พี่เสือ155ตุง!เปิดสถิติน่าสนใจหลังเกมบาเยิร์นขยี้บาร์เซโลน่าแบบไม่ไว้หน้า

ถือเป็นเกมที่ชวนขนลุกยามค่ำคืนอย่างแท้จริง หลังจากที่ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ระเบิดฟอร์มสุดโหด ไล่กระซวก บาร์เซโลน่า ยับเยินด้วยสกอร์ 8-2 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า หลังเกมนี้มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย รวมถึงเรื่องสถิติที่น่าสนใจด้วย แต่จะมีสถิติอะไรบ้างนั้น เรามาดูกัน

บาเยิร์น มิวนิค
 – 155 : จำนวนประตูรวมทุกรายการของ บาเยิร์น ในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่น 50 นัด (บุนเดสลีกา 100, เดเอฟเบ โพคาล 16 และ แชมเปี้ยนส์ ลีก 39) ซึ่งเฉลี่ยตกเกมละ 3.1 ประตู!!! ขณะที่ฤดูกาล 2012/13 ที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์นั้น พวกเขาทำได้ 151 ประตู จาก 54 เกม
 – 8 : เป็นครั้งแรกสำหรับ บาเยิร์น ที่้ทำได้ถึง 8 ประตูในเกมเดียวถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 8 : นอกจากนี้ บาเยิร์น ยังถือเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำได้ถึง 8 ประตูในเกมรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 26 : การคุมทีมลงเตะ 6 เกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค นั้น เจ้าตัวพา บาเยิร์น ทำได้ถึง 26 ประตู ซึ่งมากกว่ากุนซือคนอื่นๆ อย่างน้อย 5 ประตู สำหรับบรรดาโค้ชที่ทำทีมลงเตะถ้วย "บิ๊กเอียร์" 6 นัดแรก 

 – 9 : 3 เกมหลังสุดในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มีส่วนร่วมกับประตูถึง 9 ลูก (ยิง 4, แอสซิสต์ 5)
 – 9 : บาเยิร์น คว้าชัยรวดทั้ง 9 เกมในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ แถมยิงได้ถึง 39 ตุง และเสียแค่ 8 ลูก
 – 54 : ฤดูกาลนี้ เลวานดอฟสกี้ กระทุ้งไปแล้ว 54 ประตู จาก 45 เกมรวมทุกรายการ
 – 50 : จำนวนประตูในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เจ้าตัวยิงได้ในสีเสื้อของ "เสือใต้" ซึ่งมาจากการลงเล่นเพียงแค่ 60 นัด
 – 1 : เลวานดอฟสกี้ เป็นแข้ง "เสือใต้" คนแรก ที่ทำประตูในเกมถ้วยยุโรป 8 นัดติด โดยสถิติสูงสุดเดิมคือ 7 เกมติดที่ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ทำเอาไว้ตอนเล่นในถ้วย ยูฟ่า คัพ เมื่อฤดูกาล 1995/96
 – 113 : โธมัส มุลเลอร์ กลายเป็นนักเตะชาวเยอรมัน ที่ลงเล่นเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก มากสุดในประวัติศาสตร์ โดยแซงหน้า ฟิลิปป์ ลาห์ม ที่ลงเล่น 112 นัด
 – 20 : เกมนี้ บาเยิร์น มีการผ่านบอลแบบสร้างโอกาสจบสกอร์ได้ถึง 20 ครั้ง ขณะที่ บาร์ซา ทำได้แค่ 5 หน
 – 7 : นอกจากทำได้ 1 ประตูแล้ว เกมนี้ โยชัว คิมมิช แบ็กขวาตัวเก่ง ยังสร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นจบสกอร์ได้ถึง 7 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนาม
 – 3 : การเข้ารอบของ บาเยิร์น ทำให้กลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มีกุนซือจากชาติเดียวกันถึง 3 รายในรอบตัดเชือก ซึ่งประกอบไปด้วย ฮันซี่ ฟลิค (บาเยิร์น), โธมัส ทูเคิ่ล (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) และ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ (แอร์เบ ไลป์ซิก) ที่เป็นชาวเยอรมันล้วนๆ 

 

 

 บาร์เซโลน่า
 – 0 : การตกรอบของ บาร์ซ่า ครั้งนี้ ทำให้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2006/07 ที่ไม่หลงเหลือสโมสรจากสเปนในรอบ 4 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 1 : ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2004/05 ที่เราจะไม่ได้เห็น ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก

 – 6 : การปราชัยด้วยสกอร์ 2-8 ทำให้ บาร์เซโลน่า แพ้คู่แข่งด้วยช่องว่าง 6 ประตู เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่เคยแพ้ เอสปันญ่อล ในเกมลีกเมื่อเดือนเมษายน ปี 1951
 – 8 : เป็นครั้งแรกที่ บาร์เซโลน่า เสียถึง 8 ประตูในเกมเดียว นับตั้งแต่ปี 1946 ที่เคยแพ้ เซบีย่า 0-8 ในเกม โกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย
 – 13 : นับเป็นหนแรกในรอบ 13 ปีที่ บาร์เซโลน่า จบซีซั่นแบบมือเปล่า หรือนับตั้งแต่ฤดูกาล 2006/07
 – 1,952 : ประตูที่ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงให้ บาร์เซโลน่า ไล่ขึ้นมาเป็น 2-4 ถือเป็นการทำประตูเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกสังเวียนแข้ง คัมป์ นู หนแรกของเจ้าตัว นับตั้งแต่ที่บุกไปยิงใส่ อาแอส โรม่า (สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก) เมื่อเดือนกันยายนปี 2015 ซึ่งนับจากเกมดังกล่าวจนถึงประตูที่ยิงใส่ บาเยิร์น เกมนี้ เจ้าตัวใช้เวลาในสนามถึง 1,952 นาที และมีโอกาสยิงที่ไม่เป็นประตูถึง 69 ครั้ง

เมสซี่โชว์เลื้อย! บาร์ซ่าแจ่มสองนัดทุบนาโปลีบู๊เสือใต้8ทีมชปล.

บาร์เซโลน่า รองแชมป์ลาลีกา เดินหน้าสู่รอบต่อไปสำเร็จ แถม ลิโอเนล เมสซี่ โชว์สกิลลากเลื้อยแหวกแนวรับทีมเยือนเข้าไปยิงอย่างสุดยอด ช่วยทีมชนะ นาโปลี 3-1 สกอร์รวมสองนัดสอยไป 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมเจอ บาเยิร์น มิวนิค ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง คืนวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : คัมป์ นู

     ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง คืนวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า รองแชมป์ลาลีกา ผลเกมแรกถือว่าได้เปรียบเล็กน้อยจากประตูทีมเยือน กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบ้านจัดแนวรุกครบมือ สามประสานมีทั้ง " เมสซี่,ซัวเรซ,กรีซมันน์" พร้อมกระซวกทีมเยือน "อัซซูร่า" นาโปลี แชมป์โคปปา อิตาเลีย ล^กทีมของ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์พันธุ์ดุ กระตุ้นดาวเตะส่องสกอร์ให้ได้อย่างน้อยเม็ดหนึ่งเพื่อกลับมาเพิ่มโอกาสเข้ารอบ "ลอเรนโซ่ อินซินเย่" ขอทำหน้าที่ป่วนแผงหลังคู่แข่ง

     อัซซูร่าเกือบนำนาทีที่ 2 ลอเรนโซ่ อินซินเย่ จ่ายบอลจากริมสนามทางซ้าย บอลไปแฉลบเท้า เนลซอน เซเมโด้ มาถูกตัว เคราร์ด ปีเก้ กลิ้งเข้าทาง ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ยิงวอลเลย์บอลทันทีในเขตโทษ แต่โดนไม่ดีบอลแป้กไปชนเสาแรกเหลี่ยมด้านนอกออกหลังไป

     ทีมเยือนทักทายอีกนาทีที่ 5 มาริโอ รุย มองเห็น มาร์ก-อันเดร แทร์ชเตเก้น นายทวารบาร์ซ่าออกมาไกลกรอบประตู ฟูลแบ็กทีมเยือนวางเท้าหวดจากแดนหลัง บอลลอยโด่งแต่ไม่ตรงกรอบประตู

     บาร์ซ่าออกนำนาทีที่ 10 อิวาน ราคิติช โยนลูกเตะมุมทางด้านซ้าย บอลลอยมากลางเขตโทษ เกลม็องต์ ล็องเลต์ โขกบอลเต็มหัวเข้าไปตุงตาข่าย แม้ผู้เล่นทีมเยือนพยายามกดดันกรรมการให้เป่าเป็นลูกฟาวล์ เชิ้ตดำใช้ภาพวีเออาร์ยืนยันเป็นสกอร์เพราะเป็นดาวเตะนาโปลีชนกันเองล้มไป

     เจ้าถิ่นทิ้งห่างนาทีที่ 22 หลุยส์ ซัวเรซ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษ แตะบอลออกข้างไปที่ ลิโอเนล เมสซี่ ใช้ความสามารถเลี้ยงฝ่าผู้เล่นทีมเยือนสามคน ก่อนหลุดเข้าปั่นบอลโค้งทางเขตโทษด้านขวา ดาวิด ออสปิน่า มือกาวอัซซูร่าปัดโดนไม่เต็มมือบอลยังคงเข้าประตูไปอย่างสุดยอด

     ต่อมานาทีที่ 30 เฟร็งกี้ เดอยอง ไหลบอลจากกลางสนามออกข้างให้ จอร์ดี้ อัลบา ที่แอบเติมาทางซ้าย ครอสบอลเข้ากลางเขตโทษให้ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงจังหวะแรกถุกนายทวารทีมเยือนทุบทิ้งออกมาบอลไม่พ้นมาหา เฟร็งกี้ เดอยอง ยกบอลโด่งที่เสาสองให้ ลิโอเนล เมสซี่ พักอกลงตรงเขตโทษ 6 หลาแล้วยกบอลข้ามตัว ดาวิด ออสปิน่า มือกาวนาโปลีเข้าไป กรรมการดูวีเออาร์เพื่อความมั่นใจก่อนริบคืนเป็นลูกแฮนด์บอล

     อาซูลกราน่านำสบายนาทีที่ 45 คาลิดู คูลิบาลี่ รับบอลจากเพื่อนแต่เจ้าตัวกลับลากเข้าเขตโทษ ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งไล่มาจะฉกบอลเป็นจังหวะเดียวกับที่กองหลังทีมเยือนหวดขาไปโดนขา สตาร์บาร์ซ่า ล้มคะม่ำลงไป กรรมการตัดสินใจอยู่นาน วิ่งไปดูวีเออาร์ด้วยตัวเองแล้วชี้ไปที่จุดโทษ หลุยส์ ซัวเรซ ซัดเข้าไปไม่เหลือซาก

     แต่แล้วนาทีที่ 45+5 ดรีส์ เมอร์เท่นส์ วิ่งมาจะรับบอลในเขตโทษฝั่งขวาแต่ อิวาน ราคิติช ตามมากระแทกล้มลงไป กรรมการไม่รอช้าเป่าไปที่จุดโทษ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ จับบอลสังหารตุงตาข่าย จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า ยังนำไกล 3-1   

     อัซซูร่าชวดไล่มานาทีที่ 53 ฟาเบียน รูอิซ แทงบอลออกข้างให้ โฆเซ่ กาเยฆอน เปิดบอลจากสนามทางขวาข้ามฟากเข้าเขตโทษให้ ดรีส์ เมอร์เท่นส์ จับบอลยิงไปติดตัว เนลซอน เซเมโด้ กระเด้งมาเข้าหัว ลอเรนโซ่ อินซินเย่ โหม่งบอลแต่เข้ามือ มาร์ก-อันเดร แทร์ชเตเก้น นายด่านเจ้าถิ่นรับอยู่มือ

     ผ่านมานาทีที่ 66 หลุยส์ ซัวเรซ ไหลบอลย้อนหลังกลับให้ จอร์ดี้ อัลบา หยอดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษด้านขวามาที่ ลิโอเนล เมสซี่ กระโดดยื่นเท้าเกี่ยวบอลมาหน้าเขตโทษ ทว่าไม่มีเพื่อนคนไหนเติมขึ้นมาช่วย บาร์ซ่าพลาดโอกาสทำสกอร์

     นาโปลีชวดเฮนาทีที่ 71 ลอเรนโซ่ อินซินเย่ โยนบอลจากริมสนามเข้าเขตโทษ เออร์วิง โลซาโน่ กองหน้าตัวสำรองตั้งศีรษะโขกบอลคนเดียวไร้ตัวประกบแต่บังคับไม่ดี ทิศทางเหินข้ามคานออกไปน่าเสียดาย

     ทีมเยือนเซ็งหนักนาทีที่ 81 อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค สปีดมารอในเขตโทษ ก่อนโถมหัวโหม่งบอลจากการเปิดของเพื่อนร่วมทีม ผ่านมือ มาร์ก-อันเดร แทร์ชเตเก้น นายทวารบาร์ซ่าเข้าไป แต่ว่าเจ้าตัวยืนตำแหน่งล้ำหน้าก่อนแล้ว แถมถัดมาอีกไม่กี่นาที เอลิฟ เอลมาส สบโอกาสโหม่งบอลเช่นกันแต่บอลไปชนโคนเสาด้านซ้ายก่อนกระดอนออกมา จบเกม บาร์เซโลน่า ชนะ นาโปลี 3-1 สกอร์รวมสองนัดสอยไป 4-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมเจอ บาเยิร์น มิวนิค

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อันเดร แทร์ชเตเก้น,เนลซอน เซเมโด้,เคราร์ด ปีเก้,เกลม็องต์ ล็องเลต์,จอร์ดี้ อัลบา,เซร์จี้ โรแบร์โต้,อิวาน ราคิติช,เฟร็งกี้ เดอยอง,ลิโอเนล เมสซี่,หลุยส์ ซัวเรซ (จูเนียร์ ฟีร์โป น.90+2),อองตวน กรีซมันน์ (มอนชู รามอน น.84)

นาโปลี (4-3-3) : ดาวิด ออสปิน่า,โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่,คอสตาส มาโนลาส,คาลิดู คูลิบาลี่,มาริโอ รุย,ฟาเบียน รูอิซ (เอลิฟ เอลมาส น.79),ดีเอโก้ เดมเม่ (สตานิสลาฟ โลบอตก้า น.46),พิโอเตอร์ ซีลินสกี้ (เออร์วิง โลซาโน่ น.70),โฆเซ่ กาเยฆอน (มัตเตโอ โปลิตาโน่ น.70),ดรีส์ เมอร์เท่นส์,ลอเรนโซ่ อินซินเย่ (อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค น.79)

เซเตียนชูสปิริตบาร์ซ่าพร้อมเผยอาการเมสซี่หลังมีอาการเจ็บ

กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า ออกโรงซูฮกลูกทีม หลังเอาชนะ นาโปลี 3-1 ทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากนี้ยังเผยถึงการที่ ลิโอเนล เมสซี่ มีอาการบาดเจ็บในช่วงครึ่งแรกแต่ยังสามารถเล่นต่อจนจบเกมได้

    บาร์เซโลน่า ทำภารกิจของตัวเองได้สำเร็จ หลังเปิดสนามคัมป์ นู เอาชนะ นาโปลี 3-1 โดยได้ประตูจาก เกลม็อง ล็องเลต์, ลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรซ รวมผล 2 นัดเอาชนะไปได้ 4-2

    หลังจบเกม กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ บาร์ซ่า ได้ออกมาชื่นชมลูกทีมที่ทำผลงานกันได้ดีในเกมนี้ "เราต้องทำให้แน่ใจว่าเราจะผ่านเข้ารอบต่อไปได้ และเราจะเล่นเกมที่เหลือด้วยสปิริต"

    "ทีมเล่นได้ดีและสมควรได้รับชัยชนะ พวกเขา(นาโปลี) สร้างปัญหากับเรา แต่เราก็สามารถควบคุมเกมได้ในช่วงครึ่งแรก"

    "เราเจอปัญหาหลังพักครึ่ง แต่เราก็ลดโอกาสของพวกเขาได้"

    นอกจากนี้ เซเตียน ยังได้กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของ เมสซี่ ในช่วงครึ่งแรก แต่ก็ยังสามารถเล่นต่อจนจบเกม โดยเจ้าตัวเผยว่า ดาวยิงอาร์เจนไตน์ ฟิตพอที่จะเจอกับ บาเยิร์น มิวนิก คู่แข่งรอบต่อไป "เมสซี่ น่ะเหรอ? เขาเจ็บนิดหน่อย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เขาสบายดี เราจะวิเคราะห์กันอีกครั้ง แต่ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด"

เซเตียนจัดให้! บาร์ซ่าหมดไฟพ่ายโอซาซูน่า10คนส่งแชมป์ให้ราชัน

กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" เก้าอี้เริ่มร้อนขึ้นอีกหลังพาทีมเปิดรังพ่าย โอซาซูน่า ที่เหลือผู้เล่น 10 คนร่วม 20 นาที 1-2 หยุดอยู่ที่ 79 คะแนนตามหลัง ราชันชุดขาว 7 แต้ม เหลือการแข่งขันอีกแค่ 1 นัด หมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์เรียบร้อย ในศึกฟุตบอล ลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

สนาม : คัมป์ นู

    กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" ไม่มีทางเลือกในเกมนี้นอกจาก 3 แต้มและต้องไปภาวนาให้ เรอัล มาดริด พ่ายถึงจะมีลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้าย ความพร้อมไม่มี อองตวน กริซมันน์ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ

    ส่วนทาง โอซาซูน่า ของกุนซือ  ยาโกบา อาร์ราซาเต้ ผลงานร้อนแรงไม่เบายึดอันดับ 10 ของตารางโดย 6 เกมหลังสุดชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 รอดตกชั้นแน่นอนแล้ว

    เปิดฉากได้ไม่ถึง 5 นาที ทีมเยือน ทักทายก่อนทันทีเป็น โฆเซ่ อานาอิตซ์ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตั้งป้อมใส่ด้วยขวาบอลพุ่งแรงเกือบเสียบใต้คานแต่ แทร์ ชตีเก้น ผวาปัดทิ้งออกมาได้

    ต่อมานาทีที่ 7 "เจ้าบุญทุ่ม" ตอบโต้คืนบ้างเป็น เกลม็อง ล็องเล่ต์ เติมเกมรุกได้จังหวะตะบันด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งหาสามเหลี่ยมหลุดข้ามคานออกไปนิดเดียว

    แต่แล้วนาทีที่ 16 โอซาซูน่า มาได้ประตูขึ้นนำจากบอลริมเส้นของ เปร์วีส เอสตูปินญาน สอดขึ้นมาครอสเข้าในให้ โฆเซ่ อานาอิตซ์ วอลเลย์ตามน้ำด้วยขวาเบียดเสาแรกตุงตาข่ายสุดสวย

    นาทีที่ 22 เจ้าถิ่น เกือบตามตีเสมอทันควันเป็นลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาระยะโปรดของ ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายบอลข้ามกำแพงผ่านมือ เซร์คิโอ เอร์เรร่า ไปชนสามเหลี่ยมหลุดออกไป

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที บาร์เซโลน่า ได้ลุ้นอีกครั้งจากฟรีคิกของ ลิโอเนล เมสซี่ แต่คราวนี้ถอยออกกลางประตูระยะร่วม 30 หลาบอลผ่านสามเหลี่ยมมุมเดิมข้ามคานไปนิดเดียว

    นาทีที่ 39 ลิโอเนล เมสซี่ เก็บตกบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตวัดด้วยซ้าย แฉลบขาแนวรับ โอซาซูน่า เปลี่ยนทางไปติดปลายมือ เซร์คิโอ เอร์เรร่า ปัดออกหลังหวุดหวิด

    ท้ายครึ่งแรก เจ้าถิ่น ส่งท้ายจากจังหวะทำชิ่งสุดท้ายเป็น มาร์ติน เบรธเวต สอดมารับบอลก่อนตะบันด้วยซ้ายยัดเสาแรกแต่โดนหนาไปหลุดเข้าข้างตาข่ายเหมือนเดิม

    หมดครึ่งเวลาแรก บาร์เซโลน่า 0 โอซาซูน่า 1

    เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 1 นาที บาร์เซโลน่า ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายสำเร็จเป็น ริกี้ ปูอิก ยกบอลให้ ลิโอเนล เมสซี่ แปะคืนให้ มาร์ติน เบรธเวต ตามเข้ามาซัดเข้าไปแต่น่าเสียดายเป็นจังหวะล้ำหน้าของ เมสซี่ ไปก่อนแล้ว

    นาทีที่ 55 จังหวะชุลมุนหน้ากรอบเขตโทษสุดท้ายเป็น ลิโอเนล เมสซี่ ควักบอลมาจาเท้าแนวรับ โอซาซูน่า กระชากเข้าไปยิงยัดด้วยขวาติดตัว เซร์คิโอ เอร์เรร่า บล็อคเอาไว้ได้

    สุดท้ายนาทีที่ 62 "เจ้าบุญทุ่ม" ตามตีเสมอจนได้จากลูกฟรีคิกกลางประตูของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เกมนี้ได้ลองวัดระยะหลายครั้งคราวนี้ไม่พลาดปั่นด้วยซ้ายอ้อมกำแพงเบียดเสาแรกงามหยด

    8 นาทีต่อมา เจ้าถิ่น เกือบพลิกแซงขึ้นนำเป็นจังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ หลุยส์ ซัวเรซ รับบอลจาก ลิโอเนล เมสซี่ ลอยตัวฮาร์ฟวอลเล่บอลไปติดเซฟ เซร์คิโอ เอร์เรร่า แรงพอไหลเข้าประตูแต่โชคร้าย ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    นาทีที่ 77 โอซาซูน่า ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเป็น เอ็นริช กาเยโก้ ไปชักศอกใส่หน้า เกลม็อง ล็องเล่ต์ ร่วงลงไปผู้ตัดสินวิ่งไปเช็ค วีเออาร์ ก่อนชูใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

    แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 กลายเป็น โอซาซูน่า มาได้ประตูชัยจากจังหวะสวนกลับทางขวาของ เอ็นริเก้ บาร์จา ครอสลึกมาเสาไกลให้ โรเบร์โต้ ตอร์เรส สอดมาเข้าชาร์จผ่านมือ แทร์ ชตีเก้น ไม่มีเหลือ

    จบเกม บาร์เซโลน่า 1 โอซาซูน่า 2

 11 นักเตะตัวจริงที่ลงสนาม

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, เคราร์ด ปีเก้, จูเนียร์ ฟีร์โป – ริกี้ ปูอิก, อีวาน ราคิติช,เซร์จี้ โรเบร์โต้ – ลิโอเนล เมสซี่, มาร์ติน เบรธเวต, อันซู ฟาติ

    โอซาซูน่า (5-3-2) เซร์คิโอ เอร์เรร่า – นาโช่ บีดัล, อารีดาเน่ เอร์นานเดซ, ราอูล นาบาส,ดาบิด การ์เซีย, เปร์วีส เอสตูปินญาน – อินญีโก้ เปเรซ, ยอน มอนกาโยล่า, ดาร์โก้ บราชานัทส์ – โฆเซ่ อานาอิตซ์, อาเดรียน

วิดาลยิงเฮ! บาร์ซ่าบุกเชือดบายาโดลิด ยื้อเวลาแย่งแชมป์กับมาดริด

บาร์เซโลน่า เก็บสามคะแนนยื้อเวลาลุ้นแชมป์กับ เรอัล มาดริด ออกไปอีกนิด หลังได้ อาร์ตูโร่ วีดัล ยิงประตูโทนบุกเชือด บายาโดลิด 1-0 ขยับไล่กวด ราชันชุดขาว แต้มเดียว ขณะที่เกมลีกเหลืออีกแค่ 2 นัดในมือพวกเขา ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม :
เอสตาดิโอ มูนิซิปัล โฆเซ่ ซอร์รีย่า

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ต้องการสามคะแนนเท่านั้นเพื่อต่อลมหายใจในการแย่งแชมป์กับ เรอัล มาดริด นัดนี้ กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่ม ไร้ดาวรุ่งอย่าง อันซู ฟาติด ที่ติดโทษแบน แต่ตัวเก๋า "เมสซี่-กรีซมันน์" ลงประจำการ ส่วน "หลุยส์ ซัวเรซ" นั่งสำรองเกมนี้บุกบ้าน บายาโดลิด ที่แมตช์ล่าสุดแพ้ไป พวกเขาแทบจะอยู่รอดปลอดภัยแน่นอนแล้ว เซร์คิโอ กอนซาเลซ นายใหญ่เจ้าถิ่นเร้าลูกทีมสร้างเซอร์ไพร์สช็อกโลก วาง "เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า" เป็นตัวทีเด็ด

     ทีมเยือนเปิดเกมนาทีที่ 5 เคราร์ด ปีเก้ วางบอลจากหลังออกข้างให้ อาร์ตูโร่ วีดัล รับบอลแต่ถูกผู้เล่นเจ้าถิ่นเตะอัดมากระเด้งกลิ้งมาหา เนลสัน เซเมโด้ กระชากบอลเข้าเขตโทษด้านขวาตบย้อนมาเขตโทษ เกือบ 9 หลา ริกิ ปุช วิ่งมาซัดตามน้ำบอลเรียดพื้นเข้ามือนายทวารบายาโดลิด

     บาร์เซโลน่านำนาทีที่ 15 ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งเข้าไปแย่งบอลจากผู้เล่นเจ้าถิ่น แตะย้อนให้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ส่งสั้นให้ เนลสัน เซเมโด้ หน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนฟูลแบ็กบาร์ซ่าจ่ายให้ ลิโอเนล เมสซี่  ดีดต่อไปที่ อาร์ตูโร่ วีดัล ซัดบอลเต็มเท้าในเขตโทษ บอลชนเสาสองซุกเข้าประตูไปอย่างแม่นยำ

     บาร์ซ่าชวดจังหวะเด็ดนาทีที่ 19 ลิโอเนล เมสซี่ ไหลบอลออกริมสนามให้ เนลสัน เซเมโด้ ปาดบอลเข้ามากลางเขตโทษ บอลเลยตัวแนวรับบายาโดลิด มาเข้าทาง อองตวน กริซมันน์ สบจังหวะยิงประตู ทว่าเจ้าตัวจับบอลพลาดปล่อยบอลกลิ้งผ่านตัวแบบเหลือเชื่อ

     เจ้าบ้านตอบโต้นาทีที่ 22 เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า หัวหอกเจ้าบ้านเก็บตกบอลจากการสกัดของผู้เล่นบาร์ซ่า จับบอลจากนห้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวา แล้วส่องไกลทันทีบอลพุ่งชนข้างตาข่ายออกหลังไป

     อาซูลกราน่าบุกอีกนาทีที่ 24 เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ แทงบอลคิลเลอร์พาสกลางสนาม 30 หลาทะลุมาให้ เนลสัน เซเมโด้ หลุดเดี่ยวมาทางฝั่งขวากรอบเขตโทษ เข้ายิงบอลแบบจังเบอร์ แต่ว่า ยอร์ดี้ มาซิป นายทวารบายาโดลิด ล้มตัวเซฟก่อนตามตะครุบบอลอยู่มือ จบ 45 นาทีแรก บาร์เซโลน่า บุกนำ 1-0

     บาร์ซ่าสร้างจังหวะนาทีที่ 49 ลิโอเนล เมสซี่ หยอดบอลจากเขตโทษด้านซ้ายข้ามฝั่งมาที่ เซร์จี้ โรเบร์โต้ แปะบอลมากลางวงกลมกรอบเขตโทษ เจ้าหนู ริกิ ปุช สบโอกาสซัดบอลอีกครั้งแต่เบาเกิน ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวเจ้าบ้านล้มตัวรับเอาไว้ได้ 

     เจ้าถิ่นหวังไล่ตามนาทีที่ 52 กีเก้ กองกลางบายาโดลิด เลี้ยงบอลแหวกหนี เนลสัน เซเมโด้ มาด้านซ้ายของสนาม จ่ายต่อให้ เอเนส อูนาล ตัวสำรองที่ลงมาตั้งป้อมส่องไกลจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลกระดอนพื้นหนึ่งครั้งเข้าหาประตู แต่  มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น รับบอลแบบไม่มีปัญหา

     บายาโดลิดทำได้ดีนาทีที่ 60 เอเนส อูนาล เทคตัวขึ้นโหม่งบอลจากลุกฟรีคิกของเพื่อนร่วมทีมบริเวณสนามทางด้านขวาระยะ 27 หลา บอลกระดอนพื้นแต่ว่า มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น นายทวารบาร์ซ่าโชว์เหยียดตัวใช้มือปัดไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

     อาซูลกราน่าชวดทิ้งห่างนาทีที่ 63 ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นลูกนิ่งหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 22 หลาเยื้องมาทางด้านขวา บอลข้ามกำแพงผู้เล่นเจ้าถิ่นฮุบจะเข้าซุกตาข่าย ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวบายาโดลิดปฏิกิริยายังดีใช้มือแปะบอลพ้นเขตประตูออกหลัง ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซานโดร รามิเรซ หัวหอกเจ้าบ้านหลุดเข้าไปซัดคนเดียวตรงเขตโทษด้านซ้าย แต่ว่านายทวารคนเก่งบาร์ซ่าเซฟช่วยทีมสำเร็จ จบเกม บาร์เซโลน่า บุกชนะ บายาโดลิด 1-0 ทำคะแนนกดดัน เรอัล มาดริด เหลือแค่แต้มเดียว ขณะที่เกมในมือพวกเขาเหลือแค่ 2 นัดเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บายาโดลิด (4-5-1): ยอร์ดี้ มาซิป,ฆาบี โมยาโน่,กีโก้,ฆาบี ซานเชซ,ราอูล การ์เซีย (นาโช่ น.25),ออสการ์ ปลาโน่,เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ,ฆัวกิน เฟร์นานเดซ (ปาโบล เออร์เบียส น.46),รูเบน อัลการาซ (เอเนส อูนาล น.46),กีเก้,เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า (ซานโดร รามิเรซ น.61)

บาร์เซโลน่า (4-1-2-1-2): มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น,เนลสัน เซเมโด้,เคราร์ด ปีเก้,เกลม็อง ล็องเล่ต์ (โรนัลด์ อาเราโฆ น.57),ยอร์ดี้ อัลบา,เซร์จี้ โรเบร์โต้,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (จูเนียร์ ฟีร์โป้ น.74),ริกิ ปุช (อีวาน ราคิติช น.57),อาร์ตูโร่ วีดัล,ลิโอเนล เมสซี่,อองตวน กริซมันน์ (หลุยส์ ซัวเรซ น.46)

แฉสนั่นบาร์เซโลน่าขาย9แข้งระดมทุนซื้อหอกอินเตอร์

สื่อสเปน ตีข่าว บาร์เซโลน่า พร้อมที่จะขายนักเตะ 9 รายออกไปเพื่อระดมทุนในการซื้อตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ หัวหอกเลือดอาร์เจนไตน์จากอินเตอร์ มิลาน โดยงานนี้คงต้องใช้งบถึง 100 ล้านปอนด์หากต้องการนักเตะรายนี้มาเสริมทัพ
   บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน เตรียมขายนักเตะ 9 คนเพื่อที่จะนำเงินไปซื้อ  เลาตาโร่ มาร์ติเนซ  กองหน้าฟอร์มฮอต อินเตอร์ มิลาน สโมสรแกร่งในกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี จากการเปิดเผยของ มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อชื่อดังในดินแดนกระทิงดุ

    หนึ่งในแข้งที่อยู่ในรายชื่อ 9 แข้งที่กำลังจะโดนปักป้ายขายนั่นก็คือ  จูเนียร์ ฟีร์โป้ แบ็กซ้ายวัย 23 ปี เนื่องจากทัพ "งูใหญ่" แสดงความสนใจอยากได้นักเตะรายนี้เช่นกัน ส่วนสตาร์คนอื่นๆ ที่เตรียมถูกปล่อยตัวเพื่อเป็นการระดมทุนสำหรับซื้อ หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ มีทั้ง อาร์ตูโร่ วิดัล และ ซามูเอล อุมติตี้ ซึ่ง อาร์เซน่อล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจ เป็นต้น

    มาร์ติเนซ วัย 22 ปี ซึ่งซัดไปแล้ว 13 ประตูจากการเล่น 29 เกมตลอดทุกรายการในฤดูกาลนี้ คาดว่าจะมีค่าตัวประมาณ 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,800 ล้านบาท) โดยในช่วงต้นปีนี้ผู้อำนวยการกีฬาของ "เนรัซซูรี่" ยืนยันว่านักเตะจะย้ายไปเล่นกับ บาร์ซ่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่จะต้องยอมจ่ายเงินค่าฉีกสัญญาเท่านั้น

    ทั้งนี้ "เจ้าบุญทุ่ม" หวังที่จะดึง มาร์ติเนซ มาร่วมทีมเพื่อทดแทน หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ซึ่งมีปัญหาบาดเจ็บหัวเข่าตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีรายงานจากสื่อสเปนว่า ดาวเตะเลือดฟ้าขาว กับ บาร์เซโลน่า ได้ตกลงสัญญาปากเปล่ากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ส่วนเหตุผลที่ มาร์ติเนซ อยากย้ายไปเล่นในคัมป์ นู เพราะต้องการลงสนามร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอกเพื่อนร่วมชาติ และไอดอลของเขา

แบนไอ้หนูฟาติ! บาร์ซ่าห้ามพลาด “เมสซี่-ซัวเรซ” นำทัพลุยถิ่นบายาโดลิด

แชมป์เก่า บาร์เซโลน่า เหลือเวลาให้ป้องกันแชมป์น้อยเต็มที โดย กีเก้ เซเตียน บอสใหญ่เจ้าบุญทุ่มแม้จะไร้ไอ้หนู อันซู ฟาติด ที่ติดโทษแบนหลังโดนใบแดงในเกมล่าสุด ทว่ายังพร้อมจัดชุดใหญ่นำโดยสามประสานอย่าง ลิโอเนล เมสซี่-หลุยส์ ซัวเรซ และอองตวน กริซมันน์ ในเกมบุกรัง เรอัล บายาโดลิด ศึก ลา ลีกา สเปน คืนวันเสาร์นี้ เริ่มแข่งขันเวลา 00.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

ปรีวิว ลา ลีกา สเปน นัดที่ 36
เรอัล บายาโดลิด (14) – บาร์เซโลน่า (2)
วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563 เวลา : 00.30 น.   
สนาม : เอสตาดิโอ มูนิซิปัล โฆเซ่ ซอร์รีย่า    

    เรอัล บายาโดลิด

    เซร์คิโอ กอนซาเลซ ได้ ออสการ์ ปลาโน่ ตัวรุกคนสำคัญพ้นติดโทษแบนกลับมา และจะลงปักหลักทำเกมรุกตรงกลาง โดยฝั่งขวาใช้ ปาโบล เอเบียส ,ฝั่งซ้ายใช้งาน โตนี่ บีย่า หน้าเป้ายังเป็น เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า ,มิดฟิลด์คู่กลางใช้ เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ ลงตัดเกมร่วมกับ รูเบน อัลการาซ  ส่วนแผงหลัง แบ็กขวาเป็น ฆาบี โมยาโน่  ใช้ ฆัวกิน เฟร์นานเดซ ยืนเซนเตอร์แบ็กกับ ฆาบี ซานเชซ โดยมี โมฮาเหม็ด ซาลิซู ที่เพิ่งหายเจ็บรอโอกาสที่ข้างสนาม ส่วนแบ็ก ราอูล การ์เซีย พร้อมลงทำหน้าที่

    บาร์เซโลน่า

    กีเก้ เซเตียน ยังไม่มี ซามูแอล อุมตีตี้,จูเนียร์ ฟีร์โป้ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วน แฟร้งกี้ เดอ ยองก์  ก็ยังไม่น่าจะพร้อม ส่วน อันซู ฟาติ ติดโทษแบน 1 นัด ในแผงแบ็กโฟร์เลือกใช้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ยืนเเบ็กขวา, เกลม็อง ล็องเล่ต์ กับ เคราร์ด ปีเก้ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ และ ยอร์ดี้ อัลบา เล่นแบ็กซ้าย แดนกลาง  ริกิ ปุช ดาวรุ่งจะได้ลงเล่นต่อร่วมกับ อาร์ตูโร่ วีดัล และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ส่วนแนวรุก วาง ลิโอเนล เมสซี่ เป็นหน้าต่ำ และดัน อองตวน กริซมันน์ ขึ้นไปยืนคู่หน้ากับ หลุยส์ ซัวเรซ

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล บายาโดลิด (4-2-3-1) ยอร์ดี้ มาซิป-ฆาบี โมยาโน่,ฆัวกิน เฟร์นานเดซ,โฆาบี ซานเชซ,ราอูล การ์เซีย-รูเบน อัลการาซ,เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ-ปาโบล เอเบียส,ออสการ์ ปลาโน่,โตนี่ บีย่า-เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า

    บาร์เซโลน่า (4-3-1-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น-เซร์จี้ โรเบร์โต้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, เคราร์ด ปีเก้,ยอร์ดี้ อัลบา- เอาร์ตูโร่ วีดัล,ริกิ ปุช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์-ลิโอเนล เมสซี่-หลุยส์ ซัวเรซ,อองตวน กริซมันน์
 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
30/10/19    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    5-1    เรอัล บายาโดลิด   
17/02/19    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    1-0    เรอัล บายาโดลิด
26/08/18    ลา ลีกา    เรอัล บายาโดลิด    0-1    บาร์เซโลน่า
08/03/14    ลา ลีกา    เรอัล บายาโดลิด    1-0    บาร์เซโลน่า
06/10/13    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    4-1    เรอัล บายาโดลิด
        
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เรอัล บายาโดลิด
08/067/20    แพ้ บาเลนเซีย 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20    ชนะ อลาเบส 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20    เสมอ เลบันเต้ 0-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
26/06/20    เสมอ เซบีย่า 1-1 (เยือน)    ลา ลีกา
24/06/20    เสมอ เคตาเฟ่ 1-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
           
บาร์เซโลน่า
09/07/20     ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา
06/07/20     ชนะ บียาร์เรอัล 4-1 (เยือน) ลา ลีกา
01/07/20     เสมอ แอต.มาดริด 2-2 (เหย้า) ลา ลีกา
27/06/20     เสมอ เซลต้า 2-2 (เยือน) ลา ลีกา
23/06/20     ชนะ บิลเบา 1-0  (เหย้า) ลา ลีกา

แช่งราชัน! บาร์ซ่าต้องชนะเท่านั้น “เมสซี่-ซัวเรซ” พร้อมกระหน่ำโอซาซูน่า

แชม์เก่า บาร์เซโลน่า ไม่มีทางเลือกต้องคว้าชัยให้ได้ก่อนแล้วลุ้นให้ เรอัล มาดริด แพ้เพื่อจะลุ้นในเกมสุดท้ายต่อไป สำหรับวันนี้พร้อมรับมือ โอซาซูน่า แนวรุกนำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรซ ในปรีวิว ลาลีกา นัดรองสุดท้าย คืนวันพหัสบดีที่ 16 ก.ค.นี้

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
บาร์เซโลน่า (2) – โอซาซูน่า (11)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563    เวลา : 02.00 น.   
สนาม : คัมป์ นู    

    บาร์เซโลน่า

    กีเก้ เซเตียน ไม่มี อองตวน กริซมันน์,ซามูแอล อุมตีตี้,จูเนียร์ ฟีร์โป้ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วน แฟร้งกี้ เดอ ยองก์  มีชื่อติดทีมแล้ว แต่ยังไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วน อันซู ฟาติ พ้นโทษแบนกลับมาพร้อมเป็นตัวเลือก ในแผง
แบ็กโฟร์เลือกใช้ เนลซอน เซเมโด้ ยืนเเบ็กขวา, เกลม็อง ล็องเล่ต์ กับ เคราร์ด ปีเก้ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ และ ยอร์ดี้ อัลบา เล่นแบ็กซ้าย แดนกลาง  4 คน ใช้ อีวาน ราคาติช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,อาร์ตูโร่ วีดัล และ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ทำเกมร่วมกัน วาง ลิโอเนล เมสซี่
ยืนคู่หน้ากับ หลุยส์ ซัวเรซ

    โอซาซูน่า

    ยาโกบา อาร์ราซาเต้ เตรียมกลับมาใช้ระบบกองหน้าตัวเดียวอีกครั้งในเกมนี้ โดยจะดร็อป อาเดรียน โลเปซ หัวหอกตัวเก๋าไว้ข้างสนาม และใช้ เอ็นริค กาเยโก้ ยืนห้อยข้างหน้าคนเดียว ส่วนตัวสนับสนุนมี กีเก้ บาร์ฆา กับ โฆเซ่ อานาอิตซ์ ช่วยกัน
สร้างสรรค์เกม ตรงกลาง ฟราน เมรีด้า เดินเกมร่วมกับ ยอน มอนกาโยล่า โดยมี นาโช่ บีดัล กับ โตนี่ ลาโต้ รับบทวิงแบ็กทั้งสองฝั่ง ส่วนแผงหลัง ดาบิด การ์เซีย ลงยืนเเป็น 3 ซนเตอร์ฮาล์ฟ ร่วมกับ ราอูล นาบาส และ อารีดาเน่ เอร์นานเดซ  , ในรายของผู้
เล่นบาดเจ็บยังมี ชีมี่ อาบีล่า,ฆอร์เค่ เอร์รานโด้,โรเบิร์ต อิบันเญซ,มาร์ค กาโดน่า และ อูไน การ์เซีย

    11 นักเตะตามคาด

    บาร์เซโลน่า (4-4-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น-เนลซอน เซเมโด้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, เคราร์ด ปีเก้,ยอร์ดี้ อัลบา- อีวาน ราคิติช,อาร์ตูโร่ วีดัล,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,เซร์จี้ โรเบร์โต้-ลิโอเนล เมสซี่,หลุยส์ ซัวเรซ

    โอซาซูน่า (3-4-2-1) เซร์คิโอ เอร์เรร่า-ราอูล นาบาส,ดาบิด การ์เซีย,อารีดาเน่ เอร์นานเดซ-นาโช่ บีดัล,ยอน มอนกาโยล่า,ฟราน เมรีด้า,โตนี่ ลาโต้-โฆเซ่ อานาอิตซ์,กีเก้ บาร์ฆา-เอ็นริช กาเยโก้

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
31/08/19    โอซาซูน่า เสมอ บาร์เซโลน่า 2-2    ลา ลีกา
27/04/17    บาร์เซโลน่า ชนะ โอซาซูน่า 7-1     ลา ลีกา
10/12/16    โอซาซูน่า แพ้ บาร์เซโลน่า 0-3    ลา ลีกา
16/03/14    บาร์เซโลน่า ชนะ โอซาซูน่า 7-0    ลา ลีกา
20/10/13    โอซาซูน่า เสมอ บาร์เซโลน่า 0-0    ลา ลีกา   

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาร์เซโลน่า
12/07/20 ชนะ เรอัล บายาโดลิด 1-0 (เยือน)    ลา ลีกา
09/07/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
06/07/20 ชนะ บียาร์เรอัล 4-1 (เยือน)     ลา ลีกา
01/07/20 เสมอ แอต.มาดริด 2-2 (เหย้า)     ลา ลีกา
27/06/20 เสมอ เซลต้า 2-2 (เยือน)     ลา ลีกา
        
โอซาซูน่า
11/07/20 ชนะ เซลต้า บีโก้ 2-1  (เหย้า)    ลา ลีกา
09/07/20 แพ้ เรอัล เบติส 0-3 (เยือน)    ลา ลีกา
06/07/20 เสมอ เคตาเฟ่ 0-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
03/07/20 ชนะ เออิบาร์ 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เลกาเนส  2-1 (เหย้า)    ลา ลีกา

ต้องเฮเท่านั้น! บาร์ซ่าไม่ง่ายมี “เมสซี่” นำทัพเยือนบียาร์เรอัล

กีเก้ เซเตียน กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" รองจ่าฝูงต้องคว้า 3 แต้มเท่านั้นหากยังหวังลุ้นแชมป์หลังตาม เรอัล มาดริด อยู่ถึง 4 คะแนน ความพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่เต็มสูบนำโดย ลิโอเนล เมสซี่ ส่วนทาง บียาร์เรอัล ของนายใหญ่ ฆาเบียร์ กาเยฆา รั้งอันดับ 5 ผลงานร้อนแรงเหลือเกินมี ปาโก้ อัลกาเซร์ ลุ้นซัดทีมเก่า ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563
บียาร์เรอัล (5) – บาร์เซโลน่า (2)
เวลา : 03.00 น.

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา เซรามีก้า, บียาร์เรอัล

    ฆาเบียร์ กาเยฆา กุนซือบียาร์เรอัล เตรียมโรเตชั่นทีมหลายตำแหน่งด้วยกัน ไล่ตั้งแต่แผงหลัง มาริโอ กาสปาร์ ลงแบ็กขวาแทน รูเบน เปนญ่า ส่วนแบ็กซ้ายใช้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เหมือนเดิมเช่นเดียวกับคู่เซนเตอร์ที่ยังใช้ เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล

    แดนกลางจะ มานู ตรีเกโรส ไว้ และใช้ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า ลงทำเกมร่วมกับ แซมโบ อันกีสซ่า ริมเส้นใช้งาน ซามูแอล ชุคเวเซ่ กับ ซานติ กาซอร์ล่า คู่หน้ามี เคราร์ด โมเรโน่ ล่าตาข่ายกับ ปาโก้ อัลกาเซร์ในรายของ รามีโร่ ฟูเนส โมริ เซนเตอร์ฮาล์ฟยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

    กีเก้ เซเตียน กุนซือบาร์เซโลน่า จะกลับมาใช้งานผู้เล่นชุดใหญ่เต็มสูบ โดยเกมนี้จะได้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ แบ็กขวาหายเจ็บกลับมา และมีโอกาสเบียด เนลซอน เซเมโด้ ลงตัวจริงทันที ส่วนตำแหน่งอื่นๆ เหมือนเดิม เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ ลงยืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ เคราร์ด ปีเก้ และ จอร์ดี้ อัลบา รับผิดขอบแบ็กซ้าย

    ในแดนกลาง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ลงปั้นเกมร่วมกับ ริกิ ปุช และ อาร์ตูโร่ วีดาล โดยมี อิวาน ราคิติช เป็นตัวสอดแทรก ส่วนแดนหน้า หลุยส์ ซัวเรซ ยืนหน้าเป้า เลโอ เมสซี่ ยืนด้านขวา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นอองตวน กรีซมันน์ ที่กลับมาเป็นตัวจริง ในรายของ เฟร็งกี้ เดอ ยอง ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ต้องพพักต่อไป

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    บียาร์เรอัล (4-4-2) : เซร์คิโอ อาเซนโฆ-มาริโอ กาสปาร์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, อัลเบร์โต้ โมเรโน่-ซามูแอล ชุคเวเซ่, บิเซนเต้ อิบอร์ร่า, แซมโบ อันกีสซ่า, ซานติ กาซอร์ล่า-เคราร์ด โมเรโน่, ปาโก้อัลกาเซร์

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก อันเดร แทร์ ชเตเก้น-เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา-อาร์ตูโร่ วีดาล, ริกิ ปุช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์-ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
 25/09/19        ลา ลีกา     บาร์เซโลน่า ชนะ บียาร์เรอัล  2-1

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

 บียาร์เรอัล

02/07/20    ชนะ เบติส 2-0(เยือน)        ลา ลีกา
28/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
23/06/20    เสมอ เซบีย่า 2-2  (เหย้า)    ลา ลีกา
20/06/ 20     ชนะ กรานาด้า 1-0 (เยือน)    ลา ลีกา
17/06/20    ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา

บาร์เซโลน่า

01/07/20    เสมอ แอตเลติโก มาดริด 2-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
27/06/20    เสมอ เซลต้า 2-2 (เยือน)    ลา ลีกา
23/06/20    ชนะ บิลเบา 1-0  (เหย้า)    ลา ลีกา
19/06/20    เสมอ เซบีย่า 0-0 (เยือน)    ลา ลีกา
17/06/20    ชนะ เลกาเนส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา

VAR เปลี่ยนชีวิต! ฟาติโดนไล่ออกหลังลงสนามแค่ 5 นาที

แนวรุกอาซูลกรานาต้องเดินออกจากสนามหลังจากที่ถูกเปลี่ยนลงมาเพียง 5 นาทีเท่านั้น จากจังหวะปะทะที่เขายกขาสูงเข้าใส่คู่แข่ง

อันซู ฟาติ กองหน้าบาร์เซโลนาต้องถูกไล่ออกจากสนาม หลังจากที่ถูกเปลี่ยนลงมาเพียง 5 นาที ในเกมที่เจ้าบุญทุ่มเอาชนะเอสปันญอลไป 1-0 ในเกมลาลีกาเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ดาวรุ่งวัย 17 ปีของทีมอาซูลกรานา ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาแทนที่เนลสัน เซเมโด้ ตั้งแต่นาทีที่ 46 ของการแข่งขัน เพื่อเสริมเกมรุกให้ทีมซึ่งกำลังเสมอกันอยู่ 0-0 ในเวลานั้น

อย่างไรก็ดี เพียงนาทีที่ 50 ของการแข่งขัน อันซู ฟาติ ก็ต้องเดินออกจากสนาม เมื่อเขาไปเปิดปุ่มยันเข้าใส่หน้าแข้งของ เฟร์นานโด กาเลโร ทีแรกผู้ตัดสินให้เป็นใบเหลือง ทว่าเมื่อวิ่งไปเช็คเหตุการณ์ย้อนหลังที่จอ VAR ก็เปลี่ยนใจมาให้เป็นใบแดงโดยตรงไล่ออกไป

หลังจากนั้นเพียง 3 นาที เอสปันญอลก็มาเหลือ 10 คนเช่นกัน จากจังหวะที่ โปล โลซาโน ไปเปิดปุ่มยันเสาใส่หน้าแข้งของ เคราร์ด ปิเก้ ซึ่งผู้ตัดสินก็เปลี่ยนใจจากใบเหลืองมาให้ใบแดง หลังเดินไปเช็ค VAR เหมือนจังหวะของฟาติไม่มีผิดเพี้ยน

และในที่สุด นาทีที่ 56 บาร์ซาก็มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี ได้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือนมาเข้าทาง หลุยส์ ซัวเรซ แปซ้ำดาบสองด้วยขวาเน้น ๆ ตุงตาข่าย ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 และชนะไปด้วยสกอร์นี้

จบเกม บาร์เซโลนาเก็บเพิ่มเป็น 76 คะแนน รั้งอันดับ 2 ต่อไป แต่ไล่จี้ เรอัล มาดริด จ่าฝูงเหลือแค่แต้มเดียว ส่วนเอสปันญอลจมอยู่อันดับ 20 สุดท้ายของตาราง ยังมี 24 คะแนน และกลายเป็นทีมแรกในลาลีกาฤดูกาลนี้ที่ตกชั้นอย่างเป็นทางการ