ลดระดับ?ทีมชปช.สนดึงลินการ์ดเสริมแกร่ง

ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษ ระบุ เจสซี่ ลินการ์ด ตกเป็นที่สนใจของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เพิ่มอีก 1 ทีม หลังจาก "เดอะ แบ็กกี้ส์" กำลังมองถึงการทำทีมในกรณีที่เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้

    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังคิดที่จะดึง เจสซี่ ลินการ์ด ปีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ถ้าหากพวกเขาได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    ลินการ์ด ส่อแววหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มทีแล้ว หลังจากไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองใน 3 นัดหลังสุด โดยเกมสุดท้ายที่เขาได้เล่นให้ทีมคือเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ต้นสังกัดเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    สำหรับ เวสต์บรอมฯ นั้น ปัจจุบันเป็นรองจ่าฝูงของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นโควตาที่จะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ หลังจากเก็บไป 80 คะแนน จากการลงเล่น 42 นัด มากกว่า ฟูแล่ม ทีมในอันดับ 3 อยู่ 4 แต้ม แต่ทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ลงเล่นน้อยกว่าอยู่ 1 เกม โดยนอกจาก เวสต์บรอมฯ แล้วนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 27 ปีเช่นกัน

โด้ปืนผืด! ยูเวนตุสหวิดแย่ไล่เจ๊าซาสซูโอโล่ไร้ชัย3เกมติด

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ควานหาสามแต้มไม่เจอมาสาในัดติดแล้ว ล่าสุดบุกไปนำก่อนครึ่งแรก แต่สรุปทำได้แค่ตามตีเสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม ต้องรอการฉลองแชมป์ออกไปก่อน ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม : มาเปอี สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยังต้องเดินหน้าคว้าคะแนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการขยับซิวแชมป์ให้เร็วมากยิ่งขึ้น หลังนำทีมตามอยู่ 6 แต้ม เมาริซิโอ ซาร์รี่ เฮดโค้ชทีมเยือน ใส่ผู้เล่นแบบหมุนเวียนพัก "ดีบาล่า" เป็นสำรอง แต่ส่ง "โรนัลโด้" เป็นตัวจริงลุ้นยิงประตูที่ 50 ในเสื้อยูเว่ ขณะที่เจ้าบ้าน ซาสซูโอโล่ ฟอร์มหกเกมหลังไม่มีคำว่าแพ้ เป็นการชนะ 4 เกมติดอีกด้วย โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เทรนเนอร์ของทีม ปลื้มผลงานแต่หวังสร้างความประหลาดใจสอยจ่าฝูงให้ได้

     ม้าลายนำเร็วนาทีที่ 5 มิราเล็ม ปานิช วางลูกเตะมุมทางขวาออกตรงวงกลมนอกกรอบเขตโทษ ดานิโล่ ยืนรอส่องด้วยเท้าขวาบอลแหวกผู้เล่นทั้งสองทีมเข้าซุกกลางตาข่ายแบบที่ อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านหมดสิทธิ์รับ

     เจ้าถิ่นบุกบ้างนาทีที่ 10 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กระชากบอลมาทางริมสนามด้านขวา โยกหนี อเล็กซ์ ซานโดร มาหน้ากรอบเขตโทษตรงกลาง ปั่นบอลโค้งแต่ทิศทางไม่ห่างมือ วอยเชียค เชสนี่ จับบอลอยู่มือ

     ม้าลายโขยกหนีนาทีที่ 12 ดานิโล่ จ่ายบอลเส้นข้างยัดเข้ากลางสนามก่อน มิราเล็ม ปานิช ตวัดบอลทีเดียวทิ้งมาด้านหน้าให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน สปีดมาเก็บบอลลุยเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาไปซัดบอลผ่านตัวนายด่านซาสซูโอโล่ ตุงตาข่ายไปอีกเม็ด

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 22 อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านออกมาโหม่งบอลหวังตัดโอกาสคู่แข่ง ทว่าบอลกลับมาหา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลสนามข้างขวายิงไกล บอลน้ำหนักได้ลุ้นแต่ทิศทางไม่ดีพอชนข้างตาข่ายประตูแทน

     ซาสซูโอโล่เกือบเฮบ้างนาทีที่ 24 เมิร์ต มูลดูร์ เก็บบอลได้ทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ เลี้ยงล็อกเข้าเหลี่ยมเท้าขวาซัดบอลพุ่งเข้าหาประตู แต่ว่า วอยเชียค เชสนี่ มือกาวม้าลายเหยียดมือปัดออกมาก่อนผู้เล่นยูเว่เคลียร์ทิ้งออกไป

     ต่อมานาทีที่ 27 มานูเอล โลคาเตลลี่ ส่งบอลต่อให้ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กลางสนามจ่ายฝากบอลไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ส่งบอลลอดขา ,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ทะลุมาที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้วิ่งไปรับบอลชิ่งหลุดเข้าเขตโทษแต่ว่ายิงไม่ผ่านตัว วอยเชียค เชสนี่ ที่ออกมาขวางได้ทันเวลา

     เจ้าถิ่นไล่มานาทีที่ 29 เมิร์ต มูลดูร์ ลากบอลตะลุยจากริมสนามฝั่งขวามาหน้ากรอบเขตโทษโดน โรดริโก้ เบนตันกูร์ เตะสกัดบอลไปถูกตัว อเล็กซ์ ซานโดร กระดอนมาหา ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ใช้ตัวบังบอลในเขตโทษจิ้มป้ายให้ ฟิลิป ยูริซิช ยิงตามน้ำบอลลอยข้ามตัวนายทวารม้าลายเข้าไป

     ช่วงนาทีที่ 45+4 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษจ่ายตรงให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ดีดออกข้างไปที่ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ จ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สบจังหวะซัดบอลแต่ว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นตามมาบล็อกบอลลอยข้ามคานออกหลังไป จบ 45 นาที ยูเวนตุส บุกนำอยู่ 2-1

     ม้าลายชวดเฮนาทีที่ 46 จากความผิดพลาดของ อันเดรีย คอนซิยี่ นายด่านเจ้าบ้านที่ใช้มือจับบอลหลังเพื่อนเตะคืนหลัง มิราเล็ม ปานิช เขี่ยฟรีคิกสองจังหวะริมกรอบเขตโทษ 6 หลาทางซ้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดบอลติดกำแพงผู้เล่นซาสซูโอโล่ ที่กรูเข้ามาขวาง

     ซาสซูโอโล่ตีคืนสำเร็จนาทีที่ 51 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาเยื้องมาด้านขวา บอลพุ่งลอดกำแพงดาวเตะยูเว่ที่ยืนเรียงรายขวางทางเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

     เจ้าถิ่นแซงนำนาทีที่ 54 ฟิลิป ยูริซิช ส่งบอลสั้นให้ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ เปิดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษออกข้างไปทางขวา โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ โยกหนีแนวรับทีมเยือนแล้วยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตูที่เสาสอง ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ปรี่มาสไลด์ทิ่มบอลกลิ้งซุกประตูไป

     ม้าลายหวังเอาคืนนาทีที่ 60 ดานิโล่ เลี้ยงมากลางสนามไหลให้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ รับบอลก่อนหยอดมาในเขตโทษที่ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัวสำรองที่ลงมาโขกบอลคนเดียวไร้ตัวประกอบแต่ว่าบอลกลับออกข้างเสาไปแบบน่าเสียดาย

     ยูเว่ไล่เจ๊าทันนาทีที่ 64 โรดริโก้ เบนตันกูร์ โยนลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลลอยเข้าเขตโทษเสาแรกและเป็น อเล็กซ์ ซานโดร ฟูลแบ็กม้าลายโถมตัวโหม่งบอลในกรอบ 6 หลา เข้าไปกองที่ก้มตาข่ายอีกเม็ด

     ทีมเยือนพลาดโอกาสนาทีที่ 78 อเล็กซ์ ซานโดร เลี้อยบอลเลาะมาทางริมสนามฝั่งซ้าย ตัดเข้าเขตโทษด้านเดียวกันเปิดย้อนเข้ามาในเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาจับบอลล็อกหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านแล้วซัดเต็มเท้า แต่ อันเดรีย คอนซิยี่ มือกาวซาสซูโอโล่ปัดออกมาได้ยอดเยี่ยม

     เจ้าบ้านเกือบนำอีกนาทีที่ 84 ฮาเหม็ด ตราโอเล่ ส่งบอลฝากไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ หน้ากรอบเขตโทษก่อนหัวหอกสำรองวิ่งมารับบอลตรงกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วยิงบอลอัดแนวรับม้าลายกระดอนมาเข้าทาง เฌเรมี่ โบก้า ปั่นเล่นทางบอลหนีตัว วอยเชียค เชสนี่ แต่ยังมี อเล็กซ์ ซานโดร ถอยไปคุมเส้นย่อตัวโหม่งสกัดออกไป จบเกม ยูเวนตุส ทำได้แค่ไล่เสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ซาสซูโอโล่ (4-2-3-1): อันเดรีย คอนซิยี่,เมิร์ต มูลดูร์,วลัด คิริเชส (มาร์ลอน น.75),เฟเดริโก้ เปลูโซ่,จอร์กอส คีเรียโคปูลอส,ฟรานเชสโก้ มานาเนลลี่ (เมห์ดี้ บูราเบีย น.67),มานูเอล โลคาเตลลี่,โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ (จาน มาร์โก แฟร์รารี่ น.86),ฟิลิป ยูริซิช (ฮาเหม็ด ตราโอเล่ น.67),เฌเรมี่ โบก้า (จานโคโม่ ราสปาโดรี่ น.86),ฟรานเชสโก้ คาปูโต้

ยูเวนตุส (4-3-3): วอยเชียค เชสนี่,ดานิโล่,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ดานิเอเล่ รูกานี่ น.46),อเล็กซ์ ซานโดร,โรดริโก้ เบนตันกูร์,มิราเล็ม ปานิช (อาเดรียง ราบิโอต์ น.57),แบลส มาตุยดี้ (อารอน แรมซี่ย์ น.86),เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ดั๊กลาส คอสต้า น.62),กอนซาโล่ อิกวาอิน (เปาโล ดีบาล่า น.57),คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ชาวเน็ตเสี้ยมอีก!เบลแกล้งดีใจ-ไม่แบกซีดานโยน

แกเร็ธ เบล ปีกสำรองค่าจ้างแพงของ เรอัล มาดริด โดนชาวเน็ตจับผิดอีกแล้วกับพฤติกรรมระหว่างทีมฉลองแชมป์ ลา ลีกา สมัยที่ 34 วานนี้ เมื่อแค่กอดคอทำท่าร้องรำทำเพลงแบบขอไปที แล้วเข้าตาสุดๆตอนทีมเมตจับเทรนเนอร์ ซีเนดีน ซีดาน โยนฉลอง สตาร์เวลส์แค่ยืนกอดอกดู

 มาดริด ได้แชมป์ ลีกา ฤดูกาล 2019-20 เมื่อสามารถเอาชนะ บียาร์เรอัล 2-1 การันตีตำแหน่งโดยไม่แคร์ผลคู่รองจ่าฝูง บาร์เซโลน่า เน่าคารังต่อ โอซาซูน่า ที่เหลือผู้เล่น 10 คน สกอร์ 1-2

 บรรยากาศแห่งความสุขที่ สนาม อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เป็นไปอย่างชื่นมื่นนักเตะแกนหลักอย่าง เซร์คีโอ รามอส, คาริม เบนเซม่า หรือ ลูก้า โมดริช ต่างเคลียคลออยู่ไม่ห่างจากบอสเฟร้นช์แมน

 ต่างจากปีกวัย 31 ปี เจตนายืนให้ห่างสุดอย่างชัดเจนทางริมขอบฝั่งซ้ายมือโค้ช แต่มิวายถูกชาวเน็ตจับผิดว่าขาดซึ่งอารมณ์ร่วมต่องานฉลองเพราะพี่แกแค่ชูกำปั้นสะใจพอเป็นพิธี

ยิ่งไปกว่านั้นตอนผู้เล่นห้อมล้อมจับ ซีดาน โยนขึ้นฟ้าแสดงความซูฮก เบล ก็แค่กอดอกยืนดูแล้วแสยะยิ้มแบบเก้ๆกังๆ ภาษากายสื่อความหมายว่า – แล้วไงวะ? –

 เมื่อบวกกับพฤติการณ์ก่อนนั้นที่นั่งหลับเหยียดขาเอาหน้ากากอนามัยปิดตาระหว่างเกมแข่ง หรือทำมือทำไม้เป็นกล้องสอดแนมประชดใส่ช่างภาพที่ชอบแอบถ่ายเขา ก็เพียงพอจะทำให้เหล่า มาดริดนิสต้า กดดันท่าประธานสโมสร ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ยอมขาย เบล ให้พ้นๆดีกว่าทำลายบรรยากาศในห้องแต่งตัว

 สัญญาของนักเตะจอมโชว์วงสวิงมีถึง มิ.ย.2022 รับค่าจ้าง 15 ล้านยูโร-ต่อ-ปี (ราว 13.6 ล้านปอนด์-ต่อ-ปี/283,000 ปอนด์-ต่อ-สัปดาห์) นับเป็นอุปสรรคสำคัญหากทีมไหนจะมารับผิดชอบต่อ

ดีบาล่าแจ่ม-โด้ซัดเต็มข้อ! ยูเวนตุสบุกสอยเจนัว นำฝูงทิ้งลาซิโอ4แต้ม

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ฟอร์มยังยอดเยี่ยมหลังบุกไปคว้าชัยเหนือ เจนัว ทีมท้ายตารางแบบไม่ยาก 3-1 เกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดประตูสุดสวย ก่อนที่เปาโล ดีบาล่า จะยิงหนึ่งจ่ายหนึ่ง พาทีมซิวสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้ง ลาซิโอ 4 คะแนนเหมือนเดิม ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สนาม : สตาดิโอ ลุยจิ แฟร์ราริส (เจนัว)

    เริ่มครึ่งแรก เป็นทัพ "ม้าลาย" ที่ทำได้ดีกว่า นาที 11 เปาโล ดีบาล่า ลากจากขวาเข้าไปซัดด้วยซ้ายไปติดบล็อคแนวรับเจ้าถิ่น ถัดมาอีกนาที เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ยิงด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ มัตเตีย เปริน

    นาที 13 ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดด้วยขวาเน้นๆนอกกรอบ บอลพุ่งไปติดมือ มัตเตีย เปริน ปัดออกหลังเป็นเตะมุม

    ทีมเยือนบี้กดดันอย่างหนักชนิดพับสนามบุก นาที 16 โรนัลโด้ ได้โอกาสโชว์อีกทีคราวนี้กดด้วยขวาเต็มแรงแต่บอลยังไปเข้ามือ เปริน 

    นาที 35 ม้าลายลุยขึ้นมาอีก คราวนี้ ฮวน กวาดราโด้ ครอสบอลเข้ามาให้ อาเดรียง ราบิโอต์ ขึ้นโขกในกรอบไม่กี่หลาบอลยังไปติดมือนายด่านเจนัว

    นาที 43 ทีมเยือนชวดได้ประตูขึ้นนำอีกหน ดีบาล่า ไหลต่อให้ โรนัลโด้ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งไปติดมือ มัตเตีย เปริน ปัดออกหลังชนิดหวุดหวิด

    จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เจนัว เสมอกับ ยูเวนตุส 0-0

    ครึ่งหลัง คอนเต้ แก้เกมมาดี แค่นาทีที่ 50 ยูเวนตุส มาขึ้นนำจนได้ 1-0 ดั๊กลาส คอสต้า จ่ายเข้ากลางให้ เปาโล ดีบาล่า ได้บอลก่อนเลี้ยงแหวกแนวรับเข้าไปอัดด้วยข้าย

    นาที 57 "CR7" แผลงฤทธิ์จนได้หลัง มิราเล็ม ปานิช จ่ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหลุดเข้าไปหวดนอกรอบบอลพุ่งแรงเบียดเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้สกอร์ของ "ม้าลาย" หนีห่าง 2-0

    นาที 73 ยูเวนตุส มาได้ประตูที่ 3 หนีห่างไปไกล หลัง ดีบาล่า จ่ายเข้ากลางให้ ดั๊กลาส คอสต้า ปั่นโคงไปเสาไกลบอลเลี้ยวเสียบมุมตาข่ายเข้าไป

    กระนั้นอีก 3 นาทีถัดมา เจนัว มาตีไข่แตกได้สำเร็จหลังบอลเลยมาเสาสองถึง อันเดรีย ปินามอนติ ดึงหลบ ฮวน กวาดราโด้ ก่อนตะบันด้วยซ้ายเต็มแรงพุ่งแสกหน้า วอยเชียค เชสนี่ เบียดเสาเข้าไปให้ เจนัว ไล่มาเป็น 1-3

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ยูเวนตุส บุกมาคว้าชัยเหนือเจนัว 3-1 คว้าสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้ง ลาซิโอ รองจ่าฝูง 4 แต้มเหมือนเดิม ส่วน เจนัว ร่วงไปอยู่อันดับ 17 มี 26 คะแนนมากกว่าโซนตกชั้นแค่แต้มเดียว

    รายชื่อ11ผู้เล่นทั้งสองทีม

    เจนัว (3-5-2) : มัตเตีย เปริน – คริสเตียน โรเมโร่, อดาม่า ซูมาโอโร่, อันเดรีย มาซิเอลโล่ – เปาโล กีโญเน่, วาลอน เบห์รามี่, ลาสเซ่ โชน, สเตฟาโน่ สตูราโร่, ฟรานเชสโก้ คาสซาต้า – อันเดรีย ฟาวิลลี่, อันเดรีย ปินามอนติ

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

รามอสซัดชัยจุดโทษ!เรอัล มาดริดบุกเชือดบิลเบาฉีกแต้มนำฝูง

เซร์คิโอ รามอส รับบทฮีโร่ซัดจุดโทษนำชัย พา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด บุกเฉือนหวิว แอธ.บิลเบา ถึงถิ่น 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ ฉีกนำจ่าฝูงทำแต้มหนี โยนความกดดันให้ บาร์เซโลน่า ที่ลงสนามช่วงดึกไปก่อน ในเกมลา ลีกา สเปน ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 63

แอธ.บิลเบา 0-1 เรอัล มาดริด

 สนาม: เอสตาดิโอ ซาน มาเมส
   
    ฟุตบอลลา ลีกา สเปน ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม เจ้าถิ่นแอธ.บิลเบา กุนซือใหญ่ กาอิซก้า การีตาโน่ ยังคงระบบ 4-2-3-1  แผงรุก 3 คนวาง ราอูล การ์เซีย, อิเกร์ มูเนียอิน และ อินญิโก้ กอร์โดบา  เล่นอยู่ข้างหลัง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่ยืนค้ำ
เป็นหน้าเป้า

    ส่วน "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ซีเนดีน ซีดาน จะปรับทีมบางตำแหน่ง ในแนวรับ มาร์เซโล่ จะเบียด แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลงยืนแบ็กซ้าย  แดนกลาง ลูก้า โมดริช  จะลงปั้นเกมร่วมกับ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ โดยมี มาร์โก อเซนซิโอ ยืนหน้ากับ คาริม
เบนเซม่า กับ โรดริโก

    เริ่มเกมมา4นาที ลูกทีมของ ซีดาน เดินหน้าบุกก่อน แล้วก็เกือบมีลุ้น เมื่อ คาริม เบนเซม่า ได้บอลทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จับบอลจังหวะแรกไม่ดีเอง ชวดยิงทักทายก่อนไปอย่างน่าเสียดาย

    ก่อน2นาทีต่อมา แอธ.บิลเบา จะสวนกลับขึ้นมาบ้าง และโอกาสได้จบจากการยิงนอกกรอบของ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ยังดีที่แนวรับ เรอัล มาดริด ยังช่วยกันบล็อคได้ทัน

    นาทีที่17 ราชันชุดขาว หวิดเสียประตูอีกครั้ง เมื่อ ราอูล การ์เซีย ได้โขกจ่อๆคนเดียว ยังดีที่ ติโบล กูร์กตัวส์ โชว์ซูเปอร์เซฟ ได้อย่างสุดยอด เซฟประตูช่วยทีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    ช่วงท้ายครึ่งแรก เรอัล มาดริด ได้ลุ้นเสียวบ้าง เมื่อ คาริม เบนเซม่า ได้โขกบอลหน้าประตู แต่บอลหลุดถากเสาออกหลังไป ทำให้หมดครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0

    เกมเข้าสู่ครึ่งหลัง และผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม เอแดร์ มิลิเตา บาดเจ็บร่วงไปกองกับพื้น ทำให้ต้องหยุดปฐมพยาบาล ก่อนโชคดีที่เจ้าตัวเจ็บไม่มาก ยังเล่นต่อไหว

    นาทีที่72 แฟนๆราชันชุดขาว ได้เฮ เมื่อ มาร์เซโล่ ไปโดนฟาวส์ล้มในกรอบเขตโทษ ก่อนผู้ตัดสินจะเช็กวีเออาร์ ก่อนเป่าชี้เป็นลูกจุดโทษให้ผู้มาเยือน

    ก่อนนาทีต่อมา เซร์คิโอ รามอส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด โดยแม้ อูไน ซิมอน จะเดาทางถูก แต่ก็ปัดไม่ทัน ทำให้ เรอัล มาดริด บุกขึ้นนำ 1-0

    ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลา จึงเป็น เรอัล มาดริด บุกเชือดหวิว แอธ.บิลเบา 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ นำจ่าฝูงทำแต้มฉีกหนี บาร์เซโลน่า ที่ลงสนามช่วงดึกไปก่อน

11 นักเตะของทั้งสองทีม

แอธ.บิลเบา(4-2-3-1) อูไน ซิมอน-อันเดร์ กาป้า,เยเรย์ อัลวาเรซ (อูไน นูเนซ น.21),อินญิโก้ มาร์ติเนซ,ยูริ เบร์ชีเช่ – ดานี่ การ์เซีย,อูไน โลเปซ (มิเกล เวสก้า น.63) – ราอูล การ์เซีย (อาซิเออร์ วิลลาลิเบร น.78),อิเกร์ มูเนียอิน,อินญิโก้ กอร์โดบา (ออสการ์ เดมาร์กอส น.63)-อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ (โออิฮาน ซานเชต น.78)

เรอัล มาดริด (4-3-3) ติโบล กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่,เอแดร์ มิลิเตา,เซร์คิโอ รามอส,ดานี่ การ์บาฆาล-ลูก้า โมดริช,เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ (โทนี่ โครส น.85)-โรดริโก (ลูคัส น.74) ,คาริม เบนเซม่า (ลูก้า โยวิช น.90+5),มาร์โก อเซนซิโอ (จูเนียร์ วินิซิอุส น.74)

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร

 

ต้องเฮเท่านั้น! บาร์ซ่าไม่ง่ายมี “เมสซี่” นำทัพเยือนบียาร์เรอัล

กีเก้ เซเตียน กุนซือ "เจ้าบุญทุ่ม" รองจ่าฝูงต้องคว้า 3 แต้มเท่านั้นหากยังหวังลุ้นแชมป์หลังตาม เรอัล มาดริด อยู่ถึง 4 คะแนน ความพร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่เต็มสูบนำโดย ลิโอเนล เมสซี่ ส่วนทาง บียาร์เรอัล ของนายใหญ่ ฆาเบียร์ กาเยฆา รั้งอันดับ 5 ผลงานร้อนแรงเหลือเกินมี ปาโก้ อัลกาเซร์ ลุ้นซัดทีมเก่า ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563
บียาร์เรอัล (5) – บาร์เซโลน่า (2)
เวลา : 03.00 น.

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา เซรามีก้า, บียาร์เรอัล

    ฆาเบียร์ กาเยฆา กุนซือบียาร์เรอัล เตรียมโรเตชั่นทีมหลายตำแหน่งด้วยกัน ไล่ตั้งแต่แผงหลัง มาริโอ กาสปาร์ ลงแบ็กขวาแทน รูเบน เปนญ่า ส่วนแบ็กซ้ายใช้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ เหมือนเดิมเช่นเดียวกับคู่เซนเตอร์ที่ยังใช้ เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล

    แดนกลางจะ มานู ตรีเกโรส ไว้ และใช้ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า ลงทำเกมร่วมกับ แซมโบ อันกีสซ่า ริมเส้นใช้งาน ซามูแอล ชุคเวเซ่ กับ ซานติ กาซอร์ล่า คู่หน้ามี เคราร์ด โมเรโน่ ล่าตาข่ายกับ ปาโก้ อัลกาเซร์ในรายของ รามีโร่ ฟูเนส โมริ เซนเตอร์ฮาล์ฟยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

    กีเก้ เซเตียน กุนซือบาร์เซโลน่า จะกลับมาใช้งานผู้เล่นชุดใหญ่เต็มสูบ โดยเกมนี้จะได้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ แบ็กขวาหายเจ็บกลับมา และมีโอกาสเบียด เนลซอน เซเมโด้ ลงตัวจริงทันที ส่วนตำแหน่งอื่นๆ เหมือนเดิม เกลม็องต์ ล็องเล่ต์ ลงยืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ เคราร์ด ปีเก้ และ จอร์ดี้ อัลบา รับผิดขอบแบ็กซ้าย

    ในแดนกลาง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ลงปั้นเกมร่วมกับ ริกิ ปุช และ อาร์ตูโร่ วีดาล โดยมี อิวาน ราคิติช เป็นตัวสอดแทรก ส่วนแดนหน้า หลุยส์ ซัวเรซ ยืนหน้าเป้า เลโอ เมสซี่ ยืนด้านขวา ส่วนฝั่งซ้ายเป็นอองตวน กรีซมันน์ ที่กลับมาเป็นตัวจริง ในรายของ เฟร็งกี้ เดอ ยอง ยังไม่ฟิตสมบูรณ์ต้องพพักต่อไป

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    บียาร์เรอัล (4-4-2) : เซร์คิโอ อาเซนโฆ-มาริโอ กาสปาร์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, อัลเบร์โต้ โมเรโน่-ซามูแอล ชุคเวเซ่, บิเซนเต้ อิบอร์ร่า, แซมโบ อันกีสซ่า, ซานติ กาซอร์ล่า-เคราร์ด โมเรโน่, ปาโก้อัลกาเซร์

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก อันเดร แทร์ ชเตเก้น-เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา-อาร์ตูโร่ วีดาล, ริกิ ปุช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์-ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อองตวน กรีซมันน์

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
 25/09/19        ลา ลีกา     บาร์เซโลน่า ชนะ บียาร์เรอัล  2-1

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

 บียาร์เรอัล

02/07/20    ชนะ เบติส 2-0(เยือน)        ลา ลีกา
28/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
23/06/20    เสมอ เซบีย่า 2-2  (เหย้า)    ลา ลีกา
20/06/ 20     ชนะ กรานาด้า 1-0 (เยือน)    ลา ลีกา
17/06/20    ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา

บาร์เซโลน่า

01/07/20    เสมอ แอตเลติโก มาดริด 2-2 (เหย้า)    ลา ลีกา
27/06/20    เสมอ เซลต้า 2-2 (เยือน)    ลา ลีกา
23/06/20    ชนะ บิลเบา 1-0  (เหย้า)    ลา ลีกา
19/06/20    เสมอ เซบีย่า 0-0 (เยือน)    ลา ลีกา
17/06/20    ชนะ เลกาเนส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา

เรอัลมาดริดไม่พลาดบุกเฉือนเอสปันญ่อล แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูงทิ้ง2แต้ม

กาเซมีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของ "ราชันชุดขาว" หลังซัดประตูชัยพาทีมบุกไปเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ซิวสามแต้มแซง บาร์เซโลน่า สองคะแนนขึ้นไปนำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ส่วนไอ้นกแก้วจมบ๊วยก้นตารางเช่นเดิม ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอสปันญ่อล ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หาก "ชุดขาว" บุกมาคว้าชัยได้จะแซง บาร์เซโลน่า ถึงสองคะแนนขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงแทน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรกไม่ถึงนาที เอสปันญ่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบก่อนเลยแต่จังหวะซัดด้วยขวาเต็มแรงของ อาเดรียน เอ็มบาร์บา แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ติโบต์ กูร์กตัวส์

    นาที 10 ชุดขาวได้ลุ้นบ้าง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกมาเสาไกลบอลมาตกใส่เท้าของ กาเซมีโร่ หวดด้วยขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเหินคานออกไป

    นาที 20 เอสปันญ่อล ได้ลุ้นจากลูกนิ่งอีก เอ็มบาร์บา เปิดแรงเข้าไปให้ มาร์ก โรต้า ซัดตามน้ำแต่บอลยังไม่โดน ติโบต์ กูร์กตัวส์

    อีก 5 นาทีต่อมา ไอ้นกแก้วได้ลุ้นบ้าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา จ่ายบอลให้ อู่ เล่ย กดด้วยขวาจากนอกรอบ บอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

    นาที 31 โทนี่ ครอส เข้ามาหน้าประตูให้ เซร์คิโอ รามอส ได้โหม่งแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ ดีเอโก้ โลเปซ  และเป็นจังหวะล้ำหน้าของ รามอส ไปอีกด้วย

    นาที 36 "ชุดขาว" เกือบแซงขึ้นนำไปก่อน หลัง คาริม เบนเซม่า โยกหลบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆแต่ยังโดน ดีเอโก้ โลเปซ เหินปัดบอลออกไป

    ท้ายเกม นาที 43 เจ้าบ้านเกือบทำพลาดอีก หลัง ดีเอโก้ โลเปซ ปัดไม่พ้นทางมาหล่นใส่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ซัดด้วยขวาไปติดเซฟของโลเปซ ก่อนจะเลยมาเข้ากลางให้ อาซาร์ ตามซ้ำเข้าไปแต่ โลเปซ นายด่านของไอ้นกแก้วก็ปัดออกไปได้

    กระนั้น นาที 45 เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จหลัง คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางเสาแรกก่อนจะตอกส้นให้ กาเซมีโร่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเข้าไป

    จบครึ่งแรก เอสปันญ่อล ตามหลัง เรอัล มาดริด 0-1

     ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันต่อ นาที 49 อู่ เล่ย ได้กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

    ชุดขาวตอบโต้บ้าง อีก 2 นาทีต่อมา อีสโก้ วางบอลยาวไปในกรอบ 6 หลาทางเสาไกล เบนเซม่า กระโดดแปแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ของ ดีเอโก้ โลเปซ รับไว้ติดมือ

    เจ้าบ้านไม่อยู่เฉย นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะ นิโก้ เมลาเหม็ด จ่ายบอลให้ ดาบิด โลเปซ ซัดด้วยขวานอกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือกูร์กตัวส์รับไว้ได้

    จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ "นกแก้ว" ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – บิคตอร์ เปเรีย, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า (อาเดรีย เปโดรซ่า น.46) – มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ (ปอล โลซาโน่ น.84) – อู่ เล่ย (ออสการ์ เมเลนโด้ น.57) ,อาเดรียน เอ็มบาร์บา (โจนาธาน กาเยรี่ น.69) ,เซร์กี้ ดาร์เดร์ (นิโก้ เมลาเหม็ด น.69) – ราอูล เด โทมัส
 
        เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด้ บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ (โรดรีโก้ น.64), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.63)

 

VAR เปลี่ยนชีวิต! ฟาติโดนไล่ออกหลังลงสนามแค่ 5 นาที

แนวรุกอาซูลกรานาต้องเดินออกจากสนามหลังจากที่ถูกเปลี่ยนลงมาเพียง 5 นาทีเท่านั้น จากจังหวะปะทะที่เขายกขาสูงเข้าใส่คู่แข่ง

อันซู ฟาติ กองหน้าบาร์เซโลนาต้องถูกไล่ออกจากสนาม หลังจากที่ถูกเปลี่ยนลงมาเพียง 5 นาที ในเกมที่เจ้าบุญทุ่มเอาชนะเอสปันญอลไป 1-0 ในเกมลาลีกาเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ดาวรุ่งวัย 17 ปีของทีมอาซูลกรานา ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมาแทนที่เนลสัน เซเมโด้ ตั้งแต่นาทีที่ 46 ของการแข่งขัน เพื่อเสริมเกมรุกให้ทีมซึ่งกำลังเสมอกันอยู่ 0-0 ในเวลานั้น

อย่างไรก็ดี เพียงนาทีที่ 50 ของการแข่งขัน อันซู ฟาติ ก็ต้องเดินออกจากสนาม เมื่อเขาไปเปิดปุ่มยันเข้าใส่หน้าแข้งของ เฟร์นานโด กาเลโร ทีแรกผู้ตัดสินให้เป็นใบเหลือง ทว่าเมื่อวิ่งไปเช็คเหตุการณ์ย้อนหลังที่จอ VAR ก็เปลี่ยนใจมาให้เป็นใบแดงโดยตรงไล่ออกไป

หลังจากนั้นเพียง 3 นาที เอสปันญอลก็มาเหลือ 10 คนเช่นกัน จากจังหวะที่ โปล โลซาโน ไปเปิดปุ่มยันเสาใส่หน้าแข้งของ เคราร์ด ปิเก้ ซึ่งผู้ตัดสินก็เปลี่ยนใจจากใบเหลืองมาให้ใบแดง หลังเดินไปเช็ค VAR เหมือนจังหวะของฟาติไม่มีผิดเพี้ยน

และในที่สุด นาทีที่ 56 บาร์ซาก็มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี ได้ยิงด้วยซ้ายในเขตโทษไปติดบล็อกแนวรับทีมเยือนมาเข้าทาง หลุยส์ ซัวเรซ แปซ้ำดาบสองด้วยขวาเน้น ๆ ตุงตาข่าย ส่งให้เจ้าบ้านออกนำ 1-0 และชนะไปด้วยสกอร์นี้

จบเกม บาร์เซโลนาเก็บเพิ่มเป็น 76 คะแนน รั้งอันดับ 2 ต่อไป แต่ไล่จี้ เรอัล มาดริด จ่าฝูงเหลือแค่แต้มเดียว ส่วนเอสปันญอลจมอยู่อันดับ 20 สุดท้ายของตาราง ยังมี 24 คะแนน และกลายเป็นทีมแรกในลาลีกาฤดูกาลนี้ที่ตกชั้นอย่างเป็นทางการ

แซงนำฝูงแบบเซ็ง! บาร์ซ่าแต้มหล่นโดนเซลต้าไล่เจ๊าท้ายเกม

หลุยส์ ซัวเรซ แม้จะเหมาคนเดียวสองประตู ทว่า บาร์เซโลน่า กลับไม่ได้สามแต้มหลังโดนทีเด็ดของ ยาโก้ อาสปาส ซัดฟรีคิกใน นาที 88 ช่วยให้ เซลต้า บีโก้ ไล่ตีเสมอ 2-2 ส่งผลให้ "เจ้าบุญทุ่ม" แซง เรอัล มาดริด หนึ่งคะแนนขึ้นนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 69 คะแนน แต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา

    ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เซลต้า บีโก้ ทีมอันดับ 16 คว้าชัยมาสองเกมติด ล่าสุดบุกไปอัด เรอัล โซเซียดาด 1-0 เกมนี้รับการมาเยือนของแชมป์เก่า บาร์เซโลน่า ที่แต้มเท่ากับจ่าฝูง เรอัล มาดริด 68 แต้ม แต่เฮดทูเฮดเป็นรองทำให้รั้งรองจ่าฝูง ซึ่งฟอร์มล่าสุดเพิ่งเปิดรังเบียด แอธ.บิลเบา มาหวุดหวิด 1-0

     เริ่มเกมได้แค่ 6 นาที บาร์เซโลน่า เกือบบุกมาขึ้นนำก่อนหลัง เมสซี่ เตะคอนเนอร์มาให้ เคราร์ด ปีเก้ โขกระยะไม่ถึง 6 หลาไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    กระนั้น นาที 20 เจ้าบุญทุ่มมาพังสกอร์ขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะเซ็ตเพลย์หน้ากรอบเขตโทษ เมสซี่ เปิดฟรีคิกเข้ามาทางเสาแรกให้ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ยืนโล่งๆ สะบัดโขกบอลเบียดเสาเข้าไป

    นาที 24 เซลต้า มีโอกาสเช่นกันหลัง เดนิส ซัวเรซ จ่ายให้ แบรส์ เมนเดซ กดด้วยซ้ายกลางประตูแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น

     จบครึ่งแรก เซลต้า บีโก้ ตามหลัง บาร์เซโลน่า 0-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง แค่นาที 50 เจ้าบ้านมาทวงประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โอกาย โยกุสลู หลุดเข้าไปในกรอบทางด้านขวาก่อนจะหักเลียดมาในกรอบแค่ 6 หลาให้ เฟดอร์ สโมลอฟ ที่ยืนโล่งๆ ซัดด้วยซ้ายเข้าไป

    นาที 67 บาร์เซโลน่า มาแซงขึ้นนำเจ้าถิ่น 2-1 อีกครั้ง และยังเป็นคู่หูคนเดิมอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่วิ่งมาฉกบอลจากแนวรับก่อนจ่ายสั้นๆให้ ซัวเรซ ล้มตัวยิงด้วยซ้ายไปทางเสาไกลหนีมือ รูเบน บลังโก้ เข้าไป

    แต่แล้วในช่วงท้ายเกม นาที 88 เจ้าบ้านมาฮึดไล่ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ หลังได้ฟรีคิกนอกกรอบไม่ถึง 20 หลา ก่อนที่ ยาโก้ อาสปาส จะปั่นหนีกำแพงเบียดเสาเข้าไปชนิดที่ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น ได้แต่ยืนมอง

    จบเกม เซลต้า บีโก้ เสมอกับ บาร์เซโลน่า แบบสนุก 2-2 แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน ส่งผลให้ เจ้าบุญทุ่ม แซง เรอัล มาดริด ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแค่หนึ่งคะแนน โดยมี 69 คะแนน ส่วน "ราชันชุดขาว" ซึ่งมี 68 แต้มจะมีคิวเตะในวันอาทิตย์นี้ด้วยการบุกไปเยือน เอสปันญ่อล

รายชื่อนักเตะลงสนามตัวจริง

    เซลต้า บีโก้ (3-5-2) : รูเบน บลังโก้ – โจเซป ไอดู,จอร์จ แซนซ์ ,เนสตอร์ อาเราโฮ – เกบิน บาสเกซ, บราอิส เมนเดซ, โอกาย โยกุสลู, เดนีส ซัวเรซ, จาโคโบ กอนซาเลซ – ยาโก้ อาสปาส, ฟีโอดอร์ สโมลอฟ

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้, ยอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูโร่ วีดัล, อีวาน ราคิติช, ริการ์ด ปูก – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อันซู ฟาติ

ถึงเวลาราชัน! เรอัลมาดริดเน้นเพื่อจ่าฝูงมี “เบนเซม่า” บุกดับซ่าเอสปันญ่อล

ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ "ราชันชุดขาว" ต้องเน้นเต็มที่ในเกมนี้หลัง บาร์ซ่า ที่ลงสนามไปก่อนนั้นเก็บได้เพียงแต้มเดียวความพร้อมจะขาด ลูก้า โมดริช ติดโทษแบนแดนหน้าไว้ใจ คาริม เบนเซม่า เช่นเคย ส่วนทาง เอสปันญ่อล เจ้าถิ่นของกุนซือ อาเบลาร์โด้ เฟร์นานเดซ ทีมบ๊วยของตารางมี โฆนาตาน กาเยรี่ ลงบู๊สู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563
เอสปันญ่อล (20) – เรอัล มาดริด (2)
เวลา : 03.00 น.

สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    อาเบลาร์โด้ เฟร์นานเดซ เทรนเนอร์เอสปันญ่อล เตรียมกลับใช้ชุดใหญ่ลงสนามอีกครั้งหลังพักไปหลายคนในเกมพ่ายเบติส เกมรับได้ เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า กับ เลอันโดร กาเบรอา พ้นโทษแบนกลับมายืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกันอีกครั้ง

    ส่วนแบ็กขวา ฆาบี โลเปซ ซ้ายเป็น ดีดัค บีล่า ที่ผ่านความฟิตกลับมา แดนกลาง มาร์ค โรก้า เดินเกมร่วมกับ ดาบิด โลเปซ, ริมเส้นฝั่งซ้าย ดาเนียล เอ็มบาร์บ้า ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ส่วนฝั่งขวาใช้ ออสการ์ เมเลนโด้ ด้านกองหน้า โฆนาตาน กาเยรี่ ยืนล่าตาข่ายกับ อู่ เล่ย

    ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์เรอัล มาดริด จะได้ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามอีกครั้ง แต่จะไม่มี ลูก้า โมดริช กับ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ที่ติดโทษแบนสวนทางกัน แบ็กซ้ายจะเป็นโอกาสของ มาร์เซโล่ ได้ลงตัวจริง ส่วนแบ็กขวา ดานี่ การ์บาฆาล จะลงเล่นต่อไป โดยมี เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ ราฟาแอล วาราน

    แดนกลาง โทนี่ โครส กลับมาเป็นตัวจริงคุมจังหวะกับ อีสโก้ และ กาเซมีโร่ ตัวรุก 3 คนใช้ วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า และ เอแด็น อาซาร์ ส่วนในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ กับ ลูก้า โยวิช, ลูกัส บาซเกซ นั้นยังไม่พร้อมลงสนาม

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – ฆาบี โลเปซ, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า – ออสการ์ เมเลนโด้, มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ, ดาเนียล เอ็มบาร์บา – อู่ เล่ย, โฆนาตาน กาเยรี่
 
    เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – มาร์เซโล่, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, ดานี่ การ์บาฆาล – อีสโก้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส, วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เอสปันญ่อล

26/06/20    แพ้ เรอัล เบติส 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
20/06/20    แพ้ เลบันเต้ 1-3 (เหย้า)    ลา ลีกา
17/06/20    เสมอ เคตาเฟ่ 1-1 (เยือน)    ลา ลีกา
13/06/20    ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
08/03/20    แพ้ โอซาซูน่า 0-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
   
เรอัล มาดริด

25/06/20    ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ เรอัล โซเซียดาด 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
19/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
15/06/20    ชนะ เออิบาร์ 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา