เอลเลียตต์ลั่นพร้อมทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ให้คำมั่นว่าจะขอพิสูจน์ตัวเองเพื่อทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เห็นว่าดีพอสำหรับทีมชุดใหญ่ อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะสอดแทรกเข้าไปในทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าดี ด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็กล่าวชื่นชมที่ เอลเลียตต์ ทำประตูได้ในเกมนี้

ลิเวอร์พูล ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายกับ แบล็คพูล ทีมระดับลีก วัน ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย จบครึ่งแรก ‘หงส์แดง’ มีสกอร์ตามหลัง แบล็คพูล 1-2 แต่ช่วงครึ่งหลังรัวคืนทีเดียวครึ่งโหล แซงกลับเอาชนะได้ 7-2

ด้าน เอลเลียตต์ เจ้าหนูดาวรุ่งวัย 17 ปี ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองพร้อมกับทำประตูแรกในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล และได้โอกาสลงสนามเกมพรีเมียร์ลีก ซีซั่นก่อน แค่ 2 นัด กล่าวว่าตนมีความตั้งใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถเดินตามรอยรุ่นพี่ในทีมได้

"เป้าหมายหลักของผมคือการเข้าไปอยู่ในทีมชุดใหญ่ และได้ลงเล่นบ้าง ทั้งที่นี่(แอนฟิลด์) และที่อื่นๆ "

"ที่คุณเห็นในเกมวันนี้ มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะสอดแทรกเข้าไป มีแต่ผู้เล่นระดับโลกมากมายที่นี่"

"แต่การแค่ได้มีประสบการณ์จากตอนซ้อมกับบรรดาผู้เล่นเหล่านี้และมีเหล่าสตาฟฟ์โค้ชคอยอบรบทุกๆ วัน มันก็เป็นเหมือนฝันเป็นจริง"

"ไม่ว่าโอกาสใดๆ ที่ผมได้รับ ผมก็รู้สึกยินดีและหวังว่าผมจะพิสูจน์ตัวเองให้เจ้านายได้เห็นว่าผมสามารถเติบโตขึ้นไปตามมาตรฐานที่นี่ได้"

ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ ลิเวอร์พูล ก็ออกมาเผยถึง เอลเลียตต์ หลังจบเกมพร้อมชื่นชมพรสวรรค์ที่มีในตัวของดาวรุ่งรายนี้ "มันอยู่ในมือของเขาแล้วล่ะ ผมชอบสิ่งที่เขาทำในวันนี้ เขามีความเฉียบคม มีความเร็ว เขาวิ่งทำทางในแบบที่ต่างจากที่เขาเคยทำบ่อยๆ"

"เด็กหนุ่มรายนี้มีความเป็นเพลย์เมคเกอร์อยู่ในตัว เขาสามารถเป็นตัวทำเกมได้ แต่เขาก็จะต้องเป็นตัวจบสกอร์ที่ดีด้วย คุณต้องสามารถเป็นกองหน้าได้ เป็นกองหลังได้ หรืออะไรประมาณนั้น"

"เราทุกคนต่างก็กำลังพยายามที่จะหาทางทำให้เกิดขึ้นในสนามให้ได้ และนั่นเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องดีมากๆ ที่เขาทำประตูลูกนี้ได้ในวันนี้"

ใกล้ขึ้นยานแม่!บาร์เซโลน่าโอเคเงื่อนไขส่วนตัวกับไวจ์นัลดุมแล้ว

สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของแคว้นกาตาลุนย่า ระบุ บาร์เซโลน่า ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ได้เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่ ลิเวอร์พูล อยากได้เงิน 25 ล้านยูโรเพื่อเป็นค่าตัวของเขา

บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรแห่งศึก ลา ลีกา สเปน บรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลาง ลิเวอร์พูล ได้แล้ว ตามรายงานของ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของแคว้นกาตาลุนย่า

เดิมทีอนาคตของ ไวจ์นัลดุม ก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอยู่แล้ว หลังจากที่เขาเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า โดยที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีการเจรจาเรื่องต่อสัญญากันเลย และนับตั้งแต่ที่ โรนัลด์ คูมัน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า ข่าวการย้ายทีมของ ไวจ์นัลดุม ก็รุนแรงขึ้นไปอีก เนื่องจากกุนซือชาวดัตช์ชื่นชอบฝีเท้าของแข้งวัย 29 ปี เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จากการที่ร่วมงานกันในทีมชาติฮอลแลนด์ก่อนหน้านี้ และอยากได้เขาไปเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำหรับการสร้างขุมกำลัง บาร์เซโลน่า ชุดใหม่

ทั้งนี้ สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า ลิเวอร์พูล จะยอมปล่อย ไวจ์นัลดุม ถ้าหากได้ค่าตัวราว 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ซึ่งตอนนี้ทั้ง 2 ทีมกำลังเจรจาถึงดีลนี้กันอยู่ โดยที่ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็อยากจะปิดดีลกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค ให้ได้เป็นอันดับแรกก่อนที่จะตกลงขาย ไวจ์นัลดุม เช่นกัน

 

ไวจ์นัลดุม-ติอาโก้!ตำนานชี้ลิเวอร์พูลควรใช้ใคร

สตีฟ นิโคล อดีตยอดแบ็กขวาของ ลิเวอร์พูล ระบุ ถ้าให้เลือกว่า ลิเวอร์พูล ควรจะมีใครอยู่ในทีมระหว่าง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม หรอ ติอาโก้ อัลกันตาร่า แล้วนั้น ตนก็ขอเลือก ไวจ์นัลดุม เพราะดาวเตะชาวดัตช์เป็นส่วนหนึ่งในแผงกลางของ "หงส์แดง" ที่ทำผลงานได้โดดเด่นตลอดช่วงที่ผ่านมาอยู่แล้ว

สตีฟ นิโคล ตำนานแบ็กขวาของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าการให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม อยู่กับทีมต่อไปมันจะเป็นผลดีกับ "หงส์แดง" มากกว่าการเอา ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพ

ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ตกเป็นข่าวกับ ติอาโก้ อย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมา ในทางกลับกัน ไวจ์นัลดุม มีข่าวเรื่องลา แอนฟิลด์ อย่างต่อเนื่อง หลังจากเขากำลังจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า และตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการต่อสัญญากันเลย ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่า บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวเขาไปร่วมทัพ

นิโคล กล่าวระหว่างทำหน้าที่กูรูให้ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาระดับโลกว่า "ถ้าเกิด ไวจ์นัลดุม ไม่ได้กระสันที่จะย้ายทีมแล้วล่ะก็ ส่วนตัวแล้วผมก็ขอเลือกเก็บ ไวจ์นัลดุม เอาไว้ต่อไปดีกว่า ผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณจะเปลี่ยนไปทำไมกัน เพราะเห็นได้ชัดว่าขุมกำลังตอนนี้ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากอยู่แล้ว ตอนนี้แดนกลางของพวกเขามีความแข็งแกร่งทั้งในด้านพละกำลัง, การเอาบอลกลับมาครอง, การคอยผ่านบอลให้ 3 แนวรุก แผงกลางของพวกเขาเป็นหนึ่งในแผงกลางที่ดีที่สุดของทวีปยุโรปเลย บางครั้งผมก็คิดว่าการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทำได้ดีอยู่แล้วน่ะมันดูอันตรายนิดหน่อย"

 

ก่อนเป็นฮีโร่คู่!เผยโรเบิร์ตสันเคยทะเลาะกับใครช่วงพักครึ่ง

เจอร์เก้น คล็อปป์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน บอกเองว่าในเกมที่เฉือน วิลล่า 2-1 เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานั้น โรเบิร์ตสัน เคยมีปากเสียงกับ ซาดิโอ มาเน่ โดยที่ โรเบิร์ตสัน พูดแบบติดตลกด้วยว่าน่าจะลองทะเลาะกันบ่อยกว่านี้เผื่อว่ามันจะช่วยทำให้ตนทำประตูได้มากขึ้น
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของ "หงส์แดง" เปิดเผยว่า โรเบิร์ตสัน เคยทะเลาะกับ ซาดิโอ มาเน่ ในช่วงพักครึ่งของเกมลีกที่บุกไปชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 ถึงสนาม วิลล่า พาร์ค เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

    นัดดังกล่าว วิลล่า ขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 21 จาก มาห์มูด เทรเซเก้ต์ ซึ่งตอนแรกทีมเยือนก็ทำท่าว่าจะแพ้แล้ว แต่พวกเขาก็ตีเสมอได้จาก โรเบิร์ตสัน ในนาทีที่ 87 ก่อนที่ มาเน่ จะทำประตูชัยให้กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

    ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ คล็อปป์ กับ โรเบิร์ตสัน ไปร่วมรายการๆ หนึ่งของ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังด้วยกัน ซึ่งตอนนั้น คล็อปป์ พูดขึ้นมาว่า "อยากพูดถึงเรื่องตอนพักครึ่งไหม ?" และฟูลแบ็กชาวสกอตต์ก็ตอบกลับไปว่า "หมายถึงครั้งแรกที่ผมกับ ซาดิโอ ทะเลาะกันสินะครับ"

    หลังจากนั้น คล็อปป์ ก็เสริมว่า "ตอนพักครึ่งน่ะไม่มีใครเลยที่คิดว่าเขา 2 คนจะกลายเป็นคนตัดสินเกมในท้ายที่สุด" ก่อนที่ โรเบิร์ตสัน จะพูดแบบติดตลกว่า "บางทีเราน่าจะทะเลาะกันให้บ่อยกว่านี้นะถ้ามันจะช่วยให้ผมทำประตูได้มากกว่านี้น่ะ!"

คล็อปป์รับผิดเองให้บรูว์สเตอร์ยิงโทษ

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอมรับความผิดของตัวเองที่ตัดสินใจให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ รับหน้าที่เป็นคนยิงจุดโทษในช่วงการตัดสิน ซึ่งสุดท้าย ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายแพ้ อาร์เซน่อล ไปในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ก้มหน้ายอมรับผิดหลังจากตัดสินใจเปลี่ยนตัว ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งลงสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อเป็นคนยิงจุดโทษ ก่อนที่ แข้งวัย 20 ปีจะยิงพลาดจนทำให้ ‘หงส์แดง’ อกหักในรายการนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

    คล็อปป์ ส่ง บรูว์สเตอร์ ลงสนามแทน จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โดยตั้งใจที่จะให้ลูกทีมรายนี้เป็นผู้สังหารจุดโทษในช่วงตัดสิน อย่างไรก็ตาม บรูว์สเตอร์ กลับซัดบอลไปชนคานอย่างจังในการยิงคนที่ 3 ซึ่งเป็นลูกเดียวที่ ลิเวอร์พูล ยิงไม่เข้า ส่วนทางฝั่ง อาร์เซน่อล ยิงเข้ากันทุกคน

    โดยหลังจบเกม กุนซือเลือดด๊อยช์ท ออกมายอมรับความผิดในเรื่องดังกล่าว และยันยันว่าไม่ควรที่จะไปโทษ บรูว์สเตอร์ แต่อย่างใด

    "เรื่องนี้ไม่ต้องโทษ ริอาน เลย"

    "หากใครสักคนที่ต้องถูกกล่าวโทษ คือต้องเป็นผม ผมต้องการให้เขาอยู่ตรงนั้น(คนยิงจุดโทษ) เพราะเขาเป็นตัวจบสกอร์ที่ดีและมีความมั่นใจ แต่วันนี้มันไม่ใช่ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทั้งในชีวิตจริงและโลกฟุตบอล"

    "เราทุกคนต้องเรียนรู้และพัฒนาขึ้น เรารับได้กับความพ่ายแพ้ หากเขายิงเข้าแล้วคนอื่นพลาด ภาพที่ออกมาก็จะเป็นแบบเดียวกัน มันมีเหตุผลอื่นๆ อีกที่สำคัญกว่า การพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แม้ผมไม่เคยเห็นเขาพลาดมาก่อนแต่เรื่องนี้ก็เกิดขึ้น"

ลือหึ่งลิเวอร์พูลพร้อมจ่ายเท่าค่าฉีกสัญญาสอยปีกวัตฟอร์ด

แม้ว่าแนวรุกจะมีคุณภาพดีอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะเดินเครื่องล่าตัว อิสไมล่า ซาร์ ปีก วัตฟอร์ด ด้วยการยอมทุ่มเงิน 40 ล้านปอนด์ตามค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัว ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" มองว่า ซาร์ เป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า อดาม่า ตราโอเร่ หากพิจารณาถึงหลายๆ ปัจจัย
    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะจ่ายเงินเท่ากับค่าฉีกสัญญาของ อิสไมล่า ซาร์ ปีก วัตฟอร์ด เพื่อดึงเขามาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งอยู่ที่ 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    แม้ว่า "หงส์แดง" จะมี 3 แนวรุกชั้นยอดอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้ใช้งานอยู่แล้ว แต่มันก็มีข่าวว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมของพวกเขาต้องการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งต่างๆ เพื่อทำให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากขึ้น

    ทั้งนี้ เดอะ ซัน บอกว่า ซาร์ ถือเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของ คล็อปป์ หลังจากแข้งวัย 22 ปีสามารถเล่นเป็นปีกได้ทั้ง 2 ข้าง รวมถึงหุบเข้ามายืนตรงกลางก็ได้ โดยเรื่องดังกล่าวทำให้เขาดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า อดาม่า ตราโอเร่ ปีก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่เคยมีข่าวกับ ลิเวอร์พูล ก่อนหน้านี้ซะอีก นอกจากนี้ ซาร์ ก็น่าจะไม่บ่นอะไรหากต้องเป็นตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่ ต่างกับ ตราโอเร่ ที่น่าจะจริงจังกับการต้องการเป็นตัวจริงมากกว่า

บริสุทธิ์ใจ!คล็อปป์ให้เหตุผลหนุนเปลี่ยนตัว5คน

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ยืนยันสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนตัวได้ 5 คน ไม่ใช่เพราะเพื่อให้ทีมใหญ่ได้เปรียบ แต่เพื่อประโยชน์ของนักเตะที่จะไม่ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บเพราะโปรแกรมที่แน่นเอี๊ยดในการแข่งขันซีซั่น 2020/2021
   
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดใจถึงผลดีในการเปลี่ยนตัวได้ 5 คนในการแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระบุเป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างมากเพราะทำให้นักเตะมีสภาพร่างกายไม่อ่อนล้ามากจนเกินไป

"เดอะ เร้ดส์" เป็นหนึ่งในสโมสรที่ออกโรงสนับสนุนให้มีการทบทวนเกี่ยวกับแนวคิดการเปลี่ยนตัวได้ 5 คนที่จะมีการประชุมร่วมกับ พรีเมียร์ลีก ในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายนนี้ หลังจากที่ผลการโหวตช่วงต้นเดือนสิงหาคมระบุว่า มี 13 ทีมที่ต้องการให้กลับมาใช้การเปลี่ยนตัว 3 คนเหมือนเดิม

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี และ อาร์เซน่อล คาดว่าอยู่ในกลุ่ม 7 ทีมที่อยากให้ใช้กฎใหม่ โดยเรื่องนี้ คล็อปป์ ยืนยันว่าที่สนับสนุนการเปลี่ยนผู้เล่นได้ 5 คน ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของทีมใหญ่ แต่เพื่อให้นักเตะไม่ต้องเจอกันอาการบาดเจ็บเนื่องจากโปรแกรมการแข่งขันที่อัดแน่นมากๆ ในฤดูกาลนี้

"ผมรู้ว่าคงมีการพูดคุยกันอีกครั้งเพราะมันจะทำให้พวกทีมใหญ่ได้เปรียบ ผมไม่อยากถกเถียงในประเด็นนี้ ผมไม่ต้องการความได้เปรียบจากการแข่งขันอะไรทั้งนั้น เรามี 38 เกมในพรีเมียร์ลีกซึ่งต้องใช้เวลาสั้นกว่าเดิมถึง 4 สัปดาห์ในฤดูกาลนี้ นั่นคือทั้งหมดที่อยากพูด และเท่าที่ผมทราบมาในการแข่งขันรายการอื่นๆ มันก็จะเยอะแบบนี้เหมือนกัน"

"นั่นหมายความว่าจะต้องมีอะไรหลายๆ อย่างที่จะต้องเข้ามาช่วย แต่ผมสามารถนึกภาพทีมอื่นๆ ที่จะมองเห็นความแตกต่างเหล่านี้ แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการได้เปรียบ ผมมองเรื่องนี้จากเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ตอนที่เราต้องลงเล่นในช่วง 9 เกมสุดท้าย ซึ่งเราจะต้องเจอกันเรื่องแบบนี้ในฤดูกาลปัจจุบัน"

"แน่นอนว่านี่เป็นแนวทางที่ดีสำหรับนักฟุตบอล และเรื่องของระดับฟอร์มการเล่นด้วย ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่ผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจในเรื่องเหล่านี้" อดีตเทรนเนอร์ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กล่าวทิ้งท้าย

โอเว่นฟันฉับอาร์เซน่อลหรือลิเวอร์พูล ใครครองโล่การกุศล

ไมเคิล โอเว่น ฟันธงเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ คู่ระหว่าง อาร์เซน่อล พบ ลิเวอร์พูล ในคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ ซึ่งโดยส่วนตัวหวังว่าจะได้เห็นเกมที่สนุกและมีประตูเกิดขึ้นหลายลูก

    ไมเคิล โอเว่น อดีตกองหน้าคนดังของ ลิเวอร์พูล แสดงทรรศนะพร้อมฟันธงผลการแข่งขัน เกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ อาร์เซน่อล จะพบกับ ลิเวอร์พูล ที่สนามเวมบลี่ย์ ในคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้

    อาร์เซน่อล ในฐานะแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อปีก่อน จะทำศึกชิงโล่การกุศล เจอกับ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2019/20 โดยทาง โอเว่น ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นกูรูให้กับ เบ็ทวิคเตอร์ เว็บไซต์ฟุตบอลต่างประเทศ ฟันธงว่าต้นสังกัดเก่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยได้

    "แม้จะมีการพูดกันว่าเกมนี้เป็นเหมือนเกมกระชับมิตร แต่ทั้งสองทีมอยากที่จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยชัยชนะ และผมหวังว่าจะได้เห็นเกมที่สนุกและมีประตูเกิดขึ้นมากมาย"

    "ให้เทียบเรื่องความเตรียมพร้อมและความเฉียบคมของทั้งสองทีมแล้ว ผมยังชอบฝั่งลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่จะแสดงออกมาว่าอยู่ในระดับสูง และจะคว้าอีกหนึ่งโทรฟี่ได้ในช่วงเย็นของวันเสาร์ ผมให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายชนะ 3-1 ละกัน" โอเว่น เผยผ่านบล็อกของ เบ็ท วิคเตอร์

อาร์เซน่อลแม่นโทษดวลเป้าดับลิเวอร์พูล คว้าโลห์คอมมิวนิตี้ ชิลด์

ทาคูมิ มินามิโนะ พังประตูแรกในสีเสื้อลิเวอร์พูลได้เป็นทางการแล้ว หลังซัดไล่ตีเสมอ "ปืนใหญ่" 1-1 ทว่าช่วงดวลจุดโทษกลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ยิงได้แม่นกว่าก่อนจะเอาชนะไปได้ 5-4 คว้าโล่ห์การกุศลไปครอง ในศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม

    ศึก คอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง อาร์เซน่อล เจ้าของแชมป์เอฟเอ คัพ ล่าสุด พบกับ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา

    มิเกล อาร์เตต้า เกมนี้ยังไม่พร้อมใช้ผู้เล่นหลายรายรวมทั้งสตาร์อย่าง วิลเลี่ยน ที่เพิ่งเซ็นฟรีมาจากเชลซี ทำให้แนวรุกวันนี้ใช้ บูกาโย่ ซาก้า, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ส่วนทางฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดชุดใหญ่ขาดแค่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาที่ยังบาดเจ็บ ส่วนสามประสานแดนหน้ายังเป็น ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

    เปิดฉากมาได้แค่ 7 นาทีแรก เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายได้แล้ว แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้า เช่นเดียวกับ VAR จะยืนยันว่าไม่เป็นประตู

    ทัพหงส์ลุยขึ้นมาอีก นาที 12 เนโก วิลเลี่ยมส์ ครอสจากด้านขวาเข้าไปให้ เจมส์ มิลเนอร์ โขกหลุดกรอบออกไปแบบได้เสียว

    ทว่าถัดมาไม่ถึงนาที บอลสวนกลับของ "ปืนใหญ่" แผลงฤทธิ์สำเร็จ บูกาโย่ ซาก้า วางบอลอย่างแม่นให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบก่อนปั่นโค้งๆ ด้วยขวาบอลหนีมือ อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม อาร์เซน่อล ขึ้นนำ 1-0

    นาที 18 ไอ้หนู ซาก้า ที่เปลี่ยนมาสวมเสื้อเบอร์ 7 แทน เล่นได้อย่างโดดเด่น คราวนี้ไหลบอลให้ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ซัดด้วยขวาบอลพุ่งจน อลีสซง ต้องออกแรงปัดออกหลัง

    ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคลำเป้าส่องไม่เข้ากรอบเลยซักหน และเกือบโดนเม็ดที่สองจากบอลสวนกลับของอาร์เซน่อล บูกาโย่ ซาก้า ขึ้นมาทางซ้ายก่อนจ่ายเข้ากลางให้ เอ็นเคเทียห์ ตะบันด้วยขวานอกกรอบ ทว่าบอลพุ่งเหินคานออกไป
   
    ลิเวอร์พูล เน้นการโจมตีด้านข้างเป็นหลัก แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านแนวรับไอ้ปืนใหญ่ที่ช่วยกันได้ดี

    นาที 40 "หงส์แดง" หวิดได้ลุ้นขึ้นนำอีก บอลด้านข้างจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสไปเข้าหัวของ ซาดิโอ มาเน่ ขวิดบางไปบอลผ่านหน้าประตูแม้ ฟาน ไดค์ จะพยายามพุ่งเข้าซ้ำแต่ไม่ถึง

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0

    ครึ่งหลัง นาที 51 "หงส์แดง" เกือบได้ลุ้นตีเสมอ บอลมาถึง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เลี้ยงจี้เข้าหา ดาวิด ลุยซ์ ก่อนจะปั่นด้วยขวาแต่บอลโค้งไม่พอหลุดเสาไปแบบสุดเสียว

    อีก 5 นาทีต่อมา แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดยาวให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปในกรอบแต่จังหวะยิงด้วยขวาดันซัดไปติดตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านไอ้ปืนใหญ่ที่ออกมาบล็อคช่วยทีมไว้ได้

     เกมรุกของลิเวอร์พูลยังเจาะไม่เข้า แม้ นาที 68 ทาคูมิ มินามิโนะ จะตั้งป้อมยิงนอกกรอบเต็มแรงแต่บอลก็ยังพุ่งไปเข้ามือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ
   
    นาที 73 จนแล้วจนรอด แนวรับของปืนโตมาพลาดจนได้หลังบอลเจาะตรงกลาง ซาลาห์ เล่นชิ่งให้ ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ซัดจ่อๆกลางประตูพลาดมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แม้ผู้เล่นอาร์เซน่อลจะฟ้องว่า มินามิโนะ ทำแฮนด์บอลก่อนหน้านี้ แต่หลังจาก อังเดร มาร์ริเนอร์ ได้เช็กกับทีม VAR แล้วไม่เป็นแฮนด์บอลยืนยันให้ประตู "หงส์แดง" ไล่ตีเสมอ 1-1 และเป็นประตูแรกของ มินามิโนะ ในสีเสือลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ
   
    นาที 81 ลิเวอร์พูล เกือบพลิกแซงขึ้นนำ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสบอลมาเสาไกลให้ ซาดิโอ มาเน่ พักอกลงก่อนหลุดเข้าไปซัดติดตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ อย่างน่าเสียดาย

    จบเกม อาร์เซน่อล เสมอกับ ลิเวอร์พูล ในเวลา 1-1 ต้องตัดสินหาผู้ชนะดวลลูกที่จุดโทษ ผลปรากฎว่าแข้งอาร์เซน่อลยิงได้แม่นกว่าเอาชนะ "หงส์แดง" ไปได้ 5-4 ซิวโล่ห์การกุศลไปครอง

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
   
        อาร์เซน่อล (3-4-2-1) :
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์ – เอคตอร์ เบเยริน, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, กรานิต ชาคา, เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนลส์ – บูกาโย่ ซาก้า, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า
 
        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์ – ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์   

        ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

ส่องไลน์อัพลิเวอร์พูล-อาร์เซน่อลชิงโล่การกุศล

คาด 11 ตัวจริงของ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ในเกมชิงโล่การกุศล โดยที่ทั้งสองทีมอาจยังให้กองหน้าดาวรุ่งลงล่าตาข่าย หลังผลงานดีในเกมอุ่นเครื่อง
    ฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ปีนี้จะเป็นการพบกันระหว่าง ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก กับ อาร์เซน่อล แชมป์ เอฟเอ คัพ ที่สนามเวมบลีย์ ในคืนวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ (22.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

    ศึกชิงโล่การกุศลรายการนี้นับเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลใหม่ใกล้เปิดฉาก โดยที่ซีซั่น 2020/21 จะออกสตาร์ตตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายนนี้

    ในเกมนี้คาดว่า ทั้งสองทีมอาจจะยังไม่ส่งชุดใหญ่ลงเต็มสูบ โดยฝั่ง ลิเวอร์พูล มีนักเตะเจ็บอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โฌแอล มาติป และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด ขณะที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังต้องรอเช็กความฟิต

    คาดว่า เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" จะส่ง อลีสซง เบ็คเกอร์ ลงเฝ้าเสา ส่วนแผงแบ็กโฟร์อาจให้ เนโก วิลเลี่ยมส์ ลงมาทำหน้าที่แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็ก ฟานไดค์ น่าจะได้ลงจับคู่กับ โจ โกเมซ โดยมี แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ยืนเป็นแบ็กซ้าย

    ส่วน 3 กองกลางให้ ฟาบินโญ่ ยืนเป็นตัวตัดเกมอยู่หลัง เคอร์ติส โจนส์ กับ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ขณะที่ 3 ประสานแดนหน้าใช้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และอาจเปิดโอกาสให้ ริอาน บรูว์สเตอร์ หัวหอกดาวรุ่งได้ลงเป็นตัวจริงแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลังทำผลงานเยี่ยมในช่วงอุ่นเครื่องปรีซีซั่น

    ด้าน อาร์เซน่อล มีข่าวว่า นักเตะ 4 รายโดนกักตัว หลังเพิ่งกลับจากการเดินทางไปพักร้อนในต่างแดนโดยหนึ่งในนั้นคือ เอมิเลียโน่ มาร์ตีเนซ ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนไตน์ ทำให้ แบรนด์ เลโน่ จะได้กลับมาเป็นตัวจริงหลังหายเจ็บแล้ว

    ส่วนเซนเตอร์แบ็ก 3 คนใช้ วิลเลี่ยม ซาลิบา, ดาวิด ลุยซ์ และ คีแรน เทียร์นี่ หลัง ชโคดราน มุสตาฟี่ กับ ปาโบล มารี ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวน

    ขณะที่กองกลาง 4 คนให้ เซดริก โซอาเรส ยืนฝั่งขวา ส่วน บูกาโย่ ซาก้า ประจำการด้านซ้าย โดยมี กรานิต ชาคา กับ โจ วิลล็อค ยืนคู่กลาง

    ด้าน 3 ประสานแนวรุกให้ วิลเลี่ยน ปีกคนใหม่ยืนด้านขวา ขณะที่ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมย็อง เล่นด้านซ้าย โดยมี เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ยืนหน้าเป้าหลังผลงานเยี่ยมยิงประตูได้ในเกมอุ่นเครื่องที่ถล่ม เอ็มเค ดอนส์ 4-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา