ชะตาแชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ในมือ ! ผ่า 5 ประเด็น แมนยู เปิดรังเสมอ เวสต์แฮม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสที่จะติดท็อปโฟร์ หลังจากที่พวกเขาเก็บ 1 คะแนนในแมตช์เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่สำคัญยังเป็นการสร้างสถิติไร้พ่ายในลีก 13 เกมติดต่อกันของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
    บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" มีอาการหวาดหวั่นหัวใจหลังโดน มิคาอิล อันโตนิโอ ซัดจุดโทษในช่วงทดเจ็บครึ่งแรก แต่ต้นครึ่งหลัง เมสัน กรีนวู้ด ซัดตีเสมอให้ทีม หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายมีโอกาสที่จะบวกสกอร์เพิ่ม แต่สุดท้ายทำอะไรกันไม่ได้จบเกมแบ่งคะแนนกันไป

    สำหรับ 1 แต้มในแมตช์นี้ถือว่ามีค่ามากๆ เพราะทำให้ "ปีศาจแดง" ขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 และในเกมสุดท้ายที่เยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะพวกเขากุมชะตาชีวิตเอาไว้ในมือ และหากทุกอย่างไม่มีอะไรผิดพลาด คอลูกหนังอาจจะได้เห็น แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปผงาดในเกมถ้วยใบโตยุโรปอีกครั้ง

 

1. เจ้าหนูกรีนวู้ดกับสถิติสุดเหลือเชื่อ

    ใครจะไปเชื่อว่า เมสัน กรีนวู้ด เพิ่งจะอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น เพราะผลงานของนักเตะในเวลานี้ต้องบอกเลยว่าโดดเด่นสุดๆ และก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทัพ "ปีศาจแดง" ในเวลานี้ ที่สำคัญฟอร์มของเขายังคงร้อนแรงจนเป็นหัวหอกตัวความหวังของทีม

    สำหรับประตูที่ซัดเต็มข้อช่วยตีเสมอให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงต้นครึ่งหลัง ส่งผลให้ตอนนี้ กรีนวู้ด ตะบันไปแล้ว 17 ประตูจากการแข่งขันทุกรายการ นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุด (18 ปี กับ 295 วัน) นับตั้งแต่ ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีก "พ่อมด" ที่ลงสนามครบ 50 เกมในนามทัพ "เร้ด เดวิลส์" เมื่อปี 1992

    นอกจากนี้ กรีนวู้ด ยังเป็นนักเตะดาวรุ่งคนแรก  ที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีก ครบ 10 ลูกในฤดูกาลนี้ นับตั้งแต่ที่ โรเมลู ลูกากู เคยทำได้ในฤดูกาล 2012/2013 (14 ประตู) และยังเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษที่ทำได้นับตั้งแต่ที่ เวย์น รูนี่ย์ เคยทำในซีซั่น 2004/2005 (11 ประตู)

    ทั้งนี้ยังไม่มีนักเตะดาวรุ่ง (อายุไม่ถึง 20 ปี)  ของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงประตูได้ 17 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลเดียว โดยก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ จอร์จ เบสต์ ฤดูกาล 1965/1966, ไบรอัน คิดด์ ฤดูกาล 1967/1968 และ รูนี่ย์ ในฤดูกาล 2004/2005 เท่านั้นที่ทำได้เท่ากัน
   
2. บรูโน่ ก็มนุษย์ไม่ได้แกร่งตลอดเวลา

    บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ที่ย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอล มาเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา และกลายเป็นผู้เล่นสำคัญที่ช่วยพลิกฟอร์มของ "ผีแดง" จากที่ย่ำแย่ไม่มีลุ้นอะไรเลย แต่ตอนนี้มีลุ้นท็อปโฟร์ และยูฟ่า ยูโรปา ลีก
 
    อย่างไรก็ตามในเกมรับมือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ต้องบอกว่า แฟร์นันด์ส งัดฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้เลย ที่สำคัญเจ้าตัวยังทำหมูหกอย่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งๆ ที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลงามหยดย้อยให้กับเขาในกรอบเขตโทษ แต่ สตาร์ชาวโปรตุกีส ดันจับบอลทะลักออกหลังไปซะงั้น

    หากเกมไหนที่ แฟร์นันด์ส เล่นไม่ออกแน่นอนว่าการเชื่อมเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ค่อนข้างจะไม่ไหลลื่น ขณะเดียวกับการประสานงานกับ ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช ก็ไม่ค่อยลงตัวในแมตช์นี้ ยิ่งส่งผลให้เกมรุกของทีมค่อนข้างจะไม่มีความหลากหลาย

    ฉะนั้นนี่คือการบ้านข้อใหญ่สำหรับ โซลชา หากเกมไหนที่ แฟร์นันด์ส เล่นไม่ออก ทีมต้องมีแผนสำรอง ไม่งั้นอาจจะไม่ดวงดีในกรณีที่ต้องพบกับทีมใหญ่
   
3. โซลชา สร้างสถิติให้กับตัวเอง

    โซลชา ค่อยๆ ทำผลงานดีมีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต่างเชื่อมั่นแล้วว่านี่คือทายาทของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อย่างแท้จริง หลังจากที่นำทัพ "ปีศาจแดง" โกยคะแนนเป็นว่าเล่นทำให้ทีมมีโอกาสซิวโควตา แชมเปี้ยนส์ ลีก

    แมตช์ที่นำ "ปีศาจแดง" เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ทำให้ตอนนี้ ยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในพรีเมียร์ลีก 13 แมตช์ติดต่อกัน ซึ่งกลายเป็นสถิติใหม่ของ นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ นับตั้งแต่ที่ได้เข้ามากุมบังเหียนสโมสรอันเป็นที่รัก

    ก่อนหน้านี้ โซลชา เคยนำ "เร้ด เดวิลส์" ไม่แพ้ในลีกจำนวน 12 เกม (ชนะ 8 เสมอ 4) ตอนที่คุมทัพครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2018 แต่จากนั้นผลงานก็ไม่ค่อยโสภาสถาพร ล้มลุกคลุกคลานอยู่พักใหญ่ๆ จนกระทั่งทุกอย่างค่อยๆ ลงตัว และเล่นได้สุดยอดในปัจจุบัน

    ทั้งนี้มีเพียง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือจอมแท็คติกเท่านั้นที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไร้พ่ายในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดียาวนานที่สุด 25 แมตช์ นับตั้งแต่ที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยทำเอาไว้ 24 เกม 

4. เด เคอา ยังมีอนาคตกับทีมแน่นอน

    สำหรับเกมนี้หลายคนจับตามองว่า ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช จะทำผลงานได้ดีแค่ไหน หลังจากที่ โซลชา ยังคงไว้วางใจให้เขาทำหน้าที่เฝ้าเสาต่อไป แม้จะโดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับฟอร์มที่ไม่ค่อยดีนักในช่วงที่ผ่านมา

    ก่อนเกมนี้มีกระแสเรียกร้องให้ "น้าลูกอม" ดร็อปนายด่านเลือดกระทิงดุ ซะที หลังทำพลาดหลายครั้ง โดยฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นในแมตช์ที่พวกเขาแพ้ เชลซี ร่วงตกรอบรองชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และให้โอกาส เซร์คิโอ โรเมโร่ ได้ลงทำหน้าที่บ้าง

    อย่างไรก็ตาม โซลชา ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของ เด เคอา และงานนี้โกลเครางามไม่ทำให้นายใหญ่หน้าทารกต้องผิดหวัง เพราะมีหลายจังหวะที่เขาโชว์ซูเปอร์เซฟในเกมนี้ เพราะหากไม่ได้ความเหนียวหนึบของ เด เคอา ยังไม่แน่ว่าเกมนี้ แมนฯ ยูฯ จะได้ 1 คะแนนหรือเปล่า

    ดังนั้นคงเป็นเรื่องยากที่จะเห็น เด เคอา นั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง เพราะฟอร์มของเขายังคงน่าเชื่อถือได้เสมอ แม้อาจจะมีฟอร์มหลุดบ้างในบางเกม อย่างไรก็ตามในแมตช์สุดท้ายเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ สาวก "ผีแดง" คงภาวนาให้เจ้าตัวยังรักษาฟอร์มหนึบเอาไว้เหมือนเดิม !!
 
5. โควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ในกำมือ

    หากย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2020 คงไม่มีใครจะคิดว่า แมนฯยูไนเต็ด จะมีโอกาสได้ลุ้นติดท็อปโฟร์ เพราะฟอร์มในเวลานั้นพวกเขาไม่มีราศีที่จะได้ตั๋วไปลุยถ้วยใบโตยุโรปเลย แต่ในเวลานี้ทัพ "ปีศาจแดง" ผงาดขึ้นมารั้งอันดับ 3 เรียบร้อยแล้ว

    สำหรับตอนนี้ สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ผงาดขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ท็อปโฟร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา โดยตอนนี้เหลือเพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นและพวกเขาต้องเยือน เลสเตอร์ ซึ่งในเวลานี้หล่นไปอยู่อันดับ 5 แล้ว เป็นแมตช์ที่สำคัญมากๆ

    ด้วยฟอร์มในเวลานี้ ผสมกับความมั่นใจ ต้องยอมรับว่า แมนฯ ยูฯ ค่อนข้างจะได้เปรียบในทุกๆ ด้าน ที่สำคัญพวกเขาเป็นฝ่ายกุมชะตาชีวิตในการไปกลับคืนสู่แชมเปี้ยนส์ ลีก หากไม่สะดุดขาตัวเอง นี่น่าจะเป็นซีซั่นที่ทำให้บรรดาแฟนผีแดง ยิ้มได้บ้าง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s