“มาโกโตะ ฮาเซเบะ” เจ้าของสถิติแข้งเอเชียที่ยังโบยบินกับ “อินทรีแดง-ดำ”

มาโกโตะ ฮาเซเบะ คือหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้คงเส้นคงวาที่สุดในบุนเดสลีกาจากการลงเล่นกว่าสิบปี เขาเคยประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเยอรมนีกับทีมโวล์ฟสบวร์ก และกำลังนั่งแท่นสถิติเป็นนักเตะเอเชียที่ได้ลงเล่นในบุนเดสลีกาสูงสุดตลอดกาล ซึ่งตัวเลขสถิติดังกล่าวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงในเร็ววันนี้…

      อดีตกัปตันทีมชาติญี่ปุ่นวัย 36 ปีเพิ่งลงเล่นในบุนเดสลีกาครบ 309 นัดในเกมที่แพ้ไมนซ์ ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แซงหน้าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง ชา บุมคุน แข้งชาวเกาหลีใต้ที่ลงเล่นไป 308 เกม

    "ผมภูมิใจมากที่ได้ลงเล่นในบุนเดสลีกามากกว่านักเตะเอเชียคนอื่นๆ แต่สำหรับผมแล้ว มันเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าที่ทีมจะคว้าชัยชนะได้" ฮาเซเบะกล่าวหลังเกมที่เจ้าตัวสร้างสถิติใหม่แต่กลับต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ "วันนี้เราเล่นได้ไม่ดีอย่างที่ควรจะเป็น เรายังเล่นขาดๆ เกินๆ ไปในทุกตำแหน่ง"

    หลังย้ายจากทีมอุราว่า เร้ด ไดม่อนส์ มาร่วมทีมโวล์ฟสบวร์กในปี 2008 ฮาเซเบะก็ได้ลงประเดิมสนามนัดแรกพบกับอาร์มิเนีย บีเลเฟลด์ ในฐานะมิดฟิลด์ หลังจากนั้นเขาก็ได้สลับตำแหน่งไปเล่นทั้งกองกลางและกองหลังตลอด 135 นัดที่ลงเล่นให้กับทีม "หมาป่าเมืองเบียร์" โดยแข้งชาวญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในห้องเครื่องของโวล์ฟสบวร์กชุดที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ในฤดูกาล 2008/09 สร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรอย่างยิ่งใหญ่

    ไม่เพียงเท่านั้น ฮาเซเบะยังมีอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงในบุนเดสลีกา เรื่องนี้เกิดขึ้นในเกมพบกับทีมฮอฟเฟนไฮม์ในฤดูกาล 2011/12 เมื่อมาร์วิน ฮิตซ์ ผู้รักษาประตูมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามแถมโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่น 3 คนก็ถูกใช้จนหมดแล้ว ฮาเซเบะจึงต้องรับบทผู้รักษาประตูจำเป็น ทำให้เขากลายเป็นผู้รักษาประตูชาวญี่ปุ่นคนแรกในบุนเดสลีกาที่ต้องเฝ้าเสาเป็นเวลา 15 นาทีก่อนเกมจะจบลง โชคร้ายที่ทีมของเขาเป็นฝ่ายพ่ายไป 2-1 จากประตูชัยของโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ที่ค้าแข้งอยู่กับฮอฟเฟนไฮม์ในตอนนั้น อย่างไรก็ตามเฟลิกซ์ มากัท กุนซือของโวล์ฟสบวร์กก็ออกมากล่าวยกย่องแข้งชาวญี่ปุ่นคนนี้ว่าเป็นนักเตะที่มีระเบียบวินัยสูงมากและสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่ง

    ฮาเซเบะได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ ‘The Order of the Soul – 56 habits to win’ ซึ่งเป็นหนังสือที่สอนเกี่ยวกับทัศนคติ การเสียสละ ความอดทน รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงสามารถกลายเป็นคนสำคัญของแต่ละสโมสรที่ย้ายไปเล่นทั้งโวล์ฟสบวร์ก เนือร์นแบร์ก และไอน์ทรัค แฟรงเฟิร์ต ต้นสังกัดปัจจุบัน

    สำหรับในทีมชาติญี่ปุ่น ฮาเซเบะได้ลงสนามถึง 114 นัดโดยที่ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งโบกมืออำลาทีมชาติหลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ให้กับเบลเยี่ยมในรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกฟุตบอลโลก 2018 อย่างดราม่าสุดๆ

 

    ฤดูกาลนี้ฮาเซเบะลงเล่นในบุนเดสลีกาไปแล้ว 21 นัด รวมถึงเกมยูโรปาลีกที่พลาดลงสนามไปเพียง 2 เกม อาดี้ ฮึทเทอร์ นายใหญ่แห่งทีมแฟรงค์เฟิร์ตได้พูดถึงแข้งชาวญี่ปุ่นว่า "เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นตัวรับที่ฉลาดที่สุดในบุนเดสลีกา เขาหัวไวมาก แม้ร่างกายอาจจะไม่สามารถวิ่งแซงนักเตะบางคนได้ แต่เขาก็อ่านเกมได้ดี รู้ว่าบอลจะมาทางไหนอย่างไร นั่นทำให้อะไรๆ ง่ายขึ้นเยอะ ผู้เล่นสไตล์นี้ยากที่จะหาใครเหมือนได้"

    และล่าสุดกุนซือใหญ่ก็แฮปปี้ที่ฮาเซเบะตัดสินใจจรดปากกาต่อสัญญากับสโมสรเพิ่มอีก 1 ปีไปเรียบร้อยแล้ว

 

    ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่ฮาเซเบะจะเตรียมตัวสำหรับตำแหน่งโค้ชในทีมแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่ามีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเนื่องจากเขายังต้องการโฟกัสกับการเป็นนักเตะเพียงอย่างเดียวก่อน

    "สิ่งสำคัญก็คือผมยังมีความกระหายอยู่ ไม่ดีหรอกที่จะรู้สึกพอใจแล้ว เพราะมันจะเป็นการฉุดตัวเองเอาไว้ ผมคิดว่าผมยังสามารถเล่นได้ดีขึ้นกว่านี้อีกและยังช่วยทีมได้อีกมาก"

    เป็นทัศนคติของนักเตะชาวญี่ปุ่นวัย 36 ปีที่น่ายกย่องจริงๆ…

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s