เข้าใจหัวอก!โซลชาใจดีให้ “แม็กไกวร์” พักเพิ่ม

 

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไฟเขียวให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้พักนานกว่าเพื่อนร่วมทีม เพราะเข้าใจว่าตอนนี้จิตใจของนักเตะยังคงเหนี่อยล้า และอ่อนแอ จากเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศกรีซ
   
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อนุญาตให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม ได้พักเพิ่มขึ้น หลังจากนักเตะต้องเจอกับช่วงเวลาวุ่นวายต้องขึ้นโรงขึ้นศาลจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่ประเทศกรีซ

แม็กไกวร์ ต้องเจอกับวิบากกรรมหลังจากมีเรื่องทะเลาะวิวาท และขัดขืนการจัมกุมบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกาะมีโคนอส โดยจากเหตุการณ์ทำให้ศาลมีคำพิพากษาตัดสินให้ แม็กไกวร์ มีความผิด 3 กระทงได้แก่ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง,  พยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ และขัดขืนการจับกุมรวมทั้งพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามเจ้าพนักงาน ส่งผลให้ต้องโทษจำคุก 21 เดือนกับ 10 วันแต่ได้รับการลงอาญาเนื่องจากเป็นการกระทำผิดครั้งแรก

อย่างไรก็ตามทีมกฎหมายของ แม็กไกวร์ วัย 27 ปี ได้ทำเรื่องยื่นอุทธรณ์ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตามกฎหมายของประเทศกรีซ ระบุว่าหากมีการยื่นอุทธรณ์จะทำให้บทลงโทษที่ได้รับถือเป็นโมฆะ และจะต้องมีการพิจารณาคดีใหม่ทั้งหมดที่ศาลสูงสุด

จากเหตุการณ์วุ่นวายที่เข้ามารบกวนจิตใจของ แม็กไกวร์ ทำให้ โซลชา ตัดสินใจที่จะขยายเวลาการพักของนักเตะออกไป โดยบรรดาขุนพล "ปีศาจแดง" จะกลับมารวมตัวกันที่ แคร์ริงตัน สนามซ้อมของสโมสรในวันพุธที่ 2 กันยายนนี้ ส่วน ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ จะกลับมาร่วมทีมในช่วงสุดสัปดาห์

ชลบุรีปล่อยตัว 2 แข้งเก๋าพ้นทีม

สโมสร ชลบุรี เอฟซี ประกาศปล่อยตัว อดุล หละโสะ และ มงคล นามนวด 2 นักเตะมากประสบการณ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นการตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

สำหรับ อดุล หละโสะ ย้ายมาค้าแข้ง ให้กับ สโมสร ชลบุรี เอฟซี ในช่วงต้นฤดูกาล 2020 ที่ผ่านมา โดยถือเป็นนักเตะ ที่เป็นผลผลิต จาก โรงเรียน จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.ชลบุรี ก่อนถูกผลักดันขึ้นสู่ ทีมชุดใหญ่ ของ ชลบุรี เอฟซี จนมีส่วนสำคัญ ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไทยลีก ได้สำเร็จเมื่อปี 2550 ก่อนที่ในปี 2551 จะได้ย้ายไปค้าแข้ง ที่ประเทศ ญี่ปุ่นกับ สโมสร ต๊อตโตริ ทีมในระดับ ดิวิชั่น 3

จากนั้น ในปี 2552 อดุล หละโสะ กลับมาเล่นให้กับ ชลบุรี เอฟซี อีกครั้ง และในปีต่อมา ก็ถือเป็นผู้เล่นที่มีส่วนสำคัญในการพา สโมสร  ผงาดคว้า แชมป์ฟุตบอล เอฟเอ คัพ จนกระทั่งในปี 2558 จะย้ายไปค้าแข้งให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี

ส่วน มงคล นามนวด ย้ายมาค้าแข้ง ให้กับ สโมสร ชลบุรี เอฟซี ในเลกที่ 2 ของฤดูกาล 2019 โดยถือเป็นนักเตะ ที่เป็นผลผลิต จาก โรงเรียน จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ.ชลบุรี ผ่านการค้าแข้งมาแล้ว มากมาย กับ ศรีราชา เอฟซี, พัทยา ยูไนเต็ด, เพื่อนตำรวจ, การท่าเรือ เอฟซี, เมืองทอง ยูไนเต็ด, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, ปตท. ระยอง, ขอนแก่น ยูไนเต็ด บางกอกกล๊าส เอฟซี และ หนองบัว พิชญ เอฟซี

 

แมนยูแถลงข่าวคืบหน้าคดีแม็กไกวร์โดนรวบที่กรีซ

"ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด แถลงข่าวรับทราบกรณี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทจนโดนรวบที่กรีซ ยันเจ้าตัวให้ความร่วมมือกับตำรวจเต็มที่
   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงยืนยันว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีม ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกรีซอย่างเต็มที่ หลังโดนรวบตัวเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    เซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบตัวหลังมีส่วนพัวพันกับการวิวาทหน้าบาร์แห่งหนึ่งช่วงดึกคืนวันเสาร์ และทำร้ายเจ้าหน้าที่ในเกาะ มีโคนอส ประเทศกรีซ โดยคู่กรณีที่มีเรื่องด้วยเป็นนักท่องเที่ยวชาวเมืองผู้ดีเหมือนกัน ก่อนถูกรวบตัวไปทั้งหมด 3 ราย

    "ปีศาจแดง" แถลงว่า "สโมสรรับทราบเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ในมีโคนอส เมื่อคืนที่ผ่านมา เราได้ทำการติดต่อกับ แฮร์รี่ แล้ว และเขาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของกรีซอย่างเต็มที่ ในเวลานี้เราจะยังไม่ขอให้ความเห็นเพิ่มเติม"

    ทั้งนี้ แม็กไกวร์ เดินทางไปพักร้อนกับแฟนสาวหลังปิดฤดูกาล ก่อนที่ พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่มีโปรแกรมจะเปิดสนามด้วยการไปเยือน เบิร์นลี่ย์ วันเสาร์ที่ 12 กันยายน แต่นัดนี้จะถูกเลื่อนไปก่อน เพราะได้พักหลังทีมเพิ่งผ่านเกมฟุตบอลถ้วย ยูโรปา ลีก มาไม่นาน

เผยเงินที่แม็กไกวร์ต้องจ่ายหากหวังรอดนอนคุกยาว



เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ต้องติดคุกยาวหากจ่ายเงิน 90,000 ปอนด์ เพราะกฎหมายของกรีซมีระบบจ่ายเงินแทนโทษติดคุกแบบจำนวนหนึ่งต่อ 1 วันได้
    แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สามารถรอดจากการติดคุก 3 ปีได้หากจ่ายเงินรวม 90,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.60 ล้านบาท) ตามการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของเมืองผู้ดี

    แม็กไกวร์ ตกเป็นข่าวฉาวจากการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในประเทศกรีซระหว่างไปพักผ่อนที่นั่น โดยมันทำให้เขาโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ และถูกตั้งข้อหาต่างๆ ซึ่งไม่นานมานี้เจ้าตัวก็ไปขึ้นศาลของแดนเทพนิยายมาแล้ว

    ถ้าหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงๆ แล้วนนั้น แม็กไกวร์ ก็มีโอกาสติดคุกถึง 3 ปี อย่างไรก็ตาม พานาจิโอติส เปโตรปูโลส ทนายชาวกรีกให้สัมภาษณ์กับ เดอะ มิร์เรอร์ ว่าตามระบบการลงโทษของกรีซนั้น บทลงโทษจำคุกใดๆ ก็ตามที่มีระยะเวลา 3 ปีขึ้นไปสามารถจ่ายเป็นเงินแทนได้ โดยต้องจ่ายในรูปแบบเงินจำนวนหนึ่งต่อโทษติดคุก 1 วัน

    ทั้งนี้ จำนวนเงินที่จะจ่ายนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้พิพากษา โดยอาจอยู่ที่ 100 ยูโร (ประมาณ 3,700 บาท) ต่อ 1 วัน และต่ำสุดอาจอยู่ที่วันละ 5 ยูโร (ประมาณ 185 บาท) นั่นหมายความว่าหาก แม็กไกวร์ ต้องการจ่ายเงินแทนโทษติดคุกทั้ง 3 ปีแล้วล่ะก็ เขาก็อาจจะต้องเสียเงินสูงสุด 90,000 ปอนด์นั่นเอง ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวก็ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของค่าเหนื่อยที่ แม็กไกวร์ ได้รับกับ "ปีศาจแดง" ด้วยซ้ำ หลังจากเชื่อกันว่าเขาฟันค่าเหนื่อยอยู่ที่สัปดาห์ละ 190,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.6 ล้านบาท)

“ฟาบินโญ่” เซ็งเป็ดโดนปล้นบ้านช่วงฉลองแชมป์ลีก

ลิเวอร์พูลเอคโค่ สื่อดังประจำท้องถิ่น รายงาน ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์ตัวเก่งลิเวอร์พูล โดนตีนแมวบุกเข้าปล้นในช่วงระหว่างที่เขากับภรรยาอยู่ร่วมเหตุการณ์ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยงานนี้เครื่องเพชร อัญมณี หายไปเพียบ ส่วนรถยนตร์ได้กลับคืนมาแล้ว

               ฟาบินโญ่ กองกลางชาวบราซิเลียนของ ลิเวอร์พูล สุดเซ็งหลังบ้านพักโดนโจรบุกเข้าไปขโมยทรัพย์สินมากมาย ในช่วงระหว่างที่เขาอยู่กับเพื่อนร่วมทัพ "หงส์แดง" ในการเฉลิมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

              หลังจบเกมที่เปิดรังแอนฟิลด์ ถล่ม "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 5-3 ได้มีการทำพิธีมอบเหรียญแชมป์ และโทรฟี่พรีเมียร์ลีกให้กับทัพ "เดอะ เร้ดส์" โดยงานนี้ครอบครัวของนักเตะ ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้เข้ามาร่วมอยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สโมสรในบ็อกซ์พิเศษที่สนาม

              อย่างไรก็ตามหลังจากที่เสร็จสิ้นช่วงเวลาแห่งความสุข ฟาบินโญ่กับ รีเบก้า ทาวาเรส  ภรรยาเดินทางกลับมาที่บ้านพักในฟอร์มบี้ และพบว่าเคหสถานของตัวเองโดนปล้น โดยงานนี้มีทรัพย์สินมีค่ามากมายถูกขโมยหายไปรวมไปถึงเครื่องประดับ อัญมณี เพชรนิลจินดา และรถยนต์หรูยี่ห้ออาวดี้ อาร์เอส 6 สีเทา แต่รถถูกพบอยู่ที่เมืองวีแกน

                  จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าช่วงเวลาที่โจรก่อเหตุอาจจะประมาณ 15.00 น.ของวันพุธไปจนถึง 04.00 น.ของวันพฤหัสบดี และเจ้าของบ้านมาพบว่าบ้านถูกปล้นหลังจากเดินทางกลับมาถึงที่พัก โดยโฆษกตำรวจเมอร์ซี่ย์ไซด์ กล่าวว่า "เจ้าหน้าที่สืบสวนในเซฟตัน ได้รับแจ้งว่ามีการโจรกรรมที่ฟอร์มบี้ มีการแจ้งตำรวจให้ไปยังที่เกิดเหตุช่วงก่อนเช้าตรู่ (วันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ค.) ตอนที่เจ้าของบ้านเข้าไปในบ้านของพวกเขาแล้วพบว่าบ้านถูกปล้น"

                "ไม่มีใครอยู่ภายในบ้านช่วงเวลาที่เกิดเหตุ แต่คาดว่าการโจรกรรมคงเกิดขึ้นในช่วงเวลา 15.00 น.ของวันพุธที่ 22 กรกฎาคม และ 04.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม มีเครื่องเพชรและเครื่องประดับหลายชิ้นทุกขโมยไป รวมทั้งรถยนต์อาวดี้ อาร์เอส 6 สีเทา ซึ่งจากนั้นมีการคบรถอยู่บริเวณเมืองวีแกน"

                "บ้านและรถมีการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่สืบสวนในสถานที่เกิดเหตุ และกล้องซีซีทีวีอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ขอให้ทุกๆ คนแจ้งข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะใครก็ตามที่อยู่ในพื้นที่นี้ และอาจจะภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งแสดงให้เห็นว่ารถยนต์อาวดี้ อาร์เอส 6 สีเทาขับผ่านไป ให้ติดต่อกลับมาที่เจ้าหน้าที่ด้วย" โฆษก ระบุ

“เมสัน กรีนวู้ด” จากเจ้าหนูนายแบบสู่สตาร์แมนยูไนเต็ด

    สำหรับตอนนี้ เมสัน กรีนวู้ด กลายเป็นกองหน้าความหวังใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากแจ้งเกิดในฤดูกาลนี้ และมาระเบิดฟอร์มสุดยอดนับตั้งแต่ที่เกมพรีเมียร์ลีก รีสตาร์ท ทำให้ "ปีศาจแดง" มีความหวังในการติดท็อปโฟร์ และคว้าแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยด้วย
    กรีนวู้ด ได้รับการยกย่องว่าเป็น "เด็กมหัศจรรย์" คนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเขากลายเป็นดาวจรัสแสงภายใต้การปลุกปั้นจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ ซึ่งให้โอกาสนักเตะได้ลงสนามในทีมชุดใหญ่ จนกระทั่งเขาพัฒนาฝีเท้ากลายเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญของทีม

 


 

    ย้อนไปในวันวานก่อนจะเป็นสตาร์ดาวรุ่งสุดฮอตแห่งวงการลูกหนัง เจ้าหนู "ไม้เขียว" เป็นเด็กที่แสนน่ารักน่าชัง โดยเขาเคยคว้ารางวัลจากการประกวดนายแบบของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในวัย 4 ขวบ ในเวลานั้น กรีนวู้ด ได้รับสัญญาเดินแบบ และบัตรกำนัลสำหรับชอปปิ้งมูลค่า 50 ปอนด์ (ราว 1,900 บาท) งานนี้เจ้าตัวใจก็เลยไปฉลองด้วยการหม่ำแม็คโดนัลด์

     จากนั้นวันจนมาถึงปัจจุบัน กรีนวู้ด คือดาวจรัสแสงดวงใหม่แห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเฉพาะผลงานในเวลานี้ที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด โกยแต้มเป็นว่าเล่น จนมีลุ้นที่จะติดท็อปโฟร์ และด้วยฟอร์มที่สุดยอดทำให้นักเตะเป็นอนาคตที่แสนสดใสของ "ปีศาจแดง" และทีมชาติอังกฤษ อย่างแท้จริง

เร็วแรงตั้งแต่เยาว์วัย

    กุญแจสำคัญที่ทำให้ กรีนวู้ด ประสบความสำเร็จในเวลานี้ก็คือบิดา และมารดาของเขา โดยคุณแม่เมลานี แฮมิลตัน พยายามสอนให้เขาเป็นคนติดดิน ส่วน แอนดรูว์ คุณพ่อ ยอมสละเวลาหลายชั่วโมงเพื่อช่วยฝึกซ้อมการเล่นฟุตบอลให้กับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

    บ่อยครั้งที่คุณพ่อจะพา กรีนวู้ด ออกไปวิ่งข้างนอก และคอยเช็คศักยภาพของเขาด้วยนาฬิกาจับเวลา นอกจากนี้ในยามว่างก็จะพาลูกชายคนเล็กไปที่สนามฮอร์สฟอลล์ สเตเดี้ยม เพื่อจะได้ฝึกซ้อมทักษะลูกหนังกับ แบรดฟอร์ด (พาร์ค อเวนิว) เอเอฟซี ในขณะที่ แอชตัน พี่สาวฝึกซ้อมวิ่ง 400 เมตรที่นั่น


 

    ปัจจุบัน แอชตัน อายุ 21 ปี และเป็นนักวิ่งที่ได้รับทุนการศึกษาด้านกีฬาทำให้เธอได้ศึกษาด้านปรัชญาในมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโฟลิแทน โดย ไบรอัน กรีนวู้ด วัย 62 ปี ซึ่งไม่ได้เป็นญาติกับ เมสัน เผยว่า "คุณไม่เคยเห็นเขาอยู่ห่างจะลูกบอลเลย ทุกๆ ที่ที่เขาไป เขาจะต้องบอลอยู่ที่มือ"

    "เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาไม่ได้อยู่ในชุดนักเรียน เขาจะใส่เสื้อ ยูไนเต็ด เสมอ เขาเป็นเด็กขี้อาย แต่สุภาพเรียบร้อย แม้ตอนเด็กๆ เขาก็วิ่งเร็วยังกับลมกรด เรารู้มาตลอดว่าเขาจะต้องประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอล" อดีตเพื่อนบ้านของ กรีนวู้ด กล่าว

คุณพ่อผู้เสียสละเพื่ออนาคตของลูก

    กรีนวู้ด อาจจะไม่ประสบความสำเร็จแบบนี้หากไม่มีคุณพ่อบังเกิดเกล้าที่ทุ่มเท และเสียสละตนเองเพื่อพัฒนาลูกชายจนเป็นหนึ่งในนักเตะแห่งอนาคตทั้งของแมนฯ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ

    เรื่องนี้ คาโรลีน ดันน์ วัย 54 ปีเพื่อนบ้านของ กรีนวู้ด กล่าวว่า "เขาเป็นเด็กน่ารัก, สุภาพเรียบร้อยและจิตใจดี พ่อของเขาเสียสละเวลาเยอะมากเพื่อลูกชายคนนี้ เขาอุทิศตัวเองเพื่อลูก เราทุกคนดีใจกับพวกเขามากๆ"

    ตอนที่ กรีนวู้ด อายุ 5 ขวบ แอนดรูว์ พาเขาไปยัง  ไอเดิ้ล จูเนียร์ เอฟซี สโมสรฟุตบอลระดับเยาวชนท้องถิ่นแถบแบร็ดฟอร์ด โดย พอล นิวส์แฮม นายตำรวจเกษียณอายุราชการ ซึ่งเป็นโค้ชให้กับทีมในเวลานั้น เปิดใจว่า "เด็กๆ ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงแข่งขันจนกว่าพวกเขาจะอายุ 6 ขวบ แต่ เมสัน มุ่งมั่นที่จะลงเล่นมากๆ ครอบครัวของเขานำเขามาชมเกมตลอด"

     ทันทีที่เขาอายุครบ 6 ปี กรีนวู้ด ก็สร้างชื่อทันทีด้วยการซัด 10 ประตูในแมตช์เปิดตัว โดย นิวส์แฮม กล่าวต่อไปว่า "ตอนที่เขายิงประตูที่สิบ ด้วยการที่เหลืออีกแค่ไม่กี่นาทีก่อนหมดเวลา ผมอยากที่จะเปลี่ยนตัวเขาออกมา แต่เมื่อผมทำเขาจับขาของผมแล้วก็พูดว่า -ผมจะได้เล่นอีกใช่ไหม ลุงพอล ?-"

    "ทุกครั้งที่เขาลงสนาม เขายิงประตูได้เสมอ คุณไม่มีทางรู้เลยว่าด้วยวัยเพียงแค่นั้นพวกเขาจะมีพัฒนาการมากขนาดไหน แต่เขามีทุกอย่าง เขารวดเร็วราวกับสายฟ้า" นิวส์แฮม กล่าว โดยหลังจากนั้นไม่นาน กรีนวู้ด ก็กลายเป็นตัวอันตรายของบรรดาคู่แข่ง จนถึงขั้นเข็ดขยาดไม่อยากนำทีมไปเจอกับ ไอเดิ้ล จูเนียร์ เอฟซี

    "มันมาถึงจุดที่ทุกๆ คืนวันเสาร์ผมต้องรับโทรศัพท์จากสโมสรต่างๆ ที่สอบถามว่า เมสัน จะลงแข่งในวันพรุ่งนี้ไหม เขาไม่ได้อยู่กับเรานานนัก แค่ซีซั่นกว่าๆ เขาเป็นเด็กเงียบๆ, ขี้อาย และน่ารัก ครอบครัวของเขาให้การสนับสนุนเต็มที่ มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่ได้เห็นพัฒนาการของเขา"

    จากนั้นไม่นาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อยื่นข้อเสนอให้นักเตะย้ายไปฝึกปรือฝีเท้าที่ฮาลิแฟกซ์  ศูนย์เยาวชนในเวสต์ ยอร์ค ที่สำคัญ "ปีศาจแดง" ยังมีน้ำจิตน้ำใจมอบค่าตัวให้กับสโมสรไอเดิ้ล จูเนียร์ โดย มาร์คัส สตรูดวิค ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานทีมเยาวชน กล่าวว่า "ผมยังจำเช็คใบนั้นได้ มีตราโลโก้ ยูไนเต็ด ปัจจุบันผมอยากเอาไปใส่กรอบเก็บไว้จริงๆ"

    ที่ศูนย์ฝึกเยาวชนฮาลิแฟกซ์,  กรีนวู้ด มักจะมาถึงสนามก่อนเวลา 10 นาที และใช้เวลาฝึกซ้อมทั้งสองเท้าให้คล่องด้วยการเตะบอลอัดถังขยะอยู่ด้านนอกประตูรั้ว นอกจากนี้ โซลชา ยังเคยขอถ่ายรูปกับ กรีนวู้ด ตอนอายุ 7 ขวบ ที่ เดอะ คลิฟฟ์ สนามฝึกซ้อมของซัลฟอร์ด 

    ในเวลานั้น "น้าลูกอม" ยังทำหน้าที่เป็นนายใหญ่ให้กับทีมสำรอง "เร้ด เดวิลส์" และ โนอาห์ พี่ชายของเขา ซึ่งตอนนั้นอายุ 8 ขวบ ก็อยู่ในสนามซ้อมด้วย โดย กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน แสดงความเห็นว่า "ผมขอ เมสัน ถ่ายรูป เพราะผมรู้ว่าเราจะต้องก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพ"

เกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอลเท่านั้น

    เพียงไม่นานนัก กรีนวู้ด ต้องย้ายไปที่เมืองแมนเชสเตอร์ และครอบครัวของเขาต้องย้ายตามเพื่อไปดูแลเขา โดยนักเตะพัฒนาฝีเท้าอย่างรวดเร็ว กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดให้กับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ในเกมพรีเมียร์ลีก นอร์ธ และได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์เมื่อทีมของเขาคว้าโทรฟี่ "ไอซีจีที" (ICGT) ในประเทศฮอลแลนด์ ด้วยการชนะ เรอัล มาดริด

    ในช่วงซัมเมอร์ปี 2018 บรรดาแข้งชุดใหญ่ได้รับอนุญาตให้พักผ่อนหลังกรำศึกหนักในเกมฟุตบอลโลก ตอนนั้น โชเช่ มูรินโญ่ ซึ่งนั่งเก้าอี้กุมบังเหียน ใส่ชื่อ กรีนวู้ด เดินทางไปทัวร์ปรีซีซั่นที่สหรัฐอเมริกา โดยการทำแบบนั้นแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหนูที่อายุเพียง 16 ปีอย่างมาก

    เพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น นักเตะได้รับสัญญากึ่งอาชีพครั้งแรกพร้อมกับค่าเหนื่อย 800 ปอนด์ (ราว 30,400 บาท) ต่อสัปดาห์ แต่หลังจากนั้น กรีนวู้ด ก็พัฒนาตัวเองจนกระทั่งได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นถึง 15,000 ปอนด์ (ราว 570,000 บาท) ต่อสัปดาห์ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา

    ความสำเร็จทั้งหมดทั้งมวลเริ่มต้นจากการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว และการเสียสละเวลาของพ่อบังเกิดเกล้า โดย กรีนวู้ด ยอมรับว่าหากไม่มีครอบครัวเขาคงไม่มีโอกาสได้แจ้งเกิดในวงการลูกหนัง "ครอบครัวของผมช่วยเหลือผมเสมอ ในยามที่ผมท้อแท้ และย่ำแย่พวกเขาก็จะดึงผมกลับมา พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจที่แท้จริง ผมมักจะมองหาพวกเขา และผมเล่นเพื่อพวกเขา"

โสดแล้วนะจะบอกให้ ?

    ช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงจะรู้ว่า กรีนวู้ด หัวใจไม่ได้ว่างแล้ว เพราะเขากำลังคบหาดูใจกับ แฮร์เรียต ร็อบสัน นางแบบสาวสุดสวย แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะแยกทางกันแล้ว โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 


 

    สาวแฮร์เรียต วัย 19 ปี ได้เปิดใจกับบรรดาแฟนคลับของเธอที่กดติดตามอินสตาแกรม มากกว่า 95,000 ฟอลโลว์ ว่าตอนนี้เธอกับ กรีนวู้ด ได้รักแตกแยกทางกันไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ปลูกต้นรักกันมาได้ 15 เดือน แถมยืนยันไม่มีมือที่สาม เพราะพวกเขาเห็นพ้องตรงกันว่าควรจบความสัมพันธ์

    เพื่อเป็นการยืนยันว่าความรักของทั้งสองคนมาถึงทางตันแล้ว ฝ่ายหญิงได้จัดการลบรูปที่ถ่ายร่วมกันของพวกเขาทิ้งหมดจาก "ไอจี" ในขณะที่ สตาร์ลูกหนังดาวรุ่งพุ่งแรงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำแบบเดียวกัน ฉะนั้นทุกอย่างชัดเจนว่า ฝ่ายชายโสดแล้วและจะเริ่มเดินทางรักใหม่เมื่อไหร่ ก็ต้องรอลุ้นกันต่อไป

ศาลตัดสินแล้ว! คดีโรนัลดินโญ่ ยังต้องเศร้าต่อไป

โกลโบ้ สื่อของบราซิล ระบุ ศาลอุทธรณ์ในประเทศปารากวัยปัดคำร้องของ โรนัลดินโญ่ ที่ขอให้ปล่อยเขากับพี่ชายพ้นจากการโดนควบคุมตัว ทำให้ทั้งคู่ต้องโดนคุมเข้มจนถึงช่วงเดือนกันยายนนี้

    โรนัลดินโญ่ ตำนานดาวเตะชาวบราซิเลียน ไม่ประสบความสำเร็จในการอุทธรณ์บทลงโทษการถูกกักตัวจากคดีการใช้พาสปอร์ตปลอมเดินทางเข้าประเทศปารากวัย ตามรายงานของ โกลโบ้ สื่อชื่อดังของแดนแซมบ้า

    อดีตดาวเตะคนดังตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากการที่ตำรวจปารากวัยเข้าจับกุมเขากับ โรแบร์โต้ เดอ อาสซิส พี่ชายแสนรักถึงที่พัก หลังจากทั้งคู่ใช้พาสปอร์ตปลอมที่บอกว่าพวกเขามีสัญชาติปารากวัย ทั้งที่ทั้งคู่ไม่ได้ถือสัญชาติดังกล่าวเลย

    ทั้งนี้ โรนัลดินโญ่ กับพี่ชายไปอยู่ที่ปารากวัยเพื่อร่วมงานอีเวนต์ และพวกเขาก็อ้างว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับความผิดในเรื่องนี้เลย โดยที่ได้สัญชาติปารากวัยก็นึกว่าเป็นเพราะมีการประสานงานกับทางการให้พวกเขาได้สัญชาตินั้นเป็นกรณีพิเศษแล้วเท่านั้น ซึ่งที่จริงตอนแรกทั้งคู่ถูกส่งไปคุมขังในคุกด้วย ก่อนที่ศาลจะผ่อนปรนให้พวกเขาถูกกักตัวที่โรงแรมระดับ 4 ดาวแทน โดยที่มีเจ้าหน้าที่คอยคุมเข้มไม่ให้หนีด้วย

    กระทั่งล่าสุด โกลโบ้ ตีข่าวว่า โรนัลดินโญ่ กับพี่ชายของเขาได้ยื่นคำร้องกับศาลอุทธรณ์ของปารากวัยในเชิงที่ขอให้มีคำสั่งยกเลิกการคุมตัวพวกเขา แต่ศาลก็ปัดคำร้องดังกล่าวไป โดยเชื่อกันว่าศาลจะมีคำตัดสินในช่วงเดือนกันยายนนี้ ทำให้ โรนัลดินโญ่ ต้องถูกคุมตัวจนกว่าจะถึงตอนนั้น

นรกเสนายัน..กลัวที่ไหน.แต่เกือบเจอดี หลังยิงได้

ย้อนอดีตเมื่อวันวานครั้งที่ทีมชาติไทยต้องไปป้องกันแชมป์ฟุตบอลซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งในครั้งนั้นเหมือนมีคนเขียนบทให้ “เจ้าภาพ”อินโดนีเซีย ต้องเจอกับ “แชมป์เก่า”อย่างประเทศไทย ในช่วงเวลานั้นยังใช้ทีมชาติชุดใหญ่โดยไม่จำกัดอายุ

    หนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่โผล่มาติดทีมชาติในฐานะดาวยิงของทีมเล็กอย่าง ราชนาวี “เจ้าจ็อบ”ชายชาญ เขียวเสน ซึ่งเพิ่งผ่านการติดทีมชาติครั้งแรกในการเล่นแมตช์พิเศษเจอกับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแบบเซอร์ไพร๊ซ์ ก่อนจะมาติดชุดซีเกมส์ ปี 2540 ที่อินโดนีเซีย ได้เล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ในครั้งนั้นที่เขาเรียกกันว่า นรกในเสนายัน ซึ่งเป็นสังเวียนฟาดแข้งจุแฟนบอลได้เรือนแสนคน

 

    “ผมไปซีเกมส์ที่อินโดฯ มีโอกาสลงตัวจริงแค่นัดเดียวก่อนหน้านั้น แต่พอนัดชิงชนะเลิศได้รับโอกาสได้ลงเป็นกองหน้าตัวจริงคู่กับ “ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เจอกับ”เจ้าภาพ”อินโดนีเซีย ท่ามกลางแฟนบอลเป็นแสน ๆ คน ถามว่าผมกลัวไหม ผมไม่กลัวนะ เพราะตอนนั้นผมผ่านการฝึกทหารเรือมา เรื่องสภาพจิตใจมันควบคุมได้ มีแต่ความกระหายอยากจะลงเล่น ถึงแม้บรรยากาศมันจะน่ากลัวมาก ๆ ก็ตามที มีเผากระดาษ เผาโน่นเผานี่ตั้งแต่ก่อนเกมแล้ว”
 
    เกมในนัดชิงชนะเลิศ “เจ้าจ็อบ”ทำภารกิจได้อย่างยอดเยี่ยม โดยยิงประตูดับเสียงเชียร์ให้ไทยนำไปก่อน สมกับที่บอกว่าไม่รู้สึกกลัวกองเชียร์

 

 
    “ลูกนั้น “พี่โอ่ง”เปิดมาจากด้านซ้าย “พี่โย่ง”วรวุธ โหม่งชงมาแบบน้ำหนักพอดี ผมเลยตวัดด้วยซ้ายแบบบังคับให้เล่นมุมเข้าไป พอยิงเข้าผมก็รีบไปนั่งตรงมุมธง เพื่อรอให้พี่ ๆ เพื่อน ๆ ในทีมเข้ามาร่วมฉลอง ไม่ได้คิดว่าจะเป็นการยั่วยุกองเชียร์เลยแม้แต่น้อย”
 
    แต่ฉับพลันทันใด เหมือนดาวตกอุกาบาต กระทบพื้นที่สนามเสนายัน ก้อนหินนับสิบถูกขว้างลงมาตรงที่ “เจ้าจ็อบ”นั่งรอเพื่อน ๆ พี่ ๆ มาฉลองประตูกันเป็นห่าใหญ่ ทำเอาพวกพี่ ๆ ต้องรีบมาดึงเจ้าตัวออกจากจุดกระสุน(หิน)ตก

 

    “ตอนแรกนึกว่าหินก้อนเล็ก มันเฉี่ยวหัวเฉี่ยวขาผมไปหมด พอก้มลงมอง โห ก้อนเท่าลูกมะนาว โดนไปก็แตกเหมือนกัน โชคดีที่ไม่โดน รอดมาได้ เกมนั้นเล่นไปก็ระวังก้อนหินไปมีปามาตลอด นักเตะอินโดฯก็เล่นหนักตามเสียงเชียร์ ผมโดนเข่าใส่น่องจนเจ็บ พักครึ่งอาการเริ่มหนักเล่นต่อไม่ไหว เขาเลยเอา “อัลเฟรด”เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ลงไปแทน”
 
    จบเกมนั้นเสมอกันจนต้องมีการดวลจุดโทษตัดสิน ไทยชนะไป 4-2 เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ไปครอง ทำให้เกิดการเผาสนามเสนายัน “ถามว่ากลัวไหม ก็ไม่นะครับ เพราะเราแค่ไปรออยู่ในห้องแต่งตัว แต่ข้างนอกก็มีทั้งเผาสนาม เผารถนอกสนาม โกลาหลกันใหญ่  เรารออยู่ประมาณ 2-3 ช.ม. ตอนนั้นในห้องแต่งตัวฝ่ายจัด ให้เราเปลี่ยนชุดเพื่อพรางตัว แบบใส่เสื้อเชิ๊ตลำลองทีมชาติไทย เอาเทปกาวแปะทับธงชาติไทยไม่ให้เห็น กางเกงบางคนมีขายาว บางคนขาสั้น เผื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาไม่อยู่และกองเชียร์บุกเข้ามา แต่โชคดีในที่สุดก็สงบ ได้กลับที่พักโดยสวัสดิภาพ ก่อนกกลับไทยพร้อมกับเหรียญทอง ซึ่งเป็นอีกแมตช์ที่ผมประทับใจไม่ลืมในชีวิตการเป็นนักฟุตบอล”

ลิเวอร์พูลตำหนิแฟนบอลฉลองแชมป์โดยไม่สนใจกฎการเว้นระยะ

ลิเวอร์พูล ตำหนิแฟนบอลบางส่วนที่ไปฉลองแชมป์และสร้างความปั่นป่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พร้อมบอกว่าตอนนี้ยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอันดับแรก

    ลิเวอร์พูล ประณามแฟนบอลบางส่วนที่สร้างความวุ่นวายด้วยการไปรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ตรง เพียร์ เฮด และจุดพลุไฟใส่ ไลเวอร์ บิลดิ้ง ตึกอันเลื่องชื่อของเมืองลิเวอร์พูล ในช่วงที่แฟนบอลกลุ่มดังกล่าวฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20

    "หงส์แดง" การันตีแชมป์ลีกได้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา และแฟนบอลหลายคนก็ฉลองแชมป์กันตั้งแต่คืนนั้น ซึ่งตอนนั้นทางหน่วยงานราชการยังอนุญาตให้พวกเขาฉลองกันได้ แต่ก็ขอให้แต่ละคนอยู่ฉลองแชมป์กันที่บ้านเป็นหลักในวันอื่นๆ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก็ยังมีการฉลองแชมป์ตามที่ต่างๆ ของเมือง โดยจุดใหญ่ที่สุดคือตรง เพียร์ เฮด และมันก็เกิดประเด็นร้อนขึ้นเมื่อแฟนบอลบางส่วนไปจุดพลุไฟใส่ ไลเวอร์ บิลดิ้ง จนบางพื้นที่มีไฟลุกขึ้นมา ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องรีบไปดับไฟ ซึ่งสุดท้ายมันก็ไม่มีเหตุเพลิงไหม้ร้ายแรงแต่อย่างใด แต่หลังจากนั้น โจ แอนเดอร์สัน นายกเทศมนตรีของเมืองลิเวอร์พูลก็เรียกร้องให้ "เดอะ ค็อป" อยู่ฉลองแชมป์กันที่บ้านจะเป็นการดีกว่า

    แถลงการณ์ของ ลิเวอร์พูล ระบุว่า "ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ, ตำรวจประจำเมอร์ซี่ย์ไซด์, สภาเมืองลิเวอร์พูล และ สปิริต ออฟ แชงค์ลี่ย์ (กลุ่มแฟนบอลกลุ่มใหญ่ของ ลิเวอร์พูล) ได้ทำงานร่วมกันเพื่อคอยเตือนผู้คนอยู่เสมอว่าย่านของเรายังได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ และขอให้ทุกคนฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ แอลเอฟซี กันด้วยความปลอดภัย"

    "เมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา มีแฟนบอลหลายพันคนที่ไปยัง เพียร์ เฮ้ด และบางคนก็ไม่สนใจต่อกฎการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงทำให้คนทั่วไปเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย เมืองของเรายังไม่พ้นจากวิกฤติด้านสุขภาพ และพฤติกรรมทั้งหมดนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้"

    "มันยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระบาดครั้งที่สองของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ และเราจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อทำให้มั่นใจว่าเราจะไม่ทำให้ทุกอย่างที่คนในย่านนี้ทำในช่วงล็อคดาวน์มันกลายเป็นเรื่องไร้ค่า เมื่อมันมีความปลอดภัยแล้วนั้น เราจะทำงานร่วมกันเพื่อจัดขบวนพาเหรดฉลองแชมป์ เราจะทำในตอนที่ทุกคนสามารถมาฉลองแชมป์ร่วสมกันได้ จนกว่าจะถึงตอนนั้น ความปลอดภัยของเมืองและของผู้คนของเรายังถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่"

ลูกจ้างร้านข้าวขาหมู ติดทีมชาติ เป็นนายร้อยติดดาว

แบบฉบับของนักฟุตบอลที่มาจากครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ อยู่กับพ่อและย่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ชีวิตของ "ปริ๊นซ์" รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก น่าจะเป็นแบบอย่างของคนสู้ชีวิตที่ก้าวจากดินมาประดับดาวบนบ่า ด้วยความไม่ท้อและไม่ถอย
    – ชีวิตวัยเด็กที่ อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ต้องอยู่กับย่าและพ่อที่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป งานที่ "ปริ๊นซ์" ต้องทำตอนเด็กคือ ปั้นมะขาม เด็ดมะเขือ ได้วันละ 100 กว่าบาท

    – เนื่องจากฐานะทางบ้านค่อนข้างจน ต้องสวมใส่ผ้าใบเตะ แต่เพราะต้องเล่นบอลโรงเรียนและระดับประชาชน จึงกัดฟันซื้อสตั๊ดมือสองต่อจากเพื่อนและใช้ยาวจนเข้ากรุง

    – ช่วงที่เล่นบอลและเรียนที่ปากช่อง หลังเลิกเรียน รุ่งรัฐ จะขี่รถซาเล้งไปเพื่อจัดร้านขายข้าวขาหมู เพื่อแลกเงินมาให้ครอบครัวได้ใช้จ่าย

    – จบม.ปลายจากปากช่อง เข้ากรุงไปพร้อมกับเงินก้อนสุดท้ายของครอบครัวที่มีให้ 5 พันบาท เพื่อนชวนไปเรียนที่ม.อาร์แบค แต่ไม่ได้ทุนเรียน ต้องกู้ทุน กยศ.ทั้งค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายเดือนละ 2,200 บาท

    – เงิน 5 พันที่ได้ เอาไปซื้ออุปกรณ์ดำรงชีวิต หม้อหุงข้าว พัดลม ฯลฯ และใช้อย่างประหยัดควบคู่กับเงินกู้ กยศ. แม้จะเคยไปสมัครเป็นพนักงานโลตัสแต่เขาไม่รับ งานจ็อบไม่มี บางเดือนก่อนเงินออก 1 วันเหลือแค่ 5 บาท เอาไปซื้อหมูปิ้ง 1 ไม้ กินกับข้าวที่หุงไว้ที่ห้อง เป็นอาหารมื้อเดียวตลอดวัน

    – เคยตระเวณไปคัดสโมสรต่าง ๆ กับเพื่อน 6-7 สโมสร ปรากฏว่าไม่มีที่ไหนรับ เพราะมีคนไปคัดที่ละครึ่งพันคน ได้เล่นแค่ 5 นาที จนอินทรีเพื่อนตำรวจเปิดคัดเยาวชน 19 ปีไปเสริมชุดใหญ่ เพื่อนไปคัดติด ตัวเองไม่ได้ไป โชคดีสโมสรเปิดคัดอีกรอบ คราวนี้ติด ได้เงินก้อนแรกเป็นเบี้ยเลี้ยงวันละ 300 บาท ชีวิตรอดจากการอดแล้ว

    – จากนั้นมีโอกาสเข้าทีมใหญ่ของสโมสร เซ็นครั้งแรกได้เงินเดือน 3 พัน เบี้ยเลี้ยงซ้อมมื้อละ 400 บาท ตกแล้วเกือบหมื่นห้าต่อเดือน ดีใจสุด ๆ ส่งเงินให้ทางบ้าน และเก็บไว้ใช้เอง

    – อยู่กับชุดใหญ่เพื่อนตำรวจแค่ 1 ปี โอกาสได้เล่นน้อย ถูกทาบทามไปเชียงใหม่ ที่อยู่ดิวิชั่น 2 ตกลงไปเล่น 1 ปีย้ายไปลำพูน และกลับมาเชียงใหม่ จนเชียงรายเห็นฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องจึงทาบทามไปเล่น ก่อนแจ้งเกิดเต็มตัวและมีโอกาสได้เล่นทีมชาติชุดใหญ่อุ่นเครื่องกับสิงคโปร์และแคเมอรูน ซึ่งเป็นฝันที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นไปได้

    – ชีวิตติดเครื่องได้ติดทีมชาติไปคว้าแชมป์ซีเกมส์ ที่สิงคโปร์ และยังคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 ขณะที่เส้นทางอาชีพย้ายจากเชียงรายไปอยู่ราชบุรี และมาอยู่กับทรู แบงค็อก ในปัจจุบัน

    – ตอนนี้ชีวิตสลัดพ้นความยากจนและยากลำบาก มีบ้านที่ซื้อให้พ่อกับย่า และซื้อให้แม่ที่แยกทางกับพ่อตั้งแต่เด็ก รวมถึงซื้อรถให้บ้านละคัน รวมถึงบ้านและรถของตัวเอง ที่สร้างฐานะได้เพราะรู้จักเก็บออมตั้งแต่ยังได้เงินเดือนหลักหมื่นต้น ๆ จนมาเป็นหลักแสนในตอนนี้ แถมยังเพิ่งได้ติดยศ ร.ต.ต.จากการรับราชการตำรวจอีกด้วย

    นี่คือชีวิตที่ขึ้นจากดิน จนวันนี้ "ปริ๊นซ์" รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก มีทั้งดาวประดับบ่า และ ทรัพย์สิน เงินทอง ข่วยให้ทางบ้านลืมตาอ้าปากได้ ใครที่เคยผ่านอุปสรรคของชีวิตและท้อแท้ ให้ดูการสู้ชีวิตของ "เจ้าปริ๊นซ์" รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก เป็นแบบอย่างของคนสู้ไม่ถอย