‘ปฎิวัติ’ ขอโทษ ‘ทินกร’ ยันไม่มีความคิดเล่นสกปรก

"ปฎิวัติ คำไหม" นายด่านสมุทรปราการ ซิตี้ ขอโทษ ทินกร อสุรินทร์ แข้งสุพรรณบุรี เอฟซี จังหวะโดนใบแดง ยืนยันไม่เคยมีความคิดที่จะเล่นสกปรกใส่เพื่อนร่วมอาชีพ
   จากเหตุการณ์ท้ายเกมในศึกไทยลีก2020-21 ที่ สมุทรปราการ ซิตี้ มาเสียจุดโทษและโดนยิง สุพรรณบุรี เอฟซี บุกมายิงประตูชัย จากจังหวะที่ ปฎิวัติ คำไหม ผู้รักษาประตู สมุทรปราการ ซิตี้ ไปชักแขนใส่ ทินกร อสุรินทร์ ของสุพรรณบุรี เอฟซี ในจังหวะจะออกบอล ก่อนที่ผู้ตัดสินอดีตฟีฟ่า ชัยฤกษ์ งามสม ชักใบแดงไล่ ปฎิวัติ คำไหม ออกจากสนามทันที และเป็นจุดโทษของสุพรรณบุรี เอฟซี ด้วย ก่อนที่ แพทริก ไรเชลล์ ซัดจุดโทษเข้าไป ช่วยให้ สุพรรณบุรี เอฟซี พลิกแซงชนะ สมุทรปราการ ซิตี้ 2-1

    ล่าสุด ปฎิวัติ คำไหม ผู้รักษาประตู สมุทรปราการ ซิตี้ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านสื่อออนไลน์ โดยเปิดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า

    "ผมไม่รู้ว่าที่ผมออกมาโพสมันเพื่ออะไร แต่ผมอยากขอโทษกับเหตุการณ์และการกระทำที่เกิดขึ้น ขอโทษทุกคนในทีม แฟนบอลปราการและที่สำคัญพี่กร(ทินกร อสุรินทร์) ผมยอมรับว่าผมทำ แต่ผมไม่เคยมีความคิดเล่นสกปรกใส่เพื่อนร่วมอาชีพ แต่มันเป็นเสี้ยววิจริงๆ ผมขอโทษจากใจครับ"

สไตลิสต์มีว้าวกับ “เกรียนโอ้” มาริโอ ยูรอฟสกี้

"ซุปเปอร์มาริโอ้" หรือ "เกรียนโอ้" มาริโอ ยูรอฟสกี้ แข้งมาซิโดเนีย ที่เป็นขวัญใจสาวก "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทั้งในฐานะผู้เล่นกระทั่งก้าวสู่กุนซือของทีมในปัจจุบันนี้
 
มาริโอ ย้ายมาค้าแข้งในเมืองไทยหนแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.2012 ในไทยลีก ครั้งที่ 16

9 ปีกับชีวิตในแผ่นดินสยาม ที่นอกจากจะเคยเล่นให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2 รอบ ,เขายังเคยเล่นให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด และ บีจี ด้วย

นอกจากฝีเท้าอันยอดเยี่ยมกับบุคคลิกแผลงๆ จนถูกเรียกว่า "เกรียนโอ้" แล้ว กุนซือป้ายแดงวัย 35 ปี ของทัพ "กิเลนผยอง" ไม่รวมถึงหน้าตาดูดีแบบฝรั่ง

เขายังมีสไตล์การแต่งตัวนอกสนามที่สุดแนวอย่าบอกใครชนิดที่สไตลิสต์เป็นต้องร้องว้าวก็แล้วกัน

ถือว่า มาริโอ ยูรอฟสกี้ อินเทรนด์เป็นผู้นำแฟชั่นแบบสุดปังก็ว่าได้

 

ประเดิมบิ๊กแมตช์! บุรีรัมย์รับเมืองทอง แฟนบอลเข้าชม 50%

สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศให้แฟนฟุตบอลเข้าชมเกมในสนามได้แล้ว 50% ตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยเริ่มจากเกมบิ๊กแมตช์รับการมาเยือนของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในสุดสัปดาห์นี้
 
ช่วงก่อนหน้านี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ให้ทุกสนามแข่งขันฟุตบอลกลางแจ้งที่มีการเชียร์เสียงดังอนุญาติให้แฟนฟุตบอลเข้าชมเพียง 25% แต่ไม่เกิน 4000 คน ล่าสุดมีคำสั่งประกาศใหม่หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยสามารถให้สนามฟุตบอลมีความจุผู้ชมเพิ่มขึ้นที่ 50% ของความจุสนาม และทีมปราสาทสายฟ้าประกาศอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วว่า เกมบิ๊กแม็ตช์ไทยลีก ที่เปิดสนามช้างอารีน่า รับการมาเยือนของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ จะเริ่มทำตามนโยบายของ ศบค. ทันที

สำหรับความจุของสนามช้างอารีน่า อยู่ที่จำนวน 32,600 ที่นั่ง คิดเป็น 50% จะเหลือ 16,300 ที่นั่ง

ภาพจาก : เพจ BURIRAM UNITED

เลี้ยงหลบ 10 กว่าครั้ง วิ่งเกือบสิบโล! บีจี เผยสถิติสุดยอดเยี่ยม สิโรจน์ เกมชนะสุโขทัย

ความเคลื่อนไหวของ บีจี  ปทุม ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงในศึกฟุตบอลไทยลีก 2020 ที่เกมล่าสุดบุกไปเอาชนะ สุโขทัย ด้วยสกอร์ 3-2 ซึ่งเกมนี้ สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าตัวเก่งดีกรีทีมชาติไทยออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและมีส่วนร่วมถึงสองประตูด้วยกันให้กับ บีจี

ล่าสุดเป็นทาง บีจี ได้ออกมาเผย สถิติที่ยอดเยี่ยมของ สิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมกับ สุโขทัย โดยเผยว่า " BG THE STATS : การกลับมาลงตัวจริงอีกครั้งของ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมที่พบกับสุโขทัย เอฟซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่ทำให้สาวก “เดอะ แรบบิท” ผิดหวัง !! ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและเป็นส่วนสำคัญให้ทีมได้รับชัยชนะ "

ผลงานของสิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมที่พบกับ สุโขทัย เอฟซี

1. ลงเล่น 78 นาที

2. มีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีม 70 ครั้ง

3. ทำ 1 ประตู

4. เลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ 13 ครั้ง

5. เข้าปะทะ 9 ครั้ง

6. วิ่ง 8.1 กิโลเมตร

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ บีจี จะมีคิวบุกไปปเยือน สิงห์ เชียงราย ในวันที่ 31 ตุลาคม ที่ สิงห์ สเตเดียม

เร็วสุดแค่14วิ! เปิดท็อป4แข้งยิงประตูด่วนจี๋ไทยลีก2020

ผ่านเข้าสู่นัดที่ 10 ในเลกแรก ของการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2020-2021วันนี้ทางทีมข่าวขอนำบทสรุป 4 อันดับนักเตะที่ทำสถิติยิงเร็วสุดในฤดูกาลนี้ ไปดูกันว่ามีใครบ้าง

อันดับ 1.ทำสถิติยิงเร็ว  14 วินาที สุมัญญา ปุริสาย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

สุมัญญา ปุริสาย ของบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เป็นเจ้าของสถิติยิงเร็วสุด ของไทยลีก 2020 เลกแรก โดยใช้เวลาเพียงแค่ 14 วินาที เกมที่พา บีจี บุกไปนำ สุโขทัย เอฟซี ก่อน 1-0 เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2563 ที่สนามทุ่งทะเลหลวง และเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในซีซั่นนี้อีกด้วย

อันดับ 2.ทำสถิติยิงเร็ว  33 วินาที แจ็คสัน โคเอลโญ่  สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เป็นนักเตะ "กว่างโซ่ง" สิงห์เชียงราย ฯ สัญชาติบราซิล อดีตแข้ง บุรีรัมย์ฯ และ เอสซีจี เมืองทองฯ อย่าง "ชาช่า" แจ็คสัน โคเอลโญ่ เจ้าตัวทำสถิติอันดับ 2 ขณะนี้โดยใช้เวลาแค่ 33 วินาที หลังจากผู้ตัดสินเป่าเริ่มเกมนัดที่ สิงห์เชียงรายฯ เปิดบ้าน ชนะ ราชบุรีฯ ไป 2-1 เมื่อ 17 ต.ค. 63 ที่ผ่านมา

อันดับ 3.ทำสถิติยิงเร็ว 48 วินาที เอลิอันโดร  สุพรรณบุรี เอฟซี

ส่วน อันดับ 3 ของสถิติการยิงเร็วสุดในฤดูกาล 2020 นี้เกิดขึ้นเมื่อ 19 ก.ย. 2563 ที่สนาม ทรู สเตเดี้ยม เกมที่ ทรู แบงค็อกฯ แซง ชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี  ได้ 2-1 โดยแค่ 48 วินาที ของเกม เอลิอันโดร กองหน้าบราซิล ของ "ช้างศึกยุทธหัตถี"  ซัดให้ สุพรรณบุรี  บุกไปนำก่อน แต่ทีมแพ้ไปในที่สุด

อันดับ 4.ทำสถิติยิงเร็ว   1 นาที 4 วินาที มุสตาฟา อาซัตซอย  ตราด เอฟซี

และปิดท้ายที่ อันดับ 4 ยิงเร็วไทยลีก 2020 เป็นเกมที่สนามกีฬา จ.สุพรรณบุรี เอฟซีเมื่อ 3 ต.ค. 2563 เกมที่ ทีมเยือน ตราดฯ ที่ยังไม่เคยชนะมาก่อนหน้านี้บุกไปชนะ สุพรรณบุรี  ได้ถึงถิ่น 2-1 โดย ประตูแรกของเกม เกิดขึ้นหลังเกมผ่านไปแค่ 1 นาที 4 วินาทีเท่านั้น จากลูกโขกของ มุสตาฟา อาซัตซอย กองหน้า อัฟกานิสถาน  ที่ทำให้ทีมบุกไปนำก่อน 1-0 และ ชนะไปในที่สุด 2-1

รวยแต่ต้องปิด แข้งขอนแก่นขับเบ๊นซ์แต่ไม่กล้าให้ใครเห็น

อาชีพนักฟุตบอลสำหรับใครหลายคน สามารถทำให้ฐานะลืมตาอ้าปากได้ แต่สำหรับนักเตะรายนี้ มาเล่นฟุตบอลอาชีพไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน เนื่องจากที่บ้านมีฐานะที่ร่ำรวยอยู่แล้ว แต่เขามาเพื่อตามล่าความฝันกับกีฬาที่เขาหลงใหล

    “เบส”ธนพล ศรีทอง ดาวยิงขอนแก่น ยูไนเต็ด เกิดในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างมั่นคง โดยครอบครัวทำธุรกิจสัมปทานรถบัสประจำทางระหว่างอำเภอเมือง ขอนแก่น ไปยังอ.กระนวน มีรถวิ่งในเส้นทางนี้กว่า 20 คัน ด้วยชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบายในวัยเด็ก แต่เจ้าตัวก็ยังมีความฝันอยากจะเล่นฟุตบอลอาชีพ เมื่อทีมขอนแก่น เอฟซี บ้านเกิดเคยขึ้นไปเล่นอยู่ในไทยลีกและเจ้าตัวตามเชียร์ถึงขอบสนาม

    เส้นทางฟุตบอลของ “เบส”ไม่มีอะไรหวือหวา เจ้าตัวเรียนอยู่ร.ร.สาธิตขอนแก่น ตั้งแต่ประถมจนมัธยมปลาย แต่โอกาสเรื่องฟุตบอลค่อนข้างมีน้อย เนื่องจากเด็กในโรงเรียนเล่นฟุตบอลเป็นไม่กี่คน เจ้าตัวต้องดิ้นรนไปคัดฟุตบอลระดับเยาวชนของจังหวัดขอนแก่นจนได้ติดทีมไปเล่นกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

 
    เมื่อขึ้นม.ปลาย “เบส”ธนพล ตัดสินใจไปคัดกับทีมขอนแก่น เอฟซี ด้วยพาหนะรถเบ๊นซ์ของครอบครัว แต่ด้วยความกลัวว่าถ้าหากไปแบบนี้อาจโดนมองว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ จึงเอารถเบ๊นซ์ไปจอดห่างไกลจากสนามซ้อมแล้วเดินเข้าไปคัดตัว

 
    “ปีแล้วปีเล่าผมไปคัดก็ไม่เคยติด แต่ผมก็ไม่ลดละพยายาม ใช้เวลาในการคัดถึง 4 ปี มาติดตอนเรียนอยู่ม.ขอนแก่น ปี 3 แล้ว ซึ่งก็ต้องแบ่งเวลาทั้งการเรียนและการเล่น มีอยู่วันหนึ่งผมต้องบินไปเตะกับกระบี่ เอฟซี แต่อีกวันต้องพรีเซ็นต์งานกับอาจารย์ที่ขอนแก่น ก็นั่งเครื่องบินหลังแข่งจบมาลงที่สุวรรณภูมิ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ก็ขับรถมารับที่สุวรรณภูมิ กลับขอนแก่น(หัวเราะ) ก็ถือว่าเหนื่อยเพราะบอลอาชีพก็อยากเล่น เรียนก็อยากจบ แต่ก็จบมาได้ในที่สุด”

 
    หลังจากเรียนจบก็มุ่งสมาธิเล่นฟุตบอลให้กับขอนแก่น เอฟซี โดยเล่นอยู่ 6 ปี ย้ายไปทีโอที ไม่ทันไรทีมก็ยุบ เลยกลับมาเล่นให้ขอนแก่น มอดินแดง ซึ่งเจ้าตัวระเบิดฟอร์มยิงไป 14 ประตูในไทยลีก 4 จนฟอร์มเตะตาผู้บริหารทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด และดึงไปร่วมทีมในที่สุด

 
    ความจริงแล้ว นอกจากการเรียนกับการเล่นฟุตบอล เจ้าตัวยังต้องเลือกเส้นทางเมื่อครอบครัวจะส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แต่หลังจากไปลองใช้ชีวิตอยู่ 1 ปี เจ้าตัวเลือกที่จะอยู่เมืองไทยเพื่อตามล่าความฝันฟุตบอลอาชีพแทน ส่วนพี่ชายตอนนี้ไปปักหลักเป็นทหารอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

 
    ถึงตอนนี้ “เบส”ธนพล ยิงให้ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไป 1 ประตู ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่า ตำแหน่งของตนเป็นกองหน้าก็จริง แต่บทบาทไม่ใช่หน้าเป้า เป็นตัวซัพพอร์ตให้กองหน้าต่างชาติมากกว่า อย่างไรก็ดีแม้ตอนนี้อายุจะย่าง 29 ปีแล้ว แต่ความฝันที่อยากเล่นบอลไทยลีก 1 ก็ยังมีอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอโชว์ฟอร์มให้กับขอนแก่น ยูไนเต็ด ให้เต็มที่ และถ้าเล่นได้ดี โอกาสก็จะมาถึงเอง

 

ศูนย์หน้าต่างชาติยิงกระจาย-ทีมยอดเยี่ยมไทยลีกนัดที่9

โฉมหน้าทีมยอดเยี่ยมไทยลีกประจำสัปดาห์ที่ 9 มีแข้งคนไหนโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเข้าตากันบ้าง มาดูกัน

 ผู้รักษาประตู : ธณชัย หนูราช (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ธณชัย มีปฏิกิริยาที่ยอดเยี่ยม โชว์ช็อตเซฟยากๆ ไว้หลายครั้ง ช่วยสวาดแคทสร้างประวัติศาสตร์บุกชนะบุรีรัมย์ครั้งแรกในการเล่นไทยลีก

กองหลัง :  อมานี่ อากีนัลโด้ (ตราด เอฟซี)
เล่นเกมรับได้แข็งแกร่งมากสำหรับปราการหลังทีมชาติฟิลิปปินส์ เก็บกวาดหน้าประตูให้ทีมได้ตลอดทั้งเกม ก่อนพาทีมเก็บคลีนชีตในเกมที่ ตราด บุกเอาชนะ เมืองทองฯ 1-0

กองหลัง : วสันต์ ฮมแสน (สุพรรณบุรี เอฟซี)
เป็นอีกหนึ่งกองหลังที่โชว์ผลงานได้เข้าตามากๆ จังหวะสู้กับ แฮร์ลิสัน ไคออน ดาวยิงตัวเก่งของ ชลบุรี ก็ทำได้ดี พร้อมช่วย ช้างศึกยุทธหัตถี เก็บคลีนชีตได้ในเกมนี้

กองหลัง : เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ปราการหลังกัปตันทีมสวาดแคทสู้กับเกมรุกของบุรีรัมย์ได้อย่างสนุกไม่ว่าจะเป็นลูกกลางอากาศหรือทางพื้นดินงานนี้ เฉลิมพงษ์ เก็บกวาดได้หมด

กองกลาง : เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
ผลงาน 2 แอสซิสต์ของเจ้าเต้ช่วยเขี้ยวสมุทรบุกมาแบ่งแต้มทีมฟอร์มแรงอย่างจ่าฝูงบีจีปทุมได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งจังหวะพาบอลไปกับตัวก็ยังทำได้ดีผลงานไม่มีตก

กองกลาง : โก ซุล กิ (การท่าเรือ เอฟซี)
เกมรุกดีไม่มีตก โก ซุล กิ มีส่วนร่วมช่วยการท่าเรือได้ 2 ประตู โดยหนึ่งในนั้นคือการเรียกจุดโทษ ในเกมที่ สิงห์เจ้าท่า เอาชนะ ระยอง เอฟซี 7-2

 กองกลาง : จุง เมียง โอ (สุโขทัย เอฟซี)
ในรูปเกมที่สุโขทัยเล่นเกมสวนกลับสู้กับแบงค็อก จุง เมียง โอ กองกลางชาวเกาหลีใต้ถือได้ว่าทำผลงานออกมาได้โดดเด่นมาก ทั้งจังหวะการจ่ายบอลทะลุช่องสวยๆให้เพื่อนลุ้นทำประตูก็มีให้เห็นหลายครั้ง แถมนัดนี้ยังมีชื่อเป็นผู้ทำประตูอีกด้วย

กองกลาง : จอห์น บาจโจ้ (สุโขทัย เอฟซี)
ป่วนแนวรับแข้งเทพชนิดที่เรียกว่าไปไม่เป็น โดยเฉพาะการโต้กลับที่เล่นร่วมกับ อิบสัน เมโล่ ทำให้ทุกอย่างลงตัวมากๆ แถมเกมนี้ บาจโจ้ ยังทำได้ 1 สกอร์ พร้อมกับ 2 แอสซิสต์อีกด้วย

กองหน้า : อิบสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)
การเล่นเกมรุกของ อิบสัน เมโล่ สามารถโจมตีแนวรับ แข้งเทพ ได้ทุกจังหวะ รวมไปถึงการประสานงานกับบาจโจ้ที่ช่วยเพิ่มความอันตรายให้คู่แข่งขึ้นเป็นหลายเท่า ก่อนที่เกมนี้จบด้วยการที่ อิบสัน เมโล่ ทำ 2 ประตูช่วยให้ค้างคาวไฟยืดสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ 6

กองหน้า : เซร์คิโอ ซัวเรส (การท่าเรือ เอฟซี)
ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับ เซร์คิโอ ซัวเรส มีโอกาสลุ้นทำประตูหลายครั้ง ก่อนที่เกมนี้สามารถทำประตูได้ 2 ลูก พาพสิงห์เจ้าท่าบุกถล่ม ระยอง เอฟซี 7-2

กองหน้า : เลอันโดร อัสซัมเซา (นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี)
ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมยิง 1 และจ่าย 1 ของ อัสซัมเซา ช่วยทัพสวาดแคทบุกกำชัยเหนือบุรีรัมย์ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้โคราชบุกมาเก็บชัยชนะถึงถิ่นปราสาทสายฟ้าเป็นครั้งแรกในการเล่นไทยลีกอีกด้วย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ!เผยรายได้ผู้ตัดสินศึกไทยลีก3

จากวิกฤตโควิด-19 ที่สร้างปัญหาไปทั่วทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่แวดวงผู้ตัดสินไทยที่ถูกสั่งปรับลดเงินค่าทำหน้าที่ไปตลอดทั้งฤดูกาล แบบที่เรียกว่า โดนหักแบบครึ่งต่อครึ่ง 50 เปอร์เซ็นต์
   
โดยผู้ตัดสินลีกรากหญ้า อย่าง ไทยลีก3 ที่ดูจะได้รับผลกระทบแบบปฎิเสธไม่ได้กับยอดรายได้ของผู้ตัดสินในแต่ละตำแหน่งที่ทำหน้าที่

    สำหรับค่าใช้จ่ายของผู้ตัดสินในไทยลีก3ฤดูกาล2020ที่ดำเนินการแข่งขันมาแล้วนั้น จะไม่มีเงินรายได้จาก กกท. มาช่วย เป็นเงินรายได้จาก ส.บอลฯ ล้วนๆ ที่แบ่งเป็นค่าตอบแทน และ ค่าที่พักเหมาจ่าย(รวมถึงค่าเดินทาง , ค่าน้ำมัน)ประกอดด้วย

    ผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 700 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,200 บาท , ยอดสุทธิ  (1,140 บาท )

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 1 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 – ค่าตอบแทน 500 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 1,000 บาท , ยอดสุทธิ ( 950 บาท)

    ผู้ตัดสินที่ 4 – ค่าตอบแทน 350 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท รวม 850 บาท , ยอดสุทธิ ( 807.50 บาท )

    ผู้ประเมินผู้ตัดสิน – ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ (1,187.50 บาท)

    ผู้ควบคุมการแข่งขัน –  ค่าตอบแทน 750 บาท , ค่าที่พักเหมาจ่าย 500 บาท , ยอดสุทธิ ( 1,187.50 บาท)

    ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ตัดสิน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้กำชับผู้ตัดสินไทยลีก3 จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมของ ส.บอลฯ ทุกอาทิตย์ อีกทั้งยังสั่งห้ามรับงานนอก , ห้ามรับงานสโมสรในเกมอุ่นเครื่องด้วย เพื่อให้ทิศทางการปฎิบัติหน้าที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

5 ข้อดีที่เมืองทองใช้งาน มาริโอ ยูรอฟสกี้

หลังจากที่ กาม่า ทำทีม เมืองทอง แพ้ตราด ในเกมไทยลีกนัดล่าสุด กุนซือชาวบราซิล ก็ได้แยกทางจากทีมทันที ไม่ใช่เพียงแค่ผลงานอย่างเดียวที่เขาตองรับผิดชอบ แต่ด้วยเรื่องของ สัญญาที่กำลังจะหมดลง ทำให้การลงจากตำแหน่งน่าจะดีกว่า 

ทันทีที่ กาม่า แยกทาง เมืองทอง ก็ได้ตั้ง มาราโอ ยูรอฟสกี้ คุมทีมแทนทันที แน่นอนว่ามีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ว่า มาริโอ เหมาะสมไหม เรามาดูกันว่ามีอะไรกันบ้างที่เป็นขอดีของ การเลือก "อดีตเพลย์เมกเกอร์เลือดกิเลนของทีม" รายนี้คุมทัพ

1. มาริโอ มีความเป็นเมืองทอง

นับตั้งแต่เขาย้ายจาก เมทาลุช โดเนกส์ ในลีก ยูเครน มาสวมเสื้อกิเลนผยอง ตั้งแต่ปี 2012ยูรอฟสกี้ ก็แสดงให้เห้นถึงฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม พาทีม เมืองทอง เป็นแชมป์มากมาย ทำให้ภาพจำของเขาที่มีกับแฟนบอลคือตอนที่ สวมเสื้อกิเลน แม้ว่าในช่วงปลายกาารค้าแข้ง จะโยกไปอยู่กับ ทรู แบงค๊อก แต่"ภาพจำ" ของเขาก็คือเมืองทอง อยู่ดี การตัดสินใจรับหน้าที่คุมทีมชุด ยู19 กิเลน จูเนียร์ หลังจาก แขวนสตั๊ด ร่วมกับ อดีตเพื่อนร่วมทีมหลายๆคน ที่เคยค้าแข้งกับเมืองทอง  ยิ่งทำให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ คืออีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ เมืองทองไปแล้ว

2. มาริโอ มีความทุ่มเท และรู้จักฟุตบอลไทย

ยามที่เป็นนักเตะเขาเล่นอย่างเต็มร้อยทุกนัด ทุ่มเทเพื่อสโมสร จนเป็นแบบอย่างของผู้เล่นไทย และต่างชาติภายในทีม ซึ่งคุณสมบัตินี้ ถูกนำมาชดเชยประสบการณ์ที่ยังน้อยนิดในการคุมทีมในระดับสูง แต่ในเมื่อเมืองทอง เลือกที่จะใช้เลือดใหม่ในการสู้ศึกไทยลีก โค้ชรุ่นใหม่ที่ทุ่มเท ก็จำเป็นเหมือนกัน  และแฟนบอลเคยเห็นเขาทุ่มเทในสนามยังไง การคุมทีมก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ คือ เขาอยู่เมืองไทย มาประมาน 8 ปีแล้ว ซึ่งประสบการณ์ตอนเล่นไทยลีกสมัยค้าแข้ง น่าจะช่วยให้เขาไม่ต้องปรับตัวเยอะกับการคุมทีมในไทยลีก

3. มาริโอ รู้เรื่องราวของ เมืองทอง

การจะเลือกโค้ชสักคนเข้ามาคุมทีม หากไม่รู้แนวทางบิรหารของ สโมสร ต่อให้มีฝีมือก็ยากที่จะได้รับแรงซัพพอร์ต หนำซ้ำยังก่อให้เกิดความบาดหมางเกิดขึ้นได้ แต่ มาริโอ "ไม่ใช่" ในตอนที่เขาเป็นนักเตะ ก็ถือว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์ของทีม การทำงานกับผู้บริหารผ่านมาหลายคน โค้ชหลายคน และเพื่อนร่วมทีมอีกหลายกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องราวภายในสโมสรแห่งนี้ เขาเข้าใจไม่น้อยหน้าคนไหน และทำให้เป็นการดีที่จะเลือกใช้งาน นักเตะ วางแทกติค ให้เข้ากับขุมกำลังที่มี น่าจะทำให้เมืองทอง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้

4. มาริโอ ค่าเหนื่อยไม่สูงเกินไป

ในยุคที่ฟุตบอลไม่สามารถทำรายได้จากการเข้าสสนามได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบนี้ สโมสรจึงจำเป็นที่จะต้องเซฟรายจ่ายบางอย่าง ซึ่งหากเมืองทอง เลือกกุนซือใหม่เป็นชาวต่างชาติตามนโยบายของทีม น่าจะต้องเสี่ยงกับผลงานที่ไม่รู้จะดีขึ้นหรือไม่ รวมถึงค่าเหนื่อยที่อาจจะแพงมากเกินไป ซึ่งการเลือกกุนซือหน้าใหม่ อย่าง ยูรอฟสกี้ ไม่ใช่เพียงแค่ค่าเหนื่อยไม่แพง แต่เขาทำงานในชุดเยาวชนของเมืองทอง อยู่แล้วถ้าผลงานในปีนี้ออกมาน่าพอใจ ติดท๊อปโฟร์ในเลกแรก เท่ากับว่า ทีมได้กุนซือเก่ง ที่ไม่ต้องจ่ายแพง นับเป็น "โชคสองชั้น"

5. มาริโอ จะทำให้ดาวรุ่งในทีมพัฒนา

ในการทำงานกับทีมชุดเล็กของเมืองทอง มาริโอ นำประสบการณ์ที่มีในสมัยเป็นนักเตะถ่ายทอดสู่รุ่นน้อง ซึ่งตอนนี้ในทีมชุดใหญ่ของทีมก็มีดาวรุ่งเล่นอยุ่หลายคน น่าจะทำให้เขาสามารถถ่ายทอดและเกิดการรับฟังได้ง่ายขึ้น โดยจะส่งผลดีกับเมืองทอง เองที่นักเตะพร้อมจะเรียนรู้ และโค้ชเองก็เพิ่มประสบการณ์ไปในตัว นับได้ว่าเป็น "เมืองทองนิวเจนเนอร์เรชั่น"ของจริง

นั่นเป็นข้อดีที่พอจะประเมินได้ว่า การที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ให้ มาริโอ ยูรอฟสกี้ คุมทีม มีข้อดีพอสมควร แม้ว่าประสการณ์จะยังไม่มี แต่ได้รับแรงซัพพอร์ตจากบอร์ดบริหาร ทีนี้ก็เหลือแค่ผลงานที่จะทำออกมาในตอนแข่งขันจริงเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

หวั่นจะผิดกฏ!ระยองขอถก ส.บอลประเด็นแข้งหมดสัญญาต.ค.นี้

"ระยอง เอฟซี" ขอถก ส.บอลฯ กรณีจะมีนักเตะ 2-3 รายในทีม หมดสัญญาสิ้นเดือน ต.ค.63 แต่เดือนต่อไป พ.ย.63 หากการต่อสัญญายังไม่แล้วเสร็จ จะยังมีชื่ออยู่ในทีมต่อไปจะเป็นไรไหม หวั่นจะผิดกฏคลับไลเซนซิ่งหรือไม่ พร้อมเผย เรื่องเงินเดือนนักเตะ ยังไม่ครบก็จริง แต่จะทะยอยจ่ายให้ครบ แจงชัดตอนนี้ก็แย่เหมือนกัน

"ม้านิลมังกร"ระยอง เอฟซี น้องใหม่แห่งไทยลีก2020-21 ที่ขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดฤดูกาลแรกก็เจอปัญหาจากวิกฤต โควิด-19 จนทำให้ทีมมีปัญหาเรื่องการขาดสภาพคล่องทางการเงินทันที ล่าสุดผู้สื่อข่าวสอบถาม "สจ.อดุลย์ นิยมสมาน" รองประธานสโมสรระยอง เอฟซี ที่เผยถึงเรื่องนักเตะในทีมว่า

"ตอนนี้ทางสโมสรกำลังเร่งคุยกับทาง ส.บอลฯ เกี่ยวกับเรื่องนักเตะในทีม ซึ่งจะมีประมาณ 2-3 รายที่สัญญาเขาจะหมดลงในช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเราก็เกรงว่าหากการต่อสัญญายังไม่คืบหน้า หรือยังไม่มีการต่อสัญญาในช่วงที่เข้าสู่เดือนพฤศจิกายน ไทยลีกยังไม่ปิดเลก ยังไม่เข้าสู่ตลาดเปิดช่วงพักเลก หากชื่อพวกเขายังอยู่ในทีม หากกรณีที่เขาจะลงเล่นให้กับระยอง เอฟซี จะผิดเรื่องกฏกติกาคลับไลเซนซิ่งด้วยหรือไม่ โดยเราจะขอความชัดเจนจาก ส.บอลฯ อีกครั้ง"

ทั้งนี้ สจ.อดุลย์ นิยมสมาน รองประธาน ระยอง เอฟซี ยังได้เผยกับผู้สื่อข่าวอีกว่า "ทีมยังมีปัญหาเรื่องสปอนเซอร์ เรื่องงบประมาณทำทีมอยู่ในตอนนี้ เรื่องเงินเดือนนักเตะในทีมที่เป็นข่าว ซึ่งเงินเดือนเงินอาจจะยังไม่ครบ แต่ขอยืนยันว่าฝ่ายบริหารจะแก้ไขเรื่องนี้ และจะทะยอยจ่ายให้ครบ"