ปารีสไม่ช่วย! โมดริชแนะเอ็มบัปเป้ย้ายทีมยกระดับตัวเอง

มิดฟิลด์ราชันชุดขาว ชี้ว่ายอดแนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสควรย้ายออกจากเปแอสเชเพื่อยกระดับตัวเองขึ้นไปเป็นยอดนักเตะของโลก
ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ของ เรอัล มาดริด แนะนำให้ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ย้ายออกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปทีมยักษ์ใหญ่เพื่อยกระดับการเล่นของตัวเอง

แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวลือกับทางราชันชุดขาวอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง ซีเนดีน ซีดาน กุนซือของทีมได้ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเขาต้องการนักเตะรายนี้มาร่วมทีม

แม้ว่า เลโอนาร์โด้ ผอ.กีฬาของเปแอสเช จะยืนยันว่าไม่ขายแนวรุกตัวเก่งอย่างแน่นอน แต่ โมดริช ได้แนะให้ เอ็มบัเป้ เลือกย้ายไปต้าแข้งกับทีมใหญ่เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง

"เอ็มบัปเป้ มีทุกอย่างเพื่อครองวงการ" โมดริช เผยกับ  La Gazzetta dello Sport

"แต่ผมคิดว่ามันต้องมีการก้าวกระโดดไปอีกขั้น ในเรื่องของคุณภาพ เขาควรไปเล่นในลีกที่ทีมของเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้แบบง่ายดายแบบนี้"

 

ท็อป10นักเตะค่าตัวประเมินแพงสุด-โควิดทำวูบหมด

เปิด 10 อันดับนักเตะที่มีค่าตัวประเมินสูงสุดในโลก หลังเจอโควิด-19 ทำพิษ
      คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยังคงได้รับการประเมินให้เป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงสุดในโลก แต่ร่วงไปถึง 21.5 เปอร์เซ็นต์ หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนส่งผลให้ ลีก เอิง ฝรั่งเศส ต้องตัดจบฤดูกาลไปแล้ว

    หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส วัย 21 ปี มีค่าตัวประเมินจาก เคพีเอ็มจี บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลกก่อนล็อกดาวน์อยู่ที่ 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 7,800 ล้านบาท) แต่หลัง ลีก เอิง ตัดจบหล่นมาอยู่ที่ 158 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,162 ล้านบาท) แต่ถ้าเล่นจบซีซั่นจะมีค่าตัวประเมินอยู่ที่ 167 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,513 ล้านบาท)

 

ทำตามความรู้สึก! เดชองส์ชื่นชมก็องเต้ปฏิเสธซ้อมกับเชลซี

นายใหญ่ทีมชาติฝรั่งเศสยกย่องลูกทีมคนเก่งที่ทำตามความรู้สึก หลังปฏิเสธซ้อมกับสโมสรเพราะกลัวอันตรายจากเชื้อโควิด-19

ดิดิเยร์ เดชองส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศส ยกย่อง เอ็นโกโล ก็องเต้ ที่กล้าปฏิเสธที่จะเดินทางมาซ้อมกับเชลซี เพราะหวั่นได้รับอันตรายจากไวรัสโควิด-19 หลังก่อนหน้านี้เคยแสดงอาการคล้ายติดเชื้อในระหว่างกักตัว

กองกลางเฟร้นช์แมนมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแค่วันเดียว ก่อนจะขอลงซ้อมเองที่บ้านนับตั้งแต่นั้น ซึ่งสิงห์บลูก็อนุญาตให้เขาทำตามความต้องการ แม้ว่าพวกเขาอาจหมดสิทธิ์ใช้งานแข้งรายนี้ตลอดซีซันที่เหลือ

"ผมไม่ได้แค่เข้าใจเขา แต่ผมยังมองว่ากรณีของก็องเต้คือแบบอย่าง" เดชองส์ กล่าวผ่าน Le Parisian

"เอ็นโกโลเป็นธรรมชาติมาก ๆ เขายิ้มอยู่เสมอ"

"เขาแสดงความรู้สึกออกมา ผมเคารพเขา"

"มันเป็นเรื่องดีที่สโมสรรับฟังเขา และอนุญาตให้เขาทำตามความต้องการ คุณต้องพิจารณาความรู้สึกของนักเตะด้วย"

"ฟุตบอลคืองานของพวกเขา ความชื่นชอบของพวกเขา แต่พวกเขาไม่สามารถอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันโดยไม่สนใจอะไรได้"

"ถ้าสโมสรยังเรียกร้องให้พวกเขามาซ้อม มันเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะแสดงผลงานออกมา"

ทั้งนี้ ก็องเต้ระมัดระวังสุขภาพของตัวเองเป็นพิเศษ หลังเคยมีอาการวูบในระหว่างซ้อมกับสิงห์บลูในปี 2018 แถมยังต้องมาเสียพี่ชายจากอาการหัวใจวายในปีเดียวกัน

รื้อไฟล์เก่า! ต่างดาวจ้องดูด “เดอ ลิกต์” ขึ้นยานซัมเมอร์นี้



รายงานข่าวจากสื่อในประเทศสเปนเปิดเผยว่า "ทัพต่างดาว" บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ลาลีกา สเปน กำลังให้ความสนใจ มัตไธจ์ส เดอ ลิกต์ ปราการหลังของยูเวนตุส แห่งศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี

เดอ ลิกต์ วัย 20 ปี เป็นกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดแห่งยุคสมัยที่อยู่กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยได้รับความสนใจจากหลายทีมทั่วยุโรป รวมถึง บาร์เซโลน่า

แต่สุดท้ายเจ้าตัวเลือกย้ายไปอยู่กับยูเวนตุส ด้วยค่าตัวกว่า 80 ล้านยูโร เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2019 แต่ดูเหมือนว่าจะยังปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ของ เซเรีย อา ไม่ได้

ล่าสุด มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อแดนกระทิงดุเผยว่า บาร์เซโลน่า กลับมาให้ความสนใจแข้งทีมชาติเนเธอร์แลนด์อีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาเตรียมปล่อย ซามูเอล อุมติตี แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ป็อกบาเผยตอนนี้สุดคิดถึงเกมลูกหนัง



ปอล ป็อกบา กองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าตอนนี้ตัวเองคิดถึงการกลับมาลงสนามอีกครั้ง

 มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสเจอกับอาการบาดเจ็บตลอดฤดูกาลนี้ แม้ว่าจะกลับมาลงสนามได้แต่ก็เจ็บพักยาวมาตั้งแต่เดือนธันวาคมก่อนที่ฟุตบอลจะหยุดการแข่งขันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งเจ้าตัวหวังว่าจะได้กลับมาลงสนามโดยเร็วพร้อมโชว์ฟอร์มเยี่ยมอีกครั้ง

 "ผมคิดถึงฟุตบอลเหลือเกิน" ป็อกบา กล่าวกับ สเตลล่า แม็คคาร์ทนี่ย์ ในการให้สัมภาษณ์ในส่วนหนึ่งของซีรี่ย์ "เดอะ ฮัดเดิ้ล" ของ อาดิดาส

 "ผมได้รับบาดเจ็บ, ดังนั้นผมต้องซ้อมด้วยตัวเองราว 7 เดือนแล้ว – เมื่อผมกลับลงสู่สนาม, สถานการณ์โคโรน่าไวรัสเกิดขึ้น, เราต้องหยุดทุกสิ่งทุกอย่าง"

 "ผมต้องการกลับมาลงสนามและทำผลงานให้ดี, ผมพลาดเกมไปมากมาย, และผมต้องการที่จะทำอย่างดีที่สุด, ดังนั้นเมื่อผมกลับมา ผมต้องการที่จะโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุด"

มาเตรัซซี่เฉลยเองพูดอะไรเกี่ยวกับพี่สาวจนซีดานตบะแตก

หลังจากเป็นปริศนามาอยู่พักหนึ่ง ล่าสุด มาร์โก มาเตรัซซี่ ก็เฉลยเองว่าก่อนหน้าที่ ซีเนดีน ซีดาน จะเอาหัวโขกตนในนัดชิงดำของศึก ฟุตบอลโลก 2006 นั้น ตนไปพูดว่าอยากได้พี่สาวของเขามาครองมากกว่าชุดแข่งของ ซีดาน แต่บอกว่าก่อนหน้านั้น ซีดาน ทำไม่ดีใส่ตนก่อน
    มาร์โก มาเตรัซซี่ อดีตกองหลังชาวอิตาเลียน เปิดเผยว่าตนเคยพูดกับ ซีเนดีน ซีดาน ตำนานมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสว่าอยากได้พี่สาวของอีกฝ่ายมาครองมากกว่าชุดแข่งของ ซีดาน ระหว่างเกม ฟุตบอลโลก 2006 นัดชิงชนะเลิศ

    นัดดังกล่าว อิตาลี เป็นฝ่ายที่ได้แชมป์ไปครอง จากการชนะในช่วงดวลจุดโทษ 5-3 ภายหลังจบ 120 นาทีเสมอกัน 1-1 ซึ่งหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากที่สุดคือการที่ ซีดาน เคยเอาหัวโขกใส่บริเวณหน้าอกของ มาเตรัซซี่ ในนาทีที่ 110 จนทำให้เขาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

    ตอนแรกมีข่าวลือว่า ซีดาน โมโหจากการที่ มาเตรัซซี่ พูดเรื่องแย่ๆ เกี่ยวกับคุณแม่ของเขา ซึ่งในปี 2017 อดีตปราการหลังทีมชาติอิตาลีก็ออกมาชี้แจงว่าตนไม่ได้พูดเรื่องแย่ๆ เกี่ยวกับคุณแม่ของอีกฝ่ายเลย และที่จริงพูดเกี่ยวกับพี่ของ ซีดาน แต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าพูดอะไรไป

    ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อน มาเตรัซซี่ ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อเจ้าหนึ่ง โดยเขาโดนถามถึงเรื่องจังหวะฉาวโฉ่จังหวะดังกล่าวด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "ชอตเฮดบัตต์ของ ซีดาน งั้นเหรอ ? ตอนนั้นผมไม่ได้คาดคิดเลยนะว่าเขาจะทำอย่างนั้น แต่ผมว่ามันก็โชคดีที่มันเกิดขึ้นแบบน่าเซอร์ไพรส์แม้แต่กับผมเอง เพราะถ้าเกิดผมคาดเอาไว้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น และเตรียมตัวรอรับมันน่ะ ผมก็มั่นใจเลยว่าสุดท้ายแล้วผมก็ต้องโดนไล่ออกด้วยจนกลายเป็นว่าเราทั้งคู่โดนไล่ออกแหงๆ"

    "เราปะทะกันนิดหน่อยตอนอยู่ในกรอบเขตโทษ ในครึ่งแรกเขาทำประตูให้ ฝรั่งเศส ได้ และโค้ชของเรา (มาร์เชลโล่ ลิปปี้) ก็บอกให้ผมตามประกบเขา หลังจากที่เราปะทะกันครั้งแรกแล้วน่ะผมก็ขอโทษเขาไป แต่เขาตอบโต้กลับมาในแบบที่แย่มากๆ และพอเราปะทะกันครั้งที่ 3 ผมก็พูดแบบอารมณ์เสียสุดๆ ตอนนั้นเขาพูดตอบโต้ใส่ผมว่า -เดี๋ยวฉันจะให้เสื้อของฉันกับแกในภายหลังแล้วกัน- พอได้ยินแบบนั้นผมก็สวนไปเลยว่าผมอยากได้พี่สาวของเขามากกว่าเสื้อของเขา"

อิกาโล่เชื่อบรูโน่ผนึกป็อกบาพาแมนยูบินคืนความยิ่งใหญ่

โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าตัวยืมของ แมนฯ ยูไนเต็ด เผยว่า หาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้จับคู่กับ ปอล ป็อกบา บนแผงมิดฟิลด์ จะทำให้ "ปีศาจแดง" กลับมาทวงความยิ่งใหญ่คืนเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน
    ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บตลอดทั้งซีซั่น 2019/20 ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าเจ้าตัวยังยืนกรานที่จะย้ายออกจากทีมเพื่อไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด

    และช่วงระหว่างการขาดหายไปของ ป็อกบา "ปีศาจแดง" จัดการคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติโปรตุเกส เข้ามาในช่วงตลาดเดือนมกราคม และ อดีตแข้งสปอร์ติง ลิสบอน ก็สร้างความประทับใจให้แก่แฟนๆ เร้ด เดวิลส์ ได้ทันที

    ซึ่งจากฟอร์มที่ดีของสตาร์โปรตุกีส จึงมีกระแสข่าวว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือใหญ่ พร้อมที่จะปล่อยตัว ป็อกบา ออกไป อย่างไรก็ตาม โอเดียน อิกาโล่ เห็นว่าหากทั้ง ป็อกบา และ บรูโน่ ได้ลงเล่นร่วมกันก็จะทำให้ "ปีศาจแดง" ที่ตอนนี้ไร้พ่ายมา 11 เกมบินสูงขึ้นไปอีก

    "เขา(ป็อกบา) ทำงานหนักมากเพื่อกลับมาฟิตสมบูรณ์ และลองนึกภาพสิว่า หากเรามี ป็อกบา และ บรูโน่ บนแผงมิดฟิลด์ คุณจะต้องเห็นความแตกต่างแน่นอน – ส่วน แรชฟอร์ด ก็เช่นเดียวกัน" อิกาโล่ ให้สัมภาษณ์ ผ่านวิดีโอ สตีม ทางทวิตเตอร์

    "แมนฯ ยูไนเต็ด จะกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้ง ชนะทุกนัดในทุกๆ สัปดาห์"

    "เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมและมันจะเป็นเรื่องที่วิเศษมากที่จะได้เล่นกับเขา"

อยากยิงครบ100ลูก! ‘ซิสเซ’ประกาศเล่นฟรีให้ทีมลีกเอิง



อดีตหัวหอกทีมชาติฝรั่งเศสประกาศพร้อมเล่นให้ทีมในลีกเอิงแบบไม่คิดค่าเหนื่อย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ฌิบริล ซิสเซ อดีตกองหน้าดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส ประกาศพร้อมกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งแบบไม่คิดค่าเหนื่อยให้กับทีมในลีกเอิง เพราะต้องการยิงให้ครบ 100 ประตู ตามที่เคยตั้งเป้าหมายไว้

อดีตหัวหอกตราไก่วัย 38 ปี ประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้วเมื่อปี 2015 ก่อนจะเปลี่ยนใจกลับมาค้าแข้งกับ อีแวร์ดง ในลีกสวิตเซอร์แลนด์ และ วิเซนซา ในเวลาต่อมา

โดย ซิสเซ ทำไปแล้ว 96 ประตูในลีกเอิง ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะขาดอีกเพียง 4 ประตูก็จะครบ 100 ประตูตามที่เคยตั้งเป้าไว้

"คุณรู้ไหมว่าคนยิงประตูเป็นอย่างไร เรารักการยิงประตู เรารักการทำตามเป้าหมาย 25, 50, 75 ประตูอะไรก็ว่าไป สำหรับผมเป้าหมายสำคัญคือ 100 ประตู (ในลีกเอิง) มันหลอกหลอนผม ผมหยุดอยู่ที่ 96 ประตูตั้งแต่ตอนหยุดเล่น!" ซิสเซ กล่าว

"ผมขาดแค่ 4 ประตู มันทำให้ผมแทบเป็นบ้า ผมอยากกลับไปเล่นลีกเอิงเพื่อทำให้สำเร็จ ถ้ามีสโมสรไหนให้ผมไปอยู่ด้วย ผมจะทำได้ภายในสองหรือสามเดือน"

"ผมเป็นคนดื้อนะ ถ้ามีเป้าหมายแล้วก็อยากทำให้ได้ ผมพร้อมกลับมาเล่นโดยไม่ต้องรับเงิน มันไม่ใช่เรื่องที่เสี่ยงเลยสำหรับสโมสร ในตอนนี้ผมยังไม่คุยกับใคร แต่หวังว่าจะมีสโมสรที่ต้องการผมแสดงตัวขึ้น"

ระดับพระกาฬ! เอ็มบัปเป้เผยชื่อสามแข้งจุดประกายลูกหนัง



แนวรุกฟอร์มฮ็ฮตของเปแอสเช เผยชื่อ 3 ยอดนักเตะที่เป็นต้นแบบจุดประกายให้เขายกระดับการเล่นสู่นักเตะระดับท็อป

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แนวรุกตัวเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เผยว่า คริสเตียโน โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี และ เนย์มาร์​ คือไอดอลที่เป็นแรงบันดาลใจในการยกระดับการเล่นของเขา

กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกคาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่หลังหมดยุคของ โรนัลโด้-เมสซี ที่แข่งกันโกยความสำเร็จมายาวนานร่วม 15 ปี

โดย เอ็มบัปเป้ ที่กดไปแล้ว 90 ประตูจากการลงสนามให้เปแอสเชไปแล้ว 111 นัด เผยชื่อสามแข้งไอดอลในวัยเด็กของเขาที่เป็นต้นแบบในการยกระดับการเล่นสู่ระดับท็อป

"ผมมีไอดอลหลายคนเลยล่ะ มี คริสเตียโน คนที่ผมรักมาก และในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรามี คริสเตียโน และ เมสซี" เอ็มบับเป้ ตอบคำถามในช่วง Q&A กับ beIN Sports

"ผมมีโอกาสเล่นกับเนย์มาร์ ซึ่งผมเคารพเขามากตอนผมเป็นเด็กพวกเขาคือนักเตะที่ผมให้ความนับถืออย่างมาก"

"ตอนที่คุณมีโอกาสลงเล่นในระดับท็อป คุณต้องการแรงบัลดาลใจจากยอดนักเตะ  แต่ละคนมีสไตล์และความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง แต่พวกเขาก้าวไปถึงระดับท็อปได้ นั่นคือสิ่งที่จุดประกายให้กับทุกคน"

"ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลที่มันจะไม่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม และเราเองก็ต้องเดินในเส้นทางของเราในการก้าวไปสู่ระดับท็อป"

ทั้งนี้ เอ็มบัปเป้ หมดสิทธิ์ลงสนามในเกมลีกเอิงฤดูกาลนี้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว หลังรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศห้ามจัดการแข่งขันกีฬานานจนถึงเดือนกันยายน

จำไม่ลืม! ปงโกลล์เล่าย้อนเหตุการณ์’ดิยุฟ-เจอร์ราร์ด’หวิดฟาดปาก



อดีตหัวหอกชัยนาทเผยยังจำไม่ลืมถึงเหตุการณ์ปะทะคารมอย่างดุเดือดของ เอล ฮัดจิ ดิยุฟ แะ สตีเฟน เจอร์ราร์ด สมัยที่อยู่กับหงส์แดง

ฟลอร็องต์ ซินามา ปงโกลล์ อดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส เล่าย้อนถึงความสัมพันธ์อันร้าวฉานระหว่าง เอล ฮัดจิ ดิยุฟ กับ สตีเฟน เจอร์ราร์ด สมัยที่ทั้งสองคนยังค้าแข้งอยู่กับ ลิเวอร์พูล

อดีตดาวยิงเซเนกัล เพิ่งออกมาเผยว่าตัวเองมีความสัมพันธ์ไม่ลงรอยนักกับ’สตีวีจี’ พร้อมทั้งเหน็บอดีตกับปตันหงส์แดงว่ากลัวที่จะสบตาเขา ซึ่งปงโกลส์ที่เคยร่วมงานกับทั้งสองคนเผยว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทั้งคู่ปะทะคารมอย่างรุนแรงจนหวิดที่จะฟาดปากกัน

"ช่วงพักครึ่งของเกมปรีซีซั่นนัดหนึ่ง การปะทะกันระหว่าง ดิยุฟ กับ เจอร์ราร์ด ทำให้ผมตกใจมาก" ปงโกลด์ ไลฟ์สดทาง อินสตราแกรม

"คุณลองนึกภาพดูนะ นักเตะดาวรุ่งคนหนึ่งที่เห็นภาพแบบนั้นและคิดว่า พวกมืออาชีพระดับนี้เขาเป็นขนาดนี้กันเลยเหรอ? ช่วงพักครึ่งในห้องแต่งตัว สตีวี เข้ามาพูดประมาณว่า แกต้องจ่ายบอล แกต้องจ่ายบอล แล้วดิยุฟก็หัวเสียขึ้นมาเลย"

"ดิยุฟ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ภาษาอังกฤษของเขาแย่มาก คุณรู้ไหมเขาทำอย่างไร พวกเขาเกลียดกันมาก"

"เจอร์ราร์ด เข้ามาถึงแล้วตะคอกใส่ดิยุฟว่า เฮ้ย ไอ้เวร ดิยุฟตอบกลับไปไม่ได้ดังนั้นเขาจึงดึง เชราร์ด อุลลิเยร์ (ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ตอนนั้น) เข้าไปแล้วบอกว่า บอกมันด้วยว่า ผมจะปล้ำแม่มัน ผมไม่ใช่เพื่อนมัน ผมจะสวนมันกลับทันที"

ดิยุฟ ลงสนามให้ ลิเวอร์พูล ไปทั้งสิ้น 80 นัด ทำไป 6 ประตู