เมืองทองฯ เปิดตัว “พิชา-ภูมินทร์-ฉัตรมงคล” ร่วมทัพ

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล ทำการเปิดตัว พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จาก สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จาก การท่าเรือ เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทางด้านบอร์ดบริหารมั่นใจจะเข้ามายกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 ภายในห้องสื่อมวลชน สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นใหม่ของสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2020 เซ็นสัญญาคว้าตัว พิชา อุทรา ปีกวัย 24 ปี, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จากสโมสร สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยภายในงานมีทางคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฯ, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ, อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อม 3 ผู้เล่นใหม่ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ กล่าวว่า "สวัสดีสื่อมวลชนและแฟนบอลทุกท่าน ถือเป็นอีกวันสำคัญของสโมสร กับการเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพมาสู่ทีม เพื่อพร้อมกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ขอต้อนรับ ฉัตรมงคล ทองคีรี สู่สโมสรอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เราจับตามองมายาวนาน ถือเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพสูง รวมถึงเป็นผู้เล่นที่โค้ชกาม่าชื่นชอบ คุ้นเคยกับสไตล์การเล่น เชื่อว่าจะเข้ามาเติมเต็มขุมกำลังแดนกลางได้อย่างแน่นอน"

"พร้อมกันนี้เราขอต้อนรับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา สู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง สำหรับน้องทั้ง 2 คนถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่สโมสรฯ ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมาเกือบทุกรายการ ที่ผ่านมาเขาได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ากับทีมต่างๆ อย่างที่ทราบว่าทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ ทำให้โอกาสลงเล่นของผู้เล่นอาจมีจำกัดบ้าง แน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับทีม และเป็นส่วนหนึ่งกับการไล่ล่าความสำเร็จมาสู่ทีม"

ขณะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางตัวใหม่เปิดใจว่า "ก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง การท่าเรือ ที่มอบโอกาสเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่นี่ และขอบคุณผู้บริหาร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงแม้จะอยู่ในสัญญายืมตัว 1 ปี แต่ก็จะมุ่งมั่นเต็มร้อย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสโมสรใหญ่แห่งนี้"

ส่วนทาง ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกคนใหม่เปิดใจว่า "ส่วนตัวรู้สึกดีใจอย่างมากที่กลับมาบ้านเก่าแห่งนี้ แน่นอนว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมมาตั้งแต่เด็ก จนได้พัฒนาฝีเท้าถึงปัจจุบัน ส่วนการกลับมาครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ประสบความสำเร็จให้ได้"

ปิดท้ายที่ พิชา อุทรา ปีกซ้ายคนใหม่เปิดใจว่า "สิ่งแรกต้องขอขอบคุณผู้บริหารสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ดึงตัวกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ผมมีความประทับใจที่ยอดเยี่ยมกับทีม ตั้งแต่ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ส่วนเป้าหมายก็อยากดึงศักยภาพ และความสามารถของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้"

ทุบสถิติ! เมืองทองทุ่ม 55 ล้านทาบ “เอกนิษฐ์” พร้อมอ็อปชั่นอื้อให้เชียงราย

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทุ่ม 55 ล้านบาท ยื่นซื้อ เอกนิษฐ์ ปัญญา กองกลางอนาคตไกลดีกรีทีมชาติไทยจาก สิงห์ เชียงราย เข้ามาเสริมทัพร่วมกับขุนพลพลังหนุ่ม ก่อนลุยศึกไทยลีก แถมมีอ็อปชั่นให้ "บิ๊กฮั่น" มิติ ติยะไพรัช พิจารณาอีกเพียบ ด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ย้ำว่านี่เป็นการทำลายสถิติการซื้อขายที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ก่อนหน้านี้ "กิเลนผยอง" เคยขาย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ด้วยค่าตัว 50 ล้านบาทให้ "กว่างโซ้งมหาภัย"

    เอสซีจี เมืองทองฯ สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังของไทยอีกครั้ง เมื่อยื่นข้อเสนอทุ่มเงินจำนวน 55 ล้านบาท เพื่อล่าลายเซ็นกองกลางฝีเท้าดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคดีกรีทีมชาติชุดใหญ่ และมีอนาคตไกลอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา จากสโมสร สิงห์ เชียงรายฯ เข้ามาเสริมทัพ ก่อนที่ไทยลีกจะเริ่มขึ้นในเดือน ก.ย. นี้

    ทั้งนี้ "บิ๊กเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า "ทาง เอสซีจี เมืองทองฯ เตรียมที่จะทุ่มเงินซื้อนักเตะอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาร่วมทัพเพื่อเล่นกับเหล่าดาวรุ่งของทีมในฤดูกาลนี้ โดยได้ยื่นข้อเสนอในการซื้อตัวนักเตะรายดังกล่าวไปแล้วในวงเงิน 55 ล้านบาท ถือว่าเป็นสถิติของการซื้อขายครั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ เอสซีจี เมืองทองฯ เคยขาย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ให้ สิงห์ เชียงราย ไปที่ 50 ล้านบาท เราแสดงความความสนใจจริง และเคารพต่อทีม สิงห์ เชียงราย ในการเจรจาดึงนักเตะคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของทีม และยังเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน"

    "นอกจากนี้ในสัญญาการซื้อขายที่เราเสนอไปให้ทาง สิงห์ เชียงราย พิจารณานั้น ยังมีอ็อปชั่นอื่นๆ อีกมากมายให้ทาง มิติ ติยะไพรัช และผู้บริหารของ กว่างโซ้ง ได้พิจารณา"

    สำหรับ เอกนิษฐ์ ปัญญา ชื่อเล่น "บุ๊ค" เป็นชาวเชียงรายโดยกำเนิด อายุ 20 ปี เล่นทีมชาติมาตั้งแต่เยาวชน 19 ปี กระทั่งถึงทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งในนามชุดใหญ่ลงเล่นไปแล้ว 3 นัด ยิงได้ 1 ประตู

มาริโอ กับบทบาทใหม่ใน”กิเลนผยอง”

จัดเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะต่างชาติที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของลีกไทย โดยเฉพาะการค้าแข้งให้กับทีม “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างชื่อให้กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้มากที่สุดในช่วงเวลาการเล่นอาชีพที่เมืองไทย

    แม้ยามนี้จะแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่ทางสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดย “บิ๊กเป้”รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสร ได้เปิดเผยว่า ด้วยความผูกพันที่มาริโอ มีกับเมืองทอง จึงได้ร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากเจ้าตัวเลิกเล่น โดยตอนนี้ได้ให้เจ้าตัวดูแลเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเยาวชน

 
    “มาริโอ จะรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน MTUTD SOCCER SCHOOL ซึ่งจะเป็นสถาบันสอนเด็ก ๆ ที่มาเรียนฟุตบอลกับสโมสรของเรา และยังให้ดูแลการสร้างเด็กเยาวชน 19 ปีของสโมสร ด้วยฝีเท้าและประสบการณ์ที่ล้นเหลือของเขา เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาเด็กเยาวชนของสโมสรก้าวขึ้นมาสู่ชุดใหญ่อย่างมีคุณภาพตามแบบฉบับฝีเท้าของเขา”

ตัดสินใจยากสุดในชีวิต! “ตังค์- สารัช” ร่ายยาวหลังลาเมืองทองซบบีจี

"ตังค์ " สารัช อยู่เย็น โพสต์ข้อความความรู้สึกครั้งแรกหลังย้ายจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไปซบรังบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ได้มีการเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวขอบคุณโอกาสที่ได้รับจากการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรรวมถึงขอบคุณแฟนบอล "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ แต่การย้ายทีมเป็นวิถีของฟุตบอล ก่อนกล่าวปิดท้ายคำสั้นๆ "ขอบคุณมากๆ​ ครับ"
    หลังจากที่ "เจ้าตังค์" สารัช อยู่เย็น"  ได้ย้ายร่วมทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวโพสต์ถึงความรู้สึกว่า "ถึงแฟนกิเลนผยอง 11 ปี ในสีเสื้อของเมืองทอง ยูไนเต็ด สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก จากน้องเล็กของบ้านในช่วงที่เป็นเยาวชนก้าวเข้ามาสู่ทีม จนมาเป็นพี่ใหญ่ของบ้านหลังนี้ ผมได้รับโอกาสดีๆ​ มากมายจากที่นี่ ได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่ๆ​ น้องๆ​ นักฟุตบอล​,สต๊าฟฟ์โค้ช​ทีมงาน ได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายในโลกของฟุตบอล ทั้งการเป็นส่วนหนึ่งของการคว้าแชมป์ไทยลีก การเล่นในระดับสโมสรเอเชีย ร่วมถึงโอกาสรับใช้ทีมชาติไทย

    ถ้าไม่มีสโมสรแห่งนี้ ผมอาจจะไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ ผมขอกราบขอบคุณผู้มีพระคุณในสโมสรทุกท่านที่มีความเมตตากับผมอย่างมหาศาล โดยเฉพาะคุณลุงระวิ โหลทอง ซึ่งมีความเมตตาผมและครอบครัวของผมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยคุณพ่อของผมเมื่อครั้งยังเป็นพนักงานในบริษัทสยามกีฬา คุณลุงได้ให้ความเมตตาอย่างมาก ทั้งคอยชี้แนะและผลักดันให้ตัวผมก้าวหน้าในเส้นทางฟุตบอลมาโดยตลอด

    และที่ขาดไม่ได้คือ​ แฟนบอลกิเลนผยอง​ ขอบคุณ​ที่ให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ เราได้ผ่านช่วงเวลาที่ดีและยากลำบากมาด้วยกัน ทุกครั้งที่ทีมประสบความสำเร็จ​ ทุกๆ​ กำลังใจที่ส่งมาให้กับนักบอลเป็นพลังและแรงผลักดันที่สำคัญที่สุด

    แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น​ คือช่วงเวลายากลำบาก​ แฟนบอลก็ไม่เคยทิ้งไปไหน​ คอยเป็นแรงผลักดัน​ เป็นกำลังใจสำคัญ​ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน

    การกล่าวคำลาต่อ ทุกๆ​ คน​ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ของผมครั้งนี้ มันยากลำบากสำหรับผมมาก​ ผมไม่รู้จะสามารถบรรยายความรู้สึกออกมายังไงให้ดูสวยงามและครบถ้วนที่สุด การก้าวออกจากบ้านหลังนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของผมก็ว่าได้ แต่มันอาจจะเป็นวิถีของฟุตบอลอาชีพที่ผมต้องเผชิญอีกครั้ง ผมต้องไปเจอความท้าทายใหม่ๆ​ ในโลกของฟุตบอล ผมหวังว่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนและการต้อนรับที่อบอุ่นในเวลาที่ผมกลับมาเยือนยังบ้านหลังนี้

    สุดท้ายผมไม่สามารถเขียนบรรยายความรู้สึกให้ครบถ้วนสมบูรณ์แน่นอน แต่คงกล่าวเป็นคำสั้นๆให้กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดทุกคนว่า "ขอบคุณมากๆ​ ครับ" จาก สารัช อยู่เย็น

 

ท่าเรือเสริมแกร่งดึง “เก่ง-อดิศร” แนวรับเมืองทอง

"สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี เดินหน้าเสริมทัพล่าแชมป์ไทยลีก ด้วยการคว้าตัว "เก่ง" อดิศร พรหมรักษ์ ปราการหลังจอมแกร่งทีมชาติไทยจาก "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

      มีรายงานจากแค้มป์ของทั้งสองสโมสรว่า ได้มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องย้ายทีมกันเรียบร้อยแล้ว โดย การท่าเรือฯ ซื้อขาด อดิศร เข้าไปเสริมทัพเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในไทยลีก และฟุตบอลถ้วยฤดูกาลนี้ หลังจากติดตามผลงานการเล่นมานาน

     สำหรับ เก่ง อดิศร ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทย ย้ายจาก บีอีซี เทโรศาสน สู่ถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม ต้ั้งแต่ปี 2016 ก่อนเตรียมเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น แพท สเตดี้ยม ของทีมดังย่านคลองเตยต่อไป

เด่นกว่าใคร!ฟาวเลอร์เลือก2แข้งไทยประทับใจที่สุด



อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล เลือก 2 แข้งไทยที่ประทับใจที่สุด หลังเคยค้าแข้งกับ กิเลนผยอง ในช่วงปี 2011

 ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตกองหน้าชื่อดังลิเวอร์พูล เลือก ธีรศิลป์ แดงดา และ ดัสกร ทองเหลา เป็นสองนักเตะไทยที่ประทับใจที่สุด โดยเฉพาะ ‘มุ้ย’ ที่ถือเป็นกองหน้าครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่ง

อดีตกองหน้าหงส์แดง วัย 45 ปี เคยย้ายมาค้าแข้งที่ไทย กับ เอสซีจี เมืองทองฯ เมื่อช่วงฤดูกาล 2011 นอกจากนี้ ยังมีโอกาสรับบทเป็นกุนซือของทีมด้วยในช่วงท้ายซีซั่น

ฟาวเลอร์ ถูก มาริโอ ยูรอฟสกี้ เชิญมาพูดคุยผ่านอินสตาแกรม เมื่อวานที่ผ่านมา ก่อนถูกถามว่า ใครคือนักเตะไทยที่ทำให้ประทับใจมากที่สุด ซึ่ง ‘เดอะ ก็อด’ ตอบว่า

“ผมคิดว่าไทยลีกเป็นลีกที่เล่นกันด้วยเทคนิคสูงมาก ๆ บางครั้งนักเตะที่โดดเด่นคือนักเตะที่รู้ว่าต้องวิ่งเมื่อไหร่ ต้องส่งบอลตอนไหน ต้องส่งให้ถูกจังหวะ ผมคิดว่านักเตะต้องเรียนรู้ให้มากกว่านี้”

“ตอนที่ผมอยู่เมืองทองมีนักเตะสองคนที่โดดเด่นกว่าใคร นั่นคือ ดัสกร ทองเหลา กับ มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) เขาสองคนเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่ามุ้ยเป็นสุดยอดดาวยิง แฟนบอลรักเขา เขาสามารถทำอะไรก็ได้ในสนามเมื่อเขาต้องการ ทำประตูสำคัญมากมาย  เขากล้าหาญ โหม่งได้ดี ยิงได้ดีทั้งสองเท้า”

“ผมไม่ประหลาดใจเลยนะกับอาชีพการค้าแข้งไปได้สวยของเขา ได้มีประสบการณ์ในการไปค้าแข้งที่ญี่ปุ่นซึ่งเขาก็กำลังค้าแข้งอยู่ที่นั่น ไม่ใช่แค่ทำประตู เขายังมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม ลูกฟรีคิก ซึ่งโดยรวมเขาเป็นผู้เล่นที่ดีมาก” ฟาวเลอร์ กล่างทิ้งท้าย

สำหรับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ลงเล่นให้ เอสซีจี เมืองทองฯ 20 นัด รวมทุกรายการ ทำไป 4 ประตู

“ดานโญ่”เลี้ยงพี่น้องด้วยลำแข้งทุ่มเงินเก็บสร้างอพาร์ทเมนต์



สุดยอดตำนานแข้งต่างชาติไทยลีกจากทวีปแอฟริกาที่ปัจจุบันจะรีไทร์การเป็นพ่อค้าแข้งไปแล้วสำหรับ ดานโญ่ เซียก้า นักเตะจากไอวอร์รี่โคส หรือ โกตดิวัวร์ แข้งรายนี้ใช้เวลาค้าแข้งอยู่ในลีกไทยถึง 10 ปี โดยเฉพาะกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เจ้าตัวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากด้วยการคว้าแชมป์ระดับดิวิชั่น 1 ตั้งแต่ปีแรก(2008) พร้อมกับเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกและพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 3 สมัย 2009,2010,2012 ก่อนที่จะโยกไปค้าแข้งกับ เพื่อนตำรวจ,ขอนแก่น ยูไนเต็ด และ บางกอก เอฟซี

10 ปี ที่ค้าแข้ง ดานโญ่ มีความผูกพันกับประเทศไทยเป็นอย่ามากเพราะชื่นชอบวัฒนธรรมความมีน้ำใจของคนไทย จึงเลือกที่จะทำงานฟุตบอลในเมืองไทยต่อไปด้วยการเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับเยาวชนให้กับสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พร้อมกับรับงานเป็นสต๊าฟโค้ชให้กับอุดรธานี เอฟซี ในศึกฟุตบอลไทยลีก 2 ตลอดเวลาการค้าแข้งสำหรับนักฟุตบอลอาชีพมันคือช่วงเวลาที่ไม่ยาวนักหลายคนต้องเริ่มต้นตัวเองจากการฝึกฝนตั้งแต่เด็กแต่ห้วงระยะเวลาฟุตบอลอาชีพสั้นเพราะไม่สามารถยกระดับตัวเองให้อยู่ต่อหรือเส้นทางการใช้ชีวิตแตกไปจากเกมลูกหนังโดยไม่รู้ตัว

แต่ ดานโญ่ เซียก้า อดีตเยาวชน 20 ปี ทีมชาติไอเวอร์รี่โคส ชุดปี 2006 เติบโตด้วยความสามารถอันมั่นคงต่อยอดการพัฒนาฝีเท้าตัวเองสู่เส้นทางของฟุตบอลอาชีพยืนระยะการเล่นได้อย่างยาวนานตั้งแต่เริ่มต้นกับ สปอร์ตเดซานเปรโด ในบ้านเกิดก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาเล่นที่ประเทศไทยในปี 2008 กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด  ซึ่งก่อนมาค้าแข้งที่ไทยเจ้าตัวยอมรับว่าไม่เคยรู้จักประเทศไทยมาก่อนอีกทั้งยังไม่ค่อยมีข้อมูลฟุตบอลไทยมากนัก  แต่การตัดสินใจมาครั้งนี้ก็เพื่อต้องการแสวงหาเส้นทางฟุตบอลอาชีพนอกประเทศเพื่อจะเลียงดูตัวเองและครอบครัวที่มีพี่น้องรวมกันถึง 7 คน

ในครอบครัวของ ดานโญ่ พี่น้อง 7 คน มีผู้ชาย 4 คน และ ผู้หญิง 3 คน ฟุตบอลอาชีพมีเพียงเขากับพี่ชายคนโตเท่านั้นที่มีโอกาสได้โลดแล่นอย่างเต็มตัวพี่ชายของดานโญ่ออกไปค้าแข้งที่แอลจีเรียและยูเออี  เจ้าตัวเล่าย้อนความหลังว่าสมัยเด็กๆทุกคนต้องต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้นต้องไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระหว่างทาง ซึ่งที่ไอเวอร์รี่โคสทุกครอบครัวมักถูกสอนว่าจะต้องต่อสู้เพื่อชัยชนะ  หากไม่สู้ชีวิตในอนาคตจะเต็มไปด้วยความลำบาก

ตลอดระยะเวลาการค้าแข้งในเมืองไทย  ดานโญ่ เซียก้า นอกจากประสบความสำเร็จทั้งฟอร์มการเล่นของตัวเองและการพาทีมคว้าแชมป์แล้ว เรื่องนอกสนามที่น่าสนใจคือแข้งรายนี้คือจอมมัธยัสถ์เก็บหอมรอมริบเงินต่อเนื่องจนมีเงินเป็นกอบเป็นกำ พร้อมกับวางอนาคตตัวเองสำหรับเรื่องของค่าใช้จ่ายและรายได้หลังจากการเป็นนักฟุตบอล เพราะมีภาระหลายอย่างต้องดูแล ดานโญ่  ใช้เงินเก็บหลายสิบล้านบาท ทุ่มซื้อที่และสร้างอพาร์ทเมนต์ในเมืองอาบีจาน ประเทศไอวอรี่โคสต์ บ้านเกิดของเขา เมื่อ 4-5  ปีที่ผ่านมา

งบประมาณระดับมหาศาลเกือบในการลงทุนต่อยอดชีวิต ดานโญ่ เล่าให้ฟังถึงยอดเงินจำนวนนี้ว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นเงินทีได้จากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำไมยอดมันไปแตะที่เกือบๆร้อยล้าน สาเหตุจริงๆแม้ว่าราคาสร้างอพาร์ทเมนต์จะไม่สูงแต่มูลค่าที่ดินในย่านนั้นซึ่งอาบีจาน เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงเก่าของอวอรีโคสต์ เป็นศูนย์กลางทางการเงิน,ธนาคารของประเทศ แม้ปัจจุบันกรุงยามูซูโกรจะเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการก็ตามแต่มูลค่าที่ดินตรงนี้ยังสูงลิบลิ่ว นอกจากนั้นเมืองนี้ยัง มีอุตสาหกรรมชั้นนำมากมายเป็นสินค้าส่งออก มีท่าเรือที่ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้เงินก้อนดังกล่าวหมดไปกับค่าที่  อพาร์ทเมนต์ที่สร้างขึ้นมามี 4 ชั้น รายได้ก็ถือว่ามีผลตอบแทนที่ใช้ได้ดีเลยทีเดียว

ซึ่งเงินก้อนนี้นอกจากจะเป็นรายได้ของดานโญ่ เซียก้า ในทุกๆเดือน แล้ว  ณ ปัจจุบันอดีตแข้งกิเลนยังต้องนำรายได้ส่วนหนึ่งไปเลี้ยงดูพี่น้องทั้งหมดที่ช่วยกันดูแลกิจการ โดยจะเป็นคนจัดการเรื่องรายได้ให้กับพี่น้องอีก 6 คน เพราะ ดานโญ่  อยากดูแลพี่ๆน้องๆ ให้มีรายได้จากการช่วยดูแลอพาร์ทเมนต์ ซึ่งมันคือความสุขที่ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และภูมิใจที่ได้ดูแลพี่น้องหลังจากทั้งคุณพ่อและคุณแม่เสียชีวิต อีกทั้งยังต้องดูแลคุณตาและคุณยายจากเงินรายได้ก้อนนี้

สำหรับ ดานโญ่ เซียก้า เคยเป็นอดีตเยาวชนทีมชาติไอเวอร์รี่โคส ชุด 20 ปี ผ่านการเล่นให้กับสโมสร สปอร์ต เดซานเปรโด ในบ้านเกิดก่อนที่ปี 2008 จะโยกมาเล่นในเมืองไทยกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยาวจนถึงปี 2014 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้ โปลิศ ยูไนเต็ด, ขอนแก่น ยูไนเต็ด และ บางกอก เอฟซี นอกจากนั้น ดานโญ่ เซียก้า ยังเคยทำมูลนิธิฟุตบอลที่บ้านเกิดไอวอรี่โคสต์ให้กับเด็กๆเพื่อเป็นการสร้างโอกาสฟุตบอล