ชนะแชมป์สมัย34ทันที! เรอัลมาดริดคึก “เบนเซม่า” นำทัพบู๊บียาร์เรอัล

"ราชันชุดขาว" คืนนี้ขอแค่คว้าชัยเหนือ บียาร์เรอัล  หรือถ้าบาร์เซโลน่าไม่ชนะ พวกเขาก็จะการันตีแชมป์ทันที โดยพร้อมส่งดาวยิงฟอร์มเด็ดอย่าง คาริม เบนเซม่า ลงไล่ล่าตาข่าย บียาร์เรอัล ศึกลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพหัสบดีที่ 16 ก.ค.นี้

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
เรอัล มาดริด (1) – บียาร์เรอัล (5)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563    เวลา : 02.00 น.   
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    เรอัล มาดริด

    ซีเนดีน ซีดาน จะปรับแดนกลางกับหน้าเล็กน้อย แต่แผงหลังเหมือนเดิม ดานี่ การ์บาฆาล ประจำการแบ็กขวา ใช้ เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน , แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลางลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส , เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ และ เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ โดยมี โรดรีโก้ โมเรโน่ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

    บียาร์เรอัล

    ฆาเบียร์ กาเยฆา ได้ 3 แข้งตัวหลักกลับมาจากโทษแบน ไล่ตั้งแต่แดนหน้า เคราร์ด โมเรโน่ กลับมายืนหน้าเป้าอีกครั้ง  ส่วนตัวรุกใช้ ซานติ กาซอร์ล่า กับ ฆาบี อันติเบรอส ยืนริมเส้น มี มอย โกเมซ เป็นหน้าต่ำ , ตรงกลาง มานูเอล ตรีเกโรส คุมจังหวะร่วมกับ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า ที่พ้นโทษแบนมา ในแดนหลัง คู่เซนเตอร์วาง เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล, มาริโอ กาสปาร์ ลงแบ็กขวา แบ็กซ้ายใช้ ชาเบียร์ กินตีย่า ในรายของ มาเรียโน่ บาร์โบซ่า นายทวารมือสองติดโทษแบน ทำให้ เซร์คิโอ อาเซน
โฆ จะกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง 

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบล กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส,ราฟาแอล วาราน,แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,โทนี่ โครส,เฟเด บัลเบร์เด้-ลูก้า โมดริช-โรดรีโก้ โกเอส,คาริม เบนเซม่า

    บียาร์เรอัล (4-2-3-1) เซร์คิโอ อาเซนโฆ-มาริโอ กาสปาร์,ราอูล อัลบิโอล,เปา ตอร์เรส,ชาบี กินตีย่า-บิเซนเต้ อิบอร์ร่า,มานูเอล ตรีเกโรส-ซานติ กาซอร์ล่า,มอย โกเมซ,ฆาบี อันติเบรอส-เคราร์ด โมเรโน่ 

 ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
02/09/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
05/05/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    3-2    บียาร์เรอัล
04/01/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
20/05/18    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
13/01/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    0-1    บียาร์เรอัล
27/02/17    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-3    เรอัล มาดริด
    
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เรอัล มาดริด
14/07/20 ชนะ กรานาด้า 2-1 (เยือน)     ลา ลีกา
10/07/20 ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20 ชนะ แอธ.บิลเบา 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
           
บียาร์เรอัล
14/07/20 แพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-2    (เหย้า)    ลา ลีกา
08/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 3-1    (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-4    (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เรอัล เบติส 2-0    (เยือน)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ บาเลนเซีย 2-0    (เหย้า)    ลา ลีกา

วิดาลยิงเฮ! บาร์ซ่าบุกเชือดบายาโดลิด ยื้อเวลาแย่งแชมป์กับมาดริด

บาร์เซโลน่า เก็บสามคะแนนยื้อเวลาลุ้นแชมป์กับ เรอัล มาดริด ออกไปอีกนิด หลังได้ อาร์ตูโร่ วีดัล ยิงประตูโทนบุกเชือด บายาโดลิด 1-0 ขยับไล่กวด ราชันชุดขาว แต้มเดียว ขณะที่เกมลีกเหลืออีกแค่ 2 นัดในมือพวกเขา ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม :
เอสตาดิโอ มูนิซิปัล โฆเซ่ ซอร์รีย่า

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ต้องการสามคะแนนเท่านั้นเพื่อต่อลมหายใจในการแย่งแชมป์กับ เรอัล มาดริด นัดนี้ กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่ม ไร้ดาวรุ่งอย่าง อันซู ฟาติด ที่ติดโทษแบน แต่ตัวเก๋า "เมสซี่-กรีซมันน์" ลงประจำการ ส่วน "หลุยส์ ซัวเรซ" นั่งสำรองเกมนี้บุกบ้าน บายาโดลิด ที่แมตช์ล่าสุดแพ้ไป พวกเขาแทบจะอยู่รอดปลอดภัยแน่นอนแล้ว เซร์คิโอ กอนซาเลซ นายใหญ่เจ้าถิ่นเร้าลูกทีมสร้างเซอร์ไพร์สช็อกโลก วาง "เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า" เป็นตัวทีเด็ด

     ทีมเยือนเปิดเกมนาทีที่ 5 เคราร์ด ปีเก้ วางบอลจากหลังออกข้างให้ อาร์ตูโร่ วีดัล รับบอลแต่ถูกผู้เล่นเจ้าถิ่นเตะอัดมากระเด้งกลิ้งมาหา เนลสัน เซเมโด้ กระชากบอลเข้าเขตโทษด้านขวาตบย้อนมาเขตโทษ เกือบ 9 หลา ริกิ ปุช วิ่งมาซัดตามน้ำบอลเรียดพื้นเข้ามือนายทวารบายาโดลิด

     บาร์เซโลน่านำนาทีที่ 15 ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งเข้าไปแย่งบอลจากผู้เล่นเจ้าถิ่น แตะย้อนให้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ส่งสั้นให้ เนลสัน เซเมโด้ หน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนฟูลแบ็กบาร์ซ่าจ่ายให้ ลิโอเนล เมสซี่  ดีดต่อไปที่ อาร์ตูโร่ วีดัล ซัดบอลเต็มเท้าในเขตโทษ บอลชนเสาสองซุกเข้าประตูไปอย่างแม่นยำ

     บาร์ซ่าชวดจังหวะเด็ดนาทีที่ 19 ลิโอเนล เมสซี่ ไหลบอลออกริมสนามให้ เนลสัน เซเมโด้ ปาดบอลเข้ามากลางเขตโทษ บอลเลยตัวแนวรับบายาโดลิด มาเข้าทาง อองตวน กริซมันน์ สบจังหวะยิงประตู ทว่าเจ้าตัวจับบอลพลาดปล่อยบอลกลิ้งผ่านตัวแบบเหลือเชื่อ

     เจ้าบ้านตอบโต้นาทีที่ 22 เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า หัวหอกเจ้าบ้านเก็บตกบอลจากการสกัดของผู้เล่นบาร์ซ่า จับบอลจากนห้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวา แล้วส่องไกลทันทีบอลพุ่งชนข้างตาข่ายออกหลังไป

     อาซูลกราน่าบุกอีกนาทีที่ 24 เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ แทงบอลคิลเลอร์พาสกลางสนาม 30 หลาทะลุมาให้ เนลสัน เซเมโด้ หลุดเดี่ยวมาทางฝั่งขวากรอบเขตโทษ เข้ายิงบอลแบบจังเบอร์ แต่ว่า ยอร์ดี้ มาซิป นายทวารบายาโดลิด ล้มตัวเซฟก่อนตามตะครุบบอลอยู่มือ จบ 45 นาทีแรก บาร์เซโลน่า บุกนำ 1-0

     บาร์ซ่าสร้างจังหวะนาทีที่ 49 ลิโอเนล เมสซี่ หยอดบอลจากเขตโทษด้านซ้ายข้ามฝั่งมาที่ เซร์จี้ โรเบร์โต้ แปะบอลมากลางวงกลมกรอบเขตโทษ เจ้าหนู ริกิ ปุช สบโอกาสซัดบอลอีกครั้งแต่เบาเกิน ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวเจ้าบ้านล้มตัวรับเอาไว้ได้ 

     เจ้าถิ่นหวังไล่ตามนาทีที่ 52 กีเก้ กองกลางบายาโดลิด เลี้ยงบอลแหวกหนี เนลสัน เซเมโด้ มาด้านซ้ายของสนาม จ่ายต่อให้ เอเนส อูนาล ตัวสำรองที่ลงมาตั้งป้อมส่องไกลจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลกระดอนพื้นหนึ่งครั้งเข้าหาประตู แต่  มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น รับบอลแบบไม่มีปัญหา

     บายาโดลิดทำได้ดีนาทีที่ 60 เอเนส อูนาล เทคตัวขึ้นโหม่งบอลจากลุกฟรีคิกของเพื่อนร่วมทีมบริเวณสนามทางด้านขวาระยะ 27 หลา บอลกระดอนพื้นแต่ว่า มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น นายทวารบาร์ซ่าโชว์เหยียดตัวใช้มือปัดไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

     อาซูลกราน่าชวดทิ้งห่างนาทีที่ 63 ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นลูกนิ่งหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 22 หลาเยื้องมาทางด้านขวา บอลข้ามกำแพงผู้เล่นเจ้าถิ่นฮุบจะเข้าซุกตาข่าย ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวบายาโดลิดปฏิกิริยายังดีใช้มือแปะบอลพ้นเขตประตูออกหลัง ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซานโดร รามิเรซ หัวหอกเจ้าบ้านหลุดเข้าไปซัดคนเดียวตรงเขตโทษด้านซ้าย แต่ว่านายทวารคนเก่งบาร์ซ่าเซฟช่วยทีมสำเร็จ จบเกม บาร์เซโลน่า บุกชนะ บายาโดลิด 1-0 ทำคะแนนกดดัน เรอัล มาดริด เหลือแค่แต้มเดียว ขณะที่เกมในมือพวกเขาเหลือแค่ 2 นัดเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บายาโดลิด (4-5-1): ยอร์ดี้ มาซิป,ฆาบี โมยาโน่,กีโก้,ฆาบี ซานเชซ,ราอูล การ์เซีย (นาโช่ น.25),ออสการ์ ปลาโน่,เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ,ฆัวกิน เฟร์นานเดซ (ปาโบล เออร์เบียส น.46),รูเบน อัลการาซ (เอเนส อูนาล น.46),กีเก้,เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า (ซานโดร รามิเรซ น.61)

บาร์เซโลน่า (4-1-2-1-2): มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น,เนลสัน เซเมโด้,เคราร์ด ปีเก้,เกลม็อง ล็องเล่ต์ (โรนัลด์ อาเราโฆ น.57),ยอร์ดี้ อัลบา,เซร์จี้ โรเบร์โต้,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (จูเนียร์ ฟีร์โป้ น.74),ริกิ ปุช (อีวาน ราคิติช น.57),อาร์ตูโร่ วีดัล,ลิโอเนล เมสซี่,อองตวน กริซมันน์ (หลุยส์ ซัวเรซ น.46)

เผยแผนเด็ด! “โป๊ป” ชี้ชัดสิ่งสำคัญทำให้ เบิร์นลี่ย์ บุกแบ่งแต้ม ลิเวอร์พูล ถึงถิ่น

หลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ เบิร์นลีย์ ไป 1-1 เป็นการหยุดสถิติชนะรวดใน แอนฟิลด์ ลงในฤดูกาลนี้ นิค โป๊ป นายทวารทีมเยือนซึ่งโชว์ซุปเปอร์เซฟหลายครั้งได้กล่าวว่า การใช้โอกาสจากลูกเซ็ตพีซคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขากลับมาตีเสมอเจ้าบ้านได้ ตามรายงานจาก บีทีสปอร์ต

นายทวารทีมชาติอังกฤษโชว์ฟอร์มเซฟลูกสำคัญหลายครั้งทำให้ หงส์แดง ไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้จนกระทั่งมาโดนตีเสมอในครึ่งหลังจากประตูของ เจย์ โรดริเกวซ ซึ่งเขาได้กล่าวหลังจบเกมว่า

“ผมคิดว่าเกมนี้เราเล่นกันได้ดี เราสร้างโอกาสของเรา เราดูอันตรายในทุก ๆ ลูกเซ็ตพีซ ทุกจังหวะที่บอลเข้าไปในกรอบเขตโทษนั้นสร้างความอันตรายได้ แต่โชคไม่ดีที่มันไม่เป็นประตูเพิ่มให้เรา”

“มันยอดเยี่ยมมากที่ได้มีส่วนร่วมในเกมนี้ การมาเยือนสนามที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้คุณต้องคาดหวังว่าจะได้เจอกับความยากลำบากแน่นอน พวกเขาเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก คุณมาที่นี่และต้องเตรียมตัวให้พร้อม ซึ่งผมก็โชคดีที่ได้มาที่นี่และสามารถเก็บแต้มออกไปได้” โป๊ป กล่าว

อุตส่าห์ปั้นมา!อดีตโค้ชโกลแมนยูจวกเดเคอาทรยศตน

เอมิลิโอ อัลบาเรซ โค้ชนายทวารที่มีบุญคุณกับ ดาบิด เด เคอา อย่างมากนั้น ออกโรงเฉ่ง เด เคอา ว่าทรยศตนหน้าตาเฉยในตอนที่ต่อสัญญากับทีมเมื่อช่วงเดือนกันยายน ปีก่อน พร้อมบอกว่าการกระทำของ เด เคอา เป็นสิ่งที่ทำให้ตนตัดสินใจออกจาก "ปีศาจแดง" ทั้งที่จริงๆ แมนฯ ยูไนเต็ด อยากให้ตนอยู่กับทีมต่อ
    เอมิลิโอ อัลบาเรซ โค้ชผู้รักษาประตูคนดังที่เคยทำงานกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตำหนิ ดาบิด เด เคอา นายด่านมือ 1 ของ "ปีศาจแดง" ว่าทรยศตน จนเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนตัดสินใจว่าจะไม่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไป

    อัลบาเรซ ถือเป็นผู้มีพระคุณกับ เด เคอา มากเป็นลำดับต้นๆ หลังจากที่เคยฝึกนายด่านชาวสแปนิชเป็นอย่างดีตั้งแต่สมัยที่ เด เคอา ยังอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด จนทำให้ เด เคอา เป็นนายทวารดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมาก ก่อนที่จะได้ย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2011

    ในอีกราว 5 ปีหลังจากนั้น อัลบาเรซ ก็ได้ตามมาร่วมงานกับ เด เคอา อีกครั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคที่มี โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีม และหลังจากนั้น เด เคอา กับ อัลบาเรซ ก็มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันหลายครั้ง จนเป็นการตอกย้ำว่าทั้งคู่สนิทกันมากๆ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2019 แมนฯ ยูไนเต็ด ประกาศว่า อัลบาเรซ จะไม่ได้อยู่กับทีมอีกต่อไป ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เด เคอา เพิ่งต่อสัญญากับทีมยาวไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 ซึ่งในตอนนั้นมันก็มีกระแสข่าวว่า "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายตัดสินใจไล่เขาออกจากตำแหน่ง

    อัลบาเรซ ให้สัมภาษณ์กับ อาส สื่อชื่อดังของสเปนว่า "ข่าวที่บอกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปลดผมนั้นไม่ใช่เรื่องจริง ที่จริงทันทีที่ เด เคอา ต่อสัญญาแล้วน่ะ ยูไนเต็ด ก็ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ผมทันทีด้วยซ้ำ ตอนนั้นผมขอเข้าพบกับสโมสรเพื่อที่จะบอกกับพวกเขาด้วยตัวเองว่าผมอยากออกจากทีม การนัดพบกันในครั้งนั้นเป็นตอนที่พวกเขาขอให้ผมต่อสัญญากับทีม แต่ผมบอกกับพวกเขาไปว่าผมจะออกจากทีม ที่ผมตัดสินใจแบบนั้นมันไม่ใช่เพราะว่าผมอยากย้ายออกจาก ยูไนเต็ด แต่เป็นเพราะผมไม่อยากโค้ช เด เคอา อีกต่อไปแล้ว"

    "นอกจากตอนที่เป็นครูฝึกให้เขาที่ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งเป็นตอนที่ผมสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่แล้วนั้น ผมยังเป็นคนที่โน้มน้าวใจให้เขาย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด ด้วย ผมเป็นมือขวาของเขาตอนอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ผมได้มาอยู่กับ ยูไนเต็ด ก็เพราะการทำงานที่ยอดเยี่ยมของ จอร์จ เมนเดส และเพราะ มูรินโญ่ อยากเซ็นสัญญากับผมเพื่อให้มาช่วยพัฒนาฝีมือของ ดาบิด รวมถึงเพื่อเป็นการทำให้เขายังอยู่กับทีมต่อไป ตอนนั้นเขาอยากย้ายออกจาก ยูไนเต็ด สุดๆ"

    "หลังจากทำงานหลายอย่างเป็นเวลาเกือบ 3 ปี และการนัดหารือกับ ยูไนเต็ด เพื่อทำการต่อสัญญาที่จะทำให้เขาได้เงินเยอะจนถึงขั้นเป็นคนที่ได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดของโลกแล้วนั้น ผมก็มารู้ว่าเขาแอบต่อสัญญาโดยที่ไม่บอกให้ผมรู้ก่อน พูดกันตามตรงนะ มันรู้สึกเหมือนเป็นการขาดความซื่อสัตย์ต่อกันเลย ในระหว่างการเจรจาเรื่องต่อสัญญาน่ะเขายังทะเลาะกับคนที่อุตส่าห์ช่วยจัดแจงทุกการเจรจาที่ทำให้เขาได้เงินเยอะเหมือนอย่างในทุกวันนี้ด้วย ในช่วงนาทีสุดท้ายมันมีคนอื่นเข้ามายุ่งกับการเจรจา"

    "ผมยืนยันว่าผมไม่ชอบการกระทำแบบนั้นเลย เพราะมันดูเหมือนเป็นการทรยศกันหน้าด้านๆ ผมถาม ดาบิด ว่าทำไมเขาถึงไม่บอกอะไรกับผมเลย และเขาก็ตอบกลับมาว่าเขาโดนสั่งว่าห้ามพูดอะไรกับใครทั้งนั้น สิ่งนั้นมีผลกระทบกับผมมากๆ มุมมองที่ผมมีต่ออาชีพของตัวเองก็คือคุณจะไม่สามารถพัฒนาใครได้เลยถ้าหากคุณไม่เชื่อมั่นในตัวพวกเขาอย่างเต็มที่ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจออกจาก ยูไนเต็ด"

โทบี้โขกชัย-ซนแสบ! สเปอร์สแซงดับอาร์เซน่อล ดาร์บี้ลอนดอนสุดมัน

ซน ฮึง-มิน ตะบันตาข่ายไอ้ปืนใหญ่ในลีกได้เป็นครั้งแรก แถมยังจ่ายให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ โขกประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ สเปอร์ส เปิดบ้านแซงเอาชนะ อาร์เซน่อล แบบสนุก 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญแซงปืนโตขึ้นมารั้งอันดับ 8 แทน ส่วนอาร์เซน่อลที่หล่นมาอยู่อันดับ 9 ในศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    การแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 12 กรกฏาคม 2563 ที่สนาม ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับ 10 พบ อาร์เซน่อล อันดับ 8 ของตาราง

    เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส หมดสิทธิ์ใช้งาน เดเล่ อัลลี ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่วนแกนหลักรายอื่นพร้อมลงเล่นทั้งหมดโดยเกมรุกส่ง ลูคัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน ลงล่าตาข่าย

    ส่วน อาร์เซน่อล ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ยังชวดใช้งานแข้งเจ็บอย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, คัลลั่ม แชมเบอร์ส และ แบร์นด์ เลโน่ โดยดร็อป บูกาโย่ ซาก้า ดาวรุ่งฟอร์มแจ่มเป็นเพียงสำรอง โดยเกมรุกส่ง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ นิโกล่าส์  เปเป้  เป็น 3 ประสาน

    ครึ่งแรกเริ่มเกมมาไม่ถึงนาที สเปอร์ส ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ พลาดโดน ลูคัส มูร่า ฉกมาซัดนอกกรอบบอลยังไปตรงตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ รับเข้าซอง

    จากนั้นเกมเปิดหน้าแลกกันสนุก และยังเป็นโอกาสลุ้นของ "ไก่เดืยอทอง" นาทีที่ 10 ลูคัส มูร่า ตักบอลให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวพยายามยกหลบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่โดนนายด่านชาวอาร์เจนไตน์พุ่งปัดเอาไว้ได้หวุดหวิด

    อย่างไรก็ตาม นาที 16 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ไปประตูขึ้นนำก่อน อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ แต่งเข้าขวาแล้วซัดนอกกรอบบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปอย่างสุดสวย

    กระนั้นก็ดีถัดมาเพียง 3 นาที สเปอร์ส ตามตีเสมอแบบทันควัน 1-1 จากจังหวะความผิดพลาดกันเองของแนวรับ อาร์ซนอล เมื่อ เซอัด โคลาซินัช จ่ายบอลคืนหลังให้ ดาวิด ลุยซ์ แต่ไม่เข้าใจกันก่อนจะโดน ซน เฮือง มิน ฉกบอลหลุดไปชิพด้วยซ้ายข้ามตัว มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    ถัดมา นาที 32 เจ้าถิ่นเกือบประตูขึ้นนำอีกครั้ง นิโกล่าส์ เปเป้ โซโล่มาปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียว

    "ปืนใหญ่" ลุ้นต่อเนื่อง ใน นาที 40 จากจังหวะที่  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ซัดฟรีคิกหนีกำแพงบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว นาทีถัดมา เปเป้ ได้ซัดด้วยซ้ายในเขตโทษบอลยังไปตรงตัว อูโก้ โยริส พุ่งรับไว้ได้

    จบครึ่งแรก สเปอร์ส เสมอ อาร์เซน่อล 1-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 54 ทัพปืนใหญ่ได้ลุ้นพลิกขึ้นนำอีก หลัง ดานี่ เซบายอส ตอกส้นให้ เปเป้ หลุดเข้าไปครอสเข้ามาเสาไกล บอลไปติดหัวแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนที่ ชโคดราน มุสตาฟี่ จะตีลังกายิงบอลย้อยไปเข้ามือ อูโก้ โยริส

    นาที 59 อาร์เซน่อล พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกหน คราวนี้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ไหลบอลออกซ้ายนิ่มๆให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    นาที 69 มิเกล อาร์เตต้า บอสใหญ่ของไอ้ปืนโต ส่ง บูกาโย่ ซาก้า ลงมาเล่นแทน นิโกล่าส์ เปเป้

    นาที 71 "ไก่เดือยทอง" พลาดโอกาสขึ้นนำบ้าง คราวนี้ แฮร์รี่ เคน กระชากหนีมุสตาฟี่ ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางให้ ซน ฮึง-มิน พยายามจะจิ้มหนี เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่นายทวารอาร์เซน่อลไม่หลงพุ่งมากวาดบอลรับไว้ได้

    ยังเป็น อาร์เซน่อล ที่ครองบอลและโหมบุกใส่เจ้าถิ่นเสียมากกว่า นาที 79 เกือบได้ขึ้นนำอีกครั้งหลัง เอคตอร์ เบเยริน ลากตัดเข้ากลางแล้วตะบันด้วยซ้ายไปติดบล็อค แต่บอลยังมาเข้าทาง โอบาเมย็อง อัดด้วยขวาไปเสาไกล ทว่ายังโดน อูโก้ โยริส พุ่งปัดปลายมือออกหลังหวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา สเปอร์ส เกือบได้บ้าง ลูคัส มูร่า จ่ายตัดแนวรับไอ้ปืนใหญ่ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ยังดีที่  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ออกมาบล็อคบอลออกหลังเป็นเตะมุมของเจ้าถิ่น

    และจากจังหวะคอนเนอร์ต่อเนื่องในนาที 81 สเปอร์ส มาแซงขึ้นนำ 2-1 ได้สำเร็จ ซน ฮึง-มิน เปิดเตะมุมมากลางประตูให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ขึ้นโขกเช็ดไปเสาไกลเสียบตาข่ายอย่างงดงาม

    นาที 83 ลูกทีมของ มูรินโญ่ เกือบพังประตูที่สามนำห่าง และคราวนี้บอลขึ้นทางซ้ายเจาะผ่าน ชโคดราน มุสตาฟี่ ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปแปเล่นทางด้วยเท้าขวา แต่ยังไม่ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านรักษาสกอร์ที่นำไว้ได่ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบการแข่งขัน สเปอร์ส เอาชนะในเกมดาร์บี้แมตช์เหนือคู่ปรับร่วมลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล 2-1 คว้าสามแต้มพร้อมแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 8 มี 52 คะแนน ขณะที่ไอ้ปืนใหญ่รั้งอยู่อันดับ 9 มี 50 คะแนน 
   
    รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    สเปอร์ส : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส, โจวานนี่ โล เซลโซ่ (โอลิเวอร์ สคิปป์ น.84) – ลูคัส มูร่า (สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น น.82), ซน ฮึง-มิน (เอริก ลาเมล่า น.90+4), แฮร์รี่ เคน

    อาร์เซน่อล :  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช (รีสส์ เนลสัน น.84) – เอคตอร์ เบเยริน (เซดริค ซูอาเรซ น.84), ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ (โจ วิลล็อค น.84) – นิโกล่าส์ เปเป้ (บูกาโย่ ซาก้า น.70), อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

โด้ปืนผืด! ยูเวนตุสหวิดแย่ไล่เจ๊าซาสซูโอโล่ไร้ชัย3เกมติด

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ควานหาสามแต้มไม่เจอมาสาในัดติดแล้ว ล่าสุดบุกไปนำก่อนครึ่งแรก แต่สรุปทำได้แค่ตามตีเสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม ต้องรอการฉลองแชมป์ออกไปก่อน ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม : มาเปอี สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยังต้องเดินหน้าคว้าคะแนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการขยับซิวแชมป์ให้เร็วมากยิ่งขึ้น หลังนำทีมตามอยู่ 6 แต้ม เมาริซิโอ ซาร์รี่ เฮดโค้ชทีมเยือน ใส่ผู้เล่นแบบหมุนเวียนพัก "ดีบาล่า" เป็นสำรอง แต่ส่ง "โรนัลโด้" เป็นตัวจริงลุ้นยิงประตูที่ 50 ในเสื้อยูเว่ ขณะที่เจ้าบ้าน ซาสซูโอโล่ ฟอร์มหกเกมหลังไม่มีคำว่าแพ้ เป็นการชนะ 4 เกมติดอีกด้วย โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เทรนเนอร์ของทีม ปลื้มผลงานแต่หวังสร้างความประหลาดใจสอยจ่าฝูงให้ได้

     ม้าลายนำเร็วนาทีที่ 5 มิราเล็ม ปานิช วางลูกเตะมุมทางขวาออกตรงวงกลมนอกกรอบเขตโทษ ดานิโล่ ยืนรอส่องด้วยเท้าขวาบอลแหวกผู้เล่นทั้งสองทีมเข้าซุกกลางตาข่ายแบบที่ อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านหมดสิทธิ์รับ

     เจ้าถิ่นบุกบ้างนาทีที่ 10 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กระชากบอลมาทางริมสนามด้านขวา โยกหนี อเล็กซ์ ซานโดร มาหน้ากรอบเขตโทษตรงกลาง ปั่นบอลโค้งแต่ทิศทางไม่ห่างมือ วอยเชียค เชสนี่ จับบอลอยู่มือ

     ม้าลายโขยกหนีนาทีที่ 12 ดานิโล่ จ่ายบอลเส้นข้างยัดเข้ากลางสนามก่อน มิราเล็ม ปานิช ตวัดบอลทีเดียวทิ้งมาด้านหน้าให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน สปีดมาเก็บบอลลุยเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาไปซัดบอลผ่านตัวนายด่านซาสซูโอโล่ ตุงตาข่ายไปอีกเม็ด

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 22 อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านออกมาโหม่งบอลหวังตัดโอกาสคู่แข่ง ทว่าบอลกลับมาหา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลสนามข้างขวายิงไกล บอลน้ำหนักได้ลุ้นแต่ทิศทางไม่ดีพอชนข้างตาข่ายประตูแทน

     ซาสซูโอโล่เกือบเฮบ้างนาทีที่ 24 เมิร์ต มูลดูร์ เก็บบอลได้ทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ เลี้ยงล็อกเข้าเหลี่ยมเท้าขวาซัดบอลพุ่งเข้าหาประตู แต่ว่า วอยเชียค เชสนี่ มือกาวม้าลายเหยียดมือปัดออกมาก่อนผู้เล่นยูเว่เคลียร์ทิ้งออกไป

     ต่อมานาทีที่ 27 มานูเอล โลคาเตลลี่ ส่งบอลต่อให้ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กลางสนามจ่ายฝากบอลไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ส่งบอลลอดขา ,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ทะลุมาที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้วิ่งไปรับบอลชิ่งหลุดเข้าเขตโทษแต่ว่ายิงไม่ผ่านตัว วอยเชียค เชสนี่ ที่ออกมาขวางได้ทันเวลา

     เจ้าถิ่นไล่มานาทีที่ 29 เมิร์ต มูลดูร์ ลากบอลตะลุยจากริมสนามฝั่งขวามาหน้ากรอบเขตโทษโดน โรดริโก้ เบนตันกูร์ เตะสกัดบอลไปถูกตัว อเล็กซ์ ซานโดร กระดอนมาหา ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ใช้ตัวบังบอลในเขตโทษจิ้มป้ายให้ ฟิลิป ยูริซิช ยิงตามน้ำบอลลอยข้ามตัวนายทวารม้าลายเข้าไป

     ช่วงนาทีที่ 45+4 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษจ่ายตรงให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ดีดออกข้างไปที่ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ จ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สบจังหวะซัดบอลแต่ว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นตามมาบล็อกบอลลอยข้ามคานออกหลังไป จบ 45 นาที ยูเวนตุส บุกนำอยู่ 2-1

     ม้าลายชวดเฮนาทีที่ 46 จากความผิดพลาดของ อันเดรีย คอนซิยี่ นายด่านเจ้าบ้านที่ใช้มือจับบอลหลังเพื่อนเตะคืนหลัง มิราเล็ม ปานิช เขี่ยฟรีคิกสองจังหวะริมกรอบเขตโทษ 6 หลาทางซ้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดบอลติดกำแพงผู้เล่นซาสซูโอโล่ ที่กรูเข้ามาขวาง

     ซาสซูโอโล่ตีคืนสำเร็จนาทีที่ 51 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาเยื้องมาด้านขวา บอลพุ่งลอดกำแพงดาวเตะยูเว่ที่ยืนเรียงรายขวางทางเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

     เจ้าถิ่นแซงนำนาทีที่ 54 ฟิลิป ยูริซิช ส่งบอลสั้นให้ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ เปิดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษออกข้างไปทางขวา โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ โยกหนีแนวรับทีมเยือนแล้วยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตูที่เสาสอง ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ปรี่มาสไลด์ทิ่มบอลกลิ้งซุกประตูไป

     ม้าลายหวังเอาคืนนาทีที่ 60 ดานิโล่ เลี้ยงมากลางสนามไหลให้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ รับบอลก่อนหยอดมาในเขตโทษที่ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัวสำรองที่ลงมาโขกบอลคนเดียวไร้ตัวประกอบแต่ว่าบอลกลับออกข้างเสาไปแบบน่าเสียดาย

     ยูเว่ไล่เจ๊าทันนาทีที่ 64 โรดริโก้ เบนตันกูร์ โยนลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลลอยเข้าเขตโทษเสาแรกและเป็น อเล็กซ์ ซานโดร ฟูลแบ็กม้าลายโถมตัวโหม่งบอลในกรอบ 6 หลา เข้าไปกองที่ก้มตาข่ายอีกเม็ด

     ทีมเยือนพลาดโอกาสนาทีที่ 78 อเล็กซ์ ซานโดร เลี้อยบอลเลาะมาทางริมสนามฝั่งซ้าย ตัดเข้าเขตโทษด้านเดียวกันเปิดย้อนเข้ามาในเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาจับบอลล็อกหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านแล้วซัดเต็มเท้า แต่ อันเดรีย คอนซิยี่ มือกาวซาสซูโอโล่ปัดออกมาได้ยอดเยี่ยม

     เจ้าบ้านเกือบนำอีกนาทีที่ 84 ฮาเหม็ด ตราโอเล่ ส่งบอลฝากไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ หน้ากรอบเขตโทษก่อนหัวหอกสำรองวิ่งมารับบอลตรงกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วยิงบอลอัดแนวรับม้าลายกระดอนมาเข้าทาง เฌเรมี่ โบก้า ปั่นเล่นทางบอลหนีตัว วอยเชียค เชสนี่ แต่ยังมี อเล็กซ์ ซานโดร ถอยไปคุมเส้นย่อตัวโหม่งสกัดออกไป จบเกม ยูเวนตุส ทำได้แค่ไล่เสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ซาสซูโอโล่ (4-2-3-1): อันเดรีย คอนซิยี่,เมิร์ต มูลดูร์,วลัด คิริเชส (มาร์ลอน น.75),เฟเดริโก้ เปลูโซ่,จอร์กอส คีเรียโคปูลอส,ฟรานเชสโก้ มานาเนลลี่ (เมห์ดี้ บูราเบีย น.67),มานูเอล โลคาเตลลี่,โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ (จาน มาร์โก แฟร์รารี่ น.86),ฟิลิป ยูริซิช (ฮาเหม็ด ตราโอเล่ น.67),เฌเรมี่ โบก้า (จานโคโม่ ราสปาโดรี่ น.86),ฟรานเชสโก้ คาปูโต้

ยูเวนตุส (4-3-3): วอยเชียค เชสนี่,ดานิโล่,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ดานิเอเล่ รูกานี่ น.46),อเล็กซ์ ซานโดร,โรดริโก้ เบนตันกูร์,มิราเล็ม ปานิช (อาเดรียง ราบิโอต์ น.57),แบลส มาตุยดี้ (อารอน แรมซี่ย์ น.86),เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ดั๊กลาส คอสต้า น.62),กอนซาโล่ อิกวาอิน (เปาโล ดีบาล่า น.57),คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เรอัลมาดริดขอหนีบาร์ซ่า! “เบนซ์” จ้องเฝ้าพังตาข่ายอลาเบส

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เล็งสามคะแนนจากเกมนี้ หลังถูก บาร์เซโลน่า จี้ตามเข้ามาเหลือแต้มเดียว คาริม เบนเซม่า ศูนย์หน้าเจ้าบ้านอาสาซัดสกอร์ทีมเยือน อลาเบส ที่ดิ้่นรนหนีตายช่วงท้ายซีซั่น ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
เรอัล มาดริด (1) – อลาเบส (17)
เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1
สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

    ซีเนดีน ซีดาน จะขาด ดานี่ การ์บาฆาล กับ เซร์คิโอ รามอส สองแกนหลักในแนวรับที่ติดโทษแบนพร้อมกัน ทำให้จะปรับมาใช้ เอแดร์ มิลิเตา ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน

    ส่วนแบ็กขวาจะโยก แฟร์กล็องด์ เมนดี้ มาเล่น และใช้ มาร์เซโล่ ยืนแบ็กซ้าย แดนกลาง อีสโก้ จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส, เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ และ เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า

    ในรายของ เอแด็น อาซาร์ เจ็บข้อเท้า ยังไม่น่าจะฟิตทัน เช่นเดียวกับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม

    อาเซียร์ การีตาโน่ ยังไม่มี เฟร์นานโด ปาเชโก้ นายทวารมือหนึ่งที่ยังเจ็บทำให้ โรเบร์โต้ คิมิเนซ จะลงเฝ้าเสาต่อไป

    ส่วนในแนวรับแบ็กซ้ายไม่มี รูเบน ดูอาร์เต้ กระดูกนิ้วแตก ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการโยกเอา อาเดรียน มาริน จากแบ็กขวามายืนแทน แล้วเติม ชิโม่ นาบาร์โร่ มาเล่นแบ็กขวา, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ลิซานโดร มากายาน จะยืนกับ บิคตอร์ ลากวาร์เดีย
 
    ในแผงกองกลาง โตมัส ปีน่า ลงเล่นมิดฟิลด์ตัวรับคู่กับ บิคตอร์ กามาราซ่า ริมเส้นเป็น อเล็กซ์ บีดาล ขึ้นเกมทางด้านขวา ฝั่งซ้ายมี หลุยส์ รีโอฆา ลงลากเลื้อย ส่วนคู่หน้าจะเป็น ลูกัส เปเรซ ยืนกับ โฆเซลู ซาน มาร์ติน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้-อีสโก้-วินิซิอุส, คาริม เบนเซม่า

อลาเบส (4-4-2) โรเบร์โต้ ฆิมิเนซ-ชิโม่ นาบาร์โร่, ลิซานโดร มากายาน, บิคตอร์ ลากวาร์เดีย, อาเดรียน มาริน-อเล็กซ์ บีดาล, โตมัส ปีน่า, บิคตอร์ กามาราซ่า, หลุยส์ รีโอฆา-ลูกัส เปเรซ, โฆเซลู ซาน มาร์ติน

“มาเน่-โจนส์” โคตรฮีโร่! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ทุบ แอสตัน วิลล่า

    ลิเวอร์พูล กลับมาทำผลงานได้ดีเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยการเปิดสนามแอนฟิลด์ ไล่ทุบ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ "หงส์แดง" ไม่แพ้ใครในบ้านกับการเล่นเกมลีกไปแล้ว 57 แมตช์ โดยชนะ 47 เสมอ 10 แมตช์ แถมยังชนะรวด 24 เกมติดต่อกันซะด้วย
    "หงส์แดง" เพิ่งจะโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดการเผาเครื่องในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ และลูกทีมของเขากลับมาเรียกศรัทธาคืนได้ทันที โดยไล่ต้อน วิลล่า โดยได้สองประตูจาก ซาดิโอ มาเน่ และ เคอร์ติส โจนส์ ทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ มีความเป็นไปได้ว่า คล็อปป์ อาจจะใช้ระบบโรเตชั่นในช่วง 5 เกมที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้ แต่กระนั้นเขาก็ยังคงมองโอกาสในการเก็บแต้มสูงสุดเกิน 100 คะแนน เพราะตอนนี้คว้าไปแล้ว 89 แต้ม และหากชนะรวดก็จะทำลายสถิติของ แมนฯ ซิตี้ ที่ทำเอาไว้ในซีซั่น  2017/2018 ทันที

1.  มาเน่ สำคัญเสมอ
    ก่อนที่จะเกิดมาตรการล็อกดาวน์ มีการพูดกันในวงกว้างว่า นักเตะแห่งปีของสโมสร น่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม "หงส์แดง" ซึ่งว่ากันว่าควรจะได้รับรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ในฤดูกาลนี้

    แต่สำหรับนักเตะที่ดีที่สุดจากมุมมองของสาวก "เดอะ ค็อป" แน่นอนว่าพวกเขาโหวตให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ให้รับตำแหน่งแข้งแห่งปีของพวกเขา โดย ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 มีบทบาทสำคัญมากๆ ในเกมรุกของทีม โดยเฉพาะการที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ดิว็อค โอริกี้ ขาดคุณภาพในการจบสกอร์

    ดาวเตะชาวเซเนกัล จัดการซัดประตูแรกให้กับทีม ซึ่งเป็นประตูที่ 20 ของเขาจากการเล่นทุกรายการในฤดูกาลนี้ และยังเป็นประตูที่ 50 ที่สามารถยิงได้ในถิ่นแอนฟิลด์ด้วย ที่สำคัญเขามีส่วนอย่างยิ่งในการช่วย "เดอะ เร้ดส์" คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ

    ในขณะเดียวกันการดวลกับ วิลล่า ดูเหมือน มาเน่ จะถูกโฉลกกับทีมนี้เหลือเกิน เพราะเขาซัด 6 ประตู ใน 6 เกมลีกที่ปะทะกับ "สิงห์ผงาด" โดยสถิตินี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ยังเล่นให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งเจ้าตัวสร้างสถิติซัดแฮตทริกเร็วที่สุดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีด้วย

2. ได้เวลาใช้ระบบโรเตชั่น
    การเห็น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล เริ่มเป็นห่วงสภาพร่างกายของทั้งคู่ที่กรำศึกหนัก และส่งผลต่อฟอร์มการเล่นในสนาม ซึ่งเกมปะทะกับ วิลล่า ทั้งสองคนค่อนข้างจะเล่นไม่ออก และมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากอาการล้าจากการลงสนามบ่อยเกินไป

    ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ คล็อปป์ เตรียมที่จะใช้ระบบโรเตชั่นในเกมที่จะดวลกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และ เบิร์นลี่ย์ โดยนักเตะที่เตรียมจะได้รับโอกาสก็คงหนีไม่พ้น เนโก วิลเลี่ยมส์ ซึ่งน่าจะได้ลงสนามในแมตช์พบ ไบรท์ตัน วันพุธนี้โดยจะเป็นการลงเล่นตัวจริงในลีกแมตช์แรกของเขา ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ และลงประจำการแทน โรเบิร์ตสัน ที่จะได้พักร่างกายหลังกรำศึกมานาน

 
    ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการซัดประตูติดกล่องซึ่งเป็นการฉลองการขยายสัญญาของนักเตะไปในตัว โดยตอนนี้ ดาวเตะวัย 19 ปี ลงเล่นในเกมลีกไปแล้ว 3 แมตช์และต้องการอีก 2 เกม ก็จะทำให้เขาได้รับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งแน่นอนว่า คล็อปป์ เตรียมจะให้โอกาสนักเตะได้ลงสนามตัวจริงในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้

    สำหรับ คล็อปป์ อาจจะเลือกใช้ระบบโรเตชั่นในตำแหน่งอื่นๆ อีก เพราะตอนนี้พวกเขาไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะต้องใช้งานนักเตะจนร่างกายกรอบ เพราะได้แชมป์ไปแล้ว ฉะนั้นการเลือกให้โอกาสตัวสำรอง และดาวรุ่งลงเล่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเกมต่อๆ ไป

3. เบ็คเกอร์เหนียวหนึบเหลือเกิน
    อลีสซง เบ็คเกอร์ มีลุ้นที่จะรักษารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หรือ "โกลเด้น โกลฟ" ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทัพ "หงส์แดง" มาตลอดในฤดูกาลนี้ โดยล่าสุดก็จัดการเก็บคลีนชีต ในแมตช์สอย แอสตัน วิลล่า ที่แอนฟิลด์

    ฟอร์มของ อลีสซง มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ "เดอะ เร้ดส์" ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ โดยในแมตช์รับมือ "สิงห์ผงาด" นายทวารรูปหล่อทีมชาติบราซิล โชว์ลีลาการป้องกันประตูได้หลายต่อหลายครั้ง ทำให้ต้นสังกัดเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ

    สำหรับในฤดูกาล 2019/2020 อลีสซง ทำสถิติเก็บคลีตชีทไปแล้ว 13 แมตช์ (รวมเกมชนะ แอสตัน วิลล่า ด้วย) เท่ากับ นิค โป๊ป ผู้รักษาประตูสุดเหนียวหนึบของ เบิร์นลี่ย์ ในฤดูกาลนี้ ลองคิดดูหากเจ้าตัวไม่พลาดลงเฝ้าเสาให้ "หงส์แดง" 9 เกมลีกเนื่องจากโดนแบนและได้รับบาดเจ็บ สถิติอาจจะเจ๋งกว่านี้ก็ได้

4. โจนส์ นับวันยิ่งอนาคตสดใส
    เคอร์ติส โจนส์ ชื่อนี้สาวก "เดอะ ค็อป" ต้องจำเอาไว้ให้ดีๆ เพราะนี่คืออนาคตของ "หงส์แดง" อย่างแท้จริง โดยนักเตะเพิ่งจะอายุเพียง 19 ปี แต่มีส่วนอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของสโมสร โดยเฉพาะการลงสนามในเกมฟุตบอลถ้วยไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ ในฤดูกาลนี้

    โจนส์ เพิ่งจะได้รับรางวัลด้วยการสลัดน้ำหมึกขยายสัญญายาวอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ และเขาก็จัดการฉลองด้วยการตะบันประตูตอกฝาโลงใส่ แอสตัน วิลล่า ในช่วงนาทีสุดท้ายของเกม ทำให้ตอนนี้เจ้าตัวส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายให้ทีมรักไปแล้ว 3 ลูกจากทุกรายการ และเป็นประตูแรกในเกมพรีเมียร์ลีก

    ดาวเตะวัย 19 ปี ถูกส่งลงมาเล่นในนาทีที่ 84 และใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีก็ใส่ชื่อบนสกอร์บอร์ดในฐานะผู้ทำประตูได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า โจนส์ เป็นความภาคภูมิใจของสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะเขามีความเป็น "สเกาเซอร์" ทั้งตัวและหัวใจตั้งแต่เยาว์วัย

    ยิ่งไปกว่านั้น โจนส์ ยังกลายเป็นแข้งลิเวอร์พูลที่อายุน้อยที่สุด (19 ปี กับ 157 วัน) ที่ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกได้ นับตั้งแต่ที่ เทนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (19 ปี กับ 80 วัน) เคยทำได้มาแล้วในแมตช์ที่นำทัพ "หงส์แดง" ปะทะ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2017

5. ลุ้นทำสถิติทะลุ 100 คะแนน
    คงจะไม่ใช่เป็นการอวยกันเกินไป หากจะบอกว่า คล็อปป์ ยังคงมองเห็นโอกาสในการนำ ลิเวอร์พูล ทำแต้มให้เกินทะลุหลัก 100 คะแนนในฤดูกาลนี้ หลังพวกเขาสามารถเก็บ 3 แต้มสำคัญในแมตช์รับมือ แอสตัน วิลล่า ทำให้ความหวังที่จะเห็นสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีก เริ่มกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง

    สำหรับตอนนี้เหลือเกมลีกให้ลงสนามอีกเพียง 5 แมตช์ และจากการที่ "หงส์แดง" จัดการสอย วิลล่า 2-0 ทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มได้อีกเป็น 89 คะแนน และจากแมตช์ที่เหลืออยู่มีถึง 15 แต้มให้เก็บ ฉะนั้นหากพวกเขาสามารถสอยชัยชนะได้ทั้งหมดจะมีคะแนนเบ็ดเสร็จ 104 แต้ม ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ในการเก็บคะแนนสูงสุดในลีก

    ต้องบอกเลยว่าสถิตินี้มีความสำคัญมากๆ กับ "เดอะ เร้ดส์" เพราะเป็นเหมือนแรงกระตุ้นของ คล็อปป์ และลูกทีม ในการทำคะแนนให้ได้สูงสุด และยังเป็นการทำผลงานได้เหนือกว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำสำเร็จตอนคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2017/2018 ด้วยสถิติ 100 คะแนน

 

บรูโน่ซัดโทษ-ป็อกบายิงด้วย! แมนยูบุกถล่มวิลล่าบี้เลสเตอร์เหลือแต้มเดียว

"ผีแดง" แมนยู ผลงานกำลังดุดันเกินพิกัดไม่แพ้ใครในลีกเป็น 10 เกมติด หลัง "ป็อกบา-บรูโน่" ร่วมกันพังสกอร์ก่อนทีมถล่ม "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 3-0 ทำคะแนนไล่หลังกดดัน เลสเตอร์ ที่รั้งอันดับ 4 พื้นที่ชปล.เหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น ในการแข่งขันศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สนาม : วิลล่า พาร์ค

     ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ผีแดง" แมนยู ผลงานกำลังเข้าฝักสุดขีดไม่แพ้ใครในลีกมา 9 นัดติด แถมแนวรุกนัดล้่าสุดถล่ม บอร์นมัธ เละเทะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ทีมเยือน จัดผู้เล่นแบบไม่มีพัก แดนกลางมี "ป็อกบา-บรูโน่" คุมเกม ด้านหน้ามี "แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาล" ร่วมผลิตสกอร์ ฟากเจ้าบ้าน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า  จำเป็นต้องมีคะแนนแมตช์นี้หากอยากเพิ่มเปอร์เซ็นต์รอดตกชั้น แต่มองฟอร์มลูกทีม ดีน สมิธ แล้วแทบส่ายหัว ไม่ชนะใครเกมลีก 9 เกมติดเช่นกัน วาง "แจ็ค กรีลิช" แข้งเป้าหมายทีมเยือนวาดลวดลาย

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 17 แจ็ค กรีลิช โยกบอลข้ามฟากจากด้านซ้ายมาที่ เอซรี่ คอนซ่า ครอสบอลเข้าไปที่บริเวณเขตโทษ 8 หลาทางซ้าย ดั๊กลาส ลุยซ์ ปรี่มาพักอกกระแทกบอลหวังทำประตูแต่ยังดี อารอน วาน-บิสซาก้า มาขวางไว้ทันเวลา

     สิงห์ผงาดเดินเครื่องนาทีที่ 19 เอซรี่ คอนซ่า ฟูลแบ้กเจ้าบ้านแอบเติมขึ้นมาเปิดบอลจากกลางสนามด้านขวา บอลโค้งมาตกริมเขตโทษทางซ้าย แจ็ค กรีลิช วางเท้ายิงตามน้ำจังหวะเดียว แต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไปไกล

     วิลล่าเกือบเฮนาทีที่ 25 ปอล ป็อกบา ครองบอลไม่ดีถูกแนวรุกเจ้าถิ่น เทรเซเก้ต์ ขโมยบอลลากเข้ามาถึงหน้ากรอบเขตโทษ แล้วเจ้าตัวยิงแบบปั่น  บอลพุ่งเรียดหนีมือ ดาบิด เด เคอา แต่กลับชนเสาด้านซ้าย กลิ้งออกหลังไป

     แมนยูออกนำนาทีที่ 27 เมสัน กรีนวู้ด จ่ายบอลสั้นให้เข้าเขตโทษให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เลี้ยงบอลกลับออกมานอกเขตโทษ แล้วแตะต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปรี่มาม้วนตัวจะรับบอลแต่ถูก เอซรี่ คอนซ่า แหย่ขาเตะล้มในเขตโทษ กรรมการชี้ให้ฟรีคิกจังหวะแรก ก่อนดูวีเออาร์เปลี่ยนเป็นให้จุดโทษ และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส สังหารเข้าไป

     ผีแดงเร่งหนักนาทีที่ 35 ปอล ป็อกบา ลากบอลขึ้นหน้าเลยกลางสนาม ส่งออกข้างฝั่งขวาให้ เมสัน กรีนวู้ด เลี้ยงบอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษจ่ายเรียดขวางสนามไปที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รับบอลกระชากต่อมาตรงเส้นเขตโทษแล้วซัดบอลแต่เบาไปเข้ามือนายทวารเจ้าถิ่น

     ทีมเยือนชวดทิ้งห่างนาทีที่ 37 เนมานยา มาติช แทงบอลจากกลางสนามระยะประมาณ 25 หลาต่อให้ เมสัน กรีนวู้ด พลิกตัวเลี้ยงบอลเข้าไปซัดในเขตโทษ บอลพุ่งหากรอบประตูแต่ เปเป้ เรน่า โชว์เซฟปัดบอลออกข้างเขตโทษด้านขวาได้ยอดเยี่ยม

     ช่วงนาทีที่ 45 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้บอลจากกลางสนาม ฝากบอลไปที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หน้ากรอบเขตโทษจ่ายออกข้างให้ ลุค ชอว์ ลากบอลจี้มาริมเส้นเขตโทษทางซ้ายทำชิ่งกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ยืนรอในเขตโทษ ก่อนแบ็กขวาผีแดงหลุดเข้าไปหยอดบอลมาหน้าเขตโทษ และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส สอดขึ้นมาโหม่งคนเดียวโล่ง ๆ ทว่าบอลลอยข้ามคานออกไปแบบเหลือเชื่อ

     ป๊ศาจแดงได้เปรียบหนีกนาทีที่ 45+4 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงต่ำไปแย่งบอลจาก ไทรอน มิงส์ ที่เลี้ยงบอลขึ้นสูง ก่อนเจ้าตัวส่งต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงออกด้านขวาไปที่ เมสัน กรีนวูด ลากบอลถึงกลางสนาม 25 หลาไหลเข้ากลางให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แตะหนึ่งครั้งแล้วส่งคืนไปที่ เมสัน กรีนวู้ด ลากบอลมาถึงวงกลมเขตโทษซัดด้วยเท้าขวาบอลแรงผ่านมือ เปเป้ เรน่า นายทวารวิลล่าเข้าไปอย่างสวยงาม หมดครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด บุกนำอยู่ 2-0

     ทีมเยือนรุกอีกนาทีที่ 49 เนมานยา มาติช ไหลบอลออกข้างจากกลางสนาม 25 หลาให้ ลุค ชอว์ ดีดบอลสั้นเข้าเขตโทษฝั่งเดียวกัน มาร์คัส แรชฟอร์ด วิ่งมารับบอลแล้วล็อกหนึ่งครั้งหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านตักบอลข้ามมาเขตโทษอีกฝั่ง ก่อนเป็น อารอน วาน-บิสซาก้า สอดมาเทคตัวโหม่งคนเดียว บอลกระดอนฉิวเสาออกไปแบบมีลุ้น

     วิลล่าตอบโต้นาทีที่ 54 แจ็ค กรีลิช เลี้ยงบอลกินระยะมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ป้ายบอลให้ เทรเซเก้ต์ รับบอลตบย้อนกลับมาจากเขตโ?ษให้ จอห์น แม็คกินน์ ส่องไกลจากนอกเขตโทษ บอลเบาเกินไป ดาบิด เด เคอา ล้มตัวรับไว้สบายมือ

     ผีแดงอดเฮนาทีที่ 56 อารอน วาน-บิสซาก้า ได้บอลริมสนามฝั่งขวา จ่ายเข้ากลางสนามไปที่ ปอล ป็อกบา ไหลออกทางซ้ายไปที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ครองบอลแล้วตัดเข้ามายิงจากเส้นกรอบเขตโทษ บอลพุ่งกระดอนพื้นชนตัว ปอล ป็อกบา ที่วิ่งเติมเข้าไปในเขตโทษซุกก้นตาข่าย แต่ว่ากลายเป็นลูกล้ำหน้าจังหวะบอลไปถูกตัว ปอล ป็อกบา

     แมนยูทิ้งไกลนาทีที่ 58 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลูกเตะมุมย้อนออกมาหน้าวงกลมนอกเขตโทษตรงกลาง ปอล ป็อกบา ปรี่มาคนเดียวจับบอลแต่งหนึ่งทีแล้วปั่นโค้งเสียบตาข่ายด้านขวา แบบที่ เปเป้ เรน่า มือกาวสิงห์ผงาดได้แต่ยืนดู

     ทีมเยือนลุยต่อนาทีที่ 61 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงต่ำไปกระชากบอลมาถึงกลางสนาม ส่งสั้นให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับบอลก่อนจิ้มต่อให้หัวหอกเพื่อนร่วมทีมหลุดเข้าไปในเขตโทษทางซ้ายหวดบอลเต็มเท้า บอลเหินเช็คคานกระเด้งออกเขตโทษอีกด้านไป

     ท้ายเกมนาทีที่ 90+2 ปอล ป็อกบา เลี้ยงบอลตะลุยเดี่ยวกลางสนามระยะ 25 หลา ก่อนไหลบอลลอดขา ไทรอน มิงส์ กองหลังวิลล่าให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด แตะบอลเข้าเขตโทษแล้วซัดบอลทันทีแต่ว่า เปเป้ เรน่า นายด่นเจ้าบ้านยังเซฟเอาไว้ได้ จบเกม แมนฯยูไนเต็ด บุกถล่ม แอสตัน วิลล่า 3-0 ทำคะแนนไล่จี้ เลสเตอร์ อันดับ 4 พื้นที่ ชปล.เหลือแค่แต้มเดียว

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แอสตัน วิลล่า (4-4-1-1): เปเป้ เรน่า,เอซรี่ คอนซ่า,คอร์ตนี่ย์ เฮาส์,ไทรอน มิงส์,นีล เทย์เลอร์,อันวาร์ เอล กาซี่ (คอเนอร์ เฮาริฮาน น.58),ดั๊กลาส ลุยซ์ (อินเดียน่า วาซิเลฟ น.84),จอห์น แม็คกินน์ (มาร์เวลัส นากัมบา น.59),เทรเซเก้ต์,แจ็ค กรีลิช,เอ็มบวานา ซามัตต้า (เคนัน เดวิส น.59)

แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1): ดาบิด เด เคอา,อารอน วาน-บิสซาก้า (แบรนดอน วิลเลียมส์ น.66),วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์,ลุค ชอว์,เนมานยา มาติช (สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ น.66),ปอล ป็อกบา,เมสัน กรีนวู้ด (ดาเนียล เจมส์ น.79),บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เฟร็ด น.71),มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (โอเดียน อิกาโล่ น.79)

มูเซ็ง! สเปอร์สชวดจุดโทษ-VARช่วยชีวิตก่อนบุกเจ๊าบอร์นมัธ

"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส พลาดโอกาสเก็บชัยชนะหลังจากช่วงครึ่งแรกชวดจุดโทษ จน โชเซ่ มูรินโญ่ ออกอาการโวยกรรมการ แต่โชคดีที่ท้ายเกม วีเออาร์ช่วยพวกเขารอดพ้นการพ่ายแพ้ บุกทำได้แค่เสมอ บอร์นมัธ 0-0 ขยับรั้งอันดับ 9 ตามหลังพื้นที่ยูโรปาลีกอยู่ 2 คะแนน ส่วนเจ้าบ้านเพิ่มโอกาสพ้นโซนตกชั้นขึ้นมาเล็กน้อย ในการแข่งขันศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สนาม : ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ยังคงต้องไล่ล่าคะแนนเพื่อขยับอันดับขึ้นแย่งตั๋วบอลยูโรปาลีก โชเซ่ มูรินโญ่  กุนซือจอมแท็กติก วางหมากให้ลูกทีมหวังชนะควักชัยกลับออกไป ผู้เล่นตัวสำคัญ "แฮร์รี่ เคน" ขณะที่แข้งรายอื่นอย่าง "ซน ฮึง-มิน" มีชื่อเป็นสำรองนัดบุกถิ่น "เดอะ เชอร์รี่ส์" บอร์นมัธ ของโค้ชคนหนุ่ม  เอ็ดดี้ ฮาวล์  ที่สภาพฟอร์มแย่ แถมสถานการ์หนีตกชั้นก็ไม่สู้ดี มีคะแนนตามโซนปลอดภัย 4 แต้ม แดนหน้ามี "คัลลั่ม วิลสัน-โจชัว คิง" ยืนคู่หวดสู้

     ไก่เดือยทองบุกก่อนนาทีที่ 4 เอริค ลาเมล่า จ่ายบอลจากหน้ากรอบเขตโทษ ไหลออกข้างด้านขวาให้ แซร์ช โอริเย่ร์ เติมขึ้นมาครอสบอลเสี่ยงมาหน้าเขตประตู ดีเอโก้ ริโก้ แนวรับเจ้าถิ่นเตะสกัดเกือบเข้าประตูตนเองที่เสาสองแต่ยังดีมีเพื่อนร่วมทีมช่วยเคลียร์อีกครั้งออกหลังไป

     จังหวะต่อเนื่องนาทีที่ 6 โจชัว คิง วิ่งชนเข้าด้านหลังของ แฮร์รี่ เคน ที่พยายามเข้าพังสกอร์จากลูกเตะมุม ล้มลงในเขตโทษ กรรมการฟังสัญญานวีเออาร์ ทว่าไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นลูกจุดโทษ เชิ้ตดำให้ดำเนินเกมต่อไป

     เจ้าบ้านเกือบเฮนาทีที่ 21 ดีเอโก้ ริโก้ โยนลุกฟรีคิกจากริมสนามทางซ้ายประมาณ 35 หลา บอลลอยมาตกที่เสาสองฝั่งขวา เจฟเฟร์ซอน เลร์ม่า วิ่งมาทิ้งตัวโหม่งบอลกระดอนมาหน้าปากประตูที่มี นาธาน อาเก้ รอซ้ำอยู่ ทว่า แฮร์รี่ เคน ตัดหน้าโขกทิ้งช่วยทีมได้ทันเวลา

     สเปอร์สยังบุกนาทีที่ 28 สตีเว่น เบิร์กไวจ์ ได้บอลกลางสนามหน้ากรอบเขตโทษ ดีดีอกข้างให้ แซร์ช โอริเย่ร์ ทางด้านขวา วางบอลเข้ากลางเขตโทษ เอริค ลาเมล่า ปรี่มาหวังโหม่งบอลแต่ว่า นาธาน อาเก้ กองหลังเจ้าถิ่นทำได้ดีเข้าขวางและสกัดออกหลังไป

     เชอร์รี่ส์ตอบโต้นาทีที่ 40 จูเนียร์ สตานิสลาส เปิดลูกฟรีคิกริมสนามทางซ้าย เจ้าตัวหลอกยิงบอลเข้าเขตโทษตรงเสาแรก บอลกระดอนลงพื้นเข้าหากรอบประตู แต่ อูโก้ โยริส นายทวารไก่เดือยทองยังไม่พลาดรับเอาไว้อยู่มือ

     ช่วงนาทีที่ 45 ดีเอโก้ ริโก้ วางบอลเข้ากลางเขตโทษ แนวรับทีมเยือนโหม่งเคลียร์ออกมาหน้ากรอบเขตโทษ จูเนียร์ สตานิสลาส โฉบมาขโมยบอลเลี้ยงเลาะมาตรงวงกลมเขตโทษ แล้วซัดบอลเรียดหนีผู้เล่นสเปอร์ส บอลพุ่งเกือบเสียบเสาด้านขวา ทว่า อูโก้ โยริส เหยียดสุดมือแปะบอลทิ้งไปได้ จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

     เชอร์รี่ส์เสียตัวผู้เล่นนาทีที่ 55 เบน เดวิส ตั้งใจเล่นบอลมากเกินไป วิ่งมาโหม่งบอลแต่ตัวไปกระแทกใส่ อดัม สมิธ จนฟูลแบ็กบอร์นมัธ สลบแบบหมดสติคาสนาม ทีมแพทย์เจ้าบ้านต้องรีบลงมาดูอาการ ก่อนต้องเปลี่ยนตัวเอา แจ็ค สเตซี่ย์ เล่นแทน

     ทีมเยือนเดินเกมนาทีที่ 70 แซร์ช โอริเย่ร์ ดันขึ้นสูงหลุดมาทางริมสนามทางขวา ก่อนเจ้าตัวครอสบอลเข้ากลางเขตโทษหวังให้ เอริค ลาเมล่า เข้ามาชาร์จบอลแต่ว่า นาธาน อาเก้ สไลด์ตัวเคลียร์ทิ้งออกหลังได้หวุดหวิด

     เจ้าบ้านพยายามอีกนาทีที่ 71 จูเนียร์ สตานิสลาส โยนลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง โจชัว คิง ขึ้นเทคตัวเอาชนะ มุสซ่า ซิสโซโก้ ก่อนโขกบอลกดลงพื้นบอลบริเวณเขตโทษระยะ 8 หลา กระเด้งออกข้างเสาประตูไปอย่างน่าเสียดาย

     ทีมเยือนนาทีที่ 83 ซน ฮึง-มิน โยนลูกเตะมุมทางขวา เข้ามาหน้ากรอบ 6 หลา เกมรับเจ้าถิ่นช่วยกันสกัดมาเข้าทาง ลูคัส มูร่า ตัวสำรองที่ลงมาจับบอลก่อนพลิกตัวยิงแต่ยังคงถูกผู้เล่น

     บอร์นมัธเซ็งหนักนาทีที่ 86 คัลลั่ม วิลสัน พลิกตัวหนีก่อนโดนดาวเตะสเปอร์สสกัดล้ม แทงบอลออกข้างให้ จูเนียร์ สตานิสลาส กระชากบอลหลุดมาทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย หยอดบอลมาที่ โจชัว คิง ยืนโล่งคนเดียวโขกบอลเข้าไปตุงตาข่าย ทว่ากรรมการเลือกที่จะเป่าฟาวล์ย้อนให้เจ้าถิ่นเป็นลูกฟรีคิกแทน 

     ช่วงนาทีที่ 90 คัลลั่ม วิลสัน เก็บตกบอลจากลูกฟรีคิกของเพื่อนร่วมทีม เจ้าตัวเอนตัวตวัดแบบกลับหลังยิงบอลกระเด้งเข้าประตูไปชนิดที่ อูโก้ โยริส นายทวารทีมเยือนหมดสิทธิ์เซฟ ทว่ากรรมการขอดูวีเออาร์ ปรากฎว่าบอลไปถูกมือหัวหอกเจ้าบ้านก่อน เลยต้องโดนริบสกอร์คืน

     เจ้าถิ่นหวิดนำนาทีที่ 90+6 แฮร์รี่ วิงค์ส จ่ายบอลพลาดถูก จูเนียร์ สตานิสลาส ดักไว้ได้กลางสนามไหลมาด้านข้างให้ โจชัว คิง ปาดต่อไปที่ แฮร์รี่ วิลสัน ที่วิ่งไปรอในเขตโทษทางฝั่งขวา เข้าไปดวลเดี่ยวแต่เจ้าตัวยิงไม่ผ่าน อูโก้ โยริส ที่ออกมาบล็อกได้อย่างรวดเร็ว จบเกม บอร์นมัธ เสมอ สเปอร์ส 0-0 ทำเจ้าถิ่นขยับมาที่อันดับ 18 ส่วนทีมเยือนห่างพื้นที่ยูโรปาลีก 2 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บอร์นมัธ (4-2-2): อารอน แรมส์เดล,อดัม สมิธ (แจ็ค สเตซี่ย์ น.63),นาธาน อาเก้,ลอยด์ เคลลี่,ดีเอโก้ ริโก้,เดวิด บรู๊คส์ (แฮร์รี่ วิลสัน น.66),แดน กอสลิ่ง,เจฟเฟร์ซอน เลร์ม่า,จูเนียร์ สตานิสลาส,โจชัว คิง,คัลลั่ม วิลสัน

สเปอร์ส (4-3-3): อูโก้ โยริส,แซร์ช โอริเย่ร์ (เจดสัน เฟอร์นันเดส น.90+2),โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์,แยน แฟร์ต็องเก้น,เบน เดวิส,มุสซ่า ซิสโซโก้ (ลูคัส มูร่า น.75),แฮร์รี่ วิงค์ส,โจวานนี่ โล เซลโซ่ (ต็องกี เอ็นดอมเบเล น.46),เอริค ลาเมล่า,แฮร์รี่ เคน,สตีเว่น เบิร์กไวจ์ (ซน ฮึง-มิน น.46)