ลินการ์ดขโมยซีนทดเจ็บ! แมนยูมีเฮงบุกอัดเลสเตอร์10ตัว จบที่3ตีตั๋วลุยชปล.

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเก็บชัยเหนือ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เหลือผู้เล่น 10 คนช่วงท้ายเกม ด้วยสกอร์ 2-0 ทั้งที่รูปเกมเป็นรอง โดยได้ประตูจากจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ เจสซี่ ลินการ์ด ลงมาซัดปิดกล่องช่วงทดเจ็บ ส่งให้ "ปีศาจแดง" จบด้วยการคว้าอันดับ 3 ของตารางคว้าตั๋วลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้าได้สำเร็จ ส่วนทีม "จิ้งจอก" จบด้วยการคว้าอันดับ 5 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูโรปาลีกรอบแบ่งกลุ่มซีซั่นหน้าแทน

    ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563 เป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของฤดูกาล แข่งขันพร้อมกัน 10 คู่ 10 สนาม โดยคู่ที่น่าสนใจอยู่ที่สนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เลสเตอร์ ซิตี้ เจ้าถิ่นทีมอันดับ 5 เปิดบ้านรับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 ของตารางโดยเกมนี้เป็นการเดิมพันโควต้าลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้า

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ จิ้งจอก พาทีมแพ้ 2 จาก 3 เกมล่าสุดโดยสัปดาห์ก่อนโดน สเปอร์ส สอยไป 3-0 ที่ ลอนดอน นี่คือนัดสำคัญสุดยอด ซึ่ง เลสเตอร์ ต้องการชัยชนะเพื่อจะการันตีการติดอันดับท็อปโฟร์ของพวกเขา เกมนี้ขาดผู้เล่นตัวหลักหลายรายโดยฝากความหวังไว้ที่สองกองหน้าอย่าง คิเลชี่ อิเฮนาโช่ และ เจมี่ วาร์ดี้ ลงล่าตาข่าย

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ ปีศาจแดง พาทีมไม่ชนะ 2 เกมติดต่อกัน โดยแพ้ เชลซี 1-3 ในศึกเอฟเอ คัพ รอบตัดเชือก ตามด้วยการไล่ตีเสมอ เวสต์แฮม 1-1 ในบ้านตัวเองนัดล่าสุด เกมนี้ขุนผู้เล่นชุดดีที่สุดลงสนามเช่นเคยแนวรุกนำมาโดย  เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    เปิดฉากครึ่งแรกมา แมนยู เดินหน้าบุกเข้าใส่ทันที ส่วน เลสเตอร์ หวังใช้โอกาสโต้กลับและมาเรียกใบเหลืองแรกได้ก่อนเมื่อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ตามขึ้นมาพุ่งสกัดใส่ เคเลชี่ อิเฮนาโช่ บริเวณกลางสนามโดนใบเหลืองตั้งแต่ไม่ถึง 10 นาทีแรก

    จากนั้น เลสเตอร์ เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้มีโอกาสขึงบุกใส่อยู่พักใหญ่ และได้โอกาสใกล้เคียงที่จะขึ้นนำ ใน นาที 14 จากจังหวะที่ เนมันย่า มาติช พลาดเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะโดน วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ได้ซัดบอลพุ่งเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    เจ้าถิ่นได้ลุ้นต่อเนื่องใน นาที 17 ลุค โธมัส ได้ครอสจากริมเส้นฝั่งซ้ายบอลเลยมาถึง มาร์ค อัลไบรท์ตัน เก็บตกได้ที่เสาไกลก่อนจะหวดด้วยขวาแต่บอลไม่ตรงกรอบ

    ทีม "จิ้งจอก" ยังครองเกมได้เหนือกว่า นาที 25 เคเลชี่ อิเฮนาโช่ ได้โซโล่มาคนเดียวจากกลางสนาม ก่อนจะตัดสินใจยิงเองบริเวณหัวกระโหลกแต่โดนไม่เต็ม แต่ ดาบิด เดเคอา กลับโชว์ลูกหวาดเสียวพุ่งรับง่ายๆไม่อยู่บอลกระเฉาะออกมา เจมี่ วาร์ดี้ พยายามตามเข้ามาซ้ำแต่ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน

    จากนั้น นาที 33 แมนยู เกือบที่จะได้ประตูขึ้นนำไปก่อนเมื่อ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลุดไปยิงส่งบอลตุงตาข่ายไปแล้วแต่ผู้ช่วยยกธงเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อน

    นาทีถัดมา เลสเตอร์ ได้สวนกลับมาทันควันเกือบขึ้นนำอีกครั้งเมื่อ ยูริ ตีเลอมันส์ ได้วางเท้ายิงเล่นทางในเขตโทษบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    ท้ายครึ่งแรก นาที 42 แมนยู ได้โอกาสจบสกอร์แบบจะแจ้งสุดๆ มาคัส แรชฟอร์ด ได้บอลในเขตโทษพยายามแปเล่นทางไปเสาไกลแต่บอลออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

    ครึ่งหลังเกมกลายเป็นของ เลสเตอร์ ที่ได้ขึงบุกใส่ได้มากกว่า นาที 63 เจมี่ วาร์ดี้ เก็บตกจากจังหวะฟรีคิกที่ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โหม่งสกัดออกมาไม่ขาดฮวดสวนไปตูมเดียวบอลเหินข้ามคานออกไป

    อย่างไรก็ตาม แมนยู ที่เกมเป็นรองกลับได้จุดโทษจากจังหวะที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเดี่ยวแล้ว เวส มอร์แกน และ จอนนี่ อีแวนส์ พุ่งเสียบสกัดจากด้านหลังไม่โดนบอลผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ แมนยู ขึ้นนำ 1-0

    นาที 75 เลสเตอร์ หวิดตามตีเสมอ ฮาร์วีย์ บาร์นส์ ตัวสำรองกลับตัวซัดด้วยซ้ายระยะไม่กี่หลาแต่บอลไม่มีน้ำหนักเข้ามือ เด เคอา รับสบาย

    จากนั้น เลสเตอร์ กระหน่ำบุกใส่อย่างหนัก และเกือบตามตีเสมอ ใน นาที 83 เมื่อ เดเมอไร เกรย์ ลากตัดเข้าในแล้วกดด้วยซ้ายบอลไปแฉลบแนวรับ แมนยู ออกหลังไปนิดเดียว

    สถานการณ์ของ เลสเตอร์ ย่ำแย่ลงไปอีกเมื่อ จอนนี่ อีแวนส์ โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ในช่วงทดเจ็บ นาที 90+4

    แต่ถึงกระนั้นช่วงทดเจ็บ 90+8 แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พยายามเลี้ยงหลบ เจสซี่ ลินการ์ด นอกเขตโทษ แต่พลาดโดนมิดฟิลด์ชาวอังกฤษฉกเข้าไปยิงง่ายๆให้ แมนยู นำ 2-0

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ส่งให้ "ปีศาจแดง" จบด้วยการคว้าอันดับ 3 ของตารางคว้าตั๋วลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้าได้สำเร็จ ส่วนทีม "จิ้งจอก" จบด้วยการคว้าอันดับ 5 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูโรปาลีกรอบแบ่งกลุ่มซีซั่นหน้าแทน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, เวส มอร์แกน, จอนนี่ อีแวนส์ – มาร์ค อัลไบรท์ตัน (เดเมอไร เกรย์ น.73), วิลฟรีด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์ (ฮาร์วีย์ บาร์นส์ น.73), ฮัมซ่า เชาฮ์รี่ (ดาเนียล ปราท น.73), ลุค โธมัส – เคเลชี่ อิเฮนาโช่ (อโยเซ่ เปเรซ น.58), เจมี่ วาร์ดี้

แมนฯยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด (เจสซี่ ลินการ์ด น.77), บรูโน่ แฟร์นันด์ส (สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ น.86), มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s