สนไหม?ทีมเอเยนต์คอสต้าเจรจาแมนยูเสนอย้ายซบ

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน เปิดเผยว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับการติดต่อจากทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า โดยทีมงานดังกล่าวเสนอปล่อย คอสต้า ให้กับ "ปีศาจแดง" ขณะที่ "เบียงโคเนรี่" ก็ต้องการโละเขาอยู่แล้ว

    ทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ปีก ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ติดต่อไปหา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเสนอปล่อยนักเตะในความดูแลของพวกเขาให้อีกฝ่าย ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อดังชาวอิตาเลียน

    เป็นที่เชื่อกันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งปีก ซึ่งเดิมทีเป้าหมายเบอร์ 1 ของเขาคือ เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ตอนนี้โอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้แข้งชาวอังกฤษมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้มันน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากที่ "ปีศาจแดง" ไม่พร้อมจ่ายค่าตัวของ ซานโช่ ในระดับเดียวกับที่ "เสือเหลือง" ต้องการ ซึ่งว่ากันว่า ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ถึง 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท)

    "They talked to Manchester United, they will think about this player" @DiMarzio on Douglas Costa’s future at Juventus pic.twitter.com/2sDZElV4Ay
    — Football Daily (@footballdaily) August 17, 2020

    เรื่องดังกล่าวทำให้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคิดเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับปีกคนอื่นเพื่อเป็นทางเลือกสำรองแล้ว และล่าสุด ดิ มาร์ซิโอ ก็เผยว่าทีมเอเยนต์ของ คอสต้า เสนอปล่อยนักเตะของพวกเขาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พิจารณา หลังจากที่แข้งวัย 29 ปี มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตจนทำให้ไม่ได้กลายเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆ ของทีม โดยถึงแม้ในฤดูกาล 2019-20 คอสต้า จะได้ลงเล่นในลีก 23 นัด แต่มันก็เป็นในฐานะตัวจริงแค่ 7 เกมเท่านั้น

    ดิ มาร์ซิโอ เผยว่า "ยูเวนตุส อยากปล่อยเขาออกจากทีม บรรดาทีมเอเยนต์ของเขากำลังเดินเรื่องเพื่อหาทางออกอยู่ พวกเขาได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อดูว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัว ดั๊กลาส คอสต้า รึเปล่า ดังนั้น ยูไนเต็ด จะพิจารณาเกี่ยวกับนักเตะคนนี้ ปัญหาก็คือ ดั๊กลาส คอสต้า เป็นนักเตะที่เจ็บบ่อยมาก ดังนั้นนี่จึงเป็นปัญหาสำหรับสโมสรที่อยากซื้อ ดั๊กลาส คอสต้า แต่แน่นอนว่าทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพวกเขาก็เสนอเรื่องที่จะให้เขาย้ายไปเล่นกับที่นั่น

ลูกคนงานก่อสร้าง เก็บผักกิน ขาย..โกอินเตอร์ เจลีก..ดาวยิงทีมใหญ่ไทยลีก

ชะตาชีวิตของแต่ละคนถูกลิขิตมาตั้งแต่เกิด แต่ก็สามารถใช้ความมานะพยายามลิขิตชีวิตตัวเองตอนโตได้ เฉกเช่น “เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ซึ่งชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตั้งแต่เด็กแต่วันนี้กลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าตัวจริงของทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีกอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
“เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ ได้ย้อนอดีตให้ฟังว่า สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านมีฐานะยากจน พ่อแม่เป็นคนงานก่อสร้าง กินค่าจ้างรายวัน ถ้าตรงกับช่วงเข้าพรรษา ที่ภาคเหนือจะไม่มีการก่อสร้างบ้าน รายได้ก็จะไม่มี พ่อแม่ต้องไปเก็บผักมากินและขาย โชคดีที่มีบ้านญาติอยู่ใกล้ บางครั้งก็ต้องไปอาศัยกินข้าวกับญาติ เป็นการประทังชีวิต
 
    “ตอนเด็กก็ถือว่าลำบาก แต่โชคดีพ่อแม่เข้าใจไม่ห้ามเรื่องฟุตบอล รองเท้าสตั๊ดไม่มี ก็ขอจากรุ่นพี่ โชคดีไปเล่นฟุตบอลรายการหนึ่งในจังหวัดตากบ้านเกิด ได้นักเตะยอดเยี่ยม มีสตั๊ดเป็นรางวัล ผมเอามาใส่จนขาด เพราะไม่มีเงินจะซื้อ”

    “เจ้าเบียว”เล่าว่า ช่วงที่เรียนม.4 ที่ร.ร.สามเงาพิทยาคม มีพี่ที่เป็นทหารแนะนำให้ไปคัดกับร.ร.สุรศักดิ์มนตรีที่เปิดคัด ผมไม่รีรอที่จะไป คือเราเห็นพ่อกับแม่จะชอบดื่มและทะเลาะกัน ก็อยากจะไปให้พ้นจากสภาพแวดล้อมนี้ ไปแสวงหาอนาคตด้านฟุตบอลเพื่อจะมาช่วยเขาตอนหลังดีกว่าจะทนอยู่แบบนี้ ก็เลยมาคัดก็ติด ได้เรียนฟรี อยู่ฟรีและกินฟรี โดยมื้อเช้า อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ จะเอาข้าวที่เหลือจากวัดมาให้กิน ตอนเย็นก็ได้กินฟรี มากทม.ผมเอาเงินมา 800 บาท เป็นค่ารถ ค่ากิน โชคดีที่คัดติดที่นี่”
 
    โชคดีของ “เจ้าเบียว”ที่ ร.ร.สุรศักดิ์ฯ เป็นพันธมิตรกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เจ้าตัวจึงมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในอะคาเดมี่ของ แบงค็อกฯ และได้โชว์ฟอร์มในยูธลีก ก่อนที่จะเล่นทีมสำรองของ แบงค็อก ในฟุตบอลไทยลีก 4 จนได้เป็นดาวซัลโวของโซนกทม.และปริมณฑล จำนวน 21 ประตู ถูกดันขึ้นชุดใหญ่แต่แทบไม่ได้เล่น จนวันหนึ่งโอกาสมาถึงเมื่อทางสโมสรตัดสินใจจะส่งเจ้าตัวไปฝึกฟุตบอลกันพันธมิตรอย่าง เอฟซี โตเกียว ที่ญี่ปุ่น

 
    “ตอนแรกผมปฏิเสธไปทางโทรศัพท์ เพราะไทยลีกยังไม่ได้เล่น เลยไม่อยากข้ามขั้นเร็วไป แต่พอวางสาย แม่ที่มาเยี่ยมก็บอกทำไมไม่ลองก่อนล่ะ มันเป็นโอกาสที่ไม่ได้มีกันทุกคน ผมเลยตัดสินใจโทรกลับไปว่า ตกลงไปญี่ปุ่น”
 
    จากเด็กบ้านนอกที่เรียนไม่เก่ง ต้องไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว ไม่มีเพื่อน ชีวิตที่ญี่ปุ่นช่วงแรกจึงลำบาก ขณะเดียวกันก็เล่นให้กับ เอฟซี โตเกียวชุดยู 23 ในเจลีก 3 ช่วงแรก ๆ ก็โดนเพื่อนร่วมทีมด่า แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ภาษากายมันบอก เจ้าตัวก็ก้มหน้าก้มตาเล่นโดยไม่สนใจอะไร ลงไป 17 นัดยิงไป 3 ประตู เพื่อนเริ่มยอมรับในช่วงปลาย ๆ ซีซั่น สุดท้ายเดินทางกลับไทยหลังใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น 11 เดือน

 
    ณัฐวุฒิ ได้กลับมาไทยและมีโอกาสซ้อมช่วงปรี-ซีซั่น กับทีมชุดใหญ่ของทรู แบงค็อก ซึ่งก็มีโอกาสได้ติดทีมไปอุ่นเครื่องที่มาเลเซีย เป็นฟุตบอล 4 เส้า เจ้าตัวได้โอกาสจากมาโน โพลกิ้ง ให้ลงเล่นแทน โบนิลญ่า ที่เจ็บ เพราะมาโน่เห็นฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องยิงทุกนัด และเมื่อได้เล่นที่มาเลย์ ก็ยิงไป 1 ลูก ทีมได้แชมป์ เจ้าตัวได้นักเตะยอดเยี่ยม นั่นจึงเป็นที่มาของการได้โอกาสลงเล่นในเกมไทยลีก แถมยึดตัวจริงของทีมได้ 4 นัดติดต่อกันก่อนหยุดไปเพราะโควิด โดยยิงไป 1 ประตู
 
    เมื่อฟอร์มดี เจ้าตัวก็มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดยู 21 และยู 23 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า ได้โทรไปบอกพี่สาวให้บอกแม่ แต่แม่อยากฟังจากปากของเจ้าตัวเอง พอบอกไป แม่ถึงกับร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ

 
    “ผมมีวันนี้ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินคาดจริง ๆ แต่ผมบอกเลยว่า ตัวเองทำงานหนักมาก หลังการฝึกซ้อมทีม ผมจะให้โค้ชช่วยเปิดบอลให้ผมยิงประตูในทุกรูปแบบอีกเกือบครึ่งช.ม.ทุกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้ผมดีขึ้นจริง ๆ ตอนนี้ได้เป็นนักบอลอาชีพเต็มตัวก็ส่งเงินกลับบ้านให้พ่อแม่ตลอด และจะหาเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ได้อยู่สบายขึ้นในอนาคตอันใกล้ และเป้าหมายสูงสุดของผมคือ การได้ติดทีมชาติชุดใหญ่สักครั้งในชีวิต แต่ทั้งนี้ผมต้องโชว์ฟอร์มกับทรู แบงค็อก ให้ดีเสียก่อน”

ชากิรี่เผยแล้วคิดลาลิเวอร์พูลหรือขอสู้ต่อ

หลังจากตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีก ลิเวอร์พูล ก็บอกว่าตอนนี้ต้องการช่วยทีมในซีซั่น 2020-21 เพื่อที่จะได้มีโอกาสลงเล่นเยอะเหมือนฤดูกาล 2018-19 พร้อมบอกว่า "หงส์แดง" ตื่นเต้นกับการได้ป้องกันแชมป์ลีกสุดๆ
    เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกชาวสวิสของ ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด แสดงเจตนารมณ์ว่าต้องการอยู่กับทีมต่อไป ด้วยการบอกว่าตั้งตารอที่จะได้ช่วยทีมในฤดูกาล 2020-21 อย่างใจจดใจจ่อ

    หลังจากได้ลงเล่น 30 นัดในทุกรายการเมื่อซีซั่น 2018-19 ชากิรี่ ก็ได้ลงเล่นในทุกรายการเพียง 11 นัดในซีซั่น 2019-20 โดยถึงแม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะเขาเคยเจ็บตรงน่อง แต่พอหายเดี้ยงแล้วแข้งวัย 28 ปีก็ไม่ค่อยโดน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันใช้งานเลย จนทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมหนักพอตัว

    ชากิรี่ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ลิเวอร์พูล ว่า "ถ้าคุณได้รับบาดเจ็บหรือไม่ได้เล่นแล้วน่ะคุณก็จะรู้สึกหงุดหงิดเป็นธรรมดา แต่ผมตั้งตารอที่จะได้เล่นในซีซั่นนี้ และตั้งตารอที่จะได้พยายามช่วยทีม เพื่อที่ผมจะได้มีโอกาสลงเล่นเยอะเหมือนอย่างในฤดูกาลแรก (ของตัวเองกับ ลิเวอร์พูล)"

    "ในฐานะทีมแล้วนั้นผมอยากประสบความสำเร็จหลายอย่าง ผมคิดว่าเรามีนักเตะเก่งๆ หลายคนอยู่ในทีม ทุกคนมีดีพอที่จะได้ลงเล่น และเราก็พยายามทำให้โค้ชต้องหนักใจมากๆ อยู่เสมอ (หมายถึงทุกคนพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ คล็อปป์ เลือกยากว่าจะใช้งานใครดี) ผมเองก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้, ช่วยให้ทีมชนะ และได้แชมป์มาครองเหมือนกัน นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับผม"

    "ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลงเล่นอีกครั้ง และเพื่อป้องกันแชมป์ที่คว้ามาครองได้เมื่อฤดูกาลก่อน แน่นอนว่ามันเป็นงานยากมากๆ แต่เราก็พยายามที่จะทำหลายอย่างให้ได้อีกครั้ง และอยากชนะหลายต่อหลายเกมด้วย เรามีความสามารถดีพอที่จะทำอย่างนั้นได้ เรามีทีมที่ยังกระหายความสำเร็จ และอยากได้แชมป์อีกหลายรายการ"

    "มันรู้สึกยอดเยี่ยมมากๆ ที่ฤดูกาลก่อนเราได้แชมป์ลีก มันให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปทั้งสำหรับแฟนบอลและสำหรับเราหลังจากที่ทีมไม่ได้แชมป์ลีกมานาน 30 ปี เราตื่นเต้นกันมากๆ และอยากชนะให้ได้ทุกนัด แต่เราก็รู้ดีว่ามันจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากสุดๆ เช่นกัน ทีมอื่นๆ ต่างก็อยากจะชนะให้ได้เหมือนกัน ดังนั้นผมเลยคิดว่ามันจะเป็นฤดูกาลที่น่าตื่นเต้น"

กุนซือทีมลีกทูเชียร์ไวท์ซบลิเวอร์พูล

ไมเคิ่ล ฟลินน์ กุนซือ นิวพอร์ท ที่เคยร่วมงานกับ เบน ไวท์ มาแล้วนั้น บอกว่าตนอยากให้ ไวท์ ไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล โดยเชื่อว่ามันจะทำให้แข้งวัย 22 ปีเก่งขึ้นกว่านี้ได้อีกเยอะ

    ไมเคิ่ล ฟลินน์ ผู้จัดการทีม นิวพอร์ท เคาน์ตี้ สโมสรในระดับ ลีก ทู อังกฤษ ซึ่งเคยร่วมงานกับ เบน ไวท์ กองหลังดาวรุ่งของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน มาแล้วนั้น กล่าวว่าส่วนตัวแล้วตนอยากให้ ไวท์ ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก

    ฤดูกาลก่อน ไวท์ ย้ายไปเล่นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว และทำผลงานได้โดดเด่นจนทำให้มีข่าวว่าทีมระดับ ลิเวอร์พูล และ เชลซี สนใจจะดึงแข้งวัย 22 ปีไปร่วมทัพ

    ฟลินน์ เผยว่า "ผมอยากเห็นเขาไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล มากๆ ผมรู้จัก เป๊ป ลินเดอร์ส ผู้ช่วยของที่นั่นดี เขาเป็นโค้ชที่เก่งมากๆ เลยล่ะ ดังนั้นผมเลยรู้ดีว่าเขาจะช่วยทำให้ เบน เก่งขึ้นได้"

    "เขา (หมายถึงตัว ไวท์ เอง) ต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อ เบน ไวท์ ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นการได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก สัก 1 ฤดูกาลเต็มด้วยการเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องที่ ไบรท์ตันฯ ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่เขาอาจจะทำ เกรแฮม พ็อตเตอร์ (ผู้จัดการทีม ไบรท์ตันฯ อาจจะอยากเก็บเขาเอาไว้ใช้งานต่อ และส่งเขาลงเล่นบ้าง ก่อนที่จะขายเขาด้วยราคาที่สูงกว่าตอนนี้หลังจากที่เขาได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก สัก 1 ฤดูกาล"

    "มันเป็นเรื่องที่ เบน ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ส่วนตัวแล้วผมอยากให้เขาไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล มากกว่า ผมมั่นใจในตัว เบน มากๆ ผมคิดว่าเขาสามารถสอดแทรกขึ้นไปเป็นตัวจริงให้กับทีมไหนก็ได้ทั้งนั้น อย่าลืมนะว่าเขาจะมีนักเตะที่เก่งกว่าเดิมอยู่รายล้อมพวกเขา (ถ้าย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล) พวกเขาจะช่วยทำให้เขาพัฒนาขึ้นได้ ในฐานะผู้จัดการทีมแล้วนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถทำให้นักเตะของเขาโชว์ศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาได้ ผมมองออกเลยว่าเขาจะพัฒนาขึ้นอีกครั้ง"

พิสซ์เซ็ค เตรียมปิดฉาก 11 ปีดอร์ทมุนด์, เลิกเล่นจบซีซั่นหน้า

แนวรับชาวโปแลนด์จะลงเล่นให้เสือเหลืองเป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ด

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงแฟนบอลของ ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ค ที่ประกาศว่าจะลงเล่นให้สโมสรเป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ด

ดาวเตะชาวโปแลนด์ ย้ายจากจากแฮร์ธา เบอร์ลินมาอยู่กับเสือเหลืองเมื่อปี 2010 และเขาจะอยู่กับทีมครบ 11 ปี หลังเลือกอำลาชีวิตการค้าแข้งหลังจบฤดูกาล 2020-2021

ขณะเดียวกัน กองหลังจอมเก๋าวัย 35 ปี ประกาศสละตำแหน่งรองกัปตันทีม ซึ่งก่อนหน้านี้เขาจะได้สวมปลอกแขนหาว่า มาร์โก รอยส์ ไม่ได้ลงสนามด้วย เพื่อให้สโมสรเปิดโอกาสให้นักเตะรุ่นใหม่ได้ก้าวมาเป็นผู้นำของทีมแทนที่เขาในอนาคตนั่นเอง

ถึงแฟน ๆ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ฤดูกาล 2020/2021 จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของผมในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ผมอยากจะสนุกกับฤดูกาลนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมได้รับผิดชอบการเป็นผู้นำทีมควบคู่ไปกับเพื่อนร่วมทีมหลายคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งในฐานะนักเตะอาวุโสและในฐานะรองกัปตันทีม

แต่ตอนนี้ผมต้องการลดบทบาทให้เท่าเทียมกับทุกคนในทีม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของทีม และเปิดทางให้นักเตะคนอื่น ๆ ได้มีส่วนร่วมเป็นผู้นำทีมมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจสละตำแหน่งรองกัปตันทีมและลดบทบาทการเป็นผู้นำทีมลงด้วย

แต่ผมจะช่วยทีมอย่างเต็มที่ต่อไป เพราะผมรู้ว่าความคิดเห็นของผมมีคุณค่าเสมอในห้องแต่งตัว ผมพร้อมที่จะให้คำแนะนำแก่ผู้เล่นทุกคนที่อยากจะก้าวมาอยู่ในจุดเดียวกับผม อาจพวกเขาแสวงการและต้องการทำ

เคยย้ายโรงเรียนหนี “ตอง”กวินทร์ ยังตามมาข่มในทีมชาติทุกชุด

เติบโตมาในรุ่นเดียวกันตั้งแต่เด็ก และเป็นคู่แข่งกันมาทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ “เจ้าเอ้”ทศพร ศรีเรือง นายทวารร่างใหญ่ที่ตอนนี้สังกัด ตราด เอฟซี จะเอาชนะคู่แข่งอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ตอนนี้โกอินเตอร์ไปอยู่ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร สักครั้งเดียวในชีวิต
    เรื่องนี้ “เจ้าเอ้”ทศพร ศรีเรือง เปิดเผยว่า ตั้งแต่ยังเด็กตนเคยไปคัดตัวเข้าม.1 ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ในตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่ปรากฏว่าตอนนั้นตนติดแค่สำรอง โดยมี “ตอง” กวินทร์ ติดเข้าเรียนที่คริสเตียนในฐานะตัวจริง แต่สุดท้าย “ตอง”สละสิทธิ์ไปเข้าอัสสัมชัญ ธนบุรี ตนเลยได้เข้าเรียนที่คริสเตียนแทน และตนก็ได้เล่นอยู่ที่คริสเตียน แต่พ่อต้องออกค่าเล่าเรียนให้ เมื่อมีข้อเสนอจาก อัสสัมชัญ ธนบุรี ให้ทุนเรียนฟรีทุกอย่างในตอนม. 3 ตนก็เลยตัดสินใจไปเพื่อแบ่งเบาภาระให้กับทางบ้าน

 
    “ไปที่อัสสัมชัญ ธนบุรี ตลอดทั้งปี ผมต้องนั่งสำรอง “ตอง”ตลอด ไม่ได้เล่นเลยตลอดทั้งปี ผมเลยตัดสินใจไปเรียนม.4 ที่ร.ร.อัสสัมชัญกรุงเทพ และยึดมือหนึ่งของโรงเรียนยาวจนจบม.ปลาย”
 
    นึกว่าจะหนี “เจ้าตอง” กวินทร์ พ้น แต่ “เจ้าเอ้”ทศพร ก็ยังต้องไปเจอกันอีกในทีมนักเรียนไทย 15 ปี ทั้งคู่มีชื่อติดด้วยกันทั้งคู่ ปรากฏว่าทั้งทัวร์นาเม้นท์ กวินทร์ ลงเฝ้าเสาทุกนัดและพาทีมคว้าแชมป์

    “ไม่เท่านั้นนะครับ เยาวชน 17 ปี, 19 ปี นักเรียนไทย 18 ปี ยู23 ปีชุดปรีโอลิมปิก ผมมีชื่อติดตลอด แต่กวินทร์ ก็ติดตลอดเหมือนกัน ผมก็ได้แต่นั่งยาว เพราะเขายึดมือ 1 และไม่เคยเจ็บ ส่วนผมบางชุดก็มือ 2 บางชุดก็มือ 3 มีแค่ครั้งเดียวที่ผมได้เล่นทีมชาติในฐานะมือหนึ่ง ก็ตอนที่ “ตอง”ติดชุดซีเกมส์ ไปเตะที่เนปิดอว์ เมียนมา และบังเอิญมีรายการพิเศษอย่าง “แม่โขงคัพ”ที่กัมพูชาจัดเชิญมา เขาเลยคัดเอาพวกที่ไม่ติดซีเกมส์ไปเล่น ผมเลยได้ลงเล่นเป็นตัวจริงและพาทีมได้แชมป์ (หัวเราะ) นอกนั้นถ้าผมเจอตองเมื่อไหร่ ผมนั่งยาวทุกครั้ง”

 
    เมื่อถามว่า รู้สึกยังไงที่ต้องเจอ “ตอง”และไม่เคยเอาชนะได้เลยในการแย่งมือหนึ่ง “เจ้าเอ้”บอกว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะต้องยอมรับว่า “ตอง”เก่งและมีวินัยสุด ๆ ฟิตตัวเองได้ดีมากจริง ๆ “สำหรับผมแล้ว การได้ติดทีมชาติแม้ว่าจะเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงก็ถือเป็นเกียรติประวัติแล้ว ยังดีที่ได้เล่นครั้งหนึ่งในแม่โขงคัพ” “เจ้าเอ้”กล่าวอย่างอารมณ์ดี

เกลอเก่ายุฮาแวร์ตซ์ไปสิงห์ดังแน่

โรแบร์โต้ ฮิลเบิร์ต อดีตผู้เล่น ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เชียร์ให้สโมสร เชลซี รีบคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางหนุ่มไปร่วมงาน เพราะเด่นทั้งฝีเท้าและทัศนคติ

 ฮาแวร์ตซ์ เพิ่งหยุดเส้นทางในรายการยูโรปา ลีก เพียงรอบก่อนรองฯ เมื่อพ่าย อินเตอร์ มิลาน 1-2 วานนี้ ลำดับต่อไปคือพักร้อนชาร์จแบตเตอรี่ชีวิต ส่วนเรื่องอนาคตปล่อยเป็นหน้าที่เอเยนต์

 ทั้งนี้ฐานะเคยสัมผัสมิดฟิลด์วัย 21 ปี มาพอสมควร ทาง ฮิลเบิร์ต เชื่อว่าหาก ‘สิงห์บลูส์’ เซ็นไปตอบโจทย์แน่นอน

 "เขาจะเป็นผู้เล่นอันยิ่งใหญ่คนต่อไปซึ่งมาจากเยอรมัน" อดีตกองหลัง ‘ห้างขายยา’ กล่าวกับ ‘โกล ดอท คอม’

"ตอนเขาประเดิมสนามเมื่ออายุ 17 ปี ผมคงค้าแข้งที่ ไบ อารีน่า หากเทียบกับฟุตบอลยุคนี้สไตล์ของหมอนั่นนิยามว่าตัวเปลี่ยนเกม เป็นผู้เล่นมีกึ๋น, เร็วและนิสัยดี"

 "ไค มีส่วนผสมของ มิชาเอล บัลลัค, บางมุมคล้าย เมซุต โอซิล แต่รวมไว้ในคนๆเดียว สิ่งนั้นทำให้เขายิ่งสารพัดพิษ"

 "ผมมองว่าเขาแฝงความสามารถในระดับที่ใครเกินทาบ หากฤดูกาลหน้า เชลซี เซ็นร่วมงาน ก็เห็นว่านั่นคือโอกาสดีให้สโมสรลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เลย"

 "เขาดีขนาดนั้นจริงๆ ซ้อมหนัก, ฉลาดแต่ก็ถ่อมตัว ผลพวงจากน้องมันมาจากครอบครัวที่ดีแล้วเขาก็ยังฝึกเข้มในทุกวันเพื่อพัฒานาฝีเท้าเรื่อยๆ"

 ฮาแวร์ตซ์ เล่นไปกว่า 150 เกมนามทีม เลเวอร์คูเซ่น ชุดใหญ่ ทำไป 46 ประตูและ 31 แอสซิสต์ 

อดีตแมวมองผีเซ็งบอร์ดไม่เชื่อรายงานอดพูลิซิช

ฮอร์เค่ อัลวิอัล เครือข่ายแมวมอง แมนฯ ยูไนเต็ด อดเสียดายแทนสโมสรเก่าไม่หาย ที่เมินรายงานของเขาเรื่องแนะนำซื้อ คริสเตียน พูลิซิช ปีกดาวรุ่งซึ่งขณะนั้นค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนกลายเป็นว่า เชลซี ปาดหน้าซิวไปด้วยค่าหัว 53 ล้านปอนด์แล้วฟอร์มกำลังร้อนแรง

 ผลงานซีซั่นแรกของดาวเตะมะกันฐานะ ‘สิงห์บลูส์’ ลงสนาม 33 นัดทุกรายการทำไป 10 ประตูและสิบแอสซิสต์ ลุ้นเพิ่มเรคคอร์ดอีกนัดชิงฯ เอฟเอ คัพ ดวล อาร์เซน่อล ( 8 ส.ค.)

 ทั้งนี้ อัลวิอัล ยังเคือง ‘ปีศาจแดง’ ไม่หายเพราะอุตส่าห์แนะนำของดีไป แต่กลับทำเป็นทองไม่รู้ร้อนจนปล่อยเพชรหลุดมือ

 "ผมยังเก็บวิดีโอตอนเขาอายุ 13 ที่พ่อหมอนั่นให้ไว้อยู่เลย กระทั่งส่งต่อไป เชลซี" อดีตแมวมอง แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวกับ ‘แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์’

"ก็มีโอกาสได้เปิดดูมันหลังจากวันนั้น เห็นว่าสิ่งที่ คริสเตียน ทำไว้เมื่อก่อนมันช่างเหมือนกับในปัจจุบันเลย มันคือการเล่นคุณภาพระดับสูงซึ่งพัฒนาขึ้นไปอีก เด่นกว่าชาวบ้านแต่ไหนแต่ไร"

 "ก็ทราบว่าเจ้าตัวพัฒนาขึ้นอีกหลายด้านที่ ดอร์ทมุนด์ เชื่อว่าจากนี้คือรอเวลาแจ้งเกิดฐานะซูเปอร์สตาร์ เพราะเด็กมันมีของจริงๆ"

 "ผมเชื่อมั่นฝีเท้าหมอนั่น ก็ติดตามใกล้ชิดตลอดถามไถ่ไปยังคุณพ่อของเขา บอกไปว่าเชียร์ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้ว"

 "พยายามเขียนรายงานไปหลายครั้ง แต่ผลตอบรับเหมือนเดิมคงเพราะเราเป็นเครือข่ายแมวมองจากทวีปอเมริกาเหนือ ส่วนตัวนักเตะเล่นที่เยอรมัน เอาจริงๆเรามีรายชื่อกลุ่มนักเตะเจ๋งๆเพียบคัดเป็นหัวกะทิร่วมกับ อัลฟงโซ่ เดวิส (ของ บาเยิร์น)"

 "เชียร์เช้า เชียร์เย็นให้เซ็นสัญญา พูลิซิช ขณะเดียวกันก็ทราบว่าเครือข่ายแมวมองสายเยอรมันก็ส่งรายงานด้วย"

 "มันไม่ใช่กรณีว่าให้จับตาเด็กคนนี้ แต่มันจริงจังว่าต้องเซ็นหมอนั่นให้ได้"

 แมนฯ ยูไนเต็ด ยุครับรายงานเรื่อง พูลิซิช น่าจะเป็นอดีตผจก.ทีม โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งไม่ปลื้มปั้นเด็กเป็นทุนเดิม

โอบาเบิ้ล! อาร์เซน่อลเจ๋งแซงดับเชลซี10คน ผงาดเอฟเอ คัพ สมัยที่14

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กัปตันทีมของ "ปืนใหญ่" เหมาคนเดียวสองประตูพาทีมแซงเอาชนะ เชลซี ที่เหลือแค่ 10 คน 2-1 ส่งผล มิเกล อาร์เตต้า คว้าโทรฟี่แรกของตัวเองในฐานะกุนซือ และพา อาร์เซน่อล ผงาดคว้าแชมป์รายการนี้สูงสุดเป็นสมัยที่ 14 คว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า ยูโรปาลีก ฤดูกาลหน้าสำเร็จ ในศึกเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

    ศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2019-20 เป็นการดวลกันของสองทีมจากลอนดอนระหว่าง อาร์เซน่อล แชมป์สูงสุด 13 สมัย ที่รอบตัดเชือกเอาชนะ "เรือใบสีฟ้า" 2-0 เข้ามาชิงดำพบกับ "สิงห์บลูส์" แชมปรายการนี้ 8 สมัย ซึ่งปราบ "ปีศาจแดง" มาในรอบรองชนะเลิศ 3-1

    เกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า วาง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ เป็นหน้าเป้าและให้ นิโกล่าส์ เปเป้ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กัปตันทีมทำเกมรุกริมเส้น เช่นเดียวกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ของสิงห์บลูส์วางสามประสานแนวรุกเป็น เมสัน เมาน์ท, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ คริสเตียน พูลิซิช

    สตาร์ทเกมครึ่งแรก มาแค่ 3 นาที อาร์เซน่อล ได้ทักทายก่อนหลัง เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ครอสบอลมาเสาแรกให้  โอบาเมย็อง สะบัดโขกเสาแรกแต่บอลหลุดกรอบออกไป

    อีกนาทีต่อมา "สิงห์บลูส์" เกือบได้ชิงขึ้นนำก่อนหลัง กรานิต ชาคา เสียบอลโดน เมสัน เมาน์ท แย่งบอลก่อนลากเข้าไปซัดนอกกรอบกว่า 20 หลาบอลพุ่งจะเสียบเสาแรกอยู่แล้วแต่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดออกไปได้

    กระนั้น แค่นาทีที่ 5 เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้บอลจาก คริสเตียน พูลิซิช ออกซ้ายให้ เมสัน เมาน์ท ปาดเข้ากลางไปแฉลบแข้งไอ้ปืนใหญ่ก่อนมาถึง ชิรูด์ ดีดคืนหลังให้ พูลิซิช ที่ตามมาซัดด้วยขวาผ่านตัว มาร์ติเนซ เข้าไป

      นาที 17 ดานี่ เซบายอส เรียกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของเชลซีได้ ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นมาปั่นด้วยขวาข้ามกำแพงเฉียดคานไปแบบได้เสียว

     นาที 25 นิโกล่าส์ เปเป้ วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายเข้าเสียบมุมตาข่ายอย่างงามหยดไปแล้ว ทว่าผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ล้ำหน้าไปก่อน

    กระนั้น อีกนาทีถัดมา "ปืนใหญ่" มาได้ลูกที่จุดโทษหลัง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไปดึง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ในกรอบเขตโทษ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ เป่าให้จุดโทษพร้อมรอสัญญาณจาก VAR ก่อนจะยืนยันให้อาร์เซน่อลได้และเป็น โอบาเมย็อง ที่ยิงเสียบมุมเข้าไปให้ อาร์เซน่อล ไล่ตีเสมอ เชลซี 1-1 ในนาทีที่ 28

    นาที 35 แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง  อัซปิลิกวยต้า กัปตันทีมเชลซีมีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง อันเดรียส คริสเตนเซ่น

    นาที 36 "สิงห์บลูส์" โต้กลับขึ้นมาอีกครั้ง อลอนโซ่ แทงบอลลึกให้ เมสัน เมาน์ท จ่ายคืนหลังมาให้ จอร์จินโญ่ วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลเหินคานออกไปไกล

    นาที 45 นิโกล่าส์ เปเป้ เรียกฟรีคิกให้ปืนใหญ่ได้บอลเส้น 18 หลา ก่อนที่ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ จะลองซัดด้วยขวาไปเสาไกลบอลผ่านกำแพงติดไซด์ก้อยออกไป

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล เสมอกับ เชลซี 1-1

    กลับมาบู๊ต่อในครึ่งหลัง แค่นาทีที่ 46 สิงห์บลูส์เกือบแซงขึ้นนำหลัง คริสเตียน พูลิซิช ควบพาบอลจากครึ่งสนามเข้าไปซัดด้วยขวาแต่บอลหลุดกรอบออกไป และจากจังหวะนี้ทำให้เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขาจนเล่นต่อไม่ไหว ก่อนที่นาทีต่อมา แลมพาร์ด จะเปลี่ยนคนที่สองส่ง เปโดร ลงมาเล่นแทน

    นาที 62 เปโดร ควบบอลเข้ามาหน้ากรอบเขตโทษไอ้ปืนใหญ่ก่อนจะดึงจังหวะแล้วจ่ายออกขวาให้ รีซ เจมส์ เติมขึ้นมาซัดเต็มแรงบอลเหินคานออกไปไกล

    นาที 67 กลายเป็น อาร์เซน่อล แซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ เอคตอร์ เบเยริน กระชากบอลโซโล่เดี่ยวขึ้นมาก่อนที่บอลจะทะลักไปเข้าทาง เปเป้ แล้วจ่ายขวางมาให้ โอบาเมย็อง ล็อคขวาหนี คูร์ท ซูม่า ก่อนจะชิพด้วยซ้ายผ่านตัว วิลลี่ กาบาเยโร่ เข้าไปอย่างเหนือชั้นเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

    นาที 73 สถานการณ์ของ เชลซี ต้องแย่ลงไปอีกหลังต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะไปย่ำเท้าใส่ กรานิต ชาคา จนเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม

    ท้ายเกม นาที 88 อาร์เซน่อล ต้องเปลี่ยนเอา ดาวิด ลุยซ์ ออกหลังมีอาการเจ็บก่อนจะส่ง โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ลงไปคุมหลังแทน

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม อาร์เซน่อล แซงเอาชนะ เชลซี ที่เหลือ10คน 2-1 คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 14 อีกทั้งยังคว้าสิทธิ์ไปเล่นถ้วยยูโรปาลีกในฤดูกาลหน้าสำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์ (โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส น.88), คีแรน เทียร์นี่ย์ (เซอัด โคลาซินัช น.90+13) – เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ น.82)

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า    

        เชลซี (3-4-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (อันเดรียส คริสเตนเซ่น น.35), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.78), คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เมาน์ท (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.79), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อบราฮัม น.78), คริสเตียน พูลิซิช (เปโดร น.49) 

        ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

        ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

เรียกแขก! “เปเรยร่า” ลั่นเกลียด2สตาร์ลิเวอร์พูลโคตรยโส

อันเดรียส เปเรยร่า มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หาเหาใส่หัวแท้ๆ หลังแสดงความเห็นจัดหนักจัดเต็มใส่ เจมส์ มิลเนอร์ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ สองแข้ง ลิเวอร์พูล โดยงานนี้เจ้าตัวถึงขนาดตราหน้าว่าเป็นแข้งยโสและทะนังตัวจนน่าหมั่นไส้

    อันเดรียส เปเรยร่า กองกลางชาวบราซิเลียนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจตนไม่ชอบนักเตะอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ และ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ สองสตาร์ดัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เนื่องจากมองว่าเป็นนักเตะที่หยิ่งยโสโอหังมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    ก่อนหน้านี้มีกรณีเดือดระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่ มิลเนอร์ พูดจาเหน็บแนม "ปีศาจแดง"  ในระหว่างพิธีฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ เมื่อ เปเรยร่า แสดงความเห็นผ่าน Desimpedidos รายการฟุตบอลทางเว็บไซต์ยูทูบ (YouTube) ที่ใช้ภาษาโปรตุกีส ที่จงใจโจมตี 2 แข้ง "หงส์แดง"

        จากบทสนทนาระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการดังกล่าว ดาวเตะเลือดแซมบ้า ได้พูดถึง ฟาน ไดค์ กับ มิลเนอร์ โดยใช้ภาษาโปรตุกีสว่า "Marrento" ซึ่งแปลเป็นภาษอังกฤษประมาณว่า "หยิ่งยโส" หรือ "ทะนงตัว" เลยทีเดียว "ผมไม่ชอบคนแบบนั้น, มิลเนอร์ นั่นแหละ และขอบอกจากใจกับคุณเลยว่า ผมไม่ชอบอีกคนด้วยที่เล่นกองหลัง ชื่อ ฟาน ไดค์ เขามันพวกยโส แนวทางการเล่นของเขามันช่างทะนงตัวเหลือเกิน"

    ขณะเดียวกับ เปเรยร่า ยอมรับว่าตนชื่นชอบ ดาวิด ลุยซ์ กองหลังอาร์เซน่อล และ วิลเลี่ยน มิดฟิลด์ เชลซี สองนักเตะเพื่อนร่วมชาติ "ดาวิด ลุยซ์ กับ วิลเลี่ยน เป็นคนดีมากๆ" นอกจากนี้เจ้าตัวยังเชิดชู ติอาโก้ ซิลวา, มาร์กินญอส และ เซร์คิโอ รามอส ในฐานะนักเตะชั้นยอดด้วย