ของดีทั้งนั้น!11แข้งฝีเท้าไม่ธรรมดาจาก3สโมสรตกชั้น

 ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019/20 ปิดฉากลงไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งสามสโมสรที่ต้องตกชั้นลงไปโลดแล่นในเวที แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลหน้านั้น ประกอบไปด้วย นอริช ซิตี้, บอร์นมัธ และ วัตฟอร์ด ทว่าสโมสรเหล่านี้มีนักเตะฝีเท้าดีในสังกัดหลายราย และคู่ควรที่จะได้รับความสนใจจากบรรดาสโมสรที่ใหญ่กว่า ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ หากบางคนได้อยู่โชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก ต่อในฤดูกาลหน้า หรือไม่ก็ย้ายไปค้าแข้งในลีกระดับสูงที่อื่น และนี่คือ 11 แข้งที่น่าสนใจจากสามสโมสรตกชั้น ซึ่งคัดสรรโดยสื่อชื่อดังของอังกฤษอย่าง The Sun
 – เบน ฟอสเตอร์ (วัตฟอร์ด)

     นายทวารวัย 37 ปี มีประสบการณ์เพียบในลีกสูงสุดอังกฤษ โดยลงเฝ้าเสาไปทั้งสิ้น 364 นัด เก็บคลีนชีตได้ 88 ครั้ง ดังนั้น ฟอสเตอร์ ถือเป็นผู้รักษาประตูที่น่าสนใจทีเดียว ซึ่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็มีกระแสข่าวว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ อยากได้เจ้าตัวไปสร้างความกดดันให้กับนายประตูมือหนึ่้งอย่าง อูโก้ โยริส แต่ข่าวการย้ายทีมก็เงียบไป หลัง ฟอสเตอร์ ตกลงขยายสัญญากับ "แตนอาละวาด" เมื่อเดือนก่อน

 – แม็กซ์ แอรอนส์ (นอริช ซิตี้)

  ฤดูกาลที่ผ่านมา แอรอนส์ ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ให้ นอริช ไปถึง 36 นัด และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ จนมีข่าวว่า สเปอร์ส (อีกแล้ว) อยากได้ตัวไปร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ และด้วยการที่ตอนนี้ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ตกชั้นเรียบร้อย จึงน่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับ "ไก่เดือยทอง" ในการเร่งปิดดีลกระชากตัว แบ็กขวาวัย 20 ปี ไปร่วมก๊วน

 – นาธาน อาเก้ (บอร์นมัธ)

  อาเก้ ถือเป็นกองหลังฝีเท้าดีที่ใครๆ ก็ทราบกันดี โดยเมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่อปิดดีลได้แล้ว แต่สุดท้ายข่าวก็เงียบๆ ไป ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงต้นสังกัดเก่าอย่าง เชลซี ก็มีข่าวอยากได้ตัว ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์วัย 25 ปี เช่นกัน ซึ่งถึงแม้ บอร์นมัธ เคยตั้งค่าหัว อาเก้ ไว้สูงถึง 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) แต่ด้วยสถานะของสโมสรตอนนี้ที่ตกชั้นเรียบร้อย พวกเขาจึงน่าจะยอมขายในราคาที่ถูกกว่าที่ตั้งเอาไว้ครึ่งหนึ่ง

 – เบน ก็อดฟรีย์ (นอริช ซิตี้)

 

  เป็นอีกหนึ่งแข้งที่น่าสนใจจากค่าย "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" ซึ่งเราอาจจะได้เห็นเขาออกไปค้าแข้งในลีกต่างแดนก็เป็นได้ เพราะช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่า สองสโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ แอร์เบ ไลป์ซิก กำลังให้ความสนใจอยู่ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก ก็เล็งๆ ปราการหลังวัย 22 ปี รายนี้เช่นกัน

 – ดีเอโก้ ริโก้ (บอร์นมัธ)

  แม้ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" จะกระเด็นตกชั้น แต่ แบ็กซ้ายชาวสแปนิชวัย 27 ปี ซึ่งย้ายมาจาก เลกาเนส เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ถือเป็นนักเตะอีกคนในสังกัดที่ทำผลงานได้น่าจับตา โดยเฉพาะการเติมเกมรุก ซึ่งประสบการณ์ในเกม พรีเมียร์ลีก 39 นัดนั้น เจ้าตัวจัดไป 4 แอสซิสต์ ถือว่าไม่เลวเลย 

 – เคราร์ด เดวโลเฟว (วัตฟอร์ด)

  เรื่องฝีเท้าของ อดีตเด็กปั้น บาร์เซโลน่า คนนี้ ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่ปัญหาบาดเจ็บอย่างรุนแรงตรงหัวเข่า ทำให้เจ้าตัวต้องพักแข้งยาวมาตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ทว่าผลงานของ เดวโลเฟว ก่อนเดี้ยงนั้น ถือว่าไม่ใช่เล่นๆ เลย เพราะเจ้าตัวกดไป 4 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกมลีก 28 นัด ดังนั้นเมื่อกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง เดวโลเฟว จึงถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่บรรดาสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ควรจับตามอง

 – อับดูลาย ดูคูเร่ (วัตฟอร์ด)

  มิดฟิลด์เฟร้นช์แมนวัย 27 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลที่อยู่รับใช้ทัพ "แตนอาละวาด" โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 141 นัด ทำได้ 17 ประตู แต่เราคงจะไม่ได้เห็นเขาอยู่เล่นในระดับ แชมเปี้ยนชิพ ค่อนข้างแน่ เพราะเจ้าตัวแย้มเอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วว่า ตั้งเป้าที่จะย้ายทีมหลังจบซีซั่น และมีความฝันที่จะเล่นให้กับยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

 – ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (นอริช ซิตี้)

  แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้เห็น แคนท์เวลล์ อยู่กับ นอริช ต่อ เพราะฤดูกาลที่ผ่านมา มิดฟิลด์เลือดผู้ดีวัย 22 ปี ทำผลงานได้เข้าตาเหลือเกิน โดยลงเล่นเกมลีกไปทั้งสิ้น 37 นัด ทำได้ 6 ประตู กับ 2 แอสซิสต์ จนมีข่าวเกี่ยวโยงกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้งในและนอกประเทศ อย่างเช่น ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ บาเยิร์น มิวนิค เป็นต้น

 – โจชัว คิง (บอร์นมัธ)

  หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์วัย 28 ปี มีผลงานทำ 48 ประตู กับ 14 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก 161 นัด ให้ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ดังนั้น คิง จึงถือเป็นกองหน้าที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับเหล่าสโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก และไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ต้นสังกัดเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยมีข่าวอยากได้เจ้าตัวกลับสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

 – ตีมู ปุ๊กกี้ (นอริช ซิตี้)

  เป็นอีกหนึ่งของดีจากถิ่น แคร์โรว์ โร้ด แม้ 13 เกมหลังสุดในศึก พรีเมียร์ลีก เจ้าตัวผลิตสกอร์ไม่ได้เลยก็ตาม แต่ผลงานโดยรวมตลอดทั้้งซีซั่น กระทุ้งไป 11 ประตู จากการลงเล่น 36 นัด ซึ่งถือว่าไม่เลว และนั่นทำให้ กองหน้าทีมชาติฟินแลนด์วัย 30 ปี มีข่าวเกี่ยวโยงกับ เบซิคตัส สโมสรยักษ์ใหญ่ลีกตุรกี

 – ทรอย ดีนี่ย์ (วัตฟอร์ด)

  แม้อายุปาเข้าไป 32 ปีแล้ว แต่ ดีนี่ย์ ถือเป็นของดีที่น่าสนใจไม่น้อย หลังจากที่กดไป 10 ประตู จาก 27 เกมในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด โดยปัจจุบันเหลือสัญญากับ "แตนอาละวาด" อีกแค่ปีเดียว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าตัวจะเลือกอำลาทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่เจ้าตัวเปรยๆ เอาไว้เรียบร้อย หลังจบเกมปิดซีซั่นที่ วัตฟอร์ด บุกพ่าย อาร์เซน่อล 2-3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ชาลาโนกลูฟรีคิกเด็ด! มิลานแม้เจ๊าอตาลันต้า ยืดสถิติไร้พ่ายนับแต่รีสตาร์ท

 เอซี มิลาน ฟอร์มยังยอดเยี่ยมนับจากกลับมารีสตาร์ทลีกหลังยังไม่แพ้ทีมใดแม้จะเปิดบ้านทำได้แค่เสมอกับ อตาลันต้า 1-1 ในศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 36 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

สนาม : ซาน ซีโร่ (มิลาน)

    ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา นัดที่ 36 เอซี มิลาน ที่ฟอร์มยอดเยี่ยมเหลือเกินนับจากรีสตาร์ทกลับมายังไร้พ่าย แถม 9 นัดในลีกชนะถึง 7 แมตช์ด้วยกัน เกมนี้กลับมาเล่นในบ้านรับมือ อตาลันต้า รองจ่าฝูงที่ผลงานดีเยี่ยมไม่แพ้กัน

    ครึ่งแรก เกมเริ่มมาได้แค่ 14 นาที "ปีศาจแดงดำ" ทะยานออกนำ 1-0 ทันที จากความสุดยอดของ ฮาคาน ชาลาโนกลู ที่ปั่นฟรีคิกทางด้านซ้ายเยื้องมุมธง บอลข้ามกำแพงหนีมือ ปิแอร์ลุยจิ โกลลินี่ เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างเหนือชั้น เป็นประตูที่ 8 ในลีก ของเพลย์เมกเกอร์ชาวตุรกี

    นาที 22 รุสลัน มาลินอฟสกี้ เรียกจุดโทษให้ทีมได้หลังโดน ลูกัส บีย่า ทำฟาวล์ในเขตโทษ ผู้ตัดสินหลังเช็กกับ VAR แล้วยืนยันให้จุดโทษแก่ทีมเยือน ทว่านาที 26 มาลินอฟสกี้ ห้องเครื่องชาวยูเครนดันยิงจุดโทษไม่ดีไปติดเซฟ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายด่านมิลานทำให้สกอร์ยังเป็น "ปีศาจแดงดำ" นำอยู่ 1-0

 กระนั้น อตาลันต้า ที่โหมบุกอย่างหนักมาพังประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จในนาที 34 จากจังหวะที่เรโม่ ฟรอยเลอร์ ซัดไปติดติดบล็อคแข้งเจ้าถิ่นก่อนบอลจะไปเข้าทาง ดูวาน ซาปาต้า ใช้ความแข็งแกร่งเบียดเข้าไปยิงผ่านมือ ดอนมารุมน่า เข้าไป

    จบครึ่งแรก เอซี มิลาน ยังเสมอกับ อตาลันต้า 1-1

    กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาที 53 มิลาน เกือบได้เสียวหลัง รุสลัน มาลินอฟสกี้ จ่ายต่อให้ มาร์เท่น เดอ รอน กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งไปติดบล็อค ซิม่อน เคียร์

    นาที 73 "ปีศาจแดงดำ" พลาดเม็ดที่สองอีกหลังบอลสวนกลับเล่น ราฟาเอล เลเอา พาบอลขึ้นมาถึงหน้ากรอบของ อตาลันต้า ก่อนจะไหลออกซ้ายให้ จาโคโม โบนาเวนตูร่า ตัวสำรองอัดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งชนเสาก่อนโดนตัว ปิแอร์ลุยจิ โกลลินี่ ออกหลังไป

    ช่วงท้ายเม เจ้าบ้านไม่สามารถเจาะแนวรับของ อตาลันต้า ได้ทำให้ผู้ตัดสินเป่าจบเกมเป็นอันว่า เอซี มิลาน เสมอกับ อตาลันต้า 1-1 แบ่งแต้มกันไป ทำให้ "ปีศาจแดงดำ" ยึดอันดับ 6 มี 60 คะแนน ส่วน อตาลันต้า รั้งรองจ่าฝูงมี 75 แต้ม ซึ่งหาก "ม้าลาย" คว้าหนึ่งคะแนนในเกมเจอกับ ซามพ์โดเรีย ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.นี้ จะคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ทันที

 

ด่วน! นักบอลเซอร์เบียกักตัวที่บุรีรัมย์ ตรวจพบติดโควิด 19

หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศประจำวันที่1 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ปรากฎว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 2 รายซึ่งเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักใน Alternative Local Quarantine (ALQ) โดยเดินทางมาจาก เซอร์เบีย 1 ราย และ เดนมาร์ก 1 ราย

    โดยผู้เดินทางมาจากเซอร์เบีย 1 รายเป็นนักฟุตบอล เดินทางด้วยเครื่องเช่าเหมาลำถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ วันที่ 19 ก.ค. 63  มีการตรวจหาเชื้อครั้งแรก วันที่ 19 ก.ค. 63 ไม่พบเชื้อ ก่อนเข้าพักใน Alternative Local Quarantine (ALQ) และทำการตรวจครั้งที่สอง วันที่ 27 ก.ค. 63 ผลพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ และเข้ารับการรักษาที่รพ.บุรีรัมย์ เรียบร้อยแล้ว

    ทั้งนี้มีการคาดว่าจะเป็น มาร์โก เชโปวิช กองหน้าวัย 29 ปี ที่เพิ่งย้ายจากจากสโมสร เคย์เคอร์ ริเซสปอร์ ในลีกตุรกีมาร่วมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเพื่อทดแทนนักเตะที่อำลาทีมไป

เตรียมยกเครื่อง ! 7 แข้งลิเวอร์พูล เตรียมตามรอย ลัลลาน่า กับ ลอฟเรน อำลาทีมซัมเมอร์นี้

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/2020 แล้ว พวกเขาได้มีการเปลี่ยนแปลงภายในทีมทันที โดย 2 นักเตะกำลังสำคัญอย่าง อดัม ลัลลาน่า และ เดยัน ลอฟเรน ได้โบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์ ไปเรียบร้อยแล้ว ที่สำคัญอาจจะมีการย้ายทีมอีกระลอกของทัพ "หงส์แดง" ด้วย
    ลอฟเรน และ ลัลลาน่า ย้ายมาจาก "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน โดยพวกเขาถือเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญที่ช่วยทำให้ "เดอะ เร้ดส์" ประสบความสำเร็จมากมายมหาศาลในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด โดยสามารถกวาดแชมป์เป็นว่าเล่นโดยเฉพาะโทรฟี่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ พรีเมียร์ลีก

    สำหรับตอนนี้นักเตะทั้ง 2 คนตัดสินใจอำลาทีมแล้ว โดย ลัลลาน่า ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของสโมสรไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แบบไม่มีค่าตัว ขณะที่ ลอฟเรน ไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ (ราว 418 ล้านบาท)

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะมีแว่วๆ มาว่า ลิเวอร์พูล อาจจะต้องเสียผู้เล่นอีกอย่างน้อย 7 คนที่ต้องการย้ายทีม เพื่อโอกาสในการลงสนามตัวจริง เพราะหากพวกเขายังฝืนอยู่กับทีมต่อไปคงไม่สามารถสอดแทรกเป็น 11 ขุนพลของทีมได้แน่นอน  ส่วน 7 แข้งดังกล่าวเป็นใครบ้างลองไปพิจารณากันดีกว่า
 
ดิว็อค โอริกี้

    ต้องยอมรับว่า โอริกี้ เป็นกองหน้าซูเปอร์ซับที่สำคัญมากๆ ของ ลิเวอร์พูล ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา โดยมีหลายเกมที่ คล็อปป์ ส่งนักเตะลงสนามเพื่อช่วยแก้ปัญหาในการยิงประตู และนักเตะก็ทำผลงานได้ดีในฐานะตัวสำรองอดทนในช่วงที่ผ่านมา

    อย่างไรก็ตามขึ้นชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป้าหมายหลักก็คือการได้ลงเล่นตัวจริง ซึ่ง โอริกี้ มองแล้วว่าเขาคงยากจะสอดแทรก 3 ประสาน "หินเหล็กไฟ" โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ หัวหอกชาวเบลเยียม มีความคิดจะย้ายทีม

    หนึ่งในเหตุผลที่ โอริกี้ จะต้องอำลาถิ่นแอนฟิลด์ก็คือสไตล์การเล่นของเขาดูเหมือนจะไม่เหมาะกับ ลิเวอร์พูล และบ่อยครั้งที่นักเตะพยายามอย่างเต็มที่แต่สุดท้ายก็ต้องจบลงด้วยการงัดฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ ฉะนั้นการย้ายออกไปหาความท้าทายใหม่น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดของเขา
 
มาร์โก กรูยิช

    เชื่อว่าแฟนบอล "หงส์แดง" จำนวนมากคิดว่า มาร์โก กรูยิช ย้ายทีมไปแล้ว แต่ความจริงนักเตะยังคงเป็นสมาชิกลิเวอร์พูล เพียงแต่ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัว 2 ฤดูกาลกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และทำผลงานได้ดีเยี่ยม จนมีรายงานว่าเจ้าตัวจะกลับมาสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในถิ่นแอนฟิลด์

    อย่างไรก็ตามจากการที่ขุมกำลังแดนกลางของทัพ "เดอะ เร้ดส์" ค่อนข้างจะแน่นปึ้ก ทำให้มีข่าวลือออกมาเป็นระลอกว่านักเตะอาจจะเลือกตัดสินใจย้ายไปเล่นกับทีมอื่นถาวร โดยงานนี้สโมสรในบุนเดสลีกา เยอรมนี หลายทีมแสดงความสนใจอยากใช้บริการเลยทีเดียว

    นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช ยังคงคิดว่า ดาวเตะชาวเซอร์เบีย มีศักยภาพสูง และก็พร้อมให้โอกาสหากนักเตะสามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ แต่หากยังทำผลงานได้แบบเดิมๆ เหมือนช่วงที่อยู่ทีม งานนี้การปล่อยตัวออกจากสโมสรก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอนาคตของเขา

แฮร์รี่ วิลสัน

    แม้ว่า แฮร์รี่ วิลสัน จะไม่สามารถช่วย "เดอะ เชอร์รี่ส์" บอร์นมัธ ให้อยู่รอดปลอดภัยในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ตาม แต่ไม่มีอะไรต้องสงสัยว่าศักยภาพและความสามารถของเขายังเหมาะสมคู่ควรที่จะได้โลดแล่นโชว์ฝีเท้าในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีต่อไป

    แล้วศักยภาพของนักเตะมีคุณภาพสำหรับ ลิเวอร์พูล หรือไม่ ? นี่เป็นคำถามที่ คล็อปป์ ต้องขบคิด เพราะหากมองเรื่องทีเด็ดในการเล่นลูกฟรีคิก แน่นอนว่า วิลสัน เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่สามารถซัดประตูจากลูกฟรีคิก และยังเป็นผู้เล่นที่กล้าได้กล้าเสียไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

    อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ลิเวอร์พูล มีนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นอนาคตของทีมนั่นก็คือ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ซึ่งเขากำลังพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับโอกาสจาก คล็อปป์ ในการลงสนามอยู่บ่อยๆ ฉะนั้นหาก วิลสัน อยากได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง การย้ายไปเล่นที่อื่นน่าจะมีโอกาสมากกว่า
 
ลอริส คาริอุส

    นายทวารจอมเฟะฟะกลับมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้ว หลังจากใช้เวลา 2 ปีไปเฝ้าเสาให้กับ เบซิคตัส ทีมดังในลีกสูงสุดประเทศตุรกี โดยต้องยอมรับว่า คาริอุส ทำผลงานได้น่าผิดหวังสำหรับ เบซิคตัส และสุดท้ายก็ไม่ได้ย้ายไปเฝ้าเสาเป็นการถาวรกับทีม

    คาริอุส ไม่มีโอกาสได้เฝ้าเสาให้ ลิเวอร์พูล อีกเลยนับตั้งแต่ความผิดพลาดในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เมื่อปี 2018 โดย คล็อปป์ ยังใจดีไม่ขายขาด เพราะเชื่อว่า โกลเพื่อนร่วมชาติ จะเรียกฟอร์มเหนียวหนึบกลับมาได้

    แต่จนแล้วจนรอดการไปเล่นกับ เบซิคตัส ไม่ได้ช่วยให้เจ้าตัวพัฒนาฝีมือขึ้นมาเลย แถมการไปอยู่กับต้นสังกัดชั่วคราวก็ทำผลงานไม่ค่อยโสภาสถาพรเท่าไหร่หนัก ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ย้ายไปเล่นถาวร ที่สำคัญการกลับมาแอนฟิลด์ ก็ไม่มีที่ว่างเพราะ อาเดรียน จองมือ 2 เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นสิ่งที่ คาริอุส ต้องทำก็คือไปเล่นให้กับทีมอื่นดีกว่า
 
ยาสเซอร์ ลารูซี่

    ต้องยอมรับว่าอนาคตของ ยาสเซอร์ ลารูซี่ ค่อนข้างจะไม่เหลือแล้ว เนื่องจากนักเตะแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามในฐานะแบ็กซ้ายเลย เพราะ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน จองสัมปทานนี้ไปแบบถาวร ในขณะเดียวกัน เจมส์ มิลเนอร์ ก็สามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ เนโก วิลเลี่ยมส์ ยังถูกโยกมาเล่นแบ็กซ้ายชั่วคราวก็ได้

    ฉะนั้นในสถานการณ์ตอนนี้ ลารูซี่ ตกเป็นตัวเลือกอันดับสุดท้าย แม้ว่าเขาจะได้ลงสนามบ้างในเกมฟุตบอลถ้วยอย่างเอฟเอ คัพ แต่ไม่ได้ทำผลงานได้น่าประทับใจอะไรมากนัก ฉะนั้นทางเลือกที่ ดาวเตะวัย 19 ปีควรจะต้องรีบคิดก็คือการหากโอกาสจากการเล่นให้ทีมอื่น

    ว่ากันว่าตอนนี้มีอย่างน้อยสองทีมที่แสดงเจตจำนงอยากให้บริการนักเตะนั่นก็คือ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรดังที่เพิ่งกลับขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 16 ปี และ เบรนท์ฟอร์ด ดังนั้น ฟูลแบ็กชาวแอลจีเรีย ต้องเลือกแล้วว่าจะสู้เพื่อตำแหน่งในถิ่นแอนฟิลด์ หรือจะย้ายไปที่อื่นเพื่อจะได้เป็นตัวจริง
   
เบน วู้ดเบิร์น

    ในช่วงแรกๆ ที่ได้รับโอกาสลงเล่นเปิดตัวให้กับ ลิเวอร์พูล ผลงานของ เบน วู้ดเบิร์น ดูเหมือนมีอนาคตกับทีม แต่สุดท้ายแล้วนักเตะไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เลย ส่งผลให้ นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช ตัดสินใจส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด

    การเล่นให้กับ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด นักเตะดูเหมือนจะไปได้สวย แต่แล้วเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งเมื่อ ดาวเตะวัย 20 ปี ต้องได้รับบาดเจ็บหนักในช่วงระหว่างที่เล่นอยู่ที่นั่นทำให้โอกาสที่เขาจะพัฒนาฝีเท้าต้องหยุดชะงักไปโดยปริยาย

    วู้ดเบิร์น ถือเป็นนักเตะแห่งอนาคตสำหรับทีมชาติเวลส์ และมีโอกาสได้รับใช้ชาติอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นหากเขาต้องการที่จะมีชื่อติดธงต่อไป ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือการออกไปหาความท้าทายใหม่เพื่อที่จะได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง แม้อาจจะยอมถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวอีกซีซั่นก็ได้ หรือจะย้ายถาวรก็ดี

 เซอร์ดาน ชากีรี่

    สำหรับ เซอร์ดาน ชากีรี่ ต้องบอกว่าน่าเสียดายหากนักเตะตัดสินใจย้ายทีม เพราะความสามารถของเขายังคงมีประโยชน์กับทีม แต่ด้วยความที่ ดาวเตะชาวสวิส ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงมากนัก ทำให้เขาเริ่มมองหาทางเลือกอื่นเพื่ออนาคตของตัวเอง

    ส่วนหนึ่งที่ทำให้ ชากีรี่ ไม่ค่อยได้ลงเล่นเพราะปัญหาอาการบาดเจ็บรุมเร้า นั่นทำให้เขาได้ลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/2020 เพียงแค่ 7 แมตช์ และยิงได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น ที่สำคัญพอเขาหายเจ็บ คล็อปป์ ก็ไม่ค่อยจะส่งให้ลงสนามเท่าควร ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็คือการหาสโมสรใหม่เล่น

    ถ้าหาก ดาวเตะเลือดสวิส ตัดสินใจอำลา ลิเวอร์พูล จริงๆ แน่นอนว่าคงมีหลายสโมสรที่อยากใช้บริการนักเตะรายนี้ เพราะเรื่องความสามารถของเขายังคงมีประโยชน์ เนื่องจาก จอมทัพทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ มีประสบการณ์ในเกมลีกชั้นนำ ซึ่งถือเป็นข้อดีที่สำหรับทุกๆ ทีมที่อยากได้ตัวเขาไปเสริมทัพ

แมนยูเล็งเด็กสปอร์ติ้ง,ฮาแวร์ตซ์เสร็จเชลซี?อัพเดตล่าสุดข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

 "สิงห์บลูส์" เชลซี ยังคงเป็นสโมสรที่กินพื้นที่ข่าวซื้อ-ขายนักเตะมากสุดเหมือนเดิม และล่าสุดก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับดีลของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งของดีในค่าย สปอร์ติ้ง ลิสบอน อีกแล้ว ส่วน ลิเวอร์พูล งานนี้อาจจะต้องถอยฉาก หลัง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ตั้งค่าหัว อดาม่า ตราโอเร่ ชนิดบ้าคลั่ง แต่จะโหดแค่ไหนนั้น เรามาหาคำตอบกันในอัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะเที่ยวล่าสุดกันได้เลยจ้า
 – (Official) โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประกาศคว้าตัว จู้ด เบลลิงแฮม กองกลางดาวรุ่งเลือดผู้ดี มาจาก เบอร์มิงแฮม ซิตี้ เป็นที่เรียบร้อย ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปี ส่วนค่าตัวคาดว่าอยู่ที่ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท)

 – (Official) เซบีย่า จัดการซื้อขาด ซูโซ่ ปีกชาวสแปนิช มาจาก เอซี มิลาน เป็นที่เรียบร้อย พร้อมจับเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาว 5 ปี ส่วนค่าตัวน่าจะอยู่ที่ราว 24 ล้านยูโร (ประมาณ 864 ล้านบาท)


 

 – (Official) ซานติ กาซอร์ล่า มิดฟิลด์จอมเก๋าชาวสแปนิช ที่เพิ่งแยกทางกับ บียาร์เรอัล เตรียมย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศกาตาร์กับ อัล-ซาดด์ ซึ่้งมี ชาบี เอร์นานเดซ อดีตเพื่อนร่วมทีมชาติสเปน เป็นกุนซือใหญ่

 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใกล้ที่จะได้ตัว นาธาน อาเก้ กองหลังชาวดัตช์ของ บอร์นมัธ มาเสริมทัพ ที่ราคา 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) (Guardian)

 – เชลซี มีโอกาสสูงมากๆ ที่จะได้ตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาร่วมทีม โดยตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในช่วงการเจรจาต่อรองในดีลมูลค่า 70 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) ขณะที่ ปีเตอร์ เช็ก ที่ปรึกษาด้านเทคนิคของสโมสร ก็เตรียมเดินทางไป เยอรมนี ทันทีที่ฤดูกาลนี้ปิดฉากลง เพื่อทำการเจรจาแบบตัวต่อตัว (Sky Germany)

 

 – ยังไม่หนำใจ… เชลซี เล็ง โรบิน โกเซนส์ วิงแบ็กฝั่งซ้ายฟอร์มฮอตของ อตาลันต้า เป็นอีกหนึ่งแข้งเป้าหมายหลักสำหรับการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ แต่อาจจะต้องแย่งชิงกับ อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส รวมถึง ชาลเก้ 04 ที่ต่างกำลังจ้อง ดาวเตะวัย 26 ปี อยู่เช่นกัน (Kicker)

 – อย่างไรก็ตาม เชลซี เจองานสุดหินในการล่าตัว ยาน โอบลัค ยอดนายทวาร แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทีม หลัง "ตราหมี" ยืนยันที่จะขาย โกลทีมชาติสโลวีเนียวัย 27 ปี ตามค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) เท่านั้น โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า "สิงห์บลูส์" หวังลดราคา โอบลัค ด้วยการพร้อมใส่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอ (Goal)

 – แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี มีแผนการแน่วแน่ที่จะคว้าตัวผู้รักษาประตูคนใหม่ ต่อให้ เกปา ยังคงอยู่ในทีม (Telegraph)

 – พร้อมกันนั้น "สิงห์บลูส์" ยินดีที่จะพิจารณาขาย  เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติอิตาลี ที่ราคา 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) โดยเชื่อกันว่า ตอนนี้ตัวนักเตะกำลังถูก อินเตอร์ มิลาน จับตาดูอย่างใกล้ชิด (Tuttosport)
 
 – เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์เลือดเบียร์ของ อาร์เซน่อล อาจอยู่ค้าแข้งในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต่อไป หลังปฏิเสธข้อเสนอจาก เฟเนร์บาห์เช่ เรียบร้อย (Bild)

 

 – อย่างไรก็ตาม ทีมแชมป์ลีกตุรกีซีซั่นล่าสุดอย่าง อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอให้ โอซิล พิจารณา (90min)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจับตาดูฟอร์มการเล่นของ นูโน่ เมนเดส แบ็กซ้ายดาวรุ่ง สปอร์ติ้ง ลิสบอน ถึงแม้นักเตะเพิ่งลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรก เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนก็ตาม โดย ดาวเตะเลือดฝอยทองวัย 18 ปี มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) (Calciomercato)
 
 – ขณะเดียวกัน "ปีศาจแดง" ก็ยังไม่หมดหวังที่จะได้ตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เนื่องจากตัวนักเตะแสดงท่าทีชัดเจนที่จะอำลาถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ช่วงซัมเมอร์นี้ (Mirror)

 – อาร์เซน่อล พร้อมพูดคุยกับทาง เรอัล มาดริด เพื่อขอยืมตัว ดานี่ เซบายอส กองกลางเลือดกระทิงดุ มาใช้งานต่อในฤดูกาลหน้า (Express)

 – วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ได้ตั้งค่าหัว อดาม่า ตราโอเร่ ปีกจอมพลัง ไว้สูงถึง 135 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,400 ล้านบาท) หลังนักเตะมีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Times)

 – นาโปลี จ่อได้ตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกเนื้อหอม ลีลล์ มาร่วมก๊วนเต็มที หลังยินดีจ่ายค่าตัวสูงถึง 81 ล้านยูโร (ประมาณ 2,916 ล้านบาท) (L’Equipe)

 – อย่างไรก็ตาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เล็งที่จะปาดหน้า นาโปลี ชิงตัว โอซิมเฮน มาร่วมทีม โดยเชื่อว่า หัวหอกทีมชาติไนจีเรียวัย 21 ปี อยากมาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก มากกว่า กัลโช่ เซเรีย อา (Express)

 – ยูเวนตุส เริ่มมองหาตัวแทน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์เลือดโปรตุกีส ที่อาจอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ โดยล็อกเป้าหลักๆ ไปที่ ราอูล ฮิเมเนซ หัวหอก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส กับ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค กองหน้า นาโปลี พร้อมมอง เอดิน เชโก้ ของ อาแอส โรม่า และ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ เป็นทางเลือกสำรอง (Tuttosport)

 – มาริโอ เกิตเซ่ อดีตดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ บาเยิร์น มิวนิค มีแววย้ายออกไปค้าแข้งในลีกต่างแดน หลังได้รับความสนใจจาก เซบีย่า, ฟิออเรนติน่า และ อาแอส โมนาโก (Sky Germany)

อาร์เซน่อลกุมขมับ!โอซิลทำแสบอยู่ครบสัญญาแล้วย้ายฟรี

เมซุต โอซิล ดาวเตะ อาร์เซน่อล ยังยืนยันว่าจะไม่ย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ และจะรอไปย้ายฟรีในช่วงซัมเมอร์หน้า ทำให้นอกจากจะอดได้ค่าตัวแล้วนั้น อาร์เซน่อล ยังต้องทนจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตของ โอซิล ต่อไปด้วย ตามการแฉของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

    เมซุต โอซิล กองกลาง อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังมุ่งมั่นที่จะอยู่กับทีมไปจนครบสัญญาฉบับปัจจุบันที่จะหมดอายุลงในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า แล้วรอย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวเมื่อถึงตอนนั้น ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    เจ้าของค่าตัว 42.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,700 ล้านบาท) มีบทบาทกับทีมน้อยลงมาพักหนึ่งแล้ว โดยเขายังไม่ได้ลงเล่นให้ต้นสังกัดอีกเลยนับตั้งแต่ที่วงการฟุตบอลอังกฤษกลับมาเตะกันเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แถมที่จริงในเกมลีก 3 นัดหลังสุด โอซิล ก็ยังไม่มีชื่อติดทีมแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองด้วยซ้ำ

    เดิมที อาร์เซน่อล หวังที่จะขายเขาให้ได้หลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อได้เงินเข้ากระเป๋าสักหน่อย รวมถึงจะเป็นการลดภาระค่าเหนื่อยไปได้เยอะ หลังจากปัจจุบันดาวเตะชาวเยอรมันเป็นคนที่รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของทีมที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) แต่ เดอะ ซัน บอกว่าแข้งวัย 31 ปี แจ้งกับเพื่อนๆ ของตัวเองแล้วว่ายังไงซะก็จะไม่บอกลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้แน่ แถมยังเสริมด้วยว่าเขาจะพิจารณาเกี่ยวกับการย้ายไปเล่นให้ทีมในสหรัฐอเมริกา หรือไม่ก็ในตุรกีเท่านั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องบอกลา อาร์เซน่อล

 

ตุลาเจอกัน! ยูฟาประกาศวันแข่ง UCL ฤดูกาลหน้า

องค์กรลูกหนังยุโรปคลอดโปรแกรมแข่งคร่าว ๆ สำหรับถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกในซีซันหน้าออกมาแล้ว โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 20 ตุลาคม

สหพันธ์ลูกหนังยุโรป ประกาศวันแข่งฟุตบอล ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2020/21 ออกมาแล้ว โดยจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมเป็นต้นไป

ขณะที่เกมนัดชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม ที่สนาม อาตาเติร์ก สเตเดี้ยม ในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเดิมทีเป็นสังเวียนนัดชิงดำในปีนี้ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ยูฟาตัดสินใจโยกการแข่งขันตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปเล่นที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ในเดือนสิงหาคมนี้แทน

วันแข่งศึกแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้า มีดังนี้
รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 1 – 20/21 ตุลาคม 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 – 27/28 ตุลาคม 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 – 3/4 พฤศจิกายน 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4 – 24/25 พฤศจิกายน 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 – 1/2 ธันวาคม 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 6 – 8/9 ธันวาคม 2020

รอบ 16 ทีม นัดแรก – 16/17 กุมภาพันธ์ และ 23/24 กุมภาพันธ์ 2021

รอบ 16 ทีม นัดสอง – 9/10 มีนาคม และ 16/17 มีนาคม 2021

รอบ 8 ทีม นัดแรก – 6/7 เมษายน 2021

รอบ 8 ทีม นัดสอง – 13/14 เมษายน 2021

รอบรองชนะเลิศ นัดแรก – 27/28 เมษายน 2021

รอบรองชนะเลิศ นัดสอง – 4/5 พฤษภาคม 2021

รอบชิงชนะเลิศ – 29 พฤษภาคม 2021

อยู่ไหนบ้าง11ตัวจริงคล็อปป์คุมลิเวอร์พูลนัดแรก

สุขสันต์วันเกิดบอส ยังจำกันได้ไหม 11 ตัวจริงนัดแรกที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ลงคุม ลิเวอร์พูล เป็นใคร และตอนนี้อยู่ไหนกันบ้าง
     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล อายุครบ 53 ปี ในวันอังคารที่ 16 มิถุนายน และเชื่อว่า แฟนบอล "หงส์แดง" คงร่วมกันอวยพรให้กับกุนซือชาวเยอรมัน หลังเข้ามาสร้างทีมได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่มาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2015

    คล็อปป์ นำ "หงส์แดง" ลงเล่นเกมแรกในวันที่ 17 ตุลาคม 2015 ด้วยการบุกไปเสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-0 และในวันนี้เราจะไปดูกันว่า 11 ตัวจริงที่เล่นเกมนั้นเป็นใคร และตอนนี้อยู่ที่ไหนกันบ้าง
 
        ซิมง มิโญเล่ต์

        นายทวารเบลเจี้ยน เป็นมือ 1 ของ "หงส์แดง" ในเวลานั้น หลังย้ายมาจาก ซันเดอร์แลนด์ เมื่อปี 2013 ก่อนที่เวลานี้จะย้ายไปเฝ้าเสาให้ คลับ บรูช แล้ว

        นาธาเนียล ไคลน์

 

    ไคลน์ ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2015 เช่นเดียวกับ คล็อปป์ และตอนนั้นกำลังฟอร์มรุ่งจนติดทีมชาติอังกฤษ ในตำแหน่งแบ็กขวา

        เวลานี้ ไคลน์ ยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล แต่มีปัญหาบาดเจ็บมาตลอด รวมทั้งเป็นแค่ตัวเลือกรองจากทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ โจ โกเมซ

        มาร์ติน สเคอร์เทล

 

        เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งชาวสโลวัก เป็นกำลังสำคัญในแนวรับของ ลิเวอร์พูล ช่วงเวลานั้น และค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ นานถึง 8 ปี ก่อนไปอยู่กับ เฟเนร์บาห์เช่ ปี 2016 และเวลานี้ไปเล่นให้ อิสตันบูล เบซัคเซเฮียร์ ในลีกตุรกี

        มามาดู ซาโก้

 

        แม้จะเล่นพลาดหลายครั้ง แต่ ซาโก้ ก็เป็นตัวหลักของ คล็อปป์ ในช่วงแรก ก่อนมีปัญหาเรื่องตรวจโด๊ปในปี 2016 จากนั้นก็สร้างปัญหาในช่วงปรีซีซั่น จนโดนปล่อยไปให้ คริสตัล พาเลซ ยืมตัวในเดือนมกราคม ปี 2017 และเซ็นถาวรในช่วงซัมเมอร์ปีนั้น

        อัลเบร์โต้ โมเรโน่

 

        แบ็กซ้ายชาวสแปนิช เป็นตัวเลือกเบอร์ 1 ตอนที่ คล็อปป์ เข้ามาคุมทีม แต่หลัง "หงส์แดง" ไปซื้อ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในปี 2017 ก็หลุดสำรองยาว และย้ายไปเล่นให้ บียาร์เรอัล เมื่อปีที่แล้ว

        เจมส์ มิลเนอร์

 

    มิลเนอร์ เป็นนักเตะสารพัดประโยชน์โดยเล่นได้ทั้งกองกลาง, แบ็กขวา และ แบ็กซ้าย รวมทั้งรักษาสภาพร่างกายของตัวเองได้ดีมาก ทำให้ยังเป็นส่วนสำคัญของทีม  

        เอ็มเร่ ชาน

 

        ชาน ย้ายจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายไม่ยอมต่อสัญญา และเลือกไปเล่นให้ ยูเวนตุส ในปี 2018 ก่อนมาอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ แบบยืมตัวในเวลานี้

        ลูคัส เลว่า

 

    เลว่า อยู่กับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 2007 อย่างไรก็ตาม หลังการย้ายเข้ามาของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ทำให้โอกาสลงสนามของเขาน้อยลง โดยฤดูกาล 2016/17 ได้ลงตัวจริงแค่ 12 นัดเท่านั้น ก่อนถูกขายไปให้ ลาซิโอ ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์

        อดัม ลัลลาน่า

    ลัลลาน่า ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกที่ คล็อปป์ เข้ามาคุมทีม โดยแอสซิสต์ไป 6 ลูก ก่อนที่ซีซั่นต่อมาจะทำ 7 แอสซิสต์ และยิงในลีกไป 8 ลูก แต่ต้องโชคร้ายเจออาการบาดเจ็บรบกวน จนหลุดไปเป็นตัวสำรอง และคงอำลาถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบฤดูกาลนี้

        ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

 

    กำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล ในเวลานั้น และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดช่วงที่ คล็อปป์ คุมทีม แต่สุดท้ายเจ้าตัวเลือกย้ายไปเล่นให้ บาร์เซโลน่า ตามความฝันในปี 2018 อย่างไรก็ตาม ผลงานไม่ดี จนถูกส่งให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมใช้งาน

        ดิว็อค โอริกี้

    หัวหอกทีมชาติเบลเยียม ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมนั้น หลัง คริสติย็อง เบนเตเก้ กับ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ บาดเจ็บ และจนถึงตอนนี้เขาก็ยังอยู่กับทีม รวมทั้งมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้วด้วย

 

ทางการ!ยูฟ่าประกาศสนาม-วันเตะถ้วยยุโรป

ยูฟ่า ประกาศวันกลับมาเตะของ แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก โดยตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะเล่นแบบมินิทัวร์นาเมนต์ในประเทศเดียวที่ โปรตุเกส และ เยอรมัน ตามลำดับ

      สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะไปเล่นที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 12-23 สิงหาคมนี้

    นอกจากนั้้น การเล่นจะเตะแบบนัดเดียวจบ โดยใช้ 2 สนาม คือ เอสตาดิโอ ชูเซ่ อัลวาล้าด รังเหย้าของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เอสตาดิโอ ดา ลุช รังเหย้าของ เบนฟิก้า ที่จะใช้เป็นนัดชิงชนะเลิศด้วย หลังจากศึกชิงถ้วย "บิ๊กเอียร์" จำเป็นต้องหยุดการแข่งขันไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

      ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ยังเตะไม่จบอีก 4 คู่ (ยูเวนตุส พบ โอลิมปิก ลียง, แมนฯ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี และ บาร์เซโลน่า พบ นาโปลี) นั้น จะเล่นที่สนามของทีมเจ้าบ้านตามโปรแกรมเดิมในวันที่ 7-8 ส.ค. นี้

    ทั้งนี้ เมื่อได้อีก 4 ทีมผ่านเข้ารอบตามทีมที่เข้ารอบไปแล้ว คือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แอตเลติโก มาดริด, อตาลันต้า และ แอร์เบ ไลป์ซิก จะทำการจับสลากประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 10 ก.ค.นี้

โปรแกรม แชมเปี้ยนส์ ลีก

7-8 ส.ค. – รอบ 16 ทีมสุดท้ายคู่ที่ยังเตะไม่จบ
12-15 ส.ค. – รอบ 8 ทีมสุดท้าย
18-19 ส.ค. – รอบรองชนะเลิศ
23 ส.ค. – รอบชิงชนะเลิศ (ลิสบอน)

      โดย ยูฟ่ายังได้ประกาศเลื่อนเมืองเจ้าภาพนัดชิงชนะเลิศ ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เลือกไว้ให้ไปจัดในปีถัดไปทั้งหมดดังนี้

    -ปี 2021: สนามอตาเติร์ก, อิสตันบูล ประเทศตุรกี
    -ปี 2022: สนามเซนต์-ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย
    -ปี 2023: สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า, มิวนิค ประเทศเยอรมนี
    -ปี 2024: สนามเวมบลีย์, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

      นอกจากนั้น ทีมที่ยังอยู่ในการแข่งขันสามารถลงทะเบียนผู้เล่นจากลิสต์รายชื่อ 25 ผู้เล่นทีมชุดใหญ่ได้ใหม่ 3 คน โดยที่ผู้เล่น 3 คนดังกล่าวต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเตะของสโมสรภายในเส้นตายของการส่งรายชื่อครั้งล่าสุด (3 ก.พ. 2020) ซึ่งเป็นไปเพื่อให้ทีมต่าง ๆ สามารถส่งชื่อผู้เล่นที่เคยบาดเจ็บอยู่ในการส่งชื่อครั้งก่อนได้ มิใช่ให้ส่งชื่อนักเตะที่เพิ่งซื้อใหม่ ขณะที่การแข่งขันตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลสามารถเปลี่ยนตัวสำรองได้ 5 คน ตามกรอบที่ IFAB ได้วางไว้ให้แล้ว จากนั้นในฤดูกาล 2020/21 กลับมาเปลี่ยนตัวสำรองได้เพียง 3 คนเหมือนเดิม

    ส่วนรายการ ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะเตะแบบนัดเดียวจบเช่นกัน ที่ ดุ๊ยส์บวร์ก, ดุสเซลดอร์ฟ, เกลเซ่นเคียร์เช่น และโคโลญจน์ (สนามนัดชิงชนะเลิศ) ในประเทศเยอรมัน ระหว่างวันที่ 10-21 ส.ค.นี้ ขณะที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย จะกลับมาแข่งต่อในวันที่ 5-6 ส.ค. นี้

      อย่างไรก็ดี ยูฟ่ายังไม่ยืนยันว่ารอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ค้างคาอยู่จะแข่งกันที่ไหน ทว่าจะเตะกันในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2020 และสำหรับ 2 คู่ที่ยังไม่ได้เตะนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย คือคู่ เซบีย่า vs โรม่า และ อินเตอร์ vs เคตาเฟ่ ก็จะต้องเตะแบบนัดเดียวจบเช่นกัน

    ส่วนศึกชิงถ้วยเปิดฤดูกาลใหม่อย่างซูเปอร์คัพ ยุโรป ในปีนี้ จะเตะกันที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ย. 20 

โปรแกรม ยูโรปา ลีก

5-6 ส.ค. – รอบ 16 ทีมสุดท้าย
10–11 ส.ค. – รอบ 8 ทีมสุดท้าย
16–17 ส.ค. – รอบรองชนะเลิศ
21 ส.ค. – รอบชิงชนะเลิศ (โคโลญจน์)

เปิดเหตุผล โรบินโญ่ สนใจมาเล่นไทยลีก

หลังจากมีข่าวลือว่า โรบินโญ่ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบราซิลที่ผ่านการค้าแข้งทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด , แมนเชสเตอร์ ซิตี้ , เอซี มิลาน  ซึ่งกำลังจะหมดสัญญากับ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ในตุรกี ช่วงเดือนมิถุนายนนี้ โดยมีการเปิดเผยจาก เอเย่นต์ว่าดาวเตะวัย 36 ปีสนใจที่จะมาค้าแข้งไทยลีก
     ข่าวดังกล่าวยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นความจริงหรือเปล่าแต่ถ้าลองวิเคราะห์เหตุผลสำคัญที่ โรบินโญ่ จะมาเล่นไทยลีกยังพอมีมูลอยู่แต่ขอตัดเรื่องมาโกยเงินเพราะอย่างที่ทราบว่าสโมสรในไทยไม่ได้เงินถุงเงินถังเหมือนกับในลีกตะวันออกกลางหรือลีกจีน

    เรื่องแรกคงจะเป็นเรื่องของการที่ไทยลีกมีการเปิดตลาดซื้อขายรอบพิเศษ เพราะว่าสัญญาของ โรบินโญ่ นั้นจะหมดลงกับทีมในลีกตุรกีในวันที่ 30 มิถุนายน เท่ากับว่าเป็นฟรีเอเย่นต์และถ้า โรบินโญ่ อยากเล่นฟุตบอลต่อแบบเร็วๆไทยลีกเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะสามารถเซ็นสัญญาได้เลยและจะได้ลงเล่นในเดือนกันยายนนี้ทันที

    เรื่องต่อมา โรบินโญ่ อยากมาอยู่ เมืองไทย แน่นอนศึกฟุตบอลไทยลีกนั้นมีนักเตะบราซิลที่มาค้าแข้งอยู่มากมายและภูมิประเทศในเรื่องของอากาศก็คล้ายๆบราซิลทำให้ปรับตัวได้ไม่ยากรวมไปถึงเมืองไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายให้ได้สัมผัส

    เปิดตลาดอาเซียนพร้อมกับหาลู่ทางหลังเลิกเล่น แน่นอนคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือช่วงบั้นปลายอาชีพของ โรบินโญ่ ซึ่งการมาเล่นในไทยหรืออาเซียนอาจเป็นการเปิดตลาดนอกเหนือจากเรื่องฟุตบอลแล้วยังมีเรื่องต่างๆทั้งการเป็นพรีเซนเตอร์ต่างๆรวมถึงการเริ่มต้นชีวิตการเป็นเฮดโค้ชเหมือนกับนักเตะดังๆอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เพื่อเป็นลู่ทางหลังเลิกเล่นก็เป็นได้

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพียงการคาดเดาและ โรบินโญ่ ยังไม่ได้มาค้าแข้งไทยลีกจริงๆ แต่ถ้าวันไหนเกิดขึ้นจริงรับรองเป็นอีกดีลที่ฮือฮาแน่ๆ