วิดาลยิงเฮ! บาร์ซ่าบุกเชือดบายาโดลิด ยื้อเวลาแย่งแชมป์กับมาดริด

บาร์เซโลน่า เก็บสามคะแนนยื้อเวลาลุ้นแชมป์กับ เรอัล มาดริด ออกไปอีกนิด หลังได้ อาร์ตูโร่ วีดัล ยิงประตูโทนบุกเชือด บายาโดลิด 1-0 ขยับไล่กวด ราชันชุดขาว แต้มเดียว ขณะที่เกมลีกเหลืออีกแค่ 2 นัดในมือพวกเขา ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม :
เอสตาดิโอ มูนิซิปัล โฆเซ่ ซอร์รีย่า

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ต้องการสามคะแนนเท่านั้นเพื่อต่อลมหายใจในการแย่งแชมป์กับ เรอัล มาดริด นัดนี้ กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่ม ไร้ดาวรุ่งอย่าง อันซู ฟาติด ที่ติดโทษแบน แต่ตัวเก๋า "เมสซี่-กรีซมันน์" ลงประจำการ ส่วน "หลุยส์ ซัวเรซ" นั่งสำรองเกมนี้บุกบ้าน บายาโดลิด ที่แมตช์ล่าสุดแพ้ไป พวกเขาแทบจะอยู่รอดปลอดภัยแน่นอนแล้ว เซร์คิโอ กอนซาเลซ นายใหญ่เจ้าถิ่นเร้าลูกทีมสร้างเซอร์ไพร์สช็อกโลก วาง "เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า" เป็นตัวทีเด็ด

     ทีมเยือนเปิดเกมนาทีที่ 5 เคราร์ด ปีเก้ วางบอลจากหลังออกข้างให้ อาร์ตูโร่ วีดัล รับบอลแต่ถูกผู้เล่นเจ้าถิ่นเตะอัดมากระเด้งกลิ้งมาหา เนลสัน เซเมโด้ กระชากบอลเข้าเขตโทษด้านขวาตบย้อนมาเขตโทษ เกือบ 9 หลา ริกิ ปุช วิ่งมาซัดตามน้ำบอลเรียดพื้นเข้ามือนายทวารบายาโดลิด

     บาร์เซโลน่านำนาทีที่ 15 ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งเข้าไปแย่งบอลจากผู้เล่นเจ้าถิ่น แตะย้อนให้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ส่งสั้นให้ เนลสัน เซเมโด้ หน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนฟูลแบ็กบาร์ซ่าจ่ายให้ ลิโอเนล เมสซี่  ดีดต่อไปที่ อาร์ตูโร่ วีดัล ซัดบอลเต็มเท้าในเขตโทษ บอลชนเสาสองซุกเข้าประตูไปอย่างแม่นยำ

     บาร์ซ่าชวดจังหวะเด็ดนาทีที่ 19 ลิโอเนล เมสซี่ ไหลบอลออกริมสนามให้ เนลสัน เซเมโด้ ปาดบอลเข้ามากลางเขตโทษ บอลเลยตัวแนวรับบายาโดลิด มาเข้าทาง อองตวน กริซมันน์ สบจังหวะยิงประตู ทว่าเจ้าตัวจับบอลพลาดปล่อยบอลกลิ้งผ่านตัวแบบเหลือเชื่อ

     เจ้าบ้านตอบโต้นาทีที่ 22 เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า หัวหอกเจ้าบ้านเก็บตกบอลจากการสกัดของผู้เล่นบาร์ซ่า จับบอลจากนห้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวา แล้วส่องไกลทันทีบอลพุ่งชนข้างตาข่ายออกหลังไป

     อาซูลกราน่าบุกอีกนาทีที่ 24 เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ แทงบอลคิลเลอร์พาสกลางสนาม 30 หลาทะลุมาให้ เนลสัน เซเมโด้ หลุดเดี่ยวมาทางฝั่งขวากรอบเขตโทษ เข้ายิงบอลแบบจังเบอร์ แต่ว่า ยอร์ดี้ มาซิป นายทวารบายาโดลิด ล้มตัวเซฟก่อนตามตะครุบบอลอยู่มือ จบ 45 นาทีแรก บาร์เซโลน่า บุกนำ 1-0

     บาร์ซ่าสร้างจังหวะนาทีที่ 49 ลิโอเนล เมสซี่ หยอดบอลจากเขตโทษด้านซ้ายข้ามฝั่งมาที่ เซร์จี้ โรเบร์โต้ แปะบอลมากลางวงกลมกรอบเขตโทษ เจ้าหนู ริกิ ปุช สบโอกาสซัดบอลอีกครั้งแต่เบาเกิน ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวเจ้าบ้านล้มตัวรับเอาไว้ได้ 

     เจ้าถิ่นหวังไล่ตามนาทีที่ 52 กีเก้ กองกลางบายาโดลิด เลี้ยงบอลแหวกหนี เนลสัน เซเมโด้ มาด้านซ้ายของสนาม จ่ายต่อให้ เอเนส อูนาล ตัวสำรองที่ลงมาตั้งป้อมส่องไกลจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลกระดอนพื้นหนึ่งครั้งเข้าหาประตู แต่  มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น รับบอลแบบไม่มีปัญหา

     บายาโดลิดทำได้ดีนาทีที่ 60 เอเนส อูนาล เทคตัวขึ้นโหม่งบอลจากลุกฟรีคิกของเพื่อนร่วมทีมบริเวณสนามทางด้านขวาระยะ 27 หลา บอลกระดอนพื้นแต่ว่า มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น นายทวารบาร์ซ่าโชว์เหยียดตัวใช้มือปัดไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

     อาซูลกราน่าชวดทิ้งห่างนาทีที่ 63 ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นลูกนิ่งหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 22 หลาเยื้องมาทางด้านขวา บอลข้ามกำแพงผู้เล่นเจ้าถิ่นฮุบจะเข้าซุกตาข่าย ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวบายาโดลิดปฏิกิริยายังดีใช้มือแปะบอลพ้นเขตประตูออกหลัง ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซานโดร รามิเรซ หัวหอกเจ้าบ้านหลุดเข้าไปซัดคนเดียวตรงเขตโทษด้านซ้าย แต่ว่านายทวารคนเก่งบาร์ซ่าเซฟช่วยทีมสำเร็จ จบเกม บาร์เซโลน่า บุกชนะ บายาโดลิด 1-0 ทำคะแนนกดดัน เรอัล มาดริด เหลือแค่แต้มเดียว ขณะที่เกมในมือพวกเขาเหลือแค่ 2 นัดเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บายาโดลิด (4-5-1): ยอร์ดี้ มาซิป,ฆาบี โมยาโน่,กีโก้,ฆาบี ซานเชซ,ราอูล การ์เซีย (นาโช่ น.25),ออสการ์ ปลาโน่,เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ,ฆัวกิน เฟร์นานเดซ (ปาโบล เออร์เบียส น.46),รูเบน อัลการาซ (เอเนส อูนาล น.46),กีเก้,เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า (ซานโดร รามิเรซ น.61)

บาร์เซโลน่า (4-1-2-1-2): มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น,เนลสัน เซเมโด้,เคราร์ด ปีเก้,เกลม็อง ล็องเล่ต์ (โรนัลด์ อาเราโฆ น.57),ยอร์ดี้ อัลบา,เซร์จี้ โรเบร์โต้,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (จูเนียร์ ฟีร์โป้ น.74),ริกิ ปุช (อีวาน ราคิติช น.57),อาร์ตูโร่ วีดัล,ลิโอเนล เมสซี่,อองตวน กริซมันน์ (หลุยส์ ซัวเรซ น.46)

สื่อ-แฟนมาดริดไม่ขำเบลทำตัวตลกเกมชนะอลาเบส

ไม่น่ารักเลย! สื่อและแฟนบอล เรอัล มาดริด รุมจวก แกเร็ธ เบล หลังทำเป็นตลกนอนหลับเมื่อรู้ตัวเองไม่ได้ลงสนามในเกมพบ อลาเบส

     แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ สร้างความหงุดหงิดและไม่พอใจให้กับแฟนบอล เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังทำเป็นเล่นตลกระหว่างอยู่ที่ม้านั่งสำรองข้างสนามในเกม ลา ลีกา สเปน ที่ "ราชันชุดขาว" เปิดสนาม อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เอาชนะ อลาเบส 2-0 เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

    เบล ซึ่งโดน ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ดองเป็นตัวสำรองมา 4 นัดติด และเพิ่งได้เป็นตัวจริงแค่ 12 เกมในฤดูกาลนี้ ทำเป็นเล่นตลกด้วยการดึงเอาหน้ากากอนามัยขึ้นมาปิดตา และทำเป็นนอนหลับ ก่อนหัวเราะด้วยความขบขัน หลังทีมใช้โควตาตัวสำรองหมดแล้ว

 

    การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกองเชียร์ "ราชันชุดขาว" โดยแฟนบอลรายหนึ่งเขียนแสดงความเห็นว่า "มันเป็นการดูหมิ่นกันอย่างมากจาก แกเร็ธ เบล มันชัดเจนว่า เขาไม่ได้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอีกแล้ว ฟอร์มของเขาห่วยแตกเวลาลงสนาม ไม่ต้องไปตำหนิ ซีดาน เลยที่ไม่ส่งเขาลงเล่น"

    ขณะที่ มาร์ก้า หนังสือพิมพ์เล่มดังของแดนกระทิงดุก็ไม่ชอบใจพฤติกรรมของดาวเตะเวลส์เช่นกัน โดยลงรูปที่ เบล กำลังทำท่านอนหลับ และพาดหัวว่า "น่าอับอาย"

สุขจนล้น!ซีดานพูดไม่ออกพาเรอัลมาดริดซิวแชมป์ลาลีกา

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด สุขล้นจนพูดไม่ออก หลังพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ซีซั่นนี้ได้สำเร็จ พร้อมระบุแชมป์ลีกทำให้ตนแฮปปี้ยิ่งกว่าได้แชมป์ยุโรปเสียอีก

     ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ชเลือดน้ำหอมของ เรอัล มาดริด เผยว่า ตนมีความสุขจนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ หลังพาทีมเปิดบ้านพิชิต บียาร์เรอัล 2-1 พร้อมการันตีตำแหน่งแชมป์ ลา ลีกา สเปน ประจำฤดูกาล 2019/20 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     เกมนี้ เรอัล มาดริด จำเป็นต้องคว้าชัยเพื่อการันตีแชมป์ ซึ่งพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ โดยนับเป็นแชมป์ ลา ลีกา สมัยที่ 34 ของ "ราชันชุดขาว" และถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 นอกจากนี้ยังเป็นแชมป์ลีกสมัยที่สองของ "ซิซู" ในฐานะกุนซือ เรอัล มาดริด ด้วย

     "มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆ เพราะสิ่งที่บรรดานักเตะได้ทำลงไป มันเป็นอะไรที่น่าประทับใจสุดๆ" กุนซือคนดังวัย 48 ปี เปิดใจ "ผมไม่รู้จะพูดยังไงกับความรู้สึกของผมตอนนี้ แชมเปี้ยนส์ ลีก มันก็คือ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แชมป์ลีกมันทำให้ผมแฮปปี้มากกว่า เพราะ ลา ลีกา มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์"  

     สำหรับชัยชนะนัดนี้ ทำให้ เรอัล มาดริด มีคะแนนเพิ่้มเป็น 86 แต้ม จากการลงแข่ง 37 นัด พร้อมทิ้งห่าง บาร์เซโลน่า ที่พลาดท่าแพ้ โอซาซูน่า คาบ้าน 1-2 ถึง 7 แต้ม โดยเกมปิดซีซั่นของพวกเขาคือการบุกไปเยือน เลกาเนส วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมนี้
 

เรอัลมาดริดไม่พลาดบุกเฉือนเอสปันญ่อล แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูงทิ้ง2แต้ม

กาเซมีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของ "ราชันชุดขาว" หลังซัดประตูชัยพาทีมบุกไปเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ซิวสามแต้มแซง บาร์เซโลน่า สองคะแนนขึ้นไปนำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ส่วนไอ้นกแก้วจมบ๊วยก้นตารางเช่นเดิม ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอสปันญ่อล ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หาก "ชุดขาว" บุกมาคว้าชัยได้จะแซง บาร์เซโลน่า ถึงสองคะแนนขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงแทน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรกไม่ถึงนาที เอสปันญ่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบก่อนเลยแต่จังหวะซัดด้วยขวาเต็มแรงของ อาเดรียน เอ็มบาร์บา แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ติโบต์ กูร์กตัวส์

    นาที 10 ชุดขาวได้ลุ้นบ้าง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกมาเสาไกลบอลมาตกใส่เท้าของ กาเซมีโร่ หวดด้วยขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเหินคานออกไป

    นาที 20 เอสปันญ่อล ได้ลุ้นจากลูกนิ่งอีก เอ็มบาร์บา เปิดแรงเข้าไปให้ มาร์ก โรต้า ซัดตามน้ำแต่บอลยังไม่โดน ติโบต์ กูร์กตัวส์

    อีก 5 นาทีต่อมา ไอ้นกแก้วได้ลุ้นบ้าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา จ่ายบอลให้ อู่ เล่ย กดด้วยขวาจากนอกรอบ บอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

    นาที 31 โทนี่ ครอส เข้ามาหน้าประตูให้ เซร์คิโอ รามอส ได้โหม่งแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ ดีเอโก้ โลเปซ  และเป็นจังหวะล้ำหน้าของ รามอส ไปอีกด้วย

    นาที 36 "ชุดขาว" เกือบแซงขึ้นนำไปก่อน หลัง คาริม เบนเซม่า โยกหลบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆแต่ยังโดน ดีเอโก้ โลเปซ เหินปัดบอลออกไป

    ท้ายเกม นาที 43 เจ้าบ้านเกือบทำพลาดอีก หลัง ดีเอโก้ โลเปซ ปัดไม่พ้นทางมาหล่นใส่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ซัดด้วยขวาไปติดเซฟของโลเปซ ก่อนจะเลยมาเข้ากลางให้ อาซาร์ ตามซ้ำเข้าไปแต่ โลเปซ นายด่านของไอ้นกแก้วก็ปัดออกไปได้

    กระนั้น นาที 45 เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จหลัง คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางเสาแรกก่อนจะตอกส้นให้ กาเซมีโร่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเข้าไป

    จบครึ่งแรก เอสปันญ่อล ตามหลัง เรอัล มาดริด 0-1

     ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันต่อ นาที 49 อู่ เล่ย ได้กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

    ชุดขาวตอบโต้บ้าง อีก 2 นาทีต่อมา อีสโก้ วางบอลยาวไปในกรอบ 6 หลาทางเสาไกล เบนเซม่า กระโดดแปแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ของ ดีเอโก้ โลเปซ รับไว้ติดมือ

    เจ้าบ้านไม่อยู่เฉย นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะ นิโก้ เมลาเหม็ด จ่ายบอลให้ ดาบิด โลเปซ ซัดด้วยขวานอกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือกูร์กตัวส์รับไว้ได้

    จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ "นกแก้ว" ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – บิคตอร์ เปเรีย, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า (อาเดรีย เปโดรซ่า น.46) – มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ (ปอล โลซาโน่ น.84) – อู่ เล่ย (ออสการ์ เมเลนโด้ น.57) ,อาเดรียน เอ็มบาร์บา (โจนาธาน กาเยรี่ น.69) ,เซร์กี้ ดาร์เดร์ (นิโก้ เมลาเหม็ด น.69) – ราอูล เด โทมัส
 
        เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด้ บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ (โรดรีโก้ น.64), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.63)

 

ราชันงานหิน! มาดริดจัดเต็มส่ง “เบนเซม่า” บุกกระซวกแอธ.บิลเบา

ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ "ราชันชุดขาว" จ่าฝูง มีแต้มเหนือ บาร์ซ่า อยู่ 4 แต้มเหลือการแข่งขันอีก 5 นัดความพร้อมเกมนี้อาจปรัพทัพบางตำแหน่งแนวรุกไว้ใจ คาริม เบนเซม่า เช่นเคย ทางด้าน กาอิซก้า การีตาโน่ นายใหญ่ แอธ.บิลเบา ผลงานไม่เบามีลุ้นโตวตายุโรปจัด อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ต้อนรับสู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563
แอธ.บิลเบา (8) – เรอัล มาดริด (1)
เวลา : 19.00 น.

สนาม : ซาน มาเมส บาร์เรีย, บิลเบา

    กาอิซก้า การีตาโน่ กุนซือแอธ.บิลเบา ยังคงระบบ 4-2-3-1 เพียงแต่จะปรับผู้เล่น 2-3 ตำแหน่งเพื่อความสดของทีม แนวรับ อินญิโก้ มาร์ติเนซ ลงเป็นคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อูไน นูนเญซ แทน เยราย อัลบาเรซ และให้ อันเดร์ กาป้า ลงเป็นแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้าย ยูริ เบร์ชีเช่ ผ่านความฟิตลงสนามตามเดิม 

    ตรงกลางสนาม มิเกล เบสก้า เบียด อูไน โลเปซ ลงมาเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ ดานี่ การ์เซีย แผงรุก 3 คนวาง ราอูล การ์เซีย, ออยอาน ซานเซ็ท และ อินญิโก้ กอร์โดบา เล่นอยู่ข้างหลัง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่ยืนค้ำเป็นหน้าเป้า

    ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์เรอัล มาดริด จะปรับทีมบางตำแหน่ง ในแนวรับ มาร์เซโล่จะเบียด แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลงยืนแบ็กซ้าย ส่วนแบ็กขวายังคงเป็น ดานี่ การ์บาฆาล ตามเดิม คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ต้องรอเช็กความฟิตของ ราฟาแอล วาราน ถ้าไม่ไหว เอแดร์ มิลิเตา จะลงมาเล่นคู่กับ เซร์คิโอ รามอส แทน

    แดนกลาง ลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส ,เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ และ เอ็นริเก้ คาเซมีโร่ โดยมี เอแด็น อาซาร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า ในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังไม่พร้อมลงสนาม

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แอธ.บิลเบา (4-2-3-1) : อูไน ซิมอน-อันเดร์ กาป้า, อูไน นูนเญซ, อินญิโก้ มาร์ติเนซ, ยูริ เบร์ชีเช่-ดานี่ การ์เซีย, มิเกล เบสก้า-ราอูล การ์เซีย,ออยอาน ซานเซ็ท, อินญิโก้ กอร์โดบา-อินญากี้ วิลเลี่ยมส์

    เรอัล มาดริด (4-4-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่, เอแดร์ มิลิเตา (ราฟาแอล วาราน), เซร์คิโอ รามอส, ดานี่ การ์บาฆาล-ลูก้า โมดริช, เอ็นริเก้ คาเซมีโร่,โทนี่ โครส, เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้-เอแด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ        ผลการแข่งขัน   
 23/12/19        ลา ลีกา        เรอัล มาดริด เสมอ บิลเบา 0-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

แอธ.บิลเบา

02/07/20    ชนะ บาเลนเซีย 2-0 (เยือน)    ลา ลีกา
27/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
23/06/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ เบติส 1-0 (เหย้า)        ลา ลีกา
18/06/20    เสมอ เออิบาร์  2-2  (เยือน)    ลา ลีกา

 เรอัล มาดริด

02/07/20   ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
24/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ โซเซียดาด 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
18/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0  (เหย้า)    ลา ลีกา

เมสซี่จ่าย2! บาร์ซ่าบุกต้อนบียาร์เรอัล จี้จ่าฝูงชุดขาว4แต้มเหมือนเดิม

ลิโอเนล เมสซี่ โชว์สองแอสซิสต์ให้เพื่อนก่อนพารองจ่าฝูง บาร์เซโลน่า บุกเอาชนะ บียาร์เรอัล 4-1 คว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 73 คะแนนตามหลังจ่าฝูง เรอัล มาดริด 4 แต้มเหมือนเดิม ส่วน บียาร์เรอัลรั้งอันดับ 5 ยังเหลืออีก 4 นัดสุดท้ายเพื่อลุ้นโควต้ายูซีแอล ในศึกลาลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา เซรามีก้า

    ก่อนลงสนาม "เจ้าบุญทุ่ม" มีแต้มตามหลัง เรอัล มาดริด ที่บุกไปคว้าชัยเหนือ แอธ.บิลเบา 7 คะแนน ทำให้เกมนี้แชมป์เก่าต้องเน้นชนะสถานเดียวหากต้องการลุ้นแชมป์ลีกอีก 4 เกมที่เหลือต่อไป เช่นเดียวกับเจ้าถิ่น บียาร์เรอัล หากเกมนี้คว้าชัยได้จะมีแต้มเท่ากับอันดับ 4 เซบีย่า

    ครึ่งแรก เริ่มมาได้แค่ 3 นาที กลายเป็น บาร์เซโลน่า ที่บุกมาขึ้นนำเจ้าถิ่น 1-0 อย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เซร์จี้ โรเบร์โต้ พาบอลขึ้นมาแล้วจ่ายออกซ้ายให้ จอร์ดี้ อัลบา ปาดมาเสาแรกบอลไปโดน เปา ตอร์เรส จิ้มเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป

    กระนั้น นาที 14 บียาร์เรอัล มาไล่ตีเสมอบาร์ซ่า 1-1 สำเร็จ จากจังหวะที่ ปาโก้ อัลกาเซร์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป ก่อนจะปาดมาเสาสองให้ ซานติ กาซอร์ล่า ซัดด้วยขวาไปติดเซฟ แทร์ ชเตเก้น บอลมาเข้าทาง  เคราร์ด โมเรโน่ แปยัดด้วยซ้ายไม่ถึง 10 หลาเข้าไป

    แต่แค่ นาทีที่ 20 บาร์ซ่าเอาคืนทันควัน หลังแซงกลับมานำเจ้าถิ่น 2-1 เมสซี่ เก็บบอลจากกลางสนามก่อนพาบอลตะลุยมาคนเดียว แล้วจ่ายออกซ้ายให้ หลุยส์ ซัวเรซ วิ่งมาปั่นด้วยขวาบนเส้น 18 หลา บอลโค้งเสียบมุมเข้าไปอย่างงามหยด

    เกมเล่นกันสนุก นาทีที่ 30 "เรือดำน้ำสีเหลือง" สวนกลับขึ้นมาอีก เคราร์ด โมเรโน่ จ่ายออกขวาให้ ซามูแอล ชุคเวเซ่ เลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วอัดด้วยซ้ายเหินคานออกไปแบบสุดเสียว

    นาที 36 บียาร์เรอัล ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง ปาโก้ อัลกาเซร์ หัวหอกตัวเก่งมีอาการเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง คาร์ลอส บัคก้า ลงเล่นแทน

     นาที 38 เจ้าบุญทุ่มเล่นบอลสวนกลับเร็วอีก อองตวน กรีซมันน์ พาบอลขึ้นมาด้านซ้ายก่อนจะไหลไปทางขวาให้ อาร์ตูโร่ วีดาล วิ่งมากดด้วยขวาเต็มแรงแต่ยังไปติดมือ เซร์คิโอ อาเซนโฆ ปัดออกหลังหวุดหวิด

    นาที 45 ทีมเยือนมาได้ประตูนำห่าง 3-1 จากการเข้าทำอันยอดเยี่ยมของสามประสานบาร์ซ่า ซัวเรซ ไหลเข้ากลางให้ กรีซมันน์ แตะสั้นให้ เมสซี่ พาบอลลุยเข้าไปในกรอบก่อนจะดีดคืนหลังให้ อองตวน กรีซมันน์ วิ่งมาตักบอลด้วยซ้ายลอยข้ามหัว เซร์คิโอ อาเซนโฆ เช็ดใต้คานเข้าไปอย่างเหนือชั้น 

    จบครึ่งแรก บียาร์เรอัล ตามหลัง บาร์เซโลน่า 1-3

    ครึ่งหลัง นาที 53 เมสซี่ รับบอลจากกรีซมันน์ แต่จังหวะหลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายนั้นยังไม่ผ่านมือเซร์คิโอ อาเซนโฆ

    นาที 60 ทีมเยือนเปลี่ยนเอา อิวาน ราคิติช และริกี้ ปูอิก ลงมาแทน หลุยส์ ซัวเรซ และเนลสัน เซเมโด้

    นาที 69 ลิโอเนล เมสซี่ ส่งบอลเข้าไปนอนก้นตาข่ายได้แล้ว แต่ผู้ตัดสินเช็กกับ VAR แล้วปฎิเสธไม่ให้ประตู เนื่องจากก่อนหน้านั้น อาร์ตูโร่ วีดาล ไปยืนในตำแหน่งล้ำหน้า

     นาที 86 กลายเป็นทีมเยือนที่ทำได้เหนือกว่ามาก คราวนี้มาได้ประตูที่ 4 นำห่างจนได้ จากจังหวะที่ อัลบ้า แทงบอลให้ อันซู ฟาติ หลุดเข้าไปในกรอบก่อนยิงเล่นทางหนีมือ อาเซนโฆ เข้าไป บียาร์เรอัล ตามหลัง บาร์เซโลน่า 1-4

    ช่วงทดเจ็บ นาที 90+3 เมสซี่ เกือบพังประตูได้ในเกมนี้หลังซัดฟรีคิกไปชนคาน บอลเลยมาเข้าทาง มาร์ติน เบรวธเวต โขกซ้ำจ่อๆ ยังไปติด เซร์คิโอ อาเซนโฆ เซฟไว้ได้อีก

    จบเกม บาร์เซโลน่า บุกคว้าชัยเหนือ บียาร์เรอัล ขาดลอย 4-1 คว้าสามแต้มรั้งรองจ่าฝูงต่อไป โดยมีแต้มตามหลัง เรอัล มาดริด  4 คะแนนเหมือนเดิม

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        บียาร์เรอัล (4-4-2) :เซร์คิโอ อาเซนโฆ – มาริโอ กาสปาร์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, อัลเบร์โต้ โมเรโน่ – ซามูแอล ชุคเวเซ่, บิเซนเต้ อิบอร์ร่า (บรโน่ น.46), แซมโบ อันกีสซ่า, ซานติ กาซอร์ล่า (มานู ตริเกรอส น.56) – เคราร์ด โมเรโน่ (มอย โกเา, ปาโก้อัลกาเซร์ (คาร์ลอส บัคก้า น.36 (เฟร์นานโด้ นินโย่ น.90))

        บาร์เซโลน่า (4-3-3) :   มาร์ก อันเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลสัน เซเมโด้ (อิวาน ราคิติช น.60), เคราร์ด ปีเก้ (โรนัลด์ อเราโย่ น.82), เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูโร่ วีดาล, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (มาร์ติน เบรธเวท น.73), เซร์จี้ โรเบร์โต้ – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ (ริกี้ ปูอิก น.60), อองตวน กรีซมันน์ (อันซู ฟาติด น.72)

บาร์ซ่าเน้นแน่! “เมสซี่”นำแนวรุกบุกเซบีย่าคว้าชัยหนีราชันชุดขาว

บาร์เซโลน่า ต้องเน้นหนักทุกนัดนับจากนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสซิวแชมป์ลีกกระทิงให้ได้ ลิโอเนล เมสซี่ นำแนวรุกบุกบ้าน เซบีย่า ที่อยากได้ชัยชนะเพื่อการันตีอันดับสามคว้าโควตาชปล. ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2563

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2563
เซบีย่า (3) – บาร์เซโลน่า (1)
เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1
สนาม : เอสตาดิโอ รามอน ซานเชซ ปิซฆวน   

     จูเลน โลเปเตกี นายใหญ่เซบีย่าจะปรับทีมอีกครั้ง ในแนวรับ เซร์คิโอ เรกีลอน จะกลับมาเป็นแบ็กซ้ายตัวจริงแทน เซร์คิโอ เอสกูเดโร่ ส่วนที่เหลือเหมือนเดิมทั้งหมด มี ดีเอโก้ การ์ลอส ยืนคู่เซนเตอร์กับ จูลส์ กูงเด้ และ เฆซุส นาบาส เล่นแบ็กขวา

    แดนกลาง โอลิเบร์ ตอร์เรส กลับมาเป็นตัวจริงแทน เอเวร์ บาเนก้า โดยจะเดินเกมร่วมกับ แฟร์นานโด และ โยน ฆอร์ดาน แนวรุก ลุค เดอ ยอง ยืนหน้าเป้า ฝั่งซ้ายเป็น มูร์นี เอล อัดดาดี้ และขวาเป็น ลูกัส โอกัมโปส

    ด้าน กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่มจะขาด แซม อุมติตี้ ที่ติดโทษแบน แต่ไร้ปัญหาเพราะ เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ พร้อมลงยืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ เคราร์ด ปีเก้ อยู่แล้ว

    ส่วนแบ็กขวา เนลซอน เซเมโด้ จะได้ลงแทน เซร์จี้ โรเบร์โต้ บ้าง แบ็กซ้ายได้ จอร์ดี้ อัลบา พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามอีกครั้ง แผงกลาง อาร์ตูโร่ วีดาล จะลงตัวจริงร่วมกับ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ เฟร็งกี้ เดอ ยอง

    แนวรุก หลุยส์ ซัวเรซ จะลงยืนหน้าเป้า, อองตวน กรีซมันน์ ถ่างออกไปยืนด้านซ้าย และ เลโอ เมสซี่ ยืนด้านขวา

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    เซบีย่า (4-3-3) : โธมัส วาคลิก – เฆซุส นาบาส, จูลส์ กูงเด้, ดีเอโก้ การ์ลอส, เซร์คิโอ เรกีลอน – โอลิเบร์ ตอร์เรส, แฟร์นานโด, โยน ฆอร์ดาน – ลูกัส โอกัมโปส, ลุค เดอ ยอง, มูนีร์ เอล อัดดาดี้ 

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูโร่ วีดาล, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เฟร็งกี้ เดอ ยอง – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์

ปารีสไม่ช่วย! โมดริชแนะเอ็มบัปเป้ย้ายทีมยกระดับตัวเอง

มิดฟิลด์ราชันชุดขาว ชี้ว่ายอดแนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสควรย้ายออกจากเปแอสเชเพื่อยกระดับตัวเองขึ้นไปเป็นยอดนักเตะของโลก
ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ของ เรอัล มาดริด แนะนำให้ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ย้ายออกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปทีมยักษ์ใหญ่เพื่อยกระดับการเล่นของตัวเอง

แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศส ตกเป็นข่าวลือกับทางราชันชุดขาวอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง ซีเนดีน ซีดาน กุนซือของทีมได้ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าเขาต้องการนักเตะรายนี้มาร่วมทีม

แม้ว่า เลโอนาร์โด้ ผอ.กีฬาของเปแอสเช จะยืนยันว่าไม่ขายแนวรุกตัวเก่งอย่างแน่นอน แต่ โมดริช ได้แนะให้ เอ็มบัเป้ เลือกย้ายไปต้าแข้งกับทีมใหญ่เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง

"เอ็มบัปเป้ มีทุกอย่างเพื่อครองวงการ" โมดริช เผยกับ  La Gazzetta dello Sport

"แต่ผมคิดว่ามันต้องมีการก้าวกระโดดไปอีกขั้น ในเรื่องของคุณภาพ เขาควรไปเล่นในลีกที่ทีมของเขาจะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้แบบง่ายดายแบบนี้"

 

“ราคิติช” ฮีโร่! บาร์ซ่าหืดจับเบียดแอธ.บิลเบาแซงราชันนำฝูงชั่วคราว

กีเก้ เซเตียน กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" โยนความกดดันไปให้ "ราชันชุดขาว" ได้สำเร็จหลังเปิดบ้านเฉือน แอธ.บิลเบา 1-0 แบบหืดจับจากประตูชัยของ อิวาน ราคิติช เก็บเพิ่มเป็น 68 คะแนนขึ้นนำจ่าฝูงก่อน เรอัล มาดริด ที่มี ”เฮดทูเฮด” ดีกว่าจะลงสนามคืนวันพุธนี้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : คัมป์ นู

     กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่ม ต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้เพื่อขึ้นจ่าฝูงกดดัน "ราชันชุดขาว" ความพร้อมได้ แซม อุมติตี้ พ้นโทษแบนกลับมาแนวรุกมาครบ เมสซี่, ซัวเรซ, กรีซมันน์ ผนึกกำลังล่าตาข่าย

    ขณะที่ กาอิซก้า การีตาโน่ กุนซือบิลเบาตามหลังพื้นที่ฟุตบอลยุโรปอยู่ 5 แต้ม เกมนี้ยึดระบบการเล่นเดิมรับมือบาร์ซ่า ในแผน 4-2-3-1 ใช้ มิเกล บาเลนเซียก้า เล่นวิงแบ็กซ้ายแทน ยูริ เบร์ชีเช่ ที่ติดโทษแบนแดนหน้าไว้ใจ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์

    เริ่มเกมได้ 3 นาทีเป็น แอธ.บิลเบา ทักทายก่อนจากจังหวะเตะมุมเล่นสั้นของ อูไน โลเปซ ปั่นบอลโค้งตกพื้นเกือบเข้าประตูโชคดีที่ มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น ล้มตัวควักออกมาได้

    นาทีต่อมา "เจ้าบุญทุ่ม" ตอบโต้ทันควันจากบอลทำชิ่งของ อองตวน กรีซมันน์ จ่ายออกซ้ายให้ จอร์ดี้ อัลบา ตบเข้าในให้ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงไขว้ไปติดบล็อคแนวรับ แอธ.บิลเบา ก่อนบอลมาเข้าทาง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ซัดแถวสองไปติดหัว เยราย อัลบาเรซ

    ต่อมานาทีที่ 13 ทีมเยือน เกือบบุกขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับเร็วของ อินญิโก้ เลกูเอ้ แทงยาวให้อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ใช้ความเร็วเอาชนะ เคราร์ด ปีเก้ ก่อนตวัดด้วยขวาเข้าข้างตาข่าย

    นาทีต่อมา เจ้าถิ่น แลกหมัดบ้างจากจังหวะข้ามบอลหลอกของ อองตวน กรีซมันน์ ให้ หลุยส์ ซัวเรซ ได้ลองซัดหน้าเขตโทษแต่บอลเบาเข้ามือ อูไน ซิมอน และอีกไม่กี่วินาที หลุยส์ ซัวเรซ คนเดิมได้
ยิงอีกครั้งก็ยังผ่านหน้าประตูออกหลังไป

    นาทีที่ 20 จากลูกฟรีคิกเกือบครึ่งสนามของ แอธ.บิลเบา ครอสยาวลึกมาเสาไกลให้ เยราย อัลบาเรซ เอาชนะแนวรับ เจ้าถิ่น ขึ้นโขกโล่งๆหลุดออกหลังอย่างน่าเสียดาย

    หลังจากนั้นเป็น "เจ้าบุญทุ่ม" ที่ทำได้ดีกว่าครองบอลบุกกดดันต่อเนื่องแต่ยังมีปัญหาในจังหวะจบสกอร์โดยเฉพาะ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ดูมีบทบาทในแนวรุกมากกว่าเพื่อน

    หมดครึ่งเวลาแรก บาร์เซโลน่า 0 แอธ.บิลเบา 0

    ครึ่งหลังนาทีที่ 54 บาร์เซโลน่า เร่งเครื่องเกือบทำสำเร็จจากบอลยกของ  ลิโอเนล เมสซี่ ข้ามหัวแนวรับ แอธ.บิลเบา มาตกใส่เท้า อองตวน กรีซมันน์ แต่งตัวช้าไปติดบล็อค อูไน ซิมอน ออกมาบังไว้ได้

    แต่แล้วนาทีที่ 71 บาร์เซโลน่า มาได้ประตูที่ต้องการจนได้จากจังหวะชุลมุนหน้าประตูของ ลิโอเนล เมสซี่ สุดท้ายเป็น อิวาน ราคิติช สอดมาจากแนวหลังก่อนยิงแสกหน้า อูไน ซิมอน ตุงตาข่าย

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที "เจ้าบุญทุ่ม" พลาดประตูปิดกล่องจากจังหวะลุยทางขวาของ ลิโอเนล เมสซี่ ลากบอลตัดเข้าในก่อนปั่นโค้งด้วยซ้ายหลุดเสาไกลออกหลังไป

    ต่อมาอีกไม่กี่นาทีจากจังหวะลุยของ อันซู ฟาติ แหวกแนวรับก่อนป้ายคืนให้ ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งมาปั่นหน้าหัวกะโหลกหลุดออกหลังไปอีก

    ช่วงทดเจ็บ เจ้าถิ่น ก็ยังไม่มีดวงเป็นบอลยาวจากฝั่งซ้ายของ จอร์ดี้ อัลบา เปิดข้ามไปให้ อาร์ตูโร่ วีดาล ซัดไม่จับไปติดเซฟ อูไน ซิมอน มาเข้าทาง อันซู ฟาติ ซ้ำจ่อๆไปชนเสา
   
    จบเกม บาร์เซโลน่า 1 แอธ.บิลเบา 0 "เจ้าบุญทุ่ม" ทำสำเร็จเก็บ 3 คะแนนแซงขึ้นนำจ่าฝูงชั่วคราวโยนความกดดันไปให้ "ราชันชุดขาว" ที่จะลงสนามในคืนวันพุธ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูโร่ วีดาล, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อาร์ตู เมโล่ – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์

    แอธ.บิลเบา (4-2-3-1) : อูไน ซิมอน – ออสการ์ เด มาร์กอส, เยราย อัลบาเรซ, อูไน นูนเญซ, มิเกล บาเลนเซียก้า – อูไน โลเปซ, มิเกล เบสก้า – อินญิโก้ เลกูเอ้, ออยอาน ซานเซ็ต, อินญิโก้ คอร์โดบา – อินญากี้ วิลเลี่ยมส์

 

แซงปุสกัส! เบนเซมาขึ้นอันดับ 5 ดาวซัลโวตลอดกาล เรอัล มาดริด

ดาวยิงชาวฝรั่งขึ้นรั้งอันดับ 5 ดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของราชันชุดขาว หลังยิงเพิ่มสองประตูใส่ไอ้ค้างคาว

คาริม เบนเซมา กองหน้าตัวเก่งของ เรอัล มาดริด ผงาดขึ้นรั้งอันดับ 5 ในทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาล เรอัล มาดริด หลังยิงเพิ่มอีกสองประตูในเกมกับ บาเลนเซีย

หัวหอกชาวฝรั่งเศสซัดคนเดียวสองประตูในเกมลีกที่ราชันชุดขาวเปิดบ้านเอาชนะ บาเลนเซีย 3-0 ซึ่งทำให้เขาทำไปแล้ว 243 ประตูรวมทุกรายการ แซงหน้า เฟเรนซ์ ปุสกัส ตำนานกองหน้าชาวฮังการี ที่ทำไว้ 242 ประตู ขึ้นรั้งอันดับ 5 ในทำเนียบดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร

สำหรับสี่อันดับแรกประกอบด้วย อันดับ 1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 450 ประตู, อันดับ 2.ราอูล กอนซาเลซ 323 ประตู, อันดับ 3.อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน 308 ประตู และอันดับ 4. ซานติยานา 290 ประตู