โด้ปืนผืด! ยูเวนตุสหวิดแย่ไล่เจ๊าซาสซูโอโล่ไร้ชัย3เกมติด

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ควานหาสามแต้มไม่เจอมาสาในัดติดแล้ว ล่าสุดบุกไปนำก่อนครึ่งแรก แต่สรุปทำได้แค่ตามตีเสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม ต้องรอการฉลองแชมป์ออกไปก่อน ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม : มาเปอี สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยังต้องเดินหน้าคว้าคะแนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการขยับซิวแชมป์ให้เร็วมากยิ่งขึ้น หลังนำทีมตามอยู่ 6 แต้ม เมาริซิโอ ซาร์รี่ เฮดโค้ชทีมเยือน ใส่ผู้เล่นแบบหมุนเวียนพัก "ดีบาล่า" เป็นสำรอง แต่ส่ง "โรนัลโด้" เป็นตัวจริงลุ้นยิงประตูที่ 50 ในเสื้อยูเว่ ขณะที่เจ้าบ้าน ซาสซูโอโล่ ฟอร์มหกเกมหลังไม่มีคำว่าแพ้ เป็นการชนะ 4 เกมติดอีกด้วย โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เทรนเนอร์ของทีม ปลื้มผลงานแต่หวังสร้างความประหลาดใจสอยจ่าฝูงให้ได้

     ม้าลายนำเร็วนาทีที่ 5 มิราเล็ม ปานิช วางลูกเตะมุมทางขวาออกตรงวงกลมนอกกรอบเขตโทษ ดานิโล่ ยืนรอส่องด้วยเท้าขวาบอลแหวกผู้เล่นทั้งสองทีมเข้าซุกกลางตาข่ายแบบที่ อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านหมดสิทธิ์รับ

     เจ้าถิ่นบุกบ้างนาทีที่ 10 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กระชากบอลมาทางริมสนามด้านขวา โยกหนี อเล็กซ์ ซานโดร มาหน้ากรอบเขตโทษตรงกลาง ปั่นบอลโค้งแต่ทิศทางไม่ห่างมือ วอยเชียค เชสนี่ จับบอลอยู่มือ

     ม้าลายโขยกหนีนาทีที่ 12 ดานิโล่ จ่ายบอลเส้นข้างยัดเข้ากลางสนามก่อน มิราเล็ม ปานิช ตวัดบอลทีเดียวทิ้งมาด้านหน้าให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน สปีดมาเก็บบอลลุยเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาไปซัดบอลผ่านตัวนายด่านซาสซูโอโล่ ตุงตาข่ายไปอีกเม็ด

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 22 อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านออกมาโหม่งบอลหวังตัดโอกาสคู่แข่ง ทว่าบอลกลับมาหา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลสนามข้างขวายิงไกล บอลน้ำหนักได้ลุ้นแต่ทิศทางไม่ดีพอชนข้างตาข่ายประตูแทน

     ซาสซูโอโล่เกือบเฮบ้างนาทีที่ 24 เมิร์ต มูลดูร์ เก็บบอลได้ทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ เลี้ยงล็อกเข้าเหลี่ยมเท้าขวาซัดบอลพุ่งเข้าหาประตู แต่ว่า วอยเชียค เชสนี่ มือกาวม้าลายเหยียดมือปัดออกมาก่อนผู้เล่นยูเว่เคลียร์ทิ้งออกไป

     ต่อมานาทีที่ 27 มานูเอล โลคาเตลลี่ ส่งบอลต่อให้ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กลางสนามจ่ายฝากบอลไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ส่งบอลลอดขา ,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ทะลุมาที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้วิ่งไปรับบอลชิ่งหลุดเข้าเขตโทษแต่ว่ายิงไม่ผ่านตัว วอยเชียค เชสนี่ ที่ออกมาขวางได้ทันเวลา

     เจ้าถิ่นไล่มานาทีที่ 29 เมิร์ต มูลดูร์ ลากบอลตะลุยจากริมสนามฝั่งขวามาหน้ากรอบเขตโทษโดน โรดริโก้ เบนตันกูร์ เตะสกัดบอลไปถูกตัว อเล็กซ์ ซานโดร กระดอนมาหา ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ใช้ตัวบังบอลในเขตโทษจิ้มป้ายให้ ฟิลิป ยูริซิช ยิงตามน้ำบอลลอยข้ามตัวนายทวารม้าลายเข้าไป

     ช่วงนาทีที่ 45+4 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษจ่ายตรงให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ดีดออกข้างไปที่ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ จ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สบจังหวะซัดบอลแต่ว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นตามมาบล็อกบอลลอยข้ามคานออกหลังไป จบ 45 นาที ยูเวนตุส บุกนำอยู่ 2-1

     ม้าลายชวดเฮนาทีที่ 46 จากความผิดพลาดของ อันเดรีย คอนซิยี่ นายด่านเจ้าบ้านที่ใช้มือจับบอลหลังเพื่อนเตะคืนหลัง มิราเล็ม ปานิช เขี่ยฟรีคิกสองจังหวะริมกรอบเขตโทษ 6 หลาทางซ้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดบอลติดกำแพงผู้เล่นซาสซูโอโล่ ที่กรูเข้ามาขวาง

     ซาสซูโอโล่ตีคืนสำเร็จนาทีที่ 51 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาเยื้องมาด้านขวา บอลพุ่งลอดกำแพงดาวเตะยูเว่ที่ยืนเรียงรายขวางทางเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

     เจ้าถิ่นแซงนำนาทีที่ 54 ฟิลิป ยูริซิช ส่งบอลสั้นให้ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ เปิดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษออกข้างไปทางขวา โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ โยกหนีแนวรับทีมเยือนแล้วยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตูที่เสาสอง ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ปรี่มาสไลด์ทิ่มบอลกลิ้งซุกประตูไป

     ม้าลายหวังเอาคืนนาทีที่ 60 ดานิโล่ เลี้ยงมากลางสนามไหลให้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ รับบอลก่อนหยอดมาในเขตโทษที่ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัวสำรองที่ลงมาโขกบอลคนเดียวไร้ตัวประกอบแต่ว่าบอลกลับออกข้างเสาไปแบบน่าเสียดาย

     ยูเว่ไล่เจ๊าทันนาทีที่ 64 โรดริโก้ เบนตันกูร์ โยนลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลลอยเข้าเขตโทษเสาแรกและเป็น อเล็กซ์ ซานโดร ฟูลแบ็กม้าลายโถมตัวโหม่งบอลในกรอบ 6 หลา เข้าไปกองที่ก้มตาข่ายอีกเม็ด

     ทีมเยือนพลาดโอกาสนาทีที่ 78 อเล็กซ์ ซานโดร เลี้อยบอลเลาะมาทางริมสนามฝั่งซ้าย ตัดเข้าเขตโทษด้านเดียวกันเปิดย้อนเข้ามาในเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาจับบอลล็อกหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านแล้วซัดเต็มเท้า แต่ อันเดรีย คอนซิยี่ มือกาวซาสซูโอโล่ปัดออกมาได้ยอดเยี่ยม

     เจ้าบ้านเกือบนำอีกนาทีที่ 84 ฮาเหม็ด ตราโอเล่ ส่งบอลฝากไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ หน้ากรอบเขตโทษก่อนหัวหอกสำรองวิ่งมารับบอลตรงกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วยิงบอลอัดแนวรับม้าลายกระดอนมาเข้าทาง เฌเรมี่ โบก้า ปั่นเล่นทางบอลหนีตัว วอยเชียค เชสนี่ แต่ยังมี อเล็กซ์ ซานโดร ถอยไปคุมเส้นย่อตัวโหม่งสกัดออกไป จบเกม ยูเวนตุส ทำได้แค่ไล่เสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ซาสซูโอโล่ (4-2-3-1): อันเดรีย คอนซิยี่,เมิร์ต มูลดูร์,วลัด คิริเชส (มาร์ลอน น.75),เฟเดริโก้ เปลูโซ่,จอร์กอส คีเรียโคปูลอส,ฟรานเชสโก้ มานาเนลลี่ (เมห์ดี้ บูราเบีย น.67),มานูเอล โลคาเตลลี่,โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ (จาน มาร์โก แฟร์รารี่ น.86),ฟิลิป ยูริซิช (ฮาเหม็ด ตราโอเล่ น.67),เฌเรมี่ โบก้า (จานโคโม่ ราสปาโดรี่ น.86),ฟรานเชสโก้ คาปูโต้

ยูเวนตุส (4-3-3): วอยเชียค เชสนี่,ดานิโล่,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ดานิเอเล่ รูกานี่ น.46),อเล็กซ์ ซานโดร,โรดริโก้ เบนตันกูร์,มิราเล็ม ปานิช (อาเดรียง ราบิโอต์ น.57),แบลส มาตุยดี้ (อารอน แรมซี่ย์ น.86),เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ดั๊กลาส คอสต้า น.62),กอนซาโล่ อิกวาอิน (เปาโล ดีบาล่า น.57),คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ดีบาล่าแจ่ม-โด้ซัดเต็มข้อ! ยูเวนตุสบุกสอยเจนัว นำฝูงทิ้งลาซิโอ4แต้ม

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ฟอร์มยังยอดเยี่ยมหลังบุกไปคว้าชัยเหนือ เจนัว ทีมท้ายตารางแบบไม่ยาก 3-1 เกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดประตูสุดสวย ก่อนที่เปาโล ดีบาล่า จะยิงหนึ่งจ่ายหนึ่ง พาทีมซิวสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้ง ลาซิโอ 4 คะแนนเหมือนเดิม ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สนาม : สตาดิโอ ลุยจิ แฟร์ราริส (เจนัว)

    เริ่มครึ่งแรก เป็นทัพ "ม้าลาย" ที่ทำได้ดีกว่า นาที 11 เปาโล ดีบาล่า ลากจากขวาเข้าไปซัดด้วยซ้ายไปติดบล็อคแนวรับเจ้าถิ่น ถัดมาอีกนาที เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ยิงด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ มัตเตีย เปริน

    นาที 13 ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดด้วยขวาเน้นๆนอกกรอบ บอลพุ่งไปติดมือ มัตเตีย เปริน ปัดออกหลังเป็นเตะมุม

    ทีมเยือนบี้กดดันอย่างหนักชนิดพับสนามบุก นาที 16 โรนัลโด้ ได้โอกาสโชว์อีกทีคราวนี้กดด้วยขวาเต็มแรงแต่บอลยังไปเข้ามือ เปริน 

    นาที 35 ม้าลายลุยขึ้นมาอีก คราวนี้ ฮวน กวาดราโด้ ครอสบอลเข้ามาให้ อาเดรียง ราบิโอต์ ขึ้นโขกในกรอบไม่กี่หลาบอลยังไปติดมือนายด่านเจนัว

    นาที 43 ทีมเยือนชวดได้ประตูขึ้นนำอีกหน ดีบาล่า ไหลต่อให้ โรนัลโด้ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งไปติดมือ มัตเตีย เปริน ปัดออกหลังชนิดหวุดหวิด

    จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เจนัว เสมอกับ ยูเวนตุส 0-0

    ครึ่งหลัง คอนเต้ แก้เกมมาดี แค่นาทีที่ 50 ยูเวนตุส มาขึ้นนำจนได้ 1-0 ดั๊กลาส คอสต้า จ่ายเข้ากลางให้ เปาโล ดีบาล่า ได้บอลก่อนเลี้ยงแหวกแนวรับเข้าไปอัดด้วยข้าย

    นาที 57 "CR7" แผลงฤทธิ์จนได้หลัง มิราเล็ม ปานิช จ่ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหลุดเข้าไปหวดนอกรอบบอลพุ่งแรงเบียดเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้สกอร์ของ "ม้าลาย" หนีห่าง 2-0

    นาที 73 ยูเวนตุส มาได้ประตูที่ 3 หนีห่างไปไกล หลัง ดีบาล่า จ่ายเข้ากลางให้ ดั๊กลาส คอสต้า ปั่นโคงไปเสาไกลบอลเลี้ยวเสียบมุมตาข่ายเข้าไป

    กระนั้นอีก 3 นาทีถัดมา เจนัว มาตีไข่แตกได้สำเร็จหลังบอลเลยมาเสาสองถึง อันเดรีย ปินามอนติ ดึงหลบ ฮวน กวาดราโด้ ก่อนตะบันด้วยซ้ายเต็มแรงพุ่งแสกหน้า วอยเชียค เชสนี่ เบียดเสาเข้าไปให้ เจนัว ไล่มาเป็น 1-3

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ยูเวนตุส บุกมาคว้าชัยเหนือเจนัว 3-1 คว้าสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้ง ลาซิโอ รองจ่าฝูง 4 แต้มเหมือนเดิม ส่วน เจนัว ร่วงไปอยู่อันดับ 17 มี 26 คะแนนมากกว่าโซนตกชั้นแค่แต้มเดียว

    รายชื่อ11ผู้เล่นทั้งสองทีม

    เจนัว (3-5-2) : มัตเตีย เปริน – คริสเตียน โรเมโร่, อดาม่า ซูมาโอโร่, อันเดรีย มาซิเอลโล่ – เปาโล กีโญเน่, วาลอน เบห์รามี่, ลาสเซ่ โชน, สเตฟาโน่ สตูราโร่, ฟรานเชสโก้ คาสซาต้า – อันเดรีย ฟาวิลลี่, อันเดรีย ปินามอนติ

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

ยูเวนตุสแก้ตัว! โด้ขอเป็นฮีโร่บุกซัดโบโลญญ่าพาทีมหนีลาซิโอ

"ม้าลาย" ยูเวนตุส เพิ่งชวดแชมป์โคปปาอิตาเลีย ต้องลืมความผิดหวัง เดินหน้าต่อไปในลีกเพื่อทำคะแนนหนี ลาซิโอ ออกไป เกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาสานำทีมบุกถลุง โบโลญญ่า ที่ฟอร์มหลังสามเกมที่ผ่านมาไม่มีชนะ ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563
ปรีวิวฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563
โบโลญญ่า (10) – ยูเวนตุส (1)
เวลา : 02.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2
สนาม : เรนาโต้ ดัลลาร่า

    ซินิซ่า มิไฮโลวิช นายใหญ่โบโลญญ่าประสบปัญหาพอสมควรเมื่อ มัตเตีย บานี่, เจอร์ดี้ โชเต็น และ เฟเดริโก้ ซานตานเดร์ พร้อมใจกันถูกพักแข้ง อีกทั้ง อันเดรียส สคอฟ โอลเซ่น ก็เจ็บ

    แผงหลัง สเตฟาโน่ เดนส์วิล จึงหุบเข้าในยืนกับ ดานิโล่ และส่ง มิตเชลล์ ไดจ์ส เป็นแบ็กซ้าย ฝั่งขวาใช้ ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ อยู่แล้ว

    แกรี่ เมเดล เก็บบอลตรงกลางกับ นิโกลัส โดมิงเกซ ปล่อยให้ ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่ และ นิโกล่า ซานโซเน่ ทำเกมรุกหลัง มูซ่า บาร์โรว์ หรือยังมี โรดริโก้ ปาลาซิโอ เป็นตัวสอดแทรก

    ด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือยูเวนตุสเพิ่งชวดแชมป์โคปปา อิตาเลีย หลังพ่าย นาโปลี ในนัดชิงชนะเลิศ แถมต้องเสีย อเล็กซ์ ซานโดร กับ ซามี่ เคดิร่า ที่เดี้ยงด้วย ส่วน จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์

    คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟยังวางใจ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แบ็กขวาเลือก ฮวน กวาดราโด้ และให้ มัตเตีย เด ชีโย่ เล่นฝั่งซ้าย

    แดนกลาง มิราเล็ม ปานิช น่าจะถูกดร็อปหลังฟอร์มตกทำให้จะเป็น อารอน แรมซี่ย์ ที่ได้ประสานงานกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ แบลส มาตุยดี้ สามแนวรุกคงเดิมที่ ดั๊กลาส คอสต้า, เปาโล ดีบาล่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

โบโลญญ่า (4-2-3-1) : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้-ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ, ดานิโล่, สเตฟาโน่ เดนส์วิล, มิตเชลล์ ไดจ์ส-แกรี่ เมเดล, นิโกลัส โดมิงเกซ-ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่, นิโกล่า ซานโซเน่-มูซ่า บาร์โรว์

ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่-ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, มัตเตีย เด ชีโย่-อารอน แรมซี่ย์, โรดริโก้ เบนตันกูร์, แบลส มาตุยดี้-ดั๊กลาส คอสต้า, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โด้ซึม-กัตจังผงาด! นาโปลีแม่นโทษดับยูเวนตุสซิวแชมป์โคปปา อิตาเลีย

เจนนาโร่ กัตตูโซ่ นายใหญ่ นาโปลี คว้าแชมป์แรกร่วมกับ นาโปลี อย่างยิ่งใหญ่หลังเสมอ ยูเวนตุส ในเวลา 0-0 ก่อนแม่นกว่าดวลจุดโทษชนะไป 4-2 ในศึกฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย นัดชิงชนะเลิศ คืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : โอลิมปิโก, โรม

    เกมฟุตบอลถ้วยเมืองมะกะโรนีนัดชิงชนะเลิศฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงกฎเล็กน้อย โดยหากเสมอกันในเวลาปกติ 90 นาที จะไม่มีการเล่นต่อเวลาพิเศษ แต่จะยิงจุดโทษตัดสินทันที

    เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์ นาโปลี พาทีมฝ่าด่าน อินเตอร์ มิลาน มาได้ในรอบที่แล้วด้วยสกอร์รวม 2-1 ความพร้อมเกมนี้ขาด ดาวิด ออสปิน่า นายทวารคนสำคัญติดโทษแบน

    ทางด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ ยูเวนตุส ผ่านรอบตัดเชือกมาได้ด้วยการล้ม เอซี มิลาน หลังสกอร์รวมเสมอกัน 1-1 แต่ยังได้เข้ารอบเพราะกฎยิงประตูทีมเยือน สภาพทีมไม่มีปัญหาเพิ่มนำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    เปิดฉากครึ่งแรกได้เพียง 5 นาทีเป็น "ม้าลาย" ทักทายก่อนจากความผิดพลาดของแนวรับ นาโปลี โดน เปาโล ดีบาล่า ฉกบอลได้ในกรอบเขตโทษก่อนจ่ายย้อนให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิ่งมาเอียงตัวซัดไปติดเซฟ อเล็กซ์ เมเร็ต

    นาทีที่ 15 นาโปลี เกือบได้ลูกจุดโทษเป็นจังหวะ มาริโอ รุย หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนโดน อเล็กซ์ ซานโดร ตามมาเบียดร่วงลงไปจากด้านหลังแต่ยังไม่เข้าตา ดานิเอเล่ โดเวรี่

    ต่อมานาที 24 นาโปลี พลาดโอกาสทองจากจังหวะลูกฟรีคิกระยะอันตรายของ ลอเรนโซ่ อินซินเย ปั่นบอลด้วยขวาโค้งข้ามกำแพงผ่านมือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ไปชนเสาเด้งออกมา

    ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที นาโปลี เกือบทะยานออกนำเป็น ดีเอโก้ เดมเม่ ลากบอลแหวกแนวรับ ยูเวนตุส เข้าไปซัดด้วยขวาแต่ไปติดขา จานลุยจิ บุฟฟ่อน ล้มตัวเซฟไว้ได้เหลือเชื่อ

    หมดครึ่งเวลาแรก นาโปลี 0 ยูเวนตุส 0

    ครึ่งหลังผ่านมา 15 นาทีทั้งสองทีมเล่นรัดกุมมากขึ้นโดยเป็น นาโปลี ที่ครองบอลมากกว่าแถมมีจังหวะลุ้นทำประตูหลายครั้ง ส่วนทาง ยูเวนตุส มี เปาโล ดีบาล่า ที่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่น

    นาทีที่ 67 นาโปลีพยายามเร่งเครื่องมาได้ลุ้นประตูอีกครั้งจาก มัตเตโอ โปลิตาโน่ ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองรับบอลก่อนตะบันด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแต่ยังเบาไปเข้ามือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน

    ก่อนหมดเวลา 10 นาทีเป็นโอกาสของ มัตเตโอ โปลิตาโน่ อีกครั้งลอยตัวเอาชนะแนวรับ ยูเวนตุส โขกบอลเปลี่ยนทางแต่ก็ไปเข้ามือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน รับไว้ไม่พลาด

    ช่วงทดเจ็บ นาโปลี เกือบได้ประตูสำคัญจากลูกเตะมุมของ มัตเตโอ โปลิตาโน่ ปั่นบอลมาเข้าหัว นิโกล่า มัคซิโมวิช โขกไปติดเซฟ จานลุยจิ บุฟฟ่อน บอลเด้งมาเข้าทาง เอลิฟ เอลมาส ซ้ำจ่อๆไปแฉลบ บุฟฟ่อน เปลี่ยนทางชนเสาออกหลังไป

    จบ 90 นาทีเสมอกัน 0-0 ต้องยิงจุดโทษตัดสินหาผู้ชนะและเป็น นาโปลี ที่แน่นอนกว่าเอาชนะไปด้วยสกอร์ 4-2 คว้าแชมป์ ฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย ไปครอง

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    นาโปลี (4-3-3) : อเล็กซ์ เมเร็ต – โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, นิโกล่า มัคซิโมวิช, คาลิดู คูลิบาลี่, มาริโอ รุย – ฟาเบียน รูอิซ, ดีเอโก้ เดมเม่, ปิโอเตร เซียลินสกี้ – โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส เมอร์เท่นส์, ลอเรนโซ่ อินซินเย่

    ยูเวนตุส (4-3-3) : จานลุยจิ บุฟฟ่อน – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, อเล็กซ์ ซานโดร – มิราเล็ม ปานิช, โรดริโก้ เบนตันกูร์, แบลส มาตุยดี้ – เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ดั๊กลาส คอสต้า

โด้ซัดโทษ-ดีบาล่างามหยด! ยูเวนตุสคัมแบ็คทุบโบโลญญ่าหนีลาซิโอ4แต้ม

เมาริซิโอ ซาร์รี่ นายใหญ่ "ม้าลาย" พาลูกทีมเรียกความมั่นใจสำเร็จหลังอกหักชวดแชมป์โคปปา อิตาเลีย โดยเกมนี้ได้ โรนัลโด้-ดีบาล่า ซัดคนละตุงพาทีมบุกทุบ โบโลญญ่า เก็บ 3 แต้มสำคัญมีเพิ่มเป็น 66 คะแนนยึดจ่าฝูงหนี ลาซิโอ 4 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : เรนาโต้ ดัลลาร่า

    ซินิซ่า มิไฮโลวิช นายใหญ่ โบโลญญ่า ประสบปัญหาพอสมควรเมื่อ มัตเตีย บานี่, เจอร์ดี้ โชเต็น และ เฟเดริโก้ ซานตานเดร์ พร้อมใจกันถูกพักแข้ง อีกทั้ง อันเดรียส สคอฟ โอลเซ่น ก็เจ็บ ส่วนฟอร์มล่าสุดไร้ชัยมา 3 นัดติดรั้งอันดับ 10 ของตาราง

     ด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ ยูเวนตุส เพิ่งชวดแชมป์โคปปา อิตาเลีย หลังพ่าย นาโปลี ในนัดชิงชนะเลิศ แถมต้องเสีย อเล็กซ์ ซานโดร กับ ซามี่ เคดิร่า ที่เดี้ยงด้วย ส่วน จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์ โดยทัพ "ม้าลาย" ยึดจ่าฝูงนำ ลาซิโอ อยู่เพียงแต้มเดียว

    เริ่มเกมได้ 7 นาทีเป็น ยูเวนตุส ทักทายก่อนจากจังหวะลุยของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พาบอลตัดเข้าในก่อนแต่งหาจังหวะตะบันด้วยขวาบอลตกพื้นไปติดเซฟ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ ทุบออกมาได้

    แต่แล้วนาทีที่ 23 "ม้าลาย" มาได้ประตูออกนำจากจังหวะลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายและเป็น สเตฟาโน่ เดนส์วิล ไปเสียเหลี่ยมดึง มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ร่วงลงไปผู้ตัดสินขอเช็ค "วีเออาร์" ก่อนเป่าให้เป็นลูกจุดโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สังหารเข้าไปไม่พลาด

    ก่อนหมดครึ่งแรก 10 นาที ยูเวนตุส มาบวกสกอร์เพิ่มจากการต่อบอลสุดสวยของ เฟเดรีโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ไขว้บอลจ่ายให้ เปาโล ดีบาล่า หมุนตัวปั่นโค้งด้วยซ้ายเสียบเสางามหยด

    นาทีต่อมาโอกาสลุ้นครั้งแรกของ  โบโลญญ่า เป็นลูกยิงไกลนอกกรอบของ นิโกล่า ซานโซเน่ ลองซัดด้วยขวาบอลตกพื้นผ่านหน้าปากประตูออกหลังไป

   นาทีที่ 40 ทีมเยือน พลาดโอกาสทองจากความสุดยอดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โชว์ลีลาหลอกแนวรับ โบโลญญ่า ก่อนเปิดข้ามมาให้ เปาโล ดีบาล่า  สอดมาฮาร์ฟวอลเล่ย์ด้วยขวาออกหลังเหลือเชื่อ

    หมดครึ่งเวลาแรก โบโลญญ่า 0 ยูเวนตุส 2

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 5 นาที คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เกือบบวกประตูที่สองของเจ้าตัวหลังหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยกบอลหลบ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ แต่โชคไม่ดีบอลไม่ตรงกรอบ

    ต่อมาอีกนาทีเดียวคราวนี้เป็น เฟเดรีโก้ แบร์นาร์เดสคี่ หาจังหวะอัดเต็มข้อด้วยซ้ายบอลติดปลายมือ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ ไปชนเสาเด้งมาเข้าทาง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตามซ้ำก็ยิงไปติดเซฟ สโครุปสกี้

    นาทีที่ 60 โบโลญญ่า หวิดตีไข่แตกบ้างจากลูกยิงไกลของ ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ ลาหาช่องปั่นบอลโค้งด้วยซ้ายเฉี่ยวสามเหลี่ยมหลุดออกหลังไปนิดเดียว

    72 นาทีผ่านยังเป็น เจ้าถิ่น ที่ทำได้ดีกว่าเกือบหนีห่างออกไปจากลูกยิงหน้ากรอบเขตโทษของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ บอลผ่านมือ ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ หลุดเสาแรกออกไปไม่ไกล

    ท้ายเกม ยูเวนตุส พลาดประตูปิดกล่องเป็นบอลยาวจากแนวลึกให้ ดั๊กลาส คอสต้า หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าเขตโทษก่อนจ่ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายแต่น่าเสียดายล้ำหน้าไปก่อน

    ช่วงทดเจ็บ ทีมเยือน ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนหลัง ดานิโล่ ที่ลงสนามมาเป็นตัวสำรองโดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามไป

    จบเกม โบโลญญ่า 0 ยูเวนตุส 2 "ม้าลาย" เก็บเพิ่มเป็น 66 คะแนนยึดจ่าฝูงต่อหนี ลาซิโอ 4 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    โบโลญญ่า (4-1-2-3) : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ – ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ, ดานิโล่, สเตฟาโน่ เดนส์วิล, มิตเชลล์ ไดจ์ส – แกรี่ เมเดล – มัทเทียส สวานเบิร์ก, โรแบร์โต้ โซเรียโน่ – ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, นิโกล่า ซานโซเน่ – มูซ่า บาร์โรว์

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, มัตเตีย เด ชีโย่ – มิราเล็ม ปานิช, โรดริโก้ เบนตันกูร์, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดรีโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

เปิดศึก! นาโปลีดวลยูเวนตุสจัด “เมอร์เท่นส์ ฟัด โรนัลโด้” ชิงดำถ้วยโคปปา

เจนนาโร่ กัตตูโซ่ นายใหญ่ นาโปลี ผ่านเข้ารอบชิงดำหลังอัด อินเตอร์ มิลาน มาได้ในรอบที่แล้วความพร้อมขาด ดาวิด ออสปิน่า ติดโทษแบนนอกนั้นพร้อมลุย ทางด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ ยูเวนตุส ปราบ เอซี มิลาน ด้วยกฎยิงประตูทีมเยือน แนวรุกไว้ใจ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นำทัพ ในศึกฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย นัดชิงชนะเลิศ คืนวันพุธที่ 17 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย นัดชิงชนะเลิศ
วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2563
นาโปลี – ยูเวนตุส
เวลา : 02.00 น.
สนาม : โอลิมปิโก, โรม

    เกมฟุตบอลถ้วยเมืองมะกะโรนีนัดชิงชนะเลิศฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงกฎเล็กน้อย โดยหากเสมอกันในเวลาปกติ 90 นาที จะไม่มีการเล่นต่อเวลาพิเศษ แต่จะยิงจุดโทษตัดสินทันที

    เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์ นาโปลี พาทีมฝ่าด่าน อินเตอร์ มิลาน มาได้ในรอบที่แล้วด้วยสกอร์รวม 2-1

    อย่างไรก็ตาม แมตช์นี้ต้องปราศจาก ดาวิด ออสปิน่า ที่ติดโทษแบน ทำให้เป็น อเล็กซ์ เมเร็ต ที่ได้ลงเฝ้าเสาแทน แต่ข่าวดีคือจะได้ ฟาเบียน รูอิซ ฟิตพร้อมออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

    แผงหลัง คอสตาส มาโนลาส ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ ดังนั้น นิโกล่า มัคซิโมวิช จะยังคงได้จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ คาลิดู คูลิบาลี่ ต่อไป แบ็กขวาเป็น โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ฝั่งซ้ายอาจเปลี่ยนใช้ มาริโอ รุย

    ฟาเบียน รูอิซ คืนตัวจริงแดนกลางร่วมกับ ดีเอโก้ เดมเม่ และ ปิโอเตร เซียลินสกี้ แนวรุก ดรีส์ เมอร์เท่นส์ เป็นหน้าเป้า ริมเส้นขวาเลือกระหว่าง โฆเซ่ กาเยฆ่อน หรือ มัตเตโอ โปลิตาโน่ ฝั่งซ้ายยังเป็น ลอเรนโซ่ อินซินเย่

    ด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ ยูเวนตุส ผ่านรอบตัดเชือกมาได้ด้วยการล้ม เอซี มิลาน หลังสกอร์รวมเสมอกัน 1-1 แต่ยังได้เข้ารอบเพราะกฎยิงประตูทีมเยือน

    สภาพทีม จอร์โจ้ คิเอลลินี่, เมรีห์ เดมิราล, อารอน แรมซี่ย์ และ กอนซาโล่ อิกวาอิน ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ คาดว่าจะยังไม่เสี่ยงส่งลงเล่น

    ผู้รักษาประตูใช้ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ลงเล่นในรายการนี้อยู่แล้ว แนวรับ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ยืนปราการหลังตัวกลางกับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แบ็กขวาอาจเปลี่ยนเป็น ฮวน กวาดราโด้ ฝั่งซ้ายคงเดิมที่ อเล็กซ์ ซานโดร

    แผงมิดฟิลด์ มิราเล็ม ปานิช ฟอร์มยังไม่ดีในนัดก่อน อาจถูกดร็อปเป็นสำรอง เปิดทางให้ ซามี่ เคดิร่า ได้เล่นแทนร่วมกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ แบลส มาตุยดี้ สามแนวรุกยังวางใจ เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ดั๊กลาส คอสต้า

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    นาโปลี (4-3-3) : อเล็กซ์ เมเร็ต – โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, นิโกล่า มัคซิโมวิช, คาลิดู คูลิบาลี่, มาริโอ รุย – ฟาเบียน รูอิซ, ดีเอโก้ เดมเม่, ปิโอเตร เซียลินสกี้ – โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส เมอร์เท่นส์, ลอเรนโซ่ อินซินเย่

    ยูเวนตุส (4-3-3) : จานลุยจิ บุฟฟ่อน – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, อเล็กซ์ ซานโดร – ซามี่ เคดิร่า, โรดริโก้ เบนตันกูร์, แบลส มาตุยดี้ – เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ดั๊กลาส คอสต้า

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ โดเวรี่

ประเดิมชุดใหม่! บาเยิร์นเฉือนหวิวแฟรงค์เฟิร์ต 2-1 ลิ่วชิงเดเอฟเบ

เสือใต้ประเดิมใส่ชุดแข่งใหม่เฉือนชนะอินทรีแดงดำแบบหืดจับ ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเดเอฟเบ โพคาลไปพบกับห้างขายยา

เดเอฟเบ โพคาล 2019-2020 รอบรองชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค เปิดรังเหย้า อัลลิอันซ์ อารีนา แบบไร้คนดูตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ต้อนรับการมาเยือนของ ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต

ฮันซี ฟลิค กุนซือเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 โดยใช้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ค้ำหน้าเป้าคอยขับเคลื่อนเกมรุกร่วมกับ คิงสลีย์ โกม็อง, โธมัส มุลเลอร์ และ อิวาน เปริซิช

ด้านทีมเยือนของ อาดี้ ฮุตเตอร์ วางห

มากมาในแผน 3-4-3 ด้วยการใช้สามประสานแนวรุกในแดนหน้าเป็น มิยาต กาซิโนวิช, อังเดร ซิลวา และ เซบาสเตียน โรเด้

เกมในช่วง 45 นาทีแรก เป็นฝั่งของบาเยิร์นซึ่งประเดิมสวมชุดแข่งใหม่ที่จะใช้ในฤดูกาลหน้าลงสนามเป็นครั้งแรก พับสนามบุกอยู่แทบจะข้างเดียว โดยมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 14 จากจังหวะที่ มุลเลอร์ เปิดบอลหน้าเขตโทษให้ เปริซิช พุ่งโหม่งระยะเผาขนตุงตาข่าย ส่งให้เสือใต้ออกนำในครึ่งแรก 1-0

ครึ่งหลังแฟรงค์เฟิร์ตแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองสองคนรวดส่ง ไดจิ คามาดะ กับ แดนนี ดา คอสต้า ลงมาแทน กาซิโนวิช และ อัลมานี ตูเร ในนาทีที่ 66

การแก้เกมของอินทรีแดงดำได้ผลทันตาเห็น เมื่อมาจัดการยิงตีเสมอในนาทีที่ 69 จากการประสานงานกันของสองตัวสำรอง โดยเป็น คามาดะ ตวัดจ่ายบอลทางกราบซ้ายเข้ากลางให้ ดา คอสต้า แปด้วยซ้ายอย่างเด็ดขาด ทำให้สกอร์ขยับมาเท่ากันที่ 1-1

เมื่อโดนตีเสมอ ทำให้แชมป์เก่าซึ่งก่อนหน้านี้เกมรุกแผ่วลงไป ต้องพยายามกลับมาเร่งครองบอลบุกอีกครั้ง จนกระทั่งนาทีที่ 74 ก็มาได้ประตูจากจังหวะที่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ อัลฟองโซ เดวีส์ ดีดต่อให้ โยชัว คิมมิช ที่แม้บอลจะย้อนหลังไปแต่กลายเป็นยังไปสะกิดต่อให้ เลวานดอฟสกี้ แปด้วยซ้ายไม่เหลือ ช่วยให้เจ้าบ้านนำอีกรอบ 2-1

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นบาเยิร์น มิวนิคเฉือนชนะหวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ที่สนามโอลิมเปียสตาดิโอน ในกรุงเบอร์ลิน วันที่ 4 กรกฎาคมนี้

เซย์โน !! สองแข้งดัง ยูเวนตุส ปฏิเสธ ย้ายสลับตัวกับ ปอล ป็อกบา ดาวเตะ แมนยู

        เปาโล ดิบาล่า และ มิราเล็ม ปานิช สองดาวเตะ ยูเวนตุส ปฏิเสธที่จะอยู่ในข้อเสนอสลับตัวกับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ แมนยู หลัง ทีมดัง กัลโช่ เซเรีย อา มีแผนดึงตัวกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง จากการรายงานของ Metro สื่อชื่อดังต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563

        ยูเวนตุส ตกเป็นข่าวว่าเตรียมดึงอดีตเด็กเก่าอย่าง ปอล ป็อกบา กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง หลังกองกลางเฟร้นช์แมนแสดงท่าทีต้องการย้ายออกจาก แมนยู ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งทีมดัง กัลโช่ เซเรีย อา มีแผนที่จะไม่ใช้เงินในการเสริมทัพ แต่จะใช้การสลับนักเตะแทน ทว่าล่าสุด เปาโล ดิบาล่า และ มิราเล็ม ปานิช สองแข้งทีมม้าลายปฏิเสธที่จะอยู่ในข้อเสนอดังกล่าว

  Learn more
        Rai Sport สื่อชื่อดังต่างประเทศรายงานว่า มีผู้เล่นจำนวนหนึ่งถูกพูดถึงว่าอาจได้รับความสนใจจาก ยูไนเต็ด หากมีการยื่นข้อเสนอสลับตัวนักเตะเพื่อแลกกับ ปอล ป็อกบา ซึ่งมีชื่อของ เอเดรียง ราบิโอต์, อารอน แรมซี่ย์ และ ดั๊กลาส คอสต้า รวมไปถึงสองสตาร์ดังอย่าง เปาโล ดิบาล่า กับ มิราเร็ม ปานิช

        สำหรับ ดิบาล่า และ ปานิช เคยตกเป็นข่าวกับทีมปีศาจแดงอยู่ตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ที่ตกเป็นข่าวอย่างหนักเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ในกรณีการสลับตัวนักเตะ ทั้งคู่แสดงความชัดเจนว่าจะไม่เอาด้วยกับข้อเสนอนี้แน่นอน เพราะเขาไม่ได้มีความต้องการที่จะย้ายออกจาก ยูเวนตุส

        อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข่าวว่า ปอล ป็อกบา ต้องการย้ายออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่การมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ช่วยยกระดับทีมให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ดาวเตะแชมป์โลกกระตือรือร้นที่จะกลับมาลงสนาม ซึ่งนั่นอาจทำให้เจ้าตัวตัดสินใจขยายสัญญาใหม่กับทีมออกไปอีกก็ได้

เลวานลงหวดต่อ! บาเยิร์นขอซัดแฟร้งค์เฟิร์ตเล็งแต้มหนีดอร์ทมุนด์

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยังคงได้รับความไว้วางใจให้ลงตัวจริงนำ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เกมเปิดถ้ำหวังพิชิต "อินทรีแดงดำ" แฟร้งค์เฟิร์ต ที่ปราชัยแมตช์ล่าสุดในการคัมแบ็กลีก ในการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2563
ปรีวิวบุนเดสลีกา เยอรมัน
วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2563
บาเยิร์น มิวนิค (1) – แฟร้งค์เฟิร์ต (13)
เวลา : 23.30 น. ถ่ายทอดสด : ฟ็อกซ์ สปอร์ต

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค ที่เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว ทำผลงานรั้งจ่าฝูงเหนียวแน่น ซึ่งสภาพทีมยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า), โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (ข้อเท้า),  ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งหมด
 
  ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 เกมรุก คิงส์เล่ย์ โกมัน จะได้คืนตัวจริงลงประสานงานกับ แซร์ช นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ หน้าเป้าจัด  โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คอยจบสกอร์ แผงหลังยึดชุดเดิมต่อไปใช้ เยโรม บัวเต็ง จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ ดาวิด อลาบา

  ข้ามมาดู  แฟร้งค์เฟิร์ต ภายใต้การคุมทีมของ อาดี้ ฮึทเทอร์ ผลงานภาพรวมยังไม่ฟื้นดีขึ้น เกมล่าสุดแพ้คารังต่อ มึนเช่นกลัดบัค 1-3 แบบสู้ไม่ได้ โดยสภาพทีมหมดสิทธิ์ใช้งาน กอนคาโล่ ปาซิเอนเซีย (กล้ามเนื้อ) กับ โดมินิค คอห์ร ที่ติดโทษแบนหลังสะสมใบเหลืองครบโควตา

  การจัดทัพ ฮึทเทอร์ ปรับใช้ 4-1-2-3 วาง มาโกโตะ ฮาเซเบะ คุมเกมหน้าแผงหลัง โดยมี เซบาสเตียน โรเด้ คอยปั้นเกมร่วมกับ มิยาต กาชิโนวิช  แผงหลังมี ดาวิด อบราอัม จับคู่เซนเตอร์แบ็ก มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์ แบ็กขวาเป็น ดานนี่ ดา คอสต้า  อีกฟากใช้ เอวาน เอ็นดิคก้า แนวรุกส่ง ไดอิจิ คามาดะ ยืนริมเส้นฝั่งขวา อีกฟากเป็น ฟิลิป คอสติช หน้าเป้าจัด อันเดร ซิลวา คอยจบสกอร์

 นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

 บาเยิร์น มิวนิค (4-1-2-3):  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง , ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส  -โยชัว คิมมิช, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์ช นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, คิงส์เล่ย์ โกมัน – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

  เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค
 
  แฟร้งค์เฟิร์ต (4-1-2-3) : เควิน ทรัปป์  – ดานนี่ ดา คอสต้า, ดาวิด อบราอัม, มาร์ติน ฮินเทเรกเกอร์,  เอวาน เอ็นดิคก้า – มาโกโตะ ฮาเซเบะ – เซบาสเตียน โรเด้, มิยาต กาชิโนวิช – ไดอิจิ คามาดะ, อันเดร ซิลวา, ฟิลิป คอสติช

  เทรนเนอร์ : อาดี้ ฮึทเทอร์

ตำนานลิเวอร์พูลสวนบัลลัคหลังหยันฟานไดค์ไม่เคยเจอของจริง

สตีฟ นิโคล อดีตยอดแข้ง ลิเวอร์พูล สวนกลับ มิชาเอล บัลลัค ว่าต่อให้จะต้องเจอกับ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา แต่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก็จะรับมือกับอีกฝ่ายได้แน่ หลังจากก่อนหน้านี้ บัลลัค ออกมาบอกว่า ฟาน ไดค์ แค่โชคดีที่ยุคนี้ไม่มีนักเตะแนวรุกตัวเก่งๆ ใน พรีเมียร์ลีก เหมือนสมัยก่อน จนทำให้มีผลงานการเล่นเกมรับที่โดดเด่น

    สตีฟ นิโคล ตำนานดาวเตะ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอกกลับ มิชาเอล บัลลัค อดีตกองกลางชาวเยอรมันของ เชลซี ด้วยการบอกว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งของ "หงส์แดง" สามารถรับมือกระทั่ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ได้แบบไม่ยากเย็นเกินไป

    ฟาน ไดค์ ได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ หลังจากที่เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนทำให้เกมรับของ ลิเวอร์พูล เหนียวแน่นสุดๆ นับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018

    อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บัลลัค ออกมาบอกว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ ฟาน ไดค์ เล่นเกมรับได้ดีนั้น เป็นเพราะยุคนี้ พรีเมียร์ลีก ไม่มีแนวรุกตัวโหดๆ เยอะเท่าไหร่ โดย บัลลัค บอกว่า "เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ โชคดีมากๆ ที่ได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก ยุคที่มันไม่มีนักเตะแบบ ดร็อกบา, (แฟร้งค์) แลมพาร์ด, อลัน เชียเรอร์, (เธียร์รี่) อองรี, (เวย์น) รูนี่ย์, (โรบิน) ฟาน เพอร์ซี่, (คาร์ลอส) เตเวซ, (เอ็มมานูเอล) อเดบายอร์ และ ดีเอโก้ คอสต้า ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะคิดว่าเขาเป็นกองหลังที่เก่งที่สุดของลีกน่ะนะ"

    นิโคล แสดงความเห็นถึงประเด็นดังกล่าวว่า "ผมอยากรู้เหลือเกินว่าส่วนไหนในเกมการเล่นของเขา (ฟาน ไดค์) ที่ทำให้เขา (บัลลัค) ไม่พอใจ เพราะถ้าคุณลองดูการใช้ร่างกายเข้าปะทะของเขาแล้วน่ะ คุณก็จะเห็นว่าเขาทำได้ดี คุณจะบอกผมเหรอว่า ฟาน ไดค์ ไม่สามารถเอาชนะในด้านการใช้ร่างกายเข้าปะทะได้ในการดวลกับนักเตะคนใดคนหนึ่ง ? แม้กระทั่งกับ ดร็อกบา ?"

    "แน่นอนว่ามันจะเป็นการต่อสู้กันที่น่าสนใจ แต่อย่าบอกผมเชียวว่า ดร็อกบา จะเอาชนะเขาได้สบายๆ ในด้านการใช้ร่างกายปะทะกัน ในด้านความเร็วน่ะผมจำไม่เห็นได้เลยว่ามันมีนักเตะคนไหนใน พรีเมียร์ลีก หรือใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สามารถวิ่งหนีจากการประกบของชายคนนี้ (ฟาน ไดค์) ได้ ดังนั้นเรื่องความเร็วนี่ไม่ใช่ปัญหาเลย"

    "เขาสามารถผ่านบอลได้รึเปล่าน่ะเหรอ ? แน่นอนว่าเขาสามารถผ่านบอลได้ ผมเลยอยากรู้ว่าส่วนไหนในเกมการเล่นของ ฟาน ไดค์ ที่เขาคิดว่าจะแพ้บรรดากองหน้าที่เขายกตัวอย่างมา"