วีลีกไม่เล่น แต่ถ้าไทยลีก ลูกชาย ริวัลโด้ สน

ข่าวเกี่ยวกับเรื่องของทีมโฮจิมินห์ ซิตี้ เอฟซี ที่สนใจจะดึง ริวัลดิญโญ่ ลูกชายของริวัลโด้ อดีตดาวดังระดับโลกของทีมชาติบราซิล ที่ตอนนี้เล่นอยู่ในลีกโรมาเนีย มาเล่นในวีลีกของเวียดนาม
   
ความคืบหน้าล่าสุด นายไตรสิทธิ์ ทองแดง ที่ได้รับมอบหมายจากประธานโฮจิมินห์ ซิตี้ เอฟซี ให้ติดต่อได้เปิดเผยว่า ทางเอเย่นต์ตัวแทนของริวัลดิญโญ่ ได้ตอบปฏิเสธกลับมา โดยเผยว่า เจ้าตัวยังไม่คิดที่จะมาเล่นในวีลีกของเวียดนาม

    ในข้อความที่เอเย่นต์ตอบกลับมา เขาบอกว่า ถ้าเป็นเจลีก ของญี่ปุ่น เคลีก ของเกาหลีใต้ เอ็มลีกของมาเลเซีย หรือไทยลีก ติดต่อก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะมาตรฐานของลีกสูงกว่าเวียดนาม ซึ่งผมได้ถามว่าเขาคิดอย่างไรถ้าจะมาไทยลีก เอเย่นต์ตอบว่า ไทยมีความเป็นไปได้ที่จะมาเล่น แต่ก็ต้องดูด้วยว่าเป็นทีมไหน ถ้ายื่นข้อเสนอมาจริงๆ ก็มีความน่าสนใจ"

    เมื่อเป้าหมายแรกไม่สำเร็จ นายไตรสิทธิ์บอกว่า ตอนนี้ทางโฮจิมินห์ ซิตี้ เอฟซี ได้เบนเป้าและให้ตนส่งจดหมายที่เป็นข้อเสนอให้กับทางเอเย่นต๋ของ โรมาริญโญ่ ซึ่งเป็นลูกชายของ โรมาริโอ อดีตดาวดังอีกคนของทีมชาติบราซิล โดยข้อเสนอค่าเหนื่อยใกล้เคียงกันคือ 7 แสนเหรียญสหรัฐ ต่อปี แต่น้อยกว่านิดหน่อย

    "ตอนนี้ทางโรมาริโอ กำลังพิจารณาสัญญากับลูกชาย ถ้าเขาตอบตกลง เขาบอกว่าจะเดินทางมาเป็นเพื่อนลูกชายเพื่อเจรจาขั้นสุดท้ายก่อนเซ็นสัญญา ซึ่งตัวลูกชายตอนนี้เล่นอยู่ใน เซเรีย เอ ของบราซิล และเล่นตำแหน่งกองหน้าเหมือนพ่อด้วย"

 

ลาปอร์ต้ามั่นใจเมสซี่ไม่มีปัญหาสัญญาใหม่



โจน ลาปอร์ต้า อดีตประธานสโมสรคนดังของ บาร์เซโลน่า มั่นใจว่า ลิโอเนล เมสซี่ ไม่มีปัญหาในการต่อสัญญาใหม่กับทีมแน่นอน

 อนาคตของสตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสกลายเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงต่อเนื่องในช่วงหลังหลังมีสัญญาจนถึงปี 2021 เท่านั้น จนมีการคาดกันไปต่างๆรวมถึงเรื่องการย้ายทีมด้วย

 อย่างไรก็ตามทางอดีตประธานสโมสรเจ้าบุญทุ่มอย่าง ลาปอร์ต้า ที่มีข่าวว่าพร้อมกลับมาลงสมัครชิงตำแหน่งอีกครั้งเชื่อว่าไม่ใช่ปัญหากับการที่ เมสซี่ จะต่อสัญญาใหม่กับทีม

 "(เมสซี่) จะไม่มีปัญหากับการต่อสัญญาใหม่" ลาปอร์ต้า กล่าวกับ เดปอร์เตส กูอาโตร

 นอกจากนี้ ลาปอร์ต้า ยังพูดเรื่องเคสของ เนย์มาร์ ว่าเขาจะดึงสตาร์ทีมชาติบราซิลกลับมาค้าแข้งในถิ่นคัมป์ นูอีกครั้งด้วย

 "พวกเขาไม่มีความชัดเจนมากพอ" ลาปอร์ต้า เสริม "ผมจะดึงเขากลับมาแน่นอน"

ไม่เคยเห็นคนญี่ปุ่นเป็นแบบนี้ หรือจะเป็นจุดจบของโลก



ฟรานเกาโด เด ซัวซา หรือ “ฟรังกา” อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิล ที่เคยผ่านการค้าแข้งในลีกญี่ปุ่น มาถึง 8 ปี ตั้งแต่ปี 2005-2012 โดยผ่านการลงเล่นให้กับ คาชิว่า เรโชว์ และ โยโกฮาม่า เอฟซี ปัจจุบันวัย 44 ปีได้ประกาศยุติบทบาทการเป็นนักเตะอาชีพไปเป็นทีเรียบร้อยแล้ว แต่พิษภัยของการระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก รวมไปถึงประเทศญี่ปุ่นที่พบกับปัญหาใหญ่เรื่องของการระบาดเช่นเดียวกัน ซึ่งอดีตกองหน้าชาวบราซิลได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่าง Football Zone Web ถึงความเป็นกังวลเกี่ยวกับอนาคตของญี่ปุ่นหลังจากนี้

เนื่องด้วยความผูกพันตั้งแต่สมัยการเป็นผู้เล่นสามารถเข้าถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างเข้าใจรวมไปถึงวิถีผู้คนชาวญี่ปุ่นตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านการค้าแข้งในลีกอาชีพแดนอาทิตย์อุทัย มีบางอย่างที่แปลกใหม่เกิดขึ้นในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดในประเทศญี่ปุ่น

อดีตทีมชาติบราซิลได้สัมผัสกับสถานการณ์ปัจจุบันในญี่ปุ่นและเห็นการประท้วงรวมไปถึงความคิดของชาวญี่ปุ่น คิดว่านี่เป็นจุดจบของโลกและสิ่งแปลกประหลาด

สถานการณ์ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งได้รับผลกระทบจากไวรัส โควิด แม้การระบาดครั้งแรกในอู๋ฮั่นประเทศจีน หลังจากนั้นญี่ปุ่นใช้มาตรการแบบเด็ดชาดสามารถเอาชนะสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ช่วงแรก อย่างไรก็ตามความจริงก็คือไม่สามารถหยุดการแพร่กระจายของไวรัสที่ไปทั่วโลกและจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น มีเรื่องราวต่างๆเปลี่ยนแปลงในญี่ปุ่นตามซูเปอร์มาร์เก็ต,ร้านสะดวกซื้อเริ่มเห็นการแย่งกันซื้อของชาวญี่ปุ่นนี่อาจจะเป็นจุดสิ้นสุดของโลก ที่ผ่านมาอยู่ญี่ปุ่นมานานและคุ้นเคยกับบุคลิกประจำชาติ ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ในญี่ปุ่นมันเป็นเรื่องแปลกเมื่อมีเสียงบ่นจากประชาชนชาวญี่ปุ่นต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น

ฟรานเกาโด เด ซัวซา หรือ “ฟรังกา” ปัจจุบันอายุ 44 ปี รีไทร์จากการค้าแข้งอาชีพไปแล้ว เคย ผ่านการเล่นให้กับทีมชาติบราซิลในช่วง ปี 2000-2002  ผ่านการค้าแข้งทั้งในประเทศและนอกประเทศมาอย่างโซกโซนทั้งการเล่นให้กับ นาซิอองนาล,เซาเปาโล,ไบเอร์เลเวอร์ คูเซ่น,คาชิว่า เรย์โช และ โยโกฮาม่า เอฟซี สำหรับการค้าแข้งในญี่ปุ่น 8 ปี ลงเล่น 138 นัด ยิง 41 ประตู