แชมป์แล้วจ้า! บาเยิร์นบุกทุบเบรเมน ซิวถาดบุนเดสลีกา8สมัยติด

บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกาเป็นสมัยที่ 8 ติดต่อกันและสมัยที่ 30 ได้เสียที หลังบุกไปเอาชนะ เบรเมน 1-0 จากประตูชัยของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้มีเพิ่มเป็น 76 แต้ม หนี "เสือเหลือง" ที่แข่งน้อยกว่าถึง 10 คะแนน กระนั้นการันตีแชมป์แน่นอนแล้วแม้เหลือโปรแกรมอีก 2 นัด ส่วนเบรเมนต้องดิ้นรนหนีตกชั้นต่อไปหลัง ในเกมบุนเดสลีกา นัดที่ 31 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เวเซอร์ สตาดิโอน

    ศึก บุนเดสลีกา นัดท่ 31 เมื่อวันอังคารที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน แวร์เดอร์ เบรเมน รองบ๊วยอันดับ 17 ของลีก เปิดบ้านรับการมาเยือนของจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค ที่ฟอร์มสุดยอดมากชนะมา 13 เกมติดต่อกันทุกรายการ

    โดยฟอร์มล่าสุดของ "นกนางนวล" บุกไปถล่ม พาเดอร์บอร์น 5-1 ขณะที่ "เสือใต้" เฉือนเอาชนะ กลัดบัค 2-1 แมตช์นี้หาก บาเยิร์น มิวนิค คว้าชัยจะการันตีคว้าแชมป์บุนเดสลีกาซีซั่นนี้ทันที

    เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที "เสือใต้" ทักทายก่อนเลยหลัง โยชัว คิมมิช วางบอลมาเสาไกลให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ วอลเลย์ด้วยขวาไม่จับบอลพุ่งไปติด มิลอส เวลโควิช ออกหลังไป

    นาที 18 โอกาสได้ลุ้นของ "นกนางนวล" เกือบชิงขึ้นนำบ้างเช่นกัน หลัง มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์ ลองกดด้วยขวาหน้ากรอบบอลพุ่งถากเสาแรกออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 26 แซร์จ นาบรี้ หลุดเข้าไปปาดบอลมากลางประตู บอลย้อนหลัง โธมัส มุลเลอร์ ก่อนแต่งบอลไหลต่อให้ โยชัว คิมมิช ยิงด้วยขวาไปชนคาน กระนั้นไลน์แมนตีธงไปก่อนแล้วว่าจังหวะของ นาบรี้ นั้นล้ำหน้าไปก่อน

    นาที 33 เยโรม บัวเต็ง เซ็นเตอร์แบ็กของบาเยิร์น ลองส่องไกลดูบ้างแต่บอลแรงไม่พอพุ่งเลียดไปเข้ามือ ยิรี่ พาฟเลนก้า

    ฝนเริ่มเทลงมาอย่างหนักทำให้ทั้งสองทีมคอนโทรลบอลกันลำบาก กระนั้น นาที 43 ทีมเยือนมาปลดล็อคพังประตูขึ้นนำจนได้ 1-0 เยโรม บัวเต็ง ตักบอลข้ามหัวแนวรับเจ้าถิ่นให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พักอกก่อนหมุนตัวยิงด้วยขวาเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูที่ 31 ในลีกซีซั่นนี้

    จบครึ่งแรก เบรเมน ตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค 0-1

    ครึ่งหลัง นาที 55 คิมมิช ตักบอลเข้าไปในกรอบให้ โธมัส มุลเลอร์ ปาดมาเสาแรกให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กระโดดยิงไขว้เข้าไป แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะลำหน้าของ มุลเลอร์ ไปก่อนแล้ว

    เจ้าบ้านเกมรุกไม่ดีขึ้นเลย นาที 62 เปลี่ยนรวดเดียวสองคน ถอดเอา มิลอต ราชิชา และ เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท ออก แล้วส่ง โยชัว ซาร์เก้นท์ และฟิน บาร์เทลส์ ลงเล่นแทน

    นาที 79 บาเยิร์น มิวนิค ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน หลัง อัลฟอนโซ่ เดวิส ไปขวาง มิลอส เวลโควิช จนโดนใบเหลืองที่สอง เป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม

    แม้ "เสือใต้" ผู้เล่นจะน้อยกว่าแต่ยังเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง นาที 81 คิงส์เล่ย์ โกมัน หลุดเข้าไปในกรอบด้านซ้าย ก่อนล็อกหลบเข้าไปตะบันด้วยซ้ายติดเซฟของ ยีรี่ พาฟเลนก้า

    นาทีสุดท้าย เบรเมน ชวดได้ประตูตีเสมอ หลัง ยูยะ โอซาโกะ โขกเช็ดเล่นทางไปเสาไกล แต่บอลยังไม่ผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ ที่พุ่งปัดปลายนิ้วช่วยทีมไว้ได้อย่างหวุดหวิด

    จบเกม บาเยิร์น มิวนิค บุกเอาชนะ เบรเมน หวุดหวิด 1-0 ส่งผลให้พวกเขาผงาดคว้าแชมป์บุนเดสลีกาซีซั่นนี้ทันที แม้จะเหลือโปรแกรมในลีกอีก 2 นัด แต่แต้มนำ ดอร์ทมุนด์ ขาด โดยเป็นแชมป์สมัยที่ 8 ติดต่อกัน และสมัยที่ 30 ส่วน เบรเมน แพ้ เป็นนัดที่ 18 จมรองบ๊วยต้องหนีตกชั้นต่อไป

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
 
        เบรเมน (4-1-2-3) : ยิรี่ พาฟเลนก้า – ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่, มิลอส เวลโควิช, นิคลาส มอยซานเดอร์, มาร์โค ฟรีเดิ้ล – เควิน โฟ้กท์ – มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกชไตน์, ดาวี่ คลาสเซ่น – เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท, ยูยะ โอซาโกะ, มิลอต ราชิชา

        เทรนเนอร์ : โฟลเรียน โคห์เฟลด์

        บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส -โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ทซ์ก้า – คิงส์เล่ย์ โกมัน, โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ นาบรี้ – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

        เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

7เรื่องน่ารู้ ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงคนใหม่เชลซี

เปิด 7 เรื่องน่ารู้ของ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกทีมชาติเยอรมัน หลังตกลงย้ายจาก ไลป์ซิก ไปอยู่กับ เชลซี เรียบร้อย

    เชลซี ประกาศคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ กองหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก มาเข้าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเซ็นสัญญายาว 5 ปี ขณะที่ค่าตัวอยู่ที่ราว 47.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,900 ล้านบาท) และจะย้ายมาร่วมทีมหลัง บุนเดสลีกา ปิดฤดูกาล

    ก่อนหน้านี้ ดาวยิงทีมชาติเยอรมัน มีข่าวกับ ลิเวอร์พูล หนาหูที่สุด แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น "สิงห์บลูส์" ที่มาแรงปาดหน้าแซงทางโค้งคว้าลายเซ็นไปครองได้สำเร็จ

    เชื่อว่า แฟนบอลคงอยากเห็นเต็มทีแล้วว่า หัวหอกวัย 24 ปี จะมาทำผลงานใน พรีเมียร์ลีก ได้ดีขนาดไหน และนี่คือ 7 เรื่องราวที่น่าสนใจของเขา

    1. ฉายแสงตั้งแต่เด็ก
    แวร์เนอร์ ไปอยู่กับสถาบันฝึกสอนฟุตบอลชองสโมสร สตุ๊ตการ์ท ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ก่อนสร้างชื่อเป็นนักเตะอายุน้อยสุดและทำประตูให้กับทีมได้

    นอกจากนั้น แวร์เนอร์ ยังทำได้ถึง 24 ประตู สมัยเล่นให้ทีม "ม้าขาว" รุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี ในฤดูกาล 2012/13 อีกด้วย

    2. สถิติทำประตูสุดยอด
    แวร์เนอร์ มีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยมใน บุนเดสลีกา ตั้งแต่ย้ายมาจาก สตุ๊ตการ์ท เมื่อปี 2016 โดยซัดให้ ไลป์ซิก ไปแล้ว 76 ประตูจากการลงสนาม 123 เกม

    ขณะที่ในฤดูกาลนี้ ก็ยังยิงได้อย่างต่อเนื่องซัดไปแล้ว 26 ประตู ส่วนกับทีมชาติเยอรมัน ลงเล่นไปแล้ว 29 นัดตั้งแต่ปี 2017 ทำได้ 29 ประตู

    3. สปีดไวกว่านรก
    แวร์เนอร์ ทำสถิติวิ่งระยะ 100 เมตรได้ในเวลาแค่ 11.1 วินาทีเท่านั้น ทำให้บรรดากองหลังใน พรีเมียร์ลีก คงจะต้องเจองานหนักแน่ในการดวลกับเขา

    4. มีทักษะกีฬาหลายประเภท
    นอกจากทำได้เยี่ยมในการเป็นนักฟุตบอลแล้วนั้น แวร์เนอร์ ยังเล่นกีฬาอีกหลายอย่างได้ดีด้วย อาทิ ตีกอล์ฟ และเรือพาย เป็นต้น

    5. จอมสร้างสถิติ
    แวร์เนอร์ กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในรอบ 21 ปีของศึก บุนเดสลีกาที่ทำสองแฮตทริกใส่คู่แข่งหน้าเดิมภายในฤดูกาลเดียว หลังกระทุ้ง 3 ประตูช่วย ไลป์ซิก บุกไปถล่ม ไมนซ์ 5-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา

    เกมแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แวร์เนอร์ ก็กด 3 ตุง ช่วย ไลป์ซิก เปิดบ้านยำใหญ่ ไมนซ์ 8-0 ทำให้ถือเป็นคนแรกที่ทำสองแฮตทริกใส่คู่แข่งทีมเดิมภายในฤดูกาลเดียวกัน นับตั้งแต่ที่ อูล์ฟ เคียร์สเท่น ตำนานดาวยิง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทำใส่ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เมื่อฤดูกาล 1998/99

    นอกจากนั้น แวร์เนอร์ ยังเคยทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ยิงสองลูกใส่ ไฟร์บวร์ก สองนัดติด ตอนเล่นอยู่กับ สตุ๊ตการ์ท ด้วยวัย 17 ปี

    6. สร้างพลังจากภูเขา
ตอนที่ยังเป็นเด็กนั้น คุณพ่อของ แวร์เนอร์ มักจะพาลูกชายวิ่งขึ้นเขาอยู่เป็นประจำ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการนำไปสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และตอนนี้มันก็ออกดอกออกผลแล้ว

    7. มี มาริโอ โกเมซ เป็นไอดอล
    ตอนที่ยังเป็นเด็กนั้น แวร์เนอร์ มี มาริโอ โกเมซ อดีตกองหน้าทีมชาติเยอรมัน และสตุ๊ตการ์ท เป็นนักเตะขวัญใจของตัวเอง

    "ตอนที่ผมอายุ 11-12 ขวบ ผมมีโปสเตอร์ของ มาริโอ ติดอยู่บนผนัง จากนั้นผมก็มีโอกาสแตะมือกับ มาริโอ และเขาก็อวยพรให้ผมโชคดีกับการมาเล่นให้เยอรมันแทนที่เขา" แวร์เนอร์ เผย

เลวานดอฟสกี้ 44 ตุง! 6 ประเด็นหลังเกมบาเยิร์นบุกอัดเลเวอร์คูเซ่น

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเดินหน้าคว้าชัยชนะได้อย่างเมามันส์ หลังล่าสุดบุกไปพิชิต ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 ถึงสังเวียนแข้ง ไบอารีน่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้ไปทุกทีแล้วกับตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา ประจำฤดูกาล 2019/20 และนี่คือ 6 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมนี้

 – บาเยิร์น จ่อแชมป์เต็มที
          หากไม่ดูผลการแข่งขันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่มีคิวเตะคู่ดึกกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เท่ากับว่า 4 เกมที่เหลือ บาเยิร์น ขอแค่ชนะอีก 2 เกมเท่านั้น ก็จะการันตีตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา ประจำฤดูกาล 2019/20 ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 30 ของพวกเขา และเป็นแชมป์ 8 ซีซั่นติดต่อกันด้วย และถ้าหาก "เสือเหลือง" กล้าๆ แพ้ "หญิงชรา" คาบ้าน เท่ากับว่า "เสือใต้" จะเป็นแชมป์ทันที หากคว้าชัยเกมหน้าที่มีคิวเปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า เจอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน

 – ฟลิค เจ๋งจริง
          บาเยิร์น ตัดสินใจได้ถูกต้องในการแต่งตั้ง ฮันซี่ ฟลิค คุมทัพแบบถาวร เพราะ 26 เกมรวมทุกรายการภายใต้การนำทีมของ กุนซือวัย 55 ปี นั้น บาเยิร์น ชนะถึง 23 นัด (เสมอ 1 แพ้ 2) และถ้านับเฉพาะ 20 เกมหลังสุด พวกเขาชนะถึง 19 นัด!!! (เสมอ 1) นอกจากนี้ 26 เกมที่ ฟลิค คุมทัพ บาเยิร์น ทำได้ถึง 84 ประตู (เฉลี่ยเกมละ 3.2 ประตู) เรียกได้ว่า "เสือใต้" ชั่วโมงนี้ นอกจากชนะได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

 – บาเยิร์น สร้างสถิติสุดโหด
          ผ่านพ้นเกมลีกไปแล้ว 30 นัด ตอนนี้ บาเยิร์น กดไปแล้วถึง 90 ประตู ซึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ไม่เคยมีทีมไหนทำได้ระดับนี้มาก่อน หลังผ่านพ้น 30 นัด ส่วนสถิติที่ทำประตูมากสุดภายในฤดูกาลเดียว เกิดขึ้นเมื่อซีซั่น 1971/72 ที่ บาเยิร์น ทำได้ถึง 101 ลูก ดังนั้นกับ 4 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ "เสือใต้" แอบมีลุ้นเหมือนกันที่จะทุบสถิติของตัวเอง แต่ก็เหนื่อยทีเดียว เพราะต้องยิงให้ได้นัดละ 3 ลูก 

 – ซีซั่นที่ยอดเยี่ยมสุดของ เลวานดอฟสกี้
          1 ตุงที่ทำได้ในเกมนี้ ทำให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดดาวยิงเลือดโปลของ บาเยิร์น มิวนิค กระทุ้งไปแล้ว 30 ประตูในลีก โดยถือเป็นหนที่สามแล้ว ที่เจ้าตัวทำได้ระดับ 30 ลูก (ต่อจากซีซั่น 2015/16 และ 2016/17) ซึ่งในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา มีแค่ แกร์ด มุลเลอร์ เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ทำได้มากกว่า (5 ครั้ง) นอกจากนี้ เลวานดอฟสกี้ ยังกดไปแล้วรวมทุกรายการ 44 ลูก ซึ่งนั่นเท่ากับว่า นี่คือฤดูกาลที่เจ้าตัวทำประตูได้มากสุดในอาชีพการเล่นฟุตบอล ทุบสถิติเดิม 43 ลูก เมื่อซีซั่น 2016/17

 – มุลเลอร์ "คิง ออฟ แอสซิสต์"
          ภายใต้การนำทีมของ ฟลิค ทำให้ โธมัส มุลเลอร์ เล่นได้อย่างอิสระในแนวรุก และนั่นก็ช่วยให้เขาสามารถเค้นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตัวเองออกมาได้ โดยเฉพาะการเปิดป้อนให้เพื่อนร่วมทีมจบสกอร์ และ 2 แอสซิสต์จากเกมนี้ ทำให้ มุลเลอร์ กดไปแล้ว 20 แอสซิสต์ในลีก นำโด่งที่หนึ่งในเรื่องแอสซิสต์  (เจดอน ซานโช อยู่ที่สอง 16 แอสซิสต์) นอกจากนี้ มุลเลอร์ ยังกลายเป็นนักเตะคนแรกใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ที่ทำอย่างน้อย 20 แอสซิสต์ในลีก นับตั้งแต่ที่ เควิน เดอ บรอยน์ (สมัยอยู่กับ เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก) ทำได้ 21 แอสซิสต์ในฤดูกาล 2014/15

 – เด็ก 17 ปี แย่งซีน!
          แม้เป็นชัยชนะที่สวยงามสำหรับ บาเยิร์น แต่กลับเป็นฝั่ง เลเวอร์คูเซ่น ที่มีเรื่องให้พูดถึง เพราะเจ้าหนู ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ วัย 17 ปี ที่ลงสนามแทน คาริม เบลลาราบี้ ช่วงครึ่งหลัง ทำประตูสุดสวย ช่วย "ห้างขายยา" ไล่ บาเยิร์น ขึ้นมาเป็น 2-4  นาทีที่ 89 ทำให้ เวิร์ตซ์ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ที่ทำประตูได้ ด้วยอายุเพียง 17 ปี, 1 เดือน กับ 3 วัน โดยทุบสถิติเดิม 17 ปี, 2 เดือน กับ 21 วัน ของ นูริ ซาฮิน ที่ทำได้เมื่อปี 2005

เสี่ยงผิดกฎ! เดเอฟเบเตรียมพิจารณาสามแข้งบุนเดสฯ ประท้วงในสนาม

สมาคมฟุตบอลเยอรมันยืนยันว่าจะมีการพิจารณาการกระทำของนักเตะสามรายในการแข่งขันบุนเดสลีกาช่วงสุดสัปดาห์ ที่แสดงออกว่าสนับสนุนการประท้วงในอเมริกา
คณะกรรมการวินัยของสมาคมฟุตบอลเยอรมัน เตรียมจะพิจารณากรณีของ จาดอน ซานโช, มาร์คัส ตูราม และเวสตัน แม็คเคนนี ที่แสดงออกถึงการประท้วงในสนามสำหรับเกมบุนเดสลีกาสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแสดงออกของนักเตะทั้งสามคนเป็นการสนับสนุนการประท้วงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกร้องความยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ ที่เสียชีวิตในระหว่างการถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้การประท้วงเพื่อต่อต้านการเหยียดผิวในครั้งนี้ได้รับความสนใจไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ทำประตูแรกของตัวเอง ในเกมที่ยิงแฮตทริคใส่พาเดอร์บอร์นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จาดอน ซานโช ก็แสดงให้เห็นเสื้อยืดด้านในที่มีข้อความว่า "ความยุติธรรมแต่ จอร์จ ฟลอยด์" ก่อนจะโดนใบเหลืองไปตามระเบียบ

จากนั้น มาร์คัส ตูราม กองหน้าโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ก็แสดงออกด้วยการคุกเข่าลงกับพื้น หลังจากที่ยิงประตูยูเนียน เบอร์ลิน ส่วนเวสตัน แม็คเคนนี ผู้เล่นทีมชาติสหรัฐอเมริกาของชาลเก้ ได้สวมปลอกแขนที่มีข้อความเรียกร้องความยุติธรรมให้จอร์จ ฟลอยด์ ลงสนาม

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ทางสมาคมฟุตบอลเยอรมัน เตรียมพิจารณาว่าการกระทำของผู้เล่นทั้งสามคนนั้นผิดต่อระเบียบของบุนเดสลีกาที่ห้ามมีการแสดงออกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในสนามหรือไม่

 

กำลังหลักทั้งคู่!ฟลิคเซ็งเลวานฯ,มุลเลอร์วืดแมตช์หน้า

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค รับหงุดหงิดทีเดียว กับการที่จะไม่ได้ใช้งาน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ โธมัส มุลเลอร์ ในเกมหน้าที่เจอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แต่ชี้ มุลเลอร์ สมควรได้ใบเหลืองจริงในเกมเมื่อคืนวันเสาร์

           ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์คนเก่งของ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับว่า ตนรู้สึกหัวเสียไม่น้อยกับการที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ โธมัส มุลเลอร์ สองผู้เล่นกำลังสำคัญ ต่างได้รับใบเหลืองจากเกม บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดล่าสุดที่ "เสือใต้" บุกไปเอาชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้ทั้งคู่ติดโทษแบน พลาดช่วยทีมในเกมหน้าที่มีคิวเปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า เจอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน

           เกมนี้ เลวานดอฟสกี้ ทำได้ 1 ประตู ส่วน มุลเลอร์ กดไป 2 แอสซิสต์ แต่ทั้งสองต่างได้รับใบเหลืองเช่นกัน ซึ่ง ฟลิค ระบุว่า รู้สึกหงุดหงิดทีเดียว แต่ก็ต้องทำใจยอมรับกับการไร้สองแข้งหลักในแมตช์หน้า

              "มันน่าหงุดหงิด แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ และเราก็ต้องยอมรับมัน ผมได้มีการเข้าไปคุยกับผู้ตัดสิน มานูเอล กราเฟอ ซึ่งเขาก็บอกว่า เลวานดอฟสกี้ มีการไปเล่นงานใส่คู่แข่งจริงๆ และนั่นคือเหตุผลที่ได้ใบเหลือง ซึ่งผมมองไม่เห็นจังหวะนั้น ผมจึงให้ความเห็นไม่ได้ ส่วน มุลเลอร์ ถูกจดชื่อจากการเข้าไปบล็อกบอลในจังหวะที่พวกเขาได้ลูกฟรีคิก ดังนั้นใบเหลืองนี้ถือว่าโอเค เรายอมรับได้"

               "แมตช์หน้าเราจะไม่มีทั้งสอง แต่มันก็สำคัญไม่น้อยที่พวกเขาจะได้ลงเล่นแบบเต็มๆ เกม 90 นาที ในเกมกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต (เดเอฟเบ โพคาล รอบรองชนะเลิศ) วันพุธนี้ หลังจากนั้นเราก็ค่อยมาคิดหาทางออก และเตรียมความสำหรับเกมที่จะเจอกับ กลัดบัค" กุนซือวัย 55 ปี เปิดใจหลังเกม

           ทั้งนี้ บาเยิร์น กำลังนำโด่งเป็นจ่าฝูงในตารางคะแนน บุนเดสลีกา โดยมี 70 แต้ม จากการลงแข่ง 30 นัด นำ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมอันดับสอง 7 แต้ม

โกเร็ทซ์ก้ากดชัย! บาเยิร์นหืดเฉือนกลัดบัคหวิว เฮเกมหน้าแชมป์ทันที

บาเยิร์น มิวนิค เก็บอีกสามแต้มจนได้หลังบดเอาชนะ กลัดบัค ในช่วงท้ายเกมแบบหืดจับ 2-1 จากประตูชัยของ เลออน โกเร็ทซ์ก้า ในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้นำจ่าฝูงหนี "เสือเหลือง" 7 คะแนน มี 73 แต้ม ซึ่งหากกลางสัปดาห์บุกไปคว้าชัยเหนือ เบรเมน จะทำให้ "เสือใต้" คว้าแชมป์ลีกทันที ในเกมบุนเดสลีกา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

    "จ่าฝูง" บาเยิร์น มิวนิค ถูก "เสือเหลือง" ไล่จี้มาเหลือแค่ 4 แต้ม ทำให้เกมนี้เปิดบ้านรับมือ มึนเช่นกลัดบัค ต้องเน้นไว้ก่อนเพื่อทำช่องว่างให้นำห่างเป็น 7 คะแนนเหมือนเดิม

    เกมนี้ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค จัดทัพด้วยการหมุนเวียนผู้เล่นบ้างส่งบรรดาดาวรุ่งลงสนามรุ่นพี่ที่ติดโทษแบนอย่าง โธมัส มุลเลอร์ และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดยแนวรุกวาง โจชัว เซิร์กซี เป็นหน้าเป้าโดยมี แซร์จ นาบรี้, มิกกาแอล กุยซ็องซ์ และอิวาน เปริซิช สนับสนุน

    ทางด้าน "สิงห์หนุ่ม" ไร้ อเลสซาน เพลอา ที่ติดโทษแบนทำให้แนวรุกวาง แพทริค เฮอร์มันน์, ลาร์ส ชตินเดิล และ มาร์คุส ตูราม

    ครึ่งแรก เริ่มเกมไปได้แค่ 10 นาที มึนเช่นกลัดบัค ต้องเปลี่ยนตัวก่อนอย่างรวดเร็ว หลัง มาร์คุส ตูราม แนวรุกตัวเก่งมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อจนเล่นไม่ไหวทำให้ต้องส่ง บรีล เอ็มโบโล่ ลงเล่นแทน

    นาที 12 โอกาสส่องหนแรกของ "เสือใต้" เกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง อิวาน เปริซิช พักอกเข้ากลางให้ มิกกาแอล กุยซ็องซ์ วอลเลย์ด้วยซ้ายไม่จับหลุดกรอบออกไป

    อีก 4 นาทีถัดมา โยนาส โฮฟหมันน์ หลุดเข้าไปส่งบอลผ่านตัว นอยเออร์ เข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินได้สัญญาณจากห้องควบคุม VAR ก่อนปฎิเสธไม่ให้ประตูแก่ทีมเยือนทำให้สกอร์ยัง 0-0

    นาที 22 "เสือใต้" ชวดได้ประตูแบบน่าเสียดายหลัง ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ หลุดเข้าไปยิงด้วยขวาแต่บอลยังไปโดน ยาน ซอมเมอร์ เซฟออกไปอย่างเหลือเชื่อ

    นาที 25 ทีมเยือนชวดโอกาสขึ้นนำบ้าง คราวนี้ ลาร์ส ชตินเดิล ครอสมาเสาไกลให้ บรีล เอ็มโบโล่ โขกจ่อๆแต่ยังไปติดเซฟของ นอยเออร์ แม้บอลมาเข้าทาง เอ็มโบโล่ อีกทีแต่ดันยิงด้วยซ้ายเข้าข้างตาข่าย
   
    กลายเป็น "สิงห์หนุ่ม" มาพลาดเอง หลังนาทีต่อมา มัทธิอัส กินเทอร์ คืนบอลให้ ยาน ซอมเมอร์ แต่นายด่านกลัดบัคที่ประมาทจ่ายบอลพลาดเข้ากลาง กลายเป็นส่งให้ โจชัว เซิร์กซี วิ่งมาแปด้วยขวาแบบไม่จับเข้าไป ให้ "เสือใต้" ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 26

    นาที 37 บาเยิร์น มาพลาดบ้าง หลังทีมเยือนขึ้นเกมมาทางขวา แพทริค เฮอร์มันน์ ครอสปาดมาในกรอบ 6 หลา เบนฌาแม็ง ปาวาร์ พยายามวิ่งมาเคลียร์บอลแต่กลายเป็นสกัดด้วยขวาผิดเหลี่ยมทำเข้าประตูตัวเองไป กลัดบัค ไล่ตีเสมอสำเร็จ 1-1

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+1 โยชัว คิมมิช เปิดฟรีคิกมาหน้ากรอบ บอลไปโดนแนวรับทีมเยือนสกัดไปเข้าหัว อิวาน เปริซิช สอดขึ้นมาโขกย้อยไปเสาไกลแต่น้ำหนักเบาไป ยาน ซอมเมอร์ ถอยไปรับไว้ได้ทัน

    จบครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิค ยังเสมอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 1-1

    เริ่มครึ่งหลังมา นาที 47 กลัดบัค เกือบแซงขึ้นนำหลัง รามี เบนเซไบนี่ แบ็กซ้ายครอสแรงเข้ามาในกรอบ 6 หลา มานูเอล นอยเออร์ พุ่งออกมาตัดพลาดบอลกระฉอกเกือบจะโดนซ้ำแล้วแต่มือ 1 ทีมชาติเยอรมันยังไวใช้เท้าสกัดบอลออกไป แม้บอลจะมาเข้าทาง สเตฟาน ไลเนอร์ ซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งแรงเฉียดคานออกไปแบบได้เสียว

    นาที 54 อีกครั้งที่ "สิงห์หนุ่ม" สวนกลับมาเร็ว บรีล เอ็มโบโล่ แทงบอลออกขวาให้ แพทริค เฮอร์มันน์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวาเสาแรกแต่บอลยังไปตรงตัว นอยเออร์ ทุบบอลออกมาได้

    นาที 62 เจ้าบ้านเปลี่ยนรวดเดียวสองคนถอดเอา ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ และมิกกาแอล กุยซ็องซ์ ออกแล้วส่ง คิงส์ลี่ย์ โกมัน และอัลฟอนโซ่ เดวิส ลงเล่นแทน

    "เสือใต้" เปิดเกมรุกเต็มสูบ นาที 66 แซร์จ นาบรี้ ได้วอลเลย์ด้วยขวาในกรอบ บอลไปแฉลบคริสโตฟ คราเมอร์ เปลี่ยนทางเกือบเสียบเสาแรกแต่ดีที่ ยาน ซอมเมอร์ ยังไวพุ่งปัดออกหวุดหวิด

     ท้ายเกม นาที 86 เบนฌาแม็ง ปาวาร์ มาแก้ตัวได้สำเร็จหลังหลุดขึ้นมาทางขวาก่อนปาดไปเสาแรกให้ เลออน โกเร็ทซ์ก้า วิ่งมายิงเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูไป ให้ บาเยิร์น ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม บาเยิร์น มิวนิค บดเอาชนะ มึนเช่นกลัดบัค แบบหวุดหวิด 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญ ทำให้มีเพิ่มเป็น 73 คะแนนหนีอันดับสองอย่าง ดอร์ทมุนด์ 7 แต้มเหมือนเดิม และถ้าวันอังคารที่ 16 ที่จะถึงคว้าชัยได้จะส่งผลให้ "เสือใต้" ป้องกันแชมป์ลีกซีซั่นนี้ทันที

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        บาเยิร์น มิวนิค (4-2-1-3) :  มานูเอล นอยเออร์ – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ (อัลฟอนโซ่ เดวิส น.62) – โยชัว คิมมิช, เลออน โกเร็ทซ์ก้า – แซร์จ นาบรี้, มิกกาแอล กุยซ็องซ์ (คิงส์ลี่ย์ โกมัน น.62), อิวาน เปริซิช (ฆาบี มาร์ติเนซ น.88) – โจชัว เซิร์กซี (ควาซี อ็อคเยเร รีดท์ น.77)

        เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

        มึนเช่นกลัดบัค (4-3-3) : ยาน ซอมเมอร์ – สเตฟาน ไลเนอร์, นิโค่ เอลเวดี้ (โทนี่ ยันท์ชเค้ น.46), มัทธิอัส กินเทอร์, รามี เบนเซไบนี่ – โฟลเรียน นอยเฮาส์, คริสโตฟ คราเมอร์, โยนาส โฮฟหมันน์ – แพทริค เฮอร์มันน์ (ออสการ์ เว้นดท์ น.70) , ลาร์ส ชตินเดิล, มาร์คุส ตูราม (บรีล เอ็มโบโล่ น.10 (ลาสซ์โล่ เบเนส น.88)

    เทรนเนอร์ : มาร์คุส โรเซ่

 

บาเยิร์นอาจแชมป์ทันที!2แข้งหลักโดนแบนใช้ “เปริซิช” ยิงกลัดบัค PPTV ยิงสด

PPTV จัดให้…"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค จะคว้าแชมป์ลีกทันทีหากเก็บสามแต้มได้และ "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ที่แข่งก่อนหน้าพลาดท่าปราชัย โดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ โธมัส มุลเลอร์ ติดโทษแบนทั้งคู่ต้องใช้งาน อิวาน เปริซิช นำปิดสกอร์เกมรับแข้ง "สิงห์หนุ่ม" มึนเช่นกลัดบัค ในศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน วันเสาร์ที่ 13 มิ.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS (เวลา : 23.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2563
บาเยิร์น มิวนิค   –   มึนเช่นกลัดบัค
ถ่ายทอดสด : PPTV HD 36 และ FOX SPORTS (เวลา : 23.30 น.)

สนาม : อัลลิอันซ์ อารีน่า

    บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค ที่้เพิ่งได้รับการต่อสัญญาคุมทีมยาว ทำผลงานสุดยอดและจ่อคว้าถาดแชมป์เต็มที ซึ่งสภาพทีมนอกจากยังชวดใช้งาน, นิคลาส ซือเล่ (เข่า), โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (ข้อเท้า), ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (ข้อเท้า) ทั้งหมด  จะขาด โธมัส มุลเลอร์ กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ติดโทษแบนพร้อมกันเพราะสะสมใบเหลืองครบโควตา
 
    นอกจากนี้่ต้องรอเช็กความฟิตของ แซร์จ นาบรี้ หากไม่ไหวจะส่ง โยชัว ซีร์กเซ่ ลงยืนหน้าเป้าแทน โดยมี คิงส์เล่ย์ โกมัน กับ อิวาน เปริซิช ขึ่นเกมริมเส้นขนาบข้าง ส่วนตัวปั้นเกมส่ง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ลงแทน มุลเลอร์ แผงหลังวางใจยึดชุดเดิมทั้งหมด
 
    ฟากทัพ ”สิงห์หนุ่ม” ของเทรนเนอร์ มาร์คุส โรเซ่ ทำผลงานโอเครั้งอันดับ 4 ของตารางลุ้นไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ซึ่งสภาพทีมนอกจากยังชวดใช้งานกลุ่มแข้งเจ็บ โทเบียส ชโตรเบิ้ล (กล้ามเนื้อ), ฟาเบียน จอห์นสัน (กล้ามเนื้อ) กับ เดนิส ซากาเรีย (เข่า) ทั้งหมด จะขาด อเลสซาน เพลอา ที่ติดโทษแบนเพราะถูกใบเหลือง-แดงนัดล่าสุด

    การจัดทัพปรับใช้ 3-4-2-1 แผงหลังส่ง โทนี่ ยันท์ชเค่ ลงดูแลร่วมกับ นิโค่ เอลเวดี้ และ  มัทธิอัส กินเทอร์ สามประสานแนวรุกปรับ มาร์คุส ตูราม เข้ามายืนหน้าเป้า และให้ โยนาส โฮฟหมันน์ กับ ลาร์ส ชตินเดิล คอยปั้นเกมสนับสนุน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-1-3) :  มานูเอล นอยเออร์-เบนฌาแม็ง ปาวาร์,  เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส-โยชัว คิมมิช, เลออน โกเรทซ์ค่า- ติอาโก้ อัลกันตาร่า-   คิงส์เล่ย์ โกมัน, แซร์จ นาบรี้ (โยชัว ซีร์กเซ่), อิวาน เปริซิช
    เทรนเนอร์ : ฮันส์ ดีเทอร์-ฟลิค

    มึนเช่นกลัดบัค (3-4-2-1) : ยาน ซอมเมอร์-นิโค่ เอลเวดี้, มัทธิอัส กินเทอร์, โทนี่ ยันท์ชเค่-สเตฟาน ไลเนอร์,โฟลเรียน นอยเฮาส์, คริสโตฟ คราเมอร์, รามี เบนเซไบนี่ -โยนาส โฮฟหมันน์, ลาร์ส ชตินเดิล-มาร์คุส ตูราม
    เทรนเนอร์ : มาร์คุส โรเซ่

ลิเวอร์พูลต้องสอยแล้ว!แวร์เนอร์ทำสถิติน่าสนใจหลังกดแฮตทริกใส่ไมนซ์

 นี่มันระเบิดฟอร์มโหดยั่ว ลิเวอร์พูล ชัดๆ… ติโม่ แวร์เนอร์ หัวหอกดาวดัง แอร์เบ ไลป์ซิก ได้ทำสถิติน่าสนใจในศึก บุนเดสลีกา หลังกดแฮตทริกช่วยทีมบุกกระซวก ไมนซ์ 05 5-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
    ติโม่ แวร์เนอร์ กองหน้าตัวเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในรอบ 21 ปีของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ที่ทำสองแฮตทริกใส่คู่แข่งหน้าเดิมภายในฤดูกาลเดียว หลังล่าสุดกระทุ้ง 3 ประตูช่วยต้นสังกัดบุกไปถล่ม ไมนซ์ 05 5-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    เกมแรกที่ทั้งสองทีมเจอกันเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แวร์เนอร์ ซึ่งกำลังมีข่าวได้รับความสนใจจาก ลิเวอร์พูล กด 3 ตุง ช่วย ไลป์ซิก เปิดบ้านยำใหญ่ ไมนซ์ 05 8-0 และล่าสุดเมื่อคืนวันอาทิตย์ เจ้าตัวก็ทำแฮตทริกได้อีกครั้งในการเจอกับ ไมนซ์ ซึ่งถือเป็นคนแรกที่ทำสองแฮตทริกใส่คู่แข่งทีมเดิมภายในฤดูกาลเดียวกัน นับตั้งแต่ที่ อูล์ฟ เคียร์สเท่น ตำนานดาวยิง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทำใส่ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เมื่อฤดูกาล 1998/99

    สำหรับฤดูกาลนี้ แวร์เนอร์ ทำประตูในเกมลีกไปแล้ว 24 ลูก จากการลงแข่ง 27 นัด และถ้านับรวมทุกรายการ เจ้าตัวกดไปแล้ว 30 ลูก จาก 38 นัด

จ่อแชมป์8สมัยติด! 5 ประเด็นร้อนหลังบาเยิร์นเฉียบขาดบุกเชือดดอร์ทมุนด์

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค คว้าสามแต้มสุดล้ำค่าเมื่อพวกเขาบุกคว้าชัยเหนือคู่แข่งลุ้นแชมป์อย่าง "เสือเหลือง" ดอร์ทมุนด์ ในศึก "แดร์ คลาสซิเคอร์" ครั้งที่ 126 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้บทสรุปของแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาลนี้เริ่มมองเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆแล้ว เรามีประเด็นที่น่าสนใจจากเกมนี้มาให้อ่านกัน
1.เหมือนสูสีแต่ห่างชั้น!

    แม้เกมนี้จะมีแค่ประตูเดียวเท่านั้นแต่ต้องบอกว่ารูปเกมสนุกและต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้เร็วโดยสถิติหลังเกมทั้งสองฝ่ายถือว่าสูสีกันมากโดยทั้งสองครองบอลเท่ากันที่ 50% มีโอกาสยิงประตูเท่ากันที่ 13 ครั้ง แถมบาเยิร์นยิงตรงกรอบ (6 ครั้ง) ได้มากกว่าดอร์ทมุนด์แค่ลูกเดียว (5 ครั้ง)

    อย่างไรก็ตามเมื่อดูในเกมจะเห็นว่าโอกาสที่สมน้ำสมเนื้อกว่าจะเป็นทางฝั่งบาเยิร์น ขณะที่ดอร์ทมุนด์นั้นแม้จะทำเกมได้รวดเร็วแต่เสียบอลในแดนกลางค่อนข้างง่ายและบอลไปตายที่จังหวะสุดท้ายหลายครั้ง ถึงแม้ “เสือใต้” จะถอยไปเล่นเกมรับแต่พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้คู่แข่งได้โจมตีง่ายๆ ต้องชมตั้งแต่แผงกองกลางไปยันเกมรับและนายด่าน นอยเออร์ ที่เกมนี้ช่วยกันได้ดีจนเก็บคลีนชีท

2.เดวิสมีแววก้าวสู่ระดับโลก

    เป็นอีกนัดที่แบ็กซ้ายดาวรุ่งคนนี้โชว์ฟอร์มเข้าตาสุดๆ แถมนัดนี้เป็นบิ๊กแมตช์เสียด้วย เขายังใช้ความเร็วได้เป็นประโยชน์ทั้งช่วยเกมรับและการเติมเกมรุกแบบสุดพริ้ว เกมนี้เขาวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 35.27 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งสปริ้นทั้งหมด 42 ครั้ง มีจังหวะเด่นๆเช่นจังหวะที่วิ่งลงมาแย่งบอลจากเท้าของฮาแลนด์ หรือจังหวะแหวกแนวรับ 4 คนของดอร์ทมุนด์ 

    สำหรับสถิติในเกมนี้ของเขา เขาสัมผัสบอลทั้งหมด 95 ครั้ง แย่งบอลคืน 7 ครั้ง เลี้ยงผ่านคู่แข่ง 5 ครั้ง แท็กเกิ้ลชนะ 2 ครั้ง เคลียร์บอล 2 ครั้ง

3.คิมมิชผู้สร้างความแตกต่าง

    หลังจาก โยชัว คิมมิช เปลี่ยนบทบาทจากแบ็กขวามาเป็นมิดฟิลด์ตัวรับก็เรียกได้ว่าพัฒนาขึ้นเป็นอย่างมาก ฤดูกาลนี้เขาพลาดลงเล่นแค่นัดเดียวซึ่งเป็นนัดที่เขาโดนโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองและเกมนี้เขาถูกหลายสื่อยกให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ด้วย

    ไม่ใช่แค่การชิพเข้าประตูแบบสุดเหนือของเขาเท่านั้นแต่กองกลางวัย 25 ปีโชวย์ฟอร์มโดดเด่นมากโดยเกมนี้เขาวิ่งรวมทั้งหมด 13.73 กิลโกเมตรซึ่งมากที่สุดในบรรดาผู้เล่นบาเยิร์น

    เขายังจ่ายบอลแม่นยำ 89% แย่งบอลคืน 8 ครั้ง จ่ายขึ้นหน้า 28 ครั้ง และนี่ถือเป็นประตูที่ส 3 ของเขาในฤดูกาลนี้โดยทั้งสามประตูมาจากนอกกรอบเขตโทษทั้งหมดด้วย เป็นนักเตะที่ยิงนอกกรอบเขตโทษมากที่สุดในทีมฤดูกาลนี้

4.ไม่ใช่วันของฮาแลนด์และผองเพื่อน

    ถือเป็นเกมที่อะไรๆก็ไม่เข้าทาง ดอร์ทมุนด์ เสียไปหมด โดยเกมนี้ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ศูนย์หน้าฟอร์มฮอตมีโอกาสยิงทั้งหมด 5 ครั้งซึ่งเท่ากับโอกาสยิงของนักเตะดอร์ทมนุด์คนอื่นรวมกันในช่วงที่เขาอยู่ในสนาม แต่ทว่า 5 ครั้งของ ฮาแลนด์ ติดบล็อคไปถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว และยิงตรงกรอบเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก่อนโชคร้ายได้รับบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออก

    ดอร์ทมุนด์ ยังโชคร้ายที่ไม่ได้จุดโทษในเกมนี้ โดยเป็นจังหวะที่เกิดขึ้นในนาทีที่ 58 เมื่อ ฮาแลนด์ ซัดบอลในกรอบเขตโทษไปโดนข้อศอกของ เยโรม บัวเต็ง ที่พยายามล้มตัวบล็อคลูกยิงจนบอลออกหลังไป แต่ไม่มีสัญญาณใดๆจากผู้ตัดสินและวีเออาร์

5.ใกล้แชมป์แล้ว

    ดอร์ทมนุด์ ของเจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าแชมป์บุนเดสลีกาฤดูกาล 2011-12 แต่หลังจากนั้น บาเยิร์น ก็กลับมาทวงตำแหน่งและคว้าแชมป์มา 7 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว และมีแววว่าพวกเขาจะเป็นแชมป์ 8 สมัยติดต่อกันหลังจากคว้าชัยในเกมนี้พร้อมทำแต้มทิ้งห่างถึง 7 แต้มแล้วและเหลืออีกเพียงแค่ 6 นัดเท่านั้น

    ผลการแข่งขันนี้ก็ทำให้พวกเขายังคงไร้พ่ายในทุกรายการ 18 นัดติดต่อกันนบตั้งแต่พ่าย กลัดบัค เมื่อ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตอนนี้ “เสือใต้” คว้าชัย 21 จาด 24 นัดภายใต้กุนซือฮันซี่ ฟลิค และพวกเขายังมีลุ้นถึง “ทริปเปิ้ล แชมป์” เนื่องจากกำลังอยู่ในรอบรองชนะเลิศของ เดเอฟเบ โพคาล และจ่อเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังบุกชนะ เชลซี 3-0 ในนัดแรก

พูดได้น่าสนใจ! “ฮาแวร์ทซ์” ตอบแล้วเรื่องข่าวย้ายทีม

ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์เนื้อหอม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น พูดได้น่าสนใจเกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่องโยกย้ายทีม พร้อมโว "ห้างขายยา" คู่ควรกับชัยชนะแล้ว หลังบุกไปปราบ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3-1 เมื่อคืนวันเสาร์

           ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เผยว่า ตนไม่ชอบพูดถึงเรื่องข่าวย้ายทีม หลังจากที่ทำคนเดียวสองประตูช่วยต้นสังกัดบุกไปเอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 3-1 ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

           ฮาแวร์ทซ์ ถือเป็นนักเตะที่เนื้อหอมมากที่สุดคนหนึ่งในตอนนี้ โดยมีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส และ บาเยิร์น มิวนิค ทว่าล่าสุด สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 20 ปี ขอข้ามผ่านกับการพูดถึงเรื่องนี้ เพราะต้องการมีสมาธิอยู่กับการเล่นให้ต้นสังกัด

               "แน่นอน มันมีข่าวเกิดขึ้นมากมาย แต่ผมไม่อยากพูดถึง" ฮาแวร์ทซ์ กล่าวกับ สกาย สปอร์ต ด๊อยท์ชลันด์ "ผมกำลังมีสมาธิอยู่กับฤดูกาลนี้ หลังจากนั้นค่อยมาว่ากันใหม่ ผมไม่อยากทำให้มันวุ่นวายไปมากกว่านี้ สำหรับเกมนี้เราทุกคนต่างแฮปปี้ที่สามารถเก็บชัยชนะได้ เราทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ และผมก็คิดว่า เราคู่ควรกับชัยชนะแล้ว"

           สำหรับฤดูกาลนี้ ฮาแวร์ทซ์ ลงเล่นให้ "ห้างขายยา" ไปแล้วรวมทุกรายการ 36 นัด ทำได้ 14 ประตู โดยเฉพาะเกมลีก 2 นัดล่าสุด เจ้าตัวทำไปถึง 4 ลูก