โรเตชั่น,แถวเกียรติยศ! เจาะ 5 ประเด็นเด่นก่อนเกม ลิเวอร์พูล เยือน แมนซิตี้

หลังจากที่สำลักความสุขกันมาเกือบทั้งสัปดาห์ ตอนนี้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้องกลับมาสู่ความเป็นจริง เมื่อพวกเขาต้องเดินทางไปเยือน "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฏาคมนี้

    "เดอะ เร้ดส์" ผงาดคว้าแชมป์ลีกอย่างเป็นทางการไปแล้ว หลัง แมนฯ ซิตี้ พ่ายให้กับ เชลซี เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ก่อน ฉะนั้นการไปพบกับ "เรือใบสีฟ้า" พวกเขาค่อนข้างจะผ่อนคลายสุดๆ ฉะนั้นมีความเป็นไปได้ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเลือกในการโรเตชั่นเพื่อให้โอกาสนักเตะสำรอง และดาวรุ่งได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ในการเล่นมากยิ่งขึ้น

    อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ อาจจะเลือกใช้งานตัวหลักในแมตช์นี้ เพราะการไปเยือนทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ใช่งานง่ายๆ ที่สำคัญ นายใหญ่ชาวเยอรมัน อาจจะตั้งเป้าที่จะเอาชนะแชมป์เก่า เพื่อเป็นการรักษาฟอร์มการเล่น และแรงกระตุ้นต่อไป รวมทั้งลุ้นเก็บแต้มให้ได้ 100 คะแนน หรือมากกว่านั้นในซีซั่นนี้

    ในขณะเดียวกัน แมนฯ ซิตี้ ก็มุ่งมั่นที่จะทำลายการฉลองแชมป์ของ "หงส์แดง" เช่นกัน และหากพวกเขาเอาชนะลิเวอร์พูลได้ จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นสำหรับการลุ้นทวงความสำเร็จในซีซั่นหน้า และการบุกตะลุยเพื่อกรุยทางสู่การลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้

1. โอกาสที่จะได้โรเตชั่นนักเตะ
    แม้ว่าการพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเกมที่ยากลำบากก็ตาม แต่ด้วยการที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ไปเรียบร้อยแล้ว งานนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะตัดสินใจใช้ระบบโรเตชั่นในแมตช์นี้ เพื่อจะได้ให้โอกาสกับผู้เล่นสำรอง และแข้งดาวรุ่งได้สัมผัสประสบการณ์ที่พวกเขาอาจจะไม่ค่อยได้รับ

    อย่างไรก็ตาถึงแม้ คล็อปป์ จะเลือกเปลี่ยนแปลงทีมก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าเขายังคงยึดปรัชญาการเล่นที่เน้นเกมบุกเป็นสำคัญ ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่ 3 ประสาน "หินเหล็กไฟ" (เอสเอ็มเอฟ) ได้แก่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ จะลงเล่นตัวจริง

    แน่นอนว่า นายใหญ่ชาวเยอรมัน ต้องการแสดงให้เห็นว่าทำไม ลิเวอร์พูล ถึงเป็นทีมที่เหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่นนี้ ดังนั้นทั้งเกมรุก และเกมรับยังคงต้องเป็นนักเตะตัวหลัก โดยเฉพาะแนวรับยังคงต้องพึ่ง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ ต่อไป

    ส่วนบรรดานักเตะสำรองอย่าง ทาคูมิ มินามิโนะ, อดัม ลัลลาน่า, นาบี เกอิต้า, เคอร์ติส โจนส์, เนโก วิลเลี่ยมส์ และอีกหลายๆ คน มีสิทธิ์ที่จะได้รับโอกาสลงสนาม อาจจะเป็นตัวจริง หรือตัวสำรองก็ได้ แต่แน่นอนว่า คล็อปป์ พร้อมที่จะให้ลงสนามเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์สำคัญ
   
2. มุ่งมั่นหวังเก็บแต้มต่อเนื่อง
    สิ่งหนึ่งที่ ลิเวอร์พูล ยังคงต้องการแสดงให้โลกได้เห็นก็คือ การที่พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ และการที่จะทำแบบนั้นได้ก็ต้องมีสถิติที่เหนือกว่าทีมของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยหนึ่งในนั้นก็คือความมุ่งมั่นที่จะเก็บแต้มให้ได้เกิน 100 คะแนนในซีซั่นนี้

    แมนฯ ซิตี้ เคยทำผลงานระดับมาสเตอร์พีซมาแล้วด้วยการเก็บแต้ม 100 คะแนนในฤดูกาล 2017/18 พร้อมผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งแน่นอนว่าทัพ "เรือใบสีฟ้า" ชุดนั้นได้รับการเชิดชูว่าแข็งแกร่งยากที่จะล้มได้ โดยในซีซั่นถัดมาก็เกือบทำได้อีกครั้ง เมื่อเก็บได้ถึง 98 แต้มเฉือน "หงส์แดง" 1 คะแนนคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

    สำหรับ ลิเวอร์พูล การที่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ และเป็นการยุติการรอคอย 30 ปีที่แสนยาวนานเป็นเรื่องที่ภาคภูมิใจแล้ว แต่หากจะเติมเต็มความยิ่งใหญ่พวกเขาก็คาดหวังที่จะปราบ แมนฯ ซิตี้ ถึงถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม พร้อมเดินหน้ากรุยทางสู่การเก็บให้ได้ 100 คะแนน

    ฉะนั้นถึงแม้ คล็อปป์ อาจจะใช้การโรเตชั่นในแมตช์นี้ แต่เขาก็ยังคงมุ่งหวังที่จะเก็บ 3 แต้มให้ได้ เพราะการบุกชนะ แมนฯ ซิตี้ จะยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกทีมทุกคนสำหรับการลงสนามในเกมที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้ และอาจจะต่อเนื่องไปถึงการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลหน้าด้วย
   
3. ซาลาห์ไล่ล่ารองเท้าทองคำ 3 สมัยซ้อน  
   โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลายเป็นนักเตะชาวอียิปต์คนแรกที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในขณะเดียวกันเขายังมีลุ้นความสำเร็จส่วนตัวนั่นก็คือการคว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุด หรือ "รองเท้าทองคำ" หลังจากที่เขาเคยทำได้มาแล้วในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา

    สตาร์ลูกหนังแดนมัมมี่ ตะบันไปแล้ว 17 ประตูในเกมลีกฤดูกาลปัจจุบัน ทำให้เขายังอยู่ในเส้นทางการคว้า "รองเท้าทองคำ" โดยตอนนี้ตามหลัง เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิง "เดอะ ฟ็อกซ์" เลสเตอร์ ซิตี้ กับ เอเมอริค โอบาเมยอง หัวหอกอาร์เซน่อล เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น

    ฉะนั้นในเกมเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แน่นอนว่า คล็อปป์ คงจะให้โอกาส "บังโม" ได้ลงสนาม เพื่อที่เขาจะได้มีลุ้นในการคว้ารางวัลทรงเกียรตินี้ และยังเป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักเตะสำหรับการนำทัพ "เดอะ เร้ดส์" ป้องกันแชมป์ลีกในฤดูกาลหน้า

     ทั้งนี้เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซาลาห์ ได้ครองรางวัลดาวซัลโวสูงสุดในลีกร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โอบาเมยอง หลังจากที่ทั้งสามคนซัดกันไปคนละ 22 ประตู

4. หวังทำลายงานฉลองแชมป์ให้กร่อย
    ขณะที่ ลิเวอร์พูล มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะพิสูจน์ว่าทำไมพวกเขาถึงเหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เช่นเดียวกัน "เรือใบสีฟ้า" ก็ต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงมีสมาธิในการที่จะทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ในฤดูกาลหน้าเช่นกัน

    การที่จะทำแบบนั้นได้พวกเขาต้องสร้างความมั่นใจซะก่อน และไม่มีวิธีไหนที่จะทำได้ดีเท่ากับการเอาชนะทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ฉะนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงมีความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยมที่จะเอาชนะยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ ให้ได้  เพื่อหวังทำให้งานฉลองแชมป์ของพวกเขากร่อยไปบ้าง

    ที่สำคัญการเอาชนะแชมป์ลีกได้ยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการลุ้นความสำเร็จในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย เพราะนี่คือโทรฟี่สำคัญของฤดูกาลนี้สำหรับพวกเขา ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักเตะทุกคนจะใส่ไม่ยั้งเพื่อเป็นการเรียกความฮึกเหิมก่อนที่จะเข้าสู่โหมดชิงชัยโทรฟี่ "บิ๊กเอียร์"

    จริงแล้วก่อนหน้าเกมแพ้ เชลซี ต้องยอมรับว่า แมนฯ ซิตี้ เล่นได้โหดสุดๆ นับตั้งแต่มีการรีสตาร์ท และยิงกระจุยถึง 8 ประตูจาก 2 แมตช์ ฉะนั้นเชื่อว่า "เป๊ป" คงหวังให้ลูกทีมรักษาฟอร์มโหดแบบนี้ในเกมพบกับ ลิเวอร์พูล เพราะพิสูจน์ให้ "เดอะ เร้ดส์" ได้เห็นว่าฤดูกาลหน้าคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะป้องกันแชมป์ได้
   
5. ตั้งแถวเกียรติยศต้อนรับ ลิเวอร์พูล
    หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สนามเอติฮัด สเดี้ยม ก็คือการที่บรรดานักเตะ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องยืนเรียงแถวเพื่อปรบมือให้เกียรติให้ต้อนรับ ลิเวอร์พูล ในฐานะแชมป์ลีก ซึ่งถือเป็นประเพณีปฏิบัติในวงการลูกหนังไปแล้วสำหรับเรื่องนี้

    ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา "หงส์แดง" พลาดแชมป์ไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด แต่ในซีซั่นนี้พวกเขาจะไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ในฐานะแชมป์ใหม่  และแชมป์เก่าจะต้องมายืนปรบมือเป็นเกียรติให้กับพวกเขา โดยเรื่องนี้ กวาร์ดิโอล่า ยืนยันว่าลูกทีมของเขาพร้อมที่จะทำสิ่งนี้

    "พวกเราจะตั้งแถวต้อนรับเพื่อเป็นเกียรติแน่นอน เราจะให้การต้อนรับ ลิเวอร์พูล เมื่อพวกเขามาเยือนบ้านของเราด้วยแนวทางที่น่าเหลือเชื่อเสมอ เราจะทำแบบนั้นเพราะพวกเขาสมควรได้รับมัน" อดีตนายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า และ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค กล่าว

    แม้ว่าพิธีการนี้ไม่มีการบังคับว่าให้ทุกสโมสร แต่ถือเป็นการแสดงออกที่ดีเยี่ยม และเป็นการให้เกียรติกับทีมที่คว้าแชมป์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s