อาจมีการเปลี่ยนแปลง!เผยเมสซี่พูดอะไรกับคูมัน

ไม่นานหลังจากลือว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวดัง บาร์เซโลน่า ตั้งใจลดวันหยุดเพื่อจะคุยกับ โรนัลด์ คูมัน ล่าสุด อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุของแคว้นกาตาลุนย่าก็แฉว่าทั้งคู่คุยกันแบบลับๆ เรียบร้อย แต่ เมสซี่ บอกว่าตนมองไม่เห็นเลยว่ททีมจะมีอนาคตที่สดใสภายหลังฟังแผนงานของ คูมัน ไปแล้ว

    ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน บอกกับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาไม่คิดว่าทีมจะมีอนาคตที่สดใส ตามรายงานของ อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

    เมสซี่ ตกเป็นข่าวว่าไม่มีความสุขกับการเล่นให้ บาร์เซโลน่า มาพักใหญ่แล้ว หลังจากที่ว่ากันว่าเขาไม่พอใจแนวทางการบริหารทีมของบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันภายใต้การนำของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานของทีม และมันก็บานปลายจนทำให้มีข่าวลือว่าเขาอาจจะย้ายทีม เพราะเจ้าตัวเหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น ซึ่ง อินเตอร์ มิลาน คือทีมที่มีข่าวกับดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์มากที่สุด

    ทั้งนี้ การที่ บาร์เซโลน่า เพิ่งแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เข้ามาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของทีม ทำให้ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า เมสซี่ ยอมลดวันหยุดของตัวเองเพื่อที่จะคุยแบบเปิดอกกับ คูมัน กระทั่งล่าสุด อาร์เอซี 1 ก็บอกว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้คุยกันเป็นการส่วนตัวไปแล้ว โดย เมสซี่ ขอให้กุนซือชาวดัตช์อธิบายแผนงานของเจ้าตัวในการคุม "อาซูลกราน่า"

    อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ฟังแล้ว เมสซี่ ก็บอกกับ คูมัน ว่าเขามองไม่เห็นเลยว่าทีมจะมีอนาคตที่ดีได้ และคิดว่าการย้ายทีมดูเข้าท่ามากกว่าที่จะอยู่กับทีมต่อ ซึ่งหลักๆ แล้วเป็นเพราะเขาไม่เชื่อมั่นในตัว บาร์โตเมว นั่นเอง

เซอร์ไพรส์! สเปอร์สจ่อคว้าโจ ฮาร์ท-เหลือแค่ตรวจร่างกาย

 

บีบีซี สปอร์ต สื่อดังจากอังกฤษ รายงานว่า ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว โจ ฮาร์ท อดีตนายด่านทีมชาติอังกฤษ มาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว โดยเหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น ก่อนจะประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ บรรลุข้อตกลงในการคว้าตัว โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษมาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัวเป็นที่เรียบร้อย โดยเหลือเพียงขั้นตอนการตรวจร่างกายเท่านั้น ตามรายงานจาก บีบีซี สปอร์ต สื่อดังจากอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา

    ฮาร์ท วัย 33 ปี เพิ่งจะหมดสัญญากับ เบิร์นลีย์ หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมาทำให้เจ้าตัวกลายเป็นนักเตะฟรีเอเจนต์ ก่อนที่ล่าสุด "ไก่เดือยทอง" จะตัดสินใจเซ็นสัญญาดึงตัวมาร่วมทีมเพื่อมาเป็นตัวสำรองของ อูโก้ โยริส นายประตูมือหนึ่ง แต่ต้องมาแย่งชิงมือสองกับ เปาโล กาซซานิก้า หลังจากทีมเพิ่งปล่อยตัว มิเชล ฟอร์ม นายด่านตัวสำรองที่หมดสัญญาออกไป

    สำหรับ ฮาร์ท จะกลายเป็นการเสริมทัพรายที่สองของ สเปอร์ส ในช่วงซัมเมอร์นี้ต่อจาก ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก กองกลางทีมชาติเดนมาร์กที่ดึงมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน

สนไหม?ทีมเอเยนต์คอสต้าเจรจาแมนยูเสนอย้ายซบ

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน เปิดเผยว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับการติดต่อจากทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า โดยทีมงานดังกล่าวเสนอปล่อย คอสต้า ให้กับ "ปีศาจแดง" ขณะที่ "เบียงโคเนรี่" ก็ต้องการโละเขาอยู่แล้ว

    ทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ปีก ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ติดต่อไปหา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเสนอปล่อยนักเตะในความดูแลของพวกเขาให้อีกฝ่าย ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อดังชาวอิตาเลียน

    เป็นที่เชื่อกันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งปีก ซึ่งเดิมทีเป้าหมายเบอร์ 1 ของเขาคือ เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ตอนนี้โอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้แข้งชาวอังกฤษมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้มันน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากที่ "ปีศาจแดง" ไม่พร้อมจ่ายค่าตัวของ ซานโช่ ในระดับเดียวกับที่ "เสือเหลือง" ต้องการ ซึ่งว่ากันว่า ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ถึง 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท)

    "They talked to Manchester United, they will think about this player" @DiMarzio on Douglas Costa’s future at Juventus pic.twitter.com/2sDZElV4Ay
    — Football Daily (@footballdaily) August 17, 2020

    เรื่องดังกล่าวทำให้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคิดเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับปีกคนอื่นเพื่อเป็นทางเลือกสำรองแล้ว และล่าสุด ดิ มาร์ซิโอ ก็เผยว่าทีมเอเยนต์ของ คอสต้า เสนอปล่อยนักเตะของพวกเขาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พิจารณา หลังจากที่แข้งวัย 29 ปี มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตจนทำให้ไม่ได้กลายเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆ ของทีม โดยถึงแม้ในฤดูกาล 2019-20 คอสต้า จะได้ลงเล่นในลีก 23 นัด แต่มันก็เป็นในฐานะตัวจริงแค่ 7 เกมเท่านั้น

    ดิ มาร์ซิโอ เผยว่า "ยูเวนตุส อยากปล่อยเขาออกจากทีม บรรดาทีมเอเยนต์ของเขากำลังเดินเรื่องเพื่อหาทางออกอยู่ พวกเขาได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อดูว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัว ดั๊กลาส คอสต้า รึเปล่า ดังนั้น ยูไนเต็ด จะพิจารณาเกี่ยวกับนักเตะคนนี้ ปัญหาก็คือ ดั๊กลาส คอสต้า เป็นนักเตะที่เจ็บบ่อยมาก ดังนั้นนี่จึงเป็นปัญหาสำหรับสโมสรที่อยากซื้อ ดั๊กลาส คอสต้า แต่แน่นอนว่าทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพวกเขาก็เสนอเรื่องที่จะให้เขาย้ายไปเล่นกับที่นั่น

ดีหรือด้อยกว่า? เทียบผลงาน ก็องเต้ กับ 3 มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด

ทำเอาหลายคนแปลกใจพอตัวเมื่อ สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ซึ่งต่างก็เป็นบริษัทรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษออกมาให้ราคาเหมือนกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ เชลซี ไปเสริมทัพภายในช่วงซัมเมอร์นี้

   จริงอยู่ว่ามันมีข่าวมาพักหนึ่งแล้วว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี อยากผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ และคิดว่า ก็องเต้ ไม่ได้เป็นฟันเฟืองหลักของทีมแล้ว หลังจากที่พักหลังเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยพอตัว แต่การที่ ก็องเต้ ถูกมองว่ามีโอกาสย้ายไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" ซึ่งเป็นทีมจากลีกเดียวกับ เชลซี มากที่สุด มันก็ถือว่าน่าตกใจพอตัว

 

   แน่อนนว่าถ้า ก็องเต้ ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาก็จะทับตำแหน่งกับทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ดังนั้นวันนี้เราจะมาลองดูกันว่าใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดนั้น ก็องเต้ มีผลงานในแต่ละด้านเหนือหรือด้อยกว่าทั้ง 3 คนนั้น

 – เกมรับ

 

   แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญอย่างมากของกองกลางตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อยากใช้ 2 ใน 3 ของแผงกลางเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา แล้วล่ะก็ มิดฟิลด์อีก 1 รายก็จำเป็นต้องเล่นเกมรับให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อที่ ป็อกบา จะได้ไม่ต้องมาพะวงช่วยเกมรับ และประสานงานกับ บรูโน่ ได้อย่างเต็มที่

   ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็องเต้ ยังอ่านเกมได้ดีจนตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบในลีกได้เฉลี่ยแล้ว 2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าเหนือกว่า 3 มิดฟิลด์ตัวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เฟร็ด ที่ทำได้ 1.3 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 1.1 ครั้งต่อเกม และ มาติช ที่จำนวน 1 ครั้งต่อนัด

 

   นอกจากนี้ ก็องเต้ ยังสามารถเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายได้ดีกว่าอีก 3 คนด้วย เพราะทำได้เฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัด ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ตามมาเท่ากันที่ 1.2 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ทำได้น้อยสุดที่ 0.9 ครั้งต่อนัด

   ขณะเดียวกัน มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ เชลซี ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านในลีกเพียงเฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้นด้วย ซึ่งตรงนี้เขาเป็นรองเพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.6 ครั้งต่อเกม เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น หากเทียบเฉพาะ 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย มาติช โดนเลี้ยงผ่านเฉลี่ย 1.1 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ถูกคู่แข่งกระชากผ่านไป 2.6 ครั้งต่อนัด

 

   ในส่วนความแม่นยำในการเข้าสกัดนั้น ก็องเต้ อาจจะทำได้น้อยกว่า มาติช กับ เฟร็ด เพราะเขาทำได้เฉลี่ย 2 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าด้อยกว่าอีก 2 คนมากกว่า เพราะ มาติช ทำได้ 2.2 ครั้งต่อนัด ส่วนของ เฟร็ด อยู่ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 1.6 ครั้งต่อนัด

 – เกมรุก

 

   แน่นอนว่าเกมรุกไม่ใช่จุดเด่นของ ก็องเต้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญต่อเกมอยู่ที่ 1.2 ครั้งต่อนัด เท่ากับ เฟร็ด เป๊ะ ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 0.7 ครั้งต่อเกม กับ 0.6 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ แถมเขายังทำได้ 3 ประตูด้วย แพ้เพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 4 ลูกแค่คนเดียว ขณะที่ มาติช กับ เฟร็ด ทำประตูในลีกไม่ได้เลยในซีซั่นล่าสุด

  ขณะที่ความแม่นยำในการผ่านบอลนั้น ก็องเต้ ถือเป็นอันดับ 3 ถ้าเทีบกับ 3 แผงกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 84.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 1 คือ เฟร็ด ที่ทำได้ 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ มาติช ตามมาเป็นที่ 2 ด้วยจำนวน 87 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความ่าที่จริงแล้ว ก็องเต้ ก็ไม่ได้เป็นรองทั้ง 2 คนมากนัก

 

  ถ้าจะมีด้านไหนที่ ก็องเต้ ทำได้แย่กว่า 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นการผ่านบอลยาวเข้าเป้า เพราะเขามีค่าเฉลี่ยด้านนี้เพียง 1.8 ครั้งต่อนัด ห่างจาก เฟร็ด ที่ทำไป 3.8 ครั้งต่อเกมแบบคนละโลก ส่วน แม็คโทมิเนย์ กับ มาติช ทำได้ 2.3 ครั้งต่อเกม กับ 2.2 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ

3เหตุผลลิเวอร์พูลต้องดึงติอาโก้มาร่วมทีมให้ได้

ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว! เปิด 3 เหตุผลทำไม ลิเวอร์พูล ถึงควรต้องเดินหน้าคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ให้ได้
     บิลด์ สื่อชั้นนำของประเทศเยอรมัน ยืนยันว่า ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดต่อกับ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ บุนเดสลีกา อย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับการขอซื้อตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางจอมเทคนิค มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    ในเวลานี้ กองกลางสแปนิช วัย 29 ปี เหลือสัญญากับ "เสือใต้" อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น และได้แจ้งความประสงค์ต่อต้นสังกัดแล้วว่า ต้องการที่จะย้ายทีม เพราะอยากเจอกับความท้าทายใหม่ๆ

    ด้าน โมฮาเหม็ด บูฮาฟซี่ นักข่าวของหนังสือพิมพ์ อาร์เอ็มซี สปอร์ต สื่อฝรั่งเศส รายงานว่า ติอาโก้ ตกลงสัญญา 4 ปี กับ "หงส์แดง" เป็นที่เรียบร้อย และยังมาหาบ้านในแถบเมอร์ซี่ไซด์ รวมทั้งบอกลาเพื่อนร่วมสังกัดแล้วด้วย

    ขณะที่ "เสือใต้" ตั้งค่าตัวของ ติอาโก้ ไว้ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท) และนี่คือ 3 เหตุผลที่ว่า ทำไม ลิเวอร์พูล ควรจะต้องเดินหน้าคว้านักเตะรายนี้มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ให้จงได้

    1. ต้องเสริมทัพด้วยนักเตะชั้นยอด เพราะการป้องกันแชมป์ยากยิ่งกว่าเป็นแชมป์

    ในสมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ นำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษนั้น เขาไม่เคยหยุดเสริมทัพ โดยจะต้องดึงซูเปอร์สตาร์มาร่วมทีมทุกปี แม้ก่อนหน้านั้นทีมจะคว้าแชมป์ก็ตาม

    ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรก และเชื่อว่า ในฤดูกาลหน้าจะต้องเจองานหนักแน่ เพราะการป้องกันแชมป์จะยากยิ่งกว่าเป็นแชมป์เสียอีก

    ในเวลานี้ "หงส์แดง" เพิ่งได้ คอสตาส ชิมิกาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซ เข้ามาเสริมทัพแค่คนเดียวเท่านั้น และยังไม่ใช่ประเภทบิ๊กเนม ดังนั้นพวกเขาควรจะดึงนักเตะมาเสริมอีก

    ติอาโก้ เป็นกองกลางที่มีเทคนิคดี และผ่านบอลได้เยี่ยม ทำให้จะเข้ามาช่วยเพิ่มมิติการเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล มากขึ้น และพร้อมหมุนเวียนสลับลงเล่นหลังทีมมีโปรแกรมหลายรายการในซีซั่นหน้า

    2. สถานการณ์ ไวจ์นัลดุม ไม่แน่นอน

    จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลางชาวดัตช์ เหลือสัญญากับ ลิเวอร์พูล อีกแค่ปีเดียวเท่านั้น และการเจรจาระหว่างนักเตะกับสโมสรก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

    ไวจ์นัลดุม กลายเป็นกำลังหลักของทีมหลังย้ายมาจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2016 ดังนั้นถ้า "หงส์แดง" เสียเขาไปก็จะทำให้ทีมอ่อนลงไปแน่นอน

    อย่างไรก็ตาม หาก ลิเวอร์พูล ดึง ติอาโก้ มาร่วมทีมไว้ก่อนก็จะช่วยทำให้แดนกลางไม่ยวบหากสุดท้ายต้องเสีย ไวจ์นัลดุม ไปจริงๆ

    3. ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว

    บิลด์ สื่อเมืองเบียร์ รายงานข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว ติอาโก้ ไปร่วมทัพ ขณะที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็มองๆ อยู่เหมือนกัน

    ติอาโก้ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เป็ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ "เรือใบสีฟ้า" หลังทั้งคู่เคยร่วมงานกันตั้งแต่ที่ บาร์เซโลน่า จนมาถึง บาเยิร์น ทำให้ถ้าหาก แมนฯ ซิตี้ เอาจริงก็คงคุยกันไม่ยาก  

    หากปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ได้ ติอาโก้ ไป อาจส่งผลร้ายต่อการป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ ลิเวอร์พูล เพราะขุมกำลังของ "เรือใบสีฟ้า" จะแข็งแกร่งขึ้น และซีซั่นหน้า เป็ป คงหวังกลับมาล้างแค้นเต็มที่

    ดังนั้น ลิเวอร์พูล ควรจะไปดึง ติอาโก้ มาร่วมทีมให้ได้ เพราะจะทำให้ทีมแกร่งขึ้น และตัดกำลังคู่แข่งไปด้วยในเวลาเดียวกัน เรียกว่า  ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลยทีเดียว

สำคัญจริงๆ! แม็กไกวร์ แข้งลงเล่นมากสุดในซีซั่น 2019/2020

 

คงต้องยอมรับแล้วว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เป็นนักเตะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถขาดได้จริงๆ เพราะเขาลงสนามด้วยจำนวนนาทีที่มากที่สุดจากบรรดาผู้เล่นคนอื่นๆ ในโลกนี้ หลังจากเป็นกำลังหลักให้ทัพ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาล 2019/2020

    แมนฯ ยูไนเต็ด ปิดซีซั่นนี้ด้วยความน่าผิดหวัง เมื่อพวกเขาแพ้ เซบีย่า 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยการตกรอบตัดเชือกฟุตบอลถ้วยใบเล็กยุโรป ทำให้ "ผีแดง" ต้องเจ็บช้ำระกำอุราจากการพลาดเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย 3 รายการ (คาราบาว คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูโรปา ลีก)

    เซนเตอร์แบ็กเจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 4 นิ้ว หรือประมาณ 194 เซนติเมตร ย้ายจาก "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกจำนวน 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท) พร้อมกับแบกความหวังในการที่จะช่วยขันแนวรับให้ทีมเหนียวแน่นยิ่งขึ้น

เอโต้ชี้ต้องเปลี่ยนชื่อทีมหากเมสซี่ลาบาร์เซโลน่า

ซามูเอล เอโต้ อดีตหัวหอกคนดัง ระบุ ลิโอเนล เมสซี่ นับเป็นคนที่มีความสำคัญกับ บาร์เซโลน่า อย่างมาก จนถึงขึ้นที่ถ้าเกิดเขาย้ายออกไปแล้วนั้น "อาซูลกราน่า" ก็คงต้องเปลี่ยนชื่อทีมไปเลย พร้อมกระตุ้นทุกคนของ บาร์เซโลน่า ว่าต้องทำทุกทางเพื่อทำให้ เมสซี่ อยู่กับทีมไปจนแขวนสตั๊ดให้ได้

    ซามูเอล เอโต้ อดีตยอดกองหน้าชาวแคเมอรูน แสดงความเชื่อว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน มีความสำคัญกับทีมมากๆ จนถึงขนาดที่ "อาซูลกราน่า" คงจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อสโมสรเลยถ้าเกิด เมสซี่ ย้ายออกจากทีม

    เมสซี่ อยู่กับอะคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า ในปี 2001 ก่อนจะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2004 และไม่เคยย้ายไปไหนเลย พร้อมกับทำผลงานได้อย่างสุดยอด อย่างไรก็ตาม พักหลังมานี้แข้งวัย 33 ปีก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายออกจากถิ่น คัมป์ นู บ่อยขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเขาผิดใจกับบอร์ดบริหารชุดปัจจุบัน โดยดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์เหลือสัญญากับทีมถึงแค่ช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้นด้วย

    เอโต้ ซึ่งเคยร่วมงานกับ เมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า มาแล้วนั้น เผยว่า "ผมรัก เมสซี่ มากๆ จนถึงขนาดที่เขาเป็นเหมือนลูกชายแท้ๆ ของผม ผมอยากให้เขาพบเจอแต่เรื่องดีๆ บาร์เซโลน่า คือ เมสซี่ (สื่อว่า เมสซี่ มีความสำคัญกับ บาร์เซโลน่า มากๆ) และผมก็คิดว่าถ้าเกิด เมสซี่ ตัดสินใจที่จะย้ายทีมแล้วล่ะก็ เราก็คงจะถึงขั้นต้องเปลี่ยชื่อสโมสรกันเลย เราโชคดีที่มีนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก และเก่งที่สุดตลอดกาลเล่นอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในตอนนี้ เราต้องทำทุกทางเท่าที่จะทำได้เพื่อทำให้มั่นใจว่าเขาจะแขวนสตั๊ดกับที่ บาร์เซโลน่า"

แมนยูรีบเลย!โรนัลโด้สะกิดยูเว่คว้า “ฮิเมเนซ” เสริม

สื่อแดนมะกะโรนี ระบุ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ดังประจำทัพ ยูเวนตุส รีบบอกต้นสังกัดควักกระเป๋าซื้อ ราอูล ฮิเมเนซ หัวหอกฟอร์มแรง วูล์ฟแฮมป์ตัน มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังนักเตะทำผลงานได้สุดยอดกับต้นสังกัด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ "ม้าลาย" ยูเวนตุส กระตุ้นต้นสังกัดคว้าตัว ราอูล ฮิเมเนซ หัวหอกชาวเม็กซิกันจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ จากการเปิดเผยของ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อชั้นนำในประเทศอิตาลี

หัวหอกทีมชาติเม็กซิโก ตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจากหลายสโมสร หลังจากที่นักเตะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ วูล์ฟส์ นับตั้งแต่ที่ย้ายจาก เบนฟิก้า มาเล่นกับต้นสังกัดแบบถาวรด้วยค่าตัวเพียงแค่ 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,216 ล้านบาท) เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดย ฮิเมเนซ ซัดไปเบาๆ 26 ประตูจากการเล่น 53 เกมในซีซั่นล่าสุด

ช่วงที่ผ่านมา ฮิเมเนซ มีข่าวกับหนึ่งในสโมสรชั้นนำในลีกยุโรปช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นก็คือ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยากได้ผู้เล่นกองหน้าเพื่อเป็นทางเลือกในเกมรุกของทีม และ ดาวเตะแดนจังโก้ ก็เป็นเป้าหมายที่พวกเขาสนใจอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องเจองานหนัก เมื่อ โรนัลโด้ ได้รีบสะกิดบอร์ดบริหาร "เบียงโคเนรี่" ให้เซ็นสัญญาคว้าตัว ฮิเมเนซ มาเสริมแกร่ง โดยงานนี้นักเตะก็พร้อมที่จะย้ายทีมเช่นกันเนื่องจากผิดหวังที่ต้นสังกัดไม่ได้เข้าไปร่วมโม่เกือกในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรป ในซีซั่นหน้า    

ทั้งนี้จากรายงานระบุว่าทีมของกุนซือนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ก็พร้อมที่จะปล่อย ฮิเมเนซ ออกไปเช่นกัน แต่ต้องได้ค่าตัวมากกว่า 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท) เนื่องจากนักเตะมีสัญญาอยู่ในถิ่นโมลินิวซ์ กราวนด์ อีกหลายปี แถมฟอร์มก็ยอดเยี่ยมซะด้วย

เมอร์ฟี่แนะซานโช่รอ-เชื่อไม่อยากไปผี

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล แนะ เจดอน ซานโช่ ตัวรุกเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์ รอย้ายทีมในซัมเมอร์หน้าดีกว่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวนักเตะไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด

 แข้งวัย 20 ปีตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับ "ปีศาจแดง" แต่ทีมดังแห่งอังกฤษยังต่อรองราคาและไม่ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง ต้องการ ซึ่งทาง เมอร์ฟี่ แนะให้ ซานโช่ รอย้ายทีมซัมเมอร์หน้าดีกว่าเพราะจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้ รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นว่านักเตะไม่ได้อยากย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจริงๆ

 "ยูไนเต็ดเป็นทีมที่น่าดึงดูดใจ, หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขุมพลังหนุ่มและทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ ซานโช่ ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจและเขาควรจะรู้ว่าหนึ่งปีนับจากนี้เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมั่นคงขึ้น เขาจะมีตัวเลือกอย่าง ลิเวอร์พูล รวมถึง เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด" เมอร์ฟี่ เขียนผ่านคอลัมน์ทาง เดลี่ เมล

 "เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องรอและชั่งน้ำหนักตัวเลือกหลังจบศึกยูโรในซัมเมอร์หน้ามากกว่าที่จะเสี่ยงในตอนนี้ด้วยการบอก ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องการไป"

 "หากเป็นอย่างนั้นและยูไนเต็ดกำลังสู้กับค่าตัวที่สูงเกินไปและนักเตะพิจารณาตัวเลือกอื่น พวกเขาต้องเจอกับปัญหาแน่, นั่นยังไม่รวมกับค่าเอเย่นต์ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย"

 "ซานโช่ ยังหนุ่มและได้รับการยอมรับ แต่เส้นทางอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักเตะรู้ใจของตัวเองและจะเผยออกมาในอนาคต, ถ้าเขาตั้งใจที่จะย้ายไปยูไนเต็ด ก็มีวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้"

 "อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับอาชีพของคุณ คุณจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น และถ้ายูไนเต็ดรู้เช่นนั้นแล้ว ผมคงจะจ่ายตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการแม้ว่าจะชื่นชมในหลักการที่ไม่ถูกกำหนดก็ตาม มูลค่าของ ซานโช่ ก็ไม่ได้ลดลง"

 "อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นไม่มีการต่อต้านจาก ซานโช่ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ด"

คล็อปป์แบ่ง2ชุด ! ปรีซีซั่น ลิเวอร์พูล ทำศึกอุ่นเครื่องเกมแรกปะทะ สตุ๊ตการ์ท

    ลิเวอร์พูล เตรียมลงสนามลับแข้งอุ่นเครื่องปรีซีซั่นแมตช์พบ เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท ในวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคมนี้ โดยจะเป็นการประเดิมสนามแมตช์แรกหลังจากที่พักเบรกเป็นเวลาประมาณ 27 วันนับตั้งแต่ที่ "หงส์แดง" ไล่ต้อน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-1 ในเกมลีกแมตช์ปิดซีซั่น 2019/2020
    การที่ "เดอะ เร้ดส์" ไม่มีโปรแกรมลงแข่งมินิทัวร์นาเมนต์ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส และเกมทีมชาติ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดควิด-19 ทำให้ทีมเลือกที่จะเดินทางมาเข้าแค้มป์เก็บตัวในประเทศออสเตรีย

    แม้ว่าการเดินทางไปที่นั่นจะส่งผลกระทบพอสมควรกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากรัฐบาลอังกฤษ ได้เพิ่มชื่อประเทศออสเตรีย เป็นดินแดนที่ผู้ไปหรือกลับมาจากที่นั่นต้องเข้ารับการกักตัว 14 วัน เพราะสถานการณ์ในการแพร่ระบาดของเชื้อมรณะค่อนข้างน่าเป็นห่วงสำหรับที่นั่น

    อย่างไรก็ตาม เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้ และพวกเขาได้กำหนดเกมอุ่นเครื่องเอาไว้ 2 แมตช์ทั้งพบ สตุ๊ตการ์ท ซึ่งได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในบุนเดสลีกา ตามด้วยการดวลกับ เรดบูลล์ส ซัลซ์บวร์ก ในวันอังคารที่ 25 ส.ค.นี้

    ด้วยการลงฝึกซ้อมเพียงแค่ 6 วันทำให้ คล็อปป์ คงใช้วิธีการลองนักเตะแบบแบ่งเป็นสองทีมโดยลงแข่งทีมละครึ่งเวลา 

    สำหรับนักเตะที่จะได้มีชื่อในแมตช์พบกับ สตุ๊ตการ์ท นั้นแน่นอนว่าจะไม่มี เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เพราะเขาอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายที่ เมล วู้ด เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บเล็กน้อย เช่นเดียวกับ แฮร์รี่ วิลสัน โดย คล็อปป์ คงจะจัดนักเตะแบบผสมผสานระหว่างแข้งประสบการณ์กับดาวรุ่งในแมตช์นี้

    โฌแอล มาติป, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ อเล็กซ์ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะไม่มีส่วนในการอุ่นเครื่องที่ออสเตรีย เนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องอยู่ในช่วงพักฟื้่นร่างกาย โดยเฉพาะในรายของ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่เพิ่งจะมีปัญหาบาดเจ็บหัวเข่า ขณะที่ เซอร์ดาน ชากีรี่ กับ ดิว็อค โอริกี้ ไม่ได้ร่วมฝึกซ้อม และยังไม่แน่ว่าจะได้มีส่วนในเกมนี้หรือไม่

    ในส่วนของ มาติป กับ "เฮนโด้" งานนี้กุนซือเลือดด๊อยท์ช ระบุว่าสถานการณ์เป็นในทางที่ดีขึ้น แต่ทั้้งสองคนไม่สามารถกลับมาฝึกซ้อมกับทีมได้ และจำเป็นที่จะต้องพักฟื้นร่างกายเพื่อให้ฟิตสมบูรณ์สำหรับโปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่จะเปิดฉากในวันที่ 12 กันยายนนี้

คาดการณ์ขุมกำลัง ลิเวอร์พูล ในเกมพบ สตุ๊ตการ์ท
ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์, อาเดรียน, ควีวีน เคลเลเฮอร์, ลอริส คาริอุส

กองหลัง : เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เนโก วิลเลี่มส์, คอสตาส ซิมิคาส, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, เซป ฟาน เดน เบิร์ก, คี-ยาน่า ฮูแฟร์, บิลลี่ คูเมติโอ

กองกลาง : ฟาบินโญ่, เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เคอร์ติช โจนส์, มาร์โก กรูยิช

กองหน้า : โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ล ซาดิโอ มาเน่, ทาคุมิ มินามิโนะ, ริอาน บรูว์สเตอร์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์

 
 11 ผู้เล่นในเกมครึ่งแรก
    "ม้าขาว" เพิ่งได้กลับมาเล่นในบุนเดสลีกา อีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาคว้ารองแชมป์ ลีกา 2 โดยทีมเตรียมจะได้เจอกับบททดสอบครั้งสำคัญในการปะทะกับ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีเยี่ยมในการเตรียมความพร้อมก่อนลุยเกมลีกเมืองเบียร์

    สำหรับ ลิเวอร์พูล พวกเขาจัด 11 แข้งที่จะลงสนามในครึ่งแรกกับการอุ่นเครื่อง สตุ๊ตการ์ท โดยงานนี้ คล็อปป์ จะใช้ชุดที่แข็งที่สุดลงเล่นในครึ่งแรก เริ่มตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูจะเป็นหน้าที่ของ อลีสซง ขณะที่แบ็กขวา วิลเลี่ยมส์ จะไดรับหน้าที่สำคัญนี้เนื่องจากทีมขาด อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในส่วนของเซนเตอร์แบ็กจะเป็นของ ฟาน ไดค์ และ โกเมซ ขณะที่แบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของ โรเบิร์ตสัน

 

    ในส่วนของแผนกองกลาง ฟาบินโญ่ จะได้ลงเล่นตัวจริง โดยจะรับบทบาทโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ เคียงข้าง เกอิต้า กับ ไวนัลดุม ซึ่ง 3 มิดฟิลด์ได้ลงเล่นตัวจริงร่วมกันครั้งล่าสุดก็ในเกมลีกที่พบกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ด้านกองหน้ายังคงเป็นหน้าที่ของ "หินเหล็กไฟ" โม ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ และ มาเน่

    11 ผู้เล่นในเกมครึ่งแรก : อลิสซง, วิลเลี่ยมส์, โกเมซ, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, เกอิต้า, ไวนัลดุม, ซาลาห์, ฟีร์มีโน่, มาเน่ 

11 ผู้เล่นในเกมครึ่งหลัง
    ในช่วงพักครึ่ง คล็อปป์ คงจะมีการเปลี่ยนนักเตะแบบยกชุดโดยค่าเฉลี่ยในเรื่องอายุของทีมชุดนี้จะลดลงมา เนื่องจากจะเป็นการส่งผู้เล่นดาวรุ่งลงสนามผสมกับนักเตะมากประสบการณ์ งานนี้นายทวารจะเป็นหน้าที่ของ อาเดียน โกลชาวสแปนิช

    ส่วน ซิมิคาส จะมีโอกาสได้ลงสนามเป็นเกมแรกในฐานะผู้เล่น "หงส์แดง" ในตำแหน่งแบ็กซ้าย หลังจากที่นักเตะย้ายจาก โอลิมเปียกอส มาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วนตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กจะเป็นหน้าที่ของ คูเมติโอ ที่จะจับคู่กับ ฟิลลิปส์ ซึ่งเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาถูกส่งไปเล่นยืมตัวกับ สตุ๊ตการ์ท ขณะที่แบ็กขวาเป็นหน้าที่ของ ฮูแฟร์

    ขณะที่ มิลเนอร์ จะได้ลงไปคุมบรรดาน้องๆ วัยกระเตาะในแผงกองกลางซึ่งจะรับบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ ส่วน กรูยิช ที่คาดว่าอาจจะย้ายทีมแบบถาวรในช่วงซัมเมอร์นี้ จะได้ลงเล่นด้วย ขณะที่ โจนส์ จะได้ลงคุมเกมด้วยเช่นกัน ที่น่าตื่นเต้นก็คือเกมรุก เพราะ คล็อปป์ จะส่งแข้งแบบผสมผสานลงสนาม

 

    งานนี้ เอลเลียตต์ , ทาคุมิ มินามิโนะ และ บรูว์สเตอร์ จะได้ลงไล่ล่าประตู "ม้าขาย" และอาจจะมีเซอร์ไพรส์เพราะ นายใหญ่ชาวเยอรมัน มีโอกาสที่จะใช้ระบบโรเตชั่นในแต่ละตำแหน่งตลอดช่วง 45 นาทีหลังก็เป็นไปได้
 
     11 ผู้เล่นในเกมครึ่งหลัง : อาเดรียน, ฮูแฟร์, ฟิลลิปส์, คูเมติโอ, มิลเนอร์, กรูยิช, โจนส์, เอลเลียตต์, มินามิโนะ, บรูว์สเตอร์