ทีวีฮอกไกโดบุกทำข่าวซัปโปโรถึงชิบะ “ชนาธิป” โชว์ฮา-“กวินทร์” ไหว้แบบไทย

สถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งจังหวัดฮอกไกโดอย่าง HBC หรือชื่อเต็ม Hokkaido Cultural Broadcasting Co., Ltd. ได้ออกมารายงานข่าวความเคลื่อนไหวของพลพรรค "นกเค้าแมวเมืองเหนือ" คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่เวลานี้ได้ยกพลเดินทางมาเก็บตัวอยู่ที่แคมป์ JFA Yume field (เจเอฟเอ ยูเมะ ฟิลด์) ในจังหวัดชิบะ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนบุกเยือน โยโกฮาม่า เอฟซี ในศึกเจลีก 1 ซีซั่น 2020 ที่จะคัมแบ็กฟาดแข้งวันที่ 4 ก.ค.63 นี้
        โดยคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ต้นสังกัดของ 2 แข้งทีมชาติไทย ”ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ”เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ถูกสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวมาตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ก่อนจะมีการแพลนกล้องไปหาทั้งสองคน โดยชนาธิปได้โชว์ความฮาเล็กน้อย ซึ่งทำเอาห้องส่งอดยิ้มไม่ได้ ส่วนกวินทร์ก็ยิ้มให้กล้อง ก่อนจะทักทายด้วยการสวัสดีตามแบบฉบับประเพณีของเมืองไทย

        ทั้งนี้ในส่วนของการฝึกซ้อมทาง "มิช่า" มิไฮโล เปโตรวิช ที่วางแผนเดินทางเก็บตัวฝึกซ้อมล่วงหน้าในเมืองชิบะ ซึ่งห่างจากกรุงโตเกียว แค่ประมาณ 70 กว่า กม. ได้ลงฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาแทบทุกวัน โดยรูปแบบการฝึก
ซ้อมไม่ได้เน้นหนักอะไรมาก แต่ก็ได้วางกลยุทธ์แท็กติกต่างๆเพื่อเตรียมใช้ในเกมที่กำลังใกล้จะรีสตาร์ตในสัปดาห์หน้า ซึ่งใช้เวลาฝึกซ้อมประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งจึงเสร็จสิ้น

        สำหรับแฟนบอลชาวไทย สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 ในฐานะฟรีทีวี ที่จะประเดิมยิงสดคู่ของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่มีคิวออกไปเยือน โยโกฮาม่า เอฟซี ที่นำทัพโดย 2 แข้งตำนานทีมชาติญี่ปุ่น ”คิงคาซู” คาซูโยชิ มิอูระ วัย 53 ปี กับ ชุนซุเกะ นากามูระ อายุ 41 ปี โดยจะบรรเลงเพลงแข้งกันในวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.63 ณ สนามเอ็นเอชเค สปริง มิตสึซาวะ เวลา 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

“มาโกโตะ ฮาเซเบะ” เจ้าของสถิติแข้งเอเชียที่ยังโบยบินกับ “อินทรีแดง-ดำ”

มาโกโตะ ฮาเซเบะ คือหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้คงเส้นคงวาที่สุดในบุนเดสลีกาจากการลงเล่นกว่าสิบปี เขาเคยประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเยอรมนีกับทีมโวล์ฟสบวร์ก และกำลังนั่งแท่นสถิติเป็นนักเตะเอเชียที่ได้ลงเล่นในบุนเดสลีกาสูงสุดตลอดกาล ซึ่งตัวเลขสถิติดังกล่าวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงในเร็ววันนี้…

      อดีตกัปตันทีมชาติญี่ปุ่นวัย 36 ปีเพิ่งลงเล่นในบุนเดสลีกาครบ 309 นัดในเกมที่แพ้ไมนซ์ ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง ชา บุมคุน แข้งชาวเกาหลีใต้ที่ลงเล่นไป 308 เกม

    "ผมภูมิใจมากที่ได้ลงเล่นในบุนเดสลีกามากกว่านักเตะเอเชียคนอื่นๆ แต่สำหรับผมแล้ว มันเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่ทีมจะคว้าชัยชนะได้" ฮาเซเบะกล่าวหลังเกมที่เจ้าตัวสร้างสถิติใหม่แต่กลับต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ "วันนี้เราเล่นได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น เรายังเล่นขาดๆ เกินๆ ไปในทุกตำแหน่ง"

    หลังย้ายจากทีมอุราว่า เร้ด ไดม่อนส์ มาร่วมทีมโวล์ฟสบวร์กในปี 2008 ฮาเซเบะก็ได้ลงประเดิมสนามนัดแรกพบกับอาร์มิเนีย บีเลเฟลด์ ในฐานะมิดฟิลด์ หลังจากนั้นเขาก็ได้สลับตำแหน่งไปเล่นทั้งกองกลางและกองหลังตลอด 135 นัดที่ลงเล่นให้กับทีม "หมาป่าเมืองเบียร์" โดยแข้งชาวญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในห้องเครื่องของโวล์ฟสบวร์กชุดที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ในฤดูกาล 2008/09 สร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรอย่างยิ่งใหญ่

    ไม่เพียงเท่านั้น ฮาเซเบะยังมีอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงในบุนเดสลีกา เรื่องนี้เกิดขึ้นในเกมพบกับทีมฮอฟเฟนไฮม์ในฤดูกาล 2011/12 เมื่อมาร์วิน ฮิตซ์ ผู้รักษาประตูมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามแถมโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่น 3 คนก็ถูกใช้จนหมดแล้ว ฮาเซเบะจึงต้องรับบทผู้รักษาประตูจำเป็น ทำให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูชาวญี่ปุ่นคนแรกในบุนเดสลีกาที่ต้องเฝ้าเสาเป็นเวลา 15 นาทีก่อนเกมจะจบลง โชคร้ายที่ทีมของเขาเป็นฝ่ายพ่ายไป 2-1 จากประตูชัยของโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ที่ค้าแข้งอยู่กับฮอฟเฟนไฮม์ในตอนนั้น อย่างไรก็ตามเฟลิกซ์ มากัท กุนซือของโวล์ฟสบวร์กก็ออกมากล่าวยกย่องแข้งชาวญี่ปุ่นคนนี้ว่าเป็นนักเตะที่มีระเบียบวินัยสูงมากและสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่ง

    ฮาเซเบะได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ ‘The Order of the Soul – 56 habits to win’ ซึ่งเป็นหนังสือที่สอนเกี่ยวกับทัศนคติ การเสียสละ ความอดทน รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงสามารถกลายเป็นคนสำคัญของแต่ละสโมสรที่ย้ายไปเล่นทั้งโวล์ฟสบวร์ก เนือร์นแบร์ก และไอน์ทรัค แฟรงเฟิร์ต ต้นสังกัดปัจจุบัน

    สำหรับในทีมชาติญี่ปุ่น ฮาเซเบะได้ลงสนามถึง 114 นัดโดยที่ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งโบกมืออำลาทีมชาติหลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ให้กับเบลเยี่ยมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกฟุตบอลโลก 2018 อย่างดราม่าสุดๆ

 

    ฤดูกาลนี้ฮาเซเบะลงเล่นในบุนเดสลีกาไปแล้ว 21 นัด รวมถึงเกมยูโรปาลีกที่พลาดลงสนามไปเพียง 2 เกม อาดี้ ฮึทเทอร์ นายใหญ่แห่งทีมแฟรงค์เฟิร์ตได้พูดถึงแข้งชาวญี่ปุ่นว่า "เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวรับที่ฉลาดที่สุดในบุนเดสลีกา เขาหัวไวมาก แม้ร่างกายอาจจะไม่สามารถวิ่งแซงนักเตะบางคนได้ แต่เขาก็อ่านเกมได้ดี รู้ว่าบอลจะมาทางไหนอย่างไร นั่นทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ ผู้เล่นสไตล์นี้ยากที่จะหาใครเหมือนได้"

    และล่าสุดกุนซือใหญ่ก็แฮปปี้ที่ฮาเซเบะตัดสินใจจรดปากกาต่อสัญญากับสโมสรเพิ่มอีก 1 ปีไปเรียบร้อยแล้ว

 

    ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่ฮาเซเบะจะเตรียมตัวสำหรับตำแหน่งโค้ชในทีมแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่ามีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเนื่องจากเขายังต้องการโฟกัสกับการเป็นนักเตะเพียงอย่างเดียวก่อน

    "สิ่งสำคัญก็คือผมยังมีความกระหายอยู่ ไม่ดีหรอกที่จะรู้สึกพอใจแล้ว เพราะมันจะเป็นการฉุดตัวเองเอาไว้ ผมคิดว่าผมยังสามารถเล่นได้ดีขึ้นกว่านี้อีกและยังช่วยทีมได้อีกมาก"

    เป็นทัศนคติของนักเตะชาวญี่ปุ่นวัย 36 ปีที่น่ายกย่องจริงๆ…

ช่วยพวกผมด้วย เสียงเรียกร้องจาก เคสุเกะ ฮอนดะ

เคสุเกะ ฮอนดะ อดีตนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นที่ออกไปค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลโบตาโฟโก ในประเทศบราซิล ได้โพสต์ข้อความในสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ส่วนตัว เสนอแนวทางถึงรัฐบาล ในฐานะที่ตัวเขาเองมีบทบาทเป็นนักธุรกิจและได้รับผลกระทบการระบาดของไวรัส โควิด-19 ในประเทศญี่ปุ่น อยากให้รัฐบาลออกมาเยียวยาคนที่ทำธุรกิจบ้าง และรัฐบาลควรสร้างกฎใหม่ที่จะได้รับการชดเชยแม้ว่าจะทำผิดกฎก่อนหน้านี้ที่ตั้งไว้ก็ตาม
   เคสุเกะ ฮอนดะ โพสต์ทวิตเตอร์ขอความเยียวยาในรูปแบบใหม่จากรัฐบาลสำหรับผู้ประกอบการที่ถูกบังคับให้หยุดกิจการ การได้รับการชดเชยสำหรับทุกคนเพื่อเก็บตัวอยู่ในบ้านลดการแพร่เชื้อรวมไปถึงการช่วยเหลือทีมแพทย์ที่ทำงานกันอย่างหนัก ซึ่งไม่อยากให้เกิดการสูญเสียบุคลากร รัฐบาลควรพยายามสร้างกฎใหม่ที่จะได้รับการชดเชยแม้ว่ามันจะผิดกฎ แต่ก็ต้องมีความรู้สึกที่แข็งแกร่งในภารกิจและความเป็นผู้นำ

    รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับ บริษัท ต่างๆโดยการประกาศภาวะฉุกเฉินขยายสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยและไม่มีหลักประกัน แต่หลายบริษัทอาจลังเลที่จะกู้ยืมเงินเมื่อไม่สามารถทำนายได้ว่าการติดเชื้อจะสิ้นสุดลงเมื่อใด นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ความอดกลั้นในการต่อสู้ลดลง มันต้องใช้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งในภารกิจและความเป็นผู้นำหลังจากออกแถลงการณ์สถานการณ์ฉุกเฉิน

    สำหรับ เคสุเกะ ฮอนดะ ที่ปัจจุบันค้าแข้งในลีกบราซิลกับสโมสรฟุตบอลโบตาโฟโก เป็นผู้ถือครองบริษัท  Honda Estilo อีกทั้งยังมีธุรกิจที่ลงมือทำอีกมากมาย  โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ มีผู้ติดเชื้อ 13,441 ราย เสียชีวิต 372 ราย รักษาหายแล้ว 2,536 ราย

เรียนรู้ไว! โค้ชเก่ามั่น’มินามิโนะ’แจ้งเกิดกับหงส์ได้แน่



อดีตเจ้านายของดาวยิงทีมชาติญี่ปุ่น มั่นใจ ลูกกศิษย์ของเขาจะประสบความสำเร็จกับชีวิตค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์

เจสซี มาร์สช์ กุนซือของ เร้ดบูล ซัลซ์บวร์ก มั่นใจ ทาคุมิ มินามิโนะ จะประสบความสำเร็จกับลิเวอร์พูลแน่นอน เพราะเขาเป็นนักเตะฉลาด

ตัวรุกทีมชาติญี่ปุ่นย้ายมาเล่นกับหงส์แดงในตลาดเดือนมกราคม แต่ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนสมัยอยู่ในลีกออสเตรียออกมาได้ นั่นทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงอนาคตของเขากับทีม

"ตอนที่เขาย้ายเข้ามา เขารู้ว่าเขาจะได้เป็นกำลังสำคัญของทีม เขาหัวไวและฉลาดมาก ๆ" มาร์สช์ กล่าวผ่าน ESPN FC

"เขาเข้าใจฟุตยอล เข้าใจวิธีเล่นในจังหวะสุดท้ายและแท็คติค"

"ลิเวอร์พูลมีนักเตะฝีเท้าดีและผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากมาย ดังนั้นทาคิจึงต้องใช้เวลาในการแจ้งเกิดในทีม"

"ผมคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไป เราจะเห็นมากขึ้นว่า เขาสามารถเล่นได้เกือบทุกบทบาทใน 6 ตำแหน่งตัวรุกของลิเวอร์พูล"

"เพราะเขาหัวไวและฉลาดมาก เขาจะมองภาพออกและเล่นได้ดีขึ้น"

"ผมได้ยินมาว่าเขาทำได้ดีมากในสนามซ้อม พวกเขาประทับใจมาก แต่เขายังทำแบบนั้นไม่ได้ในเกมแข่งขัน"

"มันอาจต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อย แต่ทาคิเป็นคนที่มีแรงผลักดันสูงมาก เขาจะหาทางเพื่อทำผลงานให้ดีขึ้นในทุก ๆ วัน มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น"

เขาคนนี้ คือลูกพี่ระดับอัจฉริยะของ “เจ”ชนาธิป



แม้ปัจจุบันกองกลางอัจฉริยะแดนปลาดิบอย่าง ชินจิ โอโนะ จะย่างก้าวเข้าสู่วัย 40 ปีแล้วก็ตามที่แต่ความฝันฟุตบอลแรงบันดาลใจที่ทรงอิทธิพลต่อนักเตะรุ่นหลังบนแผ่นดินอาทิตย์อุทัย ยังเต็มเปี่ยมเสมอเมื่อเรื่องราวของเขาถูกนำเสนอและปัจจุบันยังคงโลดแล่นอยู่บนสนามหญ้าแม้ว่าจะเป็นระดับเจลีก 2 อย่างเอฟซี ริวกิว ก็ตามที

เส้นทางฟุตบอลของ “โอโนะ”ถูกกล่าวขานเป็นอย่างมากอาจจะด้วยความมหัศจรรย์ผสมผสานกับฝีเท้าที่เข้าขั้นอัจฉริยะรวมไปถึงการแจ้งเกิดเร็วด้วยความสามารถล้วนๆ ป๋าดันให้เกิดบนเส้นทางชีวิตของแข้งรายนี้น้อยมาก ช่วงเริ่มต้นที่ “เมสซี่เจ”ชนาธิป สรงกระสินธ์ ออกสตาร์ทในถิ่นซัปโปโรใหม่ๆ โอโนะ คือพี่เลี้ยงของชนาธิปที่คอยให้คำปรึกษาอีกจน “เมสซี่เจ”เรียกเขาว่าลูกพี่ มีช่วงหนึ่งที่แข้งตำนานญี่ปุ่นรายนี้เคยกล่าวถึงอนาคตแข้งไทยโดยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ชนาธิปยังสามารถพัฒนาได้อีกเยอะ

ชินจิ โอโนะ ความมหัศจรรย์มีเรื่องราวต่างๆน่าค้นหามากมายไม่ว่าจะเป็นการเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส ด้วยวัยเพียง 18 ปีเศษ แถมมีโอกาสลงไปสร้างชั่วโมงบินในสนามแข่งขัน โอโนะ สามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ต่อเนื่องยืนหยัดรับใช้ทีมชาติญี่ปุ่นในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึง 3 สมัย 1998 (ฝรั่งเศส),2002(ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้) และ 2006 (เยอรมัน) สถิติการลงสนามในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกในชีวิตของโอโนะยังเป็นสถิติการลงเล่นอายุน้อยที่สุดตลอดกาลของทีมชาติญี่ปุ่น 18 ปี 272วัน ยังไม่มีใครสามารถทำลายลงได้

จริงๆแล้วดาวเตะรายนี้ฉายแววตั้งแต่สมัยเล่นทีมเยาวชนทีมชาติญี่ปุ่น สมัยอายุ 13 ปี  ก้าวกระโดดเป็นตัวเลือกในทีมชาติชุด 17 ปี พาทีมคว้าแชมป์เอเชีย 1994  หลังจากนั้นก้าวขึ้นมาเป็นขุมกำลังหลักในทีมเยาวชน 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 1998 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่  จ.เชียงใหม่  ครั้งนั้น ชินจิ โอโนะ พาทีมจบด้วยการคว้ารองแชมป์ พร้อมกับคว้าตำแหน่งดาวเตะยอดเยี่ยมไปครอง อีกทั้งยังคว้ารางวัลเยาวชนยอดเยี่ยมของทวีปประจำปี  ซึ่งปีเดียวกัย โอโนะ  ถูกส่งขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่เพื่อไปทำศึกฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศส

ความสำเร็จเฉพาะบุคคลช่วงปี 1998-1999 พอบอกอะไรได้หลายอย่างทั้งการคว้าเยาวชนยอดเยี่ยมเอเชีย,ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์,ดาวรุ่งยอดเยี่ยมเจลีก,11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมเจลีก,11 ผู้เล่นยอดเยี่ยม 20ปี ชิงแชมป์โลก พร้อมกับพายู-20 ญี่ปุ่นคว้ารองแชมป์โลก ปี 1999 ก่อนที่จะต่อยอดสู่ผู้เล่นยอดเยี่ยมทวีปเอเชียปี 2002 ความสามารถมนตราของฝีเท้าระดับทวีปเอเชียไม่สามารถกักขังความเจ๋งได้อีกต่อไปเมื่อ เฟร์ยานูด ของฮอลแลนด์กระชากไปร่วมทีม เวทียุโรปสำหรับแข้งเอเชียยุคนั้นหากว่าไม่ดีพอคงยืนระยะเวลาลำบาก ห้วงเวลา 4 ปี 112 กว่าเกม บ่งบอกถึงคุณภาพที่ทีมจะขาดเขาไม่ได้ที่สำคัญ โอโนะ คว้าแชมป์ยูฟ่าคัพ 2001-2002  กับทีม

ดาวจากแดนพระอาทิตย์อุทัยเฉิดฉายสาดแสงอย่างต่อเนื่องแม้ปัญหาหลักๆคืออาการบาดเจ็บแต่เมื่อมีเวลาในสนามแข่งขันมักมีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นเสมอจากความอัจฉริยะของฝีเท้า ตลอดช่วงระยะเวลาในการเป็นนักฟุตบอลจนถึงเวลาปัจจุบัน ชินจิ โอโนะ กลายเป็นไอคอนฟุตบอลของเด็กๆในญี่ปุ่น เพราะการลากยาวบนถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ดีงามตามความรับผิดชอบวินัยที่มี ทั้งการคว้าแชมป์ระดับสโมสร,ระดับทีมชาติ ความสำเร็จในยุโรป ทุกอย่างคือรูปธรรมจากความอัจฉริยะของฝีเท้า จนมาถึงวันนี้สื่อในญี่ปุ่นต่างยกย่องว่านี่คือแข้งอัจฉริยะยุคเริ่มต้นยุคทองของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น

ข้อมูลส่วนตัว

    ชินจิ โอโนะ           

    ปัจจุบันอายุ 40 ปี

    ตำแหน่ง กองกลาง

สโมสร:อุราวะ เรดส์ฯ 1998-2001,2006-2007,เฟยานูด 2001-2005,โบคุมส์ 2008-2009,ชิมิสุ 2010-2012,เวสเทิร์น ซิดนีย์ 2012-2014 ,ซัปโปโร 2014-2019, เอฟซี ริวกิว 2019-2020

เกียรติประวัติกับสโมสรและทีมชาติ:แชมป์เจลีก 2006,แชมป์เอมพาเรอร์คัพ 2006,แชมป์ซูปเปอร์คัพ 2006,แชมป์เอเอฟซี แชมป์เปี้ยนลีก2007 ,แชมป์ยูฟ่า คัพ 2001-2002,รองแชมป์KNVB Cup 2002-2003,แชมป์เอลีก 2012-2013,แชมป์ 16 ปี เอเชีย 1994,รองแชมป์ 19 ปี เอเชีย 1998 ,รองแชมป์โลก 20 ปี 1999,แชมป์เอเซียนคัพ 2000

เกียรติประวัติส่วนตัว:เยาวชนยอดเยี่ยมเอเชีย 1998,ผู้เล่นยอดเยี่ยม 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 1998 ,11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมยู20 ชิงแชมป์โลก 1999,ผู้เล่นยอดเยี่ยมเอเชีย ปี 2002,ดาวรุ่งยอดเยี่ยม เจลีก 1998, 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยม เจลีก 1998