กิ๊กส์ชี้ผีต้องเสริมอีกสามคนบี้สองทีมนำ

ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองต้นสังกัดเก่ายังต้องเสริมทัพอีก 2-3 รายเพื่อไล่ล่าสองทีมนำทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 "ปีศาจแดง" ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครมาแล้ว 19 เกมติดต่อกันทุกรายการ จนหลายคนมองว่าปีหน้าฟ้าใหม่จะเป็นฤดูกาลที่สดใสสำหรับทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

 ในช่วงตลาดที่ผ่านมาทีมทำได้ดีในการดึงผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งทาง กิ๊กส์ ชื่นชมในเรื่องนี้ แต่ชี้ว่าทีมก็ยังต้องเสริมเพิ่มอีก 2-3 คนเพื่อลดช่วงว่างกับทั้ง "หงส์แดง" และ "เรือใบ"

 "โอ้ แน่นอน ผมยังคิดว่าเราห่างกับ (ทั้ง) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล" กิ๊กส์ กล่าวผ่าน พรีเมียร์ลีก โปรดักชั่น "ผมยังคิดว่านักเตะ 2 หรือ 3 คน (ที่เราต้องการ), โอเล่ ทำได้ดีในช่วง 2 หน้าต่างซื้อ-ขายที่ผ่านมา"

 "มีคนเข้ามาใหม่, แฟร์นันเดส ดูมีความเป็นผู้นำ เขามีแคแร็กเตอร์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เป็นกัปตัน ดังนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับผู้เล่นเท่านั้น, มันเกี่ยวกับการมีวัฒนธรรมและแคแร็กเตอร์ที่สามารถพัฒนาได้ – ไม่ใช่แค่ 11 ตัวจริง แต่สำหรับทีมและความรู้สึกโดยรวมของทั้งสโมสร"

 "พวกเขากำลังเดินมาในทิศทางที่ถูกต้อง แต่ผมยังเชื่อว่าพวกเขาต้องการนักเตะอีกสัก 3 คน"

กิ๊กส์เผยได้ประสบการณ์เพียบจากฟานกัล

ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์เผยได้ประสบการณ์เพียบในการทำงานร่วมกับ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 ปีกพ่อมดก้าวขึ้นมาคุมทีม "ปีศาจแดง" ชั่วคราวหลัง เดวิด มอยส์ โดนปลดจากตำแหน่ง ก่อนที่ หลุยส์ ฟาน กัล จะเข้ามาทำหน้าที่นายใหญ่ของทีมและได้ตั้ง กิ๊กส์ เป็นมือขวา

 เมื่อถูกถามถึงการร่วมงานกับผู้จัดการคนอื่นนอกเหนือจาก เฟอร์กูสัน เป็นอย่างไร, กิ๊กส์ ตอบว่า "แนวทางที่แตกต่างกัน, บุคลิกที่แตกต่างกัน"

 "เห็นได้ชัดว่าผมพบผู้จัดการทีมชาติ แต่มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น, นั่นเป็นเหตุผลที่ผมพูดถึง หลุยส์ เกี่ยวกับงานโค้ชของผม เพราะผมใช้เวลา 2 ปีในการประชุมและทำหน้าที่รับผิดชอบ"

 "ผมพูดด้วยความรักที่มีต่อเขาเพราะนั่นมันเป็นงานโค้ชแรกของผม ขณะที่ตอนคุณเป็นนักเตะคุณไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร, คุณไม่รู้ว่าผู้จัดการทีมเห็นอะไรในวีดีโอ"

 "นักเตะใช้เวลา 7-8 นาทีในการดูคู่แข่ง แต่ทีมโค้ชจะต้องดูมันเป็นชั่วโมง, ดังนั้นมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง, แม้ว่าคุณจะทำงานกับผู้จัดการทีมมานาน"

 "มันเป็นเรื่องของการบริหารและสิ่งต่างๆที่ เซอร์ อเล็กซ์ ทำคือสิ่งที่ผมหยิบยกขึ้นมา, ในขณะที่ หลุยส์ ชัดเจนว่าผมได้เห็นว่าทำไมคุณถึงเล่นในระบบที่แตกต่าง เหตุผลสำหรับเรื่องนี้และเรื่องนั้น, มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริงๆ"

ถึงขั้นไม่คุยด้วย!นานี่เผยเคยทำอะไรจนเฟอร์กูสันโมโห

หลุยส์ นานี่ ระบุ ตอนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยโมโหจนไม่คุยกับตนตลอดทางกลับบ้าน เพราะตนไปแย่งหน้าที่ยิงลูกจุดโทษมาจาก ไรอัน กิ๊กส์ จนทำให้ทีมชวด 3 แต้ม แต่ชี้ เฟอร์กูสัน เป็นคนที่เก่งจนรู้วิธีรับมือกับคนทุกรูปแบบ
    หลุยส์ นานี่ ปีกชาวโปรตุกีสของ ออร์แลนโด้ ซิตี้ สโมสรในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยโกรธที่ตนยิงลูกจุดโทษแทน ไรอัน กิ๊กส์ จนถึงขนาดไม่พูดกับตนในระหว่างทางกลัยบบ้าน

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเกม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2010-11 นัดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่บุกไปเสมอกับ ฟูแล่ม 2-2 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2010 โดยวันนั้น นานี่ ลงเป็นตัวสำรอง และเขาก็รับหน้าที่ยิงลูกจุดโทษในตอนที่ทีมได้ลูกจุดโทษในช่วง 3 นาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งตอนนั้น "ปีศาจแดง" นำอยู่ 2-1 แต่เขากลับยิงไม่เข้า และในอีก 2 นาทีต่อมา "เจ้าสัวน้อย" ก็ทำประตูตีเสมอได้

    นานี่ เผยในรายการพ็อดแคสต์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่า "บ้านของเขาอยู่ใกล้กับผม และแต่ก่อนเรามักจะไปที่กรุงลอนดอนด้วยการนั่งรถไฟไปที่นั่น ซึ่งปกติแล้วภรรยาของเขากับครอบครัวของเขามักจะทิ้งให้เขารออยูู่ที่สถานีรถไฟ (ในตอนที่กลับถึงเมืองแมนเชสเตอร์) ดังนั้นมันเลยหมายความว่าไม่มีใครที่จะขับรถพาเขากลับบ้าน เขาเลยมองหาคนที่อยู่ใกล้กับเขาเพื่อช่วยขับรถพาเขากลับบ้าน"

    "ดังนั้นผมเลยบอกว่า -โอเคฮะบอส ผมจะพาคุณกลับบ้านเอง!- แต่วันนั้นมันน่าตลกมากๆ เชื่อผมเถอะ! วันที่ผมขับรถพาเขากลับบ้านน่ะมันเกิดขึ้นหลังเกมกับ ฟูแล่ม และวันนั้นผมเป็นตัวสำรองในตอนแรก พอโดนเปลี่ยนตัวลงไปแล้วผมก็เล่นได้ดีมากๆ ผมมีความมั่นใจสูงสุดๆ แล้วจากนั้นเราก็ได้ลูกจุดโทษ ซึ่งในตอนแรก ไรอัน กิ๊กส์ คือคนที่ต้องยิงลูกจุดโทษ"

    "วันนั้นผมมีความมั่นใจสูงมากๆ (จนขอยิงลูกจุดโทษเอง) และ กิ๊กส์ ก็ไม่ได้พูดอะไรเลย ผมเลยหยิบบอลไปยิงเอง แต่แล้วผมก็ยิงพลาด! ตอนอยู่ในห้องแต่งตัวน่ะเขาแทบจะฆ่าผมเลย เขาถามว่า -นานี่ แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ ? ใครอนุญาตให้แกเป็นคนยิงลูกจุดโทษ ?- แล้วจากนั้นเขาก็ไปเล่นงาน ไรอัน กิ๊กส์ ต่อ เขาพูดว่า -ไรอัน แกปล่อยให้มันยิงลูกจุดโทษทำไมวะ ?- ซึ่ง ไรอัน ก็ตอบไปว่า -เขาหยิบบอลไป และผมก็ปล่อยให้เขายิงเอง- ให้ตายเถอะ มันเป็นวันที่น่าเหลือเชื่อมากๆ"

    "หลังจากนั้นเราก็กลับบ้าน และผมก็พูดว่า -เจ้านายฮะ ผมขับรถพาคุณไปส่งที่บ้านได้นะ- ซึ่งผมก็ขับรถพาเขากลับบ้านจริงๆ แต่ตอนอยู่บนรถเขาก็ไม่ได้พูดกับผมเลย ตอนนั้นผมขับรถด้วยความรู้สึกที่กระอักกระอ่วนสุดๆ"

    อย่างไรก็ตาม ดาวเตะเลือดฝอยทองก็เสริมว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เฟอร์กูสัน และชมอีกฝ่ายว่าเป็นกุนซือชั้นยอด "เขารู้วิธีรับมือกับคนทุกบุคลิก, คนทุกวัย และคนทุกๆ นิสัย ตอนนั้นผมยังอายุน้อยอยู่ และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมรู้ถึงเรื่องนั้น และผมก็ได้เรียนรู้จากมันเยอะมาก ผมเปลี่ยนไปเยอะ นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญของชีวิต คุณต้องเรียนรุ้ให้ได้"

กิ๊กส์ชี้4นักเตะแมนยูไม่เคยโดนไดร์เป่าผมเฟอร์กี้

แฟนบอลไปฟังกัน ไรอัน กิ๊กส์ เปิดชื่อ 4 นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่เคยโดนไดร์เป่าผมจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พร้อมชมเจ้านายมีวิธีจัดการเด็กๆ ได้เยี่ยม
    ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกพ่อมดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า เอริก คันโตน่า, ไบรอัน ร็อบสัน, รอย คีน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็น 4 นักเตะ "ปีศาจแดง" ที่ไม่เคยโดน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตต์ โวยใส่อย่างรุนแรง หรือที่ถูกเรียกกันว่า "ไดร์เป่าผมพิฆาต"

    กิ๊กส์ เผยผ่าน บีอิน สปอร์ต ว่า "มีนักเตะ 3 หรือ 4 คนที่ไม่เคยโดนแบบนั้น เอริก คันโตน่า เป็นหนึ่งในนั้นร่วมกับ ไบรอัน ร็อบสัน, รอย คีน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พวกเขามีแนวทางของตัวเองที่จะทำให้ทีมเป็นผู้ชนะ พวกเขาทำมันได้ในสนามเลยไม่เคยโดนแบบนั้น"

    พร้อมกันนี้ กิ๊กส์ ยังเสริมว่า บ่อยครั้งที่นักเตะ "ปีศาจแดง" รู้สึกแปลกใจกับแนวทางปฎิบัติของ เฟอร์กูสัน ที่มีต่อ คันโตน่า เพราะบางนัดดาวเตะฝรั่งเศส แทบไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างไรก็ตาม สุดท้ายมักจะมีทีเด็ดให้เห็นเสมอ

    "บางเกม เอริก ไม่ได้ทำอะไรเลย เขาไม่ได้ทำประตู ไม่วิ่งเหมือนอย่าง คาร์ลอส เตเวซ หรือ เวย์น รูนี่ย์ เขาไม่มีผลใดๆ กับเกม แต่เขารู้ว่าในไม่ช้าหรือเร็ว เขาจะมีทีเด็ดแน่ พวกเรานั่งในห้องแต่งตัวและเคยคิดว่า เขาจะโดนแน่ เพราะไม่ได้ทำอะไรเลยในเกมนี้"

    "อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ต่อมา เขาก็ทำประตูชัยได้ หรือสร้างเวทมนต์ เฟอร์กูสัน ดูแลพวกนักเตะชื่อดังได้เป็นอย่างดีตราบเท่าที่พวกเขาทำผลงานในสนามได้เยี่ยม เขามีแนวทางจัดการพวกเขาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป" กิ๊กส์ ที่ในเวลานี้ทำหน้าที่กุนซือทีมชาติเวลส์ เผย

แมนยูเตรียมทุ่ม 20 ลป.ล่าแนวรับสวอนซี หลังกิ๊กส์แนะนำ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะทุ่มเงิน 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว โจ โรดอน ปราการหลังของ สวอนซี ซิตี้ หลังได้รับคำแนะนำจาก ไรอัน กิ๊กส์ อดีตปีกระดับตำนานของทีม
    เดอะ มิร์เรอร์ รายงานข่าวว่า ไรอัน กิ๊กส์ เป็นแฟนตัวยงของ โจ โรดอน แนวรับคนชาติเดียวกัน โดยระบุ อดีตปีกคนดังกระตุ้นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดเก่าคว้าตัวมาให้ได้

    สื่อดังกล่าว ยังเผยอีกว่า "เร้ด เดวิลส์" วางแผนใช้เงินจำนวน 20 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นค่าตัวของ โรดอน ซึ่งทาง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือใหญ่ ก็มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนความคิดนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ หลังจาก คริส สมอลลิ่ง และ มาร์กอส โรโฮ เตรียมตัวเก็บข้าวของย้ายออกจากทีม

    สำหรับ โรดอน ก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของ สวอนซี เมื่อปี 2018 โดยลงสนามไปแล้ว 46 นัด รวมถึงติดทีมชาติเวลส์ครั้งแรกเมื่อปีก่อน นอกจากนี้ กิ๊กส์ เคยออกมาเผยว่าเห็นแข้งวัย 22 ปีเล่นแล้วทำให้นึกถึง แกรี่ พัลลิสเตอร์ อดีตเพื่อร่วมทีม"ปีศาจแดง"

แมนฯ ยูไนเต็ด น่าซื้อจริงหรือ ? เทียบผลงาน โรดอน ซีซั่นก่อนและฤดูกาลนี้

ในขณะที่เกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเตะกันได้ในตอนไหน หรีอจะกลับมาเล่นให้จบได้จริงๆ หรือไม่นั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในคนล่าสุดที่มีช่าวกับพวกเขาคือ โจ โรดอน ปราการหลังหนุ่มวัย 22 ปีจาก สวอนซี ซิตี้ ทีมในศึก แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ
    แม้ว่าฤดูกาลนี้เกมรับของ สวอนซี จะน่าผิดหวัง เมื่อเสียไปถึง 45 ประตู จากการลงเล่นในลีก 37 นัด น้อยกว่าประตูที่ทีมทำได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่กูรูหลายคนก็ให้คำชม โรดอน มากพอตัวว่ามีอนาคตที่สดใส โดยเขาขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของ สวอนซี ได้ตั้งแต่ฤดูกาลก่อน และตอนนี้เขาก็ติดทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้วด้วย

    ทั้งนี่ ว่ากันว่า ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์คนปัจจุบัน และเป็นตำนานปีกของ แมนฯ ยูไนเต็ด แนะนำให้อดีตต้นสังกัดของเขาเซ็นสัญญากับ โรดอน เอง เพราะมองว่าเจ้าตัวมีอนาคตที่สดใสรออยู่ คำถามคือเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่แรงอวยของ กิ๊กส์ จนทำให้มันดูเป็นการลงทุนที่เสี่ยง ? ดังนั้นวันนี้เราเลยจะลองมาเทียบผลงานของ โรดอน ในซีซั่นก่อนกับฤดูกาลนี้กันว่าต่างกันแค่ไหน

    – การสกัด
    ในด้านคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของกองหลังนั้น ซีซั่นที่แล้ว โรดอน ทำผลงานได้ดี เพราะเขามีค่าเฉลี่ยการพยายามเข้าสกัด 0.9 ครั้งต่อเกม และสามารถสกัดโดนบอลได้ถึง 0.8 ครั้งต่อนัด เรียกได้ว่าเขาเป็นปราการเหล็กที่โดนคู่แข่งในลีกเลี้ยงบอลผ่านได้เฉลี่ยเพียง 0.1 ครั้งต่อเกมเท่านั้น

 


 

    ขณะที่ในฤดูกาล 2019-20 โรดอน ก็ฟอร์มดร็อปลงมานิดหน่อย เพราะเขาสกัดโดนบอลเฉลี่ย 1 ครั้งต่อเกม จากค่าเฉลี่ยการพยายามเข้าสกัด 1.4 ครั้งต่อนัด หรือก็คือโดนคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านไปเฉลี่ยแล้ว 0.4 ครั้งต่อเกม ถึงกระนั้น มันก็ยังดูเป็นผลงานที่ไม่แย่เกินไปนัก

 


 

    สิ่งที่น่าประทับใจคือการตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งสกัด เพราะหลังจากซีซั่นก่อนเขาทำผลงานในด้านนี้เฉลี่ยไป 1.2 ครั้งต่อเกมแล้วนั้น โรดอน ก็พัฒนาการอ่านเกมได้ดีจนทำให้ฤดูกาลนี้มีค่าเฉลี่ยการตัดบอลดีขึ้นเป็น 1.6 ครั้งต่อเกมด้วยกัน

    – การผ่านบอล
     ฤดูกาลที่แล้ว โรดอน ผ่านบอลเข้าเป้าในลีกรวมแล้ว 86.9 เปอร์เซ็นต์ แถมยังเป็นการผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าถึง 2.4 ครั้งต่อนัดด้วย ขณะที่ซีซั่นนี้เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำในการผ่านบอลลดลงมาเหลือ 81.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการผ่านบอลระยะไกลไปถึงเพื่อนร่วมทีมก็ลดมาเหลือ 2 ครั้งต่อนัด


 

    มองในมุมหนึ่งนั้น มันไม่ใช่ตัวเลขที่ดร็อปลงแบบน่าใจหายจนถึงขั้นควรจะหวาดวิตก แต่อีกด้านหนึ่งมันก็ถือว่าน่ากังวลนิดๆ เพราะที่จริงซีซั่นนี้เขาผ่านบอลน้อยลงกว่าเดิมที่ค่าเฉลี่ย 49.3 ครั้งต่อนัด ขณะที่ฤดูกาลก่อนมีจังหวะผ่านบอลในลีกเฉลี่ย 51.2 ครั้งต่อเกม หรือก็คือทั้งที่ผ่านบอลน้อยลง แต่มันกลับไปถึงเป้าหมายน้อยลงในระดับหนึ่งตามไปด้วย

    – ลูกกลางอากาศ
    นี่ถือเป็นจุดเด่นของดาวเตะเจ้าของส่วนสูง 180 เซนติเมตรเลยก็ว่าได้ โดยฤดูกาลที่แล้ว โรดอน มีจังหวะขึ้นดวลลูกกลางอากาศเฉลี่ย 5.7 ครั้งต่อนัดในลีก และเขาก็ชนะการดวลกลางเวหา 3.7 ครั้งต่อเกม แพ้ไปเพียง 1.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้น


 

    ส่วนในฤดูกาล 2019-20 นั้น ก่อนที่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ จะต้องพักการแข่งขันจากปัญหาของโควิด-19 โรดอน มีจังหวะขึ้นดวลลูกกลางอากาศ 5.9 ครั้งต่อเกม โดยเขาชนะไป 3.5 ครั้งต่อนัด และแพ้ไป 2.4 หนต่อเกม ซึ่งถึงแม้จะดร็อปลงมา แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่เลวร้ายจนเกินไป

    สรุป : ถ้าเทียบกับกองหลังใน พรีเมียร์ลีก ยุคปัจจุบันนั้น กูรูวงการฟุตบอลอังกฤษบางคนมองว่า โรดอน มีความละม้ายคล้ายคลึงกับ จอห์น สโตนส์ ปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในบางด้าน โดยเฉพาะการเข้าชนกับคู่แข่งแบบตรงไปตรงมาด้วยการใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นหลัก

 


 

    แม้ว่าเรี่องการผ่านบอลจะดร็อปลง แต่ในด้านเกมรับแล้ว โรดอน ทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะลูกกลางอากาศที่ทำได้โดดเด่น ดังนั้นถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะดึงเขามาปลุกปั้นต่อจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการที่ตอนนี้เซนเตอร์แบ็กในทีมชุดใหญ่ที่พร้อมใช้งานของพวกเขามีเพียง แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เอริก ไบยี่ เท่านั้น ส่วน คริส สมอลลิ่ง กับ ฟิล โจนส์ ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง หลังจากทั้งคู่มีข่าวเรื่องย้ายทีมอยู่เรื่อยๆ

 

ผู้รอดพ้น! กิ๊กส์เผยชื่อ4แข้งไม่เคยโดน’ไดร์เป่าผม’เฟอร์กี้

ลาลีกาเผยว่านักเตะ 5 คน มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แต่ไม่แสดงอาการ
ลาลีกา เปิดเผยว่าผลตรวจล่าสุดว่า มีนักเตะ 5 คน นับรวมทั้งในลาลีกา ซานตานเดร์ และลีกรองอย่าง ลาลีกา สมาร์ทแบงก์ ถูกพบว่าติดเชื้อโควิด-19

นักเตะทั้ง 5 ราย ที่ไม่เปิดเผยว่าเป็นใครบ้างตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสเปน มีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก แม้ไม่มีใครแสดงอาการเจ็บป่วยแต่อย่างใด โดยทั้ง 5 รายจะโดนส่งไปแยกกักตัว และจะถูกเรียกตัวมาตรวจเชื้อซ้ำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

"มีการตรวจพบผู้ป่วย 5 รายจากในสโมสร ลาลีกา ซานตานเดร์ และลาลีกา สมาร์ทแบงก์ ที่มีผลเป็นบวก พวกเขาทั้งหมดไม่มีอาการและอยู่ในช่วงสุดท้ายของการเกิดโรค ซึ่งลาลีกาขอไม่เปิดเผยตัวตนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล" แถลงการณ์จากลาลีกา

ทั้งนี้ หลายสโมสรในสเปนเริ่มกลับมาฝึกซ้อมในสนามซ้อมบ้างแล้ว โดยลาลีกาวางแผนว่าจะสามารถกลับมาทำการแข่งขันได้อีกครั้งในช่วงเดือนมิถุนายนนี้

*ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า อัลฟอนโซ เปดราซา, ฆวนมี และ โจเอล โรเบลส สามนักเตะของเรอัล เบติส คือ 3 ใน 5 ของนักเตะลีกสเปนที่ติดเชื้อโควิด-19

 

ทั้งแกร่งและฉลาด! ‘กิ๊กส์’เลือกแบ็คขวาเจ๋งสุดที่เคยดวล

อดีตปีกพ่อมดปีศาจแดงเผยชื่อแบ็คขวาเก่งสุดที่ตัวเองเคยดวล
ไรอัน กิ๊กส์ อดีตปีกพ่อมดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยชื่อหนึ่งในแบ็คขวาที่เขาคิดว่าเก่งสุดเท่าที่เคยดวลด้วย

อดีดปีกซ้ายจอมเลื้อยผ่านการดวลกับยอดแบ็คขวาชื่อดังมาแล้วมากมาย ซึ่งเมื่อให้เลือกว่าใครคือคู่แข่งที่ทำให้เขาเจองานหนักที่สุด เจ้าตัวก็ตอบว่าคือ ลี ดิ๊กสัน อดีตฟูลแบ็คทีมชาติอังกฤษของ อาร์เซนอล นั่นเอง

"ผมพูดอยู่เสมอว่า ลี ดิ๊กสัน คือหนึ่งในคู่แข่งที่ยากที่สุด เพราะเขารวดเร็วและฉลาดด้วย เขามักรักษาระยะห่างที่ถูกต้อง ซึ่งไม่ใช่ฟูลแบ็คทุกคนจะทำได้ โดยเฉพาะคนที่รวดเร็ว เพราะพวกเขาชอบคิดว่าตัวเองจะประกบได้ทัน" กิ๊กส์ กล่าวกับ The Coaches’ Voice

"ดิ๊กสันจะรักษาระยะห่างได้ถูกต้องเสมอและคุณไม่สามารถฉีกหนีเขาได้ และถ้าคุณได้บอลที่เท้า เขาจะเข้ามาหยุดคุณไม่ให้พลิกบอล หรือทำให้คุณต้องรีบตัดสินใจโดยเร็ว"

คู่แข่งสุดหิน!กิ๊กส์ชูอดีตแข้งอาร์เซน่อลเป็นหนึ่งแข้งที่เล่นด้วยยาก

ไรอัน กิ๊กส์ อดีตยอดปีกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ลี ดิ๊กซั่น อดีตแข้ง อาร์เซน่อล เป็นหนึ่งในคู่แข่งที่ทำให้ตนเล่นได้ยากมากที่สุด พร้อมรับ ส่วนตัวแล้วชอบดวลกับ ดิ๊กซั่น ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รังเหย้าของ "ปีศาจแดง" มากกว่า ไฮจ์บิวรี่
    ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง ลี ดิ๊กซั่น อดีตยอดฟูลแบ็กของ อาร์เซน่อล ว่าเป็นหนึ่งในคู่แข่งที่ทำให้ตนเจองานยากมากที่สุด

    ด้วยความที่เล่นกับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเวลามากถึง 14 ปี ทำให้ กิ๊กส์ ได้ดวลกับฟูลแบ็กเก่งๆ หลายราย ซึ่งอดีตดาวเตะชาวเวลส์ก็มีทั้งเกมที่เอาชนะฟูลแบ็กเหล่านั้นได้ และโดนหยุดเอาไว้จนเล่นไม่ออก

    กิ๊กส์ เผยว่า "ผมมักจะพูดอยู่บ่อยๆ ว่า ลี ดิ๊กซั่น คือหนึ่งในคู่แข่งที่ผมรับมือได้ยากมากที่สุด เพราะเขาเป็นคนที่เร็วมากๆ และยังมีความฉลาดในการเล่นด้วย เขามักจะคาดคะเนเรื่องระยะทางได้ถูกเผงอยู่เสมอ ซึ่งปกติแล้วนักเตะในตำแหน่งฟูลแบ็กจะทำอย่างนั้นกันไม่ได้ โดยเฉพาะพวกที่มีความเร็วเป็นจุดเด่น เพราะพวกเขามักจะคิดว่าพวกเขาจะวิ่งไล่ทันไม่ว่าจะห่างกันแค่ไหนก็ตาม"

    "ดิ๊กซั่น มักจะกะระยะทางถูกเสมอ และคุณไม่สามารถหมุนตัวเพื่อหนีจากการประกบของเขาได้ ถ้าคุณได้บอลไปครอง เขาก็จะวิ่งตามไล่คุณได้ทันเพื่อเข้ามาทำให้คุณไม่สามารถหมุนตัวได้ หรือไม่ก็บีบให้คุณรีบทำการตัดสินใจ (จนส่งผลให้อาจเล่นพลาด) อยู่ดี"

    "ไฮจ์บิวรี่ เป็นสนามที่มีขนาดสนามแคบ ดังนั้นผมเลยชอบเจอกับเขาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มากกว่า ไฮจ์บิวรี่ ไม่ใช่สนามในฝันของนักเตะในตำแหน่งปีก มันมีขนาดแคบ และพวกเขาก็จะเจอประสบการณ์ที่ยากลำบากตั้งแต่จาก เดวิด ซีแมน ไปจนถึงแนวรับและแผงกลาง พวกเขาเล่นเกมรับกันได้แข็งแกร่งมากๆ ผมเคยดวลกับเขาหลายครั้งเป็นเวลาหลายปี เขาเป็นคนที่ฉลาดมากๆ, มีความกล้าหาญ และบางครั้งยังทำให้คุณต้องวิ่งกลับไปเล่นในแนวหลังด้วย หลายครั้งที่ผมต้องเจอกับคู่แข่งที่หินสุดๆ น่ะ พวกเขาจะทำให้คุณต้องวิ่งกลับไปแนวหลังด้วย อย่างเช่น คาฟู หรือ (ฮาเวียร์) ซาเน็ตติ เป็นต้น"

ใครวิน?บาร์ซ่าพร้อมส่งคูตินโญ่แลกสตาร์เชลซี



สื่อสเปนกระพือข่าว บาร์ซ่า พร้อมส่ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไปแลกสตาร์ เชลซี แต่งานนี้คงไม่ง่าย เพราะ เรอัล มาดริด ก็เล็งๆ อยู่เหมือนกัน

    บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน หวังคว้าตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลาง เชลซี มาเข้าถิ่น คัมป์ นู โดยพร้อมยื่นข้อเสนอส่ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิล ไปแลก หลัง "สิงห์บลูส์" สนใจอยู่เหมือนกัน ตามรายงานจาก มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อแดนกระทิงดุ เมื่อวันพุธที่ 15 เมษายน ที่ผ่านมา 

    "เจ้าบุญทุ่ม" กำลังต้องการได้กองกลางคนใหม่ หลัง อาร์ตูโร่ วิดาล และ อิวาน ราคิติช ส่อแววโดนขายหลังจบฤดูกาลนี้ โดยต้องการตัวรับอย่าง ก็องเต้ วัย 29 ปี เนื่องจาก เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ที่ทำหน้าที่นี้กำลังจะอายุ 32 แล้ว ทำให้ต้องเตรียมหานักเตะมาทดแทน 

ก่อนหน้านี้ เลกิ๊ป สื่อฝรั่งเศส รายงานว่า เชลซี พร้อมขาย ก็องเต้ หากได้ค่าตัวระดับ 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,450 ล้านบาท) หลังนักเตะมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง ทำให้ซีซั่นนี้ได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 18 เกมเท่านั้น แถมตอนนี้ "สิงห์บลูส์" มีกองกลางให้เลือกใช้งานได้หลายรายอยู่แล้วด้วย

    ขณะที่ บาร์ซ่า ก็พร้อมโละ คูตินโญ่ หลังทำผลงานไม่ดีตั้งแต่ซื้อมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,800 ล้านบาท) เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 และในซีซั่นนี้โดนส่งไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมใช้งาน แต่เชื่อว่า "เสือใต้" ไม่ต้องการซื้อขาด ทำให้พร้อมส่งไปแลกกับ ก็องเต้

    อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่า คงไม่เจองานง่ายในการไล่ล่าลายเซ็นของ ก็องเต้ เนื่องจาก เรอัล มาดริด คู่ปรับตัวฉกาจก็เล็งดึงมาเสริมทัพอยู่เช่นกัน หลัง ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ "ราชันชุดขาว" อยากได้มิดฟิลด์เพื่อนร่วมชาติมาสร้างทีมยุคใหม่ในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว