มันคาใจ ทำไมปีเตอร์ วิธ ถึงทำกับผมได้

ยุคที่ทีมชาติไทยทำผลงานได้ดีที่สุด ถึงขนาดเคยขึ้นไปติดอันดับสูงที่สุดของฟีฟ่าคือ 43 เมื่อปี 2541 ซึ่งเป็นยุคที่กุนซือทีมชาติไทยเป็นชาวอังกฤษ ชื่อ ปีเตอร์ วิธ พาทีมประสบความสำเร็จมากมายรวมถึงเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 1998 ด้วย
    แม้ผลงานจะยอดเยี่ยม แต่ดูเหมือนจะมีนักเตะไทยคนหนึ่งซึ่งดูจะไม่ถูกโฉลกกับการทำทีมชาติไทยของ ปีเตอร์ วิธ สักเท่าไหร่ แม้จะถูกเรียกติดทีมชาติ แต่กลับไร้โอกาสในการลงเล่น นั่นก็คือ “เจ้าโป้ง”ยุทธพงษ์ บุญอำพร กองหน้าทีมสินธนา ในยุคนั้น

    เส้นทางการติดทีมชาติชุดใหญ่ของ ยุทธพงษ์ ค่อนข้างแปลกกว่าชาวบ้าน ปกติเจ้าตัวจะลงเล่นในฐานะกองหลังให้กับทีมมาตลอด จนเมื่อกองหน้าของสินธนาอย่าง เศกสรรค์ ปิตุรัตน์ และธนัญชัย บริบาล ย้ายไปเทโรฯ ทีมเจอปัญหายิงคู่แข่งไม่ได้ และไม่ชนะมา 4 นัดติดต่อกัน ทำให้เจ้าตัวอาสาเล่นกองหน้าให้ และระเบิดฟอร์มยิงประตูพาทีมเป็นแชมป์ไทยลีกในซีซั่นนั้น

    ผลงานโดดเด่นจับตาขนาดนั้น โค้ชชัชชัย พหลแพทย์ และผจก.ทีม วิรัช ชาญพานิชย์ จึงอดใจไม่ไหวเรียกมาเก็บตัวกับทีมชาติไทยเพื่อเตรียมแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปี 1998 ก่อนแข่งช่วงเดือนสุดท้าย ปีเตอร์ วิธ ก็เข้ามาคุมทีม

 
    “ก่อนแข่งยังมีโอกาสได้ลุ้นลง แต่พอตอนแข่งแทบไม่เคยได้ลงเลย อันนี้พอรับได้เพราะผมเพิ่งขึ้นมา แต่ ที่ช้ำสุดคือ เกมรอบรองฯ กับคูเวต “พี่โย่ง”วรวุธ ติดโทษแบน ต้องหาคนยืนหน้าคู่กับ “ซิโก้” โควต้ากองหน้าเหลือผมกับดาวรุ่งอีกคน ซึ่งขอไม่บอกละกันว่าใคร ดีกรีผมเพิ่งพาทีมสินธนาคว้าแชมป์ไทยลีกมา โอกาสของเรามาถึงแล้ว เพื่อนๆ ญาติ ๆ มาเชียร์กันคึกคัก ที่ไหนได้ประกาศชื่อมา ผมสำรองอีกแล้ว ยอมรับว่าผิดหวังมาก มาทราบตอนหลังเขาโหวตกันให้ผมลง แต่ ปีเตอร์ วิธ ไม่เอาผมยืนตัวจริง แต่สุดท้ายก็ได้ลงนะ ตอนที่เราโดนคูเวตนำไป 0-3 แล้ว 555 ก็เสียดายครับ เพราะตอนนั้นมั่นใจว่าจะได้ลงคู่ “ซิโก้”แน่ แต่สุดท้ายความหวังวูบไป”

    หลังจากรายการเอเชี่ยนเกมส์ผ่านไป 2 ปี ปีเตอร์ วิธ มีโอกาสไปนั่งดูเกมฟุตบอลมหาวิทยาลัย ยูลีก ผมเล่นให้ม.จันทร์เกษม เขามาดูเกมแล้วชอบใจแต่จำผมที่เล่นในสนามไม่ได้ ให้คน เรียกผมขึ้นไปหา พอเห็นหน้าเขาก็ยิ้มเหมือนจำผมได้ แต่ก็เรียกไปเก็บตัวนะ ผมจำไม่ได้แล้วว่ารายการอะไร ตอนนั้นผมพกพาความมั่นใจไปเต็มที่เพราะเพิ่งได้นักเตะยอดเยี่ยมยูลีกมาด้วย

 
    ช่วงนั้นมีเกมอุ่นเครื่องก่อนตัดตัวกับทหารอากาศ ซึ่งเพิ่งจะเป็นแชมป์ลีกเมืองไทย ผมยิงให้ทีมชาติไป  3 ลูก แต่พอตอนประกาศชื่อผมหลุดทีมชาติอีกแล้ว จากนั้นผมก็ไม่มีโอกาสโผล่ไปติดทีมชาติอีกเลย เขาก็อยู่คุมทีมยาวจนผมค่อย ๆ แผ่วไปและก็ไม่เคยมีชื่อติดทีมชาติอีกเลย”

 
    “เจ้าโป้ง”มาเปิดใจตอนท้ายว่า ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะผลงานปีเตอร์ วิธ ตอนนั้นทำทีมชาติไทยได้ดีจริง ๆ “ผมไม่โกรธเขานะ แต่คิดว่าตัวเองสไตล์การเล่นเป็นแบบต่อบอลแบบสเปน เขาคงไม่ชอบสไตล์กองหน้าแบบนี้ น่าจะชอบสไตล์ฟิต วิ่งเร็ว แบบสไตล์อังกฤษมากกว่า ผมเข้าใจเขานะ แต่ก็อดเสียดายลึก ๆ ไม่ได้ว่า ตัวเองน่าจะมีโอกาสมากกว่าตอนนั้นสักนิด”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s