กฏไฟแนนเชียลต้องคงอยู่!คล็อปป์เปิดใจหลังรู้ผลแมนซิตี้พ้นโทษแบน

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความเห็นถึงผลคำตัดสินของ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส ที่มีคำตัดสินยกเลิกโทษแบนเกมยุโรปของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่ามันไม่ใช่วันที่ดีสำหรับวงการฟุตบอล พร้อมกับหวังว่ากฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์จะยังคงมีต่อไป
    ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส เพิ่งประกาศให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พ้นโทษแบนลงเล่นในเกมยุโรปเมื่อวันจันร์ที่ 13 กรกฏาคมที่ผ่านมา พร้อมกับลดโทษปรับเงินจาก 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1050 ล้านบาท) เหลือเพียง 10 ล้านยูโร (ประมาณ 350 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ คล็อปป์ ยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับฟุตบอล

    คล็อปป์ กล่าวในการแถลงข่าวก่อนเกมที่ ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล ว่า "ผมไม่รู้ว่าจะตอบเรื่องนี้ได้รึเปล่า มันเป็นเรื่องที่ซีเรียสเลยแหละ, จากมุมมองส่วนตัวผมรู้สึกดีนะที่ แมนซิตี้ ยังได้เล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกในปีหน้า แต่พูดตามตรงผมไม่คิดว่าเมื่อวานนี้มันเป็นวันที่ดีสำหรับวงการฟุตบอลเลย"

    "แน่นอนกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี มันมีไว้เพื่อปกป้องสโมสรและการแข่งขัน เพื่อให้แต่ละสโมสรจำกัดเรื่องการใช้เงิน และทุกทีมต้องทำให้แน่ใจด้วยว่าเงินที่พวกเขาใช้นั้นมาอย่างถูกต้อง"

    "ผมหวังว่ากฏดังกล่าวจะยังคงอยู่ต่อไปเพราะมันทำให้ทุกสโมสรมีขอบเขตที่จำกัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับโลกลูกหนัง"

เบอร์ไหนไฟแรงเว่อร์! ลุ้นหมายเลขเสื้อ แวร์เนอร์ ใส่ล่าตาข่ายให้ เชลซี ในฤดูกาลหน้า

ตอนนี้มีความเป็นไปได้ 80-90 เปอร์เซนต์ที่ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าชาวเยอรมันจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของ เชลซี หลังสื่อหลายสำนักโดยเฉพาะ "บีบีซี" และ "บิลด์" สองสื่อชื่อนำมาตรฐานสูง รายงานตรงกันว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้ยื่นข้อเสนอให้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ต้นสังกัดของนักเตะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 ช่วงที่ผ่านมา แวร์เนอร์ ตกเป็นข่าวเรื่องการย้ายทีมมาตลอด แต่ส่วนใหญ่แล้วสื่อมักจะอ้างว่าเส้นทางของนักเตะกำลังจะเดินทางขึ้นเหนือเพื่อไปเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เนื่องจาก หัวหอกเลือดด๊อยท์ช ค่อนข้างจะชื่นชอบแนวทางการทำงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แถมยังเป็นคนชาติเดียวกันด้วย

 แต่จนแล้วจนรอด "หงส์แดง" ยังไม่มีทีท่าจริงจังในการยื่นข้อเสนอ อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่พร้อมจ่ายตามค่าฉีกสัญญา 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" ฉะนั้นนี่จึงเป็นโอกาสทองสำหรับ เชลซี ในการที่จะทาบทาม แวร์เนอร์ มาร่วมทีม

 ด้วยสถานะด้านการเงินของ "สิงห์บลูส์" ที่มีความพร้อมมากกว่า ประกอบกับนักเตะต้องการออกมาหาความท้าทายใหม่ในต่างแดน และเมื่อ ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ แวร์เนอร์ ไม่มีศักยภาพด้านการเงินมากพอ ทำให้เจ้าตัวเลือกตัดสินใจที่จะเบนเข็มไปยังเมืองหลวงอังกฤษ หลังจบฤดูกาลนี้ โดยจะเซ็นสัญญากับ เชลซี เป็นเวลา 5 ปี รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 180,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.02 ล้านบาท)

 หลายคนเริ่มที่จะสนใจว่าหาก กองหน้าฟอร์มฮอตทีมชาติเยอรมนี ซึ่งซัดไปแล้ว 25 ประตูจากการลงสนาม 29 เกมให้ ไลป์ซิก ในศึกบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ ย้ายมาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างเป็นทางการ เขาจะเลือกใส่เสื้อหมายเลขอะไร !!??

 ในกรณีแรกมีการคาดการณ์ว่า หัวหอกวัย 24 ปี อาจจะสนใจสวมเสื้อเบอร์ 19 โดยเหตุผลเพราะเป็นหมายเลขครั้งแรกที่เขาสวมตอนแจ้งเกิดกับ "ม้าขาว" สตุ๊ตการ์ท อย่างไรก็ตามเสื้อเบอร์นี้เป็นของ เมสัน เมาท์ แข้งดาวรุ่งประจำทีม ฉะนั้นคงยากที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะหักหาญน้ำใจ เมาท์ แน่นอน

 กระนั้น แวร์เนอร์ ก็อาจจะไม่ได้ซีเรียสอะไรมากนักกับหมายเลข 19 เพราะจริงๆ แล้วผลงานเปรี้ยงปร้างที่สุดที่ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักเตะเนื้อหอมเกิดขึ้นในขณะที่สวมหมายเลข 11 ช่วงที่เล่นให้กับ ไลป์ซิก ซึ่งในเวลานี้นักเตะที่จับจองอยู่ก็คือ เปโดร ปีกชาวสแปนิช ที่ใส่เล่นมาตลอด 4 ซีซั่นที่ผ่านมา

 อย่างไรก็ตาม อดีตสตาร์ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า กำลังจะหมดสัญญาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงซัมเมอร์ และมีความเป็นไปได้สูงที่นักเตะคงจะเลือกออกไปหาความท้าทายใหม่ หลังมีรายงานว่าเตรียมโบกมือลา "สิงห์บลูส์" โดยงานนี้เต็งจ๋าที่จะได้ตัวก็คือ "หมาป่าเหลืองแดง" โรม่า

 ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ แวร์เนอร์ จะได้ใส่เสื้อหมายเลข 11 ซึ่งเป็นเบอร์ที่เขาใส่มาตลอดในช่วงที่สร้างชื่อกับ ไลป์ซิก และที่สำคัญนักเตะก็คงต้องการใส่เบอร์นี้หากย้ายมาล่าตาข่ายให้กับทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด จริงๆ ในฤดูกาลหน้า

 อย่างไรก็ตามนักเตะยังมีโอกาสได้เลือกเบอร์สวยๆ ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะว่างลงในช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นก็คือเสื้อหมายเลข 10 ของ วิลเลี่ยน กองกลางชาวบราซิเลียน ซึ่งตอนนี้อนาคตของเจ้าตัวกับต้นสังกัดยังไม่แน่นอน เพราะสถานการณ์ของเขาก็เหมือนกับ เปโดร ที่จะหมดสัญญาหลังจบซีซั่นนี้

  เรื่องหมายเลขเสื้อมีความสำคัญพอสมควรกับนักเตะ ไม่อย่างนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คงไม่ตกเป็นข่าวเรียกร้องเสื้อเบอร์ 7 เวลาที่ย้ายไปเล่นให้กับ เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ที่สำคัญนักเตะบางคนมองว่าหมายเลขเสื้อเปรียบเสมือนโชคลาง และหากได้เลขที่ไม่ถูกโฉลกก็อาจมีผลต่อสภาพจิตใจก็ได้

  ฉะนั้นเรื่องหมายเลขเสื้อ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่เชื่อลองนึกถึงตอนที่ อิวาน ซาโมราโน่   อดีตศูนย์หน้าชาวชิลี ที่เลือกเบอร์ 18  แต่คั่นกลางด้วยเครื่องหมาย "+" เพื่อสื่อถึง 1+8 เท่ากับ 9 ซึ่งเป็นเบอร์ที่ อินเตอร์ มิลาน ยกให้ "โล้นทองคำ" โรนัลโด้  ในเวลานั้น….

เป็นจ้าวอาเซียนก่อนเถอะ เสียงเตือนจากจอมหนึบลีกผู้ดี

ESPN ออกมาเผยบทสัมภาษณ์ของทีมชาติฟิลิปปินส์กับการวางเป้าหมายหลังจากนี้ไป ในการลงแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ทั้งการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่ม เอ ซึ่ง ฟิลิปปินส์ อยู่ร่วมกลุ่มกับ จีน,ซีเรีย,กวม และ มัลดิฟส์ ปัจุบันรั้งอันดับ 3 ของตารางลงสนาม 5 นัด มี 7 แต้ม เท่ากับทีมชาติจีนแต่แข่งมากกว่า 1 นัด ตามหลังจ่าฝูงซีเรีย ที่มี 11 แต้ม นอกจากนั้นยังต้องลงแข่งขันฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2020 ซึ่งจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 25 พ.ย.-31 ธ.ค.63
    สก็อต คูเปอร์  กุนซือทีมชาติฟิลิปปินส์ที่เคยทำงานในลีกฟุตบอลเมืองไทย เผยว่า ก่อนหน้านี้ทีมขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ทีมได้ผ่านเข้าไปสู่เอเซียน คัพ 2019 ซึ่งผลงานในชิงแชมป์เอเชียไม่ดีกว่าเวียดนาม,ไทย ที่ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ แต่ทีมกำลังสร้างแนวทางการเล่นใหม่ซึ่งตอนนี้ก็ได้ปรัชญาในการเล่นแล้วตามวิธีการ แน่นอนว่าต้องการเข้าสู่รอบต่อไปของการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเอเชียและจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุด

    ขณะเดียวกัน นีล เอเธอริดจ์ ผู้รักษาประตูทีมชาติฟิลิปปินส์สโมสรฟุตบอลคาร์ดิฟ ซิตี้ ในศึกแชมป์เปี้ยนชิพของอังกฤษ รวมไปถึงยังมีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เผยว่า เป้าหมายระยะสั้นที่ต้องทำสำหรับฟิลิปปินส์คือการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลซูซูกิ คัพ  หลังจากนั้นต้องทำให้เห็นชัยชนะเกิดขึ้นแบบยั่งยืนเหนือทีมจากอาเซียนด้วยกันและจากนั้นจะเห็นมาตรฐานตัวเองรวมไปถึงจะเป็นการสร้างความมั่นใจสู่เอเชียนคัพอีกครั้งและออกไปต่อสู้กับทีมต่างๆในเอเชีย

    สำหรับทีมชาติฟิลิปปินส์  ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปเอเชียเพียงครั้งเดียว ปี 2019 ที่ประเทศ ยูเออี เป็นเจ้าภาพ ส่วนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ หรือรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ทำได้ดีที่สุดเพียงแค่การผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ 4 ครั้ง จาก 12 ครั้ง ปี 2010,2012,2014,2018   โดยฟิลิปปินส์มี โปรแกรมฟุตบอลโลก  2022 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ที่เหลือ 3 เกม พบ  กวม(เหย้า), พบ จีน(เยือน),พบ มัลดิฟส์(เหย้า)

ติดก่อน หายก่อน จีนไปก่อน ไม่รอใครแล้ว

หลี่ เถีย กุนซือทีมชาติจีนคนใหม่ หลังเข้ามารับหน้าที่แทน มาร์เซโล ลิปปี้ กุนซือใหญ่ชาวอิตาลีคนเดิม แต่ว่าในช่วงของการรับงานเฮดโค้ชทีมชาตินั้นสิ่งที่ตามมาคือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลกทำให้เกมการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรและทีมชาติต้องหยุดชะงักเป็นการชั่วคราว
   เดิมที หลี่ เถีย จะพาทีมชาติจีนลงสนามทำศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย พบกับ มัลดิฟ, กวม ช่วงเดือน มี.ค.63  พบกับ ฟิลิปปินส์,ซีเรีย ช่วงเดือน มิ.ย.63 แต่สุดท้ายโปรแกรมการแข่งขันถูกเลื่อนออกไป

    หลังจากประเทศจีนสถานการณ์ดีขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ฟุตบอลลีกเตรียมที่จะกลับมาทำการแข่งขันกันใหม่ ขณะที่ทีมชาติเองคลอดแผนการทำงานออกมาเป็นทีเรียบร้อยแล้ว โดยทางด้านของ หลี่ เถีย  ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่าง CGTN ว่า การฝึกความแข็งแกร่งเป็นส่วนสำคัญในการทำงานของผู้เล่นการออกกำลังกายและทดสอบอย่างหนักหน่วงจากสถิติที่ผ่านมาเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายของผู้เล่น (BFP) เมื่อวันที่ 6 มี.ค.63 หลายคนทะลุเกินมาตรฐาน 10 เปอร์เซ็นต์และบางคนมากถึง 11 เปอร์เซ็นต์ ล่าสุด  4 เม.ย.63 ที่ผ่านมา ได้ทดสอบอีกครั้งจำนวนสูงสุดเหลือเพียงร้อยละ 9.9 ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 9  ระดับไขมันต่ำสุด 8.1 เปอร์เซ็นต์

    การสรรหาผู้เล่นมาติดทีมชาติในช่วงนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะว่าวิกฤตแพร่ระบาดทำให้หลายอย่างสะดุด แต่จะคัดเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุดสู่ทีมรวมไปถึงนักเตะที่เต็มใจเล่นเพื่อชาติ เต็มที่ด้วยจิตวิญญาณการทำงานเป็นทีมผู้เล่นต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัย 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อปรับปรุงความแข็งแกร่งของทีมชาติจีนได้เริ่มทำงานตั้งแต่เดือน ก.พ.63 ที่ผ่านมา ด้วยการไปเก็บตัวต่างแดน อย่างแรกคือการเพิ่มผู้เล่นที่โอนสัญชาติก่อนหน้านี้เข้ามาสู่ทีมต้องการเห็นความสามรถให้มากขึ้นในทีม

    แผนของจีนคือการเรียกผู้เล่นชุดแรกเข้าค่ายฝึกซ้อมในเดือนพ.ค.63 หากไชนิสซูเปอร์ลีก 2020 เริ่มต้นทำการแข่งขัน หลังจากนั้นจะเรียกเข้าแคมป์ฝึกซ้อมอีกครั้งในเดือน ส.ค.63 ช่วงเดือน ก.ย.63 เตรียมอุ่นเครื่องกับทีมต่างๆ คาดว่าฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย จะแข่งขันอีกทีน่าจะเป็นเดือน ต.ค.-พ.ย.63  ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงหรือความยากลำบากที่เกิดขึ้นจะมีมากแค่ไหน? ทุกคนในทีมชาติจีนจะพยายามทำอย่างเต็มที่ในทุกเกม เป้าหมายคือผ่านเข้ารอบต่อไป

    สำหรับทีมชาติจีน รั้งอันดับ 2 ชองกลุ่มเอ มี 7 แต้ม เท่ากับ ฟิลิปปินส์  ตามหลังจ่าฝูง ซีเรีย ที่มี 15 แต้ม  โดยผลงานใน 4 เกมที่ผ่านมา ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 ( ชนะ มัลดิฟ 5-0,ชนะ กวม 7-0 ,เสมอ ฟิลิปปินส์ 0-0 และ แพ้ ซีเรีย 1-2)

กลับมาก็ดับ! “ชไมเคิ่ล” ชี้ “เฮนเดอร์สัน” ยังห่างชั้น “เดเคอา”

 ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานโกล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่นซีซั่นหน้า "ปีศาจแดง" จะต้องให้ ดาบิด เด เคอา เป็นนายประตูมือหนึ่งเหมือนเดิม ชี้ ดีน เฮนเดอร์สัน ฝีมือยังไม่ถึงขั้น
     
ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล อดีตยอดผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า ยังไม่ถึงเวลาที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ซึ่งตอนนี้อยู่กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แบบสัญญายืมตัว จะก้าวขึ้นมาเป็นนายทวารมือหนึ่ง "ปีศาจแดง" แทน ดาบิด เด เคอา เนื่องจาก เฮนเดอร์สัน จำเป็นต้องพิสูจน์ฝีมืออีกเยอะ

      เฮนเดอร์สัน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด โดยมีส่วนช่วยทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาวาดลวดลายในเวที พรีเมียร์ลีก แถมตอนนี้ "ดาบคู่" อยู่ในอันดับที่ดีจนมีลุ้นซิวโควตาเตะบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลหน้า

      อย่างไรก็ตาม ชไมเคิ่ล มองว่า นายประตูชาวอังกฤษวัย 23 ปี ยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ เด เคอา ได้ โดยเฉพาะเรื่องฝีมือ และประสบการณ์ที่ นายด่านทีมชาติสเปนวัย 29 ปี เหนือกว่าเยอะ

      "ทำไมตอนนี้ต้องมาซีเรียสกับเรื่องที่ว่า ควรเอา ดีน เฮนเดอร์สัน มาแทน ดาบิด เด เคอา ด้วยล่ะ?" ตำนานนายทวารเลือดเดนส์วัย 56 ปี กล่าว "แน่นอนว่า ความสามารถของ เฮนเดอร์สัน ไม่มีอะไรต้องสงสัย แต่เขาเพิ่งมีฤดูกาลที่เหลือเชื่อฤดูกาลเดียวเท่านั้น ดังนั้นเขาจำเป็นต้องโชว์ของอีกสักฤดูกาล และต้องทำอีกเรื่อยๆ เพื่อให้ทุกคนมั่นใจ"

      "มันมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาลอยู่แล้ว ระหว่างการเป็นมือหนึ่งที่ บรามอลล์ เลน และ มือหนึ่งที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งผมเห็นมาเยอะกับการที่นักเตะเด่นๆ ดังๆ ตบเท้าย้ายเข้าสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่กลับไม่สามารถทำผลงานเดิมๆ อย่างที่เคยทำได้ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ เพราะความกดดันที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มันต่างจากที่อื่น คุณเองก็รู้ดี"

      "ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าหาก เฮนเดอร์สัน ทำผิดพลาด ซึ่งผมคิดออกเลย อย่างที่เขาพลาดในเกมกับ ลิเวอร์พูล ตอนนั้นหลายๆ คนก็บอกว่า เขายังเด็ก และมีความสามารถ ต่างๆ นาน และเพราะเขาเล่นให้กับทีมอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด้วย"

      "ถ้าหากเขามาเล่นผิดพลาดแบบนี้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด งานนี้ได้ขึ้นข่าวพาดหัวแน่นอน และก็จะถูกพูดถึงตลอดจนกว่าคุณจะลงเล่นแมตช์หน้า ยังไงก็รอดูพัฒนาการของเขาต่อไปก่อน ดังนั้นกับคำถามที่ว่า เด เคอา หรือ เฮนเดอร์สัน ดี? เรื่องนี้มีแค่คำตอบเดียวเท่านั้นจริงๆ"