ลีกเอิงคลอดโปรแกรมซีซันใหม่, เริ่ม 22 ส.ค.

ลีกสูงสุดแดนน้ำหอมคลอดโปรแกรมฤดูกาลใหม่ออกมาแล้ว โดยจะเปิดฉากในสัปดาห์ที่ 22-23 สิงหาคม

ลีกเอิง ประกาศโปรแกรมแข่งในฤดูกาล 2020/21 ออกมาแล้ว โดยมีกำหนดเปิดสนามในสุดสัปดาห์ที่ 22-23 สิงหาคม

ฟุตบอลลีกฝรั่งเศสตัดสินใจตัดจบฤดูกาลไปตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส-19 และรัฐบาลไม่อนุญาตให้มีการแข่งขันกีฬาทุกชนิดไปจนถึงเดือนกันยายน

อย่างไรก็ดี ล่าสุดสถานการณ์โดยรวมดีขึ้นมากแล้ว ขณะที่ลีกอื่น ๆ ก็กลับมาแข่งขันกันตามปกติ นั่นทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสไฟเขียวให้กีฬากลับมาแข่งได้แล้ว แถมยังเปิดโอกาสให้แฟนบอลได้เข้าไปชมในสนามได้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเกิน 5,000 คน

ล่าสุดลีกเอิงจึงเดินหน้าจัดการแข่งขันฤดูกาลใหม่อย่างเต็มกำลัง และคลอดโปรแกรมออกมาแล้ว ซึ่งจะเล่นกันในเดือนหน้า

โปรแกรมนัดแรกของลีกเอิง ฤดูกาล 2020/21

มาร์กเซย – แซงต์ เอเตียน

ลีลล์ – แรนส์

เปแอสเช – เม็ตซ์

โมนาโก – แร็งส์

นีซ – ล็องส์

ดิฌง – อองเชร์

มงต์เปลลิเยร์ – ลียง

บอร์กโดซ์ – น็องส์

ลอริยองต์ – สตราส์บรูก

นีมส์ – แบรส

สิงห์กำลังคึก! เชลซีปรับทัพยกพลฟัดเลสเตอร์รอบ 8 ทีมเอฟเอคัพ

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงห์บลูส์" อยู่ในช่วงกำลังมั่นใจหลังคว้าชัยมา 2 นัดติดในเกมลีกความพร้อมเตรียมปรับทีมบางตำแหน่งแต่ยังมี วิลเลี่ยน ลงบัญชาทัพ ส่วนทาง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ "สุนัขจิ้งจอก" ตั้งแต่รีสตาร์ตยังไร้ชัยแดนหน้าวาง เจมี่ วาร์ดี้ ลงเป็นตัวความหวัง ในศึกฟุตบอล ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ คืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563
เลสเตอร์ – เชลซี
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2 (เวลา : 22.00 น.)

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ พาทีมเสมอไบรท์ตัน 0-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 2 เกมแล้วตั้งแต่รีสตาร์ต

    ความพร้อมเกมนี้ ”บีร็อด” ยังไม่มีทั้ง ริคาร์โด้ เปเรยร่า และ แดเนียล อามาร์ตีย์ ที่บาดเจ็บเหมือนเดิม นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม

    ส่วนการจัดทัพก็น่าจะเน้นเหมือนเดิม แต่อาจมีสลับแข้งสำรองบางรายอย่าง ยูริ ตีเลอมันส์, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ อาโยเซ่ เปเรซ สลับมาออกสตาร์ตบ้าง

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี พาทีมชนะแมนฯ ซิตี้ 2-1 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด

    ความพร้อมเกมนี้ ”แลมพ์ส” จะไม่มี ฟิคาโย่ โทโมรี่ และ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย 2 ดาวรุ่งที่มีอาการบาดเจ็บ

    นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่คาดว่าน่าจะมีการปรับบ้าง อาจเปิดโอกาสให้แข้งสำรองบางรายอย่าง มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, แทมมี่ อบราฮัม และ เปโดร โรดริเกซ ได้สลับมาลงสนามบ้าง

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม 
   
    เลสเตอร์ (4-1-4-1) : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ – อาโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้ 

    เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่ – มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, เมสัน เมาน์ท – วิลเลี่ยน, แทมมี่ อบราฮัม, เปโดร โรดริเกซ   

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
01/02/20    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ ซิตี้    2-2เชลซี
18/08/19    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    1-1เลสเตอร์ ซิตี้   
12/05/19    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ ซิตี้    0-0เชลซี   
22/12/18    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    0-1เลสเตอร์ ซิตี้
18/03/18    เอฟเอ คัพ    เลสเตอร์ ซิตี้     1-1 เชลซี
(ต่อเวลา เชลซี ชนะ 2-1)
13/01/18    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    0-0เลสเตอร์ ซิตี้   
09/09/17    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ ซิตี้    1-2เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เลสเตอร์ ซิตี้

24/06/20    เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20    เสมอ วัตฟอร์ด 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
10/03/20    ชนะ แอสตัน วิลล่า 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/03/20    ชนะ เบอร์มิงแฮม 1-0 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
29/02/20    แพ้ นอริช 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เชลซี

25/06/20    ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/06/20    ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
08/03/20    ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/03/20    ชนะ ลิเวอร์พูล 2-0 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
29/02/20    เสมอ บอร์นมัธ 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เดอ บรอยน์-ราฮีมซัด! แมนซิตี้บุกทุบสาลิกา ลิ่วชนปืนตัดเชือกเอฟเอ คัพ

แชมป์เก่า "เรือใบสีฟ้า" เจองานไม่ยากหลังบุกไปคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ อาร์เซน่อล ที่เวมบลี่ย์ช่วงกลางเดือนหน้า ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

    ศึกลูกหนังน็อคเอาท์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เอฟเอ คัพ อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ปราบ เวสต์บรอมวิช จากรอบที่แล้วมา พบกับแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เบียดเอาชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ จากรอบ 16 ทีมสุดท้าย

    เกมนี้ สตีฟ บรู๊ซ นายใหญ่ของสาลิกาดงส่ง แอนดี้ แคร์โรลล์ เป็นหน้าเป้า โดยมี ฌอน ลองสตาฟฟ์ และอัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง คอยปั้นเกมรุกสนับสนุน ส่วนทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามแนวรุกส่ง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง

    ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้ทักทายก่อนหลัง ริยาด มาห์เรซ เปิดเตะมุมเข้ามาในกรอบ นิโกลัส โอตาเมนดี้ เทกตัวขึ้นโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    โอกาสส่องเข้ากรอบหนแรกของสาลิกาต้องถึง นาที 14 จากจังหวะที่ คาร์ล ดาร์โลว์ นายด่านเจ้าถิ่นเปิดบอลยาวมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ เก็บบอลได้นอกกรอบก่อนจะพลิกตัวซัดด้วยขวาแต่บอลเบาไปเข้ามือ เคลาดิโอ บราโว่

    อีก 3 นาทีต่อมา แชมป์เก่า แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นขึ้นนำอีกหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้ากรอบ บอลไปโดนเท้า กาเบรียล เชซุส จังหวะสุดท้ายถากเสาสองออกไป

    นาที 23 ทีมเยือนชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยกบอลแต่ยังไปติดมือ คาร์ล ดาร์โลว์ อีก 3 นาทีต่อมา สเตอร์ลิง ได้โอกาสซัดด้วยซ้ายเสาแรกอีกแต่บอลยังโดนนายด่านเจ้าถิ่นปฎิเสธทุบบอลออกไป ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าพักคูลลิ่งเบรค

    นาที 36 "สาลิกาดง" มาพลาดเสียจุดโทษ จากจังหวะที่ ไคล์ วอร์คเกอร์ ครอสไปหน้าปากประตู ฟาเบียน ชาร์ ไม่เล่นบอลเจตนาพลัก กาเบรียล เชซุส จนผู้ตัดสินเห็นแล้วเป่าให้จุดโทษฝั่งเรือใบ ก่อนที่ เควิน เดอ บรอยน์ จะซัดเข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูที่ 100 ในชีวิตการค้าแข้ง ช่วยให้ แชมป์เก่าบุกมานำ 1-0

     จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

    ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 53 "เรือใบสีฟ้า" ได้เสียวได้ลุ้นอีก จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งแรงเฉียดคานไปนิดเดียว

    นาที 66 "สาลิกาดง" พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย หลัง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง หลุดเข้าไปในกรอบแล้วปาดมาหน้ากรอบ 6 หลาให้ ดไวท์ เกย์ล ซัดโล่งๆเหินคานออกไป

    กระนั้น นาที 68 แมนฯซิตี้ มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 บอลขึ้นจากแดนหลังก่อนมาถึง ฟิล โฟเด้น กระชากขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบแล้วยิงด้วยขวาหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เสียบมุมเข้าไป

    ลูกทีมของ เป๊ป เล่นกันแบบสบาย ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นาที 76 เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สาม หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลให้ ฟิล โฟเด้น ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว
   
    ช่วงท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนฯซิตี้ ฟอร์มเฉียบบุกไปทุบเจ้าบ้าน นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ พบกับ อาร์เซน่อล ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : คาร์ล ดาร์โลว์ – ฮาเวียร์ มานกีโย่, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลเลส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส – มิเกล อัลมิรอน, อิซัค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง – แอนดี้ แคร์โรลล์

    ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรู๊ซ   

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อายเมริค ลาปอร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

    ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า    

 

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตกงานทั้งที่ผลงานดี

 ร็อบบี้  ฟาวเลอร์ อดีตตำนาน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล และ ทีมชาติอังกฤษ แยกทางกับสโมสรบริสเบรน โรร์ ในศึกฟุตบอลเอลีกของออสเตรเลีย  โดยสโมสรต้นสังกัดอ้างเหตุผลในการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงกฎหมายการกักตัวของประเทศออสเตรเลีย ในการแยกทางกับ "ร็อบบี้" เพราะหวั่นว่าจะไม่ทันต่อลีกที่จะกลับมารีสตาร์ทใหม่ในช่วงวันที่ 16 ก.ค. 63
    ก่อนหน้านี้ ฟาวเลอร์ ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือนเม.ย.62 ที่ผ่านมา อดีตตำนานหงส์แดงได้มีการปรับยกเครื่องทีมใหม่ทั้งหมดจนทีมก้าวไปรั้งอันดับ 4 ของตารางก่อนที่ลีกจะถูกระงับในวันที่ 24 มี.ค.63 จึงเลือกเดินทางกลับไปอังกฤษในช่วงพัก

    ล่าสุดทางสโมสรบริสเบรน โรร์ และฟาวเลอร์ได้ออกแถลงการณ์ในการแยกทางกัน ซึ่งฟาวเลอร์เผยว่า ขอขอบคุณสโมสรสำหรับโอกาสและแฟน ๆ สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นและการสนับสนุนสำหรับเขาและทีม ภูมิใจในสิ่งที่ช่วยทีมประสบความสำเร็จ

    ขณะที่ คริส  ฟอง รองประธานสโมสรให้เหตุผลว่า "สถานการณ์ปัจจุบันของการแพร่ระบาดเป็นเหตุให้ต้องแยกทางกับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์  รู้สึกผิดหวังที่โรคระบาดกระจายไปทั่วโลกส่งผลกระทบต่อแผนการของทีมด้วยเช่นกัน แต่เข้าใจว่าครอบครัวต้องมาเป็นอันดับแรกในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ ทุกคนที่เข้ามาในออสเตรเลียตอนนี้จำเป็นจะต้องได้รับการกักตัว 14 วันและเวลาในการเตรียมการน่าจะหมดลงเพื่อให้ฟาวเลอร์กลับมาพร้อมกับลีกเนื่องจากลีกจะเริ่มในวันที่ 16 ก.ค.63

บาร์คลี่ย์ตะบันชัย! เชลซีบุกอัดเลสเตอร์หวิว ทะยานตัดเชือกเอฟเอคัพ

รอสส์ บาร์คลี่ย์ กลายเป็นซูเปอร์ซับของ "สิงห์บลูส์" หลังลงมาต้นครึ่งหลังซัดประตูชัยพา เชลซี บุกไปเฉือนเอาชนะเจ้าถิ่น เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศที่เวมบลี่ย์ ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่รอบที่แล้วเบียดเอาชนะ เบอร์มิงแฮม 1-0 เข้ามาพบกับ เชลซี ซึ่งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายไล่ตบเอาชนะ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกมา 2-0

    ครึ่งแรก นาที 14 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน บอลจาก เบน ชิลเวลล์ เปิดเตะมุมเข้าไปหน้ากรอบให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ โขกเน้นๆแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ วิลลี่ กาบาเยโร่

    อีก 6 นาทีถัดมา นายด่านสิงห์บลูส์ต้องออกแรงเซฟอีก เมื่อ ยูริ ตีเลมันส์ อัดด้วยซ้ายนอกกรอบไปติดมือ กาบาเยโร่ ปัดออกหลังอีกที

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง โอกาสดีที่สุดของทีมเยือนเมื่อ เมสัน เม้าน์ท จ่ายบอลให้ คริสเตียน พูริซิช ตะบันด้วยขวาแต่บอลยังโดน คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล พุ่งปัดออกหลังหวุดหวิด

    ท้ายครึ่งแรก นาที 45 ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ แทงบอลให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่อดีตหัวหอกสิงโตคำรามดันยิงเหินออกหลังไปแบบหมดลุ้น จบครึ่งแรก ยังเสมอกัน 0-0

    ครึ่งหลัง แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปลี่ยนรวดเดียว 3 คนถอดเอา รีซ เจมส์, บิลลี่ กิลมอร์ และเมสัน เม้าน์ท ออกแล้วส่ง เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, มาเตโอ โควาซิช และรอสส์ บาร์คลี่ย์ ลงเล่นแทน

    นาที 63 กลายเป็น "สิงห์บลูส์" ทะยานขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน ครอสด้วยเท้าขวาไปเสาแรกให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ตัวสำรองสอดมายิงไม่ถึง 6 หลาเข้าไป

    ทีมเยือนโหมบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 66 บาร์คลี่ย์ รับบอลจาก พูลิซิช ก่อนจะซัดด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ชไมเคิ่ล

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปรับทัพส่ง เดเมราย เกรย์ ลงมาแทนที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ขณะที่ "สิงห์บลูส์" ของแลมพาร์ดถอดเอา วิลเลี่ยน ออกแล้วส่ง เปโดร ลงเล่นแทน เช่นเดียวกับ คริสเตียน พูลิซิช ออกแล้วให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค เล่นแทน

    นาที 85 มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดเซ็ตพีซมาในกรอบ 6 หลาให้ ซากลาร์ โซยุนชู โขกหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 89 ทีมเยือนพลาดได้เม็ดที่สองนำห่าง หลัง รอสส์ บาร์คลี่ย์ ตัดบอลได้ก่อนโต้กลับเร็วให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ก่อนที่ ลอตตัส-ชีค จะจ่ายคืนให้ บาร์คลี่ย์ ตะบันไกลเต็มแรงแต่บอลไปตรงตัว คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล เซฟออกหลังหวุดหวิด

    จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ แพ้คาบ้านให้ เชลซี 0-1 ทำให้ "สิงห์บลูส์" ตีตั๋วเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       
    เลสเตอร์ : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, ซากลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ – อโยเซ่ เปเรซ (มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.57), ยูริ ตีเลมันส์, เดนนิส ปราต (ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ น.57) , ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ (เดเมราย เกรย์ น.76) – เจมี่ วาร์ดี้

    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

    เชลซี : วิลลี่ กาบาเยโร่ – รีซ เจมส์ (เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า น.46), อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คัวร์ท ซูม่า, เอเมอร์สัน – บิลลี่ กิลมอร์ (มาเตโอ โควาซิช น.46), เอ็นโกโล่ ก็องเต้เมสัน เมาท์ (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.46) – วิลเลี่ยน (เปโดร น.78), แทมมี่ อับราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช (รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.72)    

    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

แมนซิตี้เน้น! “สเตอร์ลิง” กระชากซัด,นิวคาสเซิ่ลมี “แคร์โรลล์” โป้งสู้ ศึกเอฟเอคัพ

"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คาดว่าจัดทีมค่อนข้างเน้นโดย ราฮีม สเตอร์ลิง พร้อมลงล่าตาข่ายเกมบุกถิ่น "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ที่ลุ้น แอนดี้ แคร์โรลส์ ดาวยิงร่างยักษ์ขุดสกอร์ ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ (รอบก่อนรองชนะเลิศ) วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2 (เวลา : 00.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ (รอบก่อนรองชนะเลิศ)
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563
นิวคาสเซิ่ล   –   แมนฯ ซิตี้
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2 (เวลา : 00.30 น.)

สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

    สตีฟ บรูซ กุนซือนิวคาสเซิ่ล พาทีมเสมอแอสตัน วิลล่า 1-1 ในเกมล่าสุด ทำให้ยังไม่แพ้ใครตั้งแต่รีสตาร์ต

    ความพร้อมเกมนี้บรูซยังไม่มีทั้ง เคียแรน คล้าร์ก, ฟลอริย็อง เลอเฌิน และ เยโทร วิลเลมส์ ที่เดี้ยงยาวอยู่ก่อน

    ส่วน 2 พี่น้องลองสตาฟฟ์ ทั้ง ฌอน และ แม็ทธิว, แม็ตต์ ริทชี่ และ ไอแซค เฮย์เด้น ที่ไม่สมบูรณ์ ก็ยังต้องรอทดสอบความฟิต

    การจัดทัพก็คาดว่าบรูซน่าจะมีการปรับพอสมควรเพื่อเปิดโอกาสให้แข้งสำรองบางรายได้สลับมาลงสนามบ้าง เช่น คาร์ล ดาร์โลว์, เดอันเดร เยดลิน, ฟาเบียน แชร์, เอมิล คราฟธ์ – วาเลนติโน่ ลาซาโร่, นาบิล เบนทาเล็บ และ แอนดี้ แคร์โรลล์ เป็นต้น

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ พาทีมแพ้เชลซี 1-2 ในเกมล่าสุด เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 3 เกม พร้อมเสียแชมป์ลีกให้ลิเวอร์พูลในที่สุด

    สภาพทีมล่าสุด เป๊ปจะไม่มี แฟร์นันดินโญ่ ที่ติดโทษแบน 2 นัด หลังโดนไล่ออกในเกมล่าสุด รวมไปถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ ”กุน” ที่เจ็บเข่า ส่วน ชูเอา กานเซโล่ และ ฟิล โฟเด้น ที่ไม่สมบูรณ์ ต้องรอทดสอบความฟิต

    การจัดทัพก็เชื่อว่าเป๊ปน่าจะยังเน้นเหมือนเดิมเพื่อมุ่งมั่นป้องกันแชมป์รายการนี้ให้ได้ โดยถือว่าเป็นการปลอบใจหลังจากเสียแชมป์ลีกให้หงส์แดงไปแล้ว 

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    นิวคาสเซิ่ล (4-4-1-1) : คาร์ล ดาร์โลว์ – เดอันเดร เยดลิน, ฟาเบียน แชร์, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, เอมิล คราฟธ์ – วาเลนติโน่ ลาซาโร่, นาบิล เบนทาเล็บ, จอนโจ เชลวี่ย์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง – มิเกล อัลมิรอน – แอนดี้ แคร์โรลล์

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ, แบร์นาร์โด้ ซิลวา – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

“แม็กไกวร์” เจ๋งทั้งรับ-รุก”!ตัดเกรดแข้งแมนยูเกมเชือดนอริชลิ่ว4ทีมเอฟเอคัพ

 ลุ้นกันใจหายใจคว่ำเลยทีเดียวสำหรับสาวก "ปีศาจแดง" หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อเวลาพิเศษ บุกไปเชือด นอริช ซิตี้ 2-1 ในเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้ประตูชัยในนาทีที่ 118 จาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีม และนี่คือผลสอบของบรรดาแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่นในแมตช์นี้

 

 11 ผู้เล่นตัวจริง
 
 – เซร์คิโอ โรเมโร่ : 6
  ตลอดทั้งเกมไม่มีเซฟเลย ส่วนประตูที่เสียก็ต้องยกเครดิตให้กับ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ ที่ยิงได้สุดยอดด้วย 

 – ดีโอโก้ ดาโลต์ : 5
  ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังสำหรับเจ้าตัว เพราะนอกจากเกมรุกที่ไม่ได้ช่วยอะไรมากแล้ว เกมรับยังมีจังหวะเล่นผิดพลาดหลายครั้ง

 – เอริค ไบยี่ : 6
  เกมนี้เล่นไม่ค่อยนิ่ง โดยเฉพาะช่วงต้นเกม 

 

 – แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 8.5
  สมกับเป็นหัวใจสำคัญของทีม เพราะนอกจากช่วยบล็อกลูกยิงหลายครั้งแล้ว ยังสวมบทเป็นฮีโร่ ด้วยการขึ้นมาทำประตูชัยให้กับทีมในช่วงต่อเวลาพิเศษด้วย

 – ลุค ชอว์ : 7
  มีผลงานที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ช่วยเกมรับได้ดี แถมมีจังหวะเติมเกมรุกสวยๆ ให้เห็น 

 – สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ : 6.5
  บู๊แดนกลางได้ดุดัน แต่ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเจ้าตัว

 – เฟร็ด : 6.5
  แม้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก แต่ก็ทำให้คู่แข่งผ่านบอลยาก

 – ฆวน มาต้า : 5
  ชัดเจนว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปเรียบร้อย ช้าลงไปเยอะ แถมมีส่วนร่วมกับเกมน้อย

 – บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 7
  แม้เป็นเกมที่เล่นด้วยความยากลำบาก จูนกับเพื่อนไม่ค่อยติด แต่โดยรวมถือว่าโอเค โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมกับเกม

 

 – เจสซี่ ลินการ์ด : 5
  อาจจะไม่ได้เล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัด แต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะจังหวะลุ้นทำประตู

 – โอเดียน อิกาโล่ : 7
  เป็นเกมที่เล่นยาก ทว่าเจ้าตัวก็ยิงได้เยี่ยมมากๆ กับจังหวะทำประตูขึ้นนำ 1-0 แต่นั่นก็มาจากความผิดพลาดเองของแนวรับ นอริช ด้วย 

 
 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ (แทน ดาโลต์ น. 62) : 6.5
  ลงไปประจำการทางฝั่งขวาได้ไม่เลว

 

 – เมสัน กรีนวู้ด (แทน มาต้า น. 63) : 6
  มีลุ้นทำประตูตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ลงไปเล่น แต่หลังจากนั้นทำอะไรไม่ได้มาก

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด (แทน ลินการ์ด น. 63) : 6
  ยังคงติดๆ ขัดๆ แต่มีความพยายามดี ได้ลุ้นยิงถึง 5 ครั้ง ทว่าตรงกรอบหนเดียว

 – เนมานย่า มาติช (แทน แม็คโทมิเนย์ น. 78) : 6.5
  ลงไปช่วยประคองเกมใช้ได้

 – ปอล ป็อกบา (แทน เฟร็ด น. 78) : 7
  ลงไปช่วยยกระดับเกมได้แบบทันตาเห็น และลูกเปิดอันยอดเยี่ยมของเขาก็นำไปสู่การได้ประตูชัย

 – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (แทน ไบยี่ น. 96) : 6
  ไม่เฉียบขาดเหมือนเกมก่อนที่ทำแฮตทริกได้

เพิ่มโอกาสเข้ารอบ!ไทยได้สิทธิ์ทีมเหย้าเพลย์ออฟ ACL ครั้งแรก

สมาคมฯ เผยข่าวดีเมื่อสโมสรจากไทย 1 ทีม จะได้สิทธิ์เพลย์ออฟ ACL ด้วยการเล่นเป็นทีมเหย้าครั้งแรก ในฤดูกาล 2021-2022

ตัวแทนสมาคมฯ เข้าร่วมประชุมกับเอเอฟซี, ยูฟ่า และฟีฟ่า โดยมีการยืนยันถึงโครงสร้างจำนวนทีมในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งจะมีเพิ่มเป็น 40 ทีม และจำนวนโควต้าที่สโมสรจากไทยได้เข้าร่วมแข่งขันเป็น 4 ทีม ในฐานะลีกที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของเอเชียตะวันออก ซึ่งทีมแชมป์ไทยลีกและเอฟเอ คัพ จะได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติ ส่วนรองแชมป์ลีกและอันดับ 3 ของลีก จะเล่นรอบเพลย์ออฟและรอบคัดเลือกในบ้านตัวเองตามลำดับ

จากการที่สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (AFC) ร่วมมือกับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เเละสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) จัดการประชุมออนไลน์ AFC MA & RA General Secretaries Conference 2020 ให้ชาติสมาชิก โดยนายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ ได้เป็นตัวแทนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ  เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

สำหรับในการประชุมร่วมกับสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ได้มีการยืนยันถึงโครงสร้างใหม่ของการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2021 และ 2022 รวมถึงโควต้าของชาติสมาชิกในรายการต่างๆ ของเอเอฟซี

โดยจากการจัดอันดับล่าสุดประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 1 ในโซนอาเซียนที่มีประเทศออสเตรเลียรวมอยู่ด้วย และเป็นอันดับ 4 ของประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุดในโซนเอเชียตะวันออก ซึ่งสโมสรจากประเทศไทยจะได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติเป็นจำนวน 2 ทีม, รอบเพลย์ออฟ 1 ทีม และรอบคัดเลือก 1 ทีม รวมเป็น 4 ทีม

นายพาทิศ ศุภะพงษ์ กล่าวว่า "ต้องขอขอบคุณสโมสรสมาชิกที่ร่วมกันทำผลงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องของการทำคลับไลเซนซิ่ง ที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีฟุตบอลลีกอาชีพ และสามารถเข้าร่วมแข่งขันในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกได้ รวมถึงการทำผลงานของสโมสรไทยในการแข่งขันที่ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ค่าสัมประสิทธิ์ของประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอยู่ในอันดับที่ 4 ของการจัดอันดับประเทศที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงสุดในโซนเอเชียตะวันออก จนสามารถคว้าโควต้าเพิ่มเติมได้สำหรับ 2 ปีข้างหน้า’’

‘’สิ่งที่จะแจ้งให้ทราบซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับสโมสรจากประเทศไทยคือทีมที่เป็นโควต้าอันดับ 3 ต่อจากแชมป์ โตโยต้า ไทยลีก และ ช้าง เอฟเอ คัพ ซึ่งก็คือรองแชมป์ไทยลีก จะได้สิทธิ์เล่นในรอบเพลย์ออฟในฐานะทีมเหย้า หลังจากที่ผ่านมาสโมสรจากประเทศไทยต้องเดินทางไปในฐานะทีมเยือน เช่น ประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และจีน แบบนัดเดียวจบ ซึ่งมักจะประสบปัญหาเรื่องสภาพอากาศในช่วงฤดูหนาว โดยในการแข่งขันฤดูกาลหน้า การเปลี่ยนแปลงนี่จะทำให้สโมสรไทยมีโอกาสในการเข้ารอบแบ่งกลุ่มมากขึ้นอีกด้วย’’

‘’สำหรับการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้ที่ต้องหยุดทำการแข่งขันไปเนื่องจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทางเอเอฟซีได้วางแนวทางสำหรับการแข่งขันที่เหลืออยู่ ให้ทำการแข่งขันในสนามกลาง (Centralized Venue) และจะมีการแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง”

ทั้งนี้ จากการที่ สมาคมฯ ยึดทีมอันดับ 1-4 (เอาอันดับจบเลกแรก) เฉพาะฤดูกาล 2021 ที่จะได้สิทธิ์ไปลุยศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้สิทธิ์การเพลย์ออฟด้วยการเล่นเป็นทีมเหย้าครั้งแรก (รอบ 3) ตกเป็นของ ทีมอันดับ 3 ในลีก โดยแบ่งเป็นดังนี้ อันดับ 1 – รอบแบ่งกลุ่ม , อันดับ 2 – รอบแบ่งกลุ่ม , อันดับ 3 – รอบเพลย์ออฟ (เล่นในบ้าน ชนะเข้ารอบแบ่งกลุ่มทันที) และ อันดับ 4 – รอบ Preliminary (เล่นในบ้าน ชนะแล้วไปเยือนรอบเพลย์ออฟ) ส่วนฤดูกาล 2022 จะไล่เรียงสิทธิ์ตามปกติ โดยมีฟุตบอลถ้วยเข้ามาเกี่ยวข้อง

เชลซีล่า “โรนัลโด้”,แมนยูรุก “กรีลิช”!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

"สิงห์บลูส์" เชลซี คึกคักเหลือเกินชั่วโมงนี้ เพราะล่าสุดคิดการใหญ่ที่จะกระชากตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จาก ยูเวนตุส ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมหันมาเอาจริงในการล่าตัว แจ็ค กรีลิช ขณะที่ นาโปลี พร้อมขาย คาลิดู คูลิบาลี่ แต่จะในราคาเท่าไรนั้น มาหาคำตอบกันกับอัพเดตตลาดซื้อ-ขายนักเตะภาคล่าสุด
 – ออเรลิโอ เด เลาเรนติส ประธาน นาโปลี พร้อมพิจารณาขาย คาลิดู คูลิบาลี่ และ ฟาเบียน รูอิซ สองแข้งกำลังสำคัญ หลังจบซีซั่นนี้ ทว่าค่าตัวแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) (Correire dello Sport)

 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ อาชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาจอมบุก เรอัล มาดริด (ปัจจุบันเล่นอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แบบสัญญายืมตัว) อย่างใกล้ชิด โดยหวังได้ ฮาคิมี่ มาเป็นตัวแทนในระยะยาวของ ไคล์ วอล์คเกอร์ (AS)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เลือกเดินหน้าเต็มสูบในการล่าตัว แจ็ค กรีลิช ปีกดาวดัง แอสตัน วิลล่า โดยพร้อมทุ่มเงิน 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,925 ล้านบาท) หลังตัดสินใจที่จะรอซิว เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งคนเก่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ช่วงซัมเมอร์ปีหน้า (Daily Star)
 
 – อย่างไรก็ตาม ซานโช อาจไม่รอ "ปีศาจแดง" เพราะเจ้าตัวเปิดโอกาสที่จะย้ายกลับไปเล่นให้ต้นสังกัดเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงซัมเมอร์นี้ (Sun)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ใส่ชื่อ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ กองกลางตัวรับของ เลสเตอร์ ซิตี้ อยู่ในลิสต์เสริมทัพ แต่อาจจะต้องแย่งกับ เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ต่างกำลังเล็ง ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียวัย 23 ปี อยู่เช่นกัน (Express)

 – เชลซี กำลังพิจารณาทุ่มเงินก้อนโต 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) ล่าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงซูเปอร์สตาร์ ยูเวนตุส มาร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ โดยที่ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสร หวังใช้ความสนิทสนมกับ จอร์จ เมนเดส เอเจนต์ของ โรนัลโด้ เป็นข้อได้เปรียบในการปิดดีล (Don Balon)

 – อาร์เซน่อล ได้เล็ง อักเซล ดิซาซี่ เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์ของ แร็งส์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก นอกเหนือจาก ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ปราการหลังดาวรุ่ง แอร์เบ ไลป์ซิก โดยคาดว่า ปราการหลังวัย 22 ปี ซึ่งได้รับความสนใจจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เช่นกัน มีค่าหัวแค่ 13 ล้านปอนด์ (ประมาณ 507 ล้านบาท) เท่านั้น (Goal)

 – ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ได้แจ้งกับ เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วว่า พวกเขาจำเป็นต้องจ่ายเงินระดับ 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,510 ล้านบาท) หากคิดที่คว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งพุ่งแรง ไปร่วมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ (Express)

 – เชลซี มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว เปา โลเปซ ผู้รักษาประตูชาวสแปนิชของ อาแอส โรม่า มาร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ แต่อาจจะต้องแย่งชิงกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (Estadio Deportivo)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต่างมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ อารอน แรมซี่ย์ กองกลางค่าเหนื่อยแพงของ ยูเวนตุส หลังมีข่าว "ม้าลาย" พร้อมโละทิ้งซัมเมอร์นี้ (Tuttomercatoweb)

 – อาร์เซน่อล ยังคงมุ่งมั่นที่จะปิดดีลคว้าตัว โธมัส ปาร์เตย์ กองกลางจอมแกร่ง แอตเลติโก มาดริด ให้ได้ โดยพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยให้นักเตะมากกว่าที่เจ้าตัวรับจากต้นสังกัดปัจจุบันถึง 3 เท่า ซึ่งนั่นจะเท่ากับ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง หัวหอกตัวหลักของทีม ที่ตอนนี้รับสัปดาห์ละ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 7.8 ล้านบาท) (Goal)

 – เอฟเวอร์ตัน พร้อมเปิดศึกกับ เอซี มิลาน ในการล่าตัว เมมฟิส เดอปาย กองหน้าชาวดัตช์ของ โอลิมปิก ลียง หลังจบซีซั่นนี้ แต่คาด ลียง ไม่ยอมขายแบบถูกๆ ถึงแม้ปัจจุบันนักเตะเหลือสัญญากับทีมอีกแค่ 12 เดือนก็ตาม (Calciomercato)
 
 – นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีความสนใจที่จะคว้าตัว มาร์กอส อลอนโซ่ แบ็กซ้าย เชลซี โดยคาดว่า "สิงห์บลูส์" พร้อมโละ อลอนโซ่ ทิ้ง เพื่อเปิดทางให้กับ เบน ชิลเวลล์ ฟูลแบ็กตัวเก่ง เลสเตอร์ ซิตี้ (Sun)

 – ขณะที่ ยูเวนตุส มีความสนใจที่จะรวบ อลอนโซ่ และ จอร์จินโญ่ จาก เชลซี โดยยินดีส่ง เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ และ อาเดรียง ราบิโอต์ ไปแลก (Calciomercato)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หวังเซ็นฟรี ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กจอมเก๋าชาวบราซิเลียน ที่กำลังจะหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลนี้ ขณะที่ อาร์เซน่อล และ เอฟเวอร์ตัน ก็ล็อกเป้ามาที่ ดาวเตะวัย 35 ปี เช่นกัน (Sun)

 – เลสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกกับ คริสตัล พาเลซ ในการชิงตัว เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง เบิร์นลี่ย์ มาเสริมแนวรับ (Mirror)

เชื่อพี่ดิ! “โมดริช” แนะ “เอ็มบัปเป” ย้ายหนี PSG เพื่อก้าวไปอีกขั้น

ลูกา โมดริช กองกลางระดับบัลลงดอร์ของ เรอัล มาดริด ออกโรงแนะนำ คีเลียน เอ็มบัปเป ว่าให้ย้ายไปเล่นในลีกที่มีความเข้มข้นสูงกว่านี้ หากต้องการก้าวไปอีกขั้น

เอ็มบัปเป วัย 21 ปี ย้ายจาก อาแอส โมนาโก มาอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัว 180 ล้านยูโร ซึ่งถือว่าแพงที่สุดอันดับ 2 ของโลก

อย่างไรก็ตาม ดาวยิงนินจาเต่ายังคงตกเป็นข่าวพัวพันกับ เรอัล มาดริด อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง เปแอสเช ออกมายืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่านักเตะคนนี้ไม่ได้มีไว้ขาย

ล่าสุด โมดริช แนะนำว่า "เอ็มบัปเปมีทุกอย่างที่จะขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการ แต่เขาจะขึ้นไปอยู่ตรงนั้นได้ เขาต้องย้ายไปอยู่ในลีกที่ทีมของเขาไม่ได้แชมป์มาง่ายๆ"