“ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เป็นปีที่ออกสตาร์ทดี ขอมีสักแชมป์

ถือว่าเป็นการออกตัวดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของ "ราชันมังกร” ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ด้วยการเก็บชัยชนะ 4 นัดรวด 12 แต้มเต็ม โดยผลงานที่น่าซูฮก 1 ใน 4 เกม ก็คือการพลิกชนะบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3

ทั้งที่โดนนำไปก่อน 2-0 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะสร้างแรงผลักดันให้พวกเขาได้มากทีเดียว กับการไล่ล่าโทรฟี่แรกของสโมสร แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก โดนไวรัสร้ายโควิด-19 เข้ามาเบรคฟอร์มอันร้อนแรง ทำให้ลีกต้องหยุดชะงัก 5 เดือน ทั้งแฟนบอล รวมถึงผู้บริหารและนักเตะก็ได้แต่หวังว่า การกลับมารีสตาร์ทในช่วง 12 กันยายนนี้ จะไม่ทำให้พวกเขาฟอร์มสะดุด เครื่องเย็นลงไป แต่อย่างใดเพื่อเดินหน้าเป้าหมายที่ฝันกันไว้ก็คือ มีแชมป์สักแชมป์ติดมือ

"ผมมองว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียนะครับ ในการเลื่อนแข่งไปก่อน เพื่อทำตามนโยบายของภาครัฐในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด และถ้าต้องเล่นแบบไม่มีแฟนบอล ผลกระทบต่อสโมสรต่างๆ ก็คงมีมากกว่า ทั้งในเรื่องรายได้จากค่าตั๋ว หรืออย่างเกมต่อไปที่เราต้องเจอกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งชนะมา 4 เกมรวดเหมือนกัน เป็นเกมสำคัญมากๆ ที่จะวัดศักยภาพของทีมเรา" บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยฟลุ๊ค" ธนวัชร์ นิติกาญจนา ประธานสโมสร ที่เผยไว้ตั้งแต่ก่อนเบรคโควิด-19  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ถึงเรื่องที่จะต้องโดนผลกระทบลีกหยุดแข่ง มาขวางทางฟอร์มของสโมสรที่กำลังเข้าฝักมากๆ

เกมที่ปราบบุรีรัมย์ 4-3 เกมนัดที่ 3 ไทยลีก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีแฟนบอลเข้ามาชมสนามแทบแตก 8,500 คน นับว่าเยอะมากๆ ตั้งแต่สร้างสนาม มิตรผล สเตเดี้ยม นั่นส่งสัญญาณไปยังหลายๆ ทีมว่า ปีนี้ราชันมังกรมาดุเกินกว่าปีไหนๆ อีกทั้งเกมในบ้านมีโอกาสที่จะเป็นนรกทีมเยือน สร้างความกดดันให้คู่แข่งแน่ๆ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดให้พวกเขาเน้นเก็บชัยในบ้าน ถ้าหากหวังจะลุ้นแชมป์

"อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่า การเล่นในบ้านคือจุดแข็งของราชบุรี ที่ว่ากันว่าเป็นนรกทีมเยือน ไม่ใช่เพราะสนาม แต่เป็นเพราะแฟนบอลที่ส่งกำลังใจไปให้ จนนักฟุตบอลสัมผัสได้ในจุดนั้น พอยิงได้ 1 ลูกเราเองยังขนลุก ดังนั้น คู่แข่งย่อมขาสั่นจนหลายครั้งที่เป็นรอง แล้วเราสามารถพลิกกลับมาชนะได้หลายครั้ง"

 "เสี่ยฟลุ๊ค" ให้สัมภาษณ์ในไลฟ์สดของสโมสร เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่อปลุกเร้าให้แฟนบอลราชบุรี เข้ามาเชียร์ทีมบ้านเกิดเยอะๆ

พูดถึงผลงานในเวทีสูงสุดที่ผ่านมา ผลงานที่ดีที่สุดในลีก คือการจบท็อป 4 ในฤดูกาล 2014 โดย 7 ซีซั่นที่พวกเขาโลดแล่นในไทยลีกนั้น ถือว่าเป็นทีมที่มีอันดับกลางๆ เคยหลุดวงโคจรไม่ติดท็อป 10 แค่ 2 ครั้งเท่านั้นคือ ปี 2013 กับ 2018 ที่จบอันดับ 15 และ 12 ตามลำดับ ที่เหลือนั้นจบเลขตัวเดียวหมดเลย แปลว่าการรักษามาตรฐานของพวกเขาทำได้ค่อนข้างดี เหลือเพียงแค่ว่าไปไม่สุดทาง สำหรับการเป็นแชมป์

ส่วนฟุตบอลถ้วยเขาเป็นพระรอง 3 ครั้ง แบ่งเป็น ลีกคัพ 2 ครั้ง ปี 2012 และ 2013 ส่วนล่าสุด ฤดูกาลที่ผ่านมาก็เพิ่งเข้าชิง ช้าง เอฟเอ คัพ 2019 แต่ก็แพ้ ให้การท่าเรือ ในนัดชิง ได้แค่พระรอง อีกตามเคย ส่วน ปี 2016 ก็ได้แค่แชมป์ร่วมกับ อีก 3 ทีม ในถ้วยใบนี้ เพราะลีกยุติแข่งกลางคัน ถือว่ายกยอดไม่นับว่านั่นคือความสำเร็จ

พูดถึงสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ระบบการแข่งขัน ฤดูกาล 2020 จะเตะแบบข้ามปีไปจบ เมษายน ปีหน้า อีกทั้ง มีการเปลี่ยนแปลงโควต้า เอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021 ที่จะต้องเคลียร์ให้หมดในปีนี้ อีกทั้งไทยลีก ได้โควต้าเพิ่ม เป็น 2+2 นั่นทำให้เท่ากับว่า อีก 11 เกมในเลกแรก ถ้าทีมใดจบ 1-4 มีโอกาสคว้าความสำเร็จแรกของซีซั่นก่อนเลยไม่ต้องรอถึงปีหน้า

"ฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นความหวังและเป็นความฝัน จากที่อยู่ดิวิชั่น 2 เดิม ผมได้ฝันขึ้นดิวิชั่น 1 แล้วฝันขึ้นไทยลีก ตอนนี้ก้าวต่อไปคือเอซีแอล ถึงมันจะเป็นเหมือนความฝัน แต่มีโอกาส แม้ 11 เกมจากนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่เราจะทำให้ดีที่สุด" บิ๊กบอสใหญ่ของราชันมังกร บอกถึงเป้าหมายแรกของทีม ในซีซั่นนี้ที่จะมาเร็วมากๆ อีกทั้งราชบุรีก็อยู่ในอันดับที่ใกล้เคียงกับโควต้าดังกล่าว

ที่ผ่านมาการได้แค่รองแชมป์ 3 ถ้วย คงจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ราชบุรี ทั้งทีมงานผู้บริหารและนักเตะเก็บประสบการณ์เดินหน้าแก้ไขข้อผิดพลาด เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่พวกเขามีร่วมกัน นั่นคือเป็นแชมป์สักรายการ มารอดูกันว่า แชมป์สักรายการที่ว่า จะมาในช่วงยุคโควิด-19 นี้เลยหรือเปล่า น่าติดตาม จริงๆ สำหรับราชันมังกร 2020

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s