กิ๊กส์ยิ้ม! ดาวรุ่งหงส์ฮีโร่กดชัยน.94 นำเวลส์สยบบัลแกเรียเนชั่นส์ลีก

เนโก วิลเลี่ยมส์ ดาวรุ่งจาก ลิเวอร์พูล สวมบทฮีโร่ให้ทัพ "มังกรแดง" เวลส์ เมื่อตะบันประตูชัยในน.94 นำทัพคว้าชัยเหนือ บัลแกเรีย สุดดราม่า 1-0 ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่สนาม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ไรอัน กิ๊กส์ กุนซือทีมชาติเวลส์ จัดสตาร์ดังอย่าง แกเร็ธ เบล นำทัพมังกรแดง ร่วมกับ แดเนี่ยล เจมส์ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเกมเป็นไปอย่างสนุกสูสี ขณะที่ทีมเยือน ส่ง ซิซินโญ่ แข้งที่เกิดในบราซิลประเดิมสนาม ซึ่งเล่นกันแบบไร้คนดูตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

โอกาสที่หวาดเสียวที่สุดในครึ่งแรกเป็นของเวลส์ในน.44 เมื่อ คีฟเฟอร์ มัวร์ เปิดบอลให้ เดวิด บรู๊คส์ ซึ่งกลับมารับใช้ชาติครั้งแรกตั้งแต่ศึกคัด ยูโร 2020 เมื่อเดือนมิ.ย.ปีที่แล้วหลังไปผ่าตัดข้อเท้า จัดการวอลเล่ย์หลุดกรอบไปนิดเดียว

ครึ่งหลัง น.65 กิ๊กส์ แก้เกมด้วยการส่ง เนโก วิลเลี่ยมส์ ดาวรุ่งจากลิเวอร์พูลลงสนามแทน คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์ ถัดมาสองนาที แดน เจมส์ จากปีศาจแดงได้ส่องเน้นๆ หลังประสานงานได้สวยกับ บรู๊คส์ ทว่าติดเซฟ

น.74 คู่หู เจมส์ กับ บรู๊คส์ ต่อบอลกันได้สวยอีกครั้ง ก่อน บรู๊คส์ จะหวดแฉลบคานอย่างน่าเสียดาย แต่ เวลส์ ยังไม่ละความพยายาม น.90+1 เบล ซัดฟรีคิก 25 หลาเฉี่ยวเป้าหมายไปนิดเดียว

กระทั่ง น.94 ทัพมังกรแดงก็คำรามสมใจ เมื่อ จอนนี่ วิลเลี่ยมส์ โยนอย่างแม่นยำให้เจ้าหนู เนโก วิลเลี่ยมส์ เทกตัวโจกตรงเสาสองตุงตาข่ายเป็นประตูชัยให้ เวลส์ ชนะไปหวุดหวิด 1-0 คว้าชัยเป็นนัดที่สองติดต่อกันหลังเพิ่งทุบฟินแลนด์ รั้งจ่าฝูงกลุ่ม 4 ลีกบี

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวลส์: เวย์น เฮนเนสซี่ย์, คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์ (เนโก วิลเลี่ยมส์ น.65), ทอม ล็อคเยอร์, อีธาน อัมปาดู, เบน เดวิส, แม็ตต์ สมิธ, โจ มอร์เรลล์, แกเร็ธ เบล, เดวิด บรู๊คส์ (จอน วิลเลี่ยมส์ น.76), แดเนี่ยล เจมส์, คีฟเฟอร์ มัวร์ (ฮาล ร็อบสัน-คานู น.76)

บัลแกเรีย: จอร์จี้ จอร์จิเยฟ, ซิซินโญ่, คริสเตียน ดิมิทรอฟ, แอนตัน เนดยาลคอฟ, อิวาน โกรานอฟ, จอร์จี้ คอสตาดินอฟ, ยานิส คาราเบลยอฟ, บีร์เซนต์ คารากาเร็น, โทดอร์ เนเดเลฟ (ฟิลิป ยาโวรอฟ คราสเตฟ น.82), กาลิน อิวานอฟ (สปาส เดเลฟ น.70), โบซิดาร์ คราเยฟ (ดิมิทาร์ อิลิเยฟ น.61)

อดีตกิ๊กทรงโต “โรนัลโด้” ซื้อทีมดิวิชั่น3

ดาเนียลล่า ชาเวซ นางแบบเพลย์บอย อดีตคนเคยอยู่บนเตียงของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ควักกระเป๋าลงทุนครั้งสำคัญด้วยการซื้อสโมสรในระดับดิวิชั่น 3 ประเทศชิลี โดยตั้งเป้าจะนำทีมขึ้นมาผงาดในลีกสูงสุดให้ได้

               ดาเนียลล่า ชาเวซ นางแบบทรงโต และเป็นอดีตกิ๊ก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ลูกหนัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ควักกระเป๋าซ์้อสโมสรรันกากัว เซอร์ สปอร์ตส์ คลับ ทีมในระดับดิวิชั่น 3 ประเทศชิลี จากการายงานของ เดอะ ซัน สื่อดังในประเทศอังกฤษ

              นางแบบเพลย์บอยสุดเซ็กซี่ วัย 34 ปีเป็นชาวเมืองรันกากัว และมีผู้คนกดติดตามอินสตาแกรมของเธอมากกว่า 13 ล้านฟอลโลว์ ตัดสินใจลงทุนครั้งสำคัญ ด้วยการซื้อสโมสรดังกล่าว โดยคาดหวังว่าจะช่วยนำพาพวกเขาก้าวขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุดดินแดนบ้านเกิด

                  "ฉันสามารถยืนยันทีมเทคนิคของสโมสรได้เลยว่าเราจะได้เห็นการกลับมาของอดีตนักเตะทีมชาติ โรดริโก เปเรซ, เฟร็ด กาโยโซ่ อดีตนักเตะโอฮิกกินส์, เบโต้ กอนซาเลส, โชเช่  และเรายังมีตำนานโอฮิกกินส์อย่าง โจเอล โมลิน่า ด้วย ยินดีต้อนรับสู่ฝันที่แสนยิ่งใหญ่" ชาเวซ ระบุ

              สำหรับ ซาเวซ กลายเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก เมื่อเธออ้างว่าเคยหลับนอนกับ โรนัลโด้ เมื่อปี 2015 ทั้งๆ ที่ในเวลานั้นเขายังคบหาดูใจอยู่กับ อิริน่า เชค นางแบบสาวคนงาม และเรื่องดังกล่าวเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ "ซีอาร์ 7" แยกทางกับซูเปอร์โมเดลชาวรัสเซีย

                 "คริสเตียโน่ เป็นคนขี้อายมากๆ ในตอนแรก แต่เมื่อเขาเริ่มมั่นใจเขาช่างเป็นชายชาตรี แม้ว่าจะยังมีอาการกลัวๆ เกร็งๆ อยู่บ้าง เขารักฉัน แต่ไม่กล้าแสดงออกมา ฉันก็แค่อยากเติมเต็มความฝัน และได้มีเซ็กซ์กับเขา ฉันหลงใหลรูปร่างของเขา เขาชอบใบหน้าของฉัน, หน้าอก และที่สำคัญเขาไม่เคยนอนกับสาวเพลย์เมท" ชาเวซ กล่าว

กิ๊กส์ชี้ผีต้องเสริมอีกสามคนบี้สองทีมนำ

ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มองต้นสังกัดเก่ายังต้องเสริมทัพอีก 2-3 รายเพื่อไล่ล่าสองทีมนำทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 "ปีศาจแดง" ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้ใครมาแล้ว 19 เกมติดต่อกันทุกรายการ จนหลายคนมองว่าปีหน้าฟ้าใหม่จะเป็นฤดูกาลที่สดใสสำหรับทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

 ในช่วงตลาดที่ผ่านมาทีมทำได้ดีในการดึงผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งทาง กิ๊กส์ ชื่นชมในเรื่องนี้ แต่ชี้ว่าทีมก็ยังต้องเสริมเพิ่มอีก 2-3 คนเพื่อลดช่วงว่างกับทั้ง "หงส์แดง" และ "เรือใบ"

 "โอ้ แน่นอน ผมยังคิดว่าเราห่างกับ (ทั้ง) แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล" กิ๊กส์ กล่าวผ่าน พรีเมียร์ลีก โปรดักชั่น "ผมยังคิดว่านักเตะ 2 หรือ 3 คน (ที่เราต้องการ), โอเล่ ทำได้ดีในช่วง 2 หน้าต่างซื้อ-ขายที่ผ่านมา"

 "มีคนเข้ามาใหม่, แฟร์นันเดส ดูมีความเป็นผู้นำ เขามีแคแร็กเตอร์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เป็นกัปตัน ดังนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับผู้เล่นเท่านั้น, มันเกี่ยวกับการมีวัฒนธรรมและแคแร็กเตอร์ที่สามารถพัฒนาได้ – ไม่ใช่แค่ 11 ตัวจริง แต่สำหรับทีมและความรู้สึกโดยรวมของทั้งสโมสร"

 "พวกเขากำลังเดินมาในทิศทางที่ถูกต้อง แต่ผมยังเชื่อว่าพวกเขาต้องการนักเตะอีกสัก 3 คน"

กิ๊กส์เผยได้ประสบการณ์เพียบจากฟานกัล

ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์เผยได้ประสบการณ์เพียบในการทำงานร่วมกับ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 ปีกพ่อมดก้าวขึ้นมาคุมทีม "ปีศาจแดง" ชั่วคราวหลัง เดวิด มอยส์ โดนปลดจากตำแหน่ง ก่อนที่ หลุยส์ ฟาน กัล จะเข้ามาทำหน้าที่นายใหญ่ของทีมและได้ตั้ง กิ๊กส์ เป็นมือขวา

 เมื่อถูกถามถึงการร่วมงานกับผู้จัดการคนอื่นนอกเหนือจาก เฟอร์กูสัน เป็นอย่างไร, กิ๊กส์ ตอบว่า "แนวทางที่แตกต่างกัน, บุคลิกที่แตกต่างกัน"

 "เห็นได้ชัดว่าผมพบผู้จัดการทีมชาติ แต่มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น, นั่นเป็นเหตุผลที่ผมพูดถึง หลุยส์ เกี่ยวกับงานโค้ชของผม เพราะผมใช้เวลา 2 ปีในการประชุมและทำหน้าที่รับผิดชอบ"

 "ผมพูดด้วยความรักที่มีต่อเขาเพราะนั่นมันเป็นงานโค้ชแรกของผม ขณะที่ตอนคุณเป็นนักเตะคุณไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร, คุณไม่รู้ว่าผู้จัดการทีมเห็นอะไรในวีดีโอ"

 "นักเตะใช้เวลา 7-8 นาทีในการดูคู่แข่ง แต่ทีมโค้ชจะต้องดูมันเป็นชั่วโมง, ดังนั้นมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง, แม้ว่าคุณจะทำงานกับผู้จัดการทีมมานาน"

 "มันเป็นเรื่องของการบริหารและสิ่งต่างๆที่ เซอร์ อเล็กซ์ ทำคือสิ่งที่ผมหยิบยกขึ้นมา, ในขณะที่ หลุยส์ ชัดเจนว่าผมได้เห็นว่าทำไมคุณถึงเล่นในระบบที่แตกต่าง เหตุผลสำหรับเรื่องนี้และเรื่องนั้น, มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริงๆ"

ถึงขั้นไม่คุยด้วย!นานี่เผยเคยทำอะไรจนเฟอร์กูสันโมโห

หลุยส์ นานี่ ระบุ ตอนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยโมโหจนไม่คุยกับตนตลอดทางกลับบ้าน เพราะตนไปแย่งหน้าที่ยิงลูกจุดโทษมาจาก ไรอัน กิ๊กส์ จนทำให้ทีมชวด 3 แต้ม แต่ชี้ เฟอร์กูสัน เป็นคนที่เก่งจนรู้วิธีรับมือกับคนทุกรูปแบบ
    หลุยส์ นานี่ ปีกชาวโปรตุกีสของ ออร์แลนโด้ ซิตี้ สโมสรในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยโกรธที่ตนยิงลูกจุดโทษแทน ไรอัน กิ๊กส์ จนถึงขนาดไม่พูดกับตนในระหว่างทางกลัยบบ้าน

    เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเกม พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2010-11 นัดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่บุกไปเสมอกับ ฟูแล่ม 2-2 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2010 โดยวันนั้น นานี่ ลงเป็นตัวสำรอง และเขาก็รับหน้าที่ยิงลูกจุดโทษในตอนที่ทีมได้ลูกจุดโทษในช่วง 3 นาทีสุดท้ายของเกม ซึ่งตอนนั้น "ปีศาจแดง" นำอยู่ 2-1 แต่เขากลับยิงไม่เข้า และในอีก 2 นาทีต่อมา "เจ้าสัวน้อย" ก็ทำประตูตีเสมอได้

    นานี่ เผยในรายการพ็อดแคสต์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่า "บ้านของเขาอยู่ใกล้กับผม และแต่ก่อนเรามักจะไปที่กรุงลอนดอนด้วยการนั่งรถไฟไปที่นั่น ซึ่งปกติแล้วภรรยาของเขากับครอบครัวของเขามักจะทิ้งให้เขารออยูู่ที่สถานีรถไฟ (ในตอนที่กลับถึงเมืองแมนเชสเตอร์) ดังนั้นมันเลยหมายความว่าไม่มีใครที่จะขับรถพาเขากลับบ้าน เขาเลยมองหาคนที่อยู่ใกล้กับเขาเพื่อช่วยขับรถพาเขากลับบ้าน"

    "ดังนั้นผมเลยบอกว่า -โอเคฮะบอส ผมจะพาคุณกลับบ้านเอง!- แต่วันนั้นมันน่าตลกมากๆ เชื่อผมเถอะ! วันที่ผมขับรถพาเขากลับบ้านน่ะมันเกิดขึ้นหลังเกมกับ ฟูแล่ม และวันนั้นผมเป็นตัวสำรองในตอนแรก พอโดนเปลี่ยนตัวลงไปแล้วผมก็เล่นได้ดีมากๆ ผมมีความมั่นใจสูงสุดๆ แล้วจากนั้นเราก็ได้ลูกจุดโทษ ซึ่งในตอนแรก ไรอัน กิ๊กส์ คือคนที่ต้องยิงลูกจุดโทษ"

    "วันนั้นผมมีความมั่นใจสูงมากๆ (จนขอยิงลูกจุดโทษเอง) และ กิ๊กส์ ก็ไม่ได้พูดอะไรเลย ผมเลยหยิบบอลไปยิงเอง แต่แล้วผมก็ยิงพลาด! ตอนอยู่ในห้องแต่งตัวน่ะเขาแทบจะฆ่าผมเลย เขาถามว่า -นานี่ แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ ? ใครอนุญาตให้แกเป็นคนยิงลูกจุดโทษ ?- แล้วจากนั้นเขาก็ไปเล่นงาน ไรอัน กิ๊กส์ ต่อ เขาพูดว่า -ไรอัน แกปล่อยให้มันยิงลูกจุดโทษทำไมวะ ?- ซึ่ง ไรอัน ก็ตอบไปว่า -เขาหยิบบอลไป และผมก็ปล่อยให้เขายิงเอง- ให้ตายเถอะ มันเป็นวันที่น่าเหลือเชื่อมากๆ"

    "หลังจากนั้นเราก็กลับบ้าน และผมก็พูดว่า -เจ้านายฮะ ผมขับรถพาคุณไปส่งที่บ้านได้นะ- ซึ่งผมก็ขับรถพาเขากลับบ้านจริงๆ แต่ตอนอยู่บนรถเขาก็ไม่ได้พูดกับผมเลย ตอนนั้นผมขับรถด้วยความรู้สึกที่กระอักกระอ่วนสุดๆ"

    อย่างไรก็ตาม ดาวเตะเลือดฝอยทองก็เสริมว่าตนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ เฟอร์กูสัน และชมอีกฝ่ายว่าเป็นกุนซือชั้นยอด "เขารู้วิธีรับมือกับคนทุกบุคลิก, คนทุกวัย และคนทุกๆ นิสัย ตอนนั้นผมยังอายุน้อยอยู่ และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมรู้ถึงเรื่องนั้น และผมก็ได้เรียนรู้จากมันเยอะมาก ผมเปลี่ยนไปเยอะ นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญของชีวิต คุณต้องเรียนรุ้ให้ได้"

อยู่แมนยูก็ไม่ช่วยอะไร!แกสคอยน์หยันป๋าคุมดียังไงปล่อยลูกทีมทำเรื่องแย่

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬารายหนึ่ง ระบุ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พอล แกสคอยน์ เย้ยหยัน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าไม่ได้ทำให้ลูกทีมมีวินัยที่ดีจนถึงขนาดจะช่วยทำให้ตนมีอาชีพการเล่นที่ดีขึ้นได้เลย พร้อมบอกว่าครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตนเคยตัดสินใจซบ สเปอร์ส มากกว่า "ปีศาจแดง"

    พอล แกสคอยน์ อดีตยอดกองกลางชาวอังกฤษ เคยพูดเหน็บแนม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ว่าที่จริงแล้วก็ไม่ได้ควบคุมให้นักเตะมีวินัยที่ดีได้เลย ตามการเปิดเผยของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง

    ในช่วงที่เขารุ่งๆ นั้น แกสคอยน์ ถือเป็นนักเตะชั้นยอดคนหนึ่ง โดยเขาเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และตอนนั้นเคยมีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย ก่อนที่จะไปซบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในปี 1988 แถมเขายังเคยไปเล่นให้ ลาซิโอ และเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลที่นั่นด้วย
   
    อย่างไรก็ตาม แกสคอยน์ ก็ผลงานดร็อปลงอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุเป็นเพราะเขาเป็นโรคติดแอลกอฮอล์จนมักจะออกไปดื่มเหล้าอยู่บ่อยๆ ซึ่ง เฟอร์กูสัน และหลายคนมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แกสคอยน์ น่าจะประสบความสำเร็จในวงการลูกหนัง และโชว์ฟอร์มเก่งได้นานกว่านี้ ถ้าหากเขาย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะ เฟอร์กูสัน มักจะได้รับคำชมว่าเข้มงวดกับนักเตะจนทำให้ลูกทีมมีวินัยที่ดี

    ทั้งนี้ ดิ แอธเลติก เพิ่งเปิดเผยว่าเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แกสคอยน์ ไปออกงานอีเวนต์งานหนึ่ง และในระหว่างนั้นเขาก็บอกด้วยว่าต่อให้ตัวเองย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มันก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ต่างออกไปอยู่ดี เพราะลูกทีมบางคนของ เฟอร์กูสัน ก็ทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้เหมือนกัน

    ดิ แอธเลติก อ้างว่า แกสคอยน์ เผยในงานดังกล่าวว่า "อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกว่าสถานการณ์มันคงจะต่างออกไปถ้าผมเซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แหม ผมจะยกตัวอย่างแล้วกันว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ เคยหนีจากการตรวจหาสารกระตุ้น, เอริก คันโตน่า เคยกระโดดถีบคอแฟนบอลงี่เง่าบางคนบนอัฒจันทร์, เวย์น รูนี่ย์ ไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงระดับคุณยาย และ ไรอัน กิ๊กส์ ก็แอบมีความสัมพันธ์กับภรรยาของน้องชายเขาเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ"

    อดีตแข้งวัย 52 ปี เสริมว่าสาเหตุที่เลือกย้ายไปอยู่กับ สเปอร์ส มากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเพราะคนในครอบครัวอยากให้ตนซบ "ไก่เดือยทอง" มากกว่า "คุณพ่อของผมท่านบอกว่า -แกจะรออะไรอยู่ล่ะฟะ ?- ส่วนพี่สาวของผมก็ติดต่อมา เธอบอกว่า -สวัสดี พอล ถ้าเกิดคุณแม่อยากได้บ้าน แล้วคุณพ่ออยากได้รถเนี่ย ฉันก็อยากได้เตียงอาบแดดไฟฟ้านะ- ดังนั้นผมเลยโทรศัพท์ไปหา เออร์วิ่ง สโคลาร์ (ประธาน สเปอร์ส ในตอนนั้น) แล้วบอกว่า -ฟังนะ คุณคงไม่เชื่อแน่ๆ แต่อย่างสุดท้ายเลย คุณจะช่วยหาเตียงอาบแดดไฟฟ้ามาให้ผมได้ไหม ?- ข้อตกลงมันเสร็จสิ้นลงเพราะเตียงอาบแดดไฟฟ้า แต่แล้วเราก็ใส่หลอดไฟผิดจนทำให้บ้านระเบิด"

กิ๊กส์ชี้4นักเตะแมนยูไม่เคยโดนไดร์เป่าผมเฟอร์กี้

แฟนบอลไปฟังกัน ไรอัน กิ๊กส์ เปิดชื่อ 4 นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่เคยโดนไดร์เป่าผมจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พร้อมชมเจ้านายมีวิธีจัดการเด็กๆ ได้เยี่ยม
    ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกพ่อมดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า เอริก คันโตน่า, ไบรอัน ร็อบสัน, รอย คีน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็น 4 นักเตะ "ปีศาจแดง" ที่ไม่เคยโดน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตต์ โวยใส่อย่างรุนแรง หรือที่ถูกเรียกกันว่า "ไดร์เป่าผมพิฆาต"

    กิ๊กส์ เผยผ่าน บีอิน สปอร์ต ว่า "มีนักเตะ 3 หรือ 4 คนที่ไม่เคยโดนแบบนั้น เอริก คันโตน่า เป็นหนึ่งในนั้นร่วมกับ ไบรอัน ร็อบสัน, รอย คีน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พวกเขามีแนวทางของตัวเองที่จะทำให้ทีมเป็นผู้ชนะ พวกเขาทำมันได้ในสนามเลยไม่เคยโดนแบบนั้น"

    พร้อมกันนี้ กิ๊กส์ ยังเสริมว่า บ่อยครั้งที่นักเตะ "ปีศาจแดง" รู้สึกแปลกใจกับแนวทางปฎิบัติของ เฟอร์กูสัน ที่มีต่อ คันโตน่า เพราะบางนัดดาวเตะฝรั่งเศส แทบไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างไรก็ตาม สุดท้ายมักจะมีทีเด็ดให้เห็นเสมอ

    "บางเกม เอริก ไม่ได้ทำอะไรเลย เขาไม่ได้ทำประตู ไม่วิ่งเหมือนอย่าง คาร์ลอส เตเวซ หรือ เวย์น รูนี่ย์ เขาไม่มีผลใดๆ กับเกม แต่เขารู้ว่าในไม่ช้าหรือเร็ว เขาจะมีทีเด็ดแน่ พวกเรานั่งในห้องแต่งตัวและเคยคิดว่า เขาจะโดนแน่ เพราะไม่ได้ทำอะไรเลยในเกมนี้"

    "อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ต่อมา เขาก็ทำประตูชัยได้ หรือสร้างเวทมนต์ เฟอร์กูสัน ดูแลพวกนักเตะชื่อดังได้เป็นอย่างดีตราบเท่าที่พวกเขาทำผลงานในสนามได้เยี่ยม เขามีแนวทางจัดการพวกเขาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป" กิ๊กส์ ที่ในเวลานี้ทำหน้าที่กุนซือทีมชาติเวลส์ เผย

แมนยูเตรียมทุ่ม 20 ลป.ล่าแนวรับสวอนซี หลังกิ๊กส์แนะนำ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะทุ่มเงิน 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อคว้าตัว โจ โรดอน ปราการหลังของ สวอนซี ซิตี้ หลังได้รับคำแนะนำจาก ไรอัน กิ๊กส์ อดีตปีกระดับตำนานของทีม
    เดอะ มิร์เรอร์ รายงานข่าวว่า ไรอัน กิ๊กส์ เป็นแฟนตัวยงของ โจ โรดอน แนวรับคนชาติเดียวกัน โดยระบุ อดีตปีกคนดังกระตุ้นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดเก่าคว้าตัวมาให้ได้

    สื่อดังกล่าว ยังเผยอีกว่า "เร้ด เดวิลส์" วางแผนใช้เงินจำนวน 20 ล้านปอนด์ เพื่อเป็นค่าตัวของ โรดอน ซึ่งทาง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือใหญ่ ก็มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนความคิดนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ หลังจาก คริส สมอลลิ่ง และ มาร์กอส โรโฮ เตรียมตัวเก็บข้าวของย้ายออกจากทีม

    สำหรับ โรดอน ก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของ สวอนซี เมื่อปี 2018 โดยลงสนามไปแล้ว 46 นัด รวมถึงติดทีมชาติเวลส์ครั้งแรกเมื่อปีก่อน นอกจากนี้ กิ๊กส์ เคยออกมาเผยว่าเห็นแข้งวัย 22 ปีเล่นแล้วทำให้นึกถึง แกรี่ พัลลิสเตอร์ อดีตเพื่อร่วมทีม"ปีศาจแดง"

แมนฯ ยูไนเต็ด น่าซื้อจริงหรือ ? เทียบผลงาน โรดอน ซีซั่นก่อนและฤดูกาลนี้

ในขณะที่เกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเตะกันได้ในตอนไหน หรีอจะกลับมาเล่นให้จบได้จริงๆ หรือไม่นั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในคนล่าสุดที่มีช่าวกับพวกเขาคือ โจ โรดอน ปราการหลังหนุ่มวัย 22 ปีจาก สวอนซี ซิตี้ ทีมในศึก แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ
    แม้ว่าฤดูกาลนี้เกมรับของ สวอนซี จะน่าผิดหวัง เมื่อเสียไปถึง 45 ประตู จากการลงเล่นในลีก 37 นัด น้อยกว่าประตูที่ทีมทำได้เพียงลูกเดียวเท่านั้น แต่กูรูหลายคนก็ให้คำชม โรดอน มากพอตัวว่ามีอนาคตที่สดใส โดยเขาขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของ สวอนซี ได้ตั้งแต่ฤดูกาลก่อน และตอนนี้เขาก็ติดทีมชาติเวลส์ชุดใหญ่ไปแล้วด้วย

    ทั้งนี่ ว่ากันว่า ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์คนปัจจุบัน และเป็นตำนานปีกของ แมนฯ ยูไนเต็ด แนะนำให้อดีตต้นสังกัดของเขาเซ็นสัญญากับ โรดอน เอง เพราะมองว่าเจ้าตัวมีอนาคตที่สดใสรออยู่ คำถามคือเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่แรงอวยของ กิ๊กส์ จนทำให้มันดูเป็นการลงทุนที่เสี่ยง ? ดังนั้นวันนี้เราเลยจะลองมาเทียบผลงานของ โรดอน ในซีซั่นก่อนกับฤดูกาลนี้กันว่าต่างกันแค่ไหน

    – การสกัด
    ในด้านคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของกองหลังนั้น ซีซั่นที่แล้ว โรดอน ทำผลงานได้ดี เพราะเขามีค่าเฉลี่ยการพยายามเข้าสกัด 0.9 ครั้งต่อเกม และสามารถสกัดโดนบอลได้ถึง 0.8 ครั้งต่อนัด เรียกได้ว่าเขาเป็นปราการเหล็กที่โดนคู่แข่งในลีกเลี้ยงบอลผ่านได้เฉลี่ยเพียง 0.1 ครั้งต่อเกมเท่านั้น

 


 

    ขณะที่ในฤดูกาล 2019-20 โรดอน ก็ฟอร์มดร็อปลงมานิดหน่อย เพราะเขาสกัดโดนบอลเฉลี่ย 1 ครั้งต่อเกม จากค่าเฉลี่ยการพยายามเข้าสกัด 1.4 ครั้งต่อนัด หรือก็คือโดนคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านไปเฉลี่ยแล้ว 0.4 ครั้งต่อเกม ถึงกระนั้น มันก็ยังดูเป็นผลงานที่ไม่แย่เกินไปนัก

 


 

    สิ่งที่น่าประทับใจคือการตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งสกัด เพราะหลังจากซีซั่นก่อนเขาทำผลงานในด้านนี้เฉลี่ยไป 1.2 ครั้งต่อเกมแล้วนั้น โรดอน ก็พัฒนาการอ่านเกมได้ดีจนทำให้ฤดูกาลนี้มีค่าเฉลี่ยการตัดบอลดีขึ้นเป็น 1.6 ครั้งต่อเกมด้วยกัน

    – การผ่านบอล
     ฤดูกาลที่แล้ว โรดอน ผ่านบอลเข้าเป้าในลีกรวมแล้ว 86.9 เปอร์เซ็นต์ แถมยังเป็นการผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าถึง 2.4 ครั้งต่อนัดด้วย ขณะที่ซีซั่นนี้เปอร์เซ็นต์ความแม่นยำในการผ่านบอลลดลงมาเหลือ 81.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการผ่านบอลระยะไกลไปถึงเพื่อนร่วมทีมก็ลดมาเหลือ 2 ครั้งต่อนัด


 

    มองในมุมหนึ่งนั้น มันไม่ใช่ตัวเลขที่ดร็อปลงแบบน่าใจหายจนถึงขั้นควรจะหวาดวิตก แต่อีกด้านหนึ่งมันก็ถือว่าน่ากังวลนิดๆ เพราะที่จริงซีซั่นนี้เขาผ่านบอลน้อยลงกว่าเดิมที่ค่าเฉลี่ย 49.3 ครั้งต่อนัด ขณะที่ฤดูกาลก่อนมีจังหวะผ่านบอลในลีกเฉลี่ย 51.2 ครั้งต่อเกม หรือก็คือทั้งที่ผ่านบอลน้อยลง แต่มันกลับไปถึงเป้าหมายน้อยลงในระดับหนึ่งตามไปด้วย

    – ลูกกลางอากาศ
    นี่ถือเป็นจุดเด่นของดาวเตะเจ้าของส่วนสูง 180 เซนติเมตรเลยก็ว่าได้ โดยฤดูกาลที่แล้ว โรดอน มีจังหวะขึ้นดวลลูกกลางอากาศเฉลี่ย 5.7 ครั้งต่อนัดในลีก และเขาก็ชนะการดวลกลางเวหา 3.7 ครั้งต่อเกม แพ้ไปเพียง 1.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้น


 

    ส่วนในฤดูกาล 2019-20 นั้น ก่อนที่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ จะต้องพักการแข่งขันจากปัญหาของโควิด-19 โรดอน มีจังหวะขึ้นดวลลูกกลางอากาศ 5.9 ครั้งต่อเกม โดยเขาชนะไป 3.5 ครั้งต่อนัด และแพ้ไป 2.4 หนต่อเกม ซึ่งถึงแม้จะดร็อปลงมา แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ในระดับที่เลวร้ายจนเกินไป

    สรุป : ถ้าเทียบกับกองหลังใน พรีเมียร์ลีก ยุคปัจจุบันนั้น กูรูวงการฟุตบอลอังกฤษบางคนมองว่า โรดอน มีความละม้ายคล้ายคลึงกับ จอห์น สโตนส์ ปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในบางด้าน โดยเฉพาะการเข้าชนกับคู่แข่งแบบตรงไปตรงมาด้วยการใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเป็นหลัก

 


 

    แม้ว่าเรี่องการผ่านบอลจะดร็อปลง แต่ในด้านเกมรับแล้ว โรดอน ทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะลูกกลางอากาศที่ทำได้โดดเด่น ดังนั้นถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด จะดึงเขามาปลุกปั้นต่อจริงๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการที่ตอนนี้เซนเตอร์แบ็กในทีมชุดใหญ่ที่พร้อมใช้งานของพวกเขามีเพียง แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เอริก ไบยี่ เท่านั้น ส่วน คริส สมอลลิ่ง กับ ฟิล โจนส์ ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง หลังจากทั้งคู่มีข่าวเรื่องย้ายทีมอยู่เรื่อยๆ

 

จากปากคนใน! “กิ๊กส์” เผยเหตุผลที่ป๋าตัดสินใจขาย “เบ็คส์”

ไรอัน กิ๊กส์ ผู้จัดการทีมชาติเวลส์ เผยเบื้องลึกเบื้องหลังเหตุผลที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจขาย เดวิด เบ็คแฮม ให้เรอัล มาดริด โดยระบุเมื่อถึงเวลาทุกอย่างก็ต้องเป็นไป ที่สำคัญการอำลาของ "เบ็คส์" นำไปสู่การมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้
          ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยเหตุผลสำคัญที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจขาย เดวิด เบ็คแฮม ให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เมื่อปี 2003

          "เฟอร์กี้" พร้อมที่จะกำจัดบรรดานักเตะที่มักจะสร้างปัญหา หรือทำตัวอยู่เหนือสโมสร โดยมีผู้เล่นชั้นนำของทัพ "ผีแดง" หลายคนที่โดน "ป๋า" ปล่อยตัวออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หนึ่งในนั้นก็คือ เบ็คแฮม ที่้ต้องระเห็จไปอยู่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว

          สำหรับการโบกมือลาของ "หนุ่มเบ็คส์" ในครั้งนั้น กิ๊กส์ มองว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของทั้งสองฝ่าย "ผมคิดว่าส่วนใหญ่แล้วมันก็เป็นเหตุผลด้านฟุตบอลทั้งนั้น มันเป็นการทำเพื่อซื้อบางคนเข้ามา​ หรือไม่ก็นักเตะอาจจะเสียอิทธิพลที่เคยมีไปแล้ว​ หรือไม่ก็เป็นเรื่องของช่วงเวลาก็เท่านั้น"

         "อย่างในกรณีของ เดวิด เบ็คแฮม มันมีอะไรหลายๆ อย่างมากมาย ตอนนั้นเขามักจะโต้เถียงตลอดแทบทุกสัปดาห์ และมันคงถึงเวลาที่ทั้งสองคนต้องแยกทางกัน" กิ๊กส์ ซึ่งปัจจุบันรับหน้าที่กุมบังเหียนทีมชาติเวลส์ กล่าวทิ้งท้าย

         ความสัมพันธ์ระหว่าง "ท่านเซอร์" กับ เบ็คแฮม ไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกเลย หลังจากที่นายใหญ่เลือดวิสกี้ เตะรองเท้าสตั๊ดใส่ "หนุ่มเบ็คส์" จนคิ้วแตกในห้องแต่งตัว  โดยหลังจากอำลา "โรงละครแห่งความฝัน" เบ็คแฮม ก็ประสบความสำเร็จกับช่วงเวลา 4 ปีที่ เรอัล มาดริด ก่อนจะระหกระเหินไปค้าแข้งกับ เอซี มิลาน, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ แอลเอ แกแล็กซี่ ในเวลาเดียวกันสโมสรก็หาตัวตายตัวแทนได้ทันทีนั่นก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้