VARพาเซ็ง!ปธ.พาเลซเดือดไม่ได้จุดโทษเกมพ่ายแมนยู

สตีฟ พาริช บิ๊กบอส พาเลซ เดือดดาลสุดขีดที่ทีมงาน วีเออาร์ ไม่ให้ทีมของตนได้ลูกจุดโทษในเกมที่พ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด จากจังหวะที่ วิลฟรีด ซาฮา โดน วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เล่นงาน ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยอมรับว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษชัดเจน

    สตีฟ พาริช ประธาน คริสตัล พาเลซ แสดงความไม่พอใจกับการทำหน้าที่ของทีมงานวีเออาร์ เพราะมองว่าทีมของตนควรจะได้ลูกจุดโทษ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "ดิ อีเกิ้ลส์" แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 คารัง เซลเฮิร์สท์ พาร์ค เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    ในช่วงปลายครึ่งแรก วิลฟรีด ซาฮา ดาวเตะเจ้าถิ่นได้กระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้นจากจังหวะที่ปะทะกับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ซึ่งกรรมการ เกรแฮม สกอตต์ ไม่เป่าให้มันเป็นการทำฟาวล์ ขณะที่ทีมงาน วีเออาร์ มองเห็นจังหวะนี้ แต่ตัดสินใจว่ามันไม่ใช่จังหวะที่ชัดเจนมากพอจะเป็นการฟาวล์ได้เช่นกัน

    นี่ถือเป็นจังหวะเปลี่ยนเกมก็ว่าได้ เพราะในเวลาต่อมา แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก ก่อนที่ทีมเยือนจะได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ในนาทีที่ 78 ทำให้ พาเลซ แพ้เป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน

    "วีเออาร์ มันพังรึไงกัน ? นี่ผมถามแบบจริงจังเลยนะ พวกเขาดูชอต ซาโก้ (สื่อถึงนัดก่อนที่ พาเลซ แพ้ วิลล่า หลังจาก มามาดู ซาโก้ โดนริบประตูเพราะ วีเออาร์ มองว่าเขาทำแฮนด์บอล ทั้งที่บอลมันไปโดนตรงหัวไหล่) อยู่หลายนาทีก่อนที่จะตัดสินว่าเขาทำแฮนด์บอล แต่กลับไม่คิดที่จะพิจารณาจังหวะนี้แม้แต่นิดเดียวได้ยังไงกัน! จังหวะนี้เป็นลูกจุดโทษแบบชัดเจน ขนาดแฟน แมนฯ ยู ที่มีตาข้างเดียวยังรู้ดีเลยว่ามันเป็นจุดโทษชัดๆ" พาริช กล่าวผ่าน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต

    ด้าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้เป็นกูรูให้ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีก็ยอมรับว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษจริงๆ "ผมคิดว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษ วิลฟรีด เป็นคนที่อันตรายมากๆ ในพื้นที่นั้น เขาเป็นหนึ่งในคนที่โดนทำฟาวล์มากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ในลีก แน่นอนว่าเท้าของเขา (ลินเดอเลิฟ) โดนบอล มันไปโดนบอลนิดๆ และ วีเออาร์ อาจจะมองตรงจุดนั้น แต่ถ้าผมเป็นนักเตะ พาเลซ แล้วล่ะก็ ผมก็คงตั้งคำถามว่าทำไมทีมของผมถึงไม่ได้ลูกจุดโทษ ? ผมมองว่ามันเป็นลูกจุดโทษ ผมเป็นคนพูดตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ"

ฟาบินโญ่กินขาดแดนกลาง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมยำพาเลซ

ใกล้ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก เข้าไปทุกทีแล้วสำหรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดเก็บสามแต้มเพิ่มได้ตามคาด หลังเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ลูกทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับเกมก่อนที่บุกไปเจ๊า เอฟเวอร์ตัน 0-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนในแมตช์นี้
11 ผู้เล่นตัวจริง
       
– อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6

        ไม่ต้องออกแรงเซฟแม้แต่ครั้งเดียว

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 8

        เป็นคนช่วยคลายความกดดันให้กับทีม ด้วยลูกยิงฟรีคิกสุดสวยในประตูขึ้นนำ 1-0 แถมเกมนี้ยังขึ้นเติมเกมรุกได้อย่างอิสระด้วย

    – โจ โกเมซ : 6.5

        จริงๆ แล้วเกมนี้จัดการกับลูกโด่งได้ดี แต่มีพลาดหนึ่งครั้งช่วงครึ่งแรก ซึ่งทำให้ทีมเกือบเสียประตูเหมือนกัน

    – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7.5

        คุมแนวรับได้ดีตามมาตรฐาน ตัดบอลสวยๆ ให้เห็นหลายครั้ง แถมช่วงครึ่งแรกมีลุ้นทำประตูด้วย

    – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7.5

        ฟิตกลับมาลงสนามได้ และไม่ทำให้ใครผิดหวัง เกมรับอาจจะเจอบททดสอบไม่มาก แต่ช่วยได้มากในเกมรุก โดยเฉพาะการประสานงานกับ มาเน่ และสุดท้ายก็มีหนึ่งแอสซิสต์ จากจังหวะที่ผ่านบอลให้ ฟาบินโญ่ ส่องไกลเป็นประตู 3-0

    – ฟาบินโญ่ : 9

        ถือเป็นวันของ ฟาบินโญ่ อย่างแท้จริง เพราะนอกจากแอสซิสต์สุดแม่นให้ ซาลาห์ ยิงประตู 2-0 แถมยังซัดไกลเองอย่างสุดสวยเป็นประตู 3-0 แล้ว เกมนี้เจ้าตัวยังคุมแดนกลางได้อย่างสุดยอด ด้วยสถิติแท็กเกิ้ลชนะถึง 6 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนาม

    – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 7

        ช่วยแดนกลางได้ดี แถมช่วงครึ่งแรกเกือบทำประตูได้ด้วย (ยิงชนเสา) แต่ด้วยการที่กล้ามเนื้อเริ่มล้า ทำให้ถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

    – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

        หากตัดเรื่องยิงทิ้งยิงขว้างทิ้งไป ถือเป็นเกมที่เล่นได้โอเคเลย

    – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 8.5

        เป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับ ซาลาห์ เพราะนอกจากยิงประตูขึ้นนำ 2-0 ได้อย่างเฉียบขาดแล้ว ยังเป็นคนผ่านบอลสุดคมให้ มาเน่ หลุดเข้าไปยิงประตูปิดท้ายด้วย และเกมนี้ดูเหมือนเจ้าตัวเล่นได้อย่างมั่นใจทีเดียว

    – ซาดิโอ มาเน่ : 8

        ฟอร์มยังคงน่าประทับใจ สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับทีมเยือนได้ตลอด และสุดท้ายมีชื่อเป็นคนทำประตู 4-0

    – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6.5

        จังหวะการเล่นยังไม่ค่อยได้ แต่อย่างน้อยมีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตู 4-0   

สำรองที่ได้ลงเล่น

    – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (แทน เฮนเดอร์สัน น. 64) : 6

        ไม่มีอะไรโดดเด่น

    – เนโก วิลเลี่ยมส์ (แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น. 74) : 7.5

        แม้มีเวลาอยู่ในสนามไม่มาก แต่ผลงานโดดเด่นเหลือเกิน ขยัน ทุ่มเท แถมมีโอกาสลุ้นทำประตูถึงสองครั้ง

    – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 74) : 6

        ทำอะไรไม่ได้มาก แต่เกือบมีลุ้นทำประตูช่วงทดเจ็บ หากลูกเปิดของ ซาลาห์ มาถึง

    – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (แทน โรเบิร์ตสัน น. 84) : –

        ไม่สามารถให้คะแนนได้

    – นาบี เกอิต้า (แทน มาเน่ น. 84) : –

        ไม่สามารถให้คะแนนได้

ลิเวอร์พูลได้2เสีย2นักเตะเกมพบพาเลซ

ลิเวอร์พูล จะอดใช้งาน 2 นักเตะในเกมพบ คริสตัล พาเลซ แต่จะได้ 2 สตาร์คืนทัพ หลังลงซ้อมได้ตามปกติแล้ว
     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า โฌแอล มาติป และ เจมส์ มิลเนอร์ หมดสิทธิ์ลงเจอ คริสตัล พาเลซ ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่สนาม แอนฟิลด์ วันพุธที่ 24 มิถุนายนนี้ ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน พร้อมกลับมาช่วยทีมแล้ว

    มาติป และ มิลเนอร์ บาดเจ็บนิ้วหัวแม่แท้า และเอ็นหลังหัวเข่าตามลำดับ จากเกมบุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้จะไม่ได้ลงเจอ พาเลซ แต่เชื่อว่า น่าจะหายทันเกมออกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคมนี้

    คล็อปป์ เผยในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า "ทั้ง มิลเนอร์ และ โฌแอล ไม่พร้อมลงสนามในวันพรุ่งนี้ เราต้องประเมินว่าจะพักนานแค่ไหน มิลเนอร์ เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า แต่มันไม่ได้รุนแรง ขณะที่ โฌแอล ผมคิดว่า เขาปะทะกับ ริชาร์ลิซอน หรือ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ทำให้บาดเจ็บเท้า แต่ไม่ได้รุนแรงเช่นกัน"

    "ส่วน โม ลงซ้อมเมื่อวานนี้ได้อย่างปกติ เขาจะซ้อมต่อในวันนี้ ผมคิดว่า เขาจะพร้อมลงเล่น คุณต้องรอวันพรุ่งนี้ถึงจะรู้ว่า 11 ตัวจริงที่ผมเลือกเป็นใครบ้าง ขณะที่ โรเบิร์ตสัน ก็ลงซ้อมได้อย่างปกติเมื่อวานนี้เช่นกัน" นายใหญ่ "หงส์แดง" ทิ้งท้าย

เผยสถิติสุดโหดลิเวอร์พูลเกมทุบพาเลซ

อ็อปต้า สื่อด้านสถิติชื่อก้อง เปิดเผยว่าในเกมที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ พาเลซ 4-0 "หงส์แดง" ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้จับบอลในกรอบเขตโทษแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้ พาเลซ ถือเป็นทีมแรกใน พรีเมียร์ลีก ที่ไม่ได้จับบอลในกรอบเขตโทษของคู่แข่งเลยนับตั้งแต่ที่ อ็อปต้า บันทึกสถิติด้านนี้
    ลิเวอร์พูล ไม่ปล่อยให้ คริสตัล พาเลซ มีโอกาสได้จับบอลในกรอบเขตโทษของพวกเขาแม้แต่ครั้งเดียว ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ ถล่มอีกฝ่าย 4-0 เมื่อยวันพุธที่ 24 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของ อ็อปต้า สื่อด้านสถิติชื่อดัง

    เรื่องดังกล่าวทำให้ พาเลซ ถือเป็นทีมแรกในยุค พรีเมียร์ลีก ที่ไม่ได้จับบอลในกรอบเขตโทษของคู่แข่งแม้แต่หนเดียว นับตั้งแต่ที่ อ็อปต้า ทำการบันทึกสถิติด้านนี้ตั้งแต่ฤดูกาล 2008-09 เป็นต้นมาด้วย และทำให้พวกเขายังเป็นทีมที่ทำประตูได้น้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่นนี้ ร่วมกับ วัตฟอร์ด ที่จำนวน 28 ประตูเหมือนเดิม โดยทีมเดียวที่ยิงได้น้อยกว่าทั้งคู่คือ นอริช ซิตี้ ที่ทำไป 25 ประตู

    ทั้งนี้ เกมที่ แอนฟิลด์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมายังมีสถิติที่น่าสนใจอีกหลายอย่างด้วย อาทิเช่นการที่ ลิเวอร์พูล สามารถทำประตูรวมในทุกรายการได้ 100 ลูกขึ้นไปได้ 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นหนแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1986-87 ที่พวกเขาทำอย่างนั้นได้ (ตอนนั้น ลิเวอร์พูล ยิงได้ 100 ลูกขึ้นไป 8 ซีซั่นติด) และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กลายเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่ทำประตูจากลูกฟรีคิกโดยตรง (หมายถึงยิงฟรีคิกเข้าประตูเลย) ในการเล่นที่ แอนฟิลด์ ได้ด้วยอายุที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เคยทำได้เมื่อปี 1995 โดยที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำได้ด้วยวัย 21 ปี กับ 261 วัน ส่วนของ ฟาวเลอร์ เคยทำเอาไว้ตอนอายุ 20 ปี กับ 252 วัน เป็นต้น

อ่อยอีก!กรีลิชเผยได้บทเรียนจากอดีตแข้งแมนยู

แจ็ค กรีลิช มิดฟิลด์ วิลล่า ที่มีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนาหูนั้น เปิดใจว่าตนเรียนรู้ว่าต้องเอาชนะเสียงโห่ของแฟนบอลให้ได้จากการที่เคยดู คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นตอนอยู่กับ "ปีศาจแดง" พร้อมบอกว่าตนไม่รู้สึกหวาดหวั่นกับเสียงโห่ของแฟนบอลเลย
     แจ็ค กรีลิช กองกลางคนสำคัญของ แอสตัน วิลล่า สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าตนเรียนรู้จาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของ ยูเวนตุส ว่าต้องเอาชนะเสียงโห่และกระแสความเกลียดชังจากแฟนบอลของคู่แข่งให้ได้ เพื่อที่จะได้เป็นการพัฒนาตัวเองไปในทางหนึ่ง

    แม้ว่า วิลล่า จะทำผลงานได้เลวร้ายจนถึงขั้นต้องหนีตกชั้น แต่ฟอร์มการเล่นของ กรีลิช ถือว่าโดดเด่นจนทำให้เขาได้รับคำชมอย่างมาก พร้อมกับทำให้เจ้าตัวตกเป็นที่สนใจของหลายทีม โดยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่มีข่าวกับเขามากที่สุด

    ทั้งนี้ กรีลิช สามารถเลี้ยงบอลและเก็บบอลเอาไว้กับตัวได้ดีในระดับหนึ่ง จนกลายเป็นว่าเขาคือคนที่โดนทำฟาวล์มากที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลนี้ ที่จำนวน 127 ครั้ง ขณะที่ วิลฟรีด ซาฮา ปีก คริสตัล พาเลซ ซึ่งเป็นอันดับ 2 เรียกฟาวล์ได้ 94 ครั้ง น้อยกว่าเขาถึง 33 หน อย่างไรก็ตาม การที่เขาได้ฟาวล์บ่อยๆ มันก็ทำให้ กรีลิช มักจะโดนแฟนบอลของทีมคู่แข่งโห่ใส่ตามไปด้วย

    "ที่จริงผมชอบเรื่องแบบนั้นนะ ผมชอบมากๆ เวลาที่มีคนพยายามเล่นงานผม ที่ผมกำลังจะพูดเรื่องต่อไปนี้มันไม่ได้หมายความว่าผมอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับเขาหรอกนะ แต่ผมจำได้แม่นเลยว่าสมัยที่ผมยังเป็นเด็กน่ะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มักจะมาเยือน วิลล่า และต้องเจอเสียงโห่อย่างหนักจากแฟนๆ (ของ วิลล่า) แต่เขาก็มักจะเอาชนะมันมาได้จนกลายเป็นว่าเขาเติบโตจากมัน และผมเองก็พยายามที่จะทำอย่างนั้นเหมือนกัน ผมพยายามที่จะพัฒนาจากความเกลียดชังของแฟนๆ ให้ได้" กรีลิช ระบุ

    สำหรับ กรีลิช นั้น เคยแสดงทีท่าว่ามีใจให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนกัน อย่างเช่นการที่ครั้งหนึ่งเขาเคยไปกด "ถูกใจ" โพสต์บนเพจ อินสตาแกรม ของ "ปีศาจแดง" ที่พูดถึงเรื่องการที่พวกเขาชนะ เชลซี ในนัดเปิดซีซั่น 2019-20 เป็นต้น

บิ๊ก6ไม่ยอม!แฉมีกดดันพรีเมียร์ลีกให้คงกฎตกชั้นตามเดิม

ดูท่าปัญหาพรีเมียร์จะยังคงวุ่นไม่เลิก หลังเตรียมดำเนินการแข่งขันต่อในโปรเจกต์รีสตาร์ท ท่ามกลางความเห็นที่ไปคนละขั้วของทีมท้ายตาราง กับทีมบิ๊กซิกซ์ เรื่องการยกเลิกกฎการเลื่อนชั้น-ตกชั้น ออกไป ท่ามกลางการระบาดหนักของไวรัส โคโรน่า ในอังกฤษ
    โดยก่อนหน้านี้โครงการรีสตาร์ท ของพรีเมียร์ลีก ถูกบรรดาทีมท้ายตาราง พากันมาต่อต้าน พร้อมกับเรียกร้องไปยังฝ่ายจัดการแข่งขันว่า พวกเขายินดีที่จะกลับมาแข่งต่อในสนามกลาง 8-10 สนามที่ลีกเตรียมเอาไว้ หากยกเลิกการเลื่อน-ตกชั้นสโมสรระดับลีกสูงสุด

    ซึ่งเรื่องดังกล่าวดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจให้กับบรรดาทีมใหญ่6ทีมในอังกฤษ หรือ ทีมบิ๊กซิกซ์ เนื่องจากมองว่า หากลีกกับมาเตะกันใหม่อีกครั้ง ก็ควรที่จะยึดตามกฎการเลื่อน-ตกชั้นสโมสรไว้คงเดิม

    ในสัปดาห์นี้ 20พรีเมียร์ลีกจะมีการนัดประชุมกันอีกครั้ง เพื่อตัดสินใจว่าพวกเขาจะไปเดินหน้าด้วย ‘โครงการรีสตาร์ท’ กลับมาเริ่มเตะกันอีกครั้งใน 8-10 สนามกลางที่ได้รับเลือกหรือไม่

    โดยแนวคิดการเตะสนามกลาง ถูกบรรดาทีมท้ายตารางอย่าง ไบรท์ตัน,เวสต์แฮม,วัตฟอร์ด,บอร์นมัธ,แอสตัน วิลล่า และ นอริช ออกมาต่อต้านกันอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

    เรื่องดังกล่าว พอล บาร์เบอร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารของไบรท์ตัน ออกมาแสดงความเห็น โดยเน้นย้ำว่าทีมนกนางนวล ควรได้รับอนุญาตให้เตะในสนามเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามกลาง ในเกมที่ตัวเองเป็นเจ้าบ้าน

    ตามกฎของพรีเมียร์ลีก จะมีการลงคะแนนโหวตจาก 20 สโมสร เพื่อกลับมาเตะกันใหม่ โดยมติจะผ่านก็ต่อเมื่อมีเสียงมากกว่า14เสียง แต่มีรายงานว่า นอกจากทีมบิ๊ก6แล้ว มีเพียงอีกสองสโมสรเท่านั้น แต่อยากกลับมาแข่งต่อ ซึ่งนั่นก็หมายว่า เสียงจะมีไม่ถึง14เสียง

    แหล่งข่าวของมีร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ กล่าวว่า ทั้ง นิวคาสเซิ่ล,เซาธ์แฮมตัน,เบิร์นลี่ย์,คริสตัล พาเลซ,เลสเตอร์ และ เชฟฯยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่อยากให้ยกเลิก มากกว่ากลับมาเตะใหม่

    ส่วนทีมท้ายตาราง6ทีม ก็เสนอเงื่อนไขเดียว หากอยากกลับมาเตะใหม่ จะต้องยกเลิกกฎการเลื่อนชั้น-ตกชั้น

    ซึ่งเรื่องดังกล่าว รายงานจากเดลี่เมล สื่อยักษ์ใหญ่เมืองผู้ดี ระบุว่า บรรดาทีมบิ๊กซิกซ์ กำลังวิ่งเต้นอย่างหนัก เพื่อล็อบบี้ให้พรีเมียร์ลีก ยังคงกกฎการเลื่อนชั้น-ตกชั้นไว้ตามเดิม แม้ว่าการแข่งขันจะสามารถแข่งต่อ หรือถูกยกเลิกไปก็ตาม

    รายงานระบุทีมใหญ่ค่อนข้างไม่พอใจในเรื่องนี้ เนื่องจากเล็งเห็นว่าบรรดาทีมท้ายตาราง เอาแต่รักษาผลประโยชน์ของตัวเอง มากกว่าจะมองภาพรวมของฟุตบอลอังกฤษ

    โดยผู้บริหารที่ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่งกล่าวว่า “พวกเขากำลังขู่ว่าจะทำลายวงการฟุตบอล เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการตกชั้น มันเป็นความคิดที่บ้องตื้นมาก”

    พรีเมียร์ลีกหวังที่จะรักษาหลักการสำหรับข้อตกลงที่จะกลับมาเตะในสัปดาห์นี้ ซึ่งดูแล้วคงจะเป็นงานที่ยากที่สุดของหัวหน้าผู้บริหารอย่าง ริชาร์ด มาสเตอร์ ที่จะให้เหล่าบรรดาทีมบน-ท้ายตาราง เห็นพ้องต้องกันใน "โครงการรีสตาร์ท" นี้

รู้จักเจ้าหนูการ์เนอร์ดาวรุ่งแมนยูที่ว่าเจ๋งกว่ากรีนวู้ด-วิลเลี่ยมส์

ทำความรู้จักเจ้าหนู เจมส์ การ์เนอร์ กองกลางดาวโรจน์ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ เฟร็ด ประทับใจมากสุดในบรรดาแข้งยุคใหม่ของทีม
    เฟร็ด กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกย่องให้ เจมส์ การ์เนอร์ เป็นนักเตะดาวรุ่งของ "ปีศาจแดง" ที่ตนชื่นชอบ และประทับใจมากสุดยิ่งกว่า เมสัน กรีนวู้ด กับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ เสียอีก แม้ 2 รายหลังก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญในทีมชุดใหญ่ฤดูกาลนี้แล้วก็ตาม

   

ชื่อ: เจมส์ การ์เนอร์
วันเดือนปีเกิด: 13 มีนาคม 2001
ตำแหน่ง: กองกลาง
สถานที่เกิด: เบอร์เคนเฮด, อังกฤษ
เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรก:  23 พฤษภาคม 2018

    ผลงานกับทีมเยาวชน ยูไนเต็ด เป็นอย่างไรบ้าง

    การ์เนอร์ ประเดิมลงเล่นให้ทีม ยู-18 ของ "ปีศาจแดง" ในเกมพบ อาร์เซน่อล ก่อนเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก นอร์ท เมื่อฤดูกาล 2017/18

    การ์เนอร์ โชว์ฟอร์มโดดเด่น และได้มีโอกาสเป็นกัปตันทีมยู-18 และ คีแรน แม็คเคนน่า กุนซือของทีมก็เคยเสนอชื่อให้เขาเข้าชิงรางวัล จิมมี่ เมอร์ฟี่ ยัง เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ดส์ มาแล้ว ก่อนเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ทีมยู-23

    ประเดิมทีมชุดใหญ่

    การ์เนอร์ ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ "ปีศาจแดง" เกมแรก ด้วยการลงมาเป็นตัวสำรองแทน เฟร็ด นาที 89 ในนัดพบ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว

    สไตล์การเล่นและจุดเด่น

    การ์เนอร์ เป็นกองกลางตัวทำเกม คอยเชื่อมเกมจากแดนหลังไปสู่แดนหน้า รวมทั้งอ่านเกมได้เยี่ยม ผ่านบอลแม่นยำ และเติมขึ้นไปทำประตูได้ด้วย

    นอกจากนั้น การ์เนอร์ ยังเป็นนักเตะที่มีความเป็นผู้นำอีกด้วยหลังเคยเป็นกัปตันทีมตั้งแต่ชุดยู-18 จนมาถึงยู-23
   

    ตัวแทนทีมชาติอังกฤษ

    การ์เนอร์ เคยเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ "สิงโตจูเนียร์" ผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี เมื่อปี 2017

    ความรู้สึกหลังเซ็นสัญญาอาชีพกับ ยูไนเต็ด

    การ์เนอร์ เผยไว้ตอนเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกเมื่อปี 2018 ว่า "ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมากที่ได้เซ็นสัญญาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด การเซ็นสัญญาที่ เอออน เทรนนิ่ง คอมเพล็กซ์ ยังคงเป็นช่วงเวลาที่พิเศษสำหรับผม แต่ในครั้งนี้มันพิเศษกว่ามาก ผมภูมิใจในตัวเอง และครอบครัวของผม แต่ผมคิดว่า มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ทั้งคุณแม่ คุณพ่อ ปูและย่ามีความภาคภูมิใจในช่วงเวลานี้"

    ใครคือไอดอล

    ไมเคิ่ล คาร์ริค อดีตกองกลาง "ปีศาจแดง" ที่เวลานี้ก้าวขึ้นมาเป็นสตาฟฟ์โค้ชของทีมคือ ขวัญใจของเจ้าหนูการ์เนอร์ โดยเขาเคยพูดว่า "มันเป็นข่าวดีที่เขามาเป็นสตาฟฟ์โค้ช หวังว่าผมจะได้เรียนรู้จากเขาและทำงานกับเขา"

 

แดงเดือดนอกสนาม!ลิเวอร์พูลแจมล่าแข้งเป้าหมายแมนยู

 งานนี้อาจมีแดงเดือดนอกสังเวียนแข้ง เมื่อ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กำลังจ้องซิวดาวยิงฟอร์มฮอตในลีกตุรกี ที่กำลังเป็นที่หมายปองของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เช่นกัน
     ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ กองหน้าร่างใหญ่ของ คริสตัล พาเลซ ที่ฤดูกาลนี้ฟอร์มร้อนแรงกับการเล่นให้ แทร็บซอนสปอร์ สโมสรดังในศึก ซูเปอร์ลีก ตุรกี ตามรายงานจาก ฟานาติก สื่อชั้นนำแดนไก่งวง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมา

     ซอร์ลอธ ย้ายจาก เอฟซี มิดทิลแลนด์ มาร่วมทีม พาเลซ เมื่อเดือนมกราคมปี 2018 แต่ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ โดยทำได้แค่ประตูเดียว จากการลงเล่น 20 นัด ก่อนถูกส่งตัวให้ เกงค์ สโมสรในลีกเบลเยียม ยืมใช้งานในช่วงครึ่งหลังของซีซั่น 2018/19 และทำได้ 5 ประตู จากการลงเล่น 22 นัด

      ฤดูกาลนี้ ซอร์ลอธ ถูกปล่อยตัวให้ แทร็บซอนสปอร์ ยืมใช้งาน และโชว์ฟ อร์มได้อย่างสุดยอด หลังกระทุ้งไปแล้วถึง 25 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 39 นัด จนมีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

     ล่าสุด ฟานาติก ระบุว่า "หงส์แดง" เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่อยากได้ตัว หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์วัย 24 ปี และกำลังชั่งใจที่จะออกล่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้

     ทั้งนี้ ซอร์ลอธ มีสัญญากับ พาเลซ ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2022 โดยที่ แทร็บซอนสปอร์ ถือออปชั่นซื้อขาดหลังจบซีซั่นนี้ที่ราคา 5.35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 219.35 ล้านบาท)