เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูล ออกมาเผยว่า เมื่อตอนที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยตัว เฟร์นานโด ตอร์เรส ออกจากทีมไปให้ เชลซี ด้วยเงินจำนวนมหาศาล 50 ล้านปอนด์ มันทำให้เขางงมาก ๆ เพราะว่าตอนนั้นดาวยิงแก้มแดงฟอร์์มฝืดสุด ๆ จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 24 เมษายน 2563

        ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ลิเวอร์พูล ตัดใจขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ไปให้กับ เชลซี ด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติสโมสรที่ 50 ล้านปอนด์ ซึ่งกว่าเรื่องจะเรียบร้อยก็ปาเข้าไปวันสุดท้ายของตลาดพอดี ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวนั้น คาร์ร่า เผยว่าเป็นตัวเลขที่แข้งหงส์แดงงุนงงกันไปหมด

        เจมี่ คาร์ราเกอร์ เผยว่า "ผมพูดตรง ๆ เลยในตอนที่รู้ว่า ลิเวอร์พูล ขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ออกไปได้ 50 ล้านปอนด์ ผมแทบไม่อยากเชื่อ แต่ก็คิดว่าเราได้ลวงเชลซีไปเต็ม ๆ"

        "เพราะอะไรนะเหรอ มันเป็นเพราะว่าในช่วง 18 เดือนแรกของเขากับ ลิเวอร์พูล คือฟอร์มดีจริง ๆ แต่ในช่วงปีสุดท้ายผมคิดว่าเขาดรอปลงไปเยอะนะ อาจจะเป็นเพราะว่าเขามัวแต่คิดเรื่องของตัวเองมากไป"

        "โอเค ผมเข้าใจได้ว่าเจ้าของเชลซี เขาชอบซื้อนักเตะที่ตัวเขาชื่นชอบก่อนเป็นอย่างแรก ซึ่งเราก็ได้เห็นจากเคส เชฟเชนโก้ ส่วน ตอร์เรส มันเป็นช่วงที่เขายิงประตูไม่ค่อยได้เลยด้วยซ้ำ แถม ลิเวอร์พูล เองก้ฟอร์มตกมาก ๆ แต่ในเกมที่เจอกับเชลซีเราดันเล่นได้ดี และตอร์เรสก็ยิงได้อีก 2 ลูก ผมคิดว่าเราถูกโฉลกกับการทำประตูเชลซีจริง ๆ"

        "แน่นอนว่า 50 ล้านปอนด์ มันเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก ๆ ผม และนักเตะทุกคนในทีมอึ้งกันไปหมดว่าเราขายเขาไปได้ราคานี้เลยเหรอ แต่ก็นั่นแหละสุดท้ายเราก็เอาเงินไปให้นิวคาสเซิลต่อจากดีล แอนดี้ แคร์โรล แต่ยังโชคดีที่เราได้ หลุยส์ ซัวเรซ เข้ามา"

        ทั้งนี้ เฟร์นานโด ตอร์เรส ถือว่าล้มเหลวกับ เชลซี อย่างสิ้นชิง โดยลงสนามทั้งหมด 172 นัด ยิงได้ 45 ประตู ก่อนจะถูกปล่อยยืมต่อไป เอซี มิลาน และแอต.มาดริด จนหมดสัญญา

ไม่ใช่แค่บ็อบบี้! รวมสตาร์ดังที่เคยค้าแข้งกับฮอฟเฟนไฮม์

แม้ทีมอย่าง ฮอฟเฟนไฮม์ อาจไม่ใช่สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน แต่ต้องยอมรับว่ามีแข้งดาวดาวดังหลายคนที่เคยผ่านการฝึกปรือฝีมือก่อนแยกย้ายออกไปเดินทางตามความฝัน และนี่คือ เหล่านักเตะที่คุณอาจไม่รู้ว่าเคยลงเล่นในถิ่น เวียร์โซล ไรน์ เน็คคาร์ อารีน่า
1.ดาวิด อลาบา

ฮอฟเฟนไฮม์ : 2011
สโมสรปัจจุบัน : บาเยิร์น มิวนิค
สถิติย้ายทีมค่าตัว : 0 (บาเยิร์น มิวนิค)

    หลังย้ายร่วมทัพ "เสือใต้" ด้วยวัยเพียง 15 ปี ดาวเตะพรสวรรค์ชาวออสเตรียใช้เวลาไม่กี่ปีทำสถิติมากมายโดยเป็นนักเตะ บาเยิร์น มิวนิค ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงประเดิมสนามให้กับทีมในวัย 17 ปี 232 วัน ต่อมาในช่วงเดือน มกราคม ปี 2011 สโมสรตัดสินใจส่งเพชรเม็ดงามออกไปเก็บเลเวลกับ ฮอฟเฟนไฮม์

    หลังจากอำลา อัลลิอันซ์ อารีน่า ได้ไม่นาน อลาบา พัฒนาอย่างรวดเร็วจนถูกเรียกกลับต้นสังกัดในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2010/11 ในยุคของ ยุปป์ ไฮน์เคส โดยมีสถิติลงเล่นให้ ฮอฟเฟนไฮม์ 17 นัดซัดไป 2 ประตู

     หลังจากคัมแบ๊ก "เสือใต้" เขาใช้เวลาเพียงหนึ่งปีพิสูจน์ตัวเองจนได้รับการยอมรับก่อนพาทีมกวาดแชมป์มากมายมาประดับตู้โชว์ นอกจากนั้นเขายังซิวรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีออสเตรีย 6 ครั้งโดยสมัยแแรกในปี 2011 ด้วยวัยเพียง 19 ขวบเท่านั้น

2.เดมบา บา

ฮอฟเฟนไฮม์ : 2007-2011
สโมสรปัจจุบัน : อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์
สถิติย้ายทีมค่าตัว : 11.7  ล้านปอนด์ *ราว 445 ล้านบาท (เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว)

    ดาวยิงชาวเซเนกัลวัย 34 ปี มีสถิติการทำประตูค่อนข้างดีกับทุกสโมรสรที่ลงเล่น เดมบา บา เคยค้าแข้งในถิ่น เวียร์โซล ไรน์ เน็คคาร์ อารีน่า ช่วงปี 2007-2011 โดยลงเล่นไปทั้งหมด 103 นัดซัดไป 40 ประตูก่อนโยกมาสร้างชื่อในเกาะอังกฤษกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ นิวคาสเซิ่ล

    หลังจากถล่มประตูมากมายให้ "สาลิกาดง" เป็นเชลซีที่จ่ายเงินราว 8 ล้านปอนด์ ดึงเข้าสู่ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ จนเป็นที่มาของจังหวะสำคัญที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล ไม่มีวันลืมหลังฉกบอลจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด เข้าไปซัดดับฝันเหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" ในฤดูกาล 2013/14 

    โดยปัจจุบัน เดมบา บา หวนค้าแข้งในลีก ตุรกี กับทีม อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ หลังเคยคว้าแชมป์กับ เบซิคตัส เมื่อปี 2016/17

3.ไรอัน บาเบล

ฮอฟเฟนไฮม์ : 2011-2012
สโมสรปัจจุบัน : กาลาตาซาราย (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยืมตัว)
สถิติย้ายทีมค่าตัว : 11.5  ล้านปอนด์ *ราว 437 ล้านบาท (ลิเวอร์พูล)

    หลังจากต่อสู้แย่งตำแหน่งตัวจริงในถิ่น แอนฟิลด์ อยู่นานจนสุดท้ายยอมถอดใจย้ายซบ ฮอฟเฟนไฮม์ ในปี 2011 โดยคาดหวังให้เป็นตัวแทนของ เดมบา บา แต่ดูเหมือนความล้มเหลวจากเกาะอังกฤษจะตามหลอกหลอนหลังซัดแค่ 1 ประตูจาก 16 เกมในซีซั่นเปิดตัวกับ ฮอฟเฟนไฮม์ จนในปี 2012 หวนซบทีมที่เขาแจ้งเกิดอย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

    จุดเปลี่ยนของ ปีกชาวดัตช์ มาเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2017-18 ด้วยวัย 33 ปีเจ้าตัวโชว์ฟอร์มร้อนแรงกับ เบซิคตัส จนไปเข้าตา โรนัลด์ คูมัน เรียกติด ทีมชาติฮอลแลนด์ ฝ่าเสียงวิจารณ์สื่อมวลชนในประเทศที่กังขาว่า – เอามาทำไม?

     ปัจจุบัน ไรอัน บาเบล กลับไปเล่นให้ อาแจ็กซ์ เป็นครั้งที่ 3 ด้วยสัญญายืมตัวจาก กาลาตาซาราย

4.โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

ฮอฟเฟนไฮม์ : 2011-2015
สโมสรปัจจุบัน : ลิเวอร์พูล
สถิติย้ายทีมค่าตัว : 29 ล้านปอนด์ *ราว 1100 ล้านบาท (ลิเวอร์พูล)
   
    ดาวยิงชาวบราซิลเลียนเติบโตในเมืองชายฝั่งติดทะเลก่อนเริ่มเดินตามความฝันเมื่อวัย 14 ปี กับสโมสรท้องถิ่นของประเทศอย่าง คลับ เด เรกาตัส จากนั้นในปี 2009 เริ่มต้นการผจญภัยครั้งใหม่กับ ฟิกูเรนเซ่ ในลีกซีเรีย บีจนมีส่วนสำคัญพาทีมเลื่อนชั้นทำให้ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ยอมจ่ายเงินดึงไปร่วมทีมในปี 2010

    เฟอร์มิโน่ ทำประตูแรกให้กับต้นสังกัด ในวันที่ 16 เมษายน 2011 ช่วยทีมเอาชนะ ไอน์ทรัคซ์ แฟร้งค์เฟิร์ต ก่อนอยู่รับใช้สโมสรถึงปี 2015 ลงสนามรวมทุกรายการในเยอรมัน 153 เกมซัดไป 38 ประตูจนสุดท้ายเป็น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยอมทุ่มเงิน 29 ล้านปอนด์ ที่ในสมัยนั้นถือว่าราคาค่อนข้างสูงคว้าตัวมาเสริมแกร่งให้ ลิเวอร์พูล

    แต่หลังจากร่วมงานกับ "บ๊อบบี้" ได้เพียง 3 เดือน ร็อดเจอร์ส ก็ถูกปลดจากตำแหน่งเปิดทางให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามารับตำแหน่งพร้อมคู่มือการใช้งานช่วยให้ แข้งแซมบ้ารายนี้ พัฒนาการเล่นกลายเป็นหนึ่งในดาวเตะระดับโลกพา "หงส์แดง" กวาดแชมป์มากมายในปีที่ผ่านมา

5.กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน

ฮอฟเฟนไฮม์ : 2010-2012
สโมสรปัจจุบัน : เอฟเวอร์ตัน
สถิติย้ายทีมค่าตัว : 45 ล้านปอนด์ *ราว 1700 ล้านบาท (เอฟเวอร์ตัน)

    จอมทัพชาว ไอซ์แลนด์ ขยับจากทีมเยาวชนของ เร้ดดิ้ง ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2008 ก่อนใช้เวลาอีกเพียง 2 ปีคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสรจน ฮอฟเฟนไฮม์ จัดการดึงร่วมทัพในปี 2010 โดยมีสถิติลงเล่น 36 นัดซัดไป 9 ประตู เคยซิวรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของทีมเช่นกันจากนั้นโยกมาอยู่กับ สวอนซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

    หลังจากโชว์ฟอร์มร้อนแรงกับ "หงส์ขาว" ในช่วงฤดูกาล 2014/17 โดยลงสนามไปถึง 106 นัดซัลโวไป 27 ประตู โรนัลด์ คูมัน นายใหญ่ เอฟเวอร์ตัน ในตอนนั้นยอมทุ่มเงินถึง 45 ล้านปอนด์คว้า ซิกูร์ดส์สัน มาบัญชาทัพในถิ่น กูดิสัน พาร์ค 

    ปัจจุบัน เจ้าตัว ยังรักษามาตราฐานการเล่นอย่างสม่ำเสมอแม้ "ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน" เปลี่ยนแปลงกุนซือหลายครั้งก็ยังเอาตัวรอดได้ดีหลังเป็นตัวหลักในยุคของ คาร์โล อันเชลอตติ

6.โชลินตอน

ฮอฟเฟนไฮม์ : 2015-2019
สโมสรปัจจุบัน : นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
สถิติย้ายทีมค่าตัว : 40 ล้านปอนด์ *ราว 1560 ล้านบาท (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด)

    กองหน้าร่างใหญ่ชาวบราซิเลียนพัฒนาชื่อเสียงตัวเองอย่างก้าวกะโดดหลังเริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับ สปอร์ต คลับ เรซิเฟ่ ในลีกบ้านเกิดก่อนมาขึ้นชุดใหญ่ในปี 2014 หลังจากนั้นปีเดียวเป็น ฮอฟเฟนไฮม์ คว้าตัวมาร่วมทัพโดยมีสถิติลงเล่นกับทีมรวมทุกรายการ 33 นัดยิงไป 11 ประตู

    หลังจากค้าแข้งในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ได้เพียง 1 ปีสโมสรตัดสินใจปล่อยเขาให้ ราปิด เวียนนา ทีมดังในลีก ออสเตรีย ยืมตัวในช่วงฤดูกาล 2016-18 เขาลงสนามไป 60 นัดทำได้ 15 ประตูจนสุดท้ายในปี 2018/19 ฮอฟเฟนไฮม์ ดึงตัวกลับมาช่วยต้นสังกัด

    หวนคัมแบ๊กได้ไม่นานการผจญภัยครั้งใหม่ของ โชลินตอน เริ่มต้นอีกครั้งหลัง สตีฟ บรูซ ผู้จัดการทีมคนใหม่ นิวคาสเซิ่ล ยอมทุบสถิติสโมสรจ่ายเงิน 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,560 ล้านบาท) ดึงเข้ามาเสริมแกร่งโดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 6 ปี

7.แซร์จ นาบรี้

ฮอฟเฟนไฮม์ : 2017-2018
สโมสรปัจจุบัน : บาเยิร์น มิวนิค
สถิติย้ายทีมค่าตัว : 8  ล้านปอนด์ *ราว 304 ล้านบาท (บาเยิร์น มิวนิค)

    ปีกลูกครึ่งชาว เยอรมัน เริ่มต้นอาชีพฟุตบอลให้กับอคาเดมี่ของ สตุ๊ดการ์ด ในปี 2006 หลังจากนั้นใช้เวลา 5 ปีฝึกทักษะก่อนย้ายมาอังกฤษร่วมทัพ อาร์เซน่อล ด้วยวัยเพียง 16 ปีในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ เขาได้รับโอกาสขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แต่ไม่สามารถพพิสูจน์ตัวเองได้จนปืนใหญ่ตัดสินใจขายในปี 2016

    และเป็น เวเดอร์ เบรเมน ทีมดังจากเยอรมันที่กลายเป็นบันไดสู่ความสำเร็จหลังเจ้าตัวพาทีมชาติเยอรมันคว้าเหรียญเงิน โอลิมปิก พร้อมพ่วงตำแหน่งดาวซัลโว นาบรี้ โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมกับ "นกนางนวล" โดยลงสนาม 27 เกมยิงไป 11 ประตู จน บาเยิร์น มิวนิค ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาราว 8 ล้านปอนด์ดึงไปเสริมทัพในปี 2017

    หลังย้ายร่วมทีมแชมป์ บุนเดสลีก้า ได้ประมาณ 1 เดือน "เสือใต้" ตัดสินใจส่งเขาไปเก็บเลเวลกับ ฮอฟเฟนไฮม์ แม้จะเป็นช่วงสั้นๆแต่เค้าไม่ทำให้แฟนบอลในถิ่น เวียร์โซล ไรน์ เน็คคาร์ อารีน่า ผิดหวังโดยลงเล่นไป 22 นัดซัลโวไป 10 ประตูพา ฮอฟเฟนไฮม์ จบอันดับ 4 คว้าตั๋วลุยฟุตบอลยุโรปสำเร็จ