สื่อเผยโซลชาบอกซานโช่แล้วได้ย้ายซัมเมอร์นี้หรือไม่

ดั๊กบลาเด็ต สื่อของประเทศนอร์เวย์ แฉว่าไม่นานมานี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด บอกกับ เจดอน ซานโช่ เองเลยว่าดีลมันใกล้ที่จะจบลงด้วยดีแล้ว แม้ว่ามันจะยืดเยื้อสุดๆ ก็ตาม โดยทั้งคู่ติดต่อหากันอยู่บ่อยๆ มาตลอดทั้งช่วงซัมเมอร์

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกกับ เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ว่า "ปีศาจแดง" ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ "เสือเหลือง" ได้แล้ว และการย้ายทีมจะเกิดขึ้นในตลาดการเสริมทัพรอบนี้แน่นอน ตามรายงานของ ดั๊กบลาเด็ต สื่อของประเทศนอร์เวย์

เป็นที่เชื่อกันว่า โซลชา กาหัว ซานโช่ เป็นเป้าหมายการเสริมทัพที่สำคัญที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะมองว่าเกมรุกตรงริมเส้นของทีมยังไม่ดีเท่าที่ควร และดาวเตะทีมชาติอังกฤษก็ตอบโจทย์เรื่องนั้นได้เป็นอย่างดี หลังจากทำไป 35 ประตูกับ 44 แอสซิสต์ จากการลงเล่นให้กับ ดอร์ทมุนด์ 100 นัดในทุกรายการ

ทั้งนี้ ลือกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด บรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับ ซานโช่ และตกลงเรื่องต่างๆ กับเอเยนต์ของแข้งชาวอังกฤษได้แล้ว แต่ปัญหาหลักในตอนนี้คือเรื่องค่าตัวเพราะ ดอร์ทมุนด์ ประกาศจุดยืนว่าจะยอมขายก็ต่อเมื่อได้ค่าตัว 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท) เท่านั้น แต่ "ปีศาจแดง" ไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินให้ถึงระดับนั้น ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนของ ดอร์ทมุนด์ ก็มักจะให้สัมภาษณ์ในเชิงที่บอกว่าแข้งวัย 20 ปี จะอยู่กับทีมต่อไปแน่นอนด้วย

อย่างไรก็ตาม ดั๊กบลาเด็ต แฉว่าไม่นานมานี้ โซลชา บอกกับ ซานโช่ เองว่าการเจรจายังคงดำเนินการอยู่ และเขาจะได้มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอน แต่ก็ยอมรับด้วยว่าการเจรจามันยุ่งยากพอตัว โดยสื่อเจ้าเดิมเสริมว่าทั้ง 2 คนติดต่อหากันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งช่วงซัมเมอร์นี้ด้วย

 

แฟนผีไม่ถูกใจสิ่งนี้! “ซานโช” ลงเล่นให้ดอร์ทมุนด์ครบ100นัด

ซัมเมอร์นี้คงไม่ย้ายไปไหน… เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ลงเล่นให้ทัพ "เสือเหลือง" ครบ 100 นัดเรียบร้อย หลังได้โชว์เพลงแข้งในเกม เดเอฟเบ-โพคาล เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ลงสนามให้ต้นสังกัดเป็นนัดที่ 100 หลังลงช่วยทีมในเกม เดเอฟเบ-โพคาล รอบแรก ที่ทัพ "เสือเหลือง" บุกกระซวก เอ็มเอสเฟา ดุ๊ยส์บวร์ก 5-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา

  นอกจากลงเล่นนัดที่ 100 แล้ว เกมนี้ สตาร์ทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี ซึ่งย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2017 ยังเป็นคนทำประตูขึ้นนำ 1-0 (ลูกจุดโทษ นาทีที่ 14) ให้กับ ดอร์ทมุนด์ ด้วย ส่วนอีกสี่ประตูมาจาก จู๊ด เบลลิงแฮม นาทีที่ 30, ธอร์กกาน อาซาร์ นาทีที่ 39, โจวานนี่ เรย์น่า นาทีที่ 50 และ มาร์โค รอยส์ นาทีที่ 58

ทั้งนี้ ซานโช ซึ่งกดไปแล้ว 35 ประตู ในสีเสื้อ "เสือเหลือง" มีแนวโน้มที่จะไม่ย้ายไปไหนในช่วงซัมเมอร์นี้ ถึงแม้มีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาตลอด โดยก่อนเกม ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือ ดอร์ทมุนด์ ยืนยันชัดเจนว่า ซานโช เป็นนักเตะกำลังหลักในแผนการทำทีมของตนสำหรับฤดูกาล 2020/21

 

จบนะ!แลมพาร์ดลั่นไม่ขายก็องเต้

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ระบุ จะไม่ขาย เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ในช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอน พร้อมบอกว่าซีซั่นก่อน ก็องเต้ โดนอาการเดี้ยงเล่นงานอย่างหนักจนส่งผลเสียกับเรื่องอื่นๆ ตามไปด้วย

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศว่าต้องการเก็บ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสเอาไว้ใช้งานต่อไป

หลายเดือนก่อนมีกระแสข่าวลือว่า แลมพาร์ด มองว่า ก็องเต้ เป็นหนึ่งในส่วนเกินของทีม หลังจากที่มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้มีหลายทีมที่ตกเป็นข่าวกับแข้งวัย 29 ปี อย่างเช่น อินเตอร์ มิลาน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น

แลมพาร์ด เผยว่า "มันเห็นได้ชัดว่าทุกทีมในโลกอยากมี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อยู่ในทีม ผมอ่านเจอข่าวลือต่างๆ มาบ้างเหมือนกัน เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม รวมถึงเป็นคนที่ดีมากๆ ผมไม่อยากเสียคนแบบเขาไป เขาเป็นฟันเฟืองหลักของสิ่งที่ผมกำลังพยายามทำอยู่ แน่นอนว่าเราสามารถพูดเกี่ยวกับบรรดานักเตะตัวรุกหลายต่อหลายคนได้ แต่คนอย่าง เอ็นโกโล่ และผลงานที่เขาทำได้ในแผงกลางก็สมควรถูกพูดถึงเหมือนกัน ฤดูกาลก่อนถือเป็นซีซั่นที่ยากลำบากสำหรับเขาเพราะเขาโดนอาการบาดเจ็บตามเล่นงาน"

"เขาเข้าสู่ฤดูกาลก่อนโดยที่มีอาการบาดเจ็บติดตัว และมันก็ส่งผลอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งซีซั่น เหมือนกับเป็นโดมิโน่ที่ล้มติดๆ กัน ที่เขาเจ็บอย่างต่อเนื่องแบบนั้นมันอาจจะเป็นเพราะเขาลงเล่นเยอะเป็นเวลา 4 หรือ 5 ปีก็ได้ ดังนั้นผมเลยตื่นเต้นมากๆ ที่ตอนนี้ได้เขาในสภาพฟิตเต็มถังมาอยู่กับทีม เขาดูมีสภาพร่างกายที่พร้อมสุดๆ เขาเป็นคนสำคัญสำหรับผม แน่นอนว่าผมอยากเก็บ เอ็นโกโล่ เอาไว้กับทีมต่อ"

แผนไหนก็โหด ! เปิด 3 ระบบ คล็อปป์ ใช้ ติอาโก้ ปั้นเกม ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล กำลังจะเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชจาก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ทั้งสองสโมสรตกลงเรื่องค่าตัวได้แล้ว ซึ่งถือว่านี่คือจิ๊กซอว์สำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากได้มาเสริมแกร่งให้ได้
    ดาวเตะเลือดกระทิงดุ วัย 29 ปี ตกเป็นข่าวพร้อมที่จะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า มาตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากต้องการออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ หลังอยู่กับ "เสือใต้" มาตั้งแต่ปี 2013 และเหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น  โดยในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ในการย้ายทีมยังไม่แน่นอน เพราะติดแค่เรื่องค่าตัวนักเตะเท่านั้น

    อย่างไรก็ตามตอนนี้ดูเหมือนเรื่องทุกอย่างจะได้บทสรุปเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานจากสื่อหลายสำนึกที่ออกไปในทิศทางเดียวกันว่า "เดอะ เร้ดส์" ยินดีจ่ายค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท) และเงื่อนไขพิเศษอีก 7 ล้านปอนด์ (ราว 266 ล้านบาท) ให้กับ บาเยิร์น ซึ่งยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียก็พอใจกับข้อเสนอนี้

    ฉะนั้นตอนนี้ก็เหลือแค่ขั้นตอนในการตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ "เดอะ เร้ดส์" เท่านั้น โดยหากนักเตะมาสวมชุด "หงส์แดง" นั่นจะทำให้ คล็อปป์ มีทางเลือกมากยิ่งขึ้นในการนำทีมเก็บชัยชนะทั้งในพรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ

    ด้วยเหตุนี้ เอ็กซ์เพรส สปอร์ต สื่อดังในอังกฤษ จึงได้ลองสวมบทเป็นกุนซือเลือดด๊อยท์ช ในการจัดแผนให้กับทีมเมื่อพวกเขาได้ ติอาโก้ มาเสริมแกร่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าแต่ละแผน คงทำให้บรรดาคู่แข่งต้องหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อมีคิวปะทะ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัย ในฤดูกาล 2020/2021

แผน 1 : โรเตชั่นแผงกองกลาง

    ทันทีที่ ติอาโก้ ย้ายมาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ คงทำให้ คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นให้เหมาะกับระบบ 4-3-3 ซึ่งระบบนี้ทำให้เขาประสบความสำเร็จมาตลอดช่วงเวลาที่ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม อย่างไรก็ตามคาดว่า นายใหญ่ชาวเยอรมัน น่าจะเลือกใช้แผงมิดฟิลด์แบบผสมผสานเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของ สตาร์ดังทีมชาติสเปน

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา "หงส์แดง" ใช้แผงกลางได้แก่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และ ฟาบินโญ่ ลงเล่นหลายเกม ส่วน นาบี เกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน คอยทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมได้อย่างดีเยี่ยม บางครั้งก็ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงเช่นกัน

    ดังนั้นหาก ติอาโก้ มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ งานนี้ดูเหมือนว่าเขาคงจะได้ทำหน้าที่เป็นหัวใจในแดนกลางให้กับ "หงส์แดง" ซึ่งนั่นหมายความว่าหนึ่งในผู้เล่นตัวจริงที่ได้รับโอกาสลงสนามมาตลอด อาจจะต้องโดนถอดออกไปนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง

    เกอิต้า ซึ่งไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนักเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา เพิ่งได้โอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมเฉือน ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 มีโอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจจาก คล็อปป์ ให้ลงเล่นมากยิ่งขึ้นในฤดูกาลปัจจุบัน แต่กระนั้น ฟาบินโญ่ ก็ยังคงเป็นตัวเลือกต้นๆ ของ คล็อปป์ อยู่ดี ฉะนั้นนักเตะที่จะต้องไปนั่งตบยุงในซุ้มม้านั่งสำรองก็คงเป็น ดาวเตะชาวกีนี และ ไวจ์นัลดุม ที่เหลือสัญญาในถิ่นแอนฟิลด์เพียง 1 ปีเท่านั้น และมีข่าวลือมาตลอดว่า บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวไปร่วมทีม

    ในส่วนของ เฮนเดอร์สัน ที่ตอนนี้หายขาดจากอาการบาดเจ็บแล้ว ก็เพิ่งลงทำหน้าที่บัญชาการในแดนกลางให้กับทีมในแมตช์เปิดซีซั่นเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว และแน่นอนว่า "กัปตันเฮนโด้" ยังคงเป็นหัวใจในแดนกลางของทีมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ระบบ 4-3-3

แผนไหนก็โหด ! เปิด 3 ระบบ คล็อปป์ ใช้ ติอาโก้ ปั้นเกม ลิเวอร์พูล
ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่ , ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
แผน 2 : จับ ฟาบินโญ่ เล่นเซนเตอร์แบ็ก

    สำหรับออปชั่นที่สองที่ คล็อปป์ จะนำมาใช้ในกรณีที่ ติอาโก้ มาร่วมทีม นั่นก็คือการให้เขาทำหน้าที่บัญชาเกมแดนกลางร่วมกับ เฮนเดอร์สัน และโยก ฟาบินโญ่ ไปทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ ฟาน ไดค์ ซึ่งมิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนก็เคยรับบทบาทนี้มาบ้างแล้วกับต้นสังกัด

    สตาร์ลูกหนังทีมชาติบราซิล เคยมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นแบ็กขวา และปราการหลังตัวกลางมาแล้ว ที่สำคัญเขายังสามารถเล่นร่วมกับ แนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่ถือเป็นออปชั่นในแนวรับให้กับทีม หลัง เดยัน ลอฟเรน แยกทางกับสโมสรเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วน เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก กับ คี-ยาน่า ฮูแฟร์ ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเพื่อรอโอกาสของเขาในอนาคต

    ในส่วนของ โจ โกเมซ ที่มักจะเป็นตัวเลือกแรกของ คล็อปป์ ในการจับลงเล่นเซนเตอร์แบ็กกับ ฟาน ไดค์ แต่แน่นอนว่านักเตะอาจจะไม่สามารถลงเล่นได้ทุกเกม ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีออปชั่นเสริมในแผงแนวรับเพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน

    จะว่าไปแล้วบทบาทแบบนี้ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ที่เกิดมาจากตำแหน่งกองกลาง ก็เคยต้องไปเยือนเป็นกองหลังสมัยที่เล่นให้ บาร์เซโลน่า และ ฆาบี มาร์ติเนซ ตอนอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ก็เช่นกันซึ่งทั้งสองคนทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบซะด้วย ส่วน ฟาบินโญ่ ก็เคยทำหน้าที่เซนเตอร์แบ็กจำเป็นในแมตช์ดวล ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน กับ บาเยิร์น เมื่อช่วงหลายซีซั่นที่ผ่านมา

ระบบ 4-3-3

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่ , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
แผน 3 : จับ ติอาโก้ สวมบทบาทโฮลดิ้งมิดฟิลด์

    สำหรับออปชั่นนี้ต้องบอกเลยว่า คล็อปป์ คงคิดเอาไว้ในใจเช่นกัน เพราะการจับ ติอาโก้ มาสวมบทบาทโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ เคียงข้าง เฮนเดอร์สัน ยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล แผงกองกลางที่แข็งแกร่งเป็นทวีคูณ ที่สำคัญการคุมจังหวะเกมของ สตาร์ลูกหนังแดนกระทิงดุ คงมีประโยชน์กับ  "เดอะ เร้ดส์" มากๆ

    ติอาโก้ แสดงศักยภาพด้านนี้ให้เห็นอย่างเด่นชัดช่วงที่เล่นให้กับ บาเยิร์น โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเขาสร้างผลงานที่โดดเด่นชนิด "เสือใต้" กลายเป็น "เสือติดปีก" บินฉิวคว้าแชมป์บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงให้กับแฟนบอลแคว้นบาวาเรียได้เชยชมก่อนจากลา

     ฟอร์มของ ติอาโก้ ในเกมลีกสูงสุดเมืองเบียร์ ระบุให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านจากสถิติที่เจ้าตัวทำได้โดยเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งถึง 85.5 เปอร์เซนต์ ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ ฉะนั้นหากนักเตะจับคู่กับ "เฮนโด้"  คงทำให้กองกลางของ "หงส์แดง" แน่นปึ้กสุดๆ

    ในขณะเดียวกับ คล็อปป์ คงจับ เกอิต้า ลงเล่นอยู่หน้า ติอาโก้ กับ เฮนเดอร์สัน โดยให้เขาทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุก คอยเป็นกำลังสนับสนุนในการป้อนบอลให้ ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ และ มาเน่ ส่วน ทาคูมิ มินามิโนะ จะเป็นยางอะไหล่สำคัญที่ลงมาเปลี่ยนเกมในกรณีที่ เกอิต้า หรือ ฟีร์มีโน่ เกิดฟอร์มหลุด
 
ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่ , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

โฮลดิ้งมิดฟิลด์  : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองกลาง :  โมฮาเหม็ด ซาลาห์,นาบี เกอิต้า, ซาดิโอ มาเน่

กองหน้า :  โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

เพราะอะไร?ตอร์เรสเปิดใจสาเหตุที่ต้องอำลาลิเวอร์พูล

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตหัวหอกคนดัง เปิดอก สาเหตุที่ทำให้ตนบอกลา ลิเวอร์พูล ก็เพราะช่วงนั้นอยากได้แชมป์มากๆ และ "หงส์แดง" ก็อยู่ในสภาพที่เหมือนกับว่าต้องทำทีมหลายปีกว่าที่จะมีทีมที่แข็งแกร่งพอสำหรับการลุ้นแชมป์ พร้อมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าคนดัง เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปอยู่กับ เชลซี คู่แข่งร่วมลีกก็เพราะตอนนั้นต้องการคว้าแชมป์มาครองให้ได้มากๆ

ตอร์เรส ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาอยู่กับ ลิเวอร์พุล เมื่อปี 2007 ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนถึงขั้นทำประตูให้ทีมไป 72 ประตูตลอดช่วง 3 ฤดูกาลแรกกับทีม ส่งผลให้เขาเป็นขวัญใจของ "เดอะ ค็อป" หลายคน อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2010 เขาตกเป็นข่าวว่าอยากบอกลา แอนฟิลด์ สุดๆ และในช่วงเดียวกันนั้น จอร์จ ยิลเล็ตต์ กับ ทอม ฮิคส์ เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ก็จำเป็นต้องขายทีมเหมือนกัน หลังจากที่ตอนนั้นพวกเขามีหนี้ก้อนโต

แม้ว่าเขาจะยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2010-11 แต่สุดท้ายแล้ว ตอร์เรส ก็ย้ายไปซบ เชลซี ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่กับที่นั่น เพราะทำได้เพียง 45 ประตูจากการลงเล่น 172 นัดในทุกรายการ แต่เขาก็ยังได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก กับ เอฟเอ คัพ ร่วมกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" อย่างละ 1 สมัย ต่างกับตอนอยู่ ลิเวอร์พูล ที่ไม่ได้แชมป์เลย

อดีตแข้งวัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์กับ ทอล์คสปอร์ต สื่อรายหนึ่งว่า "ที่จริงตอนนั้นผมมีความสุขกับที่ ลิเวอร์พูล มากๆ แต่ถ้าคุณจำกันได้น่ะตอนนั้นกำลังจะมีการขายสโมสร และพวกเขาก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเขาขายนักเตะชั้นยอดทุกคน ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ย้ายออกไป, ชาบี อลอนโซ่ ก็ย้ายออกไป, ราฟาเอล เบนิเตซ ยังแยกทางกับทีมเลย แล้วพวกเขาก็เริ่มเอาบรรดานักเตะดาวรุ่งเข้ามาอยู่กับทีม นั่นหมายความว่าพวกเขาอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาถึง 5, 6 หรือ 7 ปีเพื่อที่จะสร้างทีมที่มีศักยภาพดีพอสำหรับการเป็นแชมป์ขึ้นมาอีกครั้ง และผมก็ไม่สามารถรอนานขนาดนั้นได้ เพราะที่ผมบอกลา แอตเลติโก ซึ่งเป็นเหมือนบ้านของผมมันก็เพราะผมอยากได้แชมป์"

"น่าเศร้าที่ตอนนั้นเจ้าของทีมในช่วงนั้นของ ลิเวอร์พูล โกหกหลายต่อหลายครั้ง และสุดท้ายแล้วผมก็จำเป็นต้องหาทางออกให้กับตัวเอง นั่นก็คือการไปอยู่กับ เชลซี พวกเขาเป็นสโมสรที่ผมคิดว่าจะสามารถทำให้ผมมีโอกาสคว้าแชมป์มาครองแบบเป็นกอบเป็นกำได้"

ตอร์เรส เสริมว่ามันเป็นความผิดของตนเองที่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้ เพราะตนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้เร็วพอ แถมยังโชว์ฟอร์มได้ไม่คงเส้นคงวาอีก "มันอาจจะเป็นความผิดของผมเองที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมให้เร็วกว่านี้ได้ มันอาจจะมีบางช่วงที่ผมเล่นได้ดี แต่ผมก็ไม่คงเส้นคงวามากเท่าที่ควรเหมือนกัน และการอยู่กับทีมใหญ่อย่าง เชลซี น่ะ ถ้าคุณไม่สามารถทำผลงานที่คงเส้นคงวาได้ รวมถึงไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ทุกสัปดาห์แล้วล่ะก็ คนอื่นก็จะเข้ามาและแย่งตำแหน่งของคุณไป"

ทางการ!มิลานประกาศซิว “โตนาลี่” ร่วมทัพ

"ปีศาจแดง-ดำ" เอซี มิลาน ปิดดีลคว้าตัว ซานโดร โตนาลี่ มิดฟิลด์อนาคตไกลทีมชาติอิตาลี มาจาก เบรสชา เรียบร้อย ด้าน เปาโล มัลดินี่ ผอ.ฝ่ายเทคนิค มั่นใจ แข้งรายนี้สามารถพาสโมสรพุ่งชนความสำเร็จได้แน่

เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศคว้าตัว ซานโดร โตนาลี่ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรง มาจาก เบรสชา อย่างเป็นทางการ เมื่อวันพุธที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นเป็นดีลยืมตัวก่อน 1 ฤดูกาล

สำหรับรายละเอียดของดีลนี้ "ปีศาจแดง-ดำ" จะจ่ายเงินเบื้องต้น 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) ให้ เบรสชา เพื่อเป็นค่ายืมตัว พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ที่ราคา 10 ล้านยูโร บวกโบนัสอีก 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) ซึ่งรวมแล้วดีลนี้มีมูลค่า 35 ล้านยูโร (ประมาณ 1,295 ล้านบาท)

"เราแฮปปี้มากๆ ที่ได้ต้อนรับ ซานโดร สู่ครอบครัวรอสโซเนรี่" เปาโล มัลดินี่ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ มิลาน กล่าว "เรามั่นใจว่า เขาสามารถช่วยสร้างความสำเร็จให้กับเราในอนาคตได้ เขาเป็นมิดฟิลด์ที่มีอนาคตสดใส และรู้ดีถึงคุณค่าในการได้เล่นให้กับสโมสรเรา"

 ทั้งนี้ ดาวเตะทีมชาติอิตาลีวัย 20 ปี จะได้สวมเสื้อ มิลาน หมายเลข 8 ซึ่งเคยเป็นเบอร์ของตำนานมิดฟิลด์พันธุ์ดุอย่าง เจนนาโร่ กัตตูโซ่

คอนเฟิร์ม!บาร์เซโลน่ายันกรีซมันน์โยกสวมเสื้อเบอร์7

อ็องตวน กรีซมันน์ หัวหอกจอมลีลา บาร์เซโลน่า ได้ย้ายไปสวมเสื้อเบอร์ 7 อย่างเป็นทาการแล้ว ส่วนเจ้าของคนเก่าอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังไม่มีการเปิดเผย

บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมาว่า อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าดาวดังชาวฝรั่งเศส ได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 17 ไปเป็นเบอร์ 7 เรียบร้อย สำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020/21

กรีซมันน์ เพิ่งย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว โดยฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา เจ้าตัวสวมเสื้อ บาร์เซโลน่า เบอร์ 17 เนื่องจากเบอร์ 7 ตกเป็นของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน ที่ฤดูกาลดังกล่าวไปเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค แบบสัญญายืมตัว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บาร์ซ่า คอนเฟิร์มว่า สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสวัย 28 ปี ได้ย้ายมาใช้ 7 แทน คูตินโญ่ เรียบร้อย ขณะที่ "คูตี้" ยังไม่มีการการันตีว่าย้ายไปใช้เบอร์อะไร

"ผมชอบที่จะมีเบอร์ 7 อยู่ข้างหลังเสื้ออยู่แล้ว" กรีซมันน์ กล่าว โดยก่อนหน้านี้เสื้อเบอร์ 7 ของ บาร์เซโลน่า เคยเป็นของนักเตะชื่อดังอย่าง ดาบิด บีย่า, เปโดร โรดริเกซ, เฮนริค ลาร์สสัน และ ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า

เหมือนสัตว์ร้าย?เฮอเนสจวกเอเยนต์อลาบาเป็นพวกโลภมาก

อูลี่ เฮอเนส อดีตบิ๊กบอส บาเยิร์น จวก ปินี่ ซาฮาวี่ นายหน้าของ ดาวิด อลาบา แนวรับคนเก่งของทีมว่าเป็นเหมือนปลาปิรันย่า โดยเสริมว่า อลาบา น่าจะต่อสัญญากับทีมไปตั้งนานแล้วถ้าไม่ใช่เพราะโดน ซาฮาวี่ กล่อมให้คล้อยตาม

อูลี่ เฮอเนส อดีตประธานของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน ตำหนิ ปินิ ซาฮาวี่ เอเยนต์ของ ดาวิด อลาบา แนวรับคนเก่งของทีมว่าเป็นพวกโลภมากจนเหมือนกับปลาปิรันย่า

อลาบา มาอยู่กับอะคาเดมี่ของ บาเยิร์น ตั้งแต่ปี 2008 และติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 2010 ซึ่งเขาก็เป็นกำลังสำคัญของทีมมาโดยตลอด โดยหลังจากเคยเป็นแบ็กซ้ายอยู่เกือบทุกฤดูกาลเขาก็โยกมาเป็นเซนเตอร์แบ็กอยู่บ้างในพักหลัง และแข้งวัย 28 ปีก็ทำผลงานได้น่าประทับใจกับบทบาทดังกล่าวด้วย

อย่างไรก็ตาม อลาบา ก็เหลือสัญญากับ บาเยิร์น จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น และจนถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่กันทีมสักที โดยมีข่าวลืออย่างหนาหูว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังให้ความสนใจในตัวเขาอยู่

เฮอเนส เผยว่า "เขามีเอเยนต์ที่เป็นเหมือนกับปลาปิรันย่า เขา (อลาบา) ปล่อยให้เอเยนต์มีอิทธิพลกับตัวเองมากเกินไป ตอนนี้เรื่องสำคัญกลายเป็นเรื่องเงินแล้ว ที่จริงปัจจุบันเขาก็อยู่กับสโมสรที่ดีที่สุดของโลกอยู่แล้วนะ เขาจะย้ายไปที่ไหนได้อีกล่ะ ? ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเรานัดดื่มกาแฟกันหลายครั้ง แต่เราก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์อะไรเลยซึ่งมันเป็นเพราะ ซาฮาวี่ ล้วนๆ"

 

วางใจไม่เปลี่ยน!บาร์เซโลน่ายัน “เมสซี่” ยังครองปลอกแขนกัปตัน

ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ยังคงได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม ถึงแม้เพิ่งผ่านพ้นประเด็นดราม่าเกี่ยวกับเรื่องขอย้ายทีมก็ตาม

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน เมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมาว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมต่อไป

ช่วงซัมเมอร์นี้ เมสซี่ ใกล้เคียงอย่างมากกับการอำลาถิ่น คัมป์ นู หลังเจ้าตัวแสดงความต้องการชัดเจนที่จะย้ายทีม จนเกิดเป็นประเด็นดราม่าเขย่าวงการลูกหนังเมื่อไม่กี่วันก่อน และถึงแม้สุดท้าย ดาวเตะวัย 33 ปี ตัดสินใจอยู่ช่วย บาร์ซ่า ต่อในฤดูกาล 2020/21 เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งกับทุกฝ่าย ทว่ายังคงมีโอกาสสูงอยู่ที่เจ้าตัวจะย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า เพราะเหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บาร์เซโลน่า คอนเฟิร์มว่า เมสซี่ ยังคงได้รับความวางใจให้ครองปลอกแขนกัปตันทีมต่อไป โดยที่มี เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เป็นรองกัปตัน, เคราร์ด ปีเก้ เป็นกัปตันทีมลำดับที่สาม และ เซร์กี้ โรเบร์โต้ เป็นกัปตันทีมลำดับที่สี่ เหมือนเดิม

ทั้งนี้ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนกระทิงดุ รายงานว่า เมสซี่ ได้รับการโหวตจากทุกคนที่สโมสรอย่างเป็นเอกฉันท์ ในการครองตำแหน่งกัปตันทีม บาร์ซ่า ต่อไป

ตัวเลือกเดียว!เผยเอ็มบั๊ปเป้กระสันซบทีมไหนช่วงซัมเมอร์หน้า

โจเซป เปเดรโรล นักข่าวชาวสแปนิชของ เอล ชิรินกีโต้ สื่อของสเปน อ้างว่า คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แจ้งกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่าทีมเดียวที่อยากย้ายไปอยู่ด้วยในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าคือ เรอัล มาดริด โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะใฝ่ฝันที่จะเล่นให้ "ราชันชุดขาว" มากๆ
    คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งวงการ ลีก เอิง ฝรั่งเศส แจ้งกับต้นสังกัดว่า เรอัล มาดริด คือทีมเดียวที่เขาอยากย้ายไปเล่นให้ในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ตามการอ้างอิงของ โจเซป เปเดรโรล นักข่าวชาวสแปนิชของ เอล ชิรินกีโต้ สื่อของประเทศสเปน

    เอ็มบั๊ปเป้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดของวงการฟุตบอลในยุคปัจจุบัน หลังจากที่เขาสามารถทำประตูให้ทีมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมบ่อยๆ และไม่นานมานี้ก็ถึงขั้นมีข่าวลือว่าดาวเตะชาวฝรั่งเศสบอกกับ ปารีสฯ ไปแล้วว่าต้องการย้ายทีมพอถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

    ทั้งนี้ ทีมที่มีข่าวกับ เอ็มบั๊ปเป้ มีทั้ง มาดริด, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น แต่ เปเดรโรล อ้างว่าดาวเตะวัย 21 ปีเปิดใจกับ ปารีสฯ เองว่าเขาต้องการไปเล่นให้ "ราชันชุดขาว" เท่านั้น เพราะเขามีความใฝ่ฝันที่จะได้เล่นให้ มาดริด มานานแล้ว และเชื่อว่าการย้ายไปอยู่กับที่นั่นจะทำให้ตัวเองมีโอกาสได้รางวัล บัลลง ดอร์ มากขึ้น

    นอกจากนี้ การที่ปัจจุบัน มาดริด มี ซีเนดีน ซีดาน ตำนานกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสเป็นคนคุมทีม รวมถึงมีนักเตะชาวฝรั่งเศสอยู่ในทีมหลายคนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ เอ็มบั๊ปเป้ อยากย้ายไปอยู่กับที่นั่นเช่นกัน โดยที่ เอ็มบั๊ปเป้ ชื่นชอบ ซีดาน เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ซึ่งพอจบฤดูกาล 2020-21 แล้วนั้น ปารีสฯ ก็อาจจะจำเป็นต้องขายเขา เพราะอดีตแข้ง อาแอส โมนาโก เหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 เท่านั้น และตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการต่อสัญญากันเลย