บรูโน่ฮีโร่อีกแล้ว! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู บุกถลุง ไบรท์ตัน

บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญที่ช่วยทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็ซัด 2 ประตูในแมตช์ไล่ถลุง ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา
    เมสัน กรีนวู้ด จัดการซัดประตูสุดงามช่วยให้ต้นสังกัดขึ้นนำไปก่อน จากนั้น แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา ก็ประสานงานกันอย่างเข้าขาก่อนที่ สตาร์ดังชาวโปรตุกีส จะซัดบอลเสียบตาข่าย และประตูตบท้ายก็เป็น เจ้าตัวที่ตะบันแบบไม่จับ ส่งให้ทีมเก็บ 3 คะแนนสำคัญได้อย่างสวยหรู

    สำหรับฟอร์มการเล่นในแมตช์นี้เป็นสิ่งที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการมาตลอด เพราะเป็นการเล่นที่ครบเครื่องทั้งเกมรับแน่น, เกมรุกเฉียบคม และยังมีจังหวะสวนกลับที่แม่นยำอันตรายสุดๆ ที่สำคัญชัยชนะในแมตช์นี้ช่วยส่งให้ทีมแซงหน้า วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ ขึ้นไปรั้งอันดับ 5 มีลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อไป

    โปรแกรมต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือการพบกับ บอร์นมัธ ในวันเสาร์ที่  4 กรกฎาคม ก่อนจะเดินทางไปพบทีมหนีตาย "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า สัปดาห์หน้า ฉะนั้นด้วยฟอร์มที่เข้าฝักแบบนี้ แฟน "ผีแดง" อาจจะได้ยิ้มกันยาวๆ ก็เป็นไปได้

1. แฟร์นันด์ส ยิ่งเล่นยิ่งเก่ง 

    นับวันฟอร์มการเล่นของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิ่งโดดเด่น คงจะไม่ผิดหากจะบอกว่าตอนนี้เขาเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะทุกครั้งที่บอลอยู่ในเท้า สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุกีส สามาถร่ายเวทมนตร์จนคู่แข่งต้องปั่นป่วนไปหมด

    แมตช์นี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงเลือกใช้ 3 แกนหลักแดนกลางได้แก่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช โดยการได้ทั้งสามคนเล่นร่วมกันทำให้แดนกลาง "ปีศาจแดง" แน่นปึ้กโดยเฉพาะในเรื่องเกมบุกจะเห็นได้ชัดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด โดดเด่นมากๆ

    สำหรับฟอร์มการเล่นของ แฟร์นันด์ส ก็ยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม และฟอร์มแบบนี้น่าจะเป็นการยืนยันได้แล้ว สตาร์ลูกหนังเลือดฝอยทอง เป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเกมรุกของ ยอดทีมเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย โดยเฉพาะการประสานงานกับ ป็อกบา ที่ช่วยให้เกมรุกของ "เร้ด เดวิลส์" มีมิติ และน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

    แฟร์นันด์ส มีโอกาสยิงไกลในเกมนี้พอสมควร และดูเหมือนว่าการซัดประตูในสไตล์นี้จะเป็นเครื่องหมายการค้าของเขาไปแล้ว แถมการเล่นกับ ป็อกบา ที่ช่างเข้าขารู้ใจเหมือนกับเล่นร่วมกันมานานเป็นปี แต่จริงๆ แล้วแค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น เป็นการการันตีว่าพวกเขาสามารถลงสนามพร้อมกันได้

    สองประตูสุดสวยในเกมนี้จากฝีเท้าของ แฟร์นันด์ส ทำให้เจ้าตัวซัดรวมไปแล้ว 5 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ ในลีก และช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็น 15 แมตช์ ในทุกรายการ (ชนะ 11 เสมอ 4)  ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นขวัญใจคนใหม่ของ "เร้ด อาร์มี่"

2.  มาติช พระเอกปิดทองหลังพระ

    สำหรับตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีตัวเลือกในแดนกลางมากมาย โดยเฉพาะในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ โซลชา สามารถเลือกใช้งานนักเตะอย่าง เนมานย่า มาติช, เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ซึ่งจะคอยทำหน้าที่เป็นตัวสนับสนุน ป็อกบา กับ แฟร์นันด์ส

    ในเกมลีก 2 แมตช์ที่ผ่านมา "น้าลูกอม" ไว้วางใจให้ มาติช ทำหน้าที่คอยเก็บกวาดแดนกลาง และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะทั้งในทุบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และแมตช์ล่าสุดถลุง ไบรท์ตัน นักเตะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล การผ่านบอลในจังหวะที่ทีมได้ประตูที่สนาม ก็เริ่มต้นมาจาก ดาวเตะเลือดเซิร์บ ที่วอลเล่ย์อย่างสวยงามส่งให้  เมสัน กรีนวู้ด  ซึ่งกระชากบอลแล้วตักไปให้ แฟร์นันด์ส ตะบันประตู

    ตอนนี้คงต้องบอกว่าทั้ง เฟร็ด และ แม็คโทมิเนย์ ซึ่งทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงต้นฤดูกาล ต้องเจอกับงานสุดหินในการเบียดแบ่งตำแหน่งกับ มาติช อย่างไรก็ตาม โซลชา ยังต้องการนักเตะทั้งสองคน เพราะพวกเขายังเป็นตัวเลือกเพื่อที่ทีมจะได้มีผู้เล่นหมุนเวียนลงสนาม จนกระทั่งจบซีซั่นนี้
 
    ในเวลานี้เริ่มมีเสียงจากสาวกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เชื่อมั่นในแนวทางการสร้างทีมของ โซลชา ที่ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากยังคงรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้ต่อไป โอกาสที่จะเบียดกับ เชลซี ในการลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์ก็มีค่อนข้างสูง

3. กรีนวู้ด พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ในช่วงแรกๆ หลายคนค่อนข้างปรามาส เมสัน กรีนวู้ด ว่าจะเป็นเหมือนดอกไม้ไฟ ที่ยิงขึ้นไปบนฟ้าและส่องสว่างอยู่ซักพักนึงก่อนจะค่อยๆ มอดดับไปบนฟากฟ้า แต่ดูเหมือนว่าแนวคิดดังกล่าวคงจะผิดมหันต์ เพราะตอนนี้ ดาวเตะวัย 18 ปีเริ่มฉายแสงความเก่งฉกาจขึ้นเรื่อยๆ

    กรีนวู้ด ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และแสดงให้เห็นถึงทักษะชั้นยอดด้วยลีลาการกระชากลากเลื้อย ที่ทำเอากองหลังไบรท์ตัน ระส่ำระส่าย โดยเฉพาะในจังหวะที่ยิงประตูให้ "ผีแดง" ขึ้นนำ กรีนวู้ด โชว์ลีลาการเลี้ยงหลอกคู่แข่งก่อนจะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย

    ขณะที่ในจังหวะเล่นสวนกลับ "ไม้เขียว" โชว์ให้เห็นถึงศักยภาพในการเลี้ยงบอลติดเท้าก่อนจะตักบอลด้วยน้ำหนักที่เหมาะเจาะให้ แฟร์นันด์ส ซัดแบบไม่ต้องจับช่วยให้ทีมนำห่าง 3-0 ตอนนี้คงต้องยอมรับว่า กรีนวู้ด มีพัฒนาการเยอะมาก และฟอร์มของเขาดูเหมือนกับนักเตะที่โตเต็มวัย มากกว่าแค่แข้งดาวรุ่งพุ่งแรง

    ที่สำคัญคงไม่ใช่เรื่องผิดหากจะเปรียบเทียบสไตล์การเล่นของ กรีนวู้ด กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ตำนานกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ แต่ถึงแม้ในเวลานี้ฟอร์มของเขายังไม่อยู่ในระดับเดียวกับ "อาร์วีพี" แต่บอกได้เลยว่าหากรักษาผลงานแบบนี้ ในอนาคต กรีนวู้ด คงน่ากลัวสุดๆ
 
4. บุกแหลกแหกค่าย

    โซลชา ยังคงสืบสานปรัชญาการเล่นของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ต้องการเห็น "ปีศาจแดง" เป็นทีมที่เน้นเกมรุก ด้วยเหตุนี้เขาถึงจัดแนวรุกความเร็วสูงลงสนามพร้อมกับได้แก่ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด และกรีนวู้ด ผสมกับแดนกลางอย่างโหดที่มี แฟร์นันด์ส กับ ป็อกบา

    การจัดตัวผู้เล่นที่เน้นเกมบุกแบบนี้ แน่นอนว่า โซลชา อยากเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด เดินหน้าฆ่าไม่เลี้ยงใส่ ไบรท์ตัน และก็เป็นไปตามคาด เมื่อบรรดาขุนพล "ปีศาจแดง" ระเบิดฟอร์มสุดยอดไล่บี้ขยี้แหลกเจ้าบ้าน โดย "เร้ด เดวิลส์" ชุดนี้มาพร้อมกับฟอร์มที่เล่นความรวดเร็ว, เทคนิคแพรวพราว, มีชีวิตชีวา และเฉียบคม

    ฟอร์มการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ดในเกมนี้ ทำให้แฟนบอล "เร้ด อาร์มี่" หวนนึกถึงตอนที่พวกเขามีเหล่าแข้งซูเปอร์สตาร์คลั่งเกมบุกอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, คาร์ลอส เตเวซ และ เวย์น รูนี่ย์ ซึ่งทีมชุดนั้นเต็มไปด้วยความโหด และยิงกระจุยไม่เกรงใจทีมไหนทั้งนั้น

    แน่นอนว่าทีมชุดปัจจุบันยังคงเทียบกับชุดในอดีตไม่ได้ แต่นี่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมที่เห็นทีมของ โซลชา กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ และยิงประตูเป็นว่าเล่น และหากยังคงรักษาทีมชุดนี้เอาไว้ ผสมกับการเสริมทัพที่เหมาะสม อนาคตที่สดใสของ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังรออยู่แน่นอน

5. ป็อกบา เล่นเพื่อทีม

    น่าดีใจเหลือเกินที่เห็น ปอล ป็อกบา กำลังมีความสุขกับการเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนบอลของพวกเขาไม่ได้เห็น สตาร์ลูกหนังแชมป์โลก แฮปปี้แบบนี้มานานแล้ว ส่วนหนึ่งที่เป็นแบบนี้เพราะ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ได้รับความไว้วางใจจาก โซลชา เหมือนเดิม

    เกมนี้ ป็อกบา แสดงให้เห็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าชื่นชมมากๆ ก็คือการขยับตัวไปเล่นในทุกๆ พื้นที่ในแดนกลาง พยายามผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีม และประสานงานกับ แฟร์นันด์ส ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะในจังหวะที่ทีมได้ประตูที่สอง ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ เป็นคนแอสซิสต์ให้ แข้งโปรตุกีส ด้วย

    ดูเหมือนว่าการที่ ป็อกบา ได้พักรักษาตัวยาวๆ ทำให้เขาสามารถปรับแนวคิดและทัศนคติได้ดีมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการเป็นนักเตะที่หันมาเล่นเพื่อทีม และพร้อมที่จะสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม ฉะนั้นหากเจ้าตัวยังคงทำผลงานที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ต่อไป สาวก "เร้ด อาร์มี่" คงมีความสุขที่สุด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s