กลับบ้านเก่า!เปเรย์ร่าลาวัตฟอร์ดหวนซบอูดิเนเซ่

โรเบร์โต้ เปเรย์ร่า มิดฟิลด์จอมพลิ้วเลือด "ฟ้า-ขาว" กลับมาสวมยูนิฟอร์ม อูดิเนเซ่ อีกครั้ง หลังออกไปหากินในลีกเมืองผู้ดีกับ วัตฟอร์ด 4 ปี

อูดิเนเซ่ สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมาว่า โรเบร์โต้ เปเรย์ร่า กองกลางดีกรีทีมชาติอาร์เจนตินา ได้ย้ายจาก วัตฟอร์ด สโมสรลูกหนังในศึก แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กลับมาค้าแข้งในถิ่น สตาดิโอ ฟริอูลี่ อีกครั้ง ด้วยสัญญา 3 ปี

เปเรย์ร่า เคยอยู่กับ อูดิเนเซ่ เป็นเวลา 3 ฤดูกาล ก่อนย้ายไปร่วมทีม ยูเวนตุส ในปี 2014 (สัญญายืมตัว ก่อนย้ายขาดในปี 2015) จากนั้นเจ้าตัวก็เก็บข้าวของย้ายไปค้าแข้งในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีกับ "แตนอาละวาด" ด้วยค่าตัว 13.5 ล้านยูโร (ประมาณ 499.5 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2016 และล่าสุด ดาวเตะวัย 29 ปี ได้กลับมาร่วมก๊วน อูดิเนเซ่ หลังจากที่ วัตฟอร์ด ตกชั้นจากเวที พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา

"เรามีความสุขมากๆ ที่ได้ต้อนรับเขากลับสู่สโมสร เขาเป็นนักเตะชั้นยอด ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องแนะนำอะไร" ปิเอร์เปาโล มาริโน่ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ อูดิเนเซ่ กล่าว โดย เปเรย์ร่า จะได้สวมเสื้อหมายเลข 37

ทั้งนี้ เปเรย์ร่า ลงเล่นไปทั้งสิ้น 104 นัด ทำได้ 8 ประตู สำหรับช่วงแรกที่ค้าแข้งกับ อูดิเนเซ่ ระหว่างปี 2011-2014

 

เก่งมากๆ!รังนิคชูฮาแวร์ทซ์เหมือนครัฟฟ์

ราล์ฟ รังนิค ระบุ ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ เชลซี เป็นนักเตะที่เก่งมากๆ จนถ้าให้เปรียบเทียบแล้วก็เหมือนเป็น โยฮัน ครัฟฟ์ ในยุคปัจจุบัน พร้อมเชื่อว่าการมาอยู่กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" จะเป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย

ราล์ฟ รังนิค อดีตเทรนเนอร์ ชาลเก้ 04 และ แอร์เบ ไลป์ซิก กล่าวยกย่อง ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งของ เชลซี ว่าเป็นนักเตะที่มีฝีเท้าสุดยอดจนเหมือนกับ โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานดาวเตะชาวดัตช์

ฮาแวร์ทซ์ กลายเป็นที่สนใจของหลายคนหลังจากทำผลงานได้โดดเด่นกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ก่อนที่ เชลซี จะเป็นฝ่ายได้เขามาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ของปีนี้ด้วยค่าตัวในเบื้องต้น 62 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,480 ล้านบาท) และจะสูงถึง 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,840 ล้านบาท) ถ้าหากแข้งชาวเยอรมันทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เกมแรกกับทีมนั้นแข้งวัย 21 ปียังโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ก่อนที่จะมาระเบิดแฮตทริกในเกม คาราบาว คัพ รอบ 3 ที่ต้นสังกัดถล่ม บาร์นส์ลี่ย์ 6-0 เมื่อวันพุธที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา

รังนิค เผยว่า "ผมมั่นใจว่าเขาจะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และจะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะชั้นยอดในอีก 2 หรือ 3 ปีต่อจากนี้ บางทีเขาอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวสัก 2 สัปดาห์ เพราะเขามีพื้นเพด้านครอบครัวที่ยอดเยี่ยม ผมรู้เรื่องนั้นก็เพราะผมเคยพยายามที่จะดึงเขาไปอยู่กับ ไลป์ซิก มาแล้ว แต่เขามุ่งมั่นกับการเล่นให้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มากๆ"

"เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ผมมองไม่เห็นว่ามีจุดอ่อนในเกมการเล่นเลย ถ้าให้เทียบแล้วเขาก็เหมือนกับเป็น โยฮัน ครัฟฟ์ ในยุคปัจจุบัน เขาสามารถทำประตูได้และทำแอสซิสต์ได้, สามารถเล่นเป็นกองหน้าแบบพวกนักเตะหมายเลข 9 หรือถอยมายืนต่ำนิดๆ ก็ได้ ผมมองว่าเขาไม่เหมาะกับการเป็นปีกหรอกนะ ผมมองว่าเขาเหมาะกับการยืนตรงกลางสนามมากกว่า เขาจะมีประโยชน์มากๆ หากได้เล่นแถวนั้น ผมมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อทั้ง เชลซี และ ไค"

ไม่ขายเลิกตื๊อ!เผยแมนยูเตรียมยื่นซื้อซานโช่ครั้งสุดท้าย

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว ในสัปดาห์หน้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยื่นขอซื้อ เจดอน ซานโช่ เป็นครั้งสุดท้ายในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาจะให้ข้อเสนอเป็นเงินรวม 90 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นการจ่ายทันที 75 ล้านปอนด์กับค่าโบนัสตามเงื่อนไขอีก 15 ล้านปอนด์
   แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะยื่นข้อเสนอเป็นเงินจำนวนรวม 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,600 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อ เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพในสัปดาห์หน้า และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเขายื่นข้อเสนอขอซื้อ ซานโช่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

    "ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวให้ความสนใจในตัว ซานโช่ ตลอดช่วงที่ผ่านมา ซึ่งว่ากันว่าส่วนตัวแล้วแข้งวัย 20 ปีอยากย้ายทีมมากๆ แถมดาวเตะชาวอังกฤษกับเอเยนต์ของเขาก็บรรลุเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตั้งนานแล้วด้วย แต่การย้ายทีมมันติดปัญหาจากการที่ทั้ง 2 ทีมยังไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องค่าตัวได้ โดยที่ ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่ามันสูงเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องที่การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบกับการเงินของทีมฟุตบอลทุกทีม

    สำหรับข้อเสนอ 90 ล้านปอนด์ในครั้งนี้นั้น จะแบ่งเป็นการจ่ายทันที 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) ส่วนอีก 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 600 ล้านบาท) จะเป็นโบนัสถ้าหาก ซานโช่ ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ โดย เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะแจ้งให้ ดอร์ทมุนด์ รู้ด้วยว่าเขาไม่คิดที่จะต่อรองใดๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องค่าตัวหรือรูปแบบของข้อเสนอ

แผนบันได 3 ขั้น ลิเวอร์พูล ก่อนตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ปิดตัว

สาวก "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกตกตะลึงกันเป็นทิวแถวที่เห็น ลิเวอร์พูล ทีมรักจัดการคว้าตัวผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมแกร่งแบบชุดใหญ่ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดกับการที่ "หงส์แดง" ไม่มีความเคลื่อนไหวในการซื้อนักเตะในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้
 
หลังจากที่คว้าตัว คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายชาวกรีกมาจาก โอลิมเปียกอส ช่วงต้นเดือนกันยายนี้ "เดอะ เร้ดส์" ก็ไม่ค่อยมีการขยับซื้อนักเตะเพิ่ม มีแค่ข่าวว่าสนใจ หรือกำลังเล็งคนโน้นคนนี้ แต่บทสรุปสุดท้ายก็ไม่ได้จริงจังกับผู้เล่นเหล่านั้นมากนัก

อย่างไรก็ตามช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำให้แฟนบอลตาต้องลุกวาวเมื่อจัดการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูงมาจาก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เมื่อวันศุกร์จากนั้นแค่ 1 วันพวกเขาก็ประกาศเซ็นสัญญากับ ดีโอโก้ โชต้า ปีกชาวโปรตุกีส ซึ่งนั่นทำให้ขุมกำลังในเชิงลึกของทีมแข็งแกร่งขึ้นทันตาเห็น

 

ส่อง2แผนเด็ดลิเวอร์พูลถ้าได้เอ็มบั๊ปเป้ปีหน้า

ขอมโนหน่อย! ส่อง 2 แผนการเล่นของ ลิเวอร์พูล ในปีหน้าถ้าได้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ มาเสริมแนวรุก
     เลกิ๊ป สื่อชั้นนำของฝรั่งเศส รายงานข่าวว่า ลิเวอร์พูล ยังพยายามติดต่อกับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลีก เอิง อย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังจะคว้าตัวมาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ให้ได้ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

    เอ็มบัปเป้ จะเหลือสัญญากับ "เปแอสเช" อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น เมื่อจบฤดูกาล 2020/2021และนักเตะตกเป็นข่าวมาตลอดว่าได้เข้าไปพูดคุยกับบอร์ดบริหารของต้นสังกัดเพื่อยืนยันเรื่องความต้องการย้ายออกจากถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์  ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

    หาก "หงส์แดง" สามารถคว้าดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส วัย 21 ปี มาเสริมทัพก็คาดว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะจัด 2 แผนการเล่นไว้รองรับดังนี้

    1. ระบบ 4-2-3-1

 

     แนวรับ 4 คนยังคงเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โดยมี อลีสซง เบ็คเกอร์ ยืนเฝ้าเสา

    ขณะที่คู่กลางคอยช่วยกันตัดเกมและทำเกมคือ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กับ ฟาบินโญ่ โดยมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ นาบี เกอิต้า พร้อมสลับสับเปลี่ยนมาทำหน้าที่แทน ส่วน จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ปีหน้าคงไม่อยู่ที่ แอนฟิลด์ แล้วหลังหมดสัญญา

    ส่วน 3 แนวรุกเป็นหน้าที่ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดิโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน่ สลับหมุนเวียนกับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โดยมี เอ็มบั๊ปเป้ ยืนเป็นหน้าเป้า 

    2. ระบบ 4-3-3

    แนวรับ 4 คนอาจปรับเปลี่ยนให้ ฟาบินโญ่ ถอยมาเป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ ฟาน ไดค์ โดยแบ็กทั้ง 2 ฝั่งและผู้รักษาประตูยังเหมือนเดิม

    ส่วนกองกลาง 3 คนให้ เฮนเดอร์สัน ทำหน้าที่ตัดเกมอยู่หลัง ติอาโก้ กับ เกอิต้า ขณะที่ 3 แนวรุกให้ ซาลาห์ ยืนฝั่งขวา ส่วน ฟีร์มีโน่ เล่นหน้าเป้า และ เอ็มบั๊ปเป้ เล่นทางซ้าย หาก มาเน่ ย้ายออกไป หลัง เรอัล มาดริด ตามให้ความสนใจ และน่าจะยื่นข้อเสนออย่างจริงจังในปีหน้า

กู้วิกฤติศรัทธา! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู โชว์ฟอร์มสยบ ลูตัน ทาวน์

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาเรียกสติได้อีกครั้งหลังพวกเขาบุกชนะ ลูตัน ทาวน์ 3-0 ที่สนามเคนิลเวิร์ธ โร้ด ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 3 เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการเรียกศรัทธาคืนมาอีกครั้ง หลังเปิดฤดูกาลในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แพ้ คริสตัล พาเลซ แบบไม่รูป
    เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นถึง 10 คนจากชุดที่พ่าย "ดิ อีเกิ้ลส์" 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีเพียงแค่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์ฮาล์ฟกัปตันทีม ที่เหลือรอดจากชุดดังกล่าว และต้องทำหน้าที่บัญชาการเกมรับให้กับทัพ "ปีศาจแดง"

    สำหรับแมตช์นี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะฟอร์มฝืดไปบ้างในครึ่งแรก จนกระทั่ง จอร์จ มอนเคอร์ นักเตะเจ้าบ้านทำฟาวล์ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ จนทำให้ทีมเสียจุดโทษ และเป็น ฆวน มาต้า ที่ขันอาสาสังหารไม่เหลือซาก ส่งให้ต้นสังกัดขึ้นนำ 1-0 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมนี้จริงๆ

 

    ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูอนาคตไกล แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาพร้อมสำหรับการเบียดแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช หลังจากเจ้าตัวโชว์ซูเปอร์เซฟสุดสำคัญช่วยให้ทีมไม่โดนตีเสมอ ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด จะลงมาช่วยกันซัดคนละประตูปิดจ็อบที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด 
 
1. เฮนเดอร์สัน พร้อมเบียดมือ 1 เด เคอา
    ต้องบอกว่าแมตช์นี้เป็นค่ำคืนของ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูชาวอังกฤษ เพราะเขาทำผลงานในการลงเล่นเปิดตัวให้กับ "ปีศาจแดง" ได้อย่างสุดยอด โดยเฉพาะในจังหวะการเซฟสำคัญๆ  ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู และน่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีส่วนกับชัยชนะที่เคนิลเวิร์ธ โร้ด

    หากมองจากชื่อชั้นระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ลูตัน ทาวน์ แน่นอนหลายคนคงรู้สึกว่า "ปีศาจแดง" คงไม่ต้องเจอกับงานหนักหนาสาหัสมากนัก ด้วยขุมกำลังเกมรับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง กอปรกับฟอร์มการเล่นของ เฮนเดอร์สัน ที่ยอดเยี่ยมทำให้ทีมสามารถทะลุเข้ารอบ 4 (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) การแข่งขันถ้วยใบเล็กในอังกฤษได้สำเร็จ

    ตลอดเกม เฮนเดอร์สัน ไม่ค่อยได้ออกแรงอะไรมากนัก แต่ในช่วงนาทีที่ 82 เจ้าตัวแสดงให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ได้ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าเขาพร้อมเบียดแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา หลังโชว์ซูเปอร์เซฟจังหวะที่ ทอม ล็อคเยอร์ โขกยัดเสาแรก แต่ "เฮนโด้" ปฎิกิริยารวดเร็ว และมือไวมากๆ สามารถล้มตัวปัดได้อย่างน่าเหลือเชื่อ


 

    แน่นอนว่าจังหวะนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหากเข้าประตูสกอร์จะเป็น 1-1 แต่เมื่อ อดีตนายด่านเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เซฟได้ ทำให้ทีมมีกำลังใจฮึกเหิม และเดินหน้ายิงอีก 2 ประตู เป็นการจบแมตช์ด้วยสกอร์สวยหรู 3-0 พร้อมกับตั๋วเข้าไปเล่นในรอบต่อไป

    ฉะนั้นในฐานะนายทวารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการต้องเล่นอย่างมีสมาธิ และ เฮนเดอร์สัน แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีสิ่งนี้เต็มเปี่ยม และผลงานแบบนี้ทำให้เจ้าตัวพร้อมที่จะมองไปข้างหน้าในการชิงโกลตัวจริงจาก เด เคอา แล้ว

2. วิลเลี่ยมส์ ผลงานดีที่ โซลชา ห้ามมองข้าม
    เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าแบ็กซ้ายเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเสริมแกร่งมากๆ ในช่วงซัมเมอร์นี้ และนั่นทำให้พวกเขามีข่าวกับ  อเล็กซ์ เตลเลส ฟูลแบ็กจากสโมสรเอฟซี ปอร์โต้ ที่ดูแล้วว่าจะเข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ "ผีแดง" ขาดหายไปได้

    ลุค ชอว์ ที่ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมลีก แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในเกมเยือน ลูตัน ทาวน์ ดูเหมือน โซลชา อยากลองให้ เบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ได้ลับแข้ง เพื่อที่จะได้พัฒนาฝีเท้าให้มากยิ่งขึ้น และทำให้นักเตะได้สั่งสมประสบการณ์ไปในตัว

    จะว่าไปแล้ว วิลเลี่ยมส์ ทำผลงานได้ดีพอสมควรในการเล่นให้ทีมชุดใหญ่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ส่วนในแมตช์นี้เจ้าตัวพยายามงัดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของ "น้าลูกอม" ซึ่งนักเตะก็ทำได้จริงๆ เพราะเขามีส่วนสำคัญทำให้ทีมได้จุดโทษ ก่อนที่ ฆวน มาต้า จะสังหารให้ "ผีแดง" ขึ้นนำ

    อย่างไรก็ตาม วิลเลี่ยมส์ ยังขาดในเรื่องของการเข้าบอล และการควบคุมตัวเอง ส่งผลให้เจ้าตัวต้องโดนใบเหลืองในช่วงต้นครึ่งหลัง แต่หากมองภาพรวมฟอร์มการเล่นในเกมนี้ ต้องบอกเลยว่า โซลชา ควรให้โอกาส แข้งดาวรุ่งเลือดเวลส์ ลงสนามมากขึ้น เพราะฟอร์มนักเตะใช้ได้ส่วนหัวใจต้องบอกเลยว่าเกินร้อย

3. มาต้า พึ่งพาในยามยากได้เสมอ
    สำหรับศึกคาราบาว คัพ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นรายการเล็กๆ แต่สำหรับนักเตะดาวรุ่ง และผู้เล่นสำรองนี่คือการแข่งขันที่สำคัญมากๆ โดยเฉพาะทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด การได้โอกาสลงสนามถือเป็นสิ่งที่จะทำให้ผู้เล่นมีความเชื่อมั่น และมั่นใจมากยิ่งขึ้น

    การได้เห็นชื่อนักเตะอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, โอเดียน อิกาโล่, เฟร็ด และ ฆวน มาต้า ลงสนามเป็นตัวจริง ต้องบอกเลยว่า โซลา เอาจริงในเกมนี้ เพราะถึงแม้นักเตะที่กล่าวมาจะเป็นผู้เล่นสำรองก็ตาม แต่ชื่อชั้นและศักยภาพของพวกเขาเหนือกว่าเจ้าบ้านหลายขุม

    แม้ว่า ลินการ์ด กับ อิกาโล่ ดูแล้วพึ่งพาไม่ค่อยได้ โดยในรายของ ปีกชาวอังกฤษ แทบไม่มีบทบาทอะไรเลยกับการเล่นของทีม ส่วน หัวหอกเลือดไนจีเรีย ทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ที่สำคัญ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะเล่นได้ดีกว่านี้หากมีกองหน้าที่เคลื่อนที่หาตำแหน่งบ่อยๆ ซึ่ง อิกาโล่ ไม่มีตรงจุดนี้เลย

    ส่วน มาต้า ต้องบอกเลยว่าเป็นผู้เล่น "เร้ด เดวิลส์" ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในเกมนี้ โดยทำหน้าที่เชื่อมเกมตลอดที่อยู่ในสนามรวมทั้งผ่านบอลได้อย่างเฉียบคม และยังเป็นคนกดจุดโทษในช่วงท้ายครึ่งแรกด้วย ฉะนั้น ดาวเตะชาวสแปนิช ยังคงเป็นยางอะไหล่ชั้นดี เพราะด้วยประสบการณ์และเทคนิคของเขา น่าจะช่วยทีมได้มากกว่าผู้เล่นสำรองคนอื่นๆ ในเวลานี้

4. ฟาน เดอ เบ็ค ความหวังใหม่ที่เฝ้ารอ
    หากมีเรื่องที่น่าผิดหวังที่สุดในเวลานี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการที่พวกเขาเซ็นสัญญาผู้เล่นใหม่ได้แค่คนเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค แต่ในขณะเดียวกัน กองกลางชาวดัตช์ ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพของ "ผีแดง" อย่างแท้จริง

    ฟาน เดอ เบ็ค ได้มีโอกาสลงสัมผัสเกมลูกหนังเมืองผู้ดีไปแล้วในแมตช์พ่าย คริสตัล พาเลซ แม้ว่าเขาจะลงสนามเป็นตัวสำรองก็ตาม แต่เจ้าตัวก็จัดการใส่ชื่อตัวเองในฐานะผู้ทำประตูให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จในแมตช์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวเกมลีกผู้ดีที่ดีเยี่ยมสำหรับเขาจริงๆ

    ดาวเตะชาวดัตช์ ย้ายจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยค่าตัวเพียง 39 ล้านปอนด์ (ราว 1,482 ล้านบาท) เท่านั้น และค่อยๆ โชว์ศักยภาพให้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" ได้เห็นแล้วว่าเม็ดเงินจำนวนดังกล่าวคุ้มค่ากับที่พวกเขาจ่ายออกไป

    ฟอร์มของ ฟาน เดอ เบ็ค ในเกมนี้เขาโชว์ทักษะไม่ว่าตอนที่มีบอลหรือไม่มีบอลอยู่กับตัวก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการสัมผัสบอลที่ชาญฉลาดในการเล่นชิงจังหวะหนึ่ง-สองกับเพื่อนร่วมทีม, การวิ่งหาช่องที่ว่างเพื่อเข้าไปในพื้นที่อันตราย และการสร้างพื้นที่ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้มีโอกาสทำประตู

    ถ้าหาก ฟาน เดอ เบ็ค สามารถปรับตัวกับการเล่นฟุตบอลในอังกฤษได้ และเพื่อนร่วมทีมของเขาเรียนรู้เกี่ยวกับสไตล์การเล่นของ สตาร์ชาวดัตช์ มากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดไม่ได้เหมือนกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

5. เป้าหมายต่อไปเยือน ไบรท์ตัน
    ชัยชนะกับทีมสมันน้อยจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ อาจจะดูเหมือนไม่มีความหมายมากนักสำหรับทีมใหญ่ๆ แต่ตอนนี้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นี่คือสิ่งสำคัญในการเรียกขวัญกำลังใจให้กับนักเตะ หลังจากที่พวกเขาเปิดฤดูกาลได้น่าผิดหวังเพราะแพ้ คริสตัล พาเลซ คาถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

    แม้ "ปีศาจแดง" จะส่งนักเตะสำรองลงสนามเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่แกนหลักของทีมอย่าง  ฟาน เดอ เบ็ค, เนมานย่า มาติช, อารอน วาน-บิสซาก้า และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้ลงเล่นในแมตช์นี้ ฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่า โซลชา ต้องการนำต้นสังกัดทุบ ลูตัน เพื่อเป็นการเรียกความฮึกเหิมกลับมา

    ประตูจากจุดโทษของ มาต้า ช่วงท้ายครึ่งแรกช่วยทำให้ทีมเล่นได้สบายยิ่งขึ้นในครึ่งหลัง แม้พวกเขาจะไม่สามารถเจาะตาข่ายเพิ่มได้ จนกระทั่งต้องรอนานถึงช่วงสองนาทีสุดท้ายกว่าจะมาได้ประตูที่ 2 กับ 3 จากฝีเท้าของ มาร์คัส แรชฟอรด์ และ เมสัน กรีนวู้ด ตามลำดับ ซึ่งทั้งคู่ลงมาเล่นเป็นตัวสำรองเกมนี้

    ชัยชนะด้วยสกอร์ 3-0 พร้อมได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกคาราบาว คัพ ถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยที่ดีมากๆ สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการเตรียมทีมเพื่อเดินทางไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เกมลีกแมตช์ต่อไปในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ ซึ่งแน่นอนว่านักเตะ "ผีแดง" คงเต็มไปด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

ไม่ทันเวลา!บิ๊กยูเวนตุสลั่นล้มแผนดึงซัวเรซร่วมทัพแล้ว

ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผอ.กีฬา ยูเวนตุส ระบุเอง ล้มแผนที่จะดึง หลุยส์ ซัวเรซ มาร่วมทัพแล้ว พร้อมบอกว่ากองหน้าที่เล็งเอาไว้ไม่ได้มีแค่ เอดิน เชโก้ เท่านั้นด้วย

ฟาบิโอ ปาราติชี่ ผู้อำนวยการกีฬาของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เปิดเผยว่าทีมของตนล้มเลิกความตั้งใจที่จะคว้าตัว หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิง บาร์เซโลน่า มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว

ยูเวนตุส ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ ซัวเรซ ไปเสริมทัพตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ว่ากันว่า โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า บอกกับดาวเตะชาวอุรุกวัยเองว่าจะไม่ได้เป็นกำลังหลักของทีมอีกต่อไป ซึ่งตอนแรกอดีตดาวยิง ลิเวอร์พูล ก็บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ "เบียงโคเนรี่" ได้แล้วด้วย

ทั้งนี้ ซัวเรซ ถึงขั้นเดินทางไปประเทศอิตาลีเพื่อทำการสอบภาษาอิตาเลียนอีกต่างหาก โดยมันเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำหรับการทำพาสปอร์ตซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการไปเล่นที่แดนมะกะโรนี อย่างไรก็ตาม กระบวนการต่างๆ กลับใช้เวลานานเกินไป และล่าสุด ปาราติชี่ ก็บอกว่าพวกเขาตัดสินใจยุติการล่าตัว ซัวเรซ แล้ว เพราะตอนนี้มันไม่สามารถปิดดีลให้ทันเส้นตายได้ และยังไม่สามารถลงทะเบียนชื่อเขาสำหรับการทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ทันเวลาด้วย

ปาราติชี่ ให้สัมภาษณ์กับ สกายสปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาของอิตาลีว่า "คุณสามารถเอาชื่อของ ซัวเรซ ออกจากลิสต์นั้น (ลิสต์นักเตะที่อาจย้ายมาอยู่กับ ยูเวนตุส) ได้เลย เพราะเวลาที่ต้องใช้ในการได้พาสปอร์ตน่ะมันจะเลยเส้นตายการเสริมทัพหรือการลงทะเบียนรายชื่อนักเตะสำหรับการเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก เราประเมินความเป็นไปได้ในดีลของ ซัวเรซ ก็ตอนที่โอกาสมันมาถึงเรา ก่อนหน้านี้เขาอยู่ระหว่างการขอสัญชาติอิตาเลียน ดังนั้นเราเลยประเมินกันว่าจะสามารถลงทะเบียนเขาได้ทันรึเปล่า แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีทางเป็นอย่างนั้นได้ ดังนั้นมันก็เหมือนกับว่าเขาไม่เคยใกล้ที่จะย้ายมาอยู่กับเราหรอก"

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ยูเวนตุส มีข่าวกับ เอดิน เชโก้ หัวหอก อาแอส โรม่า ด้วย ซึ่ง ปาราติชี่ ก็บอกว่า เชโก้ ไม่ใช่เป้าหมายเดียวของทีม "เอาเป็นว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า สถานการณ์ของ เชโก้ แต่มันเป็นสถานการณ์ในด้านกองหน้า เพราะตอนนี้ ยูเวนตุส ต้องการกองหน้าตัวเป้า ตอนนี้เราคิดแค่การดึงกองหน้ามาร่วมทัพเพียง 1 คนเท่านั้น เราไม่ได้ถึงขั้นตั้งเป้าที่จะเซ็นสัญญากับกองหน้าถึง 2 คนหรอก เรารู้ดีว่าเราต้องการอะไร และเราก็กำลังทำงานในประเด็นนั้นอย่างใจเย็น ตลาดมันยังเหลือเวลาอีก 15 วัน และเราก็ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด มันมีตัวเลือกอื่นๆ อีก ไม่ใช่ว่ามีแค่ เชโก้ เพียงคนเดียวเท่านั้น"

 

ฝุ่นตลบ !! แมนยู หวังปิดดีล เอดิสัน คาวานี่ ยืนหน้าเป้า แอบเหล่ ลูก้า โยวิช

     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังที่จะเซ็นสัญญากับศูนย์หน้าคนใหม่ให้ทันเส้นตายก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดตัวลง โดยเริ่มพูดคุยกับ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงอุรุกกวัยแล้ว พร้อมแอบเหล่ ลูก้า โยวิช หัวหอก เรอัล มาดริด ด้วย จากการรายงานของ Metro สื่อชื่อดังต่างประเทศ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2563

        แมนยู ยังคงไม่สามารถคว้านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทัพได้อีกหลังจากดึงตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น โดยเป้าหมายอันดับหนึ่งของพวกเขายังคงเป็น เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่ง ดอร์ทมุนด์ เช่นเดิม แต่ล่าสุดทีมปีศาจแดงที่บอลวันนี้มีคิวลงเล่นในถ้วย คาราบาว คัพ กับ ไบรท์ตัน หวังที่จะเซ็นสัญญากับศูนย์หน้าคนใหม่ โดยเล็งไปที่ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงที่ว่างงานอยู่ในตอนนี้

          ผู้สื่อข่าวชื่อดังของ Sky Sports จิอันลูก้า ดิ มาซิโอ รายงานว่า แมนยู กำลังมองหาศูนย์หน้าคนใหม่เข้าสู่ทีมในซัมเมอร์นี้ โดยที่พวกเขาหวังว่าจะได้ตัวให้ทันก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดตัวลง และพวกเขาก็ให้ความสนใจไปที่ เอดินสัน คาวานี่ อดีตดาวยิง เปแอสเช และกำลังมีการพูดคุยอยู่ในตอนนี้ และ ยูไนเต็ด ก็มองถึงความเป็นไปได้ในการดึงตัว ลูก้า โยวิช ดาวยิง เรอัล มาดริด มาร่วมทีมแบบยืมตัวเช่นกัน

        ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นศูนย์หน้าตัวหลักเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยที่มี โอเดียน อิกาโล่ อดีตกองหน้า วัตฟอร์ด เป็นตัวสำรองอยู่ แต่ด้วยสัญญายืมตัวของดาวยิงไนจีเรียจะหมดลงในเดือนมกราคมนี้ ทำให้ ยูไนเต็ด มีแผนเสริมทัพผู้เล่นในแนวรุกเพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระของดาวยิงชาวฝรั่งเศส และ คาวานี่ ก็เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนที่พวกเขาให้ความสนใจ

        อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าดี หัวหอกอเมริกาใต้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แอตเลติโก มาดริด อย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดทีมตราหมีกลับหันไปคว้าตัวเพื่อนร่วมชาติอุรุกกวัยอย่าง หลุยส์ ซัวเรส เข้ามาแทน   

เชลซีเตรียมแบกภาระหนักหากปล่อยเกปาไม่ได้

เชลซี พยายามดิ้นสุดตัวที่จะปล่อย เกปา อาร์รีซาบาลาก้า โกลเลือดกระทิงดุออกจากทีมก่อนตลาดพ่อค้าแข้งปิดวันจันทร์นี้ เพราะหากไม่สามารถหาทีมไหนซื้อหรือยืมนักเตะไปได้ นั่นหมายความว่า "สิงห์บลูส์" ต้องแบกรับค่าเหนื่อยจำนวน 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้

เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะต้องแบกภาระจ่ายค่าเหนื่อย เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช จำนวน 5 ล้านปอนด์ (ราว 190 ล้านบาท) หากไม่มีทีมไหนยื่นข้อเสนอคว้าตัวนักเตะไปร่วมสังกัด จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อดังในเมืองผู้ดี

เกปา ทำผลงานไม่ค่อยน่าอภิรมณ์มากนักในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยเจ้าตัวมักจะเล่นผิดพลาดบ่อยครั้ง ส่งต้นสังกัดจำเป็นต้องดึงตัว  เอดูอาร์ เมนดี้ โกลทีมชาติเซเนกัล มาร่วมทีม ซึ่งทำให้สถานการณ์ในการเป็นมือ 1 ของ นายด่านเลือดกระทิงดุ เริ่มสั่นคลอน

สำหรับตอนนี้ เชลซี มีแนวคิดที่จะปล่อย เกปา ออกไปแต่การตั้งราคาสูงถึง 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,280 ล้านบาท) ทำให้ไม่มีสโมสรไหนกล้าที่จะทุ่มเงินเพื่อดึง นายด่านวัย 25 ปีไปเฝ้าเสา และนั่นทำให้ "สิงห์บลูส์" มีแนวคิดที่จะส่งนักเตะไปเล่นแบบยืมตัว

ที่สำคัญหาก เชลซี ไม่สามารถหาสโมสรไหนก็ตามที่สนใจอยากใช้บริการ เกปา ไม่ว่าจะซื้อถาวรหรือยืมตัว นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องแบกรับค่าเหนื่อยของนักเตะซึ่งมีแววจะต้องนั่งตบยุงในซุ้มม้านั่งสำรอง จำนวน 150,000 ปอนด์ (ราว 5.7 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ฉะนั้นหนทางเดียวที่จะช่วยเซฟเงินในบัญชีของสโมสรก็คือต้องพยายามปล่อย เกปา ออกไปให้ทันก่อนตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์จะปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมนี้ แต่หากสุดท้ายไม่สามารถปล่อยนักเตะออกไปได้ เชลซี จะต้องแบกภาระค่าเหนื่อยของเจ้าตัวในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้ประมาณ 5 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

 

เอวร่าสุดเศร้าเห็นแมนยูเล่นแล้วหดหู่-กระตุ้นซื้อเพิ่ม

ปาทริซ เอวร่า ยอมรับอย่างเต็มอกว่าตัวเองรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับฟอร์มการเล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังพ่าย คริสตัล พาเลซ 1-3 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา อีกทั้งยังเรียกร้องให้ทีมเก่าเสริมตัวผู้เล่นเข้ามาใหม่เพิ่มเติม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายคารังต่อ คริสตัล พาเลซ 1-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งรูปเกมที่ออกมา ‘ปีศาจแดง’ มีปัญหาเกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเกมรับที่เกิดคำถามว่าต้องเสริมทัพกองหลังรายใหม่เข้ามาหรือไม่

ในเรื่องนี้เอง ปาทริซ เอวร่า อดีตแข้งแมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวกับ สกาย สปอร์ตส์ หลังจบเกมว่ารู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่จะพูดถึงทีมเก่าของตัวเองและรู้สึกได้ว่ามีแต่เรื่องแย่ๆ รอบๆ สโมสร "ทุกๆ อย่างมันหายไปหมด โดยเฉพาะความสามัคคี"

 "ผมพูดไม่ได้หรอกว่า เกมแรกมันจะเป็นข้ออ้าง คริสตัล พาเลซ ไม่มีความกลัวและบุกมาเยือนเพื่อเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด"

"มีแต่เรื่องแย่ๆ รอบๆ สโมสร อย่างเรื่องการซื้อ-ขายที่ทีมไม่ทำอะไรเลย"

"มันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเหมือนฉายภาพซ้ำ และผมก็เหนื่อย ผมเป็นคนที่คิดบวกนะแต่ผมรู้สึกเหนื่อยล้ามากหลังเกมแรกของซีซั่น ซึ่งก็ขอให้แฟนๆ แมนยู โชคดีละกัน"

นอกจากนี้ อดีตดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสยังเผยว่าซีซั่นนี้อาจจะเป็นปีที่ยากลำบากของสโมสร และเสริมด้วยว่าบรรดาแฟนบอลรู้สึกผิดหวังกับเรื่องการซื้อ-ขายในตลาดซัมเมอร์นี้ "มันจะเป็นเรื่องยากในซีซั่นนี้ อย่างที่เราเห็นกันในตลาดซื้อ-ขาย แฟนๆ ยูไนเต็ดหลายคนต่างผิดหวัง"

"ผมคิดว่าเราทำผลงานในโซเชียลมีเดียกับตามหน้าหนังสือพิมพ์ได้มากกว่าการเล่นในสนามซะอีก เพราะท้ายที่สุดแล้วเราก็ไม่ได้ซื้อนักเตะคนไหนมาร่วมทีมเลย หรืออย่างน้อยก็ได้แค่ ฟาน เดอ เบ็ค "

"แต่เราต้องการมากกว่านี้ หลังได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ผมยังคาดหวังมากกว่านั้น ซึ่งก็เหมือนที่แฟนๆ ยูไนเต็ดส่วนใหญ่คิดแหละ"