ฮุบนิวคาสเซิ่ลสะดุด!กลุ่มทุนซาอุฯโดนแฉทำเรื่องผิดกฎหมาย

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ องค์การการค้าโลก บอกว่า ซาอุดิอาระเบีย คือผู้อยู่เบื้องหลังของสื่อที่สตรีมรายการกีฬาแบบสดๆ ผิดกฎหมาย อย่างเช่นการแข่ง พรีเมียร์ลีก ทำให้การฮุบ นิวคาสเซิ่ล ของกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียเจอปัญหาครั้งใหญ่
    กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียเจอปัญหาใหม่ในภารกิจเทคโอเวอร์ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ฟ้องว่าซาอุดิอาระเบียมีส่วนกับการละเมิดลิขสิทธิ์การถ่ายทอดรายการกีฬาต่างๆ ในย่านตะวันออกกลาง ซึ่งนั่นรวมถึงเกม พรีเมียร์ลีก ด้วย ตามการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    นิวคาสเซิ่ล ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวเจ้าของทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียซึ่งนำโดยเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย พยายามที่จะเข้าเทคโอเวอร์ทีม โดยพวกเขาพร้อมให้ข้อเสนอเป็นมูลค่าสูงถึง 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 12,000 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ปัญหาหลักที่ทำให้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าดีลนี้จะลุล่วงรึเปล่าคือการที่หลายฝ่ายมองว่าราชวงศ์ของซาอุดิอาระเบียเคยมีข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายหน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการตั้งข้อสงสัยว่ามกุฎราชกุมาร บิน ซัลมาน ทรงสั่งให้สังหาร จามาล คาชูจกิ นักข่าวรายหนึ่งที่มักจะวิจารณ์รัฐบาลซาอุดิอาระเบียอย่างหนัก แต่ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวลือว่าคนใหญ่คนโตของ พรีเมียร์ลีก ไม่มีปัญหาอะไร และพร้อมจะอนุมัติดีลนี้ เหลือเพียงรอการลงนามอย่างเป็นทางการเท่านั้น

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ดับเบิ้ลยูทีโอ แฉว่า ซาอุดิอาระเบีย คือผู้อยู่เบื้องหลังของ beoutQ สื่อที่ทำการสตรีมสดการแข่งกีฬารายการต่างๆ บนโลกออนไลน์แบบผิดกฎหมาย โดยที่ ดับเบิ้ลยูทีโอ เตรียมจะเปิดเผยรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่มียาวระดับ 130 หน้า ภายในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ด้วย

    สำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากๆ และมันก็อาจจะทำให้บรรดาคนใหญ่คนโตของ พรีเมียร์ลึก อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากว่าจะทำยบังไงต่อไป โดยที่จริงก่อนหน้านี้ทั้ง พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ต่างก็เคยพยายามฟ้องร้อง beoutQ จากข้อหาการละเมิดลิขสิทธิ์มาตลอด แต่มันไม่มีบริษัทกฎหมายในประเทศซาอุดิอาระเบียรับทำคดีเลย ทั้งที่มีการติดต่อไปถึง 9 บริษัท จนสุดท้ายต้องให้ ดับเบิ้ลยูทีโอ มาลุยเอง

แบ็กดี !! สื่อเผย ตระกูลเกลเซอร์ เบรก โชเซ่ มูรินโญ่ ห้ามขาย เปเล่ แมนยู

        สื่อต่างประเทศเผย โจเอล เกลเซอร์ หนึ่งในเจ้าของสโมสร แมนยู เป็นคนขัดขวางไม่ให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ขาย อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ออกจากทีม เพราะเขาชื่นชอบดาวเตะฝรั่งเศสเป็นการส่วนตัว จากการรายงานของ Daily Star สื่อชื่อดังเมืองผู้ดี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563

        อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ย้ายจาก โมนาโก มาร่วมทีม แมนยู เมื่อปี 2015 ซึ่งในขณะนั้นหลายคนยังไม่รู้จักว่านักเตะชาวฝรั่งเศสคนนี้เป็นใคร แต่ มาร์กซิยาล ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเจ้าตัวตั้งแต่เกมแรกที่ได้ลงสนาม หลังโซโล่เข้าไปยิงประตูอริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล

        แต่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสกลับไม่เป็นที่ชื่นชอบของ โชเซ่ มูรินโญ่ เท่าไรนักในช่วงที่เขานั่งเก้าอี้กุนซือ แมนยู เพราะมองว่า กองหน้าวัย 24 ปี นั้นเหยาะแหยะเกินไป ใจไม่สู้ และขี้เกียจยามอยู่ในสนาม ทำให้เจ้าตัวเกือบถูกขายออกจากทีม แต่เพราะ โจเอล เกลเซอร์ ทำให้เขายังอยู่กับทีมจนถึงปัจจุบันนี้

        สื่อต่างประเทศรายงานว่า ความชื่นชอบของ โจเอล เกลเซอร์ หนึ่งในเจ้าของสโมสร แมนยู เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่สามารถที่จะปล่อย เปเล่ แมนยู อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ออกจากทีมได้ เพราะเขามั่นใจว่านักเตะคนนี้มีความสามารถมากกว่าที่เห็น และเราต้องรักษาเขาไว้กับทีมต่อไป

        แม้พวกเขาจะอยู่ไกล แต่ตระกูลเกลเซอร์ แสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นยังคงให้ความสนใจในทุก ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และพวกเขาก็ไม่ได้มีการพิจารณาขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียแต่อย่างใด แม้จะมีการประท้วงจากแฟนบอลอย่างต่อเนื่องก็ตาม

        อย่างไรก็ตาม กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย ได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะซื้อสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว โดยหันไปให้ความสนใจทีมสาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล แทนและมีแนวโน้มจะครอบครองกิจการได้สำเร็จในเร็ว ๆ นี้

แข้งชื่อดัง!เผยเป้าเบอร์1กลุ่มทุนซาอุฯหากฮุบนิวคาสเซิ่ลสำเร็จ

มาร์ก้า สื่อของสเปน ตีข่าว ถ้าหากกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียซื้อ นิวคาสเซิ่ล ได้แล้วนั้น เป้าหมายเบอร์ 1 ที่พวกเขาจะดึงมาร่วมทัพให้ได้คือ แกเร็ธ เบล โดยพวกเขาเชื่อว่ามีทั้งเงินและแผนการทำทีมดีพอที่จะทำให้ล่า เบล ได้ด้วย
    กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียที่กำลังพยายามจะเทคโอเวอร์ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้น กาหัว แกเร็ธ เบล ปีกชาวเวลส์ของ เรอัล มาดริด เป็นเป้าหมายการเสริมทัพลำดับแรก ถ้าหากพวกเขาฮุบ "สาลิกาดง" ได้สำเร็จ ตามการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อชื่อก้องของประเทศสเปน

    นิวคาสเซิ่ล ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนเจ้าของมาพักใหญ่แล้ว หลังจากกลุ่มทุนจากตะวันออกกลางที่ได้รับการสนับสนุนโดย โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดิอาระเบีย ยื่นข้อเสนอขอซื้อทีม และ ไมค์ แอชลี่ย์ เจ้าของทีมคนปัจจุบันของ นิวคาสเซิ่ล ก็ตอบรับข้อเสนอแล้วด้วย เพียงแต่มันต้องได้รับการรับรองจาก พรีเมียร์ลีก ซะก่อน การซื้อทีมถึงจะสำเร็จได้

    มาร์ก้า เสริมว่ากลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียเชื่อว่าพวกเขามีเงินมากพอที่จะดึง เบล มาร่วมทัพได้ และมีแผนงานที่ดีที่จะโน้มน้าวใจแข้งวัย 30 ปีได้ด้วย นอกจากนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือว่างงานที่ว่ากันว่ากลุ่มทุนจากตะวันออกกลางเล็งที่จะเอามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่นั้น ก็ชื่นชอบ เบล อย่างมกาเช่นกัน โดยที่ โปเช็ตติโน่ เคยยอมรับเองว่าอยากดึงเขาไปร่วมทีมตั้งแต่ตอนที่ยังคุม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แล้ว

เนื้อหอม !! 4 ทีม พรีเมียร์ลีก รุมแย่ง เจสซี่ ลินการ์ด หลังพร้อมลา แมนยู

        เจสซี่ ลินการ์ด มิดฟิลด์ แมนยู เตรียมเก็บข้าวของออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซัมเมอร์นี้ หลังได้รับความสนใจจาก 4 สโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่พร้อมดึงตัวร่วมทีม จากการรายงานของ The Sun สื่อชื่อดังประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2563

        กองกลางตัวรุกวัย 27 ปี ตกเป็นข่าวเตรียมย้ายออกจาก แมนยู ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังถูกแฟนบอลวิพากษ์วิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นอย่างหนัก รวมถึงไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์  และทางทีมปีศาจแดงเอง ก็ต้องการที่จะปล่อยนักเตะที่ไม่ได้ใช้งานออกจากทีมเพื่อเป็นการระดมทุนเพื่อนนำเงินไปคว้าตัว เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทีม

        สื่อเมืองผู้ดีรายงานว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ไม่ประทับใจการทำงานของ ลินการ์ด หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักในช่วงหลัง ทำให้มีแผนที่จะปล่อยกองกลางชาวอังกฤษออกจากทีม โดยมี เอฟเวอร์ตัน, เวสต์แฮม, เลสเตอร์ และ นิวคาสเซิ่ล ที่มีแผนการเสริมทัพครั้งใหญ่หากกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียทำการเทกโอเวอร์ทีมได้สำเร็จ

        ทีมสาลิกาดงพร้อมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ เพื่อดึงผู้เล่นชั้นนำอย่าง ลูก้า โยวิช กองหน้า เรอัล มาดริด, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ บาร์เซโลนา และ เจสซี่ ลินการ์ด คือหนึ่งในแผนของว่าที่เจ้าของทีมใหม่ที่พร้อมดึงตัวมาร่วมทีมเพื่อพา นิวคาสเซิ่ล กลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง โดย ยูไนเต็ด ได้ตั้งค่าตัวของ ลินการ์ด ไว้ที่ประมาณ 30 ล้านปอนด์

        ทั้งนี้นอกจาก ลินการ์ด แล้ว แมนยู ยังพร้อมปล่อยตัวผู้เล่นส่วนเกินอย่าง อเล็กซิส ซานเชส, ฟิล โจนส์, อันเดรส เปเรยร่า และ คริส สมอลลิ่ง ออกจากทีมด้วยเช่นกัน

ซูเนสส์แฉลิเวอร์พูลเคยเกือบโดนเจ้าของทีมใหญ่เทคโอเวอร์



แกรม ซูเนสส์ ระบุ ก่อนหน้าที่กลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะเข้ามาฮุบ แมนฯ ซิตี้ ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น พวกเขาเคยเกือบที่จะได้เป็นเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล แล้ว แต่ที่ไม่สำเร็จเป็นเพราะ ทอม ฮิคส์ กับ จอร์จ จิลเล็ตต์ เป็นพวกที่คุยได้ยาก

    แกรม ซูเนสส์ ตำนานกองกลาง ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่ากลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ตอนนี้เป็นเจ้าของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้น เคยเกือบที่จะได้เทคโอเวอร์ "หงส์แดง" ก่อนหน้าที่จะเข้าฮุบ "เรือใบสีฟ้า"

    กลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนำโดย ชีคห์ มันซูร์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน นั้น สามารถฮุบ แมนฯ ซิตี้ ได้อย่างสมบูรณ์เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปี 2008 และพวกเขาก็บริหารทีมได้ดีจนทำให้ แมนฯ ซิตี้ กลายเป็นยอดทีมเหมือนอย่างในทุกวันนี้ โดยในช่วงปี 2008 นั้น เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ได้แก่ ทอม ฮิคส์ กับ จอร์จ จิลเล็ตต์ 2 นักธุรกิจชาวอเมริกัน

    ทั้งนี้ สาเหตุที่ ซูเนสส์ ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว เป็นเพราะหนึ่งในคนที่รับหน้าที่ทำให้กลุ่มทุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เทคโอเวอร์ แมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2008 นั้น ได้แก่ อแมนด้า สเตฟลี่ย์ และ สเตฟลี่ย์ คือคนที่ว่ากันว่ากำลังเดินเรื่องช่วยให้กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียได้เข้าฮุบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด อยู่ในตอนนี้นั่นเอง

    ซูเนสส์ เผยว่า "เมื่อราว 12-13 ปีก่อน ผมไปที่ ดูไบ ไปพักที่โรงแรมแอตแลนติสในตอนช่วงบ่ายๆ ผมเดินไปรอบๆ โรงแรมร่วมกับภรรยาและลูกชายของผม ก่อนจะไปที่ร้านอาหารโนบุซึ่งตอนนั้นไม่มีลูกค้าเลยหลังจากเพิ่งผ่านช่วงมื้อเที่ยงไปหมาดๆ"

    "ในจังหวะนั้นเองก็มีคนเดินเข้ามา และแนะนำตัวพวกเขา จากนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินตามมาและบอกว่าเธอคือ อแมนด้า เธอบอกว่า -ฉันเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล เลยล่ะค่ะ- ในระหว่างที่เราคุยกันนั้นเธอยังบอกด้วยว่า -ฉันเป็นคนดำเนินหน้าที่ในการทำให้ครอบครัวจาก อาบู ดาบี ได้เป็นเจ้าของ แมนฯ ซิตี้-"

    "พอได้ยินอย่างนั้นผมเลยถามเธอไปว่า -อ้าว เมื่อ 5 นาทีก่อนคุณบอกว่าคุณเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล นี่นา ทำไมคุณถึงไม่ทำให้พวกเขาได้เป็นเจ้าของ ลิเวอร์พูล กันล่ะ ?- ซึ่งเธอก็ตอบกลับมาว่า -ฉันพยายามแล้ว แต่ จิลเล็ตต์ กับ ฮิคส์ เป็นคนที่รับมือด้วยได้ยากมากๆ พวกเขาเมินและล้มเลิกความตั้งใจไปในท้ายที่สุด-"

เอเชี่ยนคัพ2027 สะเทือน 2 อภิมหาเศรษฐีโลกประลองกัน

หลังสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี)ประกาศขยายการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปเอเชีย หรือรายการเอเซียน คัพ 2027 ออกไป ถึงวันที่ 30 มิ.ย.63 หลังจากก่อนหน้านี้ในช่วงแรก มีเพียงประเทศซาอุดิอาระเบีย ชาติเดียวที่เสนอตัวเข้ามา ก่อนที่เอเอฟซีจะขยายการเสนอตัว จึงมี อินเดีย เพิ่มมาอีกหนึ่งชาติ ล่าสุดทางด้านของประเทศกาตาร์ มหาเศรษฐีย่านตะวันออกกลางได้ตัดสินใจร่วมวงเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลเอเซียน คัพ 2027 อีกชาติ ทำให้เบื้องต้นตอนนี้ มี 3 ชาติที่จะถูกพิจารณา ซึ่งทั้งซาอุฯ และกาตาร์ ต่างเป็นชาติระดับอภิมหาเศรษฐีของโลกจากธุรกิจน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ

   ในแง่ของความพร้อมกาตาร์ กลายเป็นชาติที่มีความพร้อมมากที่สุดในทุกๆด้าน เพราะก่อนถึงปี 2027 ด้วยศักยภาพการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆของประเทศทั้งเรื่องของสนามแข่งขัน,สนามฝึกซ้อม,ระบบขนส่ง,ที่พัก,สิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงด้านอื่นๆ กาตาร์ได้ลงทุนเป็นหลักล้านล้านบาทกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ทำให้กาตาร์พร้อมสุดๆในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้เพื่อแข่งกับ 2 ชาติที่ยื่นก่อนหน้านี้ทั้ง ซาอุดิอาระเบียและอินเดีย โดยก่อนหน้านี้กาตาร์เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเซียน คัพ มาแล้ว 2 ครั้ง ปี 1988 ,2011

   การเพิ่มทีมในรอบสุดท้ายจาก 16 เป็น 24 ทีมตั้งแต่ครั้งที่ผ่านมา (2019) ทำให้เอเอฟซี มองเห็นถึงปัญหาเรื่องของความพร้อมเจ้าภาพอย่างจริงจัง จึงได้ทำการเปิดให้เสนอเป็นเจ้าภาพล่วงหน้าถึง 7 ปี เพื่อให้ชาติต่างๆมีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ การเพิ่มจำนวนทีมทำให้จำนวนของสนามแข่งขันเพิ่มขึ้น เพราะ 24 ทีม จะมีแมตซ์แข่งขันทั้งหมด 51 แมตซ์และจะต้องใช้สนามแข่งขัน 8-10 สนามในทัวร์นาเมนต์นี้  ขณะที่การแข่งขันเอเซียน คัพ 2023 จีน รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

เศรษฐีอย่าง ซาอุฯ เจออีกชาติโปรไฟล์ดี ลุ้นแย่งจัด อช.คัพ2027

ก่อนหน้านี้ซาอุดิอาระเบีย ประกาศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปเอเชีย หรือรายการ เอเซียน คัพ 2027 เพียงชาติเดียว  หลังจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) ขยายเวลาให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.63 เดิมทีจะปิดรับการเสนอตัวไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค.63 ที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดหนักทำให้หลายชาติลังเล

    ล่าสุดอินเดียกลายเป็นอีกชาติที่แสดงความจำนงในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเซียน คัพ 2027 หรือว่าอีก 7 ปี ข้างหน้า โดยเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก คูชาน ดาส เลขาธิการสมาพันธ์ฟุตบอลอินเดีย  ว่าทางสมาพันธ์ฟุตบอลอินเดียให้ความใจในการเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียและมีความพร้อมที่จะดำเนินการทันที

    ก่อนหน้านี้ อินเดีย เคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ในปี 2023 แต่ท้ายที่สุดสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียเลือก จีน ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน จึงทำการเสนอตัวในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอีกครั้งในปี 2027  ที่น่าสนใจในช่วง 5 ปี หลัง อินเดีย กลายเป็นประเทศอันดับต้นๆของเอเชียที่จัดการแข่งขันฟุตบอลรายการทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปและระดับโลกต่อเนื่องประกอบด้วย 16 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2016,17 ปี ชิงแชมป์โลก 2017,17 ปี หญิงชิงแชมป์โลก 2021 ส่วนในการแข่งขันฟุตบอลเอเซียน คัพ อินเดีย ยังไม่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

 

    10 สนามแข่งขันของอินเดีย

    – ซอล์ท เลค สเตเดี้ยม (เมืองโกลกาตา) 5,000 ที่นั่ง

    – จาร์วาฮาร์ลาล สเตเดี้ยม (เมืองโคชิ) 60,500 ที่นั่ง

    – จาร์วาฮาร์ลาล  สเตเดี้ยม (เมืองนิวเดลี) 60,000 ที่นั่ง

    – จาร์วาฮาร์ลาล  สเตเดี้ยม (เมืองเชนไน) 40,000 ที่นั่ง

    – สรี กันธีราวา สตเดี้ยม (เบงกาลูรู) 25,000 ที่นั่ง

    – JRD ทาทา สปอร์ต คอมเพล็กซ์ (จัมเชดิปัวร์) 25,000 ที่นั่ง

    – อินเดียรา กานดี้ สเตเดี้ยม (กูวาฮาตี) 23,850 ที่นั่ง

    – ฟาตอร์ดา สเตเดี้ยม (เกา) 19,000 ที่นั่ง

    – เชร์ชิพ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ (พูเน่) 11,9000 ที่นั่ง

    – มุมไบ ฟุตบอลอารีน่า (มุมไบ)  8,000 ที่นั่ง

ไม่หวั่นโควิด-19! IOC ยืนยันจัดแข่ง ‘โอลิมปิก 2020’ ตามเดิม



ประธาน IOC ย้ำชัดจัดโอลิมปิก 2020 ตามโปรแกรมเดิม แม้สถานการณ์ของโควิด-19 ยังไม่แน่นอน

โธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ยืนยันว่า โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จะทำการแข่งขันตามโปรแกรมเดิม แม้ว่าสถานการณ์ของโควิด-19 จะยังน่าเป็นห่วงอยู่ก็ตาม

โดยประธาน IOC ยังเผยอีกว่า ในการประชุมคณะกรรมการโอลิมปิกครั้งล่าสุด เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีการพูดถึงแผนยกเลิกหรือเลื่อนการแข่งขันครั้งนี้แต่อย่างใด

"มันยังไม่มีการพูดถึงการยกเลิกหรือเลื่อนการแข่งขัน (โอลิมปิก 2020) ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (เมื่อวันพุธที่ผ่านมา)" บาค กล่าว

"ผมไม่อยากไปเติมเชื้อไฟให้กับการคาดเดาอะไรทั้งสิ้น ถ้อยแถลงการณ์เมื่อวานของเรา ได้บอกอย่างกระจ่างชัดแล้ว เราจะมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ เพื่อความสำเร็จของโตเกียวเกมส์"

ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก 2020 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กรกฎาคม ถึง 8 สิงหาคม 2020 โดยขณะนี้ได้ทีมเข้าแข่งขันแล้ว 14 ชาติ จากโควตาทั้งหมด 16 ทีม ได้แก่ ญี่ปุ่น (เจ้าภาพ), ฝรั่งเศส, เยอรมัน, โรมาเนีย, สเปน, นิวซีแลนด์, อียิปต์, ไอวอรีโคสต์, แอฟริกาใต้, ออสเตรเลีย, ซาอุดิอาระเบีย, เกาหลีใต้, อาร์เจนตินา และบราซิล 

โดยตอนนี้ยังเหลือโควตาอีก 2 ทีม จากโซนคอนคาเคฟ ซึ่งจะมีการแข่งขันรอบคัดเลือกในช่วงวันที่ 20 มีนาคม – 1 เมษายนนี้