เต็มสูบ ! 5 ประเด็นหลัง ลิเวอร์พูล รวมตัวซ้อมที่แอนฟิลด์ครั้งแรก

การเห็นบรรดานักเตะลิเวอร์พูลกลับมารวมตัวฝึกซ้อมในสนามแอนฟิลด์ครั้งแรก และมีการซ้อมแบ่งทีมแบบ 11 ต่อ 11 ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะนี่คือการเตรียมตัวแบบเต็มสูบของทีมเพื่อให้พร้อมสำหรับการกลับมาแข่งเกมลีกกันต่อในฤดูกาล 2019/2020
 หลังจากเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักจนทำให้เกมลูกหนังต้องหยุดชะงักชั่วคราว แต่ตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ ค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และทำให้แผน "โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท" ค่อยๆ สมบูรณ์แบบ โดยล่าสุด พรีเมียร์ลีก อนุญาตให้ทุกๆ ทีมสามารถลงซ้อมแบบสัมผัสตัวกันได้เรียบร้อยแล้ว

 สำหรับการกลับมารวมตัวซ้อมแบบเต็มรูปแบบของ ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นสัญญาณในทางบวกที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะความมุ่งมั่นของนักเตะ "เดอะ เร้ดส์" ที่ใส่กันเต็มที่แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การซ้อม แต่พวกเขาแสดงให้เห็นถึงสภาพร่างกายที่ฟิตเปรี๊ยะ และสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง พร้อมสำหรับการไล่ล่าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 3 ทศวรรษ

1. ลงซ้อมแอนฟิลด์เต็มรูปแบบครั้งแรก

 บรรดาขุนพล "หงส์แดง" กลับมาร่วมตัวกันซ้อมตั้งแต่เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ "โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท" ได้รับอนุมัติให้ทุกๆ สโมสรสามารถลงฝึกซ้อมได้  โดยจะซ้อมแบบแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมีการซ้อมรวมกันไม่เกิน 5 คน และที่สำคัญทั้งหมดจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการเว้นระยะห่างทางสังคม รวมถึงปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด

 จากนั้นในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก อนุญาตให้ทำการซ้อมแบบสัมผัสโดนตัวกัน ทำให้ตอนนี้ทุกๆ ทีมมีการเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อให้สภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์เมื่อเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เริ่มเปิดฉากกลับมาแข่งขันกันใหม่อีกครั้ง ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ เป็นต้นไป

 งานนี้เหล่านักเตะ "เดอะ เร้ดส์" ต่างคึกคักกันสุดๆ โดยนักเตะทั้งทีมตัวจริง และสำรอง ต่างเดินทางมาลงฝึกซ้อมที่สนามแอนฟิลด์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด จนเป็นเหตุให้เกมลูกหนังต้องหยุดชะงักชั่วคราวเกือบ 3 เดือน

 สำหรับการได้กลับมาฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบอีกครั้งทำให้บรรดานักเตะต่างมีความสุขกันอย่างมาก ที่สำคัญดูเหมือนว่าการซ้อมครั้งนี้ราวกับแข่งขันจริงๆ เพราะทุกๆ คนมุ่งมั่นกันอย่างเต็มที่……อย่าลืมว่า ลิเวอร์พูล ต้องการชัยชนะ 2 จาก 9 เกมที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะเถลิงแชมป์ลีกที่รอคอยมานานถึง 30 ปีได้ซะที

2. ฟิตเปรี๊ยะไม่มีอาการอ่อนล้า

 ปกติแล้วการที่นักฟุตบอลร้างสนามไปนานๆ มีความเป็นไปได้ที่สนิมจะเกาะหน้าแข้ง แต่สำหรับขุนพลลิเวอร์พูล ไม่มีเรื่องดังกล่าวให้เห็นเลย พวกเขาลงซ้อมแบบเป็นทีม และนักเตะทุกคนก็วิ่งกันอย่างเต็มที่ ราวกับว่าเหมือนกำลังแข่งขันในแมตช์จริงๆ เลยทีเดียว

 ซาดิโอ มาเน่ โชว์ให้เห็นแล้วว่าการร้างสนามไปเกือบ 3 เดือนไม่ได้ส่งผลต่อสภาพความฟิต และความเฉียบคมของเขาเลย โดยสตาร์ชาวเซเนกัล โชว์ลีลาการกระชากลากเลื้อยอย่างเมามัน แถมยังยิงประตูได้ด้วยในการซ้อมครั้งนี้ ด้านสตาร์คนอื่นๆ ภายในทีมก็มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์

 งานนี้บอกเลยว่าทุกๆ คนแฮปปี้สุดๆ ที่ได้กลับมาซ้อมแบบเต็มรูปแบบ และได้สัมผัสกับหญ้าที่แสนเขียวขจีในถิ่นแอนฟิลด์ ที่สำคัญดูเหมือนว่าบรรดาแข้ง "หงส์แดง" ต่างมุ่งมั่นกันมากๆ เพราะนี่จะเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้โชว์เพลงแข้งอย่างเต็มที่ หลังล็อกดาวน์กันมานาน

 แน่นอนว่านี่คือสัญญาณที่ดีเยี่ยมที่บ่งบอกว่าสภาพจิตใจของพวกเขายังมุ่งมั่น และแข็งแกร่งมากขนาดไหน รวมทั้งการได้กลับมาร่วมฝึกซ้อม และอยู่ร่วมกันเพื่อช่วยทีมในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้ เป็นสิ่งที่บรรดาแข้ง ลิเวอร์พูล เฝ้ารอมานานแล้ว

3. ใจดีขยายสัญญานิว บาลานซ์

 ในขณะที่นักเตะกลับลงฝึกซ้อมแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับสาว "เดอะ ค็อป" ทั่วโลก แต่ยังมีเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องอย่าง เมื่อ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจขยายสัญญากับ "นิว บาลานซ์" บริษัทผลิตเครื่อกีฬาชึ้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

 ตามสัญญาฉบับเดิม "นิว บาลานซ์" จะได้อยู่เป็นผู้ผลิตชุดแข่งให้ "หงส์แดง" จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม นั้นหมายความว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสปอนเซอร์หลักให้กับ "เดอะ เร้ดส์" อีกต่อไป และเป็น "ไนกี้" ที่จะเข้ามาสานต่องาน

 อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เกมลูกหนังต้องหยุดชะงักเนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ "หงส์แดง" เห็นใจ "นิว บาลานซ์" อย่างมาก และเลือกที่จะเปิดฉากเจรจา 3 ฝ่ายได้แก่ สโมสร, ไนกี้ และ นิว บาลานซ์ เพื่อหาบทสรุปที่ลงตัว ซึ่งทั้งสามฝ่ายเห็นพ้องต้องการให้ขยายสัญญาออกไป และจะทำให้ นิว บาลานซ์ อยู่กับ ลิเวอร์พูล จนกระทั่งจบซีซั่น 2019/2020

 ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ได้แสดงความเป็นมิตรไมตรีจิตที่ดีให้กับพาร์ทเนอร์ของพวกเขา ด้วยการยืนยันว่าจะให้บรรดาขุนพล "เดอะ เร้ดส์" สวมชุดแข่งของ "นิว บาลานซ์" หากพวกเขาผงาดคว้าแชมป์ลีกในซีซั่นนี้

4.  แสดงออกต่อต้านการเหยียดผิว

 หนึ่งในไฮไลท์สำคัญในการกลับมาซ้อมแบบเต็มรูปแบบที่แอนฟิลด์ครั้งแรกในรอบเกือบ 3 เดือน ก็คือการที่บรรดานักเตะลิเวอร์พูล แสดงการสนับสนุนการต่อต้านการเหยียดผิว  หลังเกิดเหตุการณ์ที่  จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน เสียชีวิต เนื่องจากการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวประจำเมืองมินเนียอาโปลิส รัฐมินเนโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา

 เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนในสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก จนถึงขั้นมีการประท้วงอย่างหนัก และมีการรณรงค์ในโครงการ "Black Lives Matter" หรือ "ชีวิตคนผิวสีก็มีความหมาย" เพื่อต่อต้านการเหยียดผิว โดยงานนี้สตาร์ลูกหนังหลายคนได้ออกมาเคลื่อนไหวกันอย่างต่อเนื่อง

 สำหรับ ลิเวอร์พูล ซึ่งตอนนี้มีคะแนนนำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 25 คะแนน เป็นสโมสรแรกในพรีเมียร์ลีก ที่แสดงการสนับสนุนโครงการ Black Lives Matter ด้วยการที่บรรดานักเตะนั่งคุกเข่าบริเวณวงกลมกลางสนามแอนฟิลด์ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ ฟลอยด์

 แน่นอนว่าเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาคาราคาซังกันมานาน และการออกมาเคลื่อนไหวของ ลิเวอร์พูล ถือเป็นการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการให้ทุกๆ สังคมมีความเท่าเทียมกัน ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ เชื้อชาติ และ สีผิว
  
5. คิดยังไงหลังซ้อมเต็มรูปแบบ

 สำหรับการฝึกซ้อมครั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำหน้าที่ควบคุมดูแลลูกทีมอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้เห็นปฏิกิริยา และความทุ่มเทของนักเตะ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ซ้อมเสร็จ นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช เลือกที่จะให้ เปปิน ลินเดอร์ส มือขวาของเขาเป็นคนให้สัมภาษณ์กับสื่อ เกี่ยวกับการซ้อมแบบเต็มรูปแบบครั้งนี้

 "มันเป็นความรู้สึกที่น่าเหลือเชื่อที่ได้กลับมายังสนามที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ นี่คือบ้านของเรา แอนฟิลด์เป็นสนามที่เชื่อมโยงกับเราเป็นอันดับสองรองจากบ้านของเราเอง เราฝึกซ้อมตลอดทั้งสัปดาห์ด้วยความมุ่งมั่น และกระตือรือร้น เพื่อที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด"

 "เราอยากให้นักเตะได้คุ้นชินกับการลงสนามโดยที่ไม่มีกองเชียร์ เรากลับมาแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อกลับสู่แนวทางในการเล่นของเรา เรารู้ว่าเราต้องทำงานหนักในช่วงฝึกซ้อม และทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเรียกฟอร์มให้อยู่ในระดับเดียวกันที่เราเคยทำ"

 "วันนี้เป็นย่างก้าวที่สำคัญมากๆ ในการเดินมาถูกทิศ สิ่งแรกก็คือการคุ้นเคยกับกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวกับเกม และเรื่องที่สองการให้นักเตะทุกคนได้มีเวลาในการลงสนาม และแข่งขันกันในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับส่งที่เราจะต้องเจอในอนาคต" ลินเดอร์ส ระบุ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s