เผยท่าทีล่าสุดของลิเวอร์พูลเรื่องดีลติอาโก้

อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ ลิเวอร์พูล ไม่ได้คิดว่าจำเป็นต้องดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาร่วมทีมเลย โดยทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะล่าตัวเขาและนักเตะชื่อดังคนอื่นๆ ถ้าหากมีกำลังหลักคนไหนบอกลา "หงส์แดง" เท่านั้น

    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่ได้กำหนดให้การดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลาง บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพ เป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดแต่อย่างใด ตามรายงานของ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาระดับโลก

    "หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับ ติอาโก้ อย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่อดีตดาวเตะ บาร์เซโลน่า ต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ ภายหลังเล่นในเยอรมนีมาตั้งแต่ปี 2013 ส่วน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก็ชื่นชอบฝีเท้าของเขามานานแล้ว

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด อีเอสพีเอ็น บอกว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูล ไม่ได้คิดว่าพวกเขาจำเป็นต้องดึงแข้งชื่อดังมาร่วมทีมเลย และจะยอมซื้อนักเตะชื่อก้องมาร่วมทัพก็ต่อเมื่อมีแข้งกำลังหลักคนไหนย้ายออกจากทีมเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ คล็อปป์ และบอร์ดบริหารด้านการเสริมทัพของสโมสรที่นำโดย ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้อำนวยการกีฬาฝีมือดีก็มั่นใจว่าบรรดาแกนหลักในขุมกำลังชุดปัจจุบันจะยังอยู่กับทีมต่อไป นอกจากนี้ สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า คล็อปป์ ก็ยังพอใจในตัว นาบี เกอิต้า และ เคอร์ติส โจนส์ ด้วยเช่นกัน

กฏไฟแนนเชียลต้องคงอยู่!คล็อปป์เปิดใจหลังรู้ผลแมนซิตี้พ้นโทษแบน

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ออกมาแสดงความเห็นถึงผลคำตัดสินของ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส ที่มีคำตัดสินยกเลิกโทษแบนเกมยุโรปของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่ามันไม่ใช่วันที่ดีสำหรับวงการฟุตบอล พร้อมกับหวังว่ากฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์จะยังคงมีต่อไป
    ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส เพิ่งประกาศให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พ้นโทษแบนลงเล่นในเกมยุโรปเมื่อวันจันร์ที่ 13 กรกฏาคมที่ผ่านมา พร้อมกับลดโทษปรับเงินจาก 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1050 ล้านบาท) เหลือเพียง 10 ล้านยูโร (ประมาณ 350 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ คล็อปป์ ยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับฟุตบอล

    คล็อปป์ กล่าวในการแถลงข่าวก่อนเกมที่ ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซน่อล ว่า "ผมไม่รู้ว่าจะตอบเรื่องนี้ได้รึเปล่า มันเป็นเรื่องที่ซีเรียสเลยแหละ, จากมุมมองส่วนตัวผมรู้สึกดีนะที่ แมนซิตี้ ยังได้เล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกในปีหน้า แต่พูดตามตรงผมไม่คิดว่าเมื่อวานนี้มันเป็นวันที่ดีสำหรับวงการฟุตบอลเลย"

    "แน่นอนกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี มันมีไว้เพื่อปกป้องสโมสรและการแข่งขัน เพื่อให้แต่ละสโมสรจำกัดเรื่องการใช้เงิน และทุกทีมต้องทำให้แน่ใจด้วยว่าเงินที่พวกเขาใช้นั้นมาอย่างถูกต้อง"

    "ผมหวังว่ากฏดังกล่าวจะยังคงอยู่ต่อไปเพราะมันทำให้ทุกสโมสรมีขอบเขตที่จำกัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีสำหรับโลกลูกหนัง"

เซอร์ไพรส์!แข้งลีกรองดีใจสุดๆคล็อปป์ร่วมยินดีได้เลื่อนชั้น

หลังจาก อเดบาโย อคินเฟว่า แข้งสุดบึ้กของ วีคอมบ์ พูดแบบติดตลกว่ามีเพียง เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ตนจะร่วมฉลองด้วยผ่านทางโลกออนไลน์หลังจากที่ วีคอมบ์ เลื่อนชั้นได้สำเร็จแล้วนั้น ล่าสุด คล็อปป์ ก็ทำอย่างนั้นจริงๆ ทำเอา อคินเฟว่า ดี๊ด๊าสุดๆ
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำให้ อเดบาโย อคินเฟว่า กองหน้า วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส เซอร์ไพรส์และดีใจสุดๆ ด้วยการส่งคลิปไปร่วมแสดงความยินดีกับการที่ อคินเฟว่า เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ร่วมกับทีมได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ อคินเฟว่า พูดแบบติดตลกว่าคนเดียวที่ตนจะร่วมฉลองด้วยผ่านทางโลกออนไลน์มีเพียง คล็อปป์ เท่านั้น

    แม้ว่า อคินเฟว่า จะไม่ได้เล่นในลีกสูงสุดขงอังกฤษ แต่เขาก็เป็นนักเตะที่ถูกพูดถึงมานานพอตัวแล้ว จากการที่เจ้าตัวมีร่างกายที่หนาและบึกบึนเกินกว่าคนทั่วไปจนทำให้คู่แข่งเบียดเขาล้มได้ยาก โดยเจ้าตัวเป็นแฟนบอลตัวยงของ ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่เด็กด้วย และมี จอห์น บาร์นส์ เป็นนักเตะคนโปรด

    ทั้งนี้ ล่าสุด วีคอมบ์ เพิ่งชนะรอบเพลย์ออฟสำหรับการหาทีมขึ้นไปเล่น เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ของศึก ลีก วัน ประจำฤดูกาล 2019-20 หลังจากที่พวกเขาชนะ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ที่สนาม เวมบลีย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จนทำให้พวกเขาได้ขึ้นไปเล่นในลีกระดับ 2 ของประเทศได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 133 ปีของสโมสร ซึ่งพอจบเกมไปแล้วนั้น อคินเฟว่า ก็ให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้คนเดียวที่ตนจะร่วมฉลองด้วยหากต้องฉลองกันบนโลกออนไลน์มีแค่ คล็อปป์ เท่านั้น "ผมจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้คนเดียวที่ผมจะยอมคุยด้วยผ่านแอพพลิเคชั่น WhatsApp ก็คือ คล็อปป์ เพื่อที่เราจะได้ฉลองด้วยกัน คุณเข้าใจความรู้สึกของผมใช่ป่ะ ? โอ้!"


 

    เรื่องเกี่ยวกับแอพพลิเคชั่น WhatsApp นั้น ส่วนหนึ่งเป็นการสื่อถึงเรื่องที่ อคินเฟว่า เคยพยายามหาทีมเล่นด้วยการขอให้กุนซือต่างๆ ติดต่อมาหาเขาผ่านทาง WhatsApp หลังเขาโดนปล่อยตัวจาก วิมเบิลดัน เมื่อราว 4 ปีก่อน จนเกือบที่จะไม่ได้เล่นฟุตบอลอาชีพต่อ

    พอถึงช่วงเช้าตรู่ของวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม ที่ผ่านมา อคินเฟว่า ก็โพสต์คลิปที่แสดงให้เห็นว่า คล็อปป์ ส่งคลิปแสดงความยินดีมาให้กับตัวเองผ่านทาง WhatsApp จริงๆ โดยเขาเปิดคลิปดูในสภาพที่ยังใส่ชุดแข่งของ วีคอมบ์ อยู่ด้วย ซึ่งในคลิปนั้น คล็อปป์ พูดว่า "สวัสดี พี่เบิ้ม ขอแสดงความยินดีด้วยนะ ที่จริงผมได้ดูเกมนี้เหมือนกัน แต่ไม่ได้เห็นบทสัมภาษณ์ของคุณหลังจบเกม ทว่า เฮนโด้ (จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม ลิเวอร์พูล) กับลูกทีมคนอื่นๆ บอกให้ผมติดต่อมาหาคุณผ่านทาง WhatsApp เอาล่ะ เริ่มเลยแล้วกัน ขอแสดงความยินดีด้วย! ผมมั่นใจว่าตลอดชีวิตของคุณนั้นคุณหวังว่าอย่างน้อยจะได้เป็นนักเตะในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และคุณก็ทำอยางนั้นได้แล้ว ในที่สุดคุณก็ไปถึงจุดนั้นแล้ว ทำได้ดีมาก มันเป็นชัยชนะที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ต่างไปจากปกติ แต่ผมก็หวังว่าคุณจะได้ฉลองความสำเร็จอย่างเหมาะสมนะ"

Are u crazyyyyyyy the man, the myth, the legend sent me a Watsapp. Today can’t get any better. Thank you Klopp #YNWA #Beast20 #BeastMode we did it #champHereWeCome pic.twitter.com/9RgiKZkYt2

— daRealAAkinfenwa (@daRealAkinfenwa) July 13, 2020
    ด้าน อคินเฟว่า ก็ดีใจสุดๆ จนถึงขั้นพูดออกมาดังลั่นว่า "คล็อปป์ คุณมันตำนานชัดๆ! เราทำได้แล้ว ผมบอกคุณแล้วว่ามันจะมีการฉลองกันบน WhatsApp ผมบอกแล้วว่าเราจะได้ฉลองร่วมกัน คุณไม่มีวันเดินเดียวดาย! บีสต์ โหมด! (หมายถึงการเล่นแบบสัตว์ร้าย ซึ่งเจ้าตัวสื่อถึงตัวเอง)" นอกจากนี้ ในโพสต์ดังกล่าวเขายังพิมพ์ข้อความแนบมากับคลิปด้วยว่า "ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ยพวกกกก ยอดคน, คนที่น่าเหลือเชื่อ, คนที่เป็นตำนานได้ส่งข้อความมาหาผมบน WhatsApp วันนี้ไม่มีทางที่จะน่ายินดีไปมากกว่านี้อีกแล้ว ขอบคุณนะ คล็อปป์ #YNWA #Beast20 #BeastMode เราทำได้ #champHereWeCome"

    ที่จริงตอนที่ ลิเวอร์พูล การันตีแชมป์ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ได้นั้น อคินเฟว่า ก็เคยร่วมฉลองด้วยการใส่ชุดแข่งของ "หงส์แดง" ไปทำการซ้อมกับ วีคอมบ์ มาแล้ว แต่ตอนนั้นเขาก็โดนปรับเงินไปด้วย โทษฐานที่ใส่ชุดที่ไม่ถูกต้องตามกฎมาซ้อม โดยปัจจุบัน อคินเฟว่า มีอายุ 38 ปี และฤดูกาลนี้ดาวเตะชาวอังกฤษก็ทำได้ 10 ประตู จากการลงเล่นในลีก 32 นัด

แฟนหงส์ลุ้น?!คล็อปป์เอ่ยปากแล้วเรื่องติอาโก้

หลังจากตกเป็นข่าวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็บอกเองว่าตนชื่นชอบแข้งรายนี้มากๆ แต่เสริมว่าตนก็ชอบนักเตะอีกหลายคนเหมือนกัน
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกเพียงว่าตนชอบ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลาง บาเยิร์น มิวนิค เป็นอย่างมาก ในตอนที่โดนถามเกี่ยวกับข่าวระหว่าง "หงส์แดง" กับดาวเตะรายดังกล่าว

    ติอาโก้ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากลือกันว่าเขาต้องการความท้าทายใหม่ๆ บ้าง ภายหลังอยู่กับ บาเยิร์น มาตั้งแต่ปี 2013 แล้ว และในขณะเดียวกันก็มีรายงานระบุว่าเจ้าตัวสนใจที่จะมาเล่นให้ ลิเวอร์พูล ด้วย ขณะที่ คล็อปป์ เคยบอกตั้งแต่สมัยที่ยังทำงานกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้วว่าชอบฝีเท้าของ ติอาโก้ มากๆ

    ทั้งนี้ หลังจบเกมที่นำ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คล็อปป์ ก็โดนถามข่าวเกี่ยวกับ ติอาโก้ ด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "พวกคุณจะแปลกใจกันไหมเนี่ยถ้าผมไม่ตอบคำถามนี้ ? คือปกติผมไม่เคยตอบคำถามอะไรแบบนี้อยู่แล้วน่ะนะ! เอาล่ะ เขาเป็นนักเตะที่ดี ผมชอบเขามากๆ แต่มันก็มีนักเตะอีกหลายคนที่ผมชอบเหมือนกัน ผมพูดเกี่ยวกับเขาได้แค่นี้แหละ"

เคล็ดลับ! “ฟานไดค์” ยกสูตรคล็อปป์นำหงส์แชมป์ลีก

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แนวรับสุดแกร่ง ลิเวอร์พูล ยกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่พยายามสร้างความแข็งแกร่งให้กับลูกทีมด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนัก ซึ่งทำให้ทัพ "หงส์แดง" สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในซีซั่นนี้ และนำไปสู่ความสำเร็จที่รอคอยมานานถึง 3 ทศวรรษ
               เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เผย เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน เคี่ยวกรำนักเตะอย่างหนักในช่วงฝึกซ้อม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ทีมประกาศศักดิ์ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้

              "เดอะ เร้ดส์" ผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 30 ปี ที่สำคัญพวกเขายังมีโอกาสที่จะสร้างสถิติเก็บแต้มเกิน 100 คะแนน เพราะตอนนี้ซัดไปแล้ว 89 แต้ม และหากสามารถคว้าชัยชนะใน 5 แมตช์ที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ได้ จะทำให้เก็บไป 104 คะแนน แซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำเอาไว้ 100 แต้มในซีซั่น 2017/2018

               กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ เผยถึงเหตุผลที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงมาจากเคล็ดลับในการฝึกซ้อมที่ คล็อปป์ นำมาใช้กับนักเตะ "ทั้งหมดนี้มันเกี่ยวกับการฝึกซ้อมของเขา แนวทางที่เขานำมาใช้กับเราเพื่อทำให้นักเตะทุกคนฟิตสมบูรณ์เต็มที่ ผมเรียกมันว่าเยอรมันสไตล์, การวิ่ง, วิ่ง แล้วก็วิ่ง"

               "ในชีวิตของผมไม่เคยต้องเจอการซ้อมหนักแบบนี้ ผมยังจำได้เราซ้อมกัน 3 ช่วงต่อวันในฝรั่งเศส ไม่มีสื่อ ไม่มีแฟนบอล มีแค่เราเท่านั้น และการทำงานหนักทำให้ร่างกายฟิตสมบูรณ์ เราต้องวิ่งดริลล์เพื่อเรียกความฟิต จากนั้นก็พูดคุยเรื่องแท็กติค เราทำแบบนี้วนไปวนมาตลอด พอผมกลับไปบ้าน ผมกรอบไปทั้งตัว แต่ผมต้องยอมรับว่า ผมมองเห็นประโยชน์ของมันจากการเล่นตลอดทั้งซีซั่นนี้" ฟาน ไดค์ กล่าว

แนวรับเปื่อยยุ่ย!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายแมนซิตี้หมดสภาพ

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมเปี้ยนในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ ปราชัยแบบหมดสภาพเลยทีเดียว หลังบุกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ซีซั่นก่อน แบบยับเยิน 0-4 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ชัดเจนเลยว่า แนวรับของทีมถือเป็นจุดบอด เพราะเล่นกันหละหลวมเหลือเกิน โดยเฉพาะ โจ โกเมซ กับ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และนี่คือผลสอบของลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง
       
– อลีสซง เบ็คเกอร์ : 5
   อาจไม่มีอะไรผิดพลาดน่าเกลียด แต่เกมนี้โดนทะลวงไป 4 ลูก และเกือบจะเป็น 5 ลูกด้วย หากไม่โดน VAR ยึดคืน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 5
  ไม่มีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะ แถมเกมรับมีเล่นพลาดหลายครั้ง เหมือนสมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แถมมีทุ่มบอลให้ กาเบรียล เชซุส ง่ายๆ ในช่วงต้นครึ่งหลัง
 
– โจ โกเมซ : 4
  รับไปเต็มๆ ในเกมนี้ พลาดท่าทำฟาวล์ ราฮีม สเตอร์ลิง จนเสียจุดโทษ แถมโดน สเตอร์ลิง เล่นงานอีกทีในจังหวะเสียประตูที่สอง จนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 6
  แม้ไม่มีความผิดพลาดส่วนบุคคล แถมมีจังหวะช่วยเคลียร์บอลหน้าประตูหนึ่งครั้ง แต่ก็ต้องรับผิดชอบกับเกมรับอันหละหลวมในแมตช์นี้

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 4
  เป็นอีกหนึ่งจุดบอดของทีมในเกมนี้ โดยเฉพาะจังหวะเสียประตูที่สาม ซึ่งโดน ฟิล โฟเด้น ชิ่งบอลหลุดเข้าไปยิงสบายๆ

– ฟาบินโญ่ : 7
  น่าจะเป็นคนที่เล่นดีสุดของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ ทำงานหนักมากในการช่วยต้านเกมของ แมนฯ ซิตี้ ก่อนถอยลงไปยืนเซนเตอร์แบ็กช่วงครึ่งหลัง

– จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 6
  วิ่งช่วยทีมดี พยายามทำอะไรหลายๆ อย่าง แต่สู้แดนกลางของเจ้าถิ่นไม่ไหว

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 5.5
  เริ่มต้นเกมได้น่าพอใจ ก่อนถูกกลืนหายไปจากเกม 

– โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5
  มีโอกาสจบสกอร์สวยๆ สองครั้งในครึ่งแรก แม้ไม่เป็นสกอร์ แต่ก็ถือว่ายิงได้ดีแล้ว (ติดเซฟ เอแดร์ซอน และอีกลูกชนเสา) ส่วนครึ่งหลังก็มีโอกาสอีกหนึ่งครั้ง โดยรวมไม่ได้เลวร้าย เมื่อมองถึงการมีส่วนร่วมกับเกมและความมุ่งมั่นของเจ้าตัว

– ซาดิโอ มาเน่ : 5
  โดยรวมถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังไม่น่อยสำหรับ มาเน่ แถมจังหวะการเล่นก็ดูไม่เป็นใจไปซะหมด

– โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 5
  ฟอร์มยังไม่เข้าที่ตั้งแต่รีสตาร์ท ช่วงครึ่งแรกมีโอกาสได้ตามซ้ำลูกยิงของ ซาลาห์ แต่ก็ยิงเบาเกินไป

 สำรองที่ได้ลงเล่น

– อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (แทน โกเมซ น. 46) : 5
  ทำอะไรไม่ได้มาก แม้มีชื่อเป็นคนทำเข้าประตูตัวเอง แต่จังหวะนั้นก็ทำอะไม่ได้มากเช่นกัน

– นาบี เกอิต้า (แทน ไวจ์นัลดุม น. 62) : 6.5
  ถือว่าไม่เลว ครองบอลได้ดี ดูมีความมั่นใจในการเล่น

– ดิว็อค โอริกี้ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 62) : 5
  มีส่วนร่วมกับเกมน้อย จับบอลนับครั้งได้

– เนโก วิลเลี่ยมส์ (แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น. 76) : 6
  ลงไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มเติม ซึ่งก็เล่นใช้ได้

– ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน มาเน่ น. 85) : –
  ไม่สามารถให้คะแนนได้

ฟาน ไดค์ เผยปัด 2 ทีมใหญ่เลือกลิเวอร์พูลเพราะคนคนเดียว

 

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เปิดอกเผยเหตุผลที่เลือกย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล พร้อมยอมรับว่าช่วงเวลานั้นยังมีอีก 2 ทีมใน พรีเมียร์ลีก อยากได้ตัวเขาไปร่วมทีม

    เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยอดปราการหลังชาวดัตช์ของ ลิเวอร์พูล เผยว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนเลือกย้ายมาเล่นในถิ่น แอนฟิลด์ คือการที่ ‘หงส์แดง’ มีผู้จัดการทีมคือ เจอร์เก้น คล็อปป์ พร้อมยอมรับว่าตนมีโอกาสเลือก เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ แต่ก็ได้ปฏิเสธไป

    ฟาน ไดค์ วัย 28 ปี ประสบความสำเร็จกับ ลิเวอร์พูล เป็นอย่างมากหลังย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,900 ล้านบาท เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 ทั้งคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2019 และล่าสุดก็พา ‘หงส์แดง’ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

    อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าตัวยังได้รับความสนใจจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ รวมถึง เชลซี ที่ตอนนั้นมี อันโตนิโอ คอนเต้ เป็นผู้จัดการทีม ซึ่ง ฟาน ไดค์ เผยถึงเรื่องนี้ว่า "ผมมีโอกาสจะได้ไป เชลซี กับ แมนฯ ซิตี้ "

    "เมื่อคุณเปรียบเทียบกันแล้ว(หมายถึง เชลซี, แมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูล) พิจารณาจากเรื่องประวัติศาสตร์, สภาพเมือง, ขุมกำลังชุดปัจจุบัน รวมถึงแผนการในอนาคตอันใกล้"

    "แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณต้องพิจารณาคือตัวผู้จัดการทีม และ เจอร์เก้น คล็อปป์ คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมผมถึงเลือก ลิเวอร์พูล"

    "คล็อปป์ เป็นคนที่พิเศษ ไม่ว่าเรื่องพลังในตัว หรือภาพลักษณ์โดยรวม บางครั้งผมก็มานั่งคิดถึงสิ่งที่เขาทำซึ่งเขาทำมันได้เหนือกว่าใครๆ"

    "ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องการจัดการความเป็นมนุษย์ของเขา ทุกวันนี้สิ่งนั้นมันสำคัญมาก มากกว่าเรื่องของฟุตบอลเสียอีก"

    "คล็อปป์ มอบความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมให้แก่คุณ ในตอนเช้าที่คุณเข้าไปยังสโมสร เขาจะมีความสุขอย่างแท้จริง มันฟังดูแล้วน่าตลกนะ แต่สิ่งนี้คือแรงบันดาลใจให้แก่คุณในฐานะผู้เล่นได้จริงๆ "

ซูเปอร์ซาลาห์! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกสอยไบรท์ตัน

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ เก็บชัยชนะนัดที่ 30 พร้อมโกยคะแนนเพิ่มเป็น 92 แต้มเรียบร้อย หลังบุกไปพิชิต ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ถึงรัง เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม 3-1 เมื่้อคืนวันพุธที่ผ่านมา ด้วยฟอร์มที่สุดยอดของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ขณะที่ นาบี เกอิต้า กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็เด่นมากๆ ในแดนกลาง และนี่คือผลสอบของลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ละคนที่ได้ลงโชว์เพลงแข้งในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6

    ช่วงครึ่งแรกมีชอตโชว์เซฟสำคัญ ส่วนประตูที่เสียไปก็เข้าใจได้ แต่ถึงกระนั้นก็มีจังหวะที่ออกมาตัดบอลพลาด และเปิดบอลให้เพื่อนไม่ดีอย่างละหนึ่งหนในช่วงครึ่งหลัง

 – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6

    ได้เติมเกมรุกตลอด แต่ก็ไม่มีทีเด็ดอะไร โดยเฉพาะลูกเปิดที่ไม่ทำงานเลยในเกมนี้ 

 – โจ โกเมซ : 7

    ช่วงท้ายเกมมีจังหวะจ่ายบอลคืนหลังไม่ดี จนถูกคู่แข่งแย่งบอลไป ก่อนทำฟาวล์จนได้รับใบเหลือง แต่ฟอร์มโดยรวมถือว่าไม่น่าเกลียด

 – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7.5

    แม้มีบางจังหวะที่คุมพื้นที่หลวมๆ ไปหน่อย แต่ก็ช่วยสกัดสวยๆ หลายครั้ง รวมถึงลูกโด่งที่เก็บได้เกือบหมด

 – เนโก วิลเลี่ยมส์ : 6.5

    ได้รับโอกาสสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกในลีก กล้าเล่นกล้าลุย แถมมีจังหวะสกัดสวยๆ ให้เห็น แต่ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อย ทำให้มีข้อผิดพลาดให้เห็นในเกมรับ แถมมีใบเหลือง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังจบครึ่งแรก

 – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 8

    โดยรวมถือเป็นอีกเกมที่น่าประทับใจสำหรับกัปตัน "เฮนโด้" โดยยิงประตูขึ้นนำ 2-0 ได้อย่างสุดคม แถมเกือบทำเพิ่มได้ด้วย แต่น่าเสียดายที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน จนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงท้ายครึ่งหลัง

 – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

    อาจไม่เด่นมาก แต่ก็มีหลายครั้งที่ช่วยเกมรับได้ดี และเกือบทำประตูจากลูกโขกได้ด้วยในช่วงครึ่งหลัง

  – นาบี เกอิต้า : 8

    โดดเด่นทีเดียวในเกมนี้ มีส่วนสำคัญกับสองประตูแรกที่ทีมได้ โดยเป็นคนแย่งบอลก่อนแอสซิสต์ให้ ซาลาห์ กดประตู 1-0 และหลังจากนั้นแค่สองนาทีก็ตัดบอลจากคู่แข่งได้ ซึ่งนำไปสู่ประตู 2-0 จาก เฮนเดอร์สัน

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

     แม้มีโอกาสลุ้นทำประตูหลายหน แต่โดยรวมเป็นเกมที่ค่อนข้างเงียบ และไม่มีทีเด็ดอะไร ก่อนถูกถอดออกช่วงกลางครึ่งหลัง

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 9

    เด่นสุดในเกมนี้หนีไม่พ้น ซาลาห์ ที่ทำคนเดียวสองประตูอย่างสุดคม มีส่วนร่วมกับเกมสูง และเกือบทำแฮตทริกได้ด้วย นอกจากนี้ยังมี 1 แอสซิสต์เป็นของแถม (จังหวะที่ เฮนเดอร์สัน ยิงประตู 2-0) แม้ไม่ได้มาจากความตั้งใจก็ตาม

  – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

    ยังคงห่างไกลจากช่วงท็อปฟอร์ม เล่นไม่เนียนตาเหมือนเดิม แถมการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายก็ไม่ดี

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน (แทน วิลเลี่ยมส์ น. 46) : 7.5

    นอกจากช่วยเกมรับทางฝั่งซ้ายให้แน่นขึ้นแล้ว ยังเติมเกมรุกได้อันตรายด้วย และสุดท้ายเป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้ ซาลาห์ โขกทำประตู 3-1

 – ซาดิโอ มาเน่ (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 61) : 7

    อาจจะลงไปได้ใบเหลืองเร็ว แต่หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ใช้ความเร็วป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้ไม่น้อย แถมช่วงท้ายเกมเกือบมีประตูด้วย

 – ฟาบินโญ่ (แทน เกอิต้า น. 61) : 7

    แม้ได้รับใบเหลือง แต่ก็ช่วยยกระดับแดนกลางให้ดูแน่นขึ้น

 – เจมส์ มิลเนอร์ (แทน เฮนเดอร์สัน น. 80) : –

    ไม่สามารถให้คะแนนได้

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 87) : –

    ไม่สามารถให้คะแนนได้

โจนส์ซัดเปิดซิง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลนัดเชือดวิลล่า

เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 อย่าง "หงส์แดง" เปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้สำเร็จ ทว่าถือเป็นเกมที่ไม่ง่ายสำหรับ ลิเวอร์พูล ตัวสำรองของพวกเขายังดูห่างชั้นกับตัวจริงอยู่มากจนกระทั่งเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นตัวหลักลงสนามรูปเกมก็ดูดีขึ้นมาชัดเจนจนทำให้ได้ประตู เกมนี้มีหลายคนที่โชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐาน มาเช็กคะแนนแข้ง "เดอะ เร้ดส์" กัน
อลีสซง เบ็คเกอร์ 8

    ช่วงครึ่งแรกมีเซฟลูกวอลเลย์ของ ดั๊กลาส ลูอิซ ไว้ได้เยี่ยม ส่วนครึ่งหลังป้องกันลูกยิงเลียดของ เอล กาห์ซี่ ก่อนจะมาโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดลูกยิงของ แจ็ค กรีลิช เก็บคลีนชีทนัดที่ 13 ของเจ้าตัว

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6

    ครึ่งแรกแทบจะสร้างอันตรายให้คู่แข่งไม่ได้เลย ลูกครอสสวยๆของเขาก็น้อยมาก ครึ่งหลังเริ่มมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น และเป็นคนเริ่มต้นเกมรุกจนได้ประตูปลดล็อก

โจ โกเมซ 6

    หลังจากโชว์ฟอร์มแย่เมื่อเกมที่แล้ว เกมนี้ก็ดูนิ่งขึ้น ไม่มีเคลียร์บอลโฉ่งฉ่าง ใช้ความเร็วให้เป็นประโยชน์ในการแย่งบอลคืนมา

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค 6

    มีจังหวะจ่ายพลาดง่ายๆทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง แต่ถือว่าแก้ตัวได้จากการยืนตำแหน่งดี มีบล็อคลูกยิงของ กรีลิช

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 5

    จังหวะจับบอลแรกไม่ค่อยดี มีแท็กเกิ้ลพลาดสองสามครั้ง โดนใบเหลืองในครึ่งแรก การเปิดบอลให้กรอบเขตโทษของเขายังต่ำกว่ามาตรฐาน

นาบี เกอิต้า 7

    เป็นคนที่สร้างสรรค์เกมรุกได้ดีที่สุดในทีมเกมนี้ หลักฐานคือการแอสซิสต์ให้ มาเน่ ยิงประตู มีจังหวะเชื่อมบอลกับเพื่อนได้ดี ทว่าอาจต้องทำได้ดีกว่าหากจะยึดตัวจริงในแผงกลาง เพราะบางจังหวะยังดูช้าและมีช่วงที่หายไปพักใหญ่ๆ

ฟาบินโญ่ 7

    ยืนตำแหน่งได้ดีในการช่วยตัดเกมสวนกลับของ วิลล่า มีตัดบอลสวยๆหลายครั้ง ช่วยให้ หงส์แดง ครองบอลอยู่ตลอด ก่อนถูกเปลี่ยนตัวครึ่งหลัง

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5

    ค่อนข้างน่าผิดหวังเมื่อมีบอลอยู่กับตัว จ่ายพลาดไปหลายครั้ง ครอสบอลไม่ได้อันตรายเท่าไหร่นัก โดนเปลี่ยนตัวออกครึ่งหลัง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 6

    หาตำแหน่งได้ดีแต่จังหวะสุดท้ายขาดๆเกินๆอยู่หลายครั้ง พยายามเรียกเอาจุดโทษแต่ผู้ตัดสินปฏิเสธ มีโอกาสยิงครั้งเดียวทั้งเกม แอสซิสต์ให้ โจนส์ ยิงประตู

ดิว็อค โอริกี้ 4

    มาพร้อมทรงผมใหม่ แต่ฟอร์มในสนามไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เริ่มต้นเกมด้วยการเป็นกองหน้าตัวกลาง ก่อนจะโยกไปเล่นริมเส้น แต่แทบจะทำอะไรแนวรับวิลล่าไม่ได้เลย

ซาดิโอ มาเน่ 7.5

    ทำงานหนักในการพาบอลไปในพื้นที่อันตราย แต่ยังทำได้ไม่ดีพอในช่วง 70 นาที จนกระทั่งมายิงประตูปลดล็อกให้กับทีมได้สำเร็จ เป็นประตูที่ 20 ในฤดูกาลนี้และเป็นการยิงแตะหลัก 20 ประตู 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 7 (ลงมาแทน ดิว็อค โอริกี้ น.60)

    ลงมาเชื่อมเกมกับเพื่อนทำให้บอลเร็วขึ้นกว่าเดิม ยังตามหาประตูในที่ แอนฟิลด์ ในฤดูกาลนี้หลังยิงติดเซฟของ เรน่า

จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 6 (ลงมาแทน อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.60)

    ใช้ประโยชน์จากการครองบอลได้ดีกว่า แชมเบอร์เลน แต่มีจ่ายพลาดอยู่บ้าง ไม่ได้เห็นเขาในพื้นที่สุดท้ายมากเท่าไหร่

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7 (ลงมาแทน ฟาบินโญ่ น.60)

    ลงมาแล้วทำให้สปีดบอลแดนกลางเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เคอร์ติส โจนส์ 7 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.85)

    ซัดประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ฉลองการต่อสัญญาใหม่

เนโก้ วิลเลี่ยมส์ – (ลงมาแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน น.90+4) ลงมาท้ายเกมแล้ว

เหยี่ยวข่าวเผยลิเวอร์พูลบรรลุเงื่อนไขส่วนตัว “ติอาโก้”

นักข่าวดังชาวอิตาเลียน เผย "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้บรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์เชิงสูง บาเยิร์น มิวนิค ได้แล้ว โดยคาดจะมีการยื่นข้อเสนออย่างจริงจังประมาณ 31 ล้านปอนด์ ในช่วง 2-3 วันต่อจากนี้
    ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/2020 ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ  ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางทีมชาติสเปน "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี  เรียบร้อยแล้ว จากการเปิดเผยของ ทานเครดี้ พัลเมรี่ ผู้สื่อข่าวชื่อดังชาวอิตาเลียน

     ดาวเตะชาวสแปนิชวัย 29 ปี ซึ่งปัจจุบันเหลือสัญญากับ บาเยิร์น แค่ถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้า กำลังมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ลิเวอร์พูล  ที่สำคัญมีรายงานอย่างต่อเนื่องว่านักเตะต้องการที่จะโบกมือลาถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า เพื่อไปเป็นลูกทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์

    ด้วยการที่ ติอาโก้ เหลือสัญญาแค่ปีเดียวทำให้มีความเป็นได้สูงที่ บาเยิร์น จำเป็นต้องขายนักเตะออกไปในราคาถูก โดยคาดว่า "หงส์แดง" เตรียมที่จะยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการประมาณ 31 ล้านปอนด์ (ราว 1,178 ล้านบาท) ในช่วง 2-3 วันนี้ โดยจะจ่ายให้ทันที 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) ส่วนอีก 4 ล้านปอนด์ (ราว 152 ล้านบาท) ขึ้นอยู่กับผลงาน

    ขณะเดียวกัน พัลเมรี่ ซึ่งเป็นนักข่าวดังในประเทศอิตาลี ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ ลิเวอร์พูล ได้บรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับนักเตะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ทั้งนี้ บาเยิร์น พยายามที่จะรั้งนักเตะเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่า ติอาโก้ ต้องการจะย้ายทีม ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาจำใจต้องปล่อยตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ และตัวเลขประมาณ 31 ล้านปอนด์ น่าจะทำให้บอร์ดบริหาร "เสือใต้" ค่อนข้างพอใจเลยทีเดียว