พูดได้น่าสนใจ! “ติอาโก้” แจงเหตุผลที่เลือกซบลิเวอร์พูล

ติอาโก้ อัลกันตาร่า ดาวเตะป้ายแดง ลิเวอร์พูล พูดแล้ว ทำไมถึงเลือกย้ายมาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ พร้อมเผยชื่อสองคนดัง ที่มีส่วนกับการตัดสินใจครั้งนี้

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางดาวดังคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนเลือกย้ายมาร่วมทัพ "หงส์แดง" เพราะต้องการประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในแง่ของถ้วยรางวัล

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ปิดดีลคว้าตัว ติอาโก้ มาจาก บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) บวกออปชั่นอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท) เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกัน 4 ปี

"เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อแต่ละปีผ่านพ้นไป คุณก็จะพยายามคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ และเมื่อคุณได้แชมป์ คุณก็อยากจะได้อีกเรื่อยๆ ซึ่งผมก็คิดว่า สโมสรแห่งนี้อธิบายตัวตนของผมได้เป็นอย่างดี ผมอยากจะประสบความสำเร็จให้ได้ในทุกเป้าหมายที่วางเอาไว้ อยากจะคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" ห้องเครื่องทีมชาติสเปนวัย 29 ปี กล่าว

พร้อมกันนั้น ติอาโก้ ยังเผยว่า ชาบี อลอนโซ่ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อดีตสองแข้งดัง ลิเวอร์พูล มีส่วนไม่น้อยกับการตัดสินใจย้ายทีมครั้งนี้ "แน่นอนเลยว่า นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว เรื่องการชีวิตในเมืองก็สำคัญ ซึ่งบุคคลอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ ชาบี อลอนโซ่ ช่วยผมเยอะมากในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งมันเป็นอะไรที่ดีมากๆ"

 

เปิดรายละเอียดสัญญาติอาโก้-เบอร์เสื้อ-ค่าเหนื่อยระดับท็อป

เปิดรายละเอียดสัญญาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า หลังตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เผยเซ็นยาว 4 ปี ได้เบอร์เก่าของ เดยัน ลอฟเรน และฟันค่าเหนื่อยระดับสูงสุดของสโมสร
    ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชวัย 29 ปี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    จากข่าวที่ออกมาตอนแรกระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม พอล จอยซ์ นักข่าวสาย "หงส์แดง" จาก เดอะ ไทม์ส รายงานว่า ทั้งสองทีมตกลงค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น จอยส์ ยังเผยว่า ติอาโก้ จะเซ็นสัญญากับ "หงส์แดง" เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024 เท่ากับช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะหมดสัญญาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย

    ขณะที่ เมลิสซ่า เรดดี้ ผู้สื่อข่าวของ อินดิเพนเดนต์ ชี้แจงว่า โบนัสแอดออน 5 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลถ้วยยุโรป

    ด้าน เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวสายตรง ลิเวอร์พูล จากหนังสือพิมพ์ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ติอาโก้ จะได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จะกลายเป็นนักเตะในทีมที่รับค่าจ้างมากสุดเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์

แวร์เนอร์แจ่ม-ฮาแวร์ทซ์ยังต้องจูน! 5ข้อหลังเชลซีบุกอัดไบรท์ตัน

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเชลซี นำทัพ "สิงห์บลูส์" ยุคใหม่ที่มาพร้อมกับนักเตะชั้นยอดอย่าง ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ลงสนามเปิดตัวในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งแรก พร้อมกับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยให้ทีมไล่ต้อน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 ถึงถิ่นเอแม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ แวร์เนอร์ โชว์ให้เห็นแล้วว่าทำไม "แลมพ์ส" ถึงอยากได้เขามาร่วมทีม โดยเจ้าตัวใช้สปีดเร็วกว่านรกช่วยให้ทีมได้จุดโทษ และเป็น จอร์จินโญ่ สังหารไม่เหลือซาก แต่เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจากการยิงไกลของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ซึ่งจังหวะนี้ส่วนหนึ่งมาจาก เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านที่กะจังหวะผิด

อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพของทีมทำให้ เชลซี ได้อีกสองประตูจากความยอดเยี่ยมของ รีซ เจมส์ ที่ยิงไกลสุดสวย และแอสซิสต์ให้  คูร์ท ซูม่า ซัดประตูย้ำชัยชนะ ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนสำคัญ และทำให้พวกเขาคว้าแต้มรวม 2,000 แต้มในพรีเมียร์ลีก จากการเล่น 1,077 เกม ซึ่งเป็นทีมที่สามที่ทำได้ต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2,234 คะแนน) และ อาร์เซน่อล (2,014 คะแนน)

1.  บทบาทชอง ฮาแวร์ทซ์ ?
ก่อนหน้านี้มีคำถามเกิดขึ้นตอนที่ เชลซี ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ เพลย์เมกเกอร์ชาวเยอรมัน มาร่วมทีม ว่าจะส่งเขาลงเล่นในตำแหน่งไหน ? เพราะแผงกลางของ "สิงโตน้ำเงินคราม" อัดแน่นไปด้วยผู้เล่นคุณภาพชั้นยอดมากมาย

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพร้อมใช้งาน ฮาแวร์ทซ์ ในตำแหน่งไหนก็ได้ในแผงกองกลาง เนื่องจากนักเตะเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถหลากหลาย และสามารถปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับในเกมแรกของ ฮาแวร์ทซ์ ในศึกพรีเมียร์ลีก "แลมพ์ส" จับเขาลงเล่นทางฝั่งขวาโดยคอยช่วยสนับสนุนกองหน้า ขณะที่ จอร์จินโญ่ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยืนเป็นตัวคุมจังหวะ นั่นทำให้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช มีอิสระในการเล่น และทำหน้าที่คอยปั้นเกมให้กับ ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาท์ และรูเบน ลอฟตัน-ชีค

การที่ ฮาแวร์ทซ์ ถูกจับไปยืนฝั่งขวา ขณะที่ เมาท์ ลงเล่นฝั่งซ้าย และ ลอฟตัน-ชีค เล่นอยู่ตรงกลางทำให้แนวรุกของ "สิงห์บลูส์" อันตรายมากยิ่งขึ้น แม้นักเตะจะมีจังหวะผ่านบอลสวย และการเคลื่อนไหวหาพื้นที่ได้ดี แต่นี่ยังใช่ศักยภาพที่แท้จริงของเขา กระนั้นนี่แค่ช่วงเริ่มต้นกับลูกหนังเมืองผู้ดี คาดว่าคงจะได้เห็นทีเด็ดของยอดแข้งเลือดด๊อทย์ช มากกว่านี้แน่นอน
 

2. ฤดูกาลใหม่ แต่ เกปา ยังออกทะเลเหมือนเดิม
หนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังของ เชลซี คงหนีไม่พ้น  เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังจริงๆ กับแมตช์เยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีข่าวว่าสโมสรต้องการโกลคนใหม่

นายทวารเลือดกระทิงดุ ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร แต่ผลงานในเกมชนะ ไบรท์ตัน ถือว่าไม่คุ้มค่าตัวจริงๆ โดยเฉพาะจังหวะที่เสียประตูจากการยิงไกลของ  เลอันโดร ทรอสซาร์ แต่ เกปา ดันพุ่งช้า ส่งผลให้บอลลอยเข้าไปเสียบมุมอย่างงดงาม

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ โกลชาวสแปนิช ยังมีจังหวะผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ หากพูดกันแบบเป็นกลางจังหวะที่ ทรอสซาร์ ยิงไกล หากเป็นผู้รักษาประตูระดับโลก น่าจะสามารถจัดการกับลูกนี้ได้ดีกว่า อดีตนายทวาร แอธเลติก บิลเบา แน่นนอน

ฉะนั้น เกปา น่าจะเป็นปัญหาสำคัญที่ แลมพาร์ด ต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลรองรับว่าทำไม กุนซือชาวอังกฤษ ถึงต้องการคว้าตัว เอดูอาร์ด เมนดี้ ผู้รักษาประตูชาวเซเนกัลจากสโมสร แรนส์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้

 3.  ตัวเลือกแบ็กขวาอังกฤษเพิ่มขึ้น
อังกฤษมีผู้เล่นแบ็กขวาชั้นดีเยอะมากในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น ไคล์ วอล์คเกอร์, คีแรน ทริปเปียร์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ อารอน วาน-บิสซาก้า แต่ตอนนี้ "ทรี ไลอ้อนส์" มีตัวเลือกชั้นดีอีกได้แก่ รีซ เจมส์ และ ทาริก แลมป์ตีย์ ที่ฟอร์มโดดเด่นเหลือเกิน

 ในรายของ แลมป์ตีย์ มีส่วนสำคัญกับฟอร์มของไบรท์ตัน ในเกมนี้ โดยอดีตเด็กปั้นเชลซี โชว์ฟอร์มได้เด็ดสะระตี่ทั้งๆ ที่อายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น โดยเขาเต็มไปด้วยความเร็ว และมีศักยภาพในการเล่นเกมรับได้แข็งแกร่ง และยังเติมเกมรุกได้ดีเยี่ยม มีทักษะดี และกล้าวิ่งทะลุทะลวง สำหรับสถิติของเขาสามารถเสียบสกัดได้ 3 ครั้ง และตัดบอลได้ 3 ครั้งมากว่าเพื่อนร่วมสังกัด ที่สำคัญนักเตะยังเป็นคนแอสซิสต์ให้ ทรอสซาร์ ยิงประตูซะด้วย

ขณะที่ เจมส์ ก็ทำผลงานได้ไม่ธรรมดากับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ด้วยวัยแค่ 20 ปี เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เล่นได้อย่างเฉิดฉาย และถือเป็นฟูลแบ็กที่ครบเครื่องจริงๆ โดยหากมองอย่างเป็นการ "เจ้าหนูรีซ" มีการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และเล่นเกมบุกได้เยี่ยมกว่า วาน-บิสซาก้า ต้องยอมรับว่ามีสองสิ่งที่สมดุลมากกว่าผู้เล่นทั้งสองคน

นอกจากนี้ เจมส์ ยังมีทีเด็ดในเรื่องของการยิงประตู โดยนักเตะแสดงให้เห็นในจังหวะที่ซัดประตูให้ต้นสังกัดขึ้นนำ 2-1 จากการตะบันเต็มข้อระยะกว่า  25 หลา บอลพุ่งราวกับขี่พายุทะลุฟ้าแหวกอากาศเข้าไปซุกก้นตาข่ายชนิดที่ แม็ทธิว ไรอัน  หมดปัญญาป้องกัน แถมยังแอสซิสต์ให้ คูร์ท ซูม่า ซัดประตูตอกฝาโลงด้วย

ฉะนั้นตอนนี้ อังกฤษ มีตัวเลือกในตำแหน่งแบ็กขวาเยอะมาก และหากทีมเกิดมีปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บหรือติดโทษแบน งานนี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมอังกฤษ สบายใจได้เลยเพราะเขามีตัวเลือกอีก 2 รายทั้ง แลมป์ตีย์ กับ เจมส์ เข้ามาเสียบแทนได้สบายๆ

 4. แนวรับต้องการผู้นำที่แท้จริง
    ตอนนี้ดูเหมือนว่า เชลซี จำเป็นต้องมีผู้นำในเกมรับอย่างแท้จริง แน่นอนว่าหากมองกันอย่างยุติธรรมกองหลังของ "สิงโตน้ำเงินคราม" แมตช์นี้อาจจะผ่านบททดสอบเรื่องสภาพร่างกาย และเทคนิคส่วตัว แต่สอบตกอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของการเล่นตามแท็คติกโค้ช

แมตช์นี้ทุกๆ คนคงได้เห็นแล้วว่า อันเดรียส คริสเตนเซ่น กับ  คูร์ท ซูม่า ยังคงมีบางจังหวะที่เล่นกันแบบสับสนโดยเฉพาะเมื่อโดนไบรท์ตันเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แถมยังพลาดมหันต์ที่ปล่อยให้ ลูอิส ดังค์ ขึ้นไปโหม่งแบบสบายๆ ไร้ตัวประกบในระยะ 5 หลาเข้าประตู งานนี้เกมคงจะแตกต่างออกไปจากนี้

การที่ปล่อยให้ ดังค์ ได้โหม่งแบบโล่งๆ ในจังหวะฟรีคิกจึงเป็นเหตุผลสำคัญอย่างยิ่งที่ว่าทำไม เชลซี จึงต้องการกองหลังที่มีความเป็นผู้นำ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กที่ผ่านประสบการณ์ในเกมลูกหนังมาอย่างโชกโชน

 ฉะนั้น ซิลวา มีความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ และจะช่วยบัญชาเกมรับของทีมให้มีความนิ่ง และเล่นได้ตามแท็คติกที่โค้ชสั่ง อย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่ เชลซี ต้องลุ้นที่สุดก็คือตอนนี้ ดาวเตะชาวบราซิเลียน ยังไม่สามารถลงเล่นให้ทีมได้ เพราะสภาพร่างกายยังไม่ฟิต

    อย่างไรก็ตามหาก อดีตสตาร์ เอซี มิลาน และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมลงสนามเมื่อไหร่ เชื่อว่าเขาจะทำหน้าที่คอยควบคุมและสั่งการเพื่อให้แผงกองหลังมีการเล่นที่เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น และยังช่วย เกปา (หากยังไม่โดนดร็อป) ไม่ต้องเจอกับงานหนัก

 5. แวร์เนอร์ โชว์ของตั้งแต่เกมแรก
สำหรับการลงเล่นเกมแรกในพรีเมียร์ลีก เหมือนกับ  ฮาแวร์ทซ์ นั้น แวร์เนอร์ แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถปรับตัวกับการเล่นในลีกที่แตกต่างได้อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าสามคะแนนในแมตช์นี้ส่วนหนึ่งมาจากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเขา

ในตอนแรกที่เห็นรายชื่อแนวรุก "สิงห์บลูส์" มี รูเบน ลอฟตัน-ชีค ลงเป็น 11 ตัวจริง ทำให้หลายคนค่อนข้างแปลกใจ และรู้สึกเป็นห่วงว่า ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษ กับ แวร์เนอร์ จะสามารถประสานงานกันได้ไหม โดยหากมองภาพรวมแล้ว ทั้งคู่ดูเหมือนจะเล่นเข้าขากัน แต่สำหรับ ลอฟตัน-ชีค ฟอร์มส่วนตัวน่าผิดหวังมากๆ เพราะเล่นแย่ และมักจะจับบอลพลาดบ่อยๆ

สวนทางกับ แวร์เนอร์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพชั้นยอดโดยเขาเต็มไปด้วยความรวดเร็วซึ่งทุกๆ สายตาคงได้เห็นแล้วจากจังหวะที่ช่วยให้ต้นสังกัดได้จุดโทษ นอกจากนี้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช ยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการวิ่งไล่บี้คู่แข่งตลอดทั้งเกม รวมไปถึงการเคลื่อนที่หาช่องว่างอย่างชาญฉลาด และการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม

 อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเสียดายในแมตช์นี้ของ อดีตสตาร์แอร์เบ ไลป์ซิก ก็คือการที่เจ้าตัวไม่สามารถซัดประตูในเกมแรกภายใต้สีเสื้อ "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้ แต่หากนักเตะยังคงรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงจะได้เห็นชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดแน่นอน 
 

ฟลิคยินดีลิเวอร์พูลได้ติอาโก้-เสียดายเสียยอดแข้ง

ยินดีด้วย! ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น ชี้ ลิเวอร์พูล ได้ของดีไปร่วมทีม หลังตกลงดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ไปเข้าถิ่น แอนฟิลด์ พร้อมรับเสียดายที่ "เสือใต้" ต้องเสียนักเตะชั้นยอด
    ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ร่วมแสดงความยินดีกับ ลิเวอร์พูล ที่สามารถบรรลุข้อตกลงคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสเปน ไปเสริมทัพ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    มิดฟิลด์วัย 29 ปี ตกลงสัญญา 4 ปีกับ "หงส์แดง" ส่วนค่าตัวอยู่ที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท) และคาดว่า จะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

    ฟลิค เผยในงานแถลงข่าวก่อนเกมนัดเปิดสนาม บุนเดสลีกา กับ ชาลเก้ 04 ในวันศุกร์ที่ 18 ก.ย.นี้ ว่า "ติอาโก้ เป็นผู้เล่นที่เยี่ยมยอด และมีความสำคัญสำหรับพวกเราอย่างมาก สตาฟฟ์โค้ชของผม และผมสนุกมากกับการได้ร่วมงานกับเขา"

    "มันเป็นความรู้สึกสะเทือนใจมากตอนที่พวกเรากล่าวอำลา  ผมสามารถทำได้แค่แสดงความยินดีกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากพวกเขาได้ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมไปร่วมทีม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่เขาเป็นเป็นคนดีมากๆ ติอาโก้ ช่วยให้ทีมมีทางเลือกเยอะ และทำให้เราเป็นทีมที่คาดเดาได้ยาก"

    "เขาช่วยแก้ปัญหาหลายอย่างได้ในแบบที่คุณคาดไม่ถึงเลย ตอนนี้เราต้องเสียนักเตะชั้นยอดไปอีกคน เราพูดคุยกับ ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช (ผู้อำนวยการกีฬาสโมสร) และเราก็มั่้นใจว่า เราสามารถทำอะไรได้ เรามองในแง่ดี และเรามีเกมแรกรออยู่ในวันพรุ่งนี้ เราต้องมีสมาธิ เรามีทีมที่ดีซึ่งจะทำให้เราชนะเกมนี้ได้" นายใหญ่ "เสือใต้" ทิ้งท้าย

    ขณะที่ คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธานบริหาร "เสือใต้" เผยว่า "ผมสามารถยืนยันได้ว่า บาเยิร์น บรรลุข้อตกลงกับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเช้านี้ มันเป็นความปรารถนาอย่างยิ่งของ ติอาโก้ ที่จะไปทำสิ่งใหม่ๆ ในช่วงปลายอาชีพของเขา"

“ชลบุรี เอฟซี” เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ ที่จะกัดไม่ปล่อย

แม้ว่าจะอยู่ในยุคของเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งยักษ์หลับไม่ได้มีแชมป์ติดมือมาสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรแล้ว การเข้ามาคุมทัพของ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือจอมสร้างสีสัน ดูจะเคมีตรงกันกับยอดทีมจากภาคตะวันออก ซึ่งดูแล้วมีทิศทางที่ดีขึ้น

2-3 ปีหลัง นโยบายการพลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่ ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา เพราะชลบุรียังไม่สามารถยกระดับไปต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เงินหนาของลีกได้ อีกทั้งไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แชมป์อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ กระแสของแฟนบอล ที่ขึ้นชื่อว่า เหนียวแน่นที่สุดของไทยลีก ดูจะตกลงไปมากเลยทีเดียว เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อาทิ ดาวรุ่งทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่มีแข้งซุป’ตาร์ รวมถึงทีมมีนโยบายบริหารเงินที่ไม่ฟุ่มเฟือย การที่จะลงทุนทางลัดด้วยการกว่านซื้อดาวดังมาเพื่อล่าแชมป์ จุดนี้คงเป็นไปได้ยาก

แต่การมาของโค้ชเตี้ย ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมทีม พร้อมกับร่วมผลักดันนโยบาย แข้งดาวรุ่ง ผสมผสาน แข้งเก๋า ดูจะมีแววไม่น้อย อย่างแรกที่พวกเขาประสบความสำเร็จคือ การได้กระแสแฟนบอลกลับมาเชียร์ทีมรักเต็มสนามอีกครั้ง ซึ่งภาพที่ปรากฏถือว่า เป็นเวลานานมากๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นเหล่าแฟนคลับฉลามชล เข้ามาเชียร์ทีมเต็มความจุ ชลบุรี สเตเดี้ยม เช่นนี้ หลังจากที่ทีมของพวกเขาหลุดวงโคจรเป็นทีมลุ้นแชมป์

โดยช่วงที่ลีกเบรคโควิด-19  การเตรียมทีมของฉลามชลยังเข้มข้นเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แล้วก็คือวันที่ 12 กันยายน เมื่อลีกกลับมารีสตาร์ทจะได้เห็น เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ เรียงหน้าลงสนามกันหลายคนแน่นอน เพราะนี่คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้แข้งยังบลัด ในอะคาเดมี่ที่บ่มเพาะกันมาเก็บเลเวลในเวทีสูงสุด

ซึ่งช่วงวันที่  30 มิถุนายน จัดการเซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการ จับ 4 แข้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ว่ากันว่า เป็นชุดเยาวชนยุคทอง ดีกรีไม่ธรรมดา กวาดแชมป์เมเจอร์ ในฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศมาเกือบทั้งหมด จรดปากาเซ็นสัญญาเรียบร้อย ประกอบไปด้วย ทรงชัย ทองฉ่ำ, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, พงศกร ตรีสาตร์ และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ต่อเนื่องด้วยโละ บรรดาแข้งตัวเก๋า อาทิ อดุล หละโสะ มงคล นามนวด รวมถึง กรวิทย์ นามวิเศษ ออกจากทีม เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งฉลามสายเลือดใหม่ เสียบตำแหน่งของบรรดาพี่ๆ ที่ออกไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

 "แน่นอนว่า การเซ็นสัญญากับนักเตะทั้ง 4 คน นอกเหนือจะเป็นไปตามนโยบายของสโมสร ที่เราต้องการผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องแล้ว การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับนักเตะรุ่นน้องๆ ในอะคาเดมี่ มากยิ่งขึ้น"  บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยบอล" คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ผู้อยู่เบื้องหลังดีล 4 แข้งดาวรุ่ง และเป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าลุยนโยบาย กับแข้งเยาวชนของทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีอะคาเดมี่ปั้นนักบอลเก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งบอสใหญ่ฉลามชลเน้นย้ำจุดนี้มากๆ โดยจุดมุ่งหมายนโยบาย คือ เปิดโอกาสเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

ส่วนบรรดาอดีตแข้งดาวรุ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ยกระดับเป็นแข้งแกนหลักได้บ้างแล้ว อย่าง ภานุพงษ์ พลซา แข้งวัย 26 ปี, "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง 23 ปี, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ 22 ปี "เจ้าและ" กฤษดา กาแมน กองกลางวัย 21 ปี รวมถึง สัมพันธ์ เกษี อายุ 21 ปี ซึ่งหลายๆ คน ทำผลงานได้ดีในช่วงก่อนปรีซีซั่น ก่อนไทยลีกกลับรีสตาร์ท

ผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ใน 4 นัดแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 มี 6 คะแนน จากผลงานการชนะ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด รั้งอยู่ที่ 9 ของตาราง ถ้าหากมองถึงกับการที่พวกเขาต้องการจะกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่อีกครั้ง การขอลุ้นเอี่ยวพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะเอาอันดับ 1-4 จากเลกแรก ไปเตะปี 2021 ยังถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเหลืออีก 11 เกมถ้าหาก ลูกทีม และ บรรดาแข้งดาวรุ่ง รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา เป้าหมายในถ้วยเอเชียคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 "เรามุ่งมั่นทำผลงาน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในผู้เล่นทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมของเราตอนนี้ ทุกคนมีคุณภาพ และ ศักยภาพที่ดีพอ ที่จะช่วยกันพา ชลบุรี เอฟซี ทำผลงานให้ออกมาดีกว่า 4 เกมแรก อย่างแน่นอน" "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของสโมสร ถึงภาพรวมของทีมและเป้าหมายหลัก ที่ยังมีอะไรให้ท้าทายต่อจากนี้มากๆ

เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่จะมีจิตวิญญาณความมุ่งมั่น ดุดัน เกรี้ยวกราด กัดไม่ปล่อย ตามสโลแกนสโมสร ปี 2020 "Bite Til The End" ของทีมหรือไม่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

แผนไหนก็โหด ! เปิด 3 ระบบ คล็อปป์ ใช้ ติอาโก้ ปั้นเกม ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล กำลังจะเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชจาก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ทั้งสองสโมสรตกลงเรื่องค่าตัวได้แล้ว ซึ่งถือว่านี่คือจิ๊กซอว์สำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากได้มาเสริมแกร่งให้ได้
    ดาวเตะเลือดกระทิงดุ วัย 29 ปี ตกเป็นข่าวพร้อมที่จะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า มาตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากต้องการออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ หลังอยู่กับ "เสือใต้" มาตั้งแต่ปี 2013 และเหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น  โดยในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ในการย้ายทีมยังไม่แน่นอน เพราะติดแค่เรื่องค่าตัวนักเตะเท่านั้น

    อย่างไรก็ตามตอนนี้ดูเหมือนเรื่องทุกอย่างจะได้บทสรุปเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานจากสื่อหลายสำนึกที่ออกไปในทิศทางเดียวกันว่า "เดอะ เร้ดส์" ยินดีจ่ายค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท) และเงื่อนไขพิเศษอีก 7 ล้านปอนด์ (ราว 266 ล้านบาท) ให้กับ บาเยิร์น ซึ่งยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียก็พอใจกับข้อเสนอนี้

    ฉะนั้นตอนนี้ก็เหลือแค่ขั้นตอนในการตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ "เดอะ เร้ดส์" เท่านั้น โดยหากนักเตะมาสวมชุด "หงส์แดง" นั่นจะทำให้ คล็อปป์ มีทางเลือกมากยิ่งขึ้นในการนำทีมเก็บชัยชนะทั้งในพรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ

    ด้วยเหตุนี้ เอ็กซ์เพรส สปอร์ต สื่อดังในอังกฤษ จึงได้ลองสวมบทเป็นกุนซือเลือดด๊อยท์ช ในการจัดแผนให้กับทีมเมื่อพวกเขาได้ ติอาโก้ มาเสริมแกร่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าแต่ละแผน คงทำให้บรรดาคู่แข่งต้องหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อมีคิวปะทะ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัย ในฤดูกาล 2020/2021

แผน 1 : โรเตชั่นแผงกองกลาง

    ทันทีที่ ติอาโก้ ย้ายมาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ คงทำให้ คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นให้เหมาะกับระบบ 4-3-3 ซึ่งระบบนี้ทำให้เขาประสบความสำเร็จมาตลอดช่วงเวลาที่ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม อย่างไรก็ตามคาดว่า นายใหญ่ชาวเยอรมัน น่าจะเลือกใช้แผงมิดฟิลด์แบบผสมผสานเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของ สตาร์ดังทีมชาติสเปน

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา "หงส์แดง" ใช้แผงกลางได้แก่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และ ฟาบินโญ่ ลงเล่นหลายเกม ส่วน นาบี เกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน คอยทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมได้อย่างดีเยี่ยม บางครั้งก็ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงเช่นกัน

    ดังนั้นหาก ติอาโก้ มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ งานนี้ดูเหมือนว่าเขาคงจะได้ทำหน้าที่เป็นหัวใจในแดนกลางให้กับ "หงส์แดง" ซึ่งนั่นหมายความว่าหนึ่งในผู้เล่นตัวจริงที่ได้รับโอกาสลงสนามมาตลอด อาจจะต้องโดนถอดออกไปนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง

    เกอิต้า ซึ่งไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนักเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา เพิ่งได้โอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมเฉือน ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 มีโอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจจาก คล็อปป์ ให้ลงเล่นมากยิ่งขึ้นในฤดูกาลปัจจุบัน แต่กระนั้น ฟาบินโญ่ ก็ยังคงเป็นตัวเลือกต้นๆ ของ คล็อปป์ อยู่ดี ฉะนั้นนักเตะที่จะต้องไปนั่งตบยุงในซุ้มม้านั่งสำรองก็คงเป็น ดาวเตะชาวกีนี และ ไวจ์นัลดุม ที่เหลือสัญญาในถิ่นแอนฟิลด์เพียง 1 ปีเท่านั้น และมีข่าวลือมาตลอดว่า บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวไปร่วมทีม

    ในส่วนของ เฮนเดอร์สัน ที่ตอนนี้หายขาดจากอาการบาดเจ็บแล้ว ก็เพิ่งลงทำหน้าที่บัญชาการในแดนกลางให้กับทีมในแมตช์เปิดซีซั่นเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว และแน่นอนว่า "กัปตันเฮนโด้" ยังคงเป็นหัวใจในแดนกลางของทีมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ระบบ 4-3-3

แผนไหนก็โหด ! เปิด 3 ระบบ คล็อปป์ ใช้ ติอาโก้ ปั้นเกม ลิเวอร์พูล
ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่ , ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
แผน 2 : จับ ฟาบินโญ่ เล่นเซนเตอร์แบ็ก

    สำหรับออปชั่นที่สองที่ คล็อปป์ จะนำมาใช้ในกรณีที่ ติอาโก้ มาร่วมทีม นั่นก็คือการให้เขาทำหน้าที่บัญชาเกมแดนกลางร่วมกับ เฮนเดอร์สัน และโยก ฟาบินโญ่ ไปทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ ฟาน ไดค์ ซึ่งมิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนก็เคยรับบทบาทนี้มาบ้างแล้วกับต้นสังกัด

    สตาร์ลูกหนังทีมชาติบราซิล เคยมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นแบ็กขวา และปราการหลังตัวกลางมาแล้ว ที่สำคัญเขายังสามารถเล่นร่วมกับ แนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่ถือเป็นออปชั่นในแนวรับให้กับทีม หลัง เดยัน ลอฟเรน แยกทางกับสโมสรเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วน เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก กับ คี-ยาน่า ฮูแฟร์ ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเพื่อรอโอกาสของเขาในอนาคต

    ในส่วนของ โจ โกเมซ ที่มักจะเป็นตัวเลือกแรกของ คล็อปป์ ในการจับลงเล่นเซนเตอร์แบ็กกับ ฟาน ไดค์ แต่แน่นอนว่านักเตะอาจจะไม่สามารถลงเล่นได้ทุกเกม ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีออปชั่นเสริมในแผงแนวรับเพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน

    จะว่าไปแล้วบทบาทแบบนี้ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ที่เกิดมาจากตำแหน่งกองกลาง ก็เคยต้องไปเยือนเป็นกองหลังสมัยที่เล่นให้ บาร์เซโลน่า และ ฆาบี มาร์ติเนซ ตอนอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ก็เช่นกันซึ่งทั้งสองคนทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบซะด้วย ส่วน ฟาบินโญ่ ก็เคยทำหน้าที่เซนเตอร์แบ็กจำเป็นในแมตช์ดวล ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน กับ บาเยิร์น เมื่อช่วงหลายซีซั่นที่ผ่านมา

ระบบ 4-3-3

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่ , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
แผน 3 : จับ ติอาโก้ สวมบทบาทโฮลดิ้งมิดฟิลด์

    สำหรับออปชั่นนี้ต้องบอกเลยว่า คล็อปป์ คงคิดเอาไว้ในใจเช่นกัน เพราะการจับ ติอาโก้ มาสวมบทบาทโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ เคียงข้าง เฮนเดอร์สัน ยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล แผงกองกลางที่แข็งแกร่งเป็นทวีคูณ ที่สำคัญการคุมจังหวะเกมของ สตาร์ลูกหนังแดนกระทิงดุ คงมีประโยชน์กับ  "เดอะ เร้ดส์" มากๆ

    ติอาโก้ แสดงศักยภาพด้านนี้ให้เห็นอย่างเด่นชัดช่วงที่เล่นให้กับ บาเยิร์น โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเขาสร้างผลงานที่โดดเด่นชนิด "เสือใต้" กลายเป็น "เสือติดปีก" บินฉิวคว้าแชมป์บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงให้กับแฟนบอลแคว้นบาวาเรียได้เชยชมก่อนจากลา

     ฟอร์มของ ติอาโก้ ในเกมลีกสูงสุดเมืองเบียร์ ระบุให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านจากสถิติที่เจ้าตัวทำได้โดยเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งถึง 85.5 เปอร์เซนต์ ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ ฉะนั้นหากนักเตะจับคู่กับ "เฮนโด้"  คงทำให้กองกลางของ "หงส์แดง" แน่นปึ้กสุดๆ

    ในขณะเดียวกับ คล็อปป์ คงจับ เกอิต้า ลงเล่นอยู่หน้า ติอาโก้ กับ เฮนเดอร์สัน โดยให้เขาทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุก คอยเป็นกำลังสนับสนุนในการป้อนบอลให้ ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ และ มาเน่ ส่วน ทาคูมิ มินามิโนะ จะเป็นยางอะไหล่สำคัญที่ลงมาเปลี่ยนเกมในกรณีที่ เกอิต้า หรือ ฟีร์มีโน่ เกิดฟอร์มหลุด
 
ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่ , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

โฮลดิ้งมิดฟิลด์  : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองกลาง :  โมฮาเหม็ด ซาลาห์,นาบี เกอิต้า, ซาดิโอ มาเน่

กองหน้า :  โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

เผยผลตรวจ “อัคบาร์” ปลอดเชื้อโควิด-19 ยังต้องกักตัวต่อให้ครบ 14 วัน

เฟสบุ๊ค ลุงเนวิน โชว์ใบตรวจร่างกายจากโรงพยาบาลบางประกอก 9 ยืนยันว่า อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ กองกลางชาวอุซเบกิสถานไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว

โดยก่อนหน้านี้ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ถูกตรวจพบว่า มีเชื้อโควิด-19 อยู่ในร่างกาย ส่งผลให้โปรแกรมการแข่งขันรีสตาร์ทไทยลีกมีอันต้องเลื่อนออกไปถึง 3 คู่ โดยเฉพาะ บุรีรัมย์ฯ เองต้องพลาดเกมบิ๊กแมตซ์ ที่ต้องมาเยือน บีจีปทุมฯเมื่อ อาทิตย์ที่ 12 ก.ย.63 รวมถึง เกมจะเปิดบ้านพบ ระยอง เอฟซี วันที่ 19 ก.ย.63

อย่างไรก็ตามแข้งอุซเบฯ รายนี้ รวมถึงนักเตะคนอื่นๆของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังต้องกักตัวต่อไปให้ครบ 14 วัน ตามมาตรการโดย "ปราสาทสายฟ้า" จะกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ย.63 ด้วยการ เปิดบ้านพบ สุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 20.00 น.

กดว้าวให้เลย!เปิดวาร์ป5แฟนสาวแข้งใหม่พรีเมียร์

เปิดวาร์ป 5 หวานใจนักเตะใหม่ พรีเมียร์ลีก โดยมี 1 รายเป็นลูกสาวของตำนานกองหน้า อาร์เซน่อล ด้วย

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/21 รูดม่านเปิดฉากกันไปแล้วตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา และในซีซั่นใหม่จะได้เห็นนักเตะซูเปอร์สตาร์หลายรายมาค้าแข้งในแดนผู้ดี

นอกจากผลงานของผู้เล่นในสนามแล้วนั้น เชื่อว่าบรรดาแฟนบอลโดยเฉพาะหนุ่มๆ ยังอยากรู้เรื่องราวของเหล่าแว็กส์หรือแฟนสาวของนักเตะอีกด้วย โดยวันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับ 5 สาวหวานใจของแข้งใหม่ พรีเมียร์ลีก

1. แชนนอน เดอ ลิม่า

แชนนอน เดอ ลิม่า นางแบบสาวชาวเวเนซุเอลา วัย 31 ปี เป็นแฟนของ ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางทีมชาติโคลอมเบีย ที่เพิ่งย้ายจาก เรอัล มาดริด มาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน

  เดอ ลิม่า มีคนติดตามทาง อินสตาแกรม มากกว่า 2.3 ล้านฟอลโลเวอร์ และเธอก็มักโพสต์รูปเซ็กซี่ให้เห็นเป็นประจำโดยเฉพาะชุดว่ายน้ำ

เดอ ลิม่า คบหาดูใจกับ ฮาเมส มาแล้วราว 1 ปี หลังจากที่เธอเลิกกับ มาร์ค แอนโธนี่ นักแสดงหนุ่มฮอลลีวู้ด ขณะที่แข้งโคลอมเบีย ก็เลิกกับ ดานิเอล่า ออสปิน่า หลังจากที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตแต่งงานกันมากว่า 6 ปี

Credit: Instagram / @shadelima

2. เอสเทลล์ เบิร์กแคมป์

เอสเทลล์ เบิร์กแคมป์ วัย 24 ปี เป็นแฟนสาวของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ ที่เพิ่งย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เอสเทลล์ เป็นลูกสาวของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ตำนานกองหน้า อาร์เซน่อล โดยเธอเกิดและเติบโตที่กรุงลอนดอน ก่อนกลับไปอยู่ที่ฮอลแลนด์ แต่ตอนนี้คงต้องกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองผู้ดีอีกรอบแล้ว

ฟาน เดอ เบ็ค ยืนยันถึงการออกเดตกับ เอสเทลล์ ตั้งแต่ซัมเมอร์ปีก่อน ขณะที่เมื่อช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมาทั้งคู่ก็ถ่ายภาพตอนที่กอดกันอย่างหวานชื่นหน้าต้นคริสต์มาสด้วย

Credit: Instagram / @estellebergkamp

3. โซเฟีย เวเบอร์

 ไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับ โซเฟีย แฟนสาวของ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางคนใหม่ เชลซี มากนัก เพราะเธอไม่ค่อยโพสต์เรื่องราวลงสื่อสังคมออนไลน์ให้เห็

 

โซเฟีย และ ฮาแวร์ทซ์ รู้จักกันตั้งแต่เด็ก โดยเธอเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง และมักเห็นเธอใส่เสื้อทีมชาติเยอรมันอยู่บ่อยๆ

4. มาริยง อาเรโอล่า น

 

 มาริยง เป็นภรรยาของ อัลฟงส์ อาเรโอล่า ผู้รักษาประตูชาวฝรั่งเศส ที่ ฟูแล่ม ยืมตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

สาวสวยเชื้อสายฟิลิปปินส์-เลบานอน มีลูกกับ อัลฟงส์ 2 คน และเวลานี้ทั้งครอบครัวก็ย้ายตามมาอยู่ที่ลอนดอนแล้ว

Credit: Instagram / @areola.marrion

 5. ธาอิส มาร์เกส

ธาอิส มาร์เกส เป็นภรรยาของ อัลลัน กองกลางชาวบราซิเลียน ที่เพิ่งย้ายจาก นาโปลี มาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 22 ล้านปอนด์ (ประมาณ 902 ล้านบาท)

อัลลัน จะได้มาร่วมงานกับ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียน อีกครั้ง หลังลงเล่นไป 61 เกม ตอนที่ อันเช่ คุม นาโปลี

สเปอร์สว่าไง?เรอัลมาดริดขอยืม1แข้งแลกปล่อยเบล

ท่ามกลางกระแสข่าวลือระหว่าง แกเร็ธ เบล กับ สเปอร์ส ที่ร้อนแรงสุดๆ นั้น เดอะ เทเลกราฟ สื่อชื่อดังของเกาะอังกฤษ ก็ระบุว่า เรอัล มาดริด อยากได้ เดเล่ อัลลี่ มาร่วมทัพแบบยืมตัว 1 ซีซั่นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอเหมือนกัน แถมพวกเขาจะช่วยจ่ายค่าเหนื่อยแทน "ไก่เดือยทอง" แบบเต็มที่ด้วย
    เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน สนใจยืมตัว เดเล่ อัลลี่ กองกลาง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพเป็นเวลา 1 ฤดูกาล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในข้อแลกเปลี่ยนที่จะปล่อย แกเร็ธ เบล ไปอยู่กับ "ไก่เดือยทอง" ด้วยสัญญายืมรัว ตามรายงานของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    เบล ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอยู่ตลอดหลังจากกลายเป็นส่วนเกินของ มาดริด เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งที่จริงไม่กี่วันก่อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมที่มีข่าวกับเขามากที่สุด แต่ไม่นานมานี้ สเปอร์ส โผล่มาไล่ล่าตัวแข้งวัย 31 ปีอย่างจริงจังจนถึงขนาดที่ แดเนี่ยล เลวี่ ประธานของ สเปอร์ส ลงมาเจรจาดีลนี้ด้วยตัวเองเลย ขณะที่ โจนาธาน บาร์เน็ตต์ เอเยนต์ของแข้งชาวเวลส์ก็บอกเองว่า เบล อยากกลับไปอยู่กับ สเปอร์ส มากๆ

    เป็นที่เชื่อกันว่าตอนนี้ เลวี่ กำลังพิจารณาหนทางที่จะทำให้ได้ เบล กลับมาอยู่กับทีม ซึ่งล่าสุด เดอะ เทเลกราฟ ก็บอกว่า มาดริด มีทางเลือกในใจของพวกเขาเองเหมือนกัน นั่นคือจะขอยืม อัลลี่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอ โดยที่ทีมดังแห่งถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว จะรับหน้าที่จ่ายค่าเหนื่อยทั้งหมดของ อัลลี่ ให้เอง แถมจะยังจ่ายค่าเหนื่อยครึ่งหนึ่งของ เบล แทน สเปอร์ส ด้วย

    ทั้งนี้ ปัจจุบัน อัลลี่ รับค่าเหนื่อยกับ สเปอร์ส อยู่ที่ 150,000 ปอนด์ (ประมาณ 6.15 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน เบล ฟันค่าเหนื่อยกับ มาดริด สัปดาห์ละราว 600,000 ปอนด์ (ประมาณ 24.60 ล้านบาท) นั่นหมายความว่าถ้าเกิด สเปอร์ส เห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอนี้นั้น พวกเขาก็จะเสียค่าเหนื่อยให้ เบล 300,000 ปอนด์ (ประมาณ 12.30 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยเงินครึ่งหนึ่งที่จะไปจ่ายค่าเหนื่อยของ เบล ก็คือเงินส่วนที่พวกเขาไม่ต้องเสียค่าเหนื่อยให้กับ อัลลี่ นั่นเอง

ติอาโก้โอเคซบหงส์,สตาร์ลียงมีแววไปปืน!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกดังยุโรป

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะตอนนี้เริ่มกลับมาเข้มข้นอีกครั้ง โดยล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอนาคตของ ติอาโก อัลกันตาร่า ขณะที่ อาร์เซน่อล ดูเหมือนเอาจริงทีเดียวกับการล่าตัวมิดฟิลด์เนื้อหอมของ โอลิมปิก ลียง ส่วนทางฝั่ง เรอัล มาดริด ตอนนี้กำลังพยายามสุดฤทธิ์ที่จะเขี่ยแข้งโปรกอล์ฟพ้นทีม นอกจากนี้บรรดาสโมสรใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน ต่างก็มีข่าวที่น่าสนใจเช่นกัน แต่จะเป็นเรื่องอะไรบ้างนั้น เรามาอัพเดตกันเลย
 
– (Official) คริสตัล พาเลซ เซ็นสัญญายืมตัว มิชี่ บาตชูอายี่ หัวหอก เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 
 – (Official) ฟูแล่ม คว้าตัว เคนนี่ เตเต้ แบ็กขวาทีมชาติฮอลแลนด์ มาจาก โอลิมปิก ลียง โดยที่ไม่มีการเปิดเผยค่าตัว ส่วนนักเตะจรดปากกาเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น คราเวน ค็อตเทจ เป็นเวลา 4 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี  

– (Official) พร้อมกันนั้น "เจ้าสัวน้อย" ได้ปล่อยตัว มาร์คัส เบตติเนลลี่ ผู้รักษาประตูเลือดผู้ดี ให้ มิดเดิ้ลสโบรช์ ยืมใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – (Official) ฟิออเรนติน่า คว้าตัว จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า กองกลางดีกรีทีมชาติอิตาลี มาร่วมก๊วน ด้วยสัญญา 2 ปี แบบไร้ค่าตัว หลังจากที่ตัวนักเตะหมดสัญญากับ เอซี มิลาน

 – (Official) เอซี มิลาน ประกาศปล่อยตัว อันเดร ซิลวา กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส ให้ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต แบบถาวรเรียบร้อย โดย ซิลวา จรดปากกาเซ็นสัญญาร่วมทัพ "อินทรีแดง-ดำ" ถึงปี 2023

 – (Official) นาเซอร์ ชาดลี่ ปีกทีมชาติเบลเยียม ได้ย้ายจาก อาแอส โมนาโก ไปร่วมทีม อิสตันบุล บาซัคเซเฮียร์ สโมสรแชมป์ลีกตุรกี เรียบร้อย ด้วยสัญญา 2 ปี 

 – ลิเวอร์พูล ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางจอมเทคนิคของ บาเยิร์น มิวนิค ได้เรียบร้อย และตอนนี้เหลือแค่ขั้นตอนตกลงเรื่องค่าตัวกับต้นสังกัดนักเตะเท่านั้น ซึ่ง "เสือใต้" ยังคงต้องการอยู่ที่ 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) (Bild)

 – นอกจากนี้ "หงส์แดง" อาจจะมีการยื่นข้อเสนอเงินจำนวน 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) ไปทาบซื้อ เฌเรมี่ โดกู กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปี ของ อันเดอร์เลชท์ และพร้อมที่จะปล่อยตัวนักเตะให้ต้นสังกัดเดิมยืมใช้งาน 1 ซีซั่น หากสามารถปิดดีลได้ (Het Nieuwsblad)

 – เบน วู้ดเบิร์น กองหน้าดาวรุ่ง ลิเวอร์พูล ใกล้ที่จะย้ายไปร่วมทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัม ภายใต้สัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล (Standard)

 – เชลซี ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงิน + มาร์เซโล่ โบรโซวิช กองกลางชาวโครแอต ที่ อินเตอร์ มิลาน ยื่นเข้ามาขอแลกกับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยอดมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศส (Guardian)

 – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงยืนยันที่จะไม่ขาย เจดอน ซานโช ปีกดาวดังทีมชาติอังกฤษ ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในราคาที่ต่ำกว่า 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,428 ล้านบาท) หลังจากที่เห็น เชลซี กล้าๆ ปิดดีลคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ มิดฟิลด์ดาวรุ่งทีมชาติเยอรมนี มาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่วงเงิน 71 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,911 ล้านบาท) (Guardian)

 – หลังจากที่ได้แข้งใหม่มาร่วมก๊วนเป็นว่าเล่น ตอนนี้ถึงเวลาที่ เชลซี ต้องปล่อยนักเตะในทีมออกไปบ้าง โดยนอกจากปล่อย มิชี่ บาตชูอายี่ หัวหอกชาวเบลเยียม ให้ คริสตัล พาเลซ ยืมใช้งานอีกรอบแล้ว พวกเขากำลังอยู่ในช่วงเจรจากับ เอซี มิลาน เกี่ยวกับเรื่องปล่อยตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ มิดฟิลด์เลือดน้ำหอม อีกด้วย ขณะที่สองผู้เล่นฟูลแบ็กอย่าง ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า และ เอเมอร์สัน พัลมิเอรี่ ก็เตรียมที่จะอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก่อนปิดตลาด (Fabrizio Romano)

 – อาร์เซน่อล พร้อมยื่นข้อเสนอไปทาบซื้อ อุสเซม อาอูอาร์ กองกลางดาวดัง โอลิมปิก ลียง อีกรอบ หลังข้อเสนอเดิม 31.2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,279.2 ล้านบาท) ถูก ลียง ปฏิเสธ (ESPN)
 

 – ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกกับ "ไอ้ปืนใหญ่" ในการแย่งชิงตัว อาอูอาร์ เนื่องจากกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชื่นชอบในฝีเท้าของ ดาวเตะวัย 22 ปี เช่นกัน (Daily Mirror)

 – แอสตัน วิลล่า ยังคงมุ่งมั่นที่จะคว้าตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูฝีมือดีของ อาร์เซน่อล มาร่วมทัพให้ได้ โดยเตรียมยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าเดิมไปทาบซื้ออีกรอบ หลังจากที่ยื่นไปรอบแรก 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 615 ล้านบาท) ถูก "ไอ้ปืนใหญ่" ปัดทิ้ง (GOAL)

 – นอกจากนี้ "สิงห์ผงาด" ยังหวังสอย โจชัว คิง หัวหอก บอร์นมัธ อีกรายด้วย ทว่าตัวนักเตะอยากย้ายกลับไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากกว่า หลังมีข่าว "ปีศาจแดง" อยากได้ตัวร่วมทัพ (Athletic)

 – เลสเตอร์ ซิตี้ กำลังเล็งเสริมแกร่งในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก โดยมอง เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ดาวรุ่งของ แซงต์-เอเตียน เป็นเป้าหมายหลัก และได้มีการยื่นข้อเสนอเงิน 29 ล้านยูโร (ประมาณ 1,037 ล้านบาท) ไปทาบซื้อเรียบร้อย นอกจากนี้ได้มอง โยนาธาน ทาห์ ปราการหลังร่างใหญ่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นทางเลือกสำรอง (Fabrizio Romano)

 – เรอัล มาดริด หวังที่จะเขี่ย แกเร็ธ เบล ปีกจรวดชาวเวลส์ ออกจากทีมให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพร้อมขายในราคาสุดถูกแค่ 22 ล้านปอนด์ (ประมาณ 902 ล้านบาท) (Daily Mail)

– นอกจากนี้ ทีมแชมป์ยุโรป 13 สมัย ยินดีที่จะช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งในจำนวนค่าเหนื่อยของ เบล ที่ปัจจุบันรับอยู่สัปดาห์ละ 600,000 ปอนด์ (ประมาณ 24.6 ล้านบาท) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ เบล ในการหาสโมสรใหม่ (Telegraph)

 – ขณะเดียวกัน "ราชันชุดขาว" ได้เล็ง ริยาด มาห์เรซ ปีกจอมพลิ้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นแข้งเป้าหมาย หาก เบล อำลาถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยได้มีการติดต่อกับเอเจนต์ของ ดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียวัย 29 ปี แล้วด้วย (Foot Mercato)

 – บาร์เซโลน่า ตกลงสัญญาส่วนตัวกับ เมมฟิส เดอปาย หัวหอกจอมพลิ้ว โอลิมปิก ลียง ได้เป็นที่เรียบร้อย แต่ยังไม่มีการยื่นข้อเสนอไปให้ ลียง พิจารณาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอขายนักเตะในทีมบางคนออกไปก่อน (Fabrizio Romano)

 – นอกจากนี้ บาร์เซโลน่า ไม่พร้อมทุ่มเงิน 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) ตามที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียกร้อง สำหรับการล่าตัว เอริค การ์เซีย กองหลังดาวรุ่งชาวสแปนิช คืนสู่ถิ่น คัมป์ นู (Marca)

 – กอนซาโล่ อิกวาอิน กองหน้าดาวดังชาวอาร์เจนไตน์ ใกล้เต็มทีกับการย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ อินเตอร์ ไมอามี่ หลังตกลงแยกทางกับ ยูเวนตุส เรียบร้อย และตอนนี้โอเคเรื่องสัญญาส่วนตัวกับทีมของ เดวิด เบ็คแฮม ได้แล้วด้วย (Fabrizio Romano)

 – อินเตอร์ มิลาน มีความมั่นใจว่าจะสามารถคว้าตัว อาร์ตูโร่ วิดัล กองกลาง บาร์เซโลน่า มาร่วมก๊วนได้สำเร็จ และพร้อมที่จะออกล่าตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน ฟูลแบ็ก ปาร์ม่า อีกราย (Fabrizio Romano)
 
 – ขณะเดียวกัน "งูใหญ่" ได้แจ้งกับ บาร์เซโลน่า ว่า จำเป็นต้องจ่ายระดับ 90 ล้านยูโร (ประมาณ 3,330 ล้านบาท) เท่านั้น หากต้องการเซ็นสัญญากับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ หัวหอกจอมพลิ้วชาวอาร์เจนไตน์ (Marca)

 – กายารี่ มีแนวโน้มที่จะได้ตัว ดีเอโก้ โกดิน เซนเตอร์แบ็กจอมเก๋า อินเตอร์ มิลาน มาเสริมแนวรับ หลังจากที่การเจรจาระหว่างสองสโมสรมีความคืบหน้าไปมาก (Fabrizio Romano)

 – อตาลันต้า ได้เปิดโต๊ะเจรจากับ ชาลเก้ 04 เรียบร้อย ถึงเรื่องคว้าตัว อามีน ฮาริต กองกลางจอมพลิ้วชาวโมร็อกกัน ทว่ายังคงห่างไกลจากการได้บทสรุป โดย "ราชันสีน้ำเงิน" ตั้งค่าหัว ดาวเตะวัย 23 ปี ไว้ที่ 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กำลังจะได้ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ ฟูลแบ็ก อาแอส โรม่า มาร่วมทีมแบบสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น พ่วงออปชั่นซื้อขาด หลังจากที่ล้มเหลวในการล่าตัว เอคตอร์ เบเยริน แบ็กขวา อาร์เซน่อล ที่ "ไอ้ปืนใหญ่" ไม่โอเคกับดีลยืมตัว (Calciomercato)

 – ลีลล์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงินจำนวน 35 ล้านยูโร (ประมาณ 1,295 ล้านบาท) ที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ยื่นเข้ามาขอซื้อตัว บูบาการี่ ซูมาเร่ กองกลางดาวรุ่งคนเก่ง เป็นที่เรียบร้อย (Fabrizio Romano)